ทัพรบ.ซีเรีย-กบฏ หยุดยิงในอเลปโปรอบใหม่ เริ่มอพยพพลเรือนกลุ่มแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 00:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812591

 

ปฏิบัติการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ครอบครองของฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาล ในภาคตะวันออกของเมืองอเลปโป เริ่มต้นขึ้นแล้วในวันพฤหัสบดี หลังจากมีการตกลงหยุดยิงรอบใหม่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถพยาบาลและรถบัสสีเขียวของรัฐบาลซีเรียหลายคัน เริ่มย้ายขนผู้คนออกจากพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโปแล้วในวันพฤหัสบดีที่ 15 ธ.ค. โดยขบวนรถขบวนแรกเดินทางถึงจะส่งมอบ เพื่อเดินทางต่อสู่พื้นที่ฝั่งตะวันตกของเมืองอเลปโป ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลต่อไป

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากองทัพรัฐบาลซีเรีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากรัสเซีย สามารถยึดคืนพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองอเลปโปที่ถูกกบฏยึดครองมานาน 4 ปี คืนได้เกือบทั้งหมด โดยฝ่ายรัฐบาลและกบฏได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเพื่ออพยพพลเรือนรวมทั้งนักรบกบฏและครอบครัว ออกจากพื้นที่ฝั่งตัวออกในวันพุธ แต่การอพยพไม่เกิดขึ้น เนื่องจากข้อตกลงล่มเสียก่อนเพราะเกิดการยิงต่อสู้อย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในวันพฤหัสบดีมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้ง โดย ฝ่ายกบฏออกมายืนยันว่า การหยุดยิงในเมืองอเลปโปรอบใหม่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 5:00น. ตามเวลาท้องถิ่น และมีการบรรลุข้อตกลงใหม่ด้วย


ขบวนรถบัสสีเขียวรอรับผู้คนที่ต้องการออกจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองอเลปโป

ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ในซีเรีย ระบุว่า จะมีนักรบกบฏและครอบครัวราว 4,000 คน ได้อพยพออกจากเขตในฝั่งตะวันออกของเมืองอเลปโปในวันพฤหัสบดี โดยมีการเตรียมพร้อมขั้นตอนสำหรับการอพยพพวกเขาหมดแล้ว ขณะที่ศูนย์เพื่อการปรองดองฝ่ายต่อต้านในซีเรีย ของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย มีแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ซีเรียรับประกันความปลอดภัยของสมาชิกกลุ่มติดอาวุธทุกคนที่ตัดสินใจออกจากเมือง

ด้านนาย โรเบิร์ต มาร์ดินี ผู้อำนวยการของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) ภูมิภาคตะวันออกกลาง กล่าวว่า ปฏิบัติการอพยพกำลังดำเนินอยู่ และทีมเจ้าหน้าที่ของพวกเขาปลอดภัยและกำลังทำทุกอย่างที่พวกเขาทำได้

 

ยังไง?! จนท.พบร่องรอยสารประกอบระเบิดบนศพเหยื่อบิน ‘อียิปต์แอร์’ ตกทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812552

 

เจ้าหน้าที่สืบสวนของอียิปต์เผย พบร่องรอยของสารประกอบวัตถุระเบิดในศพผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินโดยสาร เที่ยวบิน เอ็มเอส 804 ของ อียิปต์แอร์ ตกในทะเลจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 66 รายเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการบินพลเรือนของอียิปต์ เปิดเผยผลการสืบสวนของคณะกรรมการสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศยาน ในวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. ว่า พวกเขาค้นพบร่องรอยของสารประกอบวัตถุระเบิดในศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 เที่ยวบิน เอ็มเอส 804 ของสายการบิน อียิปต์แอร์ ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนระหว่างเดินทางจากกรุงปารีส ฝรั่งเศส ไปยังกรุงไคโร เมื่อ 19 พ.ค. ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตยกลำ 66 คน และยังไม่ทราบสาเหตุการตกที่แน่ชัด

แถลงการณ์ของกระทรวงการบินพลเรือนอียิปต์ระบุด้วยว่า หลังจากนี้จะมีการสืบสวนการตกของ เอ็มเอส 804 ลำนี้ในฐานะคดีอาชญากรรม และอัยการรัฐจะเข้ามารับช่วงต่อการสืบสวน หากคณะกรรมการฯ พบอย่างชัดเจนว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนี้


ภาพข้าวของส่วนตัวของผู้โดยสารและเศษซากจากเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน เอ็มเอส 804 ที่ตกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อเดือนพ.ค.

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนของประเทศฝรั่งเศสเคยออกมาระบุว่า พวกเขาพบร่องรอยของสารประกอบระเบิดทีเอ็นที ที่ซากเครื่องบิน แต่ถูกขัดขวางไม่ให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของอียิปต์ในตอนนั้น ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าว

ถึงแม้ว่าจะยังไม่ทราบสาเหตุการตกที่ชัดเจนของ เอ็มเอ 804 แต่เสียงจากอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบิน (ซีวีอาร์) ที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้มาได้ ทำให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับช่วงสุดท้ายก่อนที่เครื่องบินจะตก โดยเจ้าหน้าที่บนเครื่องมีการระบุถึงเหตุไฟไหม้บนเครื่องบิน ขณะที่ผลการวิเคราะห์อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน (เอฟดีอาร์) ก็บ่งชี้ว่า มีควันในห้องน้ำบนเครื่อง และห้องเครื่อง ส่วนซากเครื่องบินก็มีร่องรอยความเสียหายจากความร้อนสูงด้วย

ทางการอียิปต์ประกาศหลังเกิดเหตุไม่นานว่า สาเหตุการตกของเครื่องบินลำนี้อาจเป็นเพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง หรือโดยโจมตีก่อการร้าย

 

ฟอร์บส์ ยก ปูติน ทรงอิทธิพลมากที่สุดอันดับ 1 ของโลกปี 59 เหนือ ทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 18:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812366

 

ฟอร์บส์ ยกประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ทรงอิทธิพลมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกประจำปี 2559 เหนือโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ขณะที่อันดับ 3 ยกให้นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ผู้นำหญิงคนเก่งแห่งเยอรมนี

เมื่อ 15 ธ.ค.59 สื่อต่างประเทศรายงาน นิตยสารฟอร์บส์ ในสหรัฐฯ จัดอันดับบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกแห่งปี 2559 ยกให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของโลก เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เฉือนเอาชนะ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งกระโดดพรวดมาอยู่ที่อันดับ 2 ขึ้นมาจากอันดับ 72 เมื่อปีที่แล้ว โดยฟอร์บส์ยกเหตุผลที่เห็นว่าประธานาธิบดีปูติน คือบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของโลกในปีนี้ ในฐานะที่เป็นผู้นำรัสเซียที่สามารถทำให้รัสเซียเข้าไปมีอิทธิพลในซีเรีย ไปจนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ส่วนผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกประจำปี 59 ได้แก่ นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงคนเก่งของเยอรมนี ซึ่งยังนับเป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกด้วย ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส แห่งนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งมีผู้นับถือมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกครองอันดับ 5 ส่วน นางเธเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษ อยู่ในอันดับผู้มีอิทธิพลมากที่สุดเป็นอันดับ 13


ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินจับมือทักทายนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ระหว่างมาเยือนญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 วันตั้งแต่15 ธ.ค.

ทั้งนี้ ฟอร์บส์ ระบุว่า ขณะที่มีผู้คนเกือบ 7,400 ล้านคนบนโลก แต่ชายและหญิง 74 คนนี้คือผู้ทรงอิทธิพลที่ทำให้โลกเปลี่ยนไป โดยฟอร์บส์ได้จัดอันดับบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดประจำปี 2559 จำนวน 74 คน โดยคิดจากอัตราส่วน คนที่ทรงอิทธิพลหนึ่งคนต่อประชากรโลกทุกๆ 100 ล้านคน

 

ยาฮู รับโดนแฮกมโหฬาร! ผู้ลงทะเบียนใช้อีเมลกว่าพันล้านราย ถูกล้วงข้อมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 16:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812212

 

ผวาเลย…บริษัทยาฮู ยอมรับ มีผู้ลงทะเบียนใช้อีเมลยาฮู กว่า 1 พันล้านราย โดนแฮก เจาะข้อมูลครั้งใหญ่ในช่วงเดือนสิงหาคม 56 แต่ยัน ‘มือดี’ แฮกไปได้แค่ ชื่อ เบอร์โทร.พาสเวิร์ด อีเมล แอดเดรส เท่านั้น ไม่รวมข้อมูลด้านบัญชีธนาคาร

เมื่อ 15 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บริษัท ยาฮู (Yahoo) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ในสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เปิดเผยมีบัญชีผู้ใช้อีเมลของยาฮูกว่า 1,000 ล้านราย อาจโดน ‘แฮกเกอร์’ แฮก เจาะข้อมูลในช่วงเดือนสิงหาคม 2556 เพียงแต่ข้อมูลของบัญชีผู้ใช้ที่โดนแฮกนั้น เป็น ชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, พาสเวิร์ด (Password ) และอีเมล แอดเดรส (Email Address) แต่ไม่สามารถแฮกข้อมูลด้านบัญชีธนาคารและข้อมูลการชำระเงิน

‘บริษัทเชื่อว่า มี ‘บุคคลที่ 3’ เข้ามาแฮกขโมยข้อมูลของบัญชีผู้ใช้ยาฮูในช่วงเดือนสิงหาคม 2556 โดยขโมยข้อมูลของผู้ใช้ยาฮูกว่า 1 พันล้านราย’ บริษัทยาฮู ออกแถลงการณ์ พร้อมกับชี้ว่า การแฮกข้อมูลผู้ลงทะเบียนใช้อีเมลยาฮูกว่าพันล้านชื่อคราวนี้แตกต่างจากกรณีที่บริษัทเคยออกมายอมรับเมื่อ ก.ย.59 ว่า บริษัทยาฮูได้ถูกจารกรรมข้อมูลครั้งใหญ่ โดยเมื่อปี 2557 แฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าระบบเพื่อขโมยข้อมูลของผู้ลงทะเบียนใช้อีเมลของยาฮูนับ 500 ล้านราย พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้ใช้อีเมลยาฮูเปลี่ยนพาสเวิร์ด และคำถามเรื่องความปลอดภัยในการใช้อีเมลของยาฮู (ยาฮู เซ็ง!! โดนแฮกเกอร์ขโมยข้อมูลลูกค้า มหาศาล นับ 500 ล้านบัญชี)

ขณะที่ บีบีซีแจ้งว่า บริษัทยาฮู ซึ่งได้ถูกบริษัทเวอไรซอน ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ มาเทคโอเวอร์ ซื้อกิจการไปแล้วนั้น ระบุว่าตอนนี้ ทางบริษัทยาฮูกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ทางการและตำรวจในการสืบหา ‘แฮกเกอร์’ ที่เข้ามาเจาะระบบข้อมูลบัญชีผู้ใช้ยาฮู

 

ด.ช.มะกันโดนกองหิมะหนักนับ 7 ตัน ถล่มทับร่างทั้งเป็น ดับสลดที่นิวยอร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 13:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811992

 

(ภาพประกอบ :หิมะในนิวยอร์ก)

สุดเศร้า เด็กชายอเมริกัน 2 คนในนิวยอร์ก โดนกองหิมะขนาดยักษ์ ถล่มทับร่างทั้งเป็น ขณะทั้งคู่ชวนกันมาเล่นบริเวณกองหิมะอย่างสนุกสนาน คาดไม่ถึงจะเกิดภัยร้ายตามมา เป็นเหตุให้เด็กชายคนหนึ่งดับสลด ส่วนอีกคนรอดปาฏิหาริย์

เมื่อ 15 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์สุดสลด กับโจชัว ดีแมเรสต์ เด็กชายชาวอเมริกัน วัย 13 ขวบ ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ เมื่อต้องประสบอุบัติเหตุร้ายแรงขณะเด็กชายดีแมเรสต์กำลังเล่นอยู่บนกองหิมะขนาดใหญ่กับเพื่อน ชื่อไทเลอร์ เดย์ อย่างสนุกสนาน แต่แล้วไม่คาดฝัน กองหิมะที่คาดว่ามีน้ำหนักมากถึง 7 ตัน ได้เกิดพังถล่มลงมาทับเด็กชายดีแมเรสต์ทั้งเป็น จนทำให้เด็กชายเสียชีวิต ส่วนไทเลอร์ เดย์ เพื่อนของเขา รอดตายหวุดหวิด

บีบีซี แจ้งว่า พี่สาวของไทเลอร์ เดย์ ได้เป็นผู้โทรศัพท์แจ้งตำรวจว่าน้องชายได้หายไปอย่างผิดสังเกต หลังจากเห็นว่าน้องชายไม่ยอมกลับมาบ้านทั้งที่ถึงเวลา 17.00 น. แล้ว เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมสุนัขดมกลิ่นได้ออกติดตามหาเด็กชายดีแมเรสต์และไทเลอร์ เดย์ ก่อนจะพบว่าทั้งคู่โดนกองหิมะทับมานานหลายชั่วโมงแล้ว

ทีมกู้ภัยจากหน่วยดับเพลิง พยายามช่วยกันโกยหิมะออก จนสามารถนำร่างเด็กชายทั้งสองออกมาได้และรีบนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่โจชัว ดีแมเรสต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่มีอาการตอบสนองใดๆ แล้ว ก่อนที่แพทย์จะแจ้งว่าเด็กชายเสียชีวิตเมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 14 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนสาเหตุที่เด็กชายไทเลอร์ เดย์ รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์เป็นเพราะบริเวณที่หิมะทับลงมาใส่ร่างของเขานั้น ยังมีช่องว่างพอจะมีอากาศหายใจได้

 

ฮือฮา ประมูลเดือด ตราประทับโบราณล้ำค่าจักรพรรดิเฉียนหลง จบที่ 770 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 11:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811902

 

สำนักประมูลในปารีส แทบลุกเป็นไฟ แย่งประมูลกันดุเดือด ตราประทับโบราณของจักรพรรดิเฉียนหลง ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 18 ก่อนจะยุติด้วยราคาแพงระยับถึง 21 ล้านยูโร หรือประมาณ 777 ล้านบาท สูงกว่าที่คาดการณ์กันไว้ถึง 20 เท่า

เมื่อ 15 ธ.ค.59 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน อ้างการเปิดเผยของสำนักประมูล โดรอูต์ ในกรุงปารีส นครหลวงของฝรั่งเศส ถึงการประมูลตราประทับโบราณของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิงของจีน ในยุคศตวรรษที่ 18 ซึ่งได้ตกเป็นของนักสะสมโบราณวัตถุชาวจีนคนหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ได้สร้างความฮือฮาอย่างมาก เพราะมีผู้ประมูลซื้อไปด้วยสนนราคาแพงมหาศาลสูงถึง 21 ล้านยูโร หรือประมาณ 777 ล้านบาท ในระหว่างนำมาออกประมูลเมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา และมีบรรดานักประมูลพยายามจะแย่งประมูลเป็นเจ้าของกันอย่างดุเดือด

สำนักประมูลโดรอูต์ เผยว่า ตราประทับล้ำค่าอันนี้ มีขนาดประมาณเท่าฝ่ามือ สร้างขึ้นจากแร่สตีไทต์สีแดงและขาว และเป็นตราประทับอันหนึ่งในจำนวนกว่าหนึ่งพันอันของจักรพรรดิเฉียนหลง แห่งราชวงศ์ชิง ซึ่งทรงเป็นหนึ่งในจักรพรรดิจีนที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุด  โดยการที่มีผู้ประมูลซื้อไปด้วยราคาแพงถึง 21 ล้านยูโร ถือว่าสูงกว่าราคาที่คาดการณ์กันไว้ถึง 20 เท่า และก่อนหน้านี้ในปี 2554 ตราประทับของจักพรรดิจีนอันหนึ่งได้มีการนำออกประมูล และมีผู้ซื้อไปในราคา 14 ล้านยูโร

ทั้งนี้ จักรพรรดิเฉียนหลงทรงขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2278ขณะพระชนมายุได้เพียง 25 พรรษา และได้ทรงสร้างความเจริญมากมายให้แก่ประเทศจีน ระหว่างการทรงครองราชย์ยาวนานถึง 60 ปี 124 วัน จนนับเป็นหนึ่งในจักรพรรดิของจีนที่ครองราชสมบัตินานที่สุดเลยทีเดียว โดยสำนักประมูลโดรอูต์ ยังเปิดเผยว่า ตราประทับของจักรพรรดิเฉียนหลงมีมากกว่า 1,800 อัน และปรากฏว่าได้สูญหายไปถึง 700 อัน และตราประทับอีกประมาณกว่า 1,000 อัน ได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังจีนในกรุงปักกิ่ง.

 

ภาพดาวเทียมชี้ จีนติดตั้งระบบอาวุธบนเกาะเทียมในทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811697

 

ภาพถ่ายดาวเทียมแนวปะการัง ซูบี

คณะวิจัยในสหรัฐฯ วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด พบว่า จีนสร้างระบบอาวุธต่างๆ ไว้บนเกาะเทียมที่พวกเขาถมขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นดินแดนพิพาทกับหลายประเทศ…

สำนักข่วต่างประเทศรายงานว่า คณะวิจัยในสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยในวันพุธ (14 ธ.ค.) ว่า ผลการวิเคราะห์รูปถ่ายดาวเทียมรูปใหม่ ปรากฏว่าจีนได้ติดตั้งระบบอาวุธต่างๆ รวมทั้ง ระบบต่อต้านอากาศยาน และระบบต่อต้านขีปนาวุธ บนเกาะเทียม 7 แห่งที่พวกเขาสร้างขึ้นในทะเลจีนใต้แล้ว


ภาพถ่ายดาวเทียมแนวปะการัง เกฟเวน

ทีมตรวจสอบความโปรงใสในน่านน้ำเอเชีย (AMTI) ที่ศูนย์เพื่อการศีกษาระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์ (CSIS) กลุ่มคณะวิจัยในสหรัฐฯ ระบุว่า AMTI ระบุว่า พวกเขาได้ติดตามการก่อสร้างโครงสร้างทรง 6 เหลี่ยม บนแนวปะการัง ไฟเออรี ครอส, มิสชีฟ และซูบี ในเขตหมู่เกาะสแปรตลีย์ตั้งแต่เดือนมิ.ย.และก.ค. โดยจีนได้สร้างทางวิ่งของเครื่องบินไว้เรียบร้อยแล้ว “ตอนนี้ดูเหมือนว่า สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ซึ่งก็คือวิวัฒนาการของป้อมปราการที่มีระบบป้องกันเป็นจุด ถูกสร้างขึ้นบนแนวปะการัง เกฟเวน, ฮิวจ์ส, จอห์นสัน และ ควอเทอรอน เรียบร้อยแล้ว”

“และโมเดลนี้กำลังเข้าสู้วิวัฒนาการอีกขั้นที่ฐานซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามากบนแนวปะการัง ไฟเออรี ครอส, ซูบี, และมิสชีฟ” AMTI ระบุ โดยอ้างข้อมูลจากรูปถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายเมื่อเดือนพ.ย.


ภาพถ่ายดาวเทียมแนวปะการัง ไฟเออรี ครอส

ทั้งนี้ AMTI ชี้ว่า รูปถ่ายดาวเทียมของแนวปะการังฮิวจ์ส และเกฟเวน แสดงให้เห็นสิ่งที่ปรากฏว่าเป็นปืนต่อสู้อากาศยาน และมีสิ่งที่คล้ายกับระบบป้องกันระยะประชิด หรือ CIWS เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยจรวดร่อน ขณะที่รูปถ่ายของแนวปะการัง ไฟเออรี ครอส ปรากฏภาพหอคอยที่ดูเหมือนว่าจะมีเรดาร์ล็อกเป้าหมาย และอาจมีระบบป้องกันอื่นๆ เหมือนเกาะที่เล็กกว่าด้วย


ภาพถ่ายดาวเทียมแนวปะการัง จอห์นสัน

ด้านนายเกรก โพลิง ผู้อำนวบการของ AMTI กล่าวว่า พวกเขาใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะรู้ว่าสิ่งปลูกสร้างที่ปรากฏในรูปคืออะไร และนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขามีความมั่นใจที่จะพูดว่า พวกมันคือ ปืนต่อสู้อากาศยานและปืน CIWS

อนึ่ง การค้นพบนี้มีขึ้นแม้ว่าผู้นำของจีนจะเคยมีแถลงการณ์ว่า พวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะจัดกำลังทหารบนเกาะเทียมเหล่านี้ ในทะเลจีนใต้อันเป็นเส้นทางการค้าสำคัญ ซึ่งหลายประเทศอ้างสิทธิ์ครอบครอง


ภาพถ่ายดาวเทียมแนวปะการัง ฮิวจ์ส

 

มาเลย์เชื่อมต่อสิงคโปร์สร้างรถไฟความเร็วสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811587

 

เมื่อ 13 ธ.ค.มาเลเซียและสิงคโปร์ลงนามข้อตกลงสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสิงคโปร์กับกรุงกัวลาลัมเปอร์ระยะทาง 350 กม. ซึ่งแต่ละฝ่ายจะรับผิดชอบก่อสร้างและบริหารสถานีที่อยู่ในดินแดนของตน พิธีลงนามมีขึ้นที่เมืองศูนย์ราชการปุตราจายาของมาเลเซีย โดยมีนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซียและนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

คาดว่าการก่อสร้างจะเริ่มได้ในปี 2561 หรือ 1 ปีหลังการเปิดประมูลหาผู้รับเหมา โดยมีบริษัทจากหลายประเทศแสดงความสนใจ รวมทั้งบริษัทจีนที่มีภาษีดีกว่าบริษัทอื่นๆ เพราะจีนได้ลงทุนโครงการใหญ่ๆในมาเลเซียอยู่แล้ว รวมทั้งโครงการสร้างรถไฟสายฝั่งตะวันออกมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ หากสร้างเสร็จตามที่คาดไว้ในปี 2569 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า จะย่นเวลาเดินทางเชื่อมถึงกัน เหลือ 90 นาที จากเดิมที่ต้องนั่งรถยนต์เดินทางไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง แม้ไม่มีระบุมูลค่าก่อสร้าง แต่นายนาจิบระบุว่าตนไม่เห็นว่าจะมีปัญหาการเงินในอนาคต.

 

ทรัมป์ป้องว่าท่ีรมว.ตปท.-รัสเซียโดดอุ้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811586

 

เมื่อ 14 ธ.ค.นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ ออกมาปกป้องนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน วัย 64 ปี ซีอีโอของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ “เอ็กซ์ซอลโมบิล” ที่เขาเลือกเป็น รมว.ต่างประเทศ แต่ถูกหลายฝ่ายต่อต้านเพราะมีความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย โดยชื่นชมเป็นนักการทูตผู้ยิ่งใหญ่และเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และเก่งกาจที่สุดในยุคของพวกเรา เป็นคนที่มีความชาญฉลาดและมีพรสวรรค์ที่จำเป็นต่อการเข้ามาปรับทิศทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯใหม่หลังจากมีแต่ความผิดพลาดและก่อหายนะมาหลายปี

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงชื่นชมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้นำปูตินและนายทิลเลอร์สันว่าไม่ใช่แค่ปูตินแต่มีเจ้าหน้าที่รัสเซียจำนวนมากที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับนายทิลเลอร์สันซึ่งเป็นคนไว้ใจได้และเป็นมืออาชีพ

ขณะที่โฆษกกรรมาธิการวิเทศน์สัมพันธ์วุฒิสภาสหรัฐฯเผยว่า คณะกรรมาธิการมีแผนจะเปิดไต่สวนกรณีข้อกล่าวหารัสเซียเจาะระบบล้วงข้อมูลเพื่อแทรกแซงการเมืองสหรัฐฯทันทีที่เหล่า ส.ว.กลับจากพักผ่อนปลายปีหรือภายในสัปดาห์แรกของเดือน ม.ค.ปีหน้า

ขณะเดียวกัน ตำรวจจับวัยรุ่นอายุ 19 ปี ฐานพยายามเข้าไปที่ตึกทรัมป์ทาวเวอร์ สำนักงานและที่พำนักรวมทั้งที่ทำงานวางแผนส่งผ่านอำนาจของนายทรัมป์ในย่านฟิฟธ์อเวนิว เขตแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์กโดยพกมีด ขันชะเนาะและดอกไม้ไฟไปด้วย แต่ไม่แน่ชัดว่าขณะนั้นนายทรัมป์อยู่ที่ตึกทรัมป์ทาวเวอร์หรือไม่.

 

เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ชี้ศก.มะกันเข้มแข็งขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 03:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811577

 

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีก 0.25% ตามความคาดหมาย โดยเป็นการขึ้นดอกเบี้ยฯ ครั้งที่ 2 ในรอบทศวรรษ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีก 0.25% ไปอยู่ที่ระดับ 0.5% ถึง 0.75% เป็นไปตามความคาดหมายของหลายฝ่าย ที่เชื่อว่าเฟดจะตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานครั้งที่ 2 ในรอบทศวรรษในเดือนธ.ค.

เฟดให้เหตุผลเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตปานกลางอย่างต่อเนื่อง และมีการเติบโตในตลาดแรงงานมากขึ้น และถึงแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% แต่เฟดคาดว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นที่ละเล็กละน้อยในช่วงเวลาระยะปานกลาง (medium term)

เฟดระบุด้วยว่า หลังจากนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ สถานภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะพัฒนาขึ้นในลักษณะที่จะต้องการการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น