กก.จริยธรรมจังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 26 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671926

 

การจัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการในระดับกรมและจังหวัดนั้นเมื่อครบวาระแล้วก็มีการแต่งตั้งชุดใหม่ขึ้นมาทดแทนโดยอาจจะเป็นชุดเดิมก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติในประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน

เมื่อไม่นานมานี้เคยเขียนถึงการเลือกสรรเสนอคณะกรรมการจริยธรรมประจำกรมแห่งหนึ่งด้วยความชื่นชมว่ามีความตั้งใจจริงในการขับเคลื่อนผลักดันการดำเนินงานด้านจริยธรรมอย่างจริงจังด้วยการเชื้อเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามามีส่วนร่วมด้วยความกล้าหาญ

นั่นคือคณะกรรมการจริยธรรมของ กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง โดยประธานได้แก่ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ตงฉินเป็นที่ยอมรับทั้งแผ่นดิน

กรรมการที่เป็นข้าราชการประจำในกรมนั้น นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร และ นายชุติวัฒน์ วรรธนผล รองอธิบดี เข้ามาเป็นด้วยตนเอง พร้อมกับ นายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง และ นายบุญเทียม โชควิวัฒน ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกคือ พันเอกนิมิตต์ สุวรรณรัฐ ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ กับ ศาสตราจารย์ ดร.สกนธ์ วรัญญวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นับเป็นคณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการที่ครบเครื่องสมบูรณ์ที่สุด

ในขณะที่ส่วนราชการอื่นๆก็เอาแต่เสนอ อดีตปลัดกระทรวง อดีตอธิบดี หรือรองมาเป็นประธาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็เอาข้าราชการบำนาญของกรมนั่นแหละมาใส่ไว้ให้เต็มโควตา ล้วนแต่เป็นคนในวังวนเดียวกัน

ในส่วนของ คณะกรรมการจริยธรรมประจำจังหวัด ก็แทบไม่แตกต่างกัน ก็มีอดีตผู้ว่าฯ อดีตข้าราชการที่อยู่ในจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางแห่งที่เลยเถิดถึงขนาดเสนอให้พระสงฆ์องค์เจ้าเข้ามาเป็นประธาน ต้องขอร้องห้ามปรามกันแทบแย่

อย่างไรก็ตาม มีอยู่บ้างบางจังหวัดที่แสดงออกถึงความใจกว้างเปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบติดตามในเรื่องจริยธรรมได้เต็มที่

อย่างเช่น จังหวัดบึงกาฬ ถึงแม้ว่าจะให้ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน แต่ก็เชิญ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด และ ประธานสภาทนายความจังหวัด ซึ่งเป็นภาคเอกชนเข้ามาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก

ที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด เป็นประธาน อดีตที่ดินจังหวัด กับ อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ฝ่ายประจำมี หัวหน้าสำนักงานจังหวัด กับ นายอำเภอ

จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าท่าตรงที่ให้ อดีตนายอำเภอเมืองยโสธร ที่เกษียณแล้วมาพำนักอยู่ในจังหวัดเป็นประธาน และตัว ผู้ว่าราชการจังหวัด กับ รอง เป็นกรรมการ

ส่วน จังหวัดพัทลุง เอา อดีตคลังจังหวัด เป็นประธาน อดีตเกษตรจังหวัด กับ อดีตพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการฝ่ายราชการประจำมี รองผู้ว่าราชการจังหวัด นำทีม

เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำส่วนราชการเป็นอะไรที่น่าสนใจ ว่างๆจะจดจำมาเล่าสู่กันฟังอีก.

“ซี.12”

 

อบรมบูรณาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 25 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/671219

 

เมื่อตอนที่เขียนถึงโครงการนี้ที่สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมการปกครอง จัดขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคนั้น

ได้นำเสนอรายชื่อ 20 นายอำเภอที่กรมการปกครองคัดเลือกมาเข้าโครงการไปแล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงหรือประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญจากหน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค คือ

1.นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพื้นที่ 4 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

2.นางสาวเยาวลักษณ์ กุลพานิช นักทรัพยากรบุคคลเชี่ยวชาญ สำนักงาน ก.พ.

3.นางศิริเนตร กล้าหาญ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร.

ชุดต่อมามาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ

1. นายโฆสิต ล้อศิริรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน

2. นายธีระพล ตั้งสมบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน สำนักชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน

จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่

1.นายนิรันดร์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสุรินทร์

2. นายชูเกียรติ พงษ์ศิริวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ กรมป่าไม้

3. นายอำมาตย์ สุธรรมจรัส ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ

4. นายชัยวัฒน์ ดุษฎีพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน กรมทรัพยากรน้ำ

จากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มี

1. นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา

จากกระทรวงมหาดไทย ได้แก่

1.นางสาวเบญจวรรณ สุดจริง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่น

2.นายสวัสดิ์ ใยเยื่อ ผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

3. นายชัยยา เจิมจุติธรรม วิศวกรโยธา กรมโยธาธิการและผังเมือง

ทั้งหมดนี้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการไปแล้วในช่วงวันที่ 10-15 กรกฎาคม 2559 คิวต่อไปคือการศึกษาดูงานในต่างจังหวัดในช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2559 และช่วงสุดท้ายในระหว่างวันที่ 14-19 สิงหาคม 2559 เป็นการสรุปผลการปฏิบัติการและพัฒนาข้อเสนอแนวทางการบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคและเสนอผลการศึกษา

ผลสำเร็จของโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ในการบูรณาการทำงานร่วมกันของส่วนราชการอย่างจริงจัง.

“ซี.12”

 

สลด เครื่องบินลำเลียงกองทัพอากาศอินโดฯ โหม่งโลกที่จ.ปาปัว ดับยกลำ 13ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธ.ค. 2559 12:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/814686

 

เครื่องบินลำเลียงกองทัพอากาศแดนอิเหนา ตกที่จังหวัดปาปัว คร่าชีวิต เจ้าหน้าที่ ทหาร และนักบิน ดับสลด 13 ศพ คาดเป็นเพราะทัศนวิสัยย่ำแย่ สภาพอากาศเลวร้าย

เมื่อ 18 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เครื่องบินลำเลียง เฮอร์คิวลิส  (Hercules) ของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ประสบเหตุตกบริเวณภูเขา ในเขตเมืองวามีนา จังหวัดปาปัว ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ธ.ค.  ทั้งที่ใกล้จะถึงจุดหมายปลายทาง เป็นเหตุให้ผู้คนและนักบินบนเครื่องบิน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค 8คน ทหาร 1นาย    นักบินอีก 3 นาย และเจ้าหน้าที่นำร่องอีก 1 คน เสียชีวิตหมดทั้งลำ รวม 13 ศพ


เครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ตกที่เมืองวามีนา

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ระบุว่า เครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศลำนี้ ได้นำอาหารและปูนซีเมนต์ บินออกจากเมืองติมิกา ในจังหวัดปาปัว เมื่อเวลาประมาณ 05.36 น. ของวันเช้าวันที่ 17 ธ.ค. มีกำหนดถึงปลายทางที่เมืองวามีนา เวลา 06.13 น. โดยคาดว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เครื่องบินโหม่งโลก เนื่องจากบริเวณภูเขามีสภาพอากาศเลวร้าย ขณะเครื่องบินต้องบินผ่าน จนก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมในที่สุด.


ยูนิเซฟวอนทุกฝ่าย เปิดทางเข้าไปช่วยอพยพเด็กออกจากอเลปโปโดยด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธ.ค. 2559 10:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/814497

 

ผอ.ยูนิเซฟ ออกแถลงการณ์ ห่วงความปลอดภัยของเด็กชาวซีเรียอีกหลายร้อยคน ที่ยังคงติดอยู่ในเมืองอเลปโป วอนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ เปิดทางให้เข้าไปช่วยอพยพเด็กออกจากพื้นที่โดยด่วน

เมื่อ 18 ธ.ค. นายแอนโธนี เลค ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ (UNICEF) ได้ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ของเด็กชาวซีเรียที่ติดอยู่ในเมืองอเลปโป ทางตอนเหนือของประเทศซีเรีย เมื่อ 16 ธันวาคม 2559 ตามเวลาท้องถิ่นที่นิวยอร์ก มีใจความว่า ในช่วง 24 ชม. ที่ผ่านมา เด็กกว่า 2,700 คน ได้ถูกอพยพออกจากทางตะวันออกของเมืองอเลปโปแล้ว ซึ่งรวมถึงเด็กที่เจ็บป่วย ได้รับบาดเจ็บ หรือไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กอีกหลายร้อยคน รวมถึงเด็กกำพร้าอีกจำนวนมากที่ยังคงติดอยู่ในเมือง ยูนิเซฟรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของเด็กๆ เหล่านี้  พวกเขาอาจเสียชีวิตหากไม่ได้รับการอพยพอย่างเร่งด่วน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยูนิเซฟและพันธมิตรได้เตรียมพร้อมและกำลังรอที่จะเข้าไปอพยพเด็กๆ  เหล่านี้ไปยังที่ปลอดภัย ยูนิเซฟขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบช่วยเปิดทางให้พวกเราได้เข้าไปช่วยอพยพเด็กๆ ออกจากพื้นที่โดยด่วน.


* Statement by Anthony Lake, UNICEF Executive Director, on children trapped in Aleppo

NEW YORK, 16 December 2016 – “More than 2,700 children have been evacuated from east Aleppo in the past 24 hours, including some who were sick, wounded or without their parents.

“However, hundreds of other vulnerable children, including orphans, remain trapped inside that part of the city. We are extremely concerned about their fate. If these children are not evacuated urgently, they could die.

“UNICEF and our partners are on standby with transport and teams to evacuate these children to safety. We implore all parties to the conflict to let us do so safely and immediately.”

 

มะกันเจรจาจีน ขอคืน ‘โดรนใต้น้ำ’ ถูกยึดในทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธ.ค. 2559 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/814391

 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงกับจีน เพื่อขอคืนโดรนใต้น้ำ ที่ถูกแดนมังกรยึดไปขณะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในทะเลจีนใต้เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เพนตากอน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันในวันเสาร์ว่า พวกเขาทำความเข้าใจกับจีนแล้ว และแดนมังกรจะจีนโดรนใต้น้ำที่ถูกยึดไปจากน่านน้ำสากล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอ่าว ซุบิก ในทะเลจีนใต้ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดี โดยที่รัฐบาลปักกิ่งไม่เปิดเผยสาเหตุการยึดยานลำนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ เพนตากอนเปิดเผยว่า โดรนดังกล่าว ซึ่งรู้จักในชื่อ ‘พาหนะใต้น้ำไร้คนขับ’ (ยูยูวี) กำลังถูกใช้ในภารกิจการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในเวลาที่มันถูกยึดไป และสหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้จีนคืนยานลำนี้กลับมาทันที และเตือนจีนด้วยว่าอย่างกระทำเช่นนี้อีกในอนาคต ขณะที่กระทรวงกลาโหมจีนออกมาตอบโต้การตอบสนองของสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสม, ตื่นตูมเกินเหตุ และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

แต่ล่าสุดนาย ปีเตอร์ คุก โฆษกเพนตากอน ออกแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐฯ และจีนได้บรรลุข้อตกลงกันแล้ว “ด้วยการทำข้อตกลงโดยตรงกับทางการจีน เราได้ทำความเข้าใจกันว่า จีนจะคืนยาน ยูยูวี แก่สหรัฐฯ”

อนึ่ง นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าการยึดโดรนใต้น้ำของสหรัฐฯ ครั้งนี้ เป็นการเผชิญหน้าทางทหารอย่างมีนัยสำคัญที่สุดระหว่างจีนและสหรัฐฯ นับตั้งแต่เหตุ เครื่องบินสังเกตการณ์ของสหรัฐฯ ชนกับเครื่องบินขับไล่ของจีนเมื่อ 2001 ทำให้นักบินชาวจีนเสียชีวิต

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังมีปัญหากับจีนกรณีไต้หวันและนโยบายจีนเดียว ออกมากล่าวหาว่าจีนขโมยยาน ยูยูวี ไป

 

อินเดียรวบ 3 ผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุ ‘ล่าแม่มด’ ฆ่าชายหญิงชรา 2 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธ.ค. 2559 04:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/814371

 

กลุ่มชาวบ้านในภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย ก่อเหตุทุบตีสามีภรรยาสูงอายุ 2 คนจนเสียชีวิต หลังจากกล่าวหาทั้งคู่ว่าใช้เวทมนตร์คาถา นับเป็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เหตุที่ 2 ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 คนในข้อหาฆ่าคนตายในลักษณะศาลเตี้ย หลังเกิดเหตุกลุ่มชาวบ้านในเขตชนเผ่าในพื้นที่ห่างไกลของรัฐฌารขัณฑ์ ทางตะวันออกของอินเดีย รุมสังหารและเผาบ้านของสามีภรรยาวัยราว 60 ปีเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ธ.ค. โดยทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนต์ดำฆ่าคน 4 คน

อามิต กุมาร สิงห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนยอมรับว่า พวกเขาฆ่าสามีภรรยาคู่นี้เพื่อแก้แค้นให้กับการตายของญาติ 4 คน ที่พวกเขาเชื่อว่าเสียชีวิตเพราะมนต์ดำของสามีภรรยาสูงวัยคู่นี้

เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่หมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งในรัฐฌารขัณฑ์ มีหญิงอายุ 60 ปีคนหนึ่งถูกเพื่อนบ้านเผาทั้งเป็นจนเสียชีวิต เนื่องจากต้องสงสัยว่าใช้เวทมนต์คาถาฆ่าเด็กทารกแรกเกิด โดยตำรวจจับกุมตัวเพื่อนบ้านรายนี้แล้วและต้องข้อหาฆาตกรรม

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า ความเชื่อเรื่องเวทมนต์คาถาและเรื่องเหนือธรรมชาติในอินเดียยังคงแพร่กระจายในเขตชนเผ่าและพื้นที่ห่างไกลในอินเดีย โดยมีรายงานพบผู้ถูกสังหารฐานต้องสงสัยใช้มนต์ดำในอินเดียมากกว่า 2,000 คน ในระหว่างปี 2000-2012 และเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ซึ่งในปัจจุบันมีหลายรัฐในอินเดียรวมทั้งรัฐโอริศา ได้ออกกฎหมายพิเศษเพื่อควบคุมอาชญากรรมในลักษณะนี้

 

สลด! มือปืนประกบยิงรถรปภ.หญิงสนามบินกันดาฮาร์ ดับ 5 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธ.ค. 2559 02:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/814317

 

มือปืนไม่ทราบฝ่ายขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงรถรปภ.หญิงของสนามบินกันดาฮาร์ ในอัฟกานิสถาน ทำให้เจ้าหน้าที่ 5 นายกับคนขับรถ ถูกยิงเสียชีวิต ชนวนเหตุอาจเกิดจากการกีดกันเพศหญิง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุมือปืน 2 คนขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงรถมินิแวนซึ่งกำลังขนส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปทำงานที่สนามบินเมืองกันดาฮาร์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอัฟกานิสถาน ทำให้เจ้าหน้าที่หญิง 5 นาย รวมทั้งคนขับรถมินิแวนคันนี้ เสียชีวิต

ทั้งนี้ ยังไม่มีใครออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เกิดขึ้น แต่ผู้หญิงในอัฟกานิสถานมักตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย ตาลีบัน อย่างไรก็ตามนาย คารี ยูซุฟ อาห์มาดี โฆษกของกลุ่มตาลีบัน ออกมาปฏิเสธว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นายอาห์มาดุลเลาะห์ ไฟซี ผู้อำนวยการสนามบินกันดาฮาร์ระบุว่า รปภ.หญิงที่เสียชีวิตกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเธอ หลังจากพวกเธอได้รับจดหมายขู่เอาชีวิตจากกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับอาชีพของพวกเธอ โดยตอนนี้ตำรวจกำลังสืบสวนหาคนร้าย แต่ยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย

อนึ่ง ตามข้อมูลจากสำนักงานอัยการอัฟกานิสถาน ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2016 เกิดคดีใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงมากกว่า 3,700 ครั้ง และกว่า 5,000 ครั้งในปี 2015

 

คาร์บอมบ์บึมสยองกลางเมืองตุรกี ทหารดับ 13 นายเจ็บครึ่งร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธ.ค. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/814291

 

เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายโจมตีรถบัสทหารในเมืองตอนกลางของประเทศตุรกี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มพีเคเค…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ธ.ค. เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายโจมตีรถบัสทหารนอกเวลาปฏิบัติงาน ที่ตลาดในเมืองไกเซรี เมืองเอกของจังหวัดชื่อเดียวกัน ตอนกลางของประเทศตุรกี ทำให้มีทหารเสียชีวิต 13 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 56 คน โดยยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แต่รัฐบาลตุรกีกล่าวโทษกลุ่ม พรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

นาย สุไลมาน คามชี ผู้ว่าการแคว้น เซ็นทรัล อนาโตเลีย ระบุว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในเมืองไกเซรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งแคว้น เซ็นทรัล อนาโตเลีย เป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตายในรถยนต์ที่จอดถัดจากรถบัสของทหารนอกเวลาปฏิบัติงานใกล้ทางเขามหาวิทยาลัย เอร์ชิเยส

ขณะที่นาย นูมาน คูร์ตุลมู รองนายกรัฐมนตรีตุรกี เผยว่า วัสดุที่ใช้ในการประกอบระเบิดคล้ายกับส่วนประกอบที่ใช้ในเหตุโจมตีนครอิสตันบูลเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทุกอย่างบ่งชี้ไปยังกลุ่มพีเคเค

 

มะกันขึ้นค่าหัว ‘อัล-บัคห์ดาดี’ ผู้นำไอซิสเป็น 25 ล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ธ.ค. 2559 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/814271

 

ทางการสหรัฐอเมริกาประกาศเพิ่มเงินรางวัลนำจับนาย อาบู บาคาร์ อัล-บักห์ดาดี หัวหน้ากลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส มากกว่า 2 เท่า เป็น 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โครงการรางวัลเพื่อความยุติธรรม (อาร์เจพี) ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ธ.ค. ประกาศมอบเงินรางวัลจำนวน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 896 ล้านบาท) เป็นค่าหัวสำหรับนายอาบู บาคาร์ อัล-บักห์ดาดี หัวหน้ากลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส

อาร์เจพีระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของพวกเขาว่า “ภัยคุกคามที่อัล-บักห์ดาดีแสดงออกมา เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2011 ที่กระทรวงต่างประเทศประกาศเงินรางวัลเบื้องต้นจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่ที่อยู่, การจับกุม หรือ พิสูจน์การกระทำผิดของนายอัล-บักห์ดาดีได้”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุมาตลอดว่านาย อัล-บักห์ดาดี คือศัตรูหมายเลข 1 ในการต่อสู้กับกลุ่มไอซิส โดยที่อยู่ของเขายังเป็นปริศนามาจนถึงตอนนี้ แต่เมื่อเดือนต.ค. 2015 กองทัพอิรักอ้างว่า การโจมตีทางอากาศของพวกเขาถูกขบวนรถของนายอัล-บักห์ดาดี ในจังหวัดอันบาร์ และมีรายงานว่าผู้นำไอซิสรายนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

ระทึก! ธรณีพิโรธ 7.9 ที่ปาปัว นิวกินี มีเตือนสึนามิ ก่อนยกเลิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ธ.ค. 2559 22:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/814247

 

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.9 ทางตะวันออกของประเทศปาปัวนิวกินีช่วงเย็นวันเสาร์ ทำให้หน่วยงานของสหรัฐฯ ประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิในหลายพื้นที่ แต่ยกเลิกในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา…

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ ยูเอสจีเอส รายงานว่า เกิดเแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.9 บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศปาปัวร์นิวกินี เมื่อเวลาประมาณ 20:51น. วันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 17:51น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 103.2 กม. อยู่ห่างจากเมืองตาลอน บนเกาะนิว ไอร์แลนด์ หรือเกาะ ลาตังไก ไปทางตะวันออกราว 46 กม.

ในเบื้องต้น หลังเกิดเหตุศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก (PTWC) ประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิตามแนวชายฝั่งของปาปัวนิวกินี อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง PTWC ก็ออกมาระบุว่า ความเสี่ยงเกิดคลื่นสึนามิส่วนใหญ่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่หน่วยงานรัฐบาลต่างๆ ควรติดตามสถานการณ์คลื่นบริเวณชายฝั่งต่อไป

ทั้งนี้ นอกจากที่ปาปัวนิวกินี แผ่นดินไหวลูกนี้ยังทำให้เกิดการเตือนภัยสึนามิในหลายพื้นที่ในมหาสมุทรแปซิฟิก รวมทั้งที่อินโดนีเซียและหมู่เกาะโซโลมอน แต่คำเตือนถูกยกเลิกหลังจากยูเอสจีเอสปรับลดระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวลงจาก 8.0 เหลือ 7.9 และปรับระดับความลึกจาก 73 กม. เป็น 103.2 กม.

แผ่นดินไหวรุนแรงครั้งล่าสุดนี้ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทางภาคเหนือของเขตปกครองตนเองบนเกาะบูเกนวิลล์ ตอนอพยพขึ้นบนภูเขา เนื่องจากมีการเตือนภัยคลื่นสึนามิ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานการพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งรายงานความเสียหาย