ผอ.CIA เตือนทรัมป์ โง่เขลามาก ถ้ายกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 18:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798181

 

ผอ.ซีไอเอ เปิดใจให้สัมภาษณ์บีบีซี สื่ออังกฤษครั้งแรก ก่อนจะหมดวาระดำรงตำแหน่งต้นปีหน้า เตือนรัฐบาลทรัมป์ ถ้ายกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านตามคำขู่ จะถือเป็น ‘หายนะ’ และความเขลาอย่างยิ่ง

เมื่อ 30 พ.ย.สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน นายจอห์น เบรนแนน ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (CIA, ซีไอเอ) กล่าวเตือนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุของสำนักข่าวบีบีซี ช่อง ‘ทูเดย์ โปรแกรม’ ว่า หากทรัมป์ ล้มเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านตามที่เคยพูดขู่ไว้ตอนหาเสียงแล้ว จะก่อให้เกิด ‘หายนะ’ ตามมา และยังถือเป็นความโง่เขลาอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศแล้ว ‘ฉีก’ ข้อตกลงที่รัฐบาลชุดก่อนทำเอาไว้จนเกือบจะเป็นประวัติศาสตร์

นายเบรนแนน ผอ.ซีไอเอ ซึ่งยอมมานั่งให้สัมภาษณ์กับสื่ออังกฤษเป็นครั้งแรก ขณะที่เขากำลังจะหมดวาระดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม ปีหน้า หลังจากรับตำแหน่งนี้มาเป็นเวลา 4 ปี ยังได้อธิบายถึงอันตรายหากรัฐบาลทรัมป์ล้มเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านว่า จะสามารถนำไปสู่โครงการผลิตอาวุธในอิหร่าน และยังทำให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มดำเนินการสร้างอาวุธของตนเองกันขึ้นมาบ้าง ท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งในภูมิภาค


จอห์น เบรนแนน

ขณะเดียวกัน นายเบรนแนน ยังได้กล่าวถึงคำมั่นสัญญาของทรัมป์ที่จะทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาลประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียมากขึ้นด้วย ขณะที่ผอ.ซีไอเอ ตำหนิรัฐบาลกรุงมอสโกว่า สร้างความทุกข์ยากมากมายในประเทศซีเรีย พร้อมกันนั้น ยังเตือนรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ภายใต้การนำของทรัมป์ว่า จำเป็นต้องกระทำการในนโยบายต่างๆ อย่าง ‘รอบคอบ และมีวินัย’ รวมทั้งการระวังในการใช้ภาษาในเรื่องของกลุ่มก่อการร้าย ไปจนถึงความสัมพันธ์กับรัสเซีย ข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน ตลอดจนเรื่องอื่นๆ.

 

ไอซิส อ้างอยู่เบื้องหลัง เหตุสะเทือนขวัญที่มหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ เจ็บ11

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 16:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798102

 

กลุ่มไอซิส ออกโรงอ้างความรับผิดชอบ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ นศ.หนุ่มมะกันเชื้อสายโซมาเลียก่อเหตุขับรถชนคนเดินเท้าและใช้มีดไล่แทงผู้คน ที่มหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ เจ็บ 11 ราย ก่อนคนร้ายจะถูกตำรวจวิสามัญยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เมื่อ 30 พ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส มอบหมายให้สำนักข่าวอามัค ซึ่งเป็นฝ่ายสื่อของกลุ่มสุดโหด ประกาศอ้างความรับผิดชอบ กลุ่มไอซิสอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ นายอับดุล ราซัค อาลี อาร์ตัน นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายโซมาเลียวัย 18 ปี ก่อเหตุขับรถยนต์พุ่งชนผู้คนที่เดินอยู่บนทางเท้าภายในมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐฯ ก่อนจะเปิดประตูรถลงมาใช้มีดแล่เนื้อทำร้ายร่างกายผู้คน จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 11 คน เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอามัค ยังเรียกนายอาร์ตันว่า เป็น ‘ทหาร’ ของกลุ่มไอซิสอีกด้วย พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวมุสลิมทั้งหลายจงลงมือก่อเหตุโจมตีชาติตะวันตกต่อไป


นายอับดุล ราซัค อาลี อาร์ตัน

ข่าวแจ้งว่า นายอาร์ตัน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยโคลัมบัส ในรัฐโอไฮโอได้เดินทางเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2557 ในฐานะเป็นลูกชายของผู้ลี้ภัยจากโซมาเลีย และก่อนหน้านี้ เขาเคยอยู่ในปากีสถานมานานถึง 7 ปี โดยก่อนลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญที่มหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอนั้น นายอาร์ตันได้โพสต์ข้อความเตือนผ่านทางเฟซบุ๊ก บนโซเชียลมีเดีย เพียงไม่นาน พร้อมระบุว่า ถ้าสหรัฐฯ ต้องการให้ชาวมุสลิมยุติการโจมตีในรูปแบบ ‘หมาป่าผู้เดียวดาย’ แล้ว สหรัฐฯ ก็ควรจะตกลงสันติกับกลุ่มไอซิส อย่างไรก็ตาม สุดท้าย นายอาร์ตันได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในมหาวิทยาลัยสาดกระสุนใส่จนเสียชีวิตหลังก่อเหตุสลด โดยตำรวจระบุว่า เป็นเพราะไม่ยอมวางอาวุธ


ช็อก บินโคลอมเบียโหม่งโลก ดับ 71 ศพ อาจเป็นเพราะเครื่องยนต์ขาดน้ำมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 14:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797961

 

เจ้าหน้าที่สำนักงานการบินพลเรือนโคลอมเบีย ชี้ สาเหตุเครื่องบินของสายการบิน ลาเมีย แอร์ไลน์ส ตกในโคลอมเบีย ดับสลด 71 ส่วนใหญ่เป็นนักฟุตบอลของทีม ชาเปโคเอนเซ อาจเป็นเพราะเครื่องยนต์ขาดน้ำมัน เพราะซากเครื่องบินที่ตกกระจัดกระจายบริเวณเชิงเขา ไม่มีร่องรอยไฟไหม้ชัดเจน

เมื่อ 30 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า โศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของสายการบิน ลาเมีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน LMI 2933 ซึ่งเป็นเที่ยวบินแบบชาร์เตอร์ ไฟลต์ หรือแบบเช่าเหมาลำ ประสบเหตุตกบริเวณภูเขา ใกล้เมืองเมเดยิน ทางตอนกลางของประเทศโคลอมเบีย หลังขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบินตอนเวลา 22.15 น.ของคืนวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสลด 71 ราย และส่วนใหญ่เป็นบรรดานักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ทีมฟุตบอลของบราซิล ‘ชาเปโคเอนเซ’ ซึ่งกำลังเดินทางจะไปฟาดแข้งในศึก Copa Sudamericiana ที่โคลอมเบีย ขณะที่ ซีเอ็นเอ็น ระบุ มีผู้รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ 6 คน ประกอบด้วย นักฟุตบอล 3 คน ลูกเรือ 2 คน และนักข่าวอีก 1 คนนั้น

จากการเปิดเผยของหนึ่งในเจ้าหน้าที่สำนักงานการบินพลเรือนของโคลอมเบีย ซึ่งกำลังเริ่มสืบสวนหาสาเหตุเครื่องบินโหม่งโลกว่า จุดเครื่องบินตกอาจนำไปสู่การพิสูจน์หาเบาะแสสำคัญที่ทำให้เครื่องบินโหม่งโลกในครั้งนี้ เนื่องจากเศษซากเครื่องบิน ไม่พบร่องรอยถูกไฟไหม้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เครื่องบินตกนั้น เป็นเพราะเครื่องยนต์ของเครื่องบินลำนี้ขาดน้ำมัน


ด้าน นายอัลเฟรโด โบคาเนกรา ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนโคลอมเบีย กล่าวว่า ถึงแม้การสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า อาจเกิดปัญหาที่ระบบไฟฟ้า แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่เครื่องบินไม่มีน้ำมัน ทั้งนี้ ปัญหาเครื่องยนต์ของเครื่องบินขาดเชื้อเพลิง เกิดจากหลายสาเหตุปัจจัย จนทำให้เครื่องยนต์หยุดกะทันหัน รวมทั้งอาจเกิดจากน้ำมันรั่ว ระบบจ่ายน้ำมันขัดข้อง หรือเกิดจากความผิดพลาดของนักบิน



อย่างไรก็ตาม ด้านสำนักงานการบินพลเรือนของโคลอมเบีย ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดด้านเทคนิค  ถึงแม้รูปถ่ายหลายรูปที่สำนักงานการบินพลเรือนของโคลอมเบียนำมาเผยแพร่นั้น แสดงให้เห็นซากเครื่องบินแบบ 4 เครื่องยนต์ AVro RJ85 อยู่ในลักษณะเป็นเศษซากแตกกระจายบริเวณเชิงเขา และไม่มีร่องรอยของการเกิดไฟไหม้แต่อย่างใด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โคลอมเบียลดยอดตายบินตกเหลือ 71 ศพ พบผู้โดยสารไม่ขึ้นเครื่อง 4 คน

 

โชคมหาศาลหล่นทับหนุ่มฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796877

 

การได้รับมรดกบ้านหลังใหญ่จากญาติตามพินัยกรรมนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ลองจินตนาการหน่อยว่าถ้าเจอทรัพย์สินล้ำค่าจำนวนมากมายซุกซ่อนอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ ผู้รับมรดกจะตื่นเต้นเป็นปลื้มแค่ไหน

รายนี้ไม่ธรรมดา…ชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสผู้ไม่ประสงค์เปิดเผยนามพบทองคำแท้ 5,000 แท่ง น้ำหนัก 100 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ในช่องซึ่งทำอย่างประณีตในเครื่องตกแต่งคฤหาสน์หรูหลังใหญ่โต รวมทั้งใต้กองพับผ้าลินิน กล่องดีบุกซุกใต้เก้าอี้

นิโคลาส เฟียร์ฟอร์ต ไปเยี่ยมแมนชั่นเพื่อประเมินราคาเฟอร์นิเจอร์ที่เจ้าของใหม่ตัดสินใจจะขาย เขาเล่าให้นักข่าวเอเอฟพีฟังว่าทองคำแท่งถูกซุกไว้อย่างแนบเนียน ส่วนเหรียญทองคำและแท่งโลหะมีค่าเจอในกล่องใต้เฟอร์นิเจอร์และกล่องเหล้าวิสกี้ขณะเคลื่อนย้ายสิ่งของ นอกจากนั้นยังพบหนังสือรับรองว่าซื้อมาอย่างถูกต้องระหว่างทศวรรษปี 1950-1960

ตามกฎหมายฝรั่งเศส หนุ่มผู้โชคดีจะต้องจ่ายภาษีมรดก 45% ของมูลค่าทรัพย์สิน.

 

โคลอมเบียลดยอดตายบินตกเหลือ 71 ศพ พบผู้โดยสารไม่ขึ้นเครื่อง 4 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 05:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797536

 

ทางการโคลอมเบียออกมาปรับลดจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เครื่องบินซึ่งขนทีมฟุตบอลจากบราซิลตกเมื่อคืนวันจันทร์ ลงจาก 75 รายเหลือ 71 ราย หลังพบว่ามีผู้โดยสารไม่มาขึ้นเครื่อง 4 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนังานการบินพลเรือนของประเทศโคลอมเบีย ออกมาลดตัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ แอลเอ็มไอ 2933 ของสายการบิน ‘ลาเมีย แอร์ไลน์ส’ ของประเทศโบลิเวีย ตกเมื่อคืนวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ลงเหลือ 71 ราย จากเดิมที่ระบุไว้ที่ 75 ราย เนื่องจากพบว่าจริงแล้ว มีผู้โดยสารบนเครื่องบินลำนี้น้อยกว่าที่ได้รับแจ้ง 4 คน ทำให้จำนวนผู้ที่อยู่บนเครื่องบินลำนี้ลดลงจาก 81 คน เหลือ 77 คน

เจ้าหน้าที่โคลอมเบียบอกกับสำนักข่าวเอพีว่า นาย ลูเซียโน บูลิกอน, นายเกลสัน ลูอิซ เมอริซิโอ, นายพลินิโอ เด เนส ฟินโญ่ และนาย อีบัน การ์ลอส อักโนเลตโต ไม่ได้โดยสารเครื่องบินลำนี้ที่เดินทางออกจากเมืองซานตา ครูซ ประเทศโบลิเวีย แต่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้โดยสาร โดยทั้ง 4 คนไม่ได้เป็นสมาชิกทีมฟุตบอล ‘ชาเปโคเอนเซ’ ที่โดยสารเครื่องบินลำนี้แต่อย่างใด

อนึ่ง ผู้โดยสารเครื่องบินลำนี้ส่วนใหญ่เป็นนักฟุตบอลและทีมสตาฟฟ์โค้ชของสโมสรฟุตบอล ชาเปโคเอนเซ ทีมเล็กๆ ในลีกสูงสุดของประเทศบราซิล โดยสมาชิกเกือบทั้งทีมรวมอยู่ในผู้เสียชีวิตทั้ง 71 คน โดยมีนักเตะในทีมรอดชีวิตเพียง 3 คนเท่านั้น ขณะที่ผู้เสียชีวิต 20 คนเป็นนักข่าวที่ติดตามไปทำข่าวการแข่งขัน

อีกด้านหนึ่ง ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ได้ร่วมส่งข้อความแสดงความเสียใจต่อเหตุสลดครั้งนี้ด้วย โดยนาย เนด ไพรซ์ โฆษกทำเนียบข่าวระบุว่า สหรัฐฯ ขอส่งคำภาวนาถึงครอบครัวและเจ้าหน้าที่ของทีมชาเปโคเอนเซที่รอดชีวิต หรือได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุครั้งนี้ และชาวอเมริกันจะยืนเคียงข้าวชาวบราซิลและโคลอมเบีย ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครื่องบินขนทีม ‘ชาเปโคเอนเซ’ แจ้งพบปัญหาไฟฟ้า-บินวนก่อนตก (ชมคลิป)

อิตาลีจับหมอกับพยาบาล “คู่รักปิศาจ” ฆ่าคนไข้หลายคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797517

 

ตำรวจอิตาลีจับกุมวิสัญญีแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในแคว้นลอมบาร์ดี เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าคนไข้ และร่วมมือกับพยาบาลที่เป็นชู้ ฆ่าสามีของเธอ…

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน สื่อในประเทศอิตาลีรายงานข่าวการจับกุมหมอดมยาสลบ หรือ วิสัญญีแพทย์ เนื่องจากต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรมคนไข้สูงอายุหลายคนที่อยู่ในระยะสุดท้าย และได้ร่วมมือกับพยาบาลที่เป็นชู้รักวางแผนฆ่าสามีของเธอโดยการให้ยาต่างจากที่ระบุในใบสั่งยา

นายแพทย์ลีโอนาโด คาซซานิกา วัย 60 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรมคนไข้อย่างน้อย 4 คน ที่โรงพยาบาลซารอนโน ในแคว้นลอมบาร์ดี ระหว่างปี 2012-2013 ซึ่งเป็นคนไข้สูงวัยที่เขาอ้างว่าต้องการให้คนไข้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมาน ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้นจากการสอบสวน

นอกจากนั้น เขายังตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาร่วมมือกับพยาบาลวัย 40 ปีที่ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกันวางแผนฆ่าสามีวัย 45 ปีของเธอ โดยการหลอกให้เขาเชื่อว่าเป็นโรคเบาหวาน จากการสอบสวนพบว่า ตลอดเวลาที่ยาวนาน “คู่รักปิศาจ” ได้จ่ายยาที่ผสมผสานหลากหลายที่ไม่ได้ช่วยในการรักษาโรคที่แท้จริงให้กับสามีของฝ่ายหญิง จนกระทั่งเขาเสียชีวิตลงในเดือนมิถุนายน 2013

นายแพทย์และพยาบาลทั้งสองคนได้ถูกจับกุมตัวเมื่อเช้าวันอังคารในข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตโดยเจตนา นอกจากนั้น เจ้าพนักงานสอบสวนยังสงสัยหมออีกหลายคนที่แสดงอาการเฉยเมย ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะเสาะหาข้อเท็จจริง หลังจากที่พนักงานโรงพยาบาลแจ้งเหตุกรณีที่น่าสงสัย

เจ้าพนักงานสอบสวนพบว่า นายแพทย์คาซซานิกาได้จัดทำ “กระบวนการรักษา” เฉพาะของตนเองสำหรับคนใข้ที่อยู่ในขั้นสุดท้ายของชีวิต โดยการให้ยาแก้ปวดและยาสลบเกินขนาดด้วย

 

เครื่องบินขนทีม ‘ชาเปโคเอนเซ’ แจ้งพบปัญหาไฟฟ้า-บินวนก่อนตก (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 04:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797501

 

เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังเร่งหาสาเหตุการตกของเครื่องบินโดยสารของ ลาเมีย แอร์ไลน์ส ซึ่งทำให้สมาชิกทีมฟุตบอลจากประเทศบราซิลเสียชีวิตเกือบทั้งทีม โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่พบกล่องดำแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสืบสวนเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ แอลเอ็มไอ 2933 ของสายการบิน ‘ลาเมีย แอร์ไลน์ส’ ของประเทศโบลิเวีย ตกในพื้นที่ตอนกลางของประเทศโคลอมเบียพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือจำนวน 81 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกทีมฟุตบอล ‘ชาเปโคเอนเซ’ ของประเทศบราซิล เมื่อวันอังคารที่ 28 พ.ย. เพื่อหาสาเหตุการตก

เที่ยวบินเช่าเหมาลำ แอลเอ็มไอ 2933 เดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ วิรู วิรู ของประเทศโบลิเวียในเวลา 18:18น. วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ต่อมาลูกเรือของเครื่องบินลำนี้ส่งสัญญาญฉุกเฉินขณะบินอยู่ระหว่างเมือง ลา เซฮา และเมือง ลา ยูเนียน ใกล้เมืองเมเดยิน ในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง โดยเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินรัฐ ริโอ เนโกร เผยว่า ลูกเรือประสบปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้า


หน่วยกู้ภัยเร่งค้นหาศพผู้เสียชีวิต

ขณะเดียวกัน สื่อหลายสำนักได้เผยแพร่คลิปวิดีโอข้อมูลเรดาร์ แสดงให้เห็นเส้นทางการบินของ แอลเอ็มไอ 2933 โดยพบว่า เครื่องบินลำนี้บนวนอยู่ใกล้พื้นที่ทางใต้ของเมือง ลา เซฮา หลายรอบ ก่อนจะหายไปจากจอเรดาร์ แต่จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลำนี้พบจุดจบได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนโคลอมเบียเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนในที่เกิดเหตุ ค้นพบอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน (เอฟดีอาร์) และอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบิน (ซีวีอาร์) หรือกล่องดำทั้ง 2 กล่องของเครื่องบิน ‘แอฟโร อาร์เจ85’ ลำนี้แล้ว โดยอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้รู้สาเหตุการตกที่แท้จริงในไม่ช้า

ทั้งนี้ แอลเอ็มไอ 2933 สร้างความตกตะลึงและความเสียใจอย่างที่สุดแก่วงการลูกหนัง เนื่องจากผู้โดยสารเครื่องบินลำนี้ส่วนใหญ่เป็นนักฟุตบอลและทีมสตาฟฟ์โค้ชของสโมสรฟุตบอล ชาเปโคเอนเซ ทีมเล็กๆ ในลีกสูงสุดของประเทศบราซิล ซึ่งในปีนี้ทำผลงานได้ดีและกลายเป็นม้ามืดเข้ารอบชิงชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลรายการ โคปา ซูดาเมริกานา และการเดินทางครั้งนี้ก็เปิดการเดินทางเพื่อไปร่วมการแข่งขันดังกล่าวที่ตามกำหนดการจะมีขึ้นในวันพุธ

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 75 ราย ในจำนวนนี้ 20 รายเป็นนักข่าวที่ติดตามไปทำข่าว ขณะที่มีผู้รอดชีวิตเพียง 6 ราย ได้แก่นาย อลัน รุสเชล นักเตะตำแหน่งกองหลังของทีมชาเปโคเอนเซ ซึ่งเป็นนักเตะคนแรกที่ถูกพบว่ารอดชีวิตและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่น, แจ็กสัน โฟลแมนน์ ผู้รักษาประตูตัวสำรอง, เฮลิโอ เนโต นักเตะตำแหน่งกองหลัง, ราฟาเอล บัลมอร์บิดา นักข่าวคนเดียวที่รอดชีวิต, ซิเมนา ซัวเรซ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวโบลิเวีย และเออร์วิน ตูมิรี เจ้าหน้าที่เทคนิคการบินชาวโบลิเวีย


ชาวบราซิลในรัฐซานตา คาตารินา ร่วมทำพิธีมิสซา เพื่อไว้อาลัยแก่สมาชิกทีมฟุตบอล ชาเปโคเอนเซ ที่เสียชีวิตในเหตุเครื่องบินตก

ดร. กีเยอร์โม โมลินา หัวหน้าทีมแพทย์ที่ทำการรักษาผู้รอดชีวิตบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า นายเนโต กับนาย บัลมอร์บิดา กำลังรับการรักษาในห้องไอซียู โดยมีอาการซับซ้อนมากๆ แต่ยังคงทรงตัว นายเนโตมีบาดแผลบริเวณศีรษะ, ทรวงอก และที่ปอด รวมทั้งบาดแผลเปิดบริเวณหัวเข้าทั้ง 2 ข้าง ส่วนนายรุสเชลก็กำลังรักษาตัวในห้องไอซียูเช่นกัน แต่อาการทรงตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่บินเครื่องบินที่รอดชีวิตทั้ง 2 คนอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

อนึ่ง แพทย์ไม่เปิดเผยอาการของนายโฟลแมนน์ แต่มีรายงานจากสื่อสำนักต่างๆ ว่า แพทย์จำเป็นต้องตัดขาทั้ง 2 ข้างของเขาเนื่องจากอาการบาดเจ็บ

ด้านนาย มิเชล เทเมอร์ ประธานาธิบดีแห่งประเทศบราซิล ประกาศผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ให้มีการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นเวลา 3 วัน และระบุว่า รัฐบาลของเขาจะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของครอบครัวและเพื่อนๆ ของผู้เสียชีวิต

ชมคลิปที่นี่

นักรบติดอาวุธลอบโจมตีค่ายทหารอินเดียในแคชเมียร์ ดับ 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797386

 

เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธลอบโจมตีค่ายทหารอินเดียในแคว้นแคชเมียร์ เมื่อวันอังคาร ทำให้เจ้าหน้าที่อินเดียเสียชีวิต 7 ราย โดยยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี…

สำนักข่าวต่าวประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายบุกโจมตีค่ายทหารอินเดียที่เมืองนาโกรตา ในเขตชัมมู ของรัฐชัมมูและกัศมีร์ หรือแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุม เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ทหารเสียชีวิต 7 นาย และมีผู้ถูกจับไปเป็นตัวประกันอีก 16 คน อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้รับการช่วยเหลือหมดแล้ว

ตามการเปิดเผยของกองบัญชาการภาคเหนือของอินเดีย ผู้ก่อเหตุมีประมาณ 3-4 คน โดยพวกเขาแฝงตัวมาในชุดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เริ่มโจมตีที่อาคารเจ้าหน้าที่ สังหารเจ้าหน้าที่กองทัพ 1 นาย และทหารที่พยายามมาสกัดพวกเขา 3 นาย ก่อนจะจับทหาร 12 นาย ผู้หญิง 2 คน และเด็ก 2 คนเป็นตัวประกัน ก่อนที่ทหารจะเข้าช่วยเหลือได้สำเร็จหลังจากการปะทะอย่างดุเดือดนานหลายชั่วโมง ซึ่งทำให้มีทหารเสียชีวิตอีก 2 นาย และเจ้าหน้าที่อีก 1 นาย ส่วนฝ่ายผู้โจมตีเสียชีวิต 3 ราย

ทั้งนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนก.ย. เกิดเหตุนักรบติดอาวุธโจมตีค่ายทหารในเมืองอุริ ในรัฐชัมมูและกัศมีร์ ทำให้ทหารเสียชีวิตถึง 19 นาย ซึ่งทางการอินเดียกล่าวหาปากีสถานว่ามีส่วนรู้เห็นกับการโจมตีที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศย่ำแย่ลง และเกิดการปะทะกันประปรายบริเวณชายแดนแคชเมียร์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายแย่งอำนาจการปกครอง

 

ระทึก! มือมืดวางระเบิดขบวนรถทีมคุ้มกันปธน.ปินส์ เจ็บ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 00:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797356

 

เกิดเหตุระเบิดโจมตีขบวนรถของทีมรักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ในเมืองบนเกาะมินดาเนา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 9 นาย โดยเชื่อว่ากลุ่มติดอาวุธเมาเต เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดโจมตีขบวนรถของทีมรักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ที่เมืองมาราวี ทางใต้ของเกาะมินดาเนา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 9 นาย ซึ่ง 1 ในจำนวนนี้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ อย่างไรก็ดี นายดูเตร์เตไม่ได้มากับขบวนนี้

พันเอก จีนี โปนิโอ บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ทีมรักษาความปลอดภัยกลุ่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งในเจ้าหน้าที่ 50 นาย ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อต้อนรับประธานาธิบดีดูเตร์เต ซึ่งมีแผนจะเดินทางเยือนเมืองมาราวีในวันพุธนี้ (30 พ.ย.) ขณะที่นาย มาร์ติน อันดานาร์ โฆษกของนายดูเตร์เตระบุว่า ประธานาธิบดีจะเดินทางเยือนเมืองมาราวีตามกำหนด แม้จะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

พันเอกโปนิโอเผยด้วยว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ อาจเป็นความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของกลุ่มติดอาวุธอิสลาม ‘เมาเต’ ซึ่งมีฐานที่มั่นบนเกาะมินดาเนา และปะทะกับกองทัพฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากพวกเขาบุกปิดล้อมเมืองบูติก โดยก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุพบระเบิดแสวงเครื่องใกล้สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงมะนิลา และเจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มเมาเตอยู่เบื้องหลังเช่นกัน

 

‘เอมมา โมราโน’ คนอายุยืนที่สุดในโลก ฉลองวันเกิดปีที่ 117

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2559 23:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797341

 

เอมมา โมราโน หญิงชาวอิตาลี และเป็นนบุคคลที่อายุยืนที่สุดในโลก ฉลองอายุครบ 117 ปีแล้ว เมื่อวันอังคาร ท่ามกลางการแสดงความยินดีจากเพื่อนฝูง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาง เอมมา โมราโน หญิงชาวอิตาลีผู้ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นมนุษย์ที่อายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นคนที่เกิดในยุคปี 1800 คนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ ฉลองวันเกิดอายุ 117 ปี ของเธอแล้ว ในวันอังคารที่ 29 พ.ย. โดยเคล็ดลับในความอายุยืนของเธอคือ การทานไข่ดิบวันละ 2 ฟอง

ในวันอังคาร เพื่อน, เพื่อนบ้าน และแพทย์ประจำตัวของนางโมราโน มารวมตัวกันที่อพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของเธอ ในเมืองแวร์บาเนีย ติดกับชายฝั่งทะเลสาบมัจจอเร ทางเหนือของประเทศอิตาลี เพื่อฉลองวันคล้ายวันเกิดให้เธอ รวมทั้งมอบเค้กวันเกิดก้อนใหญ่ให้เธอด้วย


เพื่อน, เพื่อนบ้าน และแพทย์ประจำตัวของนางโมราโน ร่วมฉลองวันเกิดอายุ 117 ปีของเธอ

ทั้งนี้ นางโมราโน เกิดในปี 1899 หรือ 4 ปีก่อนที่พี่น้องตระกูลไรท์จะประดิษฐ์เครื่องบินลำแรก ชีวิตของเธอคาบเกี่ยวกับช่วงเวลา 3 ศตวรรษ ผ่านสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง และรัฐบาลอิตาลีถึง 90 รัฐบาล

นางโมราโนให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์รอยเตอร์สว่า “ชีวิตฉันไม่ค่อยสวยหรูนัก ฉันทำงานในโรงงานจนกระทั่งอายุ 65 ปี” ขณะที่ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสื่อพิมพ์ ลา สแตมปา เมื่อ 5 ปีก่อน เธอกล่าวว่า คู่หมั้นของเธอเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่ได้รักขณะมีอายุ 26 ปี &ldldquo;ถ้าคุณไม่แต่งงานกับผม ผมจะฆ่าคุณ” ชายที่เธอจะต้องแต่งงานกล่าว ตามคำกล่าวอ้างของนางโมราโน

มันไม่มีชีวิตแต่งงานที่มีความสุข พวกเขามีลูกชายในปี 1937 แต่เด็กก็เสียชีวิตขณะมีอายุเพียง 6 เดือน ปีต่อมา เธอก็แยกทางกับสามีผู้ชอบทารุณของเธอ หลังจากนั้น นางโมราโนก็ใช้ชีวิตคนเดียวและมีชีวิตยืนยาวกว่าพี่น้องทั้ง 8 คนของเธอ ซึ่งหนึ่งในนี้เสียชีวิตขณะมีอายุถึง 102 ปี

ทั้งนี้ แพทย์ในอิตาลีประหลายใจอย่างมากที่นางโมราโนมีอายุยืนขนาดนี้ทั้งที่ทานอาหารไม่สมส่วน โดยดร.คาร์โล บาวา บอกกับสถานีโทรทัศน์รอยเตอร์สว่า “ตอนที่ผมรู้จักเธอครั้งแรก เธอทานไข่วันละ 3 ฟอง ไข่ดิบ 2 ฟอง และไข่ดาวอีก 1 ฟอง ก่อนจะลดจำนวนลงเหลือเพียง 2 ฟองในบางวัน เพราะเธอคิดวา 3 ฟองมันมากไป เธอทานผลไม้และผักไม่มาก เธอมีนิสัยทานอาหารเดิมๆ ทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน และทุกปี”