ทรัมป์เลือก ‘พรูอิตต์’ ผู้ไม่เชื่อเรื่องโลกร้อนเป็นบิ๊กสนง.สิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ธ.ค. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805891

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เลือกนายสกอตต์ พรูอิตต์ อัยการสูงสุดรัฐโอกลาโฮมา ผู้ไม่เชื่อว่ามนุษย์มีส่วนทำให้โลกร้อน เป็นว่าที่หัวหน้า สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม…

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานอ้างการเปิดเผยของนาย เคลยานเน คอนเวย์ อดีตผู้จัดการทีมหาเสียงของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ ว่า นายทรัมป์ เลือกนายสกอตต์ พรูอิตต์ อัยการสูงสุดรัฐโอกลาโฮมา เป็นว่าที่ผู้บริหารสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมคนใหม่แล้ว

“อัยการสูงสุดพรูอิตต์มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมและมีผลงานดีในการเป็นอัยการรัฐโอกลาโฮมา โดยขณะที่มีผู้มีคุณภาพคนอื่นๆ อีกหลายคน ที่ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าสัมภาษณ์เพื่อรับตำแหน่งนี้ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกอัยการสูงสุดพรูอิตต์ และเรากำลังเฝ้ารอการพิจารณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการ (จากวุฒิสภาสหรัฐฯ)” นายคอนเวย์เผยต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ หมายความว่า หนึ่งในผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ อีพีเอ อย่างรุนแรงที่สุด จะได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารหน่วยงานนี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า รัฐบาลของนายทรัมป์ตั้งใจที่จะย้อนกลับความพยายามของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ในการลดปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยนายพรูอิตต์ระบุในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่โดยทีมเปลี่ยนผ่านอำนานของนายทรัมป์วเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีว่า

“ชาวอเมริกันเบื่อที่จะเห็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกดูดไปจากเศรษฐกิจของเราให้กับข้อจำกัดต่างๆ ที่ไม่มีความจำเป็นของ อีพีเอ แล้ว และผมตั้งใจจะบริหารหน่วยงานนี้ในทิศทางที่สามารถดูแลรับผิดชอบทั้งการปกป้องสิ่งแวดล้อม และเสรีภาพของธุรกิจอเมริกัน”

ทั้งนี้ นายพรูอิตต์ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เชื่อในเรื่องภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่สุด โดยเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา เขาเพิ่งเขียนบทความ ระบุว่า การถกเถียงกันจนถึงตอนนี้ยังห่างไกลจากการมีข้อสรุปว่า กิจกรรมของมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้โลกร้อนขึ้นหรือไม่ ขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว นักวิทยาศาสตร์สภาพอากาศส่วนใหญ่ในโลก ระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นเรื่องจริง และมนุษย์มีส่วนทำให้เกิดขึ้นด้วย

ขณะเดียวกัน กลุ่มหัวก้าวหน้ากับฝ่ายเดโมแครตต่างออกมาเคลื่อนไหวเพื่อหาทางต่อต้านการแต่งตั้งเสนอชื่อนายพรูอิตต์รับตำแหน่งผู้บริหารอีพีเอ โดยนายชัค ชูเมอร์ ว่าที่หัวหน้าวุฒิสมาชิกฝ่ายเดโมแครตกล่าวว่า นายพรูอิตต์จะต้องตอบคำถามยากๆ มากมาย ในกระบวนการเสนอชื่อ และการไม่ยอมรับข้อเท็จจริงหรือข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เรื่องความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศของเขา จะทำให้เขายิ่งห่างไกลจากชาวอเมริกัน และความเป็นจริงมากขึ้น

 

ระทึก! แผ่นดินไหว 6.5 นอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ไม่มีเตือนสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ธ.ค. 2559 22:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805852

 

เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.5 นอกชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานการพบผู้ได้รับบาดเจ็บ และความเสียหาย ขณะที่ไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ…

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ ยูเอสจีเอส รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 6:49น. วันพฤหัสบดี ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 21:49น. ตามเวลาไทย) เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.5 ในทะเลนอกชายฝั่งทางตะวันออกของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 12.1 กม. ห่างจากเมืองฟอร์จูนา ซึ่งมีประชากรกว่า 12,000 คน ไปทางตะวันตกราว 174.5 กม.

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า แผ่นดินไหวสร้างแรงสั่นสะเทือนตามแนวชายฝั่งทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมทั้งเมืองเฟิร์นเดล และเมืองยูเรกา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ขณะที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ของสหรัฐฯ ไม่ประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ

 

ญาติลั่นเป็นฆาตกรรม เครื่องบินปากีฯตก ดับยกลำ เผยนักบินแจ้งเหตุฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ธ.ค. 2559 17:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805696

 

ญาติพี่น้องเหยื่อเครื่องบินปากีสถานตก สุดโกรธ ลั่นเป็นฆาตกรรม หลังโหม่งโลก ดับยกลำ 47 ศพ บนภูเขาใกล้กรุงอิสลามาบัด เผยนักบินแจ้งเหตุฉุกเฉิน ‘เมย์เดย์’ และเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งขัดข้อง ก่อนจะขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน

เมื่อ 8 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของสายการบินปากีสถาน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ส (พีไอเอ) เที่ยวบิน PK-661 จากเมืองจิตราล มายังกรุงอิสลามาบัด ประสบเหตุตกบนภูเขาในเขตฮาวีเลียน แคว้นไคเบอร์ ปัคตุนควา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปากีสถาน ซึ่งจุดตก อยู่ห่างจากกรุงอิสลามาบัดเพียงประมาณ 70 กม. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 47 คน ประกอบด้วยผู้โดยสาร 42 คน และลูกเรือ 5 คน หลังจากเบื้องต้น สายการบินพีไอเอ ระบุมีผู้เสียชีวิต 48 รายว่า บรรดาญาติพี่น้องคนในครอบครัวของผู้โดยสารและลูกเรือที่เสียชีวิตซึ่งมารอรับศพที่โรงพยาบาล ด้วยความเศร้าโศก และมีบางคนรู้สึกโกรธแค้นที่เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ จนทำให้พวกเขาต้องสูญเสียญาติพี่น้องหรือคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยนายกูลาม ราซูล ข่าน ได้กล่าวกับนักข่าวเอเอฟพีด้วยความโกรธแค้นว่า มันเป็นการฆาตกรรม เขาต้องการรู้ว่าใครกันที่เป็นคนฆ่าน้องชายของเขา

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก ยังคงเป็นคำถามที่ทุกฝ่ายกำลังค้นหาคำตอบ ขณะที่มีรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า นักบินได้แจ้งเกิดเหตุฉุกเฉิน (mayday, เมย์เดย์) มายังหอบังคับการบิน ไม่นานนักก่อนเครื่องบินจะขาดการติดต่อไป



สภาพเครื่องบินหลังตกกระแทกพื้น ไฟลุกท่วม

จากการเปิดเผยของ นายมูฮัมหมัด อาซัม ไซกอล ประธานสายการบินพีเอไอ ยังระบุว่า นักบินได้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินด้วยว่า เครื่องยนต์หนึ่งในสองเครื่อง ได้เกิดปัญหาขึ้นเมื่อเวลา 16.09 น. ของวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น  ขณะที่ นายเออร์ฟาน อีลาฮี เจ้าหน้าที่สำนักงานการบินพลเรือนของปากีสถานเผยกับ นสพ.DAWN ว่า ตอนนี้ ไม่มีเหตุผลอื่นถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก มากไปกว่าเครื่องยนต์ที่เหลืออีกเครื่องหนึ่งนั้น เกิดปัญหาตามมา โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ปากีสถานกำลังมุ่งไปที่การสืบสวนเกี่ยวกับเครื่องยนต์ อาจเป็นสาเหตุทำให้เครื่องบินตก


นายจูเนด จัมเชด นักร้องชายเพลงป๊อปชื่อดังของปากีสถาน ผันตัวมาเป็นนักเทศน์อิสลาม เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกด้วย

ข่าวแจ้งว่า ทีมกู้ภัยของปากีสถาน ได้พบกล่องดำกล่องหนึ่งของเที่ยวบิน PK-661 แล้ว ขณะที่ศพของผู้โดยสารที่เสียชีวิตซึ่งอยู่ในสภาพไหม้เกรียมเนื่องจากเครื่องบินได้เกิดไฟลุกไหม้ ได้ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอ ระบุอัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิตก่อนว่าเป็นใคร ในขณะที่ นายจูเนด จัมเชด นักร้องชายเพลงป๊อปชื่อดังของปากีสถาน ซึ่งผันตัวไปเป็นนักเทศน์อิสลาม เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกจนสร้างความตกตะลึงให้แก่ชาวปากีสถานอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีชาวต่างชาติอีก 3 ราย ประกอบด้วย ชาวออสเตรีย 2 ราย และชาวจีน 1 รายเสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งนี้ด้วย.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศร้า! บินโดยสาร ‘PIA’ ตก ดับยกลำ 48 ศพ รวมนักร้องดังปากีฯ

 

รอดหรือไม่รอด อิมพีชเมนต์! รัฐสภาโสมขาวลงมติชี้ชะตา ปธน.ปาร์ก 9 ธ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ธ.ค. 2559 15:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805521

 

ปาร์ก กึน เฮ สุดระทึก รัฐสภาแห่งชาติเกาหลีใต้มีกำหนดลงมติลับ ชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ วันที่ 9 ธ.ค.นี้ หลัง 3 พรรคฝ่ายค้านจับมือ ผนึกกำลังเสนอญัติต่อสภาให้ถอดถอน ปธน.ปาร์ก พ้นจากตำแหน่ง …

เมื่อ 8 ธ.ค. สำนักข่าวยอนฮัพในเกาหลีใต้รายงาน รัฐสภาเกาหลีใต้ เตรียมตัดสิน ลงมติลับชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ว่าสมควรถูกดำเนินกระบวนการถอดถอนจากตำแหน่งหรือไม่ ระหว่างมีการประชุมรัฐสภาในเวลา 14.00 น. ของวันศุกร์ที่ 9 ธ.ค.นี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังจากพรรคฝ่ายค้าน 3 พรรคได้ยื่นญัติต่อสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน ให้ถอดถอนประธานาธิบดีปาร์กพ้นจากตำแหน่ง ฐานละเมิดรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอีกหลายข้อ จากการอนุญาตให้นางชเว ซุน ซิล เพื่อนสนิทเข้ามาแทรกแซงกิจการทางการเมืองทั้งที่ไม่มีตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล รวมทั้งเรื่องคอร์รัปชัน

ยอนฮัพ ระบุด้วยว่าในขั้นต้น พรรคฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ ต้องการเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาให้ได้ถึงอย่างน้อย 200 เสียง จาก 300 เสียง จึงจะสามารถถอดถอนประธานาธิบดีปาร์กได้ ซึ่งการจะได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาจำนวนเท่านี้นั้น หมายถึงจะต้องมีสมาชิกสภาจากพรรครัฐบาลแซนูรี อย่างน้อย 28 คน หันมาสนับสนุนการถอดถอนประธานาธิบดีปาร์กพ้นจากตำแหน่ง


ปาร์ก กึน เฮ ออกไปได้แล้ว

ข่าวแจ้งว่า กลุ่ม ส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านใหญ่ ประชาธิปัตย์ (Democratic) ประกาศว่า พวกตนจะลาออกจากการเป็นส.ส.ถ้าหากการลงมติในสภาให้อิมพีชเมนต์ประธานาธิบดีปาร์ก ไม่ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับ ส.ส.หลายคนของพรรคฝ่ายค้าน ประชาชน (People) ที่ประกาศจะลาออกเช่นกัน ขณะที่ ทางด้าน ส.ส.พรรคแซนูรีที่ยังภักดีต่อประธานาธิบดีปาร์ก ยังคงประท้วงการเสนอญัติให้ถอดถอนประธานาธิบดีปาร์กพ้นจากตำแหน่ง เพราะเห็นว่าควรจะหาทางให้ประธานาธิบดีปาร์กลงจากตำแหน่งอย่างละมุนละม่อมมากกว่า

ด้านประธานรัฐสภาเกาหลีใต้ กล่าวว่า การประชุมสภาในวันที่ 9 ธ.ค. จะเป็นการประชุมลับ ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกร่วมรับรู้รับฟัง ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านบางคน แต่จะอนุญาตให้ผู้คนมาชุมนุมประท้วงที่ด้านหน้ารัฐสภาได้


สมาชิกสภาพรรคฝ่ายค้านชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา ในกรุงโซล เมื่อ 8ธ.ค.เรียกร้องให้อิมพีชเมนต์ปาร์ก กึน เฮ

สมาชิกสภาพรรคฝ่ายค้านชุมนุมเมื่อ 7 ธ.ค. เรียกร้องให้สมาชิกสภาพรรครัฐบาล สนับสนุนญัติถอดถอนปาร์ก กึน เฮพ้นจากตำแหน่ง

สำหรับหลักการในกระบวนการอิมพีชเมนต์ผู้นำเกาหลีใต้นั้น หากการเสนอญัติถอดถอนประธานาธิบดีปาร์ก ผ่านความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาแล้ว ประธานาธิบดีปาร์ก จะหมดอำนาจทันที โดยเธอจะถูกห้ามไม่ให้เข้ามาบริหารประเทศ และมอบตำแหน่งให้นายกรัฐมนตรีฮวาง คโย อาห์น ปฏิบัติหน้าที่แทนในตำแหน่งประธานาธิบดี จากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้จะเข้ามาพิจารณาวินิจฉัยตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งจะใช้เวลา 180 วัน ว่าเห็นสมควรจะถอดถอนประธานาธิบดีปาร์กพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ขณะที่ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปาร์ก เคยกล่าวไว้ว่าเธอจะรอผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมา และปฏิเสธที่จะลงจากตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้ไปแบบสมัครใจ

ทั้งนี้ รัฐสภาเกาหลีใต้ เป็นรูปแบบสภาเดียว ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 300 คน โดยสมาชิก 246 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และอีก 54 คน มาจากการแต่งตั้งโดยจัดสรรตามสัดส่วนของพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง และสมาชิกรัฐสภาแห่งชาติของเกาหลีใต้จะอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี

 

ปธน.ซีเรีย ประกาศชัยเหนือกบฏที่อเลปโป ไม่สนโลกประณามไม่ยอมหยุดยิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ธ.ค. 2559 12:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805232

 

ประธานาธิบดีอัสซาดแห่งซีเรีย ประกาศชัยชนะเหนือกบฏต่อต้านรัฐบาลแล้ว ที่เมืองอเลปโป ชี้ถือเป็นก้าวยิ่งใหญ่ที่จะนำไปสู่การยุติสงครามกลางเมืองในประเทศที่ดำเนินมานานนับ 5 ปี

เมื่อ 8 ธ.ค.59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดแห่งซีเรีย ประกาศชัยชนะของกองทัพซีเรียที่สามารถบุกโจมตีกบฏต่อต้านรัฐบาลจนแตกพ่ายออกไปจากเมืองอเลปโป ทางภาคเหนือของประเทศ ชี้ถือเป็น ‘ก้าวที่ยิ่งใหญ่‘ ในการยุติสงครามกลางเมืองในซีเรียที่เกิดขึ้นมานานนับ 5 ปี หลังจากกองทัพรัฐบาลซีเรีย ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังรัสเซียได้โหมโจมตีเมืองอเลปโปอย่างดุเดือด เพื่อขับไล่กบฏที่ยึดครองด้านตะวันออกของเมืองแห่งนี้ จนประสบชัยชนะในที่สุด

บีบีซี แจ้งว่า ประธานาธิบดีอัสซาดได้ให้สัมภาษณ์กับ นสพ.อัล ซาตัน ในซีเรีย ถึงสถานการณ์ในซีเรียขณะนี้ว่า มันเป็นความจริงที่พวกเราชนะในเมืองอเลปโป แต่สถานการณ์จริงนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่การยุติสงครามในซีเรีย เพียงแต่ ชัยชนะในเมืองอเลปโป ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่จะมุ่งไปสู่การสิ้นสุดสงครามกลางเมืองในประเทศ “การก่อการร้ายปรากฏขึ้นทุกหนทุกแห่ง แม้พวกเราจะชนะที่อเลปโป แต่พวกเราจะเดินหน้าทำสงครามต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายต่อไป” ประธานาธิบดีอัสซาด กล่าว


ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย

ขณะเดียวกัน ข่าวแจ้งว่า กบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียได้สูญเสียฐานที่มั่นสุดท้าย บริเวณย่านเมืองเก่าหรือ Old City ในเมืองอเลปโป หลังจากไม่สามารถต้านทานการโจมตีของกองทัพรัฐบาลซีเรียและรัสเซียไว้ได้ จึงได้ยื่นขอให้ทางการซีเรียหยุดยิงเป็นเวลา 5 วัน เพื่อเปิดทางให้มีการอพยพพลเรือนและถอนกำลังนักรบกบฏออกจากฐานที่มั่นสุดท้าย ในเมืองอเลปโป ทว่ากลับถูกปฏิเสธจากประธานาธิบดีอัสซาด ซึ่งยืนยันว่า ทหารซีเรียจะบุกโจมตีกบฏในเมืองอเลปโปต่อไป

นักข่าวบีบีซี เผยว่า ทหารรัฐบาลซีเรียสามารถยึดครองพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองอเลปโปไว้ได้แล้ว 75% หลังจากได้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มกบฏมาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว กระทั่งนักรบกบฏได้ยอมทิ้งเมืองอเลปโปเมื่อเช้าวันพุธที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา และขณะนี้ฝ่ายกบฏเหลือพื้นที่ยึดครองอยู่เฉพาะพื้นที่ทางใต้ของเมืองอเลปโปเท่านั้น


ชะตากรรมของชาวเมืองอเลปโป

ทั้งนี้ ชาติสมาชิกถาวร ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประกอบด้วย สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และแคนาดา ได้ร่วมกันเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในเมืองอเลปโปทันที เพื่ออนุญาตให้สหประชาชาติส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้แก่ชาวซีเรียทางตะวันออกของเมืองอเลปโป พร้อมกับประณามรัฐบาลซีเรีย และรัสเซีย ที่ได้ขัดขวางการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปช่วยพลเมืองชาวซีเรีย


สภาพอาคารบ้านเรือนใน เมืองอเลปโป ทางตะวันออก หลังโดนกองทัพรัฐบาลร่วมกับรัสเซีย โจมตีอย่างหนัก

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา รัสเซีย และจีน สองชาติซึ่งเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเช่นกัน ได้ใช้สิทธิ ‘วีโต้’ ยับยั้งร่างมติของสหประชาชาติที่จะให้หยุดยิงในเมืองอเลปโป เป็นเวลา 7 วัน เพื่อเปิดทางให้ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้แก่ชาวเมืองที่ติดอยู่ท่ามกลางการสู้รบ แต่เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติได้ใช้สิทธิยับยั้งร่างมติดังกล่าว โดยชี้ว่าไม่มีการเปิดโอกาสให้บรรดาชาติสมาชิกได้พิจารณาร่างมติโดยละเอียด เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนการลงมติตามธรรมเนียม ทว่านางมิเชล ซิซัน อุปทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติแย้งว่า คำกล่าวของรัสเซียเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อคงความได้เปรียบในการสู้รบที่เมืองอเลปโป.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กบฏซีเรียถอนกำลังจากเขตเมืองเก่าในอเลปโป เสียพื้นที่แล้ว 75%

 

เร่งช่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ธ.ค. 2559 07:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805046

 

หน่วยกู้ภัยทำงานแข่งกับเวลา ค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดใต้ซากอาคารที่พังถล่มในเขตปีดีจายา ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด จากแผ่นดินไหวขนาด 6.5 แมกนิจูด นอกชายฝั่งจังหวัดอาเจะห์ ของอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 7 ธ.ค. แม้ไม่มีคลื่นยักษ์สึนามิ แต่สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างบ้าน เรือนพังกว่า 200 หลัง ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกือบร้อย.

 

อาเจะห์ไหว ตายนับ100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ธ.ค. 2559 07:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805082

 

แรง6.5แมกนิจูด เร่งช่วยติดใต้ตึก

แผ่นดินไหวเขย่าอาเจะห์บนเกาะสุมาตรารุนแรง 6.5 แมกนิจูด ส่งผลให้บ้านเรือน อาคารล้มพังพินาศกว่า 200 หลัง เบื้องต้นมีคนสังเวยชีวิตไปแล้วร่วม 100 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนมาก คาดอาจจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีคนถูกซากอาคารบ้านเรือนทับอีกจำนวนมาก ส่วนภาคใต้ของไทยแถบอันดามันรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนแต่ไม่มีความเสียหายใดๆ

อินโดนีเซียสลดซ้ำเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงอีกครั้งมีผู้สังเวยชีวิตจำนวนมากโดยเหตุสลดใจครั้งนี้ เกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 7 ธ.ค. เกิดเหตุแผ่นดินไหวเขย่าพื้นที่แถบชายฝั่งทางตอนเหนือจังหวัดอาเจะห์ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา แรงสั่นสะเทือนขนาด 6.5 แมกนิจูด จุดศูนย์กลางการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเกิดขึ้นกลางทะเลลึกราว 17.2 กม. ส่งผลอาคารบ้านเรือนราษฎรตามแนวชายฝั่งทะเลพังถล่มหลายสิบหลัง รวมถึงสุเหร่าหลายแห่ง แม้ไม่มีประกาศเตือนภัยเกิดคลื่นสึนามิตามมาแต่ความเสียหายของอาคารบ้านเรือนราษฎรเกิดขึ้นบริเวณกว้างโดยเฉพาะหมู่บ้านปิดี้ จายา พื้นที่อยู่ห่างจากเมืองบันดา อาเจะห์ เมืองเอกของจังหวัดอาเจะห์ราว 110 กม.

ขณะเดียวกันทางการอินโดนีเซียรายงานเบื้องต้นระบุพบผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวภายใต้ซากอาคารพังถล่มจำนวนหนึ่งและมีผู้ติดค้างอยู่ตามอาคารบ้านเรือนพังถล่มจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งระดมกำลังและเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ช่วยเหลือค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากอาคาร โดยทยอยพบร่างผู้เสียชีวิตและช่วยเหลือผู้คนรอดชีวิตได้จำนวนหนึ่งด้วย

นายซาอิด มูลยาดี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านปิดี้ ชวา เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นกว่า 20 ศพ แต่ภายหลังพบศพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กว่า 54 ศพ และเพิ่มเป็น 97 ศพตามลำดับ ในจำนวนนี้มีศพเด็กหลายราย ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีกมากเพราะยังมีผู้ติดใต้ซากอาคารบ้านเรือนอีกจำนวนมาก และยังพบผู้รอดชีวิตด้วยหลายคน ส่วนผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทำให้โรงพยาบาลเกือบทุกแห่งเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ต้องจัดตั้งเต็นท์ชั่วคราวรองรับรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บกันกลางแจ้ง โดยมีรายงานว่าผู้บาดเจ็บอาการสาหัสมีมากกว่า 78 คน

ส่วนชาวบ้านที่รอดตายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ต่างหวาดผวาไม่กล้ากลับเข้าบ้านเพราะกลัวแผ่นดินไหว ต่อเนื่องหรืออาฟเตอร์ช็อกซึ่งอาจทำให้อาคารบ้านเรือน พังถล่มซ้ำอีก ส่วนอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายมีมากกว่า 200 แห่ง สุเหร่าพังเสียหาย 14 แห่ง โรงพยาบาลเสียหาย 1 แห่ง สถานศึกษาที่ได้รับความเสียหายต้องปิดการเรียนการสอนส่งผลกระทบถึงนักเรียนกว่า 10,000 คน

สำหรับพื้นที่จังหวัดอาเจะห์บนเกาะสุมาตรามีประชากรอาศัยประมาณ 150,000 คน พื้นที่แห่งนี้เคยเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อช่วงปี 2547 ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิโถมถล่มชายฝั่งหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตเฉพาะพื้นที่จังหวัดอาเจะห์มากถึงกว่า 160,000 คน ทั้งนี้ประเทศอินโดนีเซียตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกเรียกว่า “วงแหวนไฟ” ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งก่อเกิดภูเขาไฟปะทุ และแผ่นดินไหวบ่อยครั้งแทบทุกปี เฉพาะปีนี้เกิดแผ่นดินไหวพื้นที่เกาะสุมาตราแล้วหลายครั้งแต่ไม่เกิดความเสียหายรุนแรง

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ภูเก็ต รายงานว่า ขณะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียนั้น สามารถรับรู้แรงสั่นไหวได้ที่บริเวณ จ.พังงา จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ และ จ.ตรัง ขณะที่ชาวไทยใหม่หรือชาวเล หมู่บ้านชาวไทยใหม่แหลมตุ๊กแก ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ที่อยู่ติดทะเล ยังคงใช้ชีวิตตามปกติไม่ตื่นตกใจแต่อย่างใด บางส่วนนั่งพูดคุยหารือกันใต้ถุนบ้าน โดยนายดำ ประมงกิจ อายุ 41 ปี ชาวไทยใหม่ เล่าว่า ช่วงที่แผ่นดินไหวนั้น นอนอยู่ภายในบ้าน รับรู้แรงสั่นไหว 2 ครั้งจนต้องลุกขึ้นมาเปิดโทรทัศน์ดูเพื่อติดตามข่าว พร้อมทั้งปลุกเพื่อนบ้านซึ่งทราบว่ามีหลายคนรับรู้แรงสั่นไหวจนต้องตื่นขึ้นมาเช่นเดียวกัน ถึงแม้แผ่นดินไหวครั้งนี้จะมีความรุนแรงในระดับหนึ่งแต่ยังรู้สึกว่าแรงสั่นไหวยังเบากว่าช่วงก่อนๆที่ผ่านมา ส่วนที่ จ.กระบี่ นักท่องเที่ยวที่อาศัยบนอาคารสูงที่เกาะพีพีและหาดอ่าวนางต่างรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจนเช่นกันแต่ไม่มีแตกตื่นตกใจและไม่มีสัญญาณเตือนภัยแต่อย่างใด

 

แฉ ‘รัสปูตินหญิง’ คุมปธน.โสมใต้ทุกเรื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ธ.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805007

 

คณะกรรมาธิการรัฐสภาเกาหลีใต้ ผู้สอบสวนคดีนางชเว ซูน-ซิล เพื่อนคนสนิทของประธานาธิบดีปาร์ก กึน-เฮ ฉายา “รัสปูตินหญิง” ถูกกล่าวหาก้าวก่ายกิจการรัฐบาลและบีบให้บริษัทต่างๆบริจาคเงินมหาศาลให้มูลนิธิ 2 แห่งที่เธอตั้งขึ้น เผยเมื่อ 7 ธ.ค.ว่า จะเรียกนางชเวมาสอบปากคำให้ได้ หลังเธอปฏิเสธมาตลอดโดยอ้างปัญหาสุขภาพ

ด้านเพื่อนและผู้ใกล้ชิดนางชอยให้การว่าเธอมีอิทธิพลเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งการเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้ น.ส.ปักไปจนถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ก่อนหน้านี้ 1 วัน คณะกรรมการฯได้สอบปากคำผู้นำกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ (แชโบล) 8 แห่ง รวมทั้ง บ.ซัมซุง มีการถ่ายทอดสดทางทีวี ซึ่งพวกเขารับว่าบริจาคเงินจริงแต่ไม่ใช่เพื่อแลกผลประโยชน์.

 

เมียนมาห้ามคนงานไปมาเลย์ หลังถูกโจมตีวิกฤติรัฐยะไข่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ธ.ค. 2559 05:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805006

 

กระทรวงผู้อพยพของเมียนมาแถลงเมื่อ 7 ธ.ค.ว่า ได้สั่งระงับการออกใบอนุญาตให้แรงงานชาวเมียนมาไปทำงานในมาเลเซียชั่วคราวตั้งแต่ 6 ธ.ค. 2559 สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่นั่น คำสั่งนี้มีขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย โจมตีนางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมาว่าปล่อยให้มีการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ระหว่างนำฝูงชนหลายพันคนชุมนุมประท้วงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 4 ธ.ค.และมีรัฐมนตรีในรัฐบาลมาเลเซียเรียกร้องให้ทบทวนสมาชิกภาพของเมียนมาในอาเซียน

ด้านนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงหลังกลับจากเยือนรัฐยะไข่ว่า แม้มีความตึงเครียด มีการสู้รบในรัฐยะไข่ แต่ไม่ขอนิยามว่าการใช้ความรุนแรงกับชาวโรฮีนจาเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังที่บางคนระบุ คิดว่าวิกฤตการณ์ที่ยะไข่จะไม่ทำให้ภูมิภาคแตกเป็นเสี่ยงๆ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะควบคุมสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น.

 

นายกฯ อิตาลี ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ธ.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/804987

 

มัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ยื่นหนังสือของลาออกจากตำแหน่งให้ประธานาธิบดีแล้ว โดยประธานาธิบดีกำลังเตรียมหารือกับพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลรักษาการ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอิตาลี ยืนหนังสือลาออกจากตำแหน่งถึงประธานาธิบดีแล้ว 3 วันหลังจากเขาพ่ายแพ้ในการลงคะแนนเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูฐปฏิรูปรัฐสภา ซึ่งเขาประกาศล่วงหน้าว่า หากประชาชนไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญนี้ เขาจะลาออกจากตำแหน่ง

นายเรนซีไม่ลาออกจากตำแหน่งในทันทีหลังทราบผลประชามติ เนื่องจากเขาต้องรอให้วุฒิสภาผ่านกฎหมายงบประมาณประจำปี 2017 เสียก่อน ซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้วในวันพุธ

ด้านนาย เซอร์กิโอ มัตตาเรลลา ประธานาธิบดีอิตาลี เตรียมเริ่มการปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลรักษาการในเวลา 18:00น. วัน พฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยการหารือจะเสร็จสิ้นในช่วงบ่ายวันอาทิตย์

ทั้งนี้ คาดว่านายเรนซีจะได้เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า นายมัตตาเรลลาอาจขอให้สมาชิกคนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีของนายเรนซี หรือนักการเมืองจากพรรคเดโมแครตของเขา จัดตั้งรัฐบาลใหม่ ขณะที่มีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้มีการจัดการเลือกตั้งเร็วขึ้นกว่ากำหนดการเดิมในปี 2018 ด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ อิตาลีประกาศลาออก หลังพ่ายยับประชามติปฏิรูปรัฐสภา