ระทึก! แผ่นดินไหว 5.0 เขย่าแคลิฟอร์เนีย ยังไม่พบความเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 02:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811546

 

ยูเอสจีเอสเผย เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.0 ในพื้นที่ทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันพุธ แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย…

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงานว่า เมื่อเวลา 8:41 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.0 ในพื้นที่ทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 0.9 กม. อยู่ห่างจากเมืองซานตา โรซา ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 43 กม.

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้ถึงเขต โซโนมา เคาน์ตี และ นาปา เคาน์ตี อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานการพบผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ หรือความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวลูกนี้

 

ชาวบราซิล 15 เมืองฮือประท้วง ฉุนส.ว.ผ่านแผนรัดเข็มขัด 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 00:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811522

 

ชาวบราซิลใน 15 เมือง ออกมาประท้วงอย่างรุนแรงหลังวุฒิสมาชิกอนุมัติร่างกฎหมายรัดเข็มขัด ที่จะจำกัดงบประมาณดูแลชุมชน นานถึง 20 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดการประท้วงอย่างรุนแรงขึ้นใน 15 เมืองของประเทศบราซิล เมื่อวันอังคารที่ 13 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากวุฒิสมาชิก อนุมัติร่างกฎหมายรัดเข็มขัดที่ชื่อว่า ‘พีอีซี 55’ (PEC 55) หรือการแก้รัฐธรรมนูญให้จำกัดงบประมาณดูแลชุมชน (public spending) ซี่งจะจำกัดเงินลงทุนส่วนกลางในโครงการด้านสังคมต่างๆ เป็นเวลา 20 ปี


เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขก่อกำแพงกั้นที่ตึกกระทรวง เพื่อต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด

วุฒิสภาบราซิลอนุมัติแผนดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 53 เสียงต่อคัดค้าน 16 เสียง และคาดว่าร่างกฎหมายนี้จะกลายเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 15 ธ.ค. นี้ โดยที่นาย มิเชล เทเมอร์ ประธานาธิบดีบราซิล ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือนส.ค. ออกมาชื่นชมความคืบหน้าล่าสุดนี้ และระบุว่าร่างกฎหมายรัดเข็มขัดเป็นการแก้รัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

รัฐบาลบราซิลคาดหวังว่าการลดการใช้จ่ายงบประมาณครั้งนี้ ร่วมกับการปฏิรูปเงินบำนาญที่กำลังอยู่ระหว่างการเสนอต่อสภา จะช่วยดึงดูดนักลงทุนให้กลับมายังบราซิล ยุติภาวะเศรษฐกิจถดถอยกำลังย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ


กลุ่มนักศึกษาจุดไฟเผารถบัสระหว่างการกระท้วงหน้าอาคารสภาคองเกรสแห่งชาติ ในกรุงบราซิเลีย

อย่างไรก็ตาม นาย ฟิลิป อัลสตัน ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติในเรื่องสิทธิมนุษยชนและความยากจน ระบุว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะจำกัดเพียงการใช้จ่ายในภาคสังคม และมัดมือรัฐบาลต่อๆ ไปในอนาคตนานถึง 2 ทศวรรษ เรื่องนี้จะกระทบต่อชาวบราซิลที่ยากจนและด้อยโอกาสมากที่สุด และจะเพิ่มระดับความไม่เท่าเทียมในสังคมที่สูงอยู่แล้วขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มปี 2015 อัตราว่างงานในเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่มากกว่า 11% และในปัจจุบันมีชาวบราซิลมากถึง 12 ล้านคนที่ตกงาน ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้ว่า ชาวบราซิล 60% ต่อต้านการแก้กฎหมายเพื่อรัดเข็มขัดครั้งนี้ เนื่องจากกลัวว่างบประมาณด้านการศึกษาและสุขภาพจะได้รับผลกระทบ

 

‘ดูเตร์เต’ ยอมรับ เคยลงมือฆ่าผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811511

 

โรดริโก ดูเตร์เต ผู้นำสายเหยี่ยวแห่งฟิลิปปินส์ ออกมายอมรับอีกครั้งว่า เขาเคยลงมือสังหารผู้ต้องสงสัยเป็นอาชญากรด้วยมือตัวเองมาแล้ว สมัยเป็นพ่อเมืองดาเวา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งประเทศฟิลิปปินส์ ยอมรับว่าเขาเคยลงมือสังหารผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมหลายคนด้วยตัวของเขาเอง สมัยที่ยังเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ตอกย้ำข้อกล่าวหาที่ว่าเขาสนับสนุนกลุ่มล่าสังหารผู้คอยสังหารอาชญากร

นายดูเตร์เตกล่าวต่อหน้าผู้นำธุรกิจที่ทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันจันทร์ ก่อนที่เขาจะเดินทางเยือนต่างประเทศว่า “ที่ดาเวา ผมเคยลงมือทำเอง เพื่อแสดงให้พวกตำรวจเห็นว่า ถ้าผมทำได้ทำไมพวกคุณจะทำไม่ได้” “ผมเดินทางไปรอบเมืองดาเวาด้วยจักรยานยนต์ ผมออกไปลาดตระเวนตามท้องถนน และมองหาปัญหาไปด้วย ผมมองหาการเผชิญหน้าจริงๆ เพื่อที่ผมจะได้ฆ่า”

คำพูดล่าสุดของนายดูเตร์เต ถือเป็นครั้งแรกที่เขายอมรับว่าตัวเองเคยฆ่าคนนับตั้งแต่เขารับตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เมื่อเดือนกร.ค. แต่เป็นการตอกย้ำคำพูดของเขาเองเมื่อปี 2015 ที่เขายอมรับว่า เคยสังหารชายผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลักพาตัวและข่มขืนในเมืองดาเวาอย่างน้อย 3 คน

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ที่งานประกาศรางวัลชาวฟิลิปปินส์ดีเด่น (Outstanding Filipino Awards) ประจำปี 2016 ดูเตร์เตยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นฆาตกร

ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมา นายดูเตร์เตเคยทั้งยอมรับและปฏิเสธความเกี่ยวข้องของเขากับกลุ่มล่าสังหาร (death squad) โดยเมื่อเดือนก.ย. อดีตสมาชิกกลุ่มศาลล่าสังหาร ให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนของวุฒิสภาฟิลิปปินส์ โดยซัดทอดนายดูเตร์เตว่า ใช้ปืน ‘อูซี’ ยิงสังหารเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม สมัยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาด้วย

 

หยุดยิงอเลปโปล้ม! ทหารซีเรียหวนปะทะเดือดกบฏ ระดมยิงปืนใหญ่ถล่มหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 18:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811341

 

หยุดยิงในเมืองอเลปโปล้มไม่เป็นท่า…ฝ่ายทหารรัฐบาลซีเรียและกบฏหวนกลับมาเปิดฉากยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด พร้อมกับระดมยิงกระสุนปืนใหญ่มาโจมตีด้านตะวันออกของเมืองอย่างหนัก ทั้งที่ก่อนหน้าวันเดียว กบฏตกลงยอมยุติศึกจะถอนกำลังและอพยพชาวเมืองออกจากอเลปโป

เมื่อ 14 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ทางด้านตะวันออกของเมืองอเลปโป กลับมาตึงเครียดเมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค. เมื่อได้เกิดการยิงปะทะต่อสู้กันอย่างดุเดือดขึ้นอีกระหว่างกำลังทหารรัฐบาลซีเรียกับฝ่ายกบฏ และมีการระดมยิงกระสุนปืนใหญ่มาตกบริเวณตะวันออกของเมืองอเลปโปอย่างหนัก เป็นเหตุให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บกว่า 40 ราย หลังจากก่อนหน้านี้แค่เพียงวันเดียว ฝ่ายกบฏซึ่งโดนโจมตีอย่างหนัก ได้ยอมบรรลุข้อตกลงกับทหารรัฐบาลซีเรียว่าจะยอมถอนกำลังออกจากด้านตะวันออกของเมืองอเลปโป ซึ่งยึดครองมานานนับ 4 ปี


มัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองอเลปโปได้รับความเสียหายหนักจากการสู้รบ

ทหารซีเรียและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ในเมืองอเลปโป

บีบีซี แจ้งว่า เมื่อวันอังคารที่ 13 ธ.ค.มีการประกาศหยุดยิงในเมืองอเลปโป เพื่อหวังจะส่งรถบัสมารับชาวเมืองออกจากพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกกำลังทหารรัฐบาลซีเรียและกองกำลังรัสเซียร่วมกันโจมตี ขณะที่ในช่วงเย็นวันอังคารที่ 13 ธ.ค. วิตาลี ชูร์คิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งร่วมประชุมแบบฉุกเฉินว่า ปฏิบัติการทางทหารในด้านตะวันออกของเมืองอเลปโปได้ยุติลงแล้ว โดยภายใต้ข้อตกลงในการอพยพนั้น พลเมืองชาวซีเรียและกบฏจะอพยพออกจากด้านตะวันออกของเมืองไปยังเขตพื้นที่ที่กบฏยึดครองอยู่ทางภาคเหนือของประเทศซีเรีย


หญิงชาวเลบานอน ชูป้ายเรียกร้องให้หยุดสังหารชาวเมืองอเลปโป

สำหรับข้อตกลงอพยพดังกล่าว มีกำหนดเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 05.00 น.ของวันที่ 14 ธ.ค. ทว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลง เมื่อทหารรัฐบาลได้มีการระดมยิงกระสุนปืนค.มาโจมตีในเขตพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโปอีกในอีกไม่กี่ชม.หลังจากกำหนดเวลาอพยพเริ่มขึ้น โดยนายรามี อับดุลเราะห์มาน ผู้อำนวยการกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งมีสำนักงานอยู่ในอังกฤษ ระบุว่า เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดและมีการยิงกระสุนปืนค.อย่างหนักมาก ซึ่งดูเหมือนหยุดยิงทุกสิ่งทุกอย่างของข้อตกลงได้จบลงแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศึกอเลปโปยุติแล้ว! กบฏซีเรียยอมตกลงออกจากเมือง

 

กรรมไล่ทัน นักล่าสัตว์จอมโหดคนดังชาวอิตาลี ลื่นตกหุบเขาตายอนาถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 15:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811157

 

(ภาพจาก Twitter@ Animal_Genocide)

สัตว์ป่าคงเฮ..ลูซิโอ ปอนเซตโต นักล่าสัตว์คนดังชาวอิตาลี ลื่นตกหุบเขา เสียชีวิตแล้วระหว่างออกล่านก หลังจากสร้างความเกลียดชังให้แก่บรรดาคนรักสัตว์ ได้มากพอๆ กับ หมอฟันชาวอเมริกันที่ฆ่าสิงโต ‘เซซิล’ ทันทีที่โพสต์ภาพถ่ายรูปยิ้มแปล้อย่างไม่สะทกสะท้าน คู่กับสัตว์ใหญ่หลายตัวที่เขาฆ่าพวกมันอย่างเหี้ยมโหด

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน นายลูซิโอ ปอนเซตโต สัตวแพทย์ ชาวอิตาเลียน วัย 55 ปี ซึ่งถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่าสัตว์ป่า เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ ลื่นตกหุบเขาสูงประมาณ 100 ฟุต ระหว่างออกล่านกในเมืองตูริน ประเทศอิตาลี โดยตามรายงานของ เว็บไซต์ The Sun ระบุว่า นายปอนเซตโตพลัดตกลงไปในหุบเขา Colle delle Oche ในอิตาลีจนเสียชีวิต ระหว่างออกล่าสัตว์กับกลุ่มเพื่อน และร่างของเขาได้ถูกนำขึ้นจากหุบเขาโดยเฮลิคอปเตอร์และถูกส่งไปยังโรงพยาบาล ‘ดูจากสภาพศพแล้ว ดูเหมือนเขาจะลื่นและตกลงไปในหุบเขาจนเสียชีวิตทันที’ โฆษกสำนักงานตำรวจในพื้นที่กล่าว

ข่าวระบุว่า นายปอนเซตโต มีชื่อเสียงโด่งดังในแง่ลบตั้งแต่ปีก่อน ทันทีที่มีภาพของเขาขณะถ่ายภาพคู่กับสัตว์ใหญ่หลายตัวที่เขาปลิดชีพพวกมันอย่างเหี้ยมโหด ไม่ว่าจะเป็น สิงโตและเสือดาว ถูกนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ จนถึงขั้นมีคนขู่ฆ่า และส่งอีเมลมาประณามเขาด้วยความเกลียดชัง เรียกว่า นายปอนเซนโต ถูกโจมตีจากชาวโลกที่รักสัตว์ พอๆ กับนายวอลเตอร์ พัลเมอร์ ทันตแพทย์ชาวอเมริกันที่สังหาร เจ้า‘เซซิล’สิงโตชื่อดัง ในซิมบับเว เมื่อปี 2558

ด้านเว็บไซต์ เดลี่เมล เผยว่า การเสียชีวิตของนายปอนเซตโตในครั้งนี้ มีผู้คนแสดงความเสียใจกับการจากไปของเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่จะบอกว่า เขาได้รับกรรมที่ทำไว้จากการล่าสัตว์แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แค่คิดก็ผิดแล้ว! หมอฟันมะกันเปิดปาก หลังฆ่าโหด ‘เซซิล’ สิงโตชื่อดังซิมบับเว

 

นทท.หญิงสูงอายุชาวญี่ปุ่น ดับสลด ดำน้ำดูปะการังที่เกรท แบริเออร์ รีฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 14:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811051

 

(ภาพประกอบ นักท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังที่เกรท แบริเออร์ รีฟ)

สลด นักท่องเที่ยวหญิงสูงอายุชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต ระหว่างดำน้ำสน็อกเกิลดูปะการัง ที่เกรท แบริเออร์ รีฟ ในออสเตรเลีย พยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิตแต่ไม่สำเร็จ ชี้นับเป็นนักท่องเที่ยวสูงอายุรายที่ 4 ในช่วง 1 เดือน ที่ต้องมาจบชีวิตขณะดำน้ำดูปะการังที่แดนออสซี่

เมื่อ 14 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสลดกับนักท่องเที่ยวหญิงสูงอายุชาวญี่ปุ่น วัย 75 ปี เสียชีวิตระหว่างดำน้ำสน็อกเกิลดูปะการังที่ เกรท แบริเออร์ รีฟ พืดหินปะการังที่ยาวที่สุดในโลก ในรัฐควีนส์แลนด์ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย จนนับเป็นนักท่องเที่ยวรายที่ 4 แล้วที่ต้องมาจบชีวิตขณะดำน้ำดูปะการังในออสเตรเลีย ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

บีบีซี รายงานว่า นักท่องเที่ยวหญิงสูงอายุชาวญี่ปุ่นผู้นี้เดินทางมาท่องเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ ได้ถูกดึงขึ้นมาจากท้องทะเลที่ Moore Reef ห่างจากเมืองแคนส์ รัฐควีนส์แลนด์ ประมาณ 45 กม. จากนั้นได้มีการปั๊มหัวใจ ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ CPR แต่ปรากฏว่าหญิงสูงอายุไม่ฟื้นขึ้นมา


ทั้งนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวฝรั่งเศส 2 คน อายุประมาณ 70-80 ปี และนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอังกฤษอีกคน อายุ 60 ปี ต้องมาเสียชีวิตระหว่างดำน้ำแบบสคูบาที่ออสเตรเลีย ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอบีซีในออสเตรเลียรายงานว่าในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากการดำน้ำดูปะการังในออสเตรเลียแล้วถึง 10 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของการเสียชีวิตจากการท่องเที่ยวทางน้ำ 2 เท่า โดยส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิต เป็นคนสูงอายุและเป็นผู้ที่ต้องได้รับยา เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ.


ปะการังที่เกรท แบริเออร์ รีฟ
 

ประมวลภาพ สุลต่านรัฐกลันตัน ราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่มาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 11:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810812

 

ชาวมาเลเซียมีกษัตริย์องค์ใหม่…สุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งรัฐกลันตัน ทรงได้รับการบรมราชาภิเษกเป็นสมเด็จพระราชาธิบดี หรือกษัตริย์องค์ใหม่แห่งมาเลเซีย สืบต่อจากสุลต่านแห่งรัฐเกดะห์แล้ว

เมื่อ 14 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สุลต่าน มูฮัมหมัดที่ 5 แห่งรัฐกลันตัน  พระชนมายุ 47 พรรษา ทรงได้รับการบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ใหม่ ซึ่งเป็นองค์ที่ 15 แห่งมาเลเซีย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม หลังจากสุลต่าน 9 รัฐของมาเลเซียได้ทรงร่วมประชุมกันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อคัดเลือกสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ต่อไปสืบราชบัลลังก์ ต่อจากสุลต่านตวนกู อับดุล ฮาลิม มูอัซซัม ซาห์ แห่งรัฐเกดะห์ พระชนมพรรรษา 89 พรรษา ที่จะทรงสิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งสมเด็จพระราชาธิบดีของมาเลเซีย ซึ่งจะมีการหมุนเวียนดำรงตำแหน่งกันเป็นเวลาคราวละ 5 ปี ในเดือนธันวาคมนี้



ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งรัฐกลันตันในครั้งนี้ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งชาติ ได้จัดขึ้นที่บริเวณจัตุรัสหน้าอาคารรัฐสภา ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมีนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคเฝ้าฯ รับเสด็จ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก โดยสุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินจากรัฐกลันตันมาถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ในช่วงเช้าของวันที่ 13 ธ.ค. เพื่อทรงเข้าพิธีบรมราชาภิเษก จากนั้นได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และมีการยิงปืนใหญ่สลุตจำนวน 21 นัดเฉลิมพระเกียรติ




ทั้งนี้ สุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 ซึ่งทรงได้รับการบรมราชาภิเษกเป็นสมเด็จพระราชาธิบดี หรือกษัตริย์องค์ใหม่แห่งมาเลเซีย นับเป็นหนึ่งในกษัตริย์ของมาเลเซีย ที่ขึ้นครองราชย์ขณะพระชนมายุน้อยที่สุด หลังจากพระองค์ทรงขึ้นเป็นสุลต่านรัฐกลันตันสืบต่อพระบิดาที่ประชวรและชราภาพ เมื่อปี 2553.


 

เกาหลีใต้ ห้ามเชือดสุนัขขาย ในตลาดค้าเนื้อหมาใหญ่สุดในประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 05:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810522

 

ทางการเมืองช็องนัม ทำข้อตกลงกับผู้ค้าเนื้อ ห้ามทำการฆ่าและชำแหละเนื้อสุนัขขายในตลาดค้าเนื้อสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแล้ว เพื่อปรับภาพลักษณ์ของเมือง และประเทศ…

สำนักข่าว โคเรีย เฮอรัลด์ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า ทางการเมืองซ็องนัม ทางเหนือของประเทศ ได้ทำข้อตกลงกับสมาคมผู้ค้าเนื้อสุนัขในตลาด ‘โมรัน’ ห้ามไม่ให้มีการฆ่าสุนัขและการชำแหละสุนัขขายในตลาดค้าเนื้อสุนัขขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศแห่งนี้แล้ว เพื่อสวัสดิภาพของสัตว์, ชื่อเสียงของเมืองและประเทศ

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว โรงฆ่าสุนัขหลายแห่งจะต้องย้ายออกไปอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า ขณะที่ผู้ค้าเนื้อสุนัข 22 เจ้าในตลาดโมรัน จะได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อให้สามารถเปลี่ยนสายธุรกิจเป็นอย่างอื่นได้

นาย อี แจ-มยอง นายกเทศมนตรีเมืองซ็องนัม ระบุว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้มีขึ้นเพื่อสวัสดิ์ภาพของสัตว์ และรักษาชื่อเสียงของเมืองรวมทั้งชาวเกาหลีใต้ทั้งหมด “เมืองซ็องนัมจะเริ่มก้าวแรกในการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเกาหลีใต้ เนื่องจากความยิ่งใหญ่ของประเทศจะถูกตัดสินจากการปฏิบัติต่อสัตว์” นายอีกล่าว

ทั้งนี้ ตลาดโมรันเป็นแหล่งที่มาของเนื้อสุนัขคิดเป็น 1 ใน 3 เนื้อสุนัขที่มีการบริโภคในประเทศทั้งหมด โดยที่ชาวเมืองท้องถิ่นและกลุ่มสิทธิสัตว์ร้องเรียนเรื่องการเห็นสุนัขถูกเชือดต่อหน้าต่อตามานานแล้ว และบ่อยครั้งที่มีการใช้วิธีการทารุณ ขณะที่แม้ว่าชาวเกาหลีใต้บางคนจะมองว่าการบริโภคเนื้อสุนัขเป็นวัฒนธรรมการกินของประเทศ แต่การบริโภคเนื้อสุนัขก็ลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ด้านสมาคมสวัสดิภาพสัตว์เกาหลี (KAWA) ออกมาแสดงความยินดีกับความเปลี่ยนแปลงนี้ แต่ก็แสดงความสงสัยด้วยว่า ข้อตกลงนี้จะสามารถบังคับใช้ได้อย่างเต็มที่หรือไม่ “เราจะจับตาดูร้านขายเนื้อสุนัขในตลาดโมรันต่อไป เพื่อดูว่าพวกเขาจะหยุดการเชือดสุนัขจริงๆ หรือไม่ และรัฐบาลของเมืองจำเป็นต้องผลักดันความคิดนี้ต่อไปเพื่อห้ามการขายเนื้อสุนัขในเมืองซ็องนัมในท้ายที่สุด”

 

ศึกอเลปโปยุติแล้ว! กบฏซีเรียยอมตกลงออกจากเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 04:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810477

 

เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติเผยว่า การต่อสู้ในเมืองอเลปโปยุติลงแล้ว โดยทหารรัฐบาลซีเรียเข้าควบคุมภาคตะวันออกของเมืองอเลปโป ขณะที่ฝ่ายกบฏยอมทำข้อตกลงออกจากเมือง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย วิตาลี เชอร์คิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ในวันอังคารที่ 13 ธ.ค. ว่า รัฐบาลซีเรียเข้าควบคุมพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโปไว้ได้แล้ว หลังจากพื้นที่แห่งนี้ตกอยู่ในมือฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลมากว่า 4 ปี

“กว่าชั่วโมงที่ผ่านมา เราได้รับข้อมูลว่าปฏิบัติการณ์ทางทหารในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโปยุติลงแล้ว” นายเชอร์คินกล่าว “ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเกี่ยวกับการยุติความเป็นศัตรู หรือปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม รัฐบาลซีเรียได้เข้าควบคุมภาคตะวันออกของเมืองอเลปโปแล้ว ฉะนั้นในตอนนี้ถึงเวลาเริ่มต้นการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแล้ว”

หากคำพูดของนายเชอร์คินได้รับการยืนยัน จะถือว่าเป็นการสิ้นสุดการต่อสู้ในเมืองอเลปโปที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปี ขณะที่ผู้สื่อข่าวหลายคนที่อยู่ในเมืองอเลปโประบุว่า ไม่มีการโจมตีทางอากาศหรือการต่อสู้เกิดขึ้นเลยในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้นายเชอร์คินออกมาเปิดเผยด้วยว่า ได้มีการทำข้อตกลงให้นักรบฝ่ายกบฏออกจากเมืองแห่งนี้แล้ว และจะมีผลบังคับใช้ภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า “พลเรือนอเลปโป พวกเขาสามารถอยู่หรือไปยังที่ปลอดภัย พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเพื่อมนุษยธรรมที่บังคับใช้ในพื้นที่ได้ ไม่มีใครจะทำร้ายพลเรือนเหล่านี้”

ขณะที่ฝ่ายกบฏก็ยืนยันข้อตกลงดังกล่าวเช่นกัน และบอกด้วยว่า พลเรือนจะรวมอยู่ในกลุ่มผู้อพยพยออกจากเมืองด้วย

ทั้งนี้ ก่อนที่นายเชอร์คินจะออกมาประกาศข่าวเรื่องการหยุดต่อสู้ในเมืองอเลปโป ฝ่ายกบฏซึ่งถูกกองทัพรัฐบาลซีเรียโจมตีอย่างหนักมาหลายสัปดาห์จนเสียดินแดนในครอบครองไปมากมาย ถูกบีบให้ล่าถอยไปอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ทางตะวันออกของเมือง ท่ามกลางรายงานว่าเกิดการละเมิดมนุษยธรรมอย่างหนัก รวมทั้งการเข่นฆ่าประชาชน

 

‘ดูเตร์เต’ เปรย โรครุม อาจอยู่เป็นปธน.ปินส์ไม่ครบวาระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 03:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810437

 

โรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เผยว่า ตอนนี้เขามีอาการเจ็บป่วยหลายอย่างรวมทั้งโรคหลอดเลือด และกล่าวด้วยว่า เขาอาจอยู่ในตำแหน่งผู้นำไม่ครบวาระ 6 ปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ กล่าวในวันอังคาร (13 ธ.ค.) ว่า เขาอาจจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระการดำรงตำแหน่งของเขาซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2022 เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง และกล่าวด้วยว่า เขารู้ตัวช้าไปว่าเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งที่มีอายุขนาดนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายดูเตร์เตกล่าวในที่ประชุมผู้นำธุรกิจในฟิลิปปินส์ว่า เขามีอาการปวดหลัง, ไมเกรน และโรคหลอดเลือดอักเสบทั้งหลอดเลือดแดงและดำที่แขนและขา ร่วมกับอาการที่เกิดจากการสูบบุหรี่ในวัยหนุ่มของเขา

ล่าสุดในวันอังคาร ดูเตร์เตกล่าวต่อหน้าชาวฟิลิปปินส์หลายพันคนในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชาว่า “ผมแก่แล้ว นี่เป็นการทำหน้าที่ช่วงสุดท้ายของผม หลังจากนี้ (ครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี) ผมจะมีอายุ 77 ปี ผมไม่แน่ใจว่าผมจะยังอยู่ไปจนสิ้นวาระการดำรงตำแหน่งของผมหรือไม่”

ผู้นำฟิลิปปินส์ระบุด้วยว่า เขารู้ตัวช้าไปว่าเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งประธานาธิบดีที่อายุขนาดนี้ “คำถามเรื่องการเสียใจภายหลัง ซึ่งไม่มีเลยสักนิด เพราะผมเข้าหามันเอง ตอนนี้ผมรู้ตัวแล้ว ไม่ได้ต้องการมันในช่วงเวลานี้ของชีวิต แต่จะบอกให้ สุดท้ายแล้วผมรู้สึกยินดี นั่นเป็นเรื่องปล่อยใจเพียงอย่างเดียว ผมมีงานทำ ผมกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง”

ทั้งนี้ นายดูเตร์เตดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างแข็งกร้าว โดยนับตั้งแต่เขารับตำแหน่งประธานาธิบดีและเริ่มนโยบายดังกล่าวในเดือนก.ค. จนถึงตอนนี้มีผู้เสียชีวิตในสงครามยาเสพติดไปแล้วกว่า 5,000 คน ในจำนวนนี้มี 2,004 รายที่ถูกสังหารระหว่างปฏิบัติการของตำรวจ ส่วนที่เหลือกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุ ขณะที่ ดูเตร์เตบอกกับผู้นำธุรกิจเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า เขาไม่กลัวการถูกถอดถอนออกจากอำนาจหรือการลอบสังหารจากฝีมือของ ผู้ต่อต้านการทำสงครามยาเสพติด