สำนักพระราชวังแจงข้อมูล การขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244948

สำนักพระราชวังแจงข้อมูล การขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล

สำนักพระราชวังแจงข้อมูล การขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.51 น.

16 พ.ย.59 เมื่อเวลา 11.30 น. ศูนย์ข่าวงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำนักพระราชวัง ชี้แจงเรื่องการขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าหลังจากการพระราชพิธีทางบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50วัน) ถวายพระบรมศพ เป็นพระราชกุศล ผู้มีความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สามารถแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าภาพได้มาตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560

โดยผู้มีความประสงค์ สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือการขอร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ที่ http://www.brh.thaigov.net ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559  หรือ ขอตัวอย่างหนังสือได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) และเมื่อเขียนหรือพิมพ์ครบถ้วนแล้ว สามารถส่งมาที่สำนักพระราชวังได้ 4 ช่องทางคือ (1.) ส่งเอกสารด้วยตนเองที่ฝ่ายทะเบียน อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (2.) ส่งเอกสารทางโทรสารหมายเลข 022808708 (3.) ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมจ่าหน้าซองถึง เรียนเลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 และ (4.) ส่งทาง E-mail address : brh@palaces.mail.go.th โดยแสกนเป็นไฟล์ PDF

เมื่อผู้ขอได้ส่งเอกสารการจองเป็นเจ้าภาพร่วมในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว สำนักพระราชวังจะส่งหนังสือตอบรับ กำหนดวันและแจ้งรายละเอียดในการเป็นเจ้าภาพให้ทราบ ก่อนวันและเวลาที่ท่านเป็นเจ้าภาพ 15 วัน สำหรับผู้แจ้งความเป็นประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วม สามารถสมทบทุนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ตามศรัทธา

คณะทูต9ประเทศเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ร่วมแจกของปชช.-ชมนิทรรศการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244944

คณะทูต9ประเทศเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ร่วมแจกของปชช.-ชมนิทรรศการ

คณะทูต9ประเทศเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ร่วมแจกของปชช.-ชมนิทรรศการ

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.27 น.

16 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่เต็นท์จิตรลดาอาสาทำเพื่อพ่อ บริเวณด้านหน้าประตูเทวาภิรมย์ พระบรมมหาราชวัง คณะคู่สมรสเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 9 ประเทศ ได้แก่ ประเทศออสเตรีย กัมพูชา กรีซ ฮังการี อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ โมร็อคโค โปรตุเกส และรัสเซีย ได้เดินทางเข้าถวายความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

หลังจากนั้นได้ไปร่วมแจกอาหาร ได้แก่ ขนมปังแซนวิสไส้ไก่ นมผงอัดเม็ดจิตรลดา ให้กับประชาชนที่เพิ่งกราบถวายสักการะพระบรมศพเสร็จ ต่อจากนั้นคณะคู่สมรสเอกอัครราชทูตได้เดินทางไปชมนิทรรศการพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 18วันกว่า5แสนรายยอดเงิน36ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244941

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 18วันกว่า5แสนรายยอดเงิน36ล้าน

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 18วันกว่า5แสนรายยอดเงิน36ล้าน

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.07 น.
16 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2559 ตั้งแต่เวลา 05.00 – 22.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 29,669 คน รวม 18 วัน มี 530,585 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,370,406 บาท รวม 18 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 36,338,384.75 บาท

นักเรียนในถิ่นทุรกันดาลรวมพลังแปรอักษร ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244939

นักเรียนในถิ่นทุรกันดาลรวมพลังแปรอักษร ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร (ชมคลิป)

นักเรียนในถิ่นทุรกันดาลรวมพลังแปรอักษร ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.04 น.

16 พ.ย.59 เป็นภาพความสามัคคีรวมใจทำในสิ่งที่เรียกว่า ‘ความจงรักภักดี’ ของบรรดาเด็กนักเรียนและกลุ่มโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล อย่างอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ที่ต้องห่างจากตัวเมืองจังหวัดเลย ถึง 120 กิโลเมตร แต่เด็กและครูในโรงเรียนในกลุ่มอยากจะถวายความอาลัยเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9

ที่ บริเวณสนามฟุตบอล โรงเรียนชุมชนบ้านนาพึง ต.นาพึง อ.นาแห้ว จ.เลย นายนุพงษ์  อินแผลง โรงเรียนชุมชนบ้านนาพึง คณะครูและนักเรียนกลุ่มโรงเรียนลุ่มน้ำพึงโมเดล อันประกอบไปด้วยโรงเรียนชุมชนบ้านนาพึง โรงเรียนบ้านหัวด่านนาปูนและโรงเรียนบ้านนามาลา ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นักเรียนร่วมกันแปรอักษรเป็นรูปเลข 9 โดยนักเรียนจำนวน 130 คน และมีการร่วมกันลงนามถวายความอาลัยพร้อมกับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

นายนุพงษ์  อินแผลง กล่าวว่า โรงเรียนในกลุ่มนี้อยู่ห่างไกลความเจริญ ห่างจากตัวจังหวัดเลย ติดกับ สปป.ลาว ประมาณ 120 กิโลเมตร ทางเด็กนักเรียนเห็นโรงเรียนอื่นๆ ในทีวีมีข่าวแล้วอยากจะทำเพื่อพ่อ อยากจะถวายอาลัยแด่พระองค์ท่าน แต่ทำได้แค่เล็ก ทุกคนอยากทำเพราะเราเป็น ราษฎรของในหลวง จะอยู่ใกล้ไกล ก็เป็นลูกท่านจึงทำได้เพียงเล็กๆ

ศธ.นำนักเรียนจังหวัดชายแดนใต้ ดูแนวทางปรัชญาศก.พอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244933

ศธ.นำนักเรียนจังหวัดชายแดนใต้ ดูแนวทางปรัชญาศก.พอเพียง

ศธ.นำนักเรียนจังหวัดชายแดนใต้ ดูแนวทางปรัชญาศก.พอเพียง

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.19 น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยกระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมเยาวชนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ โดยนำเยาวชนศึกษาแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นรูปธรรมและเห็นผลที่ชัดเจน โดยมีนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 จากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ยะลา, โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์ จ.นราธิวาส, โรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา จ.ปัตตานี, โรงเรียนนาทวีวิทยาคม จ.สงขลา, โรงเรียนละงูพิทยาคม จ.สตูล และโรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี จ.นราธิวาสเข้าร่วม

สำหรับการเยี่ยมชมครั้งนี้ จะได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ นำเสนอออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านองค์ความรู้ และ ด้านกิจกรรม โดยด้านองค์ความรู้ ได้แก่ การศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ หลักเกษตรธรรมชาติ การเกษตรผสมสาน การอนุรักษ์ดินและน้ำโดยหญ้าแฝก การปศุสัตว์ การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน รวมทั้งการปลูกสร้างบ้านดิน ขณะที่ด้านกิจกรรม ได้แก่ การศึกษาแปลงสาธิตการเกษตรทฤษฎีใหม่ จักรยานปั่นน้ำประหยัดพลังงานในการรดแปลงผัก เตาเผาถ่าน การฝึกควายไว้ใช้งานด้านการเกษตร และการแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมเยาวชนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษา เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาทักษะชีวิต ที่จะช่วยสร้างเยาวชนไทยที่เป็นต้นแบบที่ดี และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติต่อไป

เมื่อ4นิสิตหนุ่มค้างอยู่ในลิฟต์ งานนี้ทำเอาชาวเน็ตฮากระจาย!! (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244928

เมื่อ4นิสิตหนุ่มค้างอยู่ในลิฟต์ งานนี้ทำเอาชาวเน็ตฮากระจาย!! (ชมคลิป)

เมื่อ4นิสิตหนุ่มค้างอยู่ในลิฟต์ งานนี้ทำเอาชาวเน็ตฮากระจาย!! (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.04 น.
16 พ.ย.59 เป็นอีกหนึ่งคลิปที่ถูกแชร์ว่อนบนโลกโซเชียล เมื่อ 4 นิสิตหนุ่ม ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้โพสต์คลิปร้องเพลงอย่างสนุกสนาน ขณะติดค้างอยู่ในลิฟต์ โดยชาวเน็ตต่างเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างล้นหลามแถมสร้างเสียงหัวเราะและผ่อนคลายความเครียดขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยเจ้าตัวยังโพสต์ข้อความด้วยว่า “ออกลิฟได้แล้วนะครับไม่ต้องเป็นห่วง 555+” 
ทั้งนี้คลิปดังกล่าวถูกแชร์แล้ว 18,079 ครั้ง และยอดวิวเข้าชมแล้วกว่า 798,047 ครั้ง
ต่อมาด้านนักแสดงหนุ่ม ‘อ๊อม-กณิศ วิเชียรวนิชกุล’ ซึ่งเป็นหนึ่งในคลิปร่วมร้องเพลงติดลิฟต์ ก็ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว omp_kanish21  เป็นคลิปขณะเจ้าหน้าที่มาช่วยให้ออกมาได้อย่างปลอดภัย

มธ. เผยรายชื่อบัณฑิตทุนภูมิพล ปี’58 ผลสัมฤทธิ์ เพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244796

มธ. เผยรายชื่อบัณฑิตทุนภูมิพล ปี’58  ผลสัมฤทธิ์ เพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย

มธ. เผยรายชื่อบัณฑิตทุนภูมิพล ปี’58 ผลสัมฤทธิ์ เพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เผยรายชื่อบัณฑิต “ทุนภูมิพล”ประจำปีการศึกษา 2558 ผลสัมฤทธิ์ในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สามารถสอบไล่ได้ปริญญาตรีเกียรตินิยม หรือคะแนนยอดเยี่ยมในการสอบไล่วิชาเอกของแต่ละสาขาวิชา จำนวน 98 ราย ซึ่งแบ่งออกเป็นบัณฑิตจากคณะในกลุ่มสังคมศาสตร์ จำนวน 34 ราย ประกอบด้วย คณะนิติศาสตร์คณะรัฐศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยสหวิทยาการ และวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ และคณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์ จำนวน 64 ราย ประกอบด้วย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร

รบ.จัดรวมพลังทั่วปท. 22พฤศจิกาฯ ร่วมรำลึกถึง‘ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244907

รบ.จัดรวมพลังทั่วปท. 22พฤศจิกาฯ ร่วมรำลึกถึง‘ในหลวง’

รบ.จัดรวมพลังทั่วปท. 22พฤศจิกาฯ ร่วมรำลึกถึง‘ในหลวง’

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รบ.จัดรวมพลังทั่วปท.

22พฤศจิกาฯ

ร่วมรำลึกถึง‘ในหลวง’

คล้ายวันพระราชสมภพปีที่89

บิ๊กตู่เผยหลังพิธีพระบรมศพ

ถวายพระสมัญญา‘มหาราช’

เมื่อเวลา 07.04 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน เจนเซน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร

เวลา 15.00 น.ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการเป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหารสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

เวลา 19.15 น.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามมบรมราชกุมารีและพระบรมวงศานุวงศ์ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหารและวัดอนงคารามวรวิหารสวดพระอภิธรรม

ขณะที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่เดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 05.10 น. ซึ่งมีพสกนิกรจำนวนมากเดินทางมารอตั้งแต่เช้ามืด เพื่อแสดงความอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ถึงแม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแสงแดดแรงกล้า แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงรอต่อแถวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพอย่างมุ่งมั่น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน หลังปิดไห้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในเวลา 21.00 น.ว่า มีจำนวน 30,097 คน รวม 17 วัน มี 500,916 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,476,202.50 บาท รวม 17 วัน เป็นเงิน 33,967,978.75 บาท

รมต.บังคลาเทศวางพวงมาลา

วันเดียวกัน นายเบกุม ตารานา ฮาลิม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายอับดุล ฮามิด ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เดินทางมาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นลงนามถวายความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง

เทิดทูนทรงเป็นอัครศาสนูปภัมภก

ขณะที่เซอร์ไอรีน ชำนาญธรรม อธิการิณีเจ้าคณะแขวง คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตรแห่งประเทศไทย นำคณะภคินีฯ 40 คน จากโรงเรียน 22 แห่งทั่วประเทศ มาแสดงความจงรักภักดีและความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยเซอร์ไอรีนกล่าวว่า หลังพระองค์สวรรคต คณะภคินีฯทุกแห่งทั่วประเทศได้ทำพิธีสวดมนต์และพิธีมิสซา ซึ่งถือเป็นพิธีสูงสุดของคริสต์ศาสนิกชนทุกวัน และจะทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระองค์ ในฐานะทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ที่ไม่ทรงแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติต่อศาสนาใดๆทั้งสิ้นในประเทศไทย

พร้อมถวายพระสมัญญา“มหาราช”

หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เปิดเผยความคืบหน้าการเสนอถวายพระราชสมัญญา “มหาราช” แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ต้องให้เสร็จพิธีไปก่อน อย่าเพิ่งคิดอะไรในขณะนี้ ถึงแม้สิ่งที่ทุกคนคิดดีอยู่แล้ว คิดก่อนได้ แต่ยังไม่เหมาะสมแก่เวลาและพระองค์ก็ยังคงอยู่กับพวกเรา

รอเวลาเหมาะสมหลังพระราชพิธี

“การสร้างอะไรที่ไหน ทั้งพระราชานุสาวรีย์ การถวายการตั้งมหาราช รัฐบาลต้องเป็นคนนำคนอนุมัติ ต้องทำเรื่องขอไปทางสำนักพระราชวัง ทุกอย่างต้องผ่านครม.หมด แต่ทุกวันนี้ ครม. ทำหน้าที่เพื่อให้ประเทศชาติสงบปลอดภัยอยู่ และกำลังทำเรื่องพระราชพิธีให้เป็นไปตามประเพณีจนถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกคนตั้งใจทำถวายอยู่แล้ว รัฐบาลก็คิดมาตลอด แต่เวลานี้ยังไม่เหมาะที่จะมาคุยเรื่องนี้”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

และว่า ส่วนการกำหนดวันหยุดราชการใหม่นั้น จะกำหนดได้ต่อเมื่อมีรัชกาล เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องภายในวังเป็นผู้กำหนด แต่คิดว่าวันเวลาสำคัญต่างๆในช่วงรัชกาลที่ 9 ยังคงมีอยู่ เพียงแต่อาจต้องเปลี่ยนการเรียกชื่อใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ ขออย่าใจร้อน

รวมพลังทั่วปท.รำลึกในหลวง22พย.

ขณะที่พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบจัดกิจกรรมรวมพลังความจงรักภักดี เพื่อร่วมกันรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ปีที่ 89 ในวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น. โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำปฏิญาณตนพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ ในส่วนรัฐบาลจะจัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนกรุงเทพฯจัดขึ้นที่สำนักงานเขตต่างๆ สถานบันการศึกษา หรือสถานที่ที่กำหนด สำหรับต่างจังหวัดจัดขึ้นในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอหรือจังหวัด โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายประชาชนออกนอกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สะดวก ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่า ในต่างประเทศจะจัดในวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน

สำหรับกิจกรรมนั้นพ.อ.อธิสิทธิ์กล่าวว่า แบ่งเป็น 3 ลักษณะคือ การทำดีด้วยกาย เป็นการจัดกิจกรรมความดีถวายในหลวง ทำดีด้วยวาจา เป็นการปฏิญาณตนทำดีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หรือ เพลงอื่นตามความเหมาะสม และการทำดีด้วยใจ คือ ทำสมาธิ สำรวมจิตภาวนา แผ่เมตตาด้วยตั้งใจจริง

เล็งคืนพื้นที่สร้างพระเมรุหลังปีใหม่

ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการคืนพื้นที่สนามหลวงให้กรมศิลปากรเพื่อสร้างพระเมรุมาศว่า ได้เตรียมการขั้นต้นไว้แล้ว เพราะกรมศิลปากร ต้องดำเนินการสร้างพระเมรุ โดยศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ทำเนียบรัฐบาล เป็นผู้ดำเนินการจัดพื้นที่ให้ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพฯ โดยฝ่ายกรุงเทพมหานคร (กทม.)ประเมินว่า ช่วงปีใหม่จะมีประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพฯจำนวนมาก ขอให้เลยปีใหม่ไปก่อนจึงจะคืนพื้นที่ แต่ก็ขึ้นกับฝ่ายก่อสร้างว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด หากจำเป็นต้องขอคืนพื้นที่ก่อนก็จะคืนให้

กรมศิลป์พร้อมสร้างพระโกศ

ความคืบหน้าการจัดพระราชพิธีพระราชเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรเปิดเผยว่า หลังกรมศิลปากรได้รับมอบหมาย ให้จัดสร้างพระโกศจันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยใช้ไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้บวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมไปแล้วเมื่อวันที่ 14พฤศจิกายนจำนวน 12 ต้น โดยสำนักช่างสิบหมู่ เตรียมบุคลากรไว้พร้อมแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเขียนแบบ เพื่อให้สมพระเกียรติ และถูกต้องไปตามโบราณราชประเพณี

เกี่ยวแล้วข้าวคุณยายมีถวายในหลวง

วันเดียวกัน นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำหน่วยราชการในพื้นที่พร้อมประชาชนประมาณ 300 คน ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวในพื้นที่นาของนางมี แจ่มแจ้ง อายุ 79 ปี บ้านหนองสำโรงปัจจิม หมู่ที่ 17 ต.เสียว อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ สืบเนื่องจากนางมีและลูกๆพร้อมใจถวายข้าวหอมมะลิ ก.ข.105 ที่ยังไม่ได้เกี่ยวในที่นา 15 ไร่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนางมีเผยว่า ตนเห็นพระองค์เดินทางไปช่วยเหลือประชาชนทั่วทุกแห่งทั่วประเทศ คอยดูแลผู้สูงอายุให้อยู่เย็นเป็นสุขมาตลอด ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ตนและครอบครัวจึงขอถวายข้าวในที่นาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว 15 ไร่ไปแปรรูปเป็นข้าวสารส่งไปช่วยเหลือประชาชนที่มาร่วมกราบสักการะพระบรมศพ ที่สนามหลวง คิดว่าเก็บเกี่ยวแล้วน่าจะได้ข้าวเปลือกไม่ต่ำกว่า 7 ตัน

WHOยกย่องในหลวงเป็นแรงบันดาลใจ

วันเดียวกัน ในเฟซบุ๊กองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย “World Health Organization Thailand” (WHO) โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 8.37 นาที มีข้อความทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำหรับองค์การอนามัยโลก และผู้นำอื่นๆของโลก พระราชกรณียกิจต่างๆด้านการสาธารณสุขล้วนเป็นเครื่องสะท้อนหลักการ “สุขภาพดีถ้วนหน้า” อย่างแท้จริง ที่เราต้องยึดเป็นแบบอย่างเพื่อปฏิบัติตามและต่อยอด นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของประชากรไทยและโลก ในการต่อสู้กับปัญหาด้านสาธารณสุขตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมประกาศเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ของพระองค์ในการพัฒนางานด้านสาธารณสุขของไทย และพระองค์จะทรงสถิตย์ในใจของเราตลอดไป มิใช่ในฐานะผู้นำด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ในฐานะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนด้วย

อาชีวะเร่งมาตรการด่วนป้องกันการวิวาท เน้นวินัย ความรัก ความรับผิดชอบและกตัญญู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244793

x

อาชีวะเร่งมาตรการด่วนป้องกันการวิวาท เน้นวินัย ความรัก ความรับผิดชอบและกตัญญู

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นประธานประชุมแผนการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา ประจำภาคเรียนที่2/2559 โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาภาครัฐ 24 แห่ง และสถานศึกษาภาคเอกชน จำนวน 27 แห่ง รวม 51 แห่ง ซึ่งเป็นสถานศึกษากลุ่มเสี่ยงในเขตพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และกทม. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 5 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยได้มีการทบทวนมาตรการแก้ปัญหาความรุนแรงและเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาซึ่งประกอบด้วยมาตรการเร่งด่วนที่สถานศึกษาต้องทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การประสานงานเมื่อมีการเฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ วินมอเตอร์ไซค์ และชุมชน การใช้กล้องวงจรปิดตลอดจนปรับแผนงาน/โครงการที่จะดำเนินการในภาคเรียนที่ 2/ 2559ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่มีการประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอความร่วมมือในมาตรการต่างๆ รวมทั้งโครงการอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ได้ผลค่อนข้างมาก สามารถลดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของนักเรียนได้ แต่อย่างไรก็ตามในภาคเรียนที่ 2/2559 ก็ต้องปรับปรุงโครงการโดยเน้นเรื่องของวินัย ความรับผิดชอบ ความรัก ความผูกพันของนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนเน้นความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ตั้งแต่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนของครู ต้องเน้นเรื่องความเข้าใจเข้าถึง และพัฒนา

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ได้มีการวางมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมได้แก่ ปรับปรุงระบบการช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ทุนการศึกษา และการจัดหารายได้ ปรับปรุงระบบการดูแลนักเรียน นักศึกษา ของครูที่ปรึกษา ครูปกครอง เน้นการแนะแนวให้นักเรียน นักศึกษารู้จักตัวเองและแนะแนวทางการประกอบอาชีพ และเพิ่มทักษะความรู้เรื่องของจิตวิทยาวัยรุ่นแก่ครูและ บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษาต้องฝึกทักษะและเน้นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียนด้านวินัย ความรับผิดชอบ สร้างความตระหนักเรื่องของความรัก ปรับการเรียนการสอนและให้นักเรียนนักศึกษามีการคิดวิเคราะห์มากยิ่งขึ้น เพิ่มช่องทางการติดต่อ/สื่อสารระหว่างครูกับผู้ปกครองให้มากขึ้นกว่าเดิม สถานศึกษามีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมเพื่อใช้กับนักเรียน นักศึกษาที่กระทำความผิดและที่สำคัญให้สถานศึกษาต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและบุคลากรในสังกัด เกี่ยวกับคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๐/๒๕๕๙ เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษาและให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้สถานศึกษาสร้างเครือข่ายไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น ทหาร ตำรวจอีกด้วย

ศธ.พาเยาวชน3จว.ชายแดนใต้ ทัศนศึกษาที่ฐานทัพเรือสัตหีบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244880

ศธ.พาเยาวชน3จว.ชายแดนใต้ ทัศนศึกษาที่ฐานทัพเรือสัตหีบ

ศธ.พาเยาวชน3จว.ชายแดนใต้ ทัศนศึกษาที่ฐานทัพเรือสัตหีบ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 18.48 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงาน เพื่อส่งเสริมประสบการณ์ให้แก่เยาวชนจังหวัดชายแดนใต้ โดยนำนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 จาก 6 โรงเรียน ออกเดินทางโดยรถไฟจากสถานียะลา ไปศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อเปิดโลกทัศน์และพัฒนาทักษะชีวิต อาทิ แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก สถานที่จำลองวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาข้อมูลจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แหล่งเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ ณ ศูนย์การเรียนรู้เส้นทางธรรมชาติป่าชายเลน เรียนรู้และศึกษาความสัมพันธ์ด้านระบบนิเวศน์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ให้ความรู้และจัดแสดงสายพันธุ์สัตว์น้ำหลากหลายชนิด และชมเรือรบหลวงจักรีนฤเบศร์ ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ

ทั้งนี้ ภายหลังเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เยาวชนจะต้องรวมกลุ่มวิเคราะห์ และนำเสนอกิจกรรมของโครงการ เพื่อฝึกให้เยาวชนเกิดกระบวนการเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายงานที่วางไว้ การจัดกิจกรรมเปิดโลกทัศน์และพัฒนาทักษะชีวิต ในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ในครั้งนี้ ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน สร้างเสริมคุณภาพการเรียนรู้ที่ดีให้แก่นักเรียนในจังหวัดชายแดนใต้ พัฒนาเยาวชนให้เป็นกำลังคนที่มีประสิทธิภาพต่อไป