จีนขึ้นพรวด ภาษีรถหรู 10% หวังคุมความฟุ่มเฟือยเศรษฐี ติดแบรนด์เนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 14:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/799181

 

รัฐบาลจีนปรับขึ้นภาษีรถหรู ‘ซุปเปอร์ คาร์’ ทั้งเฟอร์รารี เบนท์ลีย์ โรลส์รอยซ์ พรวดเดียว 10% หวังควบคุมเศรษฐีจีน ‘ขี้อวด’ โชว์ความรวยทั้งหลาย ที่พากันติดของแบรนด์เนมกันไปหมดแล้ว

เมื่อ 1 ธ.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลจีนขึ้นภาษี รถหรู ‘ซุปเปอร์ คาร์’ รวมทั้ง รถยี่ห้อ เฟอร์รารี, เบนท์ลีย์, แอสตัน มาร์ติน และโรลส์ รอยซ์ อีก 10% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้ ส่งผลให้ราคารถหรูระดับไฮเอนด์เหล่านี้ในจีน ราคาปรับตัวสูงขึ้นไปแตะระดับคันละกว่า 1.3 ล้านหยวน หรือประมาณ 189,000 ดอลลาร์ (ราว 6.6 ล้านบาท)

บีบีซี แจ้งว่า เจ้าหน้าที่จีนหลายคน เผย ทางการจีนตัดสินใจขึ้นภาษีรถหรูในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อหวังควบคุมการใช้จ่ายสินค้าราคาแพงฟุ่มเฟือยของบรรดาเศรษฐี ‘ขี้อวด’ ในประเทศ ที่พากันติดสินค้าแบรนด์เนมกันไปเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งเพื่อต้องการลดปริมาณการปล่อยไอเสียของรถยนต์ ที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษในอากาศ

ทั้งนี้ จีนถือเป็นตลาดสำคัญของบริษัทผลิตรถยนต์ไฮเอนด์ทั้งหลาย เนื่องจากมีเศรษฐีใหม่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้บรรดาบริษัทผลิตรถยนต์มีการออกรถรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังล่อใจเศรษฐีจีน โดยบริษัทโรลส์รอยซ์ และ แอสตัน มาร์ติน กำลังมีแผนจะเปิดตัวรถ SUV รุ่นใหม่ในปีหน้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวจีนที่ชอบรถยนต์คันใหญ่มากกว่ารถยนต์สปอร์ต

 

น้ำมันดิบโลกพุ่งแรง10% ขานรับโอเปก ลดปริมาณผลิตน้ำมันครั้งแรกในรอบ 8ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 12:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798917

 

ราคาน้ำมันดิบโลกดีดตัวพุ่งขึ้นทันที ขานรับกลุ่มโอเปกตกลงลดปริมาณการผลิตน้ำมันครั้งแรกในรอบ 8 ปี หลังจากบอบช้ำไปตามๆ กัน จากราคาน้ำมันดิบตกต่ำติดต่อมานานกว่า 2 ปี โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นไปถึงราว 5 ดอลลาร์ แตะระดับราคา 51.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เมื่อ 1 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งแรง หลังจากกลุ่มโอเปก หรือองค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (Organization of the Pretoleum Exporting Countries, OPEC) ซึ่งมีสมาชิก 14 ชาติได้ร่วมประชุมกันที่กรุงเวียนนา เมืองหลวงออสเตรีย เมื่อ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เห็นพ้องตรงกันที่จะลดปริมาณการผลิตน้ำมันลง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่ผลิตวันละ 33.6 ล้านบาร์เรล เหลือเป็น 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนนับเป็นครั้งแรกที่กลุ่มโอเปกตัดสินใจลดปริมาณการผลิตน้ำมันในรอบ 8 ปี หรือตั้งแต่ปี 2551 เพื่อหวังแก้ปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปี หลังสหรัฐฯ สามารถขุดเจาะน้ำมันจากชั้นหินดินดานได้เองในปี 2557

บีบีซีแจ้งว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. พุ่งขึ้นไปถึง 10% แตะระดับ 51.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือขึ้นไปถึงประมาณ 5.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ได้ปรับลดลงไปอยู่ที่ 46.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากยังไม่รู้ว่าผลการประชุมของกลุ่มโอเปกจะออกมาเป็นเช่นใด ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นไปถึง 9% อยู่ที่ 49.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเช่นกัน  ขานรับข่าวกลุ่มโอเปกลดปริมาณการผลิตน้ำมัน


นายโมฮัมเหม็ด บิน ซาเลห์ อัล-ซาดา ประธานกลุ่มโอเปก

นายโมฮัมเหม็ด บิน ซาเลห์ อัล-ซาดา รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรมของประเทศการ์ตา ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มโอเปก กล่าวว่า การลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปก ลงวันละ 1.2 ล้านบาร์เรล จะเริ่มขึ้นในเดือน ม.ค.ปีหน้า โดยนายอัล-ซาดา ชี้ว่า นอกจากกลุ่มโอเปกที่ตกลงจะลดปริมาณการผลิตแล้ว ประเทศผลิตน้ำมัน ที่ไม่ใช่สมาชิกกลุ่มโอเปกก็คาดว่าจะลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงวันละ 600,000 บาร์เรลต่อวันเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ประธานกลุ่มโอเปกไม่ได้ระบุว่า ประเทศผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก ประเทศใดบ้างที่ตัดสินใจลดปริมาณการผลิตน้ำมัน นอกเหนือจากรัสเซียที่ได้ประกาศว่ารัสเซียมีแผนจะลดปริมาณน้ำมันลง 3 แสนบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่ผลิตวันละมากกว่า 10 ล้านบาร์เรล

ทั้งนี้ การบรรลุข้อตกลงของชาติสมาชิกกลุ่มเอเปกในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของโอเปกได้ตกลงกันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า จะลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงประมาณ 700,000 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โอเปกเห็นชอบ ลดอัตราการผลิตน้ำมันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008

 

UN คว่ำบาตรโสมเหนือ จำกัดการขายถ่านหิน 60%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798582

 

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่ม โดยจำกัดการขายถ่านหินซึ่งทำรายได้ให้รัฐบาลเปียงยางมากที่สุด ซึ่งการคว่ำบาตรครั้งนี้จีนเห็นชอบด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ลงมติในวันพุธ (30 พ.ย.) ออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่แก่ประเทศเกาหลีเหนือ โดยจำกัดการส่งออกน้ำมันให้จีนประมาณ 60% โดยที่จีนเห็นชอบในการคว่ำบาตรครั้งนี้ด้วย หลังจากเจรจากับสหรัฐฯ มานานหลายเดือนนับตั้งแต่รัฐบาลเปียงยางทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 เมื่อเดือนก.ย.

สมาชิกยูเอ็นเอสซีทั้ง 15 ประเทศลงมติเป็นเอกฉันท์ในการออกมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ซึ่งยังห้ามการส่งออกแร่ ทองแดง, นิกเกิล, เงิน, สังกะสี รวมทั้งงานประติมากรรมอีกด้วย ขณะที่นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนว่า รัฐบาลเปียงยางจะต้องหยุดการกระทำยั่วยุทั้งหมด และทำตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ถ่านหินเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้เกาหลีเหนือเป็นอันดับ 1 ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรจะจำกัดให้เกาหลีเหนือส่งออกถ่านหินได้เพียง 7.5 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้รายได้ของเกาหลีเหนือลดลงกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับปี 2015 และเชื่อว่าจีนเป็นประเทศเดียวในโลกที่ซื้อถ่านหินของเกาหลีเหนือ

 

เทปเสียงชี้! เที่ยวบินมรณะเกิดปัญหาไฟฟ้าล้มเหลว-น้ำมันหมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 04:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798567

 

เทปเสียงจากหอบังคับการบินชี้ เครื่องบินที่บรรทุกทีมฟุตบอลจากประเทศบราซิล ซึ่งตกโดยไม่ทราบสาเหตุบนภูเขาในประเทศโคลอมเบียเมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ระบบไฟฟ้าล้มเหลวและน้ำมันหมด…

เมื่อวันพุธที่ 30 พ.ย. สื่อหลายสำนักในประเทศโคลอมเบียต่างรายงานเผยแพร่เทปเสียงของหอบังคับการบิน ที่บันทึกเสียงของนักบินของเครื่องบินโดยสาร เที่ยวบินที่ 2399 ของสายการบิน ลาเมีย แอร์ไลน์ส ที่ตกในพื้นที่ตอนกลางของโคลอมเบียพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 77 คน และทำให้มีผู้เสียชีวิต 71 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักกีฬาและทีมเจ้าหน้าที่ของสโมสร ‘ชาเปโคเอนเซ’ จากประเทศบราซิล และมีผู้รอดชีวิต 6 ราย

ในเทปเสียงดังกล่าว มีเสียงนักบินพูดขอการอนุญาตลงจอดจากหอบังคับการบินซ้ำหลายครั้ง โดยระบุว่า มีปัญหาระบบไฟฟ้าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงและกำลังขาดน้ำมัน และก่อนที่เทปจะจบลง นักบินบอกด้วยว่า เขากำลังควบคุมเครื่องบินที่ความสูง 9,000 ฟุต (ราว 2,743 ม.)


เจ้าหน้าที่ลำเลียงศพผู้เสียชีวิตออกจากจุดตก

ทั้งนี้ รายงานล่าสุดยืนยันข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของทหารโคลอมเบียคนหนึ่ง ซึ่งบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า เครื่องบินลำนี้อาจขาดน้ำมัน เนื่องจากที่จุดตกไม่มีร่องรอยของการระเบิด อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการตกที่แน่ชัดของเครื่องบินลำนี้จากเจ้าหน้าที่สืบสวนแต่อย่างใด

อนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอล เนื่องจากผู้โดยสารส่วนใหญ่ของเครื่องบินลำนี้เป็นเจ้าหน้าที่และนักฟุตบอลของสโมสร ชาเปโคเอนเซ ซึ่งกำลังจะเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลรายการ โคปา ซูดาเมริกานา นัดชิงชนะเลิศนัดแรกในโคลอมเบีย ซึ่งเดิมจะเกิดขึ้นในวันพุธ

ในกลุ่มผู้รอดชีวิต 6 คนประกอบด้วย อลัน รุสเชล นักเตะตำแหน่งกองหลังของทีมชาเปโคเอนเซ ซึ่งเป็นนักเตะคนแรกที่ถูกพบว่ารอดชีวิตและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่น, แจ็กสัน โฟลแมนน์ ผู้รักษาประตูตัวสำรอง, เฮลิโอ เนโต นักเตะตำแหน่งกองหลัง, ราฟาเอล บัลมอร์บิดา นักข่าวคนเดียวที่รอดชีวิต, ซิเมนา ซัวเรซ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวโบลิเวีย และเออร์วิน ตูมิรี เจ้าหน้าที่เทคนิคการบินชาวโบลิเวีย

ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สโมสร ชาเปโคเอนเซ ในวันพุธ นายรุสเซล แลนายเนโต ยังคงมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ แต่อาการทรงตัว ขณะที่นายโฟลแมนน์ ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องตัดขาขวา อาจต้องถูกตัดขาอีกข้างหนึ่งของเขาด้วย ส่วนนาย บัลมอร์บิดายังคงรักษาตัวในห้องไอซียูโดยมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

ส่วนนายตูมิรี สามารถให้สัมภาษณ์ต่อสื่อได้แล้ว โดยเขาบอกกว่าสาเหตุที่เขายังมีชีวิตอยู่เพราะเขาปฏิบัติตามคำแนะนำความปลอดภัย “หลายคนยืนขึ้นและเริ่มตะโกน” เขากล่าว “ผมนำกระเป๋าเดินทางมาไว้ตรงหว่างขา และอยู่ในท่าเตรียมรับแรงกระแทก”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช็อก บินโคลอมเบียโหม่งโลก ดับ 71 ศพ อาจเป็นเพราะเครื่องยนต์ขาดน้ำมัน

เครื่องบินขนทีม ‘ชาเปโคเอนเซ’ แจ้งพบปัญหาไฟฟ้า-บินวนก่อนตก (ชมคลิป)

 

จีนลั่นวันเอดส์โลกลดแพร่เชื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798442

 

นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันเอดส์โลก 1 ธ.ค.ของทุกปี ระบุให้คำมั่นเพิ่มการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะเอชไอวี ต้นเหตุของโรคเอดส์ ทั้งเร่งพัฒนายารักษาหรือป้องกันไวรัสชนิดนี้อย่างจริงจังต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มการตระหนักรู้และให้การศึกษาแก่ผู้คนอย่างกว้างขวางมากขึ้น นอกเหนือจากการเพิ่มงบประมาณป้องกันการติดต่อของเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกและจัดหามาตรการตรวจเลือดผู้ตกอยู่ในความเสี่ยงให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนจะเพิ่มความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อควบคุมการแพร่ กระจายของเชื้อโรคอย่างจริงจังและจัดทำโครงการช่วยเหลือบำบัดผู้ติดเชื้อฟรี ทั้งนี้ จีนมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์อย่างเป็นทางการเมื่อปีกลายราว 575,000 ราย

ขณะที่ญี่ปุ่นเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในประเทศอย่างเข้มงวด หลังฆ่าสัตว์ปีกทั้งไก่และเป็ดมากกว่า 310,000 ตัว เพราะพบเชื้อไข้หวัดนกระบาดทางตอนเหนือกรุงโตเกียว และก่อนหน้านี้หลายประเทศยุโรป ทั้งเนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ โรมาเนียและเยอรมนี ก็พบการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดนก ส่วนองค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนภัยตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย.การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกจะรุนแรงมากขึ้น เพราะเป็นช่วงนกอพยพต่างถิ่นหนีหนาวลงใต้.

 

ฝ่ายค้านยันถอดถอน ปธน.ปาร์ก ไม่ใช่ลาออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798441

 

สถานการณ์การเมืองเกาหลีใต้เข้มข้นขึ้นทุกขณะ หลังเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา น.ส.ปาร์ก กึน-เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศว่า หากสภาหาช่องทางการโอนถ่ายอำนาจ โดยที่ไม่ทำให้เกิดสูญญากาศได้ ตนก็พร้อมจะลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบกรณีปล่อยให้นางชเว ซูน-ซิล คนสนิทที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการบ้านเมือง ใช้เส้นสายกอบโกยผลประโยชน์จากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้ จนกลายเป็นกระแสความไม่พอใจวงกว้าง ประชาชนจำนวนมหาศาลรวมตัวประท้วงทุกช่วงสุดสัปดาห์ตลอดเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. แกนนำพรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้ ซึ่งครองที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 165 ที่นั่งจาก 300 ที่นั่ง ระบุว่า การลงมติถอดถอนคือทางออกเดียว และจะลงมติในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ หรือวันที่ 9 ธ.ค. โดยการลงมติถอดถอนต้องได้รับเสียง 2 ใน 3 จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะตีความว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ คาดใช้ เวลาเร็วสุด 2 เดือน หรือนาน 6 เดือน ถ้าผ่านต้องจัดการเลือกตั้งเฟ้นหาผู้นำใหม่ ใน 60 วัน โดยให้นายกรัฐมนตรีรักษาการแทน

ขณะที่สื่อเกาหลีใต้มองว่า การที่ น.ส.ปักประกาศว่าพร้อมจะลาออก ถือเป็นการถ่วงเวลา เพราะมี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอย่างน้อย 30 คนที่อยากให้ถอดถอน เริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนใจ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านต้องการเสียงจากขั้วรัฐบาลในการถอดถอนขั้นต่ำ 28 เสียงถึงจะผ่านเกณฑ์ 2 ใน 3.

 

ตุรกีรวบ 6 ผู้ต้องสงสัย หลังเกิดไฟไหม้หอพักทำนร.หญิงดับ 11 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 02:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798502

 

เกิดเหตุไฟไหม้ที่หอพักนักเรียนมัธยมที่เมืองทางตอนใต้ของประเทศตุรกี ทำให้มีนักเรียนหญิงเสียชีวิต 11 ราย ขณะที่มีผู้ถูกจับกุม 6 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่หอพักนักเรียนมัธยมที่เมือง อาลาดัก ในจังหวัดอาดานา ทางใต้ของประเทศตุรกี เป็นเหตุให้มีนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 14 ปี เสียชีวิต 11 ราย เนื่องจากหนีออกมาไม่ทัน ขณะที่สาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตุรกีดำเนินการจับกุมตัวผู้จัดการหอพัก, อาจารย์ 3 คน และเจ้าพนักงานอีก 2 คนเนื่องจากอาจมีส่วนต้องรับผิดชอบในเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้

สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเผยแพร่ภาพที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นไฟลอดออกมาจากหลังคาของหอพัก โดยไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาคารทำจากไม้จนกระทั่งหลังคาพังถล่มลงมา ขณะที่หน่วยดับเพลิงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้


ความเสียหายที่เกิดกับหอพัก หลังเหตุเพลิงไหม้

ตามการเปิดเผยของนาย มาห์มุต เดเมียร์ตาส ผู้ว่าราชการจังหวัดอาดานา หอพักแห่งนี้มีนักเรียนพักอยู่ 34 คน นักเรียนหลายคนได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดออกจากหน้าต่างเพื่อหนีไฟ ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า มีนักเรียนหญิงต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล 22 คน

อนึ่ง หอพักแห่งนี้ เป็นที่พักของเด็กหญิงจากครอบครัวยากจนในหมู่บ้านข้างเคียง โดยมีรายงานอย่างกว้างขวางว่ามีเด็กหญิงติดอยู่บนชั้น 2 และ 3 ของอาคารขณะเกิดเพลิงไหม้ เนื่องจากประตูหนีไฟล็อก อย่างไรก็ตาม นายเวย์ซี เคย์นัค รองนายกรัฐมนตรีตุรกี ระบุว่า ตามการสืบสวนเบื้องต้น ประตูหนีไฟไม่ได้ล็อกขณะเกิดเหตุ

 

‘ทรัมป์’ ประกาศออกจากธุรกิจทั้งหมด มุ่งทำหน้าที่ประธานาธิบดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ธ.ค. 2559 00:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798392

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศในวันพุธ ว่าเขาจะตัดขาดตัวเองจากธุรกิจทั้งหมดของเขา แต่ยังไม่เปิดเผยตัวผู้สืบทอด ซึ่งเขาเตรียมจะแถลงข่าวใหญ่ในช่วงกลางเดือนธันวาคม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา ประกาศในวันพุธที่ 30 พ.ย. ว่า เขาจะออกจากอาณาจักรธุรกิจทั้งหมดของเขา เพื่อมุ่งเน้นในการทำหน้าที่ประธานาธิบดี และหลีกเลี่ยงข้อครหาเกี่ยวกับการมีผลประโยชน์ทับซ้อน

นายทรัมปเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มากนัก โดยระบุผ่านข้อความบนทวิตเตอร์ว่า เขาจะจัดการแถลงข่าวใหญ่ในนครนิวยอร์กพร้อมกับลูกๆ ของเขาในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่า เขาจะออกจากธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ของเข้าทั้งหมด เพื่อมุ่งสมาธิกับการบริหารประเทศ เพื่อทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง

นายทรัมป์ระบุอีกว่า ถึงแม้เขาจะยังไม่ได้รับตำแหน่ง แต่เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจที่หลากหลายของเขาในทุกๆ ทาง จากนี้ไป จะมีการร่างเอกสารทางกฎหมายเพื่อนำเขาออกจากปฏิบัติการทางธุรกิจของเขาอย่างสมบูรณ์ เพราะ หน้าที่ประธานาธิบดีมีความสำคัญกว่ามากนัก

ทั้งนี้ นายทรัมป์ได้รับการประเมิณว่ามีทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีธุรกิจต่างๆ มากกว่า 500 ธุรกิจ โดยนายทรัมป์เคยประกาศก่อนหน้านี้ว่า เขากำลังพิจารณาเรื่องการบริหารทั้งธุรกิจของเขาและทำหน้าที่ประธานาธิบดี โดยเชื่อมั่นว่าเขาจะทำทั้งสองอย่างได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยออกมาตั้งข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง นายทรัมป์ก็ออกมาแย้มว่า เขาอาจจะส่งมอบธุรกิจของเขาให้ลูกคนโตทั้ง 3 คน ได้แก่ อิวานกา, เอริค และโดนัลด์ จูเนียร์ บริหารแทน แต่ก็ยังแสดงความมั่นใจว่าเขาจะทำหน้าที่ทั้งสองส่วนพร้อมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

โอเปกเห็นชอบ ลดอัตราการผลิตน้ำมันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 23:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798371

 

แหล่งข่าวเผย ชาติสมาชิกโอเปกเห็นชอบลดอัตราการผลิตน้ำมันลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 แต่แหล่งข่าวระบุด้วยว่า พวกเขากำลังเจรจากันอยู่ว่าชาติสมาชิกแต่ละประเทศจะตัดลดเท่าใด…

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในที่ประชุมโอเปกคนหนึ่ง ว่า องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก ทั้ง 14 ชาติ เห็นชอบร่วมกันว่าจะจำกัดการผลิตน้ำมันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศว่า พวกเขาเตรียมรับผลกระทบรุนแรงต่อการผลิต และตกลงกับอริตลอดกาลอย่างอิหร่านว่าให้พวกเขาคงอัตราผลิตน้ำมันไว้ที่ระดับก่อนจะถูกคว่ำบาตร

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดเบรนท์ทะเลเหนือ เพิ่มขึ้นกว่า 8% สู่ค่ามากกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากความคาดหวังว่าซาอุดีอาระเบียจะสามารถประนีประนอมกับอิหร่าน หลังอิหร่านยืนยันตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าพวกเขาจะให้ความร่วมมือกับการตัดลดใดๆ อย่างเต็มที่

ล่าสุด แหล่งข่าวว่า โอเปกซึ่งกำลังประชุมที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เห็นชอบข้อเสนอขอเสนอของแอลจีเรียเมื่อเดือนก.ย. ที่ให้ลดเพดานการผลิตน้ำมันลงจาก 33.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยซาอุฯ จะลดอัตราผลิตลงประมาณ 5 แสนบาร์เรลต่อวัน เหลือ 10.06 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนอิหร่านจจะคงอัตราการผลิตไว้ที่เกือบ 3.797 ล้านบาร์เรลต่อวัน

แหล่งข่าวรายนี้ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม แต่แแหล่งข่าวในที่ประชุมโอเปกอีก 2 คนระบุว่า ขณะทุกฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการอภิปรายเพื่อหาว่า ชาติสมาชิกแต่ละประเทศควรตัดลดการผลิตน้ำมันเป็นจำนวนเท่าไร

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุม นาย คาลิด อัล-ฟาลีห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า โอเปกกำลังมุ่งเน้นที่จะลดเพดานการผลิตน้ำมันลงเหลือ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และหวังว่ารัสเซียกับประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกโอเปก จะช่วยกันลดการผลิตน้ำมันลงรวมกันที่ 6 แสนบาร์เรลต่อวัน

 

นักบินอวกาศจีนคนแรก ได้ยินเสียงเคาะปริศนากระทบยาน ทุกวันนี้ยังไร้คำตอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 19:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798242

 

หยาง หลีเว่ย นักบินอวกาศของจีนคนแรก เผยเรื่องคาใจระหว่างขึ้นไปท่องอวกาศกับยาน ‘เสินโจ 5’ 13 ปีก่อน.. จู่ๆ ได้ยินเสียงเคาะปริศนาเหมือนมีใครบางคนเอาค้อนมาเคาะตัวยานอวกาศหลายครั้ง จนรู้สึกหงุดหงิดมากๆ และทุกวันนี้ ยังไม่มีใครอธิบายให้คำตอบได้ …

เมื่อ 30 พ.ย. 59 เว็บไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ รายงานเรื่องราวปริศนา ที่ทำเอา พล.อ.ต.หยาง หลีเว่ย นักบินอวกาศของจีนคนแรกที่ถูกส่งขึ้นไปกับยานอวกาศ ‘เสินโจว 5‘ ‘ประสาทเสีย’ รู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก และยังคงสงสัยมาจนทุกวันนี้ เมื่อเขาได้ยินเสียงเคาะลึกลับดังกระทบตัวยานอวกาศหลายครั้ง และเมื่อมองออกไปนอกตัวยานก็เห็นแต่ความว่างเปล่า และไม่มีอะไรผิดปกติ จนทำให้ถึงแม้เขาจะกลับมายังโลกของเราหลายปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถจะให้คำตอบ หรืออธิบายได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดเสียงเคาะกระทบตัวยานอวกาศ ก่อนเสียงนั้นจะหายไปอย่างไม่มีเหตุผล

พล.อ.ต.หยาง ซึ่งปัจจุบัน อายุ 51 ปี และขณะนี้ ได้รับแต่งตั้งเป็น พลอากาศตรีแห่งกองทัพอากาศของจีน เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นให้สื่อจีน และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ en.people.cn ของจีนเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เสียงเคาะที่เขาได้ยินเหมือนกับมีใครบางคนกำลังเคาะตัวยานอวกาศ


หยาง หลีเว่ย ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในจีน ในฐานะเป็นนักบินอวกาศของจีนคนแรก

‘มันไม่ใช่เป็นเสียงที่ดังมาจากด้านนอกหรือในตัวยาน แต่มันเป็นเสียงเหมือนกับมีใครบางคนกำลังใช้ค้อนเหล็กเคาะลำตัวยานอวกาศอยู่’ พล.อ.ต.หยาง เล่าเหตุการณ์ระทึก หลังจากเขาได้เป็นนักบินอวกาศจีนคนแรกที่ได้ขึ้นไปท่องอวกาศกับยานเสินโจว 5 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2546 หรือ 13 ปีที่แล้ว และอยู่ในห้วงอวกาศเป็นเวลา 21 ชม. ระหว่างการโคจรรอบโลก 14 รอบ โดย พล.อ.ต.หยาง เล่าว่า หลังจากกลับมายังโลกแล้ว เขาได้บอกเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค และพยายามที่จะเลียนแบบเสียงเคาะที่เขาได้ยินด้วยอุปกรณ์จำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถคลี่คลายปริศนาในเรื่องนี้ได้


ในวันกลับมาสู่โลก เมื่อ 16 ต.ค.2546

ขณะที่ เว็บไซต์ มิร์เรอร์ เผยด้วยว่า พล.อ.ต.หยาง ไม่ได้อธิบายถึงทฤษฎีต่างๆ ที่น่าจะเป็นไปได้ รวมถึง มนุษย์ต่างดาว ที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดเสียงเคาะลำตัวยาน ซึ่งเขาไม่เคยได้ยินเสียงแบบนั้นอีกเลยนับตั้งแต่กลับมายังโลกมนุษย์