เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าต่อเนื่อง สูงสุดในรอบ 14 ปี หลังทรัมป์ชนะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 18:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/813462

 

ชาวอเมริกันอู้ฟู่ขึ้นทันตา… เงินสกุลดอลลาร์ แข็งค่าต่อเนื่อง สูงสุดในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐฯ สวนทางกับเงินยูโรที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องเช่นกัน คาด เงิน 1 ดอลลาร์ จะมีค่าเท่ากับ 1 ยูโรในเร็วๆ นี้

เมื่อ 16 ธ.ค. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน เงินสกุลดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา สวนทางกับค่าเงินสกุลยูโรที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จนทำให้คาดว่าในเร็ววันนี้ เราจะได้เห็น เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีค่าเท่ากับเงิน 1 ยูโร

ซีเอ็นเอ็น ระบุ ค่าเงินสกุลดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาถึง 9% นับตั้งแต่วันเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ผ่านมา จนนับเป็นการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่สูงที่สุดในรอบ 14 ปี หรือตั้งแต่ปี 2545 เลยทีเดียว ซึ่งนั่นหมายถึงตอนนี้ เงิน 1 ดอลลาร์มีค่าเท่ากับ 0.96 ยูโร


นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ

จากเศรษฐกิจที่ดีและมีเสถียรภาพมากขึ้นของสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศเมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค. ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ทำให้มีอัตราดอกเบี้ยอยู่กรอบระหว่าง 0.50-0.75% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของเฟดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

 

จีนขู่ฟ่อ ใช้‘กระสุนจริง’ ครั้งแรก ซ้อมรบเต็มรูปแบบ ที่ทะเลป๋อไห่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/813412

 

จีนเข้ม…ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง และฝูงเครื่องบินรบนับ 10 ลำ ร่วมซ้อมรบแสดงแสนยานุภาพทางทหารเต็มรูปแบบ ใช้กระสุนจริง ขีปนาวุธจริงเป็นครั้งแรกในทะเลป๋อไห่

เมื่อ 16 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีนว่า กองทัพจีนมีการใช้กระสุนจริงเป็นครั้งแรกในปฏิบัติการซ้อมรบบริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลป๋อไห่ ติดกับน่านน้ำเกาหลี  โดยเรือบรรทุกเครื่องบิน ‘เหลียวหนิง’ และฝูงเครื่องบินรบอีก 10 ลำ ซึ่งเข้าร่วมในปฏิบัติการโจมตีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการโจมตีจากอากาศสู่อากาศ, จากทะเลสู่อากาศ และจากอากาศสู่ทะเล ได้มีการยิงด้วยขีปนาวุธนำวิถีเป็นครั้งแรก

จากการเปิดเผยของสถานีโทรทัศน์ CCTV ยังระบุด้วยว่า นับเป็นครั้งแรกที่เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงและฝูงเครื่องบินรบ เสิ่นหยาง เจ-15 (Shenyang J-15 ) ซ้อมรบด้วยการใช้กระสุนจริง


เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีน

รอยเตอร์ชี้ว่า ถึงแม้เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีนเคยร่วมในปฏิบัติการซ้อมรบทางทหาร รวมทั้งการซ้อมรบในทะเลจีนใต้มาก่อนก็ตาม แต่กองทัพจีนได้ห่างหายจากการซ้อมรบเต็มรูปแบบเหมือนกับที่กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติมาหลายปีแล้ว โดยการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงครั้งแรกของจีนครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากเกิดความตึงเครียดรอบใหม่ จากการที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน จนสร้างความไม่พอใจให้กับทางจีน


ขณะเดียวกัน การเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ กำลังสร้างความวิตกกังวลให้แก่ประเทศต่างๆ ที่เกิดกรณีพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะในทะเลจีนใต้กับจีน รวมทั้งสหรัฐฯ มากขึ้น นอกจากนั้น เมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค. สหรัฐฯ ยังระบุว่า กองทัพจีนได้มีการติดตั้งระบบป้องกันอากาศยาน และระบบป้องกันขีปนาวุธบนเกาะเทียม ที่จีนถมทะเลสร้างเกาะในทะเลจีนใต้อีกด้วย

 

ดูเตร์เตปราบแก๊งค้ายาโคตรดุ ส่องดับเกือบ 6พันศพ ด.ช.6ขวบตายพร้อมพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 15:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/813277

 

เผย สงครามปราบเครือข่ายแก๊งค้ายาเสพติดในฟิลิปปินส์ยุคปธน.ดูเตร์เต ดุมาก โดนยิงปลิดชีพไปแล้วกว่า 5,900 ศพ หลังรับตำแหน่งผู้นำแดนตากาล็อกไม่ถึง 6 เดือน ล่าสุด มีเด็กชายเคราะห์ร้ายวัยเพียง 6 ขวบ ต้องมาถูกมือปืนยิงตายพร้อมพ่อ

เมื่อ 16 ธ.ค.59 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน สงครามปราบปรามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ได้ปลิดชีพบรรดาผู้เกี่ยวข้องและผู้ต้องสงสัยเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดไปแล้วนับ 5,927 ราย จนถึงเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา หรือเพียงแค่ระยะเวลา 5 เดือนกว่า หลังจากดูเตร์เตสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์เมื่อ 30 มิ.ย.2559

ซีเอ็นเอ็น เผยว่า มีเด็กชายชาวฟิลิปปินส์ในกรุงมะนิลา อายุ 6 ขวบ กลายเป็นเหยื่อล่าสุด ที่ต้องมาจบชีวิตในสงครามปราบยาเสพติดของประธานาธิบดีดูเตร์เต โดยแม่ของเด็กชายเคราะห์ร้ายคนนี้เปิดเผยว่า มีคนมาเคาะประตู และเมื่อนายโดมิงโก มานอสซา ผู้เป็นสามีของเธอถามกลับไปว่า นั่นใคร? จากนั้น เธอก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ก่อนจะพบว่าสามีของเธอ และฟรานซิส ลูกชายวัย 6 ขวบที่นอนอยู่กับพ่อ ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ขณะที่กลุ่มมือปืนได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ


ทั้งนี้ ก่อนจะเกิดเหตุยิงปลิดชีพสะเทือนขวัญล่าสุดนี้ ประธานาธิบดีดูเตร์เต ได้เอ่ยปากยอมรับเมื่อวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า ตัวเขาเองตอนดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาก็เคยยิงสังหารบรรดาคนต้องสงสัยอยู่ในเครือข่ายค้ายาเสพติดด้วย ขณะที่ซีเอ็นเอ็นเผยว่าในจำนวนผู้ต้องสงสัยเครือข่ายค้ายาเสพติดที่โดนยิงปลิดชีพไปถึง 5,927 รายนั้น 2,086 รายถูกตำรวจวิสามัญ ยิงเสียชีวิต ส่วนอีก 3,841 รายโดนยิงด้วยวิธีแบบตั้งศาลเตี้ย ปลิดชีพผู้คาดว่ากระทำผิดโดยไม่ต้องนำขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม

 

ทำเนียบขาวซัด ปูติน บงการแฮกข้อมูล แทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ ช่วยทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 11:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/813046

 

ทำเนียบขาว เปิดหน้าชก จวกประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เกี่ยวข้องโดยตรงต่อการโจมตีโลกไซเบอร์ สั่งการให้หน่วยข่าวกรองรัสเซีย เข้ามาแฮกข้อมูล แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อช่วยทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

เมื่อ 16 ธ.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ทำเนียบขาวออกโรงชี้ชัดประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เกี่ยวข้องโดยตรงต่อปฏิบัติการโจมตีนโลกไซเบอร์ ด้วยการสั่งให้หน่วยข่าวกรองของรัสเซียเข้ามาแฮกข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ผ่านมา และเปลี่ยนบทบาทจากการ ‘ดิสเครดิต’ ทำลายชื่อเสียงของประชาธิปไตยในสหรัฐฯ ไปเป็นความพยายามช่วยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯชนะเลือกตั้ง

ด้านบีบีซี รายงานว่า นายเบน โรเดส ที่ปรึกษาประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ เป็นผู้ออกมากล่าวเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่าประธานาธิบดีปูตินเกี่ยวข้องในการแฮก ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพราะปูตินควบคุมและรับผิดชอบต่อปฏิบัติการทุกอย่างของรัฐบาลรัสเซีย


โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินสายขอบคุณผู้สนับสนุน หลังชนะเลือกตั้ง

ขณะที่ รอยเตอร์ยังระบุว่า การที่ หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯสรุปว่า รัสเซียพยายามจะเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยการแฮกข้อมูลของบุคคลและสถาบันต่างๆ ในสหรัฐฯ รวมทั้ง องค์กรภายในพรรคเดโมแครตนั้น ได้สร้างความโกรธเกรี้ยวแก่ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯที่พูดมาตลอดว่า เขาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ด้วยความโปร่งใสยุติธรรม ขณะที่เจ้าหน้าที่รัสเซียก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ที่ชี้ว่ารัสเซียเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เช่นกัน

 

‘ปูติน’แชมป์อีก ทรงอิทธิพล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ธ.ค. 2559 08:07

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812872

 

ฟอร์บส์ยกทรัมป์ที่2 แมร์เคิล3-สีจนผิง4

“นิตยสารฟอร์บส์” จัดอันดับผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกปี 2559 ยก “วลาดิเมียร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย ผู้ทรงอิทธิพลตัวจริง ติดอันดับ 1 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ด้วยเหตุผลเป็นผู้ขยายอำนาจรัสเซียไปเกือบทั้งโลก แม้แต่การเลือกตั้งสหรัฐฯครั้งล่าสุดยังโดนโยงไปเอี่ยว ขณะที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ขึ้นพรวดจากอันดับที่ 70 เมื่อปีกลาย มาอยู่อันดับ 2 ในปีนี้ เขี่ย “บารัค โอบามา” ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตผู้นำ ร่วงไปอยู่อันดับที่ 48 ขณะที่หญิงแกร่งแห่งเยอรมนี “แองเกลา แมร์เคิล” รั้งอันดับ 3 ตามด้วย ปธน.จีน “สี จิ้นผิง” “โป๊ปฟรานซิสแห่งวาติกัน” อยู่อันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.เว็บไซต์ของ “ฟอร์บส์” นิตยสารสายธุรกิจการเงินชื่อดังของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานอันดับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกประจำปี 2559 จำนวน 74 คน โดยพิจารณาการจัดอันดับบุคคลในหลากหลายวงการรวมทั้งผู้นำประเทศและผู้นำธุรกิจทั่วโลก ประเมินขอบข่ายอิทธิพลหรือการใช้อิทธิพลของบุคคลนั้นๆ ที่ส่งผลต่อคนจำนวนมากเช่นเดียวกับมูลค่าหรือปริมาณทรัพย์สินที่ครอบครอง ซึ่งปีนี้ฟอร์บส์ยกให้ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก และ เป็นการครองอันดับผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

ฟอร์บส์ระบุถึงเหตุผลที่เลือกผู้นำรัสเซีย วัย 64 ปี เป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ประจำปี 2559 เพราะเป็นผู้นำที่แผ่ขยายอำนาจอิทธิพลของรัสเซียไปในเกือบทุกมุมของโลก ตั้งแต่ในรัสเซียบ้านเกิดไปจนถึงสงครามกลางเมืองซีเรียและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้อยู่เหนือขอบเขตบรรทัดฐานสากล และยังขยายอิทธิพลมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าอยากได้อะไรก็ได้ดังหวัง

ส่วนผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ลำดับที่ 2 ฟอร์บส์ยกให้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าบ้าบิ่น และว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ วัย 70 ปี แม้การจัดอันดับของฟอร์บส์ปีที่แล้ว ทรัมป์ยังอยู่ในกลุ่มท้ายๆ คือลำดับที่ 72 โดยเหตุผลที่ ทรัมป์ ผงาดขึ้นมาอยู่เกือบหัวตาราง ฟอร์บส์เผยว่า เพราะเป็นคนมีภูมิคุ้มกันจากเรื่องอื้อฉาวต่างๆนานาแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ขณะเดียวกัน ทรัมป์ ได้แรงสนับสนุนอย่างดีจากสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา อีกทั้งยังเป็นมหาเศรษฐีมีทรัพย์สินส่วนตัวเป็นหลักพันล้านดอลลาร์

ผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก อันดับ 3 ได้แก่ นายกรัฐมนตรีหญิงแกร่ง แองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี วัย 62 ปี ผู้กุมบังเหียนปกครองเยอรมนี ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายใหญ่ฝั่งยุโรปมากว่า 11 ปี และเพิ่งประกาศจะลงสมัครเลือกตั้งต่อในปีหน้าด้วย ส่วนอันดับ 4 และ 5 เป็นของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน วัย 63 ปี และสมเด็จพระสันตะปาปา “โป๊ป” ฟรานซิส พระประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก พระชนมายุ 79 พรรษา ตามลำดับ

อันดับ 6 คือ นางเจเนต เยลเลน วัย 70 ปี ประธานธนาคารกลางของสหรัฐฯ (เฟด) อันดับ 7 ได้แก่ นายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ วัย 61 ปี และอันดับ 8 ได้แก่ นายแลร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บสืบค้นข้อมูลชื่อดัง “กูเกิ้ล” ปัจจุบันคุมบริษัทอัลฟาเบต ที่แยกการบริหารอิสระจากกูเกิ้ล

สำหรับอันดับอื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ นายหลี่ เค่อเฉียง วัย 61 ปี นายกรัฐมนตรีของจีน ติดอันดับ 12 นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 86 ปี มหาเศรษฐี เจ้าพ่อวงการตลาดทุน เจ้าของบริษัทเบิร์กไชร์ ฮาธะเวย์ ติดอันดับ 15 นายแจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีน วัย 52 ปี ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซชื่อดัง อาลีบาบา ติดอันดับ 28 นายอันโตนีโอ กูเตียร์เรส วัย 67 ปี เลขาธิการคนใหม่ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ติดอันดับ 36 และนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ วัย 33 ปี ติดอันดับที่ 43

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา วัย 55 ปี ที่กำลังจะหมดวาระในเดือน ม.ค.ปีหน้า ซึ่งเมื่อปีที่แล้วติดอันดับ 2 ของตาราง มาปีนี้หล่นไปอยู่ที่ 48 ขณะที่นายโรดริโก ดูเตร์เต วัย 71 ปี ผู้นำจอมโวของฟิลิปปินส์ ผู้เคยด่ากราดมาแล้วทั้งยูเอ็นและนายโอบามา โทษฐานที่วิจารณ์การทำสงครามปราบยาเสพติดที่เขาชูเป็นนโยบายหาเสียงจนชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ติดอันดับ 70

 

รุมจวก รมต.ชิลีดี๊ด๊าตุ๊กตายาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ธ.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812696

 

เมื่อ 14 ธ.ค. นายหลุยส์ เฟลิเป เคสเปเดส รมว.กระทรวงเศรษฐกิจของประเทศชิลีต้องออกมาขอโทษหลังถูกผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กรณีแสดงอาการดีใจอย่างออกหน้าออกตาหลังนายโรเบอร์โต ฟานทุซซี ประธานสมาคมผู้ผลิตและส่งออก (Asexma) มอบตุ๊กตายางที่มีป้ายเขียนคำว่ากระตุ้นเศรษฐกิจปิดที่ปาก เป็นของขวัญคริสต์มาสให้ในงานเลี้ยงอาคารค่ำของสมาคมฯเมื่อ 2 คืนก่อน นัยว่าเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เขาเร่งทำงานเพื่อหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยนายเคสเปเดสเผยว่ารู้สึกประหลาดใจมากเลยแสดงอาการดีใจเกินเหตุ

ก่อนหน้านี้ เคสเปเดสถูกชาวชิลีรวมทั้งในโลกโซเชียลวิจารณ์ว่าทำตัวไม่เหมาะสมและเป็นการหมิ่นเกียรติผู้หญิง โดยในผู้ที่ออกมาวิจารณ์เขารวมทั้งประธานาธิบดีมิเชล บาเชเล็ต ผู้นำหญิงของชิลี ที่ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงอาหารค่ำของอาร์เซกซ์มา ถือว่ายอมรับไม่ได้เพราะหนึ่งในภารกิจหลักบริหารประเทศที่เธอได้ครองอำนาจมาสองสมัย คือการผลักดันให้เคารพผู้หญิง ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี เรียกการมอบตุ๊กตายางให้นายเคสเปเดส เป็นการกีดกันทางเพศและไม่ให้เกียรติผู้หญิง เพราะมองว่าเศรษฐกิจก็เหมือนผู้หญิงที่ต้องมีการกระตุ้น.

 

ญี่ปุ่นผ่านก.ม.กาสิโนเสรี-ชี้ฟันกำไรอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812691

 

เมื่อ 15 ธ.ค.สภาผู้แทนฯของญี่ปุ่น ลงมติอนุมัติกฎหมาย “รีสอร์ตบูรณาการ” (integrated resort) สถานบันเทิงครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์) ทั้งโรงแรมหรูและอื่นๆ รวมทั้งบ่อนพนันกาสิโน ที่จะเป็นครั้งแรกที่จะเปิดได้ในญี่ปุ่นหลังมีการถกเถียงมานานหลายปีและร่าง ก.ม.เพิ่งผ่านวุฒิสภา และนับเป็นความหวังใหม่ของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ก่อน ก.ม.ฉบับนี้ผ่านอนุมัติทั้งสองสภา เหล่ามหาเศรษฐีวงการบ่อนกาสิโนชาวอเมริกัน เช่น เชลดอน อาเดลซัน ซีอีโอบริษัทเวกัส แซนด์ส จำกัด และสตีฟ วีนน์ แห่งวีนน์ รีสอร์ต หรือไม่ก็ผู้แทนคนวงการกาสิโนในสหรัฐฯต่างเดินทางมาญี่ปุ่นหลายครั้งเพื่อล็อบบี้ให้ ก.ม.ผ่าน ขณะที่สมาคมการพนันแห่งอเมริกันก็ช่วยทำงานให้ข้อมูลกับ ส.ส.ญี่ปุ่นในเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ดี บ่อนกาสิโนไม่น่าจะเกิดขึ้นในญี่ปุ่นได้ทันที อาจทิ้งช่วงไม่ต่ำกว่า 6 ปี เพราะยังมีรายละเอียดและกฎระเบียบที่ต้องกำหนดขึ้นมาตรวจสอบควบคุมให้ชัดเจน

สถาบันวิจัยไดวะประเมินว่าแค่ญี่ปุ่นมีกาสิโน 3 แห่งก็จะกำไรได้ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 350,000 ล้านบาท) ต่อปี แต่ต้องแตกต่างจากเอนเตอร์เทนเมนต์ฯ คู่แข่งอื่นๆทั้งในสิงคโปร์ มาเก๊า ฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้.

 

ฝ่ามรสุมรัก เจ้าชายแฮร์รี่ ควงมาร์เคิล สวีตหวานฉ่ำ มีภาพคู่กันครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812286

 

หน้าหนาวปีนี้ ผู้ได้ไออุ่น‘ความหวาน’ของความรักมาอบอุ่นหัวใจจนคลายหนาว คงย่อมมี เจ้าชายแฮร์รี่ แห่งอังกฤษ ขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วโลก และแฟนสาวคนสวยของพระองค์ ‘มีแกน มาร์เคิล’ ที่ ‘ต้นรัก’ กำลังเติบโตงดงาม รวมอยู่ด้วยแน่นอน

ขณะเดียวกัน ความรักครั้งใหม่ระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ รัชทายาทแห่งราชวงศ์อังกฤษลำดับที่ 5 ในฐานะทรงเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 กับ มาร์เคิล ดาราสาวอเมริกันคนดัง วัย 35 ปี เพิ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ หลังจากสื่ออังกฤษได้เริ่มระแคะระคาย และนำมารายงานเมื่อตุลาคมที่ผ่านมาว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ได้ทรงออกเดทแบบลับๆ กับมาร์เคิล มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ขณะที่บรรดาคนใกล้ชิดของพระองค์นั้นทราบกันดีว่า ช่วงนี้ เจ้าชายแฮร์รี่ทรงมีความสุขมาก….

*จุดเริ่มต้นความรัก..เจอกันครั้งแรกที่แคนาดา

เดลี่ สตาร์ สื่อแดนผู้ดี ได้เปิดเผยความรักครั้งใหม่ของเจ้าชายแฮร์รี่ พระชันษา 32 พรรษาว่า ได้ทรงพบกับ มาร์เคิล นางเอกทีวีซีรีส์เรื่องดัง ‘Suits’ ที่นครโตรอนโต ประเทศแคนาดา ขณะพระองค์ได้เสด็จไปเพื่อทรงประชาสัมพันธ์การแข่งขัน ‘Invitus Games’ กีฬาของทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนพิการทุพพลภาพจากสงคราม ส่วน มาร์เคิล ซึ่งพำนักอยู่ในนครลอสแอนเจลิส ได้เดินทางมานครโตรอนโตเพื่อถ่ายซีรีส์ เรื่อง Suits พอดี


* ฤาจะเป็นบุพเพสันนิวาส ปิ๊งทันที..‘เคมี’ตรงกัน

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเจ้าชายแฮร์รี่ แย้มให้นักข่าวเดลี่ สตาร์ฟังว่า เจ้าชายแฮร์รี่และมาร์เคิล ต่างมีความสุขที่ได้พบเจอเห็นหน้ากันและกัน และดูเหมือนทั้งคู่จะมี ‘เคมี’ ที่เข้ากันได้ดีอีกด้วย โดยถึงแม้เจ้าชายแฮร์รี่จะทรงเคยคบหามีแฟนมาแล้วหลายคน แต่พระองค์ไม่เคยทรงคบผู้หญิงคนไหนเป็นแฟนแบบจริงจังเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

* เจ้าชายแฮร์รี่สลัดภาพเพลย์บอย ทุ่มเททำงานช่วยเหลือสังคม

เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงครองโสดมาได้ 2-3 ปีแล้ว หลังทรงเลิกรากับ เครสซิด้า โบนาส แฟนสาวไฮโซชั้นสูง ซึ่งเป็นทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่ของอังกฤษ โดยบรรดาผู้คนที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าชายแฮร์รี่ ต่างชื่นชมพระองค์มากยิ่งขึ้นที่ได้ทรงสลัดภาพหนุ่มเพลย์บอยเจ้าสำราญ จนภาพเหล่านั้นได้เลือนหายไป และเปลี่ยนเป็นภาพของเจ้าชายสุดเท่ ที่ทรงหันมาทุ่มเทพระภารกิจในเรื่องการสร้างคุณประโยชน์เพื่อสังคม ช่วยเหลือเด็กๆ และผู้คนในประเทศยากจน ตลอดจนการทรงงานร่วมกับมูลนิธิและองค์กรการกุศลต่างๆ โดยเฉพาะการทรงตั้งมูลนิธิ Sentibale ขึ้นมา เพื่อทรงมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ในทวีปแอฟริกา

นอกจากนั้น เจ้าชายแฮร์รี่ยังทรงงานในฐานะอาสาสมัคร โดยเคยเสด็จลงพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศเนปาล และได้ทรงช่วยก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้แก่เด็กๆ ในเนปาลด้วยพระองค์เอง อีกทั้ง ยังทรงประชาสัมพันธ์มหกรรมการแข่งขันกีฬาของทหารผ่านศึกทุพพลภาพ (Invitus Games) ระหว่างอังกฤษ แคนาดา และสหรัฐฯ จนทำให้พระองค์ได้เสด็จไปยังนครโตรอนโต ของแคนาดาเพื่อประชาสัมพันธ์งานนี้ และนำไปสู่การได้พบกับ มาร์เคิล ดาราสาวสวย ที่หลายคนกำลังลุ้น ว่าเธอจะได้เป็น ‘ซินเดอเรลล่า’ ในโลกของความจริงหรือไม่


ภาพจากอินสตาแกรมของมีแกน มาร์เคิล

*พบรัก มีแกน มาร์เคิล ดาราสาวใจบุญ ทำงานด้านมนุษยธรรม

ถึงแม้มาร์เคิล จะเคยผ่านชีวิตสมรสมาแล้วกับ เทรเวอร์ เอ็นเกลสัน โปรดิวเซอร์ ก่อนจะแยกทางกันไปเมื่อปี 2556 และถัดมาในปี 2557 มาร์เคิลยังเคยเป็นแฟนกับนักกอล์ฟชื่อดัง ‘รอรี่ย์ แม็คอิลรอย’ แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆ เพราะนอกเหนือจากมาร์เคิล จะเป็นสาวสวย เก่งแล้ว เธอยังเป็นที่รู้จักจากการทำงานด้านมนุษยธรรมอีกด้วย ซึ่งนี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เจ้าชายแฮร์รี่ทรงประทับใจเธอมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นแล้ว จากการเปิดเผยโดยบรรดาพระสหายคนสนิทของเจ้าชายแฮร์รี่ถึงเหตุผลที่เจ้าชายทรงสนพระทัยและชื่นชมมาร์เคิล เพราะทรงเห็นว่าเธอสามารถปรับตัวเข้ากับสมาชิกราชวงศ์อังกฤษได้เป็นอย่างดี


*‘มรสุมลูกแรก โหมกระหน่ำ’ โดนพี่สาวแท้ๆ จวกแหลก

แต่แล้ว ระหว่างที่ชาวอังกฤษและชาวโลกกำลังฮือฮากับความรักครั้งใหม่ของเจ้าชายแฮร์รี่ กับมาร์เคิลอยู่นั้น ไม่คาดคิดว่า นางซาแมนธา มาร์เคิล พี่สาวของดาราดัง จะออกมาเปิดฉากโจมตีน้องสาวแท้ๆ ของตนเองผ่าน ‘เดอะ ซัน’ แทบบลอยด์ชื่อดังในอังกฤษ ว่า มีแกน มาร์เคิล ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าหญิงมาตลอด แต่ที่สำคัญ คือความประพฤติของมีแกน น้องสาวของเธอนั้น ไม่เหมาะสมที่จะได้เป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ เพราะเป็นคนหลงตัวเองและเป็นคนเห็นแก่ตัว ซึ่งนางซาแมนธายังทิ้งท้ายว่า เธอคิดว่า ราชวงศ์อังกฤษคงรู้สึกตกใจที่ได้ยินเรื่องแบบนี้

* ตะลึง วังเคนซิงตันออกแถลงการณ์ ยัน เจ้าชายแฮร์รี่กำลังทรงคบหามาร์เคิล

ขณะที่ชาวโลกและ มีแกน มาร์เคิล กำลังอึ้งกับมรสุมลูกแรกที่ถาโถมเข้าใส่ความรักของเจ้าชายแฮร์รี่กับดาราดัง แต่แล้ว ต้องถือเป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อนจากพระราชวังอังกฤษ เพราะเมื่อวันที่ 8 พ.ย. วังเคนซิงตัน ได้มีแถลงการณ์ผ่านทางทวิตเตอร์ว่า เจ้าชายแฮร์รี่ทรงยืนยันว่ากำลังทรงคบหาดูใจกับ มีแกน มาร์เคิล พร้อมกับทรงไม่สบายพระทัยที่มาร์เคิลได้ถูกสื่อมวลชนล่วงละเมิดและตามรังควาน นับตั้งแต่ความสัมพันธ์ของเจ้าชายแฮร์รี่และมาร์เคิลเริ่มต้นขึ้น


* เจ้าชายแฮร์รี่ ขอร้องสื่อหยุด ‘ล้ำเส้น’ แฟนสาว

ในแถลงการณ์จากวังเคนซินตัน ระบุว่า เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเรียกร้องให้สื่อหยุดที่จะก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม และทรงไม่สบายพระทัยต่อกรณีมีการเหยียดเชื้อชาติและเพศบนสื่อสังคมออนไลน์ต่อมาร์เคิล ที่มีมารดาเป็นคนดำ และบิดาเป็นคนขาวในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเจ้าชายแฮร์รี่ทรงกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของมาร์เคิล และรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่พระองค์ไม่สามารถปกป้องแฟนสาวได้

เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่ มาร์เคิล ซึ่งเพิ่งเริ่มสานสัมพันธ์กับพระองค์เพียงไม่กี่เดือน ต้องมาเผชิญกับพายุร้ายแรงเช่นนี้ ซึ่งพระองค์ตระหนักดีว่า บรรดาผู้สันทัดกรณีจะบอกว่า เป็นเรื่องที่มาร์เคิลต้องชดใช้อยู่แล่ว และทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเกม แต่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงไม่เห็นด้วย เพราะทรงเห็นว่า มันไม่ใช่เกม มันเป็นชีวิตของเธอ เช่นเดียวกับเป็นชีวิตของพระองค์!!


*ฝ่าพายุ..สวีตมาก มีภาพคู่กันครั้งแรก

ท่ามกลางการถูกจับตาในความรักครั้งใหม่ของเจ้าชายแฮร์รี่ อีกทั้ง ยังมีข่าวจากคนใกล้ชิดเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ผู้เป็นพระเชษฐาเจ้าชายแฮร์รี่ว่า ทรงไม่สบายพระทัยอย่างยิ่งต่อแถลงการณ์ดังกล่าวของพระอนุชา จนทำให้บรรยากาศความรักของเจ้าชายกับมาร์เคิลอึมครึมหนักขึ้น แต่แล้วดูเหมือน ท้องฟ้าในกรุงลอนดอน คริสต์มาสปีนี้ แจ่มกระจ่างขึ้นมาทันที เมื่อ เดอะ ซัน แทบลอยด์ดังในอังกฤษ แจ้งข่าวผ่านทางทวิตเตอร์ว่า หน้าปกของเดอะ ซัน ฉบับวันพรุ่งนี้ (16 ธ.ค. 59) จะเป็นภาพหวานๆ ของเจ้าชายแฮร์รี่กับแฟนสาว ควงคู่กันเป็นครั้งแรก

ภาพสุดสวีตภาพแรกนี้ เป็นภาพเจ้าชายแฮร์รี่ทรงเปิดตัวแฟนสาวของพระองค์ต่อสาธารณะอย่างเปิดเผย โดยได้ทรงจูงมือ มาร์เคิล เสด็จไปยัง ‘อพอลโล เธียเตอร์’ ในกรุงลอนดอน ด้วยพระพักตร์ที่ดูมีความสุขมาก และเดอะ ซัน บอกว่า นี่เป็นภาพคู่ครั้งแรกที่สามารถบันทึกไว้ได้เลยทีเดียว


เรียกว่า สำหรับกองเชียร์แล้วคงตื่นเต้นดีใจที่ได้เห็นเจ้าชายแฮร์รี่ ทรงมีความสุขมากกับความรักครั้งใหม่ของพระองค์ ท่ามกลางมรสุม และพายุที่ถาโถม โหมกระหน่ำความรักครั้งนี้ตั้งแต่ต้น …

 

จีนป้องสิทธิ์ติดตั้งอาวุธบนเกาะพิพาทในทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 04:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812737

 

จีนออกมาปกป้องสิทธิ์ในการติดตั้งอุปกรณ์ทางทหารที่จำเป็นบนเกาะเทียมในทะเลจีนใต้ ชี้เป็นเรื่องปกติที่จะติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันตนเองที่จำเป็นบนดินแดนของตัวเอง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธ.ค. จีนออกมาปกป้องสิทธิ์ในการติดตั้งอุปกรณ์ทางทหารที่จำเป็นบนเกาะเทียมที่พวกเขาถมขึ้นที่แนวปะการังของหมู่เกาะสแปรดลีย์ ซึ่งเป็นดินแดนพิพาทในทะเลจีนใต้ หลังจากคณะวิจัยของสหรัฐฯ แฉว่า แดนมังกรติดตั้งระเบิดอาวุธต่างๆ เช่น ระบบต่อต้านอากาศยาน และต่อต้านขีปนาวุธบนเกาะดังกล่าว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทีมตรวจสอบความโปรงใสในน่านน้ำเอเชีย (AMTI) ที่ศูนย์เพื่อการศีกษาระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์ (CSIS) กลุ่มคณะวิจัยในสหรัฐฯ เผยผลวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมใหม่ ซึ่งปรากฏว่า จีนติดตั้งปืนต่อสู้อากาศยาน และมีสิ่งที่คล้ายกับระบบป้องกันระยะประชิด หรือ CIWS เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยจรวดร่อน รวมทั้งมีหอคอยที่ดูเหมือนว่าจะมีเรดาร์ล็อกเป้าหมายบนแนวปะการังในหมู่เกาะสแปรดลีย์

ต่อมาในวันพฤหัสบดี กระทรวงกลาโหมของจีนโพสต์แถลงการณ์บนเว็บไซต์ระบุว่า การก่อสร้างที่พวกเขาทำบนเกาะและแนวปะการังในหมู่เกาะสแปรดลีย์ มีจุดประสงค์หลักเพื่อใช้ประโยชน์ทางพลเรือน “สำหรับการติดตั้งฐานทัพที่จำเป็น พวกมันมีจุดประสงค์หลักเพื่อการป้องกันดินแดนและปกป้องตนเอง และถูกต้องตามกฎหมาย หากใครบางคนมาแสดงอำนาจที่หน้าประตูบ้านของคุณ คุณจะไม่เตรียมพร้อมง้างหนังสติ๊กของคุณหรือ?”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์จีน ว่ากำลังเตรียมพร้อมทำสงครามที่ฐานของพวกเขาในทะเลจีนใต้ สหรัฐฯ ยังย้ำถึงความจำเป็นของเสรีภาพในการเดินเรือ ด้วยการส่งเครื่องบินและเรือรบลาดตระเวนใกล้หมู่เกาะพิพาท สร้างความไม่พอใจแก่จีนอย่างมาก

ล่าสุดนาย เกิง ฉวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวในงานแถลงข่าวประจำวันที่กรุงปักกิ่งว่า เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ที่ AMTI ระบุในรายงาน “หมู่เกาะหนานชา (ชื่อภาษาจีนของหมู่เกาะสแปรดลีย์) เป็นดินแดนของจีนโดยแท้ การสร้างอาคารและอุปกรณ์ป้องกันดินแดนที่จำเป็นบนดินแดนของตัวเองเป็นเรื่องที่ธรรมดาอย่างแท้จริง และหากการสร้างอาคารอย่างเป็นปกติและติดตั้งระบบป้องกันดินแดนที่จำเป็นบนดินแดนของตัวเองถูกเรียกว่าการเตรียมพร้อมทำสงคราม แล้วการส่งกองเรือรบเข้าสู่ทะเลจีนใต้จะเรียกว่าอะไร?”

 

ญี่ปุ่น-รัสเซีย ตกลงฟื้นคุยความมั่นคง หาทางร่วมมือทางศก.บนเกาะพิพาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812627

 

ผู้นำญี่ปุ่นกับรัสเซียเห็นชอบร่วมกันที่จะฟื้นฟูการเจรจาด้านความมั่นคง และเริ่มการหารือเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจบนเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เป็นข้อพิพาทของทั้งสองประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น และประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เห็นชอบร่วมกันที่การประชุมในวันพฤหัสบดี ว่าจะฟื้นฟูการเจรจาด้านความมั่นคง และเริ่มการหารือเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจบนเกาะที่เป็นข้อพิพาทของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้พวกเขายังไม่ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพเพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ

นายอาเบะกับนายปูตินหารือกันที่ ที่รีสอร์ตนำ้พุร้อนแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยพวกเขาพยายามหาความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อพิพาทแย่งชิงเกาะเล็กๆ 4 เกาะในพื้นที่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งญี่ปุ่นเรียกว่า ดินแดนตอนเหนือ (Northern Territories) ส่วนรัสเซียเรียกว่า หมู่เกาะคูริลส์ตอนใต้ (Southern Kuriles) ซึ่งถูกกองทัพสหภาพโซเวียตยึดไปในวันสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 และชาวญี่ปุ่นกว่า 17,000 ถูกบีบให้อพยพ

ตามการเปิดเผยของนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย นายปูตินเสนอจะสานต่อการเจรจาด้านความมั่นคงระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงต่างปรเทศและกลาโหมของทั้งสองประเทศ ซึ่งถูกระงับไปหลังจากรัสเซียควบคุมดินแดนไครเมียของยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเมื่อปี 2014 ทำให้ชาติตะวันตกรวมตัวกันคว่ำบาตร ส่วนนายอาเบะก็มีปฏิกิริยาตอบสนองในเชิงบวก

ด้านนาย โคทาโร โนกามิ รองหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นบอกกับผู้สื่อข่าวว่า นายกรัฐมนตรีอาเบะผู้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสื่อมโทรมของสถานการณ์มนุษยธรรมในซีเรีย และเน้นย้ำความสำคัญของการกลับมายุติความเป็นศัตรูในซีเรียและทำให้การส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมบรรลุผล

นายโนกามิเผยอีกว่า ฝ่ายประธานาธิบดีปูตินเน้นย้ำว่าเขาสนับสนุนประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งเป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง และกล่าวด้วยว่า เขาพร้อมที่จะเจรจากับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคและสหรัฐฯ เพื่อหาทางแก้ปัญหาในซีเรีย

ขณะที่นาย ยูริ ยูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเคลมลินระบุว่า ทั้งสองฝ่ายจะออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ ความเป็นไปได้ของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจบนเกาะพิพาทในวันศุกร์นี้ โดยที่ความร่วมมือดังกล่าวจะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายรัสเซีย แต่นายโนกามิอ้างกฎหมายญี่ปุ่นว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจใดๆ ต่องไม่ขัดต่อจุดยืนทางกฎหมายของญี่ปุ่น ซึ่งนี่อาจเป็นจุดที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกันอีก