‘ทรัมป์’ ลั่น ฉีกสัญญาฟื้นสัมพันธ์มะกัน-คิวบา หากไม่มีเงื่อนไขดีกว่านี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2559 05:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796436

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะยุติข้อตกลงฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคิวบา ที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผลักดัน หากคิวบาไม่มีข้อตกลงที่ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ว่าเขาจะยุติข้อตกลงฟื้นความสัมพันธ์ที่ระหองระแหงกันมานานกว่า 50 ปีระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคิวบา หากฝ่ายหลังไม่เสนอข้อตกลงที่ดีกว่านี้

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบากลับเป็นปกติอีกครั้งในปี 2015 หลังทั้งสองฝ่ายตัดความสัมพันธ์ในปี 1961 โดยสหรัฐฯ ยกเลิกข้อจำกัดทางการค้าบางอย่างให้คิวบา และรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา กำลังล็อบบี้สภาคองเกรสให้ยกเลิกการห้ามขายอาวุธให้คิวบา ซึ่งใช้มาหลายสิบปี

อย่างไรก็ตาม ทีมงานของนายทรัมป์กล่าวหามาตลอดว่า รัฐบาลโอบามายอมให้คิวบามากเกินไปโดยไม่รับสิ่งตอบแทนอย่างเพียงพอ โดยในทวีตล่าสุดของนายทรัมป์ระบุว่า “หากคิวบาไม่เต็มใจที่จะทำข้อตกลงที่ดีกว่านี้สำหรับทั้งชาวคิวบา, ชาวอเมริกันคิวบา และชาวอเมริกัน ผมจะยุติข้อตกลงนี้”

ขณะที่นาย จอช เออร์เนสต์ เลขาธิการฝ่ายสื่อของรัฐบาลโอบามา ไม่เชื่อว่านายทรัมป์จะฉีกข้อตกลงฟื้นความสัมพันธ์กับคิวบาง่ายๆ โดยเขาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า การย้อนกลับนโยบายนี้ จะสร้างผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจต่อคิวบา และมันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างการจรดปากกา

 

ชายคลั่งขับรถชน-ใช้มีดไล่แทงคนที่ม.โอไฮโอ ก่อนถูกตร.วิสามัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2559 03:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796347

 

เกิดเหตุชายปริศนาขับรถพุ่งชนคนก่อนลงมาไล่แทงคนที่มหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอเมื่อวันจันทร์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส ส่วนผู้ก่อเหตุถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายไม่ทราบชื่อคนหนึ่งก่อเหตุขับรถไล่ชนคนที่เดินผ่านไปมาที่มหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ ในเมืองโคลัมบัส ก่อนจะลงจากรถแล้วใช้ของมีคมเป็นอาวุธไล่แทงผู้คน ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมเมื่อวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. โดยเหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน หนึ่งในนี้มีอากาศอยู่ในขั้นวิกฤติ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 10:00น. วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อยานพาหนะคันหนึ่งวิ่งขึ้นมาบนขอบทางเดินของมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ ชนผู้ที่เดินไปมาใกล้อาคารวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ‘วัตต์ส ฮอลล์’ หลายคน ต่อมา ตามการเปิดเผยของนาย คลาก สโตน ผู้บัญชาการตำรวจรัฐโอไฮโอ ผู้ก่อเหตุลงจากรถแล้วเริ่มใช้มีดปังตอไล่ฟันผู้คน ก่อนที่เขาจะถูกตำรวจอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเพราะไปตรวจสอบเหตุแก๊สรั่ว ยิงเสียชีวิต


คิมเบอร์ลีย์ จาคอบส์ ผู้บังคับการตำรวจเมืองโคลัมบัส

หลังเกิดเหตุสำนักข่าว เอ็นบีซี นิวส์ รายงานโดยอ้างคำพูดของตำรวจว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียอายุ 18 ปี ที่ได้รับสิทธิเป็นพลเรือนถาวรของสหรัฐฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และกำลังศึกษาในรัฐโอไฮโอ ส่วนนาง คิมเบอร์ลีย์ จาคอบส์ ผู้บังคับการตำรวจเมืองโคลัมบัส เมืองเอกของรัฐโอไฮโอ ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยความตั้งใจอย่างชัดเจน ซึ่งตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการโจมตีก่อการร้ายหรือไม่

ผบ.จาคอบส์ยังยืนยันด้วยว่า ผู้ก่อเหตุไม่ได้ใช้อาวุธปืน หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือมือปืน

 

กบฏซีเรียระส่ำ เสียพื้นที่ 1 ใน 3 ในอเลปโป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2559 02:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796282

 

กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดเขตในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโปที่ฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลครอบครองเพิ่มอย่างต่อเนื่องในวันจันทร์ หลังจากยึดได้ 2 เขตในวันอาทิตย์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดเขตในเมืองอเลปโปที่ฝ่ายกบฏครอบครองได้อย่างต่อเนื่องในวันจันทร์ ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดนี้ ทำให้กองกำลังฝ่ายกบฏสูญเสียเขตที่พวกเขาครอบครองทางตอนเหนือของเมืองไปทั้งหมดแล้ว

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกมาระบุว่า จนถึงตอนนี้กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดเขตต่างๆ ในเมืองอเลปโปจากฝ่ายกบฏได้ 12 เขตแล้ว หรือคิดเป็น 40% ของพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏครอบครองในเมืองแห่งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของฝ่ายกบฏ 2 คนบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า กองกำลังของพวกเขาถอนกำลังไปยังพื้นที่แนวหน้าที่มีขีดความสามารถในการป้องกันมากกว่า

ทั้งนี้ กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดพื้นที่ในเมืองอเลปโปจากฝ่ายกบฏได้อย่างรวดเร็ว หลังจากเริ่มการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. หลังมาตรการหยุดโจมตีทางอากาศในเมืองแห่งนี้ของรัสเซีย ซึ่งบังคับใช้มา 3 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นหมดอายุลง อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังไม่ได้เริ่มโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโป แต่โจมตีเป้าหมายในจุดอื่นๆ ของซีเรีย

เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองอเลปโปตลอดช่วงเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่เหลือโรงพยาบาลที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ในเมืองแห่งนี้ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมอีกแล้ว ขณะที่เสบียงอาหารก็หมดลงไปเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย.

 

ผวา! พบระเบิดใกล้สถานทูตมะกันในฟิลิปปินส์ จนท.เก็บกู้ปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2559 00:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796256

 

มือมืดนำลูกระเบิดมาทิ้งไว้ในถังขยะใกล้สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงมะนิลาเมื่อวันจันทร์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าเก็บกู้ได้อย่างรวดเร็ว โดยสงสัยว่ากลุ่มติดอาวุธในภาคใต้เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศฟิลิปปินส์ สามารถปลดชนวนลูกระเบิดปืนครกที่พบใกล้กับอาคารสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ได้แล้ว โดยพวกเขาเชื่อว่ากลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม รัฐอิสลาม (ไอซิส) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามก่อการร้ายครั้งนี้

ตามการเปิดเผยของตำรวจ ผู้โดยสารรถแท็กซี่คนหนึ่งนำระเบิดลูกดังกล่าวพร้อมโทรศัพท์มือถือที่เชื่อว่าเป็นตัวจุดระเบิด มาทิ้งในถังขยะห่างจากอาคารสถานทูตสหรัฐฯ ประมาณ 200 ม. บนถนนที่ผู้คนพลุกพล่านที่สุดในกรุงมะนิลา ก่อนที่คนกวาดถนนจะมาพบเข้าและแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่


ตำรวจแถลงข่าวเกี่ยวกับเหตุพบระเบิดที่เกิดขึ้น พร้อมจัดแสดงหลักฐาน

นายโรนัลด์ เดลา โรซา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นความพยายามก่อการร้าย โดยเขาเชื่อว่า กลุ่มติดอาวุธอิสลามิก ‘เมาเต’ ซึ่งกำลังต่อสู้กับกองทัพรัฐบาลในพื้นที่ทางใต้ของประเทศในช่วงที่ผ่านมา เป็นผู้ต้องสงสัยลำดับ 1 โดยมีจุดหมายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กองทัพรัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธ เมาเต ที่ยึดอาคารรัฐบาลเก่าในเมืองบูติก บนเกาะมินดาเนาเอาไว้ โดยมีทหารเสียชีวิต 13 รายในการต่อสู้ ขณะที่นักรบติดอาวุธถูกสังหารไป 19 ราย กลุ่มเมาเต ยังเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุโจมตีดาเวา บ้านเกิดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมาด้วย

 

แผ่นดินไหว 5.4 เขย่าเนปาล ทำหิมะถล่ม ไกด์ดับ-นักปีนเขาผู้ดีเจ็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2559 23:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796242

 

เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.4 ในภาคตะวันออกของประเทศเนปาลเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดหิมะถล่มบนเทือกเขาหิมาลัย เป็นเหตุให้ไกด์ปีนเขาเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.4 ในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศเนปาล จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ใกล้หมู่บ้าน นามเช บาซาร์ ในเขต ซาการ์มาธา ซึ่งอยู่บริเวณเทือกเขาหิมาลัย ทำให้เกิดหิมะถล่มทับ เบื่องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 คน

ตามการเปิดเผยของ นาย อิชวารี ปาอูเดล ผู้อำนวยการบริหารองค์กรไกด์ปีนเขาหิมาลัย ของสมาคมไกด์ปีนเขากลางสากล (IFMGA) เหตุหิมะถล่มที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย โดยนักปีนเขาชาวสหราชอาณาจักร 1 คน ถูกเคลื่อนย้ายทางอากาศไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงกาฐมาณฑุ ขณะที่ เชอร์ปา ลัคปา ธินดู ไกด์ปีนเขาอายุประมาณ 40 ปี เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ทางการเนปาลระบุว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นอาฟเตอร์ช็อกจากแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 9,000 คน และบาดเจ็บอีก 22,000 ราย อย่างไรก็ตาม หมู่บ้านและชุมชนต่างๆ บริเวณจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวลูกล่าสุด ได้รับความเสียหายเล็กน้อย

 

ซ้ำอีก! หลุมยักษ์ที่ฟุกุโอกะ ซ่อมใหม่ยังไม่แข็งแรง พบยุบลงไป 7 ซม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2559 17:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796127

 

เพิ่งเปิดใช้หลังซ่อมเสร็จได้ไม่นาน ล่าสุดหลุมยุบขนาดใหญ่ที่ย่านใจกลางเมืองฟุกุโอกะ ญี่ปุ่น เกิดการยุบตัวลง 7 ซม. แม้ไม่มาก แต่อาจเกิดอันตรายได้ เจ้าหน้าที่ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเร่งเข้าตรวจสอบซ่อมแซม…

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน บริเวณหลุมยุบขนาดใหญ่ ตรงสี่แยกที่ย่านใจกลางเมืองฟุกุโอกะ ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินฮากาตะ ที่เกิดยุบตัวขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย.2559 และต่อมา เจ้าหน้าที่ของเมืองก็เร่งซ่อมเสร็จภายใน 7 วันจนฮือฮาไปทั่วโลก เกิดการยุบตัวลงอีกครั้ง โดยวัดความลึกได้ 7 เซนติเมตร เมื่อเช้าวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งซ่อมแซมแล้ว


หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปิดล้อมพื้นที่ หลังจากพบว่าถนนที่ลาดยางใหม่ได้ยุบลงไปถึง 7 ซม. บนพื้นที่ 30 ตารางเมตร เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ พบกระแสไฟฟ้าขัดข้องและแก๊สรั่วจากการยุบตัวของถนน โดยขณะนี้ระบบการจ่ายไฟฟ้าสามารถใช้การได้ตามปกติแล้ว

การยุบตัวอีกครั้งของหลุมดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่และวิศวกร ต้องแข่งกับเวลาอีกครั้งในการซ่อมแซมด้วยการเติมทรายและปูนซีเมนต์ลงไปในบริเวณที่เกิดการยุบตัว เพื่อให้เปิดใช้งานได้เร็วที่สุด ด้านนายกเทศมนตรีเมืองฟุกุโอกะ โซอิชิโระ ทากาชิมะ ได้โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอโทษที่ไม่ได้เตือนประชาชนว่าพื้นถนนอาจเกิดการยุบตัวลงอีกครั้ง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หวาดเสียว! ถนนเมืองฟูกุโอกะ ยุบตัวเป็นหลุมลึกมาก ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน

 

โดนจวกจนต้องปิด สวนสนุกญี่ปุ่นมาแปลก แช่แข็งปลาใต้ลานไอซ์สเก็ต (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2559 16:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796052

 

ชาวเน็ตวิจารณ์หนักมากจนต้องปิด สวนสนุกญี่ปุ่น แช่แข็งปลากว่า 5,000 ตัวใต้ลานสเก็ตน้ำแข็ง ล่าสุดทางสวนสนุกออกมาขอโทษแล้ว

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สวนสนุกสเปซเวิลด์ ในเมืองคิตะคิวชู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีความคิดแปลกๆ กับลานสเก็ตน้ำแข็ง เมื่อนำปลาและสัตว์น้ำจริงๆ มาแช่แข็งใต้ลานสเก็ต หวังดึงดูดคนมาใช้บริการ แต่กลับโดนวิจารณ์อย่างหนักจากผู้คนบนโลกออนไลน์ว่า เป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณ จนล่าสุดต้องปิดลานสเก็ตนำ้แข็งเป็นการชั่วคราวแล้ว


นายโคจิ ชิบาตะ โฆษกของสวนสนุกสเปซเวิลด์ ได้ออกมาแถลงขอโทษ และยอมรับกระแสวิจารณ์ทั้งหมด พร้อมกันนี้ได้ประกาศปิดลานสเก็ตน้ำแข็งชั่วคราว ทั้งนี้ ยังกล่าวว่าปลาทั้งหมดที่นำมาแช่แข็งในลานสเก็ตนั้นซื้อมาจากตลาดปลา และเป็นปลาที่ตายทั้งหมดแล้วก่อนนำมาแช่แข็ง ไม่ได้นำปลาที่มีชีวิต หรือ ยังเป็นๆ เอามาแช่แข็งแต่อย่างใด.

ชมคลิป

 

รบ.แดนจิงโจ้ ชงร่าง ก.ม.ภาษี แบ็กแพ็กเกอร์ที่ทำงาน อัตราใหม่แค่ 15%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2559 15:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795996

 

รัฐบาลออสเตรเลีย เตรียมเสนอร่างกฎหมาย จัดเก็บภาษีในอัตรา 15% จากแบ็กแพ็กเกอร์ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวและทำงาน (working holiday visitors) ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยร่าง ก.ม.ใหม่นี้ เก็บภาษีต่ำกว่าแผนเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 32.5%…

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลออสเตรเลียจะเสนอร่างกฎหมายเก็บภาษีนักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ในอัตรา 15% โดยข้อเสนอใหม่นี้มีอัตราภาษีที่ต่ำกว่าแผนเดิมของรัฐบาล ที่จัดเก็บในอัตรา 32.5% ที่ได้สร้างความไม่พอใจกับการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ เนื่องจากเกรงว่าภาษีผู้ทำงานชั่วคราว 32.5% ต่อดอลลาร์ จะทำให้คนไม่สนใจที่จะมาออสเตรเลีย

ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในออสเตรเลียราว 600,000 คนต่อปี และหลายคนเข้ามาทำงานเก็บผลไม้ไปด้วยระหว่างพำนักอยู่ โดยนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์ จะเหมือนกับคนออสเตรเลียที่ทำงานทั่วไป คือ ไม่ต้องจ่ายภาษีใดๆ จนกว่ารายได้เกิน 18,200 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี หรือ ประมาณ 487,760 บาท

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลใช้เวลานานกว่าหนึ่งปีในการหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเมืองระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้าน และพรรคแรงงาน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาวุฒิสมาชิกอิสระรายหนึ่ง ได้เสนอให้เก็บภาษีในอัตราภาษี 10.5% แต่ถูกระงับโดยสภาผู้แทนราษฎร จนในช่วงสุดสัปดาห์นี้มีข้อเสนอใหม่ให้เก็บภาษีในอัตรา 15%

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายเก็บภาษีอัตราใหม่นี้ จะต้องมีการผ่านสภาฯ ก่อนปีใหม่ ขณะที่ ฝ่ายค้านสนับสนุนให้เก็บภาษีในอัตรา 10.5% เท่ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างนิวซีแลนด์ เนื่องจากการเก็บภาษีสูงเกินไปจะทำให้ขาดแคลนแรงงานในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวได้.

 

ยูกันดาเดือด! นักรบชนเผ่าปะทะตำรวจ ดับ 55 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795487

 

นักรบชนเผ่าและเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศยูกันดา ปะทะกันอย่างรุนแรงในภาคตะวันตกของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึ 55 รายแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. ทางการประเทศยูกันดา ออกมาเปิดเผยว่า กองกำลังชนเผ่า 41 คน และตำรวจอีก 14 นาย เสียชีวิตในเหตุปะทะกันในภาคตะวันออกของประเทศ ขณะเดียวกัน ตำรวจจับกุมตัวราชาชนเผ่าหนึ่งในพื้นที่ติดชายแดนประธานสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก)

เหตุปะทะกันเกิดขึ้นในแคว้นรูเวนโซรี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งเกิดเหตุความไม่สงบมาตั้งแต่หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนก.พ. โดยตำรวจเผยเพียงว่า ผู้โจมตีต่อสู้เพื่อสร้างรัฐอิสระในพื้นที่แห่งนี้ พวกเขาใช้ระเบิดแสวงเครื่อง, ปืน และหอกในการโจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และจนถึงตอนนี้พวกเขาจับกุมตัวผู้อยู่เบื้องหลังได้แล้ว 15 คน

อีกด้านหนึ่ง นายแพดดี อันคุนดา โฆษกกองทัพยูกันดา บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ชาร์ลส์ เวสลีย์ มุมเบเร ราชาชนเผ่า รูเวนซูรูรู ซึ่งสนับสนุนฝ่ายค้าน ถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำ อย่างไรก็ตาม เขาไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการปะทะกันที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ส่วนกลุ่มฝ่ายค้านออกมากล่าวหารัฐบาลว่ากำลังเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นฐานเสียงสนับสนุนสำคัญของฝ่ายค้าน ด้วยการควบคุมกิจกรรมทางการเมือง

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นชนวนเหตุให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และนักรบชนเผ่า แต่สื่อท้องถิ่นระบุว่า เมื่อวันเสาร์ กลุ่มองครักษ์ของนายมุมเบเร โจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงยูกันดากำลังลาดตระเวนที่เมืองคาเซเซ ทำให้เกิดการปะทะกันในที่สุด

 

อากาศออสซี่แปรปรวน ทำคนหอบหืดกำเริบดับแล้ว 6 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 พ.ย. 2559 04:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795432

 

ทางการออสเตรเลียเร่งจัดการด้านสาธารณสุขและเพิ่มการรับมือเหตุฉุกเฉิน หลังเกิดปรากฏการณ์ชาวเมืองเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ทางตอนใต้ของประเทศ อาการหอบหืดกำเริบกันจำนวนมากจากภาวะที่เรียกว่า “พายุโรคหอบหืด” ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 6 ราย ป่วยหนักอีก 3 ราย และอีก 12 รายยังพักรักษาอาการเรื้อรังและเกิดปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ

ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศผิดปกติ เป็นช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนองประกอบกับสถานการณ์ความแห้งแล้งละอองเกสรต้นไม้ปลิวกระจายบริเวณกว้าง ทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดกว่า 8,500 คน อาการกำเริบหนักต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาล เพราะผู้ป่วยโรคหอบหืดในออสเตรเลียมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ หรืออัตราเฉลี่ยชาวออสเตรเลีย 1 ใน 10 คนมีอาการป่วยหอบหืดเกิดจากการแพ้ละอองเกสรดอกไม้ ขณะที่สภาพอากาศช่วงนี้ทำให้เกสรดอกไม้เปียกและแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทำให้ถูกสูดดมหายใจเข้าสู่ปอดและระบบทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าช่วงเวลาอื่นๆของปี.