ทรัมป์อ้าง นับผลเลือกตั้งใหม่เป็นเรื่องเล่ห์เหลี่ยม-หลอกลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 พ.ย. 2559 04:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795427

 

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯใช้เวลาพักผ่อนเทศกาลขอบคุณพระเจ้ากับครอบครัวที่อาณาจักรมาร์อาลาโก เมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ก่อนเดินทางกลับนครนิวยอร์กในวันอาทิตย์ 27 พ.ย. เตรียมประชุมสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงนายอำเภอเดวิด คลาร์ก แห่งรัฐวิสคอนซิล ที่อาจได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยสหรัฐฯ ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์การเมืองสหรัฐฯ มองการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลชุดนี้เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงครั้งใหญ่ของประเทศชาติ

ส่วนการเคลื่อนไหวของนางจิลล์ สไตน์ ผู้สมัครพรรคกรีน ปาร์ตี้ที่พยายามผลักดันนับคะแนนผลการเลือกตั้งสหรัฐฯที่ผ่านมาอีกครั้งในรัฐวิสคอนซิน รัฐมิชิแกนและรัฐเพนซิลเวเนีย นายทรัมป์มองเป็นเรื่องเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวง เพราะผลการเลือกตั้งควรได้รับการยอมรับ ไม่ใช่นำมาเป็นปัญหาและใช้ในทางมิชอบ

ขณะที่นายมาร์ซ ที่ปรึกษาด้านการรณรงค์หาเสียงให้กับนางฮิลลารี คลินตัน เขียนในบล็อกออนไลน์พร้อมร่วมกับนางสไตน์ ซึ่งได้รับคะแนนเสียงจากทั่วประเทศ 1% ให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในรัฐวิสคอนซิน มิชิแกนและเพนซิลเวเนียเพื่อให้เกิดความแน่ใจทุกขั้นตอนยุติธรรมกับทุกฝ่าย.

 

น้องสาวฟิเดลปัดร่วมพิธีศพ คนคิวบาเริ่มหวั่นทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 พ.ย. 2559 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795422

 

รัฐบาลสาธารณรัฐคิวบา เริ่มพิธีไว้อาลัยต่อการจากไปของนายฟิเดล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีและผู้นำการปฏิวัติคิวบา ในวันที่ 28 พ.ย. และต่อเนื่องไปจนสุดสัปดาห์ หลัง “เอล คอมมานดานเต” หรือผู้บัญชาการสูงสุด และสัญลักษณ์ของคิวบาในการต่อสู้กับระบอบทุนนิยมอเมริกา ที่ครองอำนาจ ยาวนานถึง 49 ปี ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของทางการคิวบา ระบุว่าศพนายฟิเดลได้ถูกนำไปฌาปนกิจตามพินัยกรรมแล้ว และอัฐิจะถูกนำไปยังสถานที่ต่างๆทั่วประเทศเป็นเวลา 4 วัน เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความไว้อาลัย จากนั้นอัฐิจึงจะถูกนำไปฝังที่สุสานเมืองซานติเอโก ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ในวันที่ 4 ธ.ค. โดยเมืองซานติเอโก เป็นหนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์ของการปฏิวัติคิวบา นายฟิเดล คาสโตร ได้นำพรรคพวกเข้าบุกปล้นปืนในค่ายทหาร หวังรวบรวมอาวุธไว้โค่นรัฐบาลเผด็จการของนายพลฟูลเกนซิโอ บาติสตา แต่ไม่สำเร็จจนถูกจับกุมคุมขังนาน 19 เดือน

ขณะเดียวกัน นางฮวนนิตา คาสโตร น้องสาววัย 83 ปี ของนายฟิเดล ที่อาศัยอยู่ในนครไมอามี รัฐฟลอริดาของสหรัฐฯมานานหลายสิบปี เปิดเผยว่าจะไม่เดินทางกลับไปร่วมพิธีศพพี่ชาย จะไม่กลับไปคิวบาอีก แต่ก็มิได้หมายความว่าตนรู้สึกยินดีต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ในฐานะน้องสาวของนายฟิเดล ตนก็อยู่ในช่วงเวลาสูญเสียต่อการจากไปของมนุษย์ร่วมสายเลือด

นอกจากนี้ นายอันโตนิโอ เดล คอนเด พ่อค้าอาวุธปืนในเม็กซิโกวัย 90 ปี ที่ในปี พ.ศ.2500 เป็นผู้จัดหาเรือ “กรันมา” ให้นายฟิเดลและพรรคพวกใช้ข้ามทะเลจากเม็กซิโก นำกองกำลังกลับไปก่อการปฏิวัติในคิวบา จนโค่นล้มรัฐบาลบาติสตาได้สำเร็จในอีก 2 ปีต่อมา กล่าวว่าไม่มีคำใดจะบรรยายความเสียใจครั้งนี้ นายฟิเดลเป็นคนที่มาเปลี่ยนชีวิตตน และหลังจากการปฏิวัติคิวบาสำเร็จ ตนยังได้รับเชิญไปดื่มเบียร์ฉลองชัยชนะร่วมกับนายฟิเดล นายราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีคิวบาคนปัจจุบัน และนายเออร์เนสโต เช กูวารา สหายการปฏิวัติ ที่กรุงฮาวานา รูปถ่ายวันนั้นตนยังเก็บไว้ ติดข้างฝาบ้านถึงทุกวันนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า จากการสอบถามความเห็นของชาวคิวบา ต่างแสดงความกังวลถึงอนาคตหลังจากนี้ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับสหรัฐฯที่เริ่มดีขึ้นในสมัยของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่จะย่ำแย่ลงหรือไม่หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างเป็นทางการในปีหน้า.

 

มือปืนกราดยิงผู้คนในนิวออร์ลีนส์ ดับ 1 เจ็บ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2559 02:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795447

 

เกิดเหตุมือปืนกราดยิงผู้คนกลางงานเทศกาลในย่านเฟรนช์ ควอเตอร์ ในเมืองนิวออร์ลีนส์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 9 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุกราดยิงเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 1:30น. วันอาทิตย์ บริเวณสี่แยกถนนบอร์บอน แลไอเบอร์วิลล์ ทางตะวันตกของย่านเฟรนช์ ควอเตอร์ ระหว่างกำลังมีงานเทศกาลอเมริกันฟุตบอลประจำปี ‘บายู คลาสสิก’ (Bayou Classic) โดยผู้ถูกยิงเป็นหญิง 2 ราย และชายอีก 8 ราย อายุระหว่าง 20-37 ปี ซึ่งผู้บาดเจ็บชายคนหนึ่งเสียชีวิตขณะรับการรักษาในโรงพยาบาล

นายไมเคิล แฮร์ริสัน ผู้กำกับการตำรวจรัฐนิวออร์ลีนส์ กล่าวในการแถลงข่าวว่า มีชาย 2 คนถูกจับในฐานะผู้ต้องสงสัยพกพาอาวุธปืน โดยหนึ่งในนี้ถูกระบุว่าเห็นเหยื่อในเหตุการณ์นี้และกำลังรักษาตัว ขณะที่ตำรวจยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการกราดยิง และพวกเขากำลังรวบรวมหลักฐานต่างๆ รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด กับพยานผู้เห็นเหตุการณ์

 

ตร.โสมใต้รวบผกก.มิวสิควิดีโอเคป็อป เอี่ยวคดีคอร์รัปชั่นเพื่อนปธน.ปาร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2559 01:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795407

 

ตำรวจจับกุมตัวนาย ชา อึน-แท็ก (ภาพ EPA/YONHAP)

ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมตัว ผู้กำกับมิวสิควิดีโอเพลงป็อปเกาหลี ฐานใช้เส้นสายที่เชื่อมโยงกับนางชเว ซูน-ซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปาร์ก กึน-เฮ เพื่อให้ได้งาน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศเกาหลีใต้ดำเนินการจับกุมตัวนาย ชา อึน-แท็ก ผู้กำกับมิวสิควิดีโอเพลงป็อปเกาหลี ผู้เคยร่วมงานกับศิลปินดังๆ มากมายเช่น ไซ เจ้าของเพลง ‘กังนัม สไตล์’ และวงบอยแบนด์ชื่อดังอย่างวง ‘บิ๊กแบง’ ฐานใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง ชเว ซูน-ซิล เพื่อนสนิทของประธานาธืบดีปาร์ค กึน-เฮ เพื่อให้ได้งานที่ผลตอบแทนดี

นายชา วัย 46 ปี ถูกตำรวจตั้งข้อหาคอร์รัปชั่นหลายกระทงรวมทั้ง ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ, บีบบังคับขู่เข็น และ ยักยอกเงิน ขณะที่อัยการระบุว่า น.ส.ปาร์ก เป็นผู้ออกคำสั่งให้อดีตที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของเธอ ให้การช่วยเหลือนายชา ในการกดดันบริษัทและเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เขาได้สัญญาจ้างงาน

ทั้งนี้ นายชาเป็นตัวละครล่าสุดที่มีส่วนพัวพันกับนางชเว เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปาร์ก และลูกสาวของเจ้าลัทธิทางศาสนา ผู้ถูกกล่าวหาว่า ใช้สถานะของเธอในการบีบให้บริษัทต่างๆ รวมทั้งบริษัทใหญ่อย่าง ซัมซุง ให้บริจาคเงินมากกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้เธอยังถูกกล่าวหาว่าเข้าไปแทรกแซงกิจการรัฐหลายเรื่อง รวมถึงการเตรียมงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ด้วย

ข้อครหาเกี่ยวกับนางชเว ทำให้ความนิยมในตัวน.ส.ปาร์กลดลงเหลือเพียง 4 % และเกิดกระแสการประท้วงต่อต้านเรียกร้องให้เธอลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และล่าสุดอัยการได้เชื่อมโยงเธอเข้ากับกระบวนการกระทำผิดของนางชเวแล้ว ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่า เธออาจถูกถอดถอนเนื่องจากทำผิดกฎหมาย

 

เศร้า! ฮ.อิหร่านขนผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นตกในทะเลแคสเปียน ดับยกลำ 5 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2559 00:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795401

 

เฮลิคอปเตอร์ของบริษัทน้ำมันอิหร่านตกในทะเลระหว่างกำลังขนส่งผู้ป่วยอาการหนักไปโรงพยาบาล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยเชื่อว่าสาเหตุมาจากความขัดข้องทางเทคนิค…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เฮลิคอปเตอร์ของ บริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน ซึ่งกำลังขนส่งผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นจากแท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งไปส่งโรงพยาบาล ประสบอุบัติเหตุตกในทะเลแคสเปียนเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. ทำให้ผู้โดยสารทั้งหมด 5 คนเสียชีวิต

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ตกในทะเลนอกชายฝั่งเมืองเบห์ชาห์ร ทางตะวันออกของจังหวัดมาซานดาราน ในภาคกลางตอนเหนือของประเทศอิหร่าน โดยสาเหตุอาจเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเก็บกู้กล่องดำของอากาศยานลำนี้ได้ จึงยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง

อนึ่ง นี่เป็นเฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2 ที่ตกในจังหวัดมาซานดารานในปีนี้ โดยเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เฮลิคอปเตอร์พยาบาลลำหนึ่งซึ่งกำลังทำปฏิบัติการช่วยเหลือ ตกบนเส้นทางภูเขาซึ่งเชื่อมระหว่างกรุงเตหะรานกับชายฝั่งทะเลแคสเปียน ทำให้สมาชิกทีมแพทย์ฉุกเฉินเสียชีวิต 1 คน

 

ทัพรบ.ซีเรียยึดพื้นที่ฝ่ายกบฏในอเลปโปได้ 2 เขตรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ย. 2559 23:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/795397

 

กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏครอบครองในภาคตะวันออกของเมืองอเลปโปได้ 2 เขตในวันอาทิตย์ หลังเริ่มปฏิบัติการยึดเมืองอเลปโปได้ 2 สัปดาห์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดพื้นที่ที่ฝ่ายกบฏครอบครองในภาคตะวันออกของเมืองอเลปโปได้เป็นเขตที่ 2 ในวันเดียว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 13 หลังรัฐบาลซีเรียเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองซึ่งมีประชาชนกร 275,000 คนแห่งนี้จากฝ่ายต่อต้านรัฐบาล

รัฐบาลซีเรียประกาศในวันอาทิตย์ว่า กองทัพและพันธมิตรสามารถยึดเขตจาบาล บาโดร ได้โดยสมบูรณ์แล้ว เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากแหล่งข่าวยืนยันว่าเขตฮานาโน ซึ่งฝ่ายกบฏครอบครองถูกตีแตกแล้ว และตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายรัฐบาลซีเรีย

ขณะที่มีรายงานด้วยว่า พลเรือนมากกว่า 400 คนอพยพหลบหนีออกจากเขตไฮดาเรีย, เขตอัล-ชาร์, เขตฮุลลุค, เขตชีคห์ ฟาเรส และ เขตซาคูร์ ในขณะที่กองทัพรัฐบาลรุกคืบยึดเขตฮานาโน และถูกกองทัพพาตัวยังดินแดนที่ฝ่ายรัฐบาลควบคุมในพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองอเลปโป

ทั้งนี้ การยึดพื้นที่ทั้งหมดของเมืองอเลปโปจะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ในสงครามกลางเมืองกับฝ่ายกบฏที่กินเวลายาวนานกว่า 5 ปีแล้ว หลังจากเมืองซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการค้าแห่งนี้ถูกแบ่งแยกเป็น 2 ส่วนตั้งแต่ปี 2012 โดยรัฐบาลครองพื้นที่ทางตะวันตก ส่วนกบฏควบคุมพื้นที่ทางตะวันออก

 

โพล เผยคนไทย ยี้ ‘ทรัมป์’ ซัดยึดติดอำนาจจนสุดโต่ง หวั่นโลกป่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ย. 2559 09:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/794891

 

นิด้าโพล เผยคนระบุนโยบาย ”ทรัมป์” กีดกันการค้าจะกระทบส่งออกไทย ทำโลกปั่นป่วน บางส่วนไม่ชอบบุคลิก ซัดยึดติดอำนาจจนสุดโต่ง ไม่เหมาะเป็นผู้นำ…

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “คนไทยรู้สึกอย่างไรกับโดนัลด์ ทรัมป์” จากประชาชนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,251 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งและกำลังจะเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 23.58 ระบุว่า อเมริกาจะมีนโยบายกีดกันทางการค้ามากขึ้นและส่งผลทางลบต่อการส่งออกของไทย รองลงมา ร้อยละ 22.22 ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำให้เศรษฐกิจอเมริกาแข็งแกร่งขึ้น ร้อยละ 20.70 ระบุว่า โลกจะปั่นป่วน เพราะจะไม่มีอะไรที่แน่นอนทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ร้อยละ 17.83 ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะบริหารอเมริกาแบบ CEO บริหารองค์กรธุรกิจ ร้อยละ 17.67 ระบุว่า คนอเมริกันวางกับดักตัวเองด้วยการเลือกผู้นำที่คลั่งชาติ เหยียดเชื้อชาติและไม่เคารพสิทธิสตรี ร้อยละ 15.43 ระบุว่า คนอเมริกันจะตกงานน้อยลงเพราะนโยบายกีดกันผู้อพยพ

ส่วนร้อยละ 15.03 ระบุว่า อเมริกาจะลดการแสดงบทบาทตำรวจโลกทำให้โลกสงบลง ร้อยละ 14.55 ระบุว่า สะใจที่คนอเมริกันจะได้เข้าใจเสียทีว่าทำไมคนไทยถึงชอบประท้วงขับไล่ผู้นำที่มีภาพลักษณ์ไม่ดี ร้อยละ 11.75 ระบุว่า การค้าโลกจะเป็นธรรมมากขึ้นเพราะ โดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่เอาเรื่องการค้ามาปนกับการเมืองระหว่างประเทศ ร้อยละ 11.67 ระบุว่า อเมริกาจะลดแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลไทย รวมถึงเรื่องการเป็นรัฐบาลทหารและสิทธิเสรีภาพพลเมือง ร้อยละ 11.19 ระบุว่า คนอเมริกันกำลังได้ผู้นำที่ฉลาดและจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ร้อยละ 11.11 ระบุว่า อยากรู้ว่าคนรวยในอเมริกาที่ได้เป็นผู้นำประเทศจะทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่

นอกจากนี้ร้อยละ 10.95 ระบุว่า อเมริกาและโลกจะเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 10.79 ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ คือทักษิณ Version อเมริกา ร้อยละ 2.32 ระบุว่า คนอเมริกันต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 8.87 ระบุอื่นๆ เช่น ทิศทางการส่งออก การเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศน่าจะดีขึ้น, โดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะเป็นพันธมิตรที่ดีกับนานาประเทศ, เป็นคนเก่ง มีความสามารถ เป็นนักธุรกิจที่มีความแปลก ไม่เหมือนใคร น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอเมริกา, ควรให้โอกาสในการทำงานไปก่อน

ขณะที่บางส่วนระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มีการยึดติดอำนาจและผลประโยชน์มากจนสุดโต่ง นโยบายมีความเป็นอเมริกันชนมากเกินไป ไม่ชอบบุคลิกเป็นการส่วนตัว ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำประเทศ น่าจะส่งผลในทางลบมากกว่า แปลกใจที่ชนะการเลือกตั้ง แต่ก็เคารพการตัดสินใจของเสียงส่วนมาก เป็นต้น และร้อยละ 11.03 เฉยๆ /ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ต้องรอดูผลงานก่อน

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กรณีถ้าหากเป็นคนอเมริกัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.68 ระบุว่า จะไม่เลือกโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขณะที่ร้อยละ 41.65 ระบุว่า จะเลือก และร้อยละ 9.67 เฉยๆ /ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ.

 

โสมขาวกว่าล้าน ประท้วงครั้งใหญ่สุดไล่ปาร์ก กึน เฮ คะแนนนิยมวูบเหลือ5%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/794806

 

ม็อบชาวโสมขาวกว่าล้านคน ร่วมประท้วงครั้งใหญ่สุดในรอบเกือบ 30ปีที่กรุงโซล ไล่ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ พ้นจากตำแหน่ง ขณะที่คะแนนนิยมของผู้นำหญิงเกาหลีใต้ดิ่งวูบ เหลือแค่ 5%เท่านั้น หลังเจอเรื่องอื้อฉาว จน‘พัง’เพราะเพื่อนสนิท

เมื่อ 27พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ฝูงชนชาวเกาหลีใต้กว่าล้านคน พร้อมใจกันรวมพลังออกมาประชุมท้วงครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในกรุงโซลนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980  เพื่อขับไล่ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ให้พ้นจากตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้ ในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 26พ.ย. ถึงแม้จะต้องเจอสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดและมีหิมะตกก็ตาม และยังนับเป็นการชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปาร์กลาออก ที่จัดขึ้นในทุกคืนวันเสาร์ ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5แล้ว

แกนนำการชุมนุมประท้วง คาดว่ามีประชาชนออกมาร่วมชุมนุมประท้วงไล่ประธานาธิบดีปาร์กในกรุงโซลครั้งนี้ มากถึงราว 1.3 ล้านคน และอีกประมาณ 5 แสนคน เป็นผู้คนที่ออกมาชุมนุมประท้วงตามต่างจังหวัด ในขณะที่บรรดาผู้คนที่มาร่วมม็อบชุมนุมขับไล่ผู้นำหญิงเกาหลีใต้ มีทั้งมาจากตัวแทนของสมาคมต่างๆในเกาหลีใต้ อาทิ เกษตรกร พระสงฆ์ และนักศึกษามหาวิทยาลัย


ข่าวแจ้งว่า ทางการเกาหลีใต้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ชุมนุมประท้วงนับ 260,000 นาย และได้ส่งมากระจายกำลังตามพื้นที่ต่างๆในกรุงโซลราว 25,000 นาย เพื่อคอยดูแลความปลอดภัยและรับมือกับม็อบผู้ประท้วง

ด้านสถานการณ์ของประธานาธิบดีปาร์ก ดูท่าจะย่ำแย่หนักจากกรณีปล่อยให้เพื่อนสนิท นางชเว ซุน ซิล เข้ามาแทรกแซงกิจการรัฐและฉ้อโกง จนทำให้คะแนนนิยมลดต่ำมาก เหลือเพียงแต่ 5%เท่านั้น ถึงแม้ประธานาธิบดีปาร์กจะออกมาขอโทษต่อประชาชนต่อความผิดพลาดในเรื่องนี้แล้วถึง 2 ครั้งก็ตาม


สิ้นคาสโตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/794732

 

นายฟิเดล คาสโตร ผู้นำการปฏิวัติคิวบา ในชุดทหารเอกลักษณ์ประจำตัวระหว่างเรืองอำนาจ (ซ้าย) ก่อนจะเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองช่วงบั้นปลายชีวิต (ขวา) โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา นายฟิเดลได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ด้วยวัย 90 ปี.

 

ฟิเดล คาสโตร จบชีวิต ครองอำนาจ ยาวนาน49ปี ผู้ลี้ภัยฉลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/794711

 

ปิดตำนาน “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบา ถึงแก่อสัญกรรม ด้วยวัย 90 ปี หลังนำพาประเทศ เข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ และครองอำนาจมาร่วม 5 ทศวรรษ ถือเป็นสัญลักษณ์ของศตวรรษที่ 20 และคู่กัดระดับมหากาพย์ของสหรัฐอเมริกา เคยโดนลอบสังหาร-ฝ่ายต่อต้านพยายามโค่นอำนาจมาหลายรอบ ด้านรัฐบาลคิวบาประกาศจัดไว้อาลัยทั่วประเทศ 9 วัน พร้อมจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ ตามที่ระบุในพินัยกรรม ขณะที่ผู้นำเม็กซิโก-รัสเซีย ร่วมแสดงความเสียใจ

โลกมีอันต้องสูญเสียผู้นำชื่อก้องอีกครั้ง หลังเมื่อวันที่ 26 พ.ย. รัฐบาลสาธารณรัฐคิวบา ประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ออกแถลงการณ์ว่า นายฟิเดล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีและผู้นำการปฏิวัติ นำคิวบาเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ ได้ถึงแก่ อสัญกรรมแล้ว ด้วยวัย 90 ปี

ทั้งนี้ นายราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีคิวบาวัย 85 ปี ผู้เป็นน้องชายของนายฟิเดล คาสโตร ได้ออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ว่า “เอล คอมมานดานเต” หรือผู้บัญชาการสูงสุดของการปฏิวัติคิวบา ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเวลา 22.29 น.ของวันที่ 25 พ.ย. หรือประมาณ 10.29 น. ของวันที่ 26 พ.ย. ตามเวลาไทย พร้อมกล่าวสำทับสั้นๆ ว่า พวกเราจะมุ่งหน้าต่อไปสู่ชัยชนะ ซึ่งเป็นสโลแกนประจำตัวนายฟีเดลในการปฏิวัติ ส่วนการไว้อาลัยรัฐบาลจะจัดเป็นเวลา 9 วัน ขณะที่พิธีศพจะจัดขึ้นในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ โดยศพของนายฟิเดลจะถูกนำไปฌาปนกิจตามพินัยกรรมที่เจ้าตัวทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคิวบามิได้เปิดเผยถึงสาเหตุของการอสัญกรรมแต่อย่างใด

หลังการประกาศข่าวการเสียชีวิตของนายฟิเดล คาสโตร ส่งผลให้บรรยากาศของผู้คนในกรุงฮาวานาของคิวบาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้าน จำนวนมากต่างกล่าวชื่นชมว่านายฟิเดลเป็นผู้นำที่ได้รับการเคารพรัก อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ลี้ภัยและผู้อพยพชาวคิวบาที่พำนักอาศัยในนครไมอามี รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ต่างออกมาแสดงความยินดีบนท้องถนน โบกธงชาติคิวบา บีบแตรรถยนต์

ขณะที่นายเอ็นริเก เปญญา นีเอโต ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวแสดงความเสียใจต่อข่าวการอสัญกรรมของผู้นำคิวบา โดยระบุว่า นายฟิเดลถือเป็นสัญลักษณ์ของศตวรรษที่ 20 ตามด้วยนายมิคาอิล กอร์บาชอฟ อดีตประธานาธิบดีสหภาพโซเวียต ที่กล่าวไว้อาลัยว่า นายฟิเดลยืนหยัดและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชาติบ้านเมือง ในช่วงเวลาที่รัฐบาลอเมริกาได้ดำเนินการล้อมคิวบาอย่างหนักหน่วง เช่นเดียวกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่กล่าวว่า นายฟิเดลเป็นเพื่อนที่น่าเชื่อถือและจริงใจของรัสเซีย

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า การถึงแก่อสัญกรรมของนายฟิเดล คาสโตร จะเคยก่อให้เกิดคำถามว่า ประเทศคิวบาจะเป็นเช่นไรต่อไป เพราะนายฟิเดลเป็นผู้นำที่วางระบบการปกครองให้เป็นแบบพรรคเดียว ทั้งถืออำนาจการบริหารแบบเผด็จการมานานถึง 49 ปี กระนั้นหากดูจากสถานการณ์ทางการเมืองแล้ว คงเป็นไปได้ยากที่จะเกิดความวุ่นวาย เนื่องจากลำดับการสืบทอด อำนาจได้ถูกวางไว้ตั้งแต่ปี 2549 โดยนายฟิเดลได้สละอำนาจให้น้องชายนายราอูล คาสโตร ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีแทน และจากนั้นหากเป็นไปตามที่ประกาศไว้ นายราอูลก็จะลงจากอำนาจในปี 2561 และให้ “เลือดใหม่” นักการเมืองที่อยู่ในช่วงอายุ 50 ปี ในรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ขึ้นสู่อำนาจบริหารต่อ

นายฟิเดล อเลฮานโดร คาสโตร รุซ เกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. พ.ศ.2469 ที่จังหวัดโอเรียนเต ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของคิวบา โดยบิดาเป็นชาวนาร่ำรวยที่อพยพมาจากสเปน ขณะที่มารดาเป็นหญิงรับใช้ท้องถิ่น เข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาวานา กรุงฮาวานา คิวบา และดำเนินการเคลื่อนไหวทางการเมือง เริ่มจากการเป็นนักพูดแนวคิดสายมาร์กซิสต์ ต่อต้านระบบทุนนิยม

จากนั้นหลังการรัฐประหารคิวบา พล.อ.ฟูลเกนซิโอ บาติสตา เข้ายึดอำนาจการปกครอง ทำให้นายฟิเดลถูกจำคุกในปี 2496 หลังพาพรรคพวกบุกค่ายทหารพยายามยึดอาวุธเพื่อใช้ต่อต้านรัฐบาลทหาร และหลังการได้รับอภัยโทษในอีก 19 เดือนต่อมา นายฟิเดลได้หลบหนีไปพำนักอยู่ในเม็กซิโก และได้พบสนิทสนมกับนักปฏิวัติชื่อดัง “เออร์เนสโต เช กูวารา” ก่อนจะรวบรวมไพร่พลได้ 81 คน พาข้ามเรือมากบดานอยู่ในภูเขาเซียร์รา มาเอสตรา และเริ่มก่อสงครามกองโจรโค่นล้มรัฐบาลบาติสตา ในกรุงฮาวานา จนสำเร็จในวันที่ 2 ม.ค. พ.ศ.2502 และเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของคิวบา

การปฏิวัติของนายฟิเดลที่นำประเทศเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ ได้ส่งผลให้คิวบากลายเป็นไม้เบื่อ ไม้เมาอย่างหนักกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ยึดถือหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย และด้วยการที่นายฟิเดลประกาศยึดกิจการของสหรัฐฯ ในคิวบาทั้งหมด ส่งผลให้ พ.ศ.2504 สำนักงานข่าวกรองกลางแห่งชาติสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ได้ว่าจ้างชาวคิวบาพลัดถิ่น ให้ก่อการโค่นล้มรัฐบาลฟิเดล ปฏิบัติยกพลขึ้นบกเกาะคิวบาใช้ชื่อรหัสว่า “เบย์ ออฟ พิกส์” แต่ล้มเหลว มีผู้ถูกจับกุมและเสียชีวิตกว่า 1,000 คน

ต่อมา พ.ศ.2505 คิวบาได้กลายเป็นจุดจับจ้องของชาวโลกอีกครั้ง หลังนายฟิเดลได้ผูกสัมพันธ์แน่นเฟ้นกับนายนิกิตา ครุสชอฟ อดีตผู้นำสหภาพ โซเวียต และทั้งคู่ตกลงที่จะติดตั้งฐานขีปนาวุธนิวเคลียร์ อย่างลับๆในคิวบา ส่งผลให้นายจอห์น เอฟ.เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกระดับความมั่นคง เคลื่อนกองเรือและเตรียมการฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิด จนนายครุสชอฟยอมถอย และกลายเป็นที่มาของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ “วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา” คิวบัน มิสไซล์ ไครซิส

นอกจากนี้ สำนักงานข่าวกรองกลางซีไอเอของสหรัฐฯยังพยายามที่จะลอบสังหารนายฟิเดล หลายต่อหลายครั้ง อย่างกรณีที่นายฟิเดลชอบสูบซิการ์จนเป็นสัญลักษณ์ จึงทำให้เกิดปฏิบัติการ “พังพอน” ยัดระเบิดเข้าไปในซิการ์ หวังนำไปให้นายฟิเดลสูบ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

อำนาจการบริหารที่ยาวนานกว่า 49 ปีของ นายฟิเดลได้สิ้นสุดลง หลังประกาศมอบอำนาจให้น้องชายนายราอูล คาสโตร ขึ้นเป็นประธานาธิบดีปกครองคิวบาอย่างเป็นทางการในปี 2551 แต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่พบปะกับผู้นำประเทศต่างๆที่เดินทางเยือนคิวบาจวบจนสิ้นอายุขัย โดยถือเป็นผู้นำในยุคศตวรรษที่ 20 ที่มีอายุยืนมากที่สุด ขณะที่ผู้นำในรุ่นเดียวกันต่างเสียชีวิตไปหมดแล้วไม่ว่านายจอห์น เอฟ. เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายนิกิตา ครุสชอฟ อดีตประธานาธิบดีสหภาพโซเวียต นายเหมา เจ๋อ ตุง ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐ ประชาชนจีนรวมทั้ง นายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ชีวิตส่วนตัวของนายฟิเดล ไม่เป็นที่เปิดเผยมากนักเขามีบุตรชายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการคือ นายฟิเดลิโต คาสโตร นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของคิวบา ส่วนภริยาของนายฟิเดล มีกี่คนก็ยังไม่แน่ชัด ที่มีชื่อปรากฏมาชัดเจนคือนางโซโต เดลวาล มีบุตรกับนายฟิเดล 5 คน ชื่ออเล็กซิส อาเลฮานโดร แองเจลิโต อเล็กซานเดอร์ และอันโตนิโอ แต่ไม่ได้เดินตามรอยพ่อ เข้าสู่วงการการเมืองแต่อย่างใด

ต่อมาในช่วงค่ำ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา แสดงปฏิกิริยาต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร เป็นครั้งแรก โดยทวีตข้อความสั้นๆ ในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า “Fidel Castro is dead!” (ฟิเดล คาสโตร ตายแล้ว !) ทั้งนี้ นายทรัมป์ เคยประกาศระหว่างการหาเสียงว่าจะล้มเลิกข้อตกลงรื้อฟื้นความสัมพันธ์สู่ระดับปกติกับคิวบา ที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ทำไว้ โดยระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจประธานาธิบดีสั่งการโดยโอบามา ถ้าตนได้ขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ ก็จะใช้อำนาจประธานาธิบดีสั่งล้มเลิก จนกว่าคิวบาจะปฏิบัติตามความต้องการของสหรัฐฯ รวมทั้งให้เสรีภาพทางศาสนาและการเมืองแก่ประชาชนคิวบาและปล่อยบรรดานักโทษการเมือง ส่วนสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสต์จักรโรมันคาทอลิก ทรงส่งสาส์นเป็นภาษาสเปนถึงประธานาธิบดีราอูล คาสโตร แห่งคิวบา ระบุว่า การถึงแก่อสัญกรรมของฟิเดล คาสโตร เป็น “ข่าวเศร้า” พระองค์รู้สึกเศร้าโศกเสียใจและสวดมนต์ให้การจากไปของเขา

ส่วนประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แถลงแสดงความเศร้าเสียใจร่วมกับครอบครัวคาสโตรและประชาชนชาวคิวบา และว่าสหรัฐฯขอเสนอไมตรีจิตต่อชาวคิวบาในห้วงเวลาที่ยากลำบากหลังนายฟิเดล คาสโตร ถึงแก่อสัญกรรม โอบามายังกล่าวว่า ประวัติศาสตร์จะบันทึกและตัดสินผลกระทบอันมหาศาลของคาสโตรที่มีต่อประชาชนและโลกรอบตัวเขา รัฐบาลของตนทำงานอย่างหนักเพื่อเปิดศักราชใหม่กับคิวบาและทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง ด้านดีเอโก มาราโดนา อดีตนักฟุตบอลชื่อดังระดับตำนานโลกชาวอาร์เจนตินา ก็แถลงแสดงความเศร้าเสียใจยิ่งต่อการจากไปของฟิเดล คาสโตร ซึ่งมาราโดนาระบุว่าเป็น “บุรุษผู้ยิ่งใหญ่” ผู้เปรียบเสมือน “บิดาคนที่ 2” ของตน