ธรณีพิโรธเขย่า ’วงแหวนแห่งไฟ’ บ่อย หรือ ‘ซุปเปอร์แผ่นดินไหว’ กำลังมา?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/793207

 

หลายประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เรียกว่า ‘วงแหวนแห่งไฟ’ หรือแนวเส้นรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกที่มาบรรจบกันเป็นรูปเกือกม้า ในมหาสมุทรแปซิฟิก ต้องเผชิญแผ่นดินไหวมากกว่าในพื้นที่อื่นๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือประเทศ ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ ซึ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจาก 2 ประเทศนี้แล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่เผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นและถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนว่า โลกอาจจะต้องเผชิญแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไม่ช้านี้


วงแหวนแห่งไฟ

วงแหวนแห่งไฟเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงบ่อยครั้ง

จนถึงตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า ‘วงแหวนแห่งไฟ’ อันเป็นแนวเส้นรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกที่บรรจบกันคล้ายรูปเกือกม้าความยาวกว่า 40,000 กม. ลากจากปลายสุดทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้ ขึ้นไปบนชายฝั่งตะวันตกของอเมริกาเหนือ โค้งผ่านช่องแคบเบริง ลงมายังประเทศญี่ปุ่น ไปจนถึงประเทศนิวซีแลนด์ มันยังรวมไปถึงประเทศวานูอาตู, หมู่เกาะโซโลมอน, ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซีย ซึ่งแผ่นดินเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลียชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนด้วย

ดร. เบห์ซาด ฟาตาฮี จากสถาบันวิศวกรรมธรณีเทคนิค ‘ยูทีเอส’ กล่าวว่า วงแหวนแห่งไฟเป็นเหมือนเปลือกไข่ที่แตก แผ่นเปลือกโลกที่มาบรรจบกัน ดันและเคลื่อนตัวออกจากกันและกัน นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุด และในสัปดาห์นี้ ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงหลายครั้งตามแนวเส้นนี้ โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเพิ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.9 ตามรายงานของสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ ยูเอสจีเอส (ส่วนสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ระบุความรุนแรงไว้ที่ระดับ 7.4) ตามด้วยคลื่นสึนามิ เมื่อ 22 พ.ย.


ความเสียหายในกรุงเวลลิงตันของนิวซีแลนด์ หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 14 พ.ย.

ในเช้าวันเดียวกัน นิวซีแลนด์ก็สั่นสะเทือนด้วยแผ่นดินไหวความรุนแรงระหว่าง 6.1-6.3 ที่เกาะเหนือ เพียงไม่ถึงสัปดาห์หลังจากเกาะใต้เผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.8 เมื่อ 14 พ.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยนิวซีแลนด์เผชิญแผ่นดินไหวมากกว่าเมื่อก่อน เนื่องจากแผ่นดินไหวระดับ 7.1 ในเดือนก.ย.ปี 2010 ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ทำให้เกิดรอยเลื่อนใหม่ขึ้นมา

เปรูก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟและเพิ่งเผชิญแผ่นไหวระดับ 5.3 ไปเมื่อเดือน ส.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ทำลายบ้านเรือนกว่า 50 หลัง และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.5 ที่ประเทศอาร์เจนตินา อย่างไรก็ตาม ดร.ฟาตาฮีระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวที่สุด เพราะตั้งอยู่ในจุดที่แผ่นเปลือกโลก 4 แผ่นมาบรรจบกัน


คลื่นพัดเข้าหาชายฝั่งใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

น่าตกใจ แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นไม่ใช่แผ่นดินไหวหลัก

เพียงไม่กี่วันหลังเกิดแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารที่ผ่าน ทางการญี่ปุ่นออกมาระบุว่า แผ่นดินไหวลูกนี้ เป็นอาฟเตอร์ช็อกของแผ่นดินไหวระดับ 9.0 ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคโทโฮคุของญี่ปุ่นเมื่อเดือน มี.ค. 2011 หรือ 5 ปีก่อน ซึ่งทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูง 10 ม. ซึ่งเข้าสู่ชายฝั่ง หายนภัยทั้ง 2 อย่างทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 18,000 คน และทำให้เกิดกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล เมื่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ-ไดอิจิ หลอมละลาย

หลายคนคงสงสัยว่า อาฟเตอร์ช็อกสามารถเกิดขึ้นห่างจากแผ่นดินไหวหลักได้นานถึง 5 ปีเชียวหรือ? ซึ่งเรื่องนี้ ศ. มาร์ธา ซาเวจ ศาสตราจารย์วิชาธรณีฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ในกรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในญี่ปุ่นระบุว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติมากนักที่อาฟเตอร์ช็อกเกิดหลังจากแผ่นดินไหวหลักหลายปี

นิยามของอาฟเตอร์ช็อกคือ แผ่นดินไหวขนาดเล็กกว่าลูกใดก็ตามที่เกิดขึ้นหลังจากแผ่นดินไหวลูกใหญ่ที่เกิดในพื้นที่เดียวกัน โดยอาฟเตอร์ช็อกล่าสุดที่ญี่ปุ่น เป็นผลมาจากรอยเลื่อนซึ่งทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่โทโฮคุ เลื่อนไปมากถึง 50 ม.ในคราวเดียว ในขณะที่แผ่นฯ มหาสมุทรแปซิฟิกมุดเข้าไปใต้แผ่นฯ ทวีปที่ญี่ปุ่นตั้งอยู่ ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่า 30 ม. ในบางพื้นที่ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2011 นับแต่นั้นเป็นต้นมา ความกดดันของแผ่นเปลือกโลกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และปลดปล่อยออกมาในวันอังคาร

ปรากฏการณ์คล้ายกันนี้ยังปรากฏในพื้นที่อื่นๆ เช่นที่นิวซีแลนด์ ซึ่งแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อ 14 พ.ย. ทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกหลายพันครั้งแล้ว และบางลูกมีความรุนแรงเกินระดับ 6, เขต นาปา เคาน์ตี ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเผชิญแผ่นดินไหวลูกใหญ่เมื่อส.ค. 2014 และเจออาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 4,600 ครั้งแล้วจนถึงตอนนี้ หรือที่เมืองเมสซินาของอิตาลี พวกเขาเผชิญแผ่นดินไหวระดับ 7.5 เมื่อปี 1908 และจนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้วเกือบ 100 ปี ศ.ซาเวจยังพบว่า พื้นที่แถบนี้มีอัตราการเกิดแผ่นดินไหวสูงกว่าพื้นที่โดยรอบเสียอีก


แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวทำให้หนังสือในห้องสมุดญี่ปุ่นตกกระจัดกระจาย

หรือ ซุปเปอร์แผ่นดินไหว กำลังจะมา?

แผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เกิดกระแสความวิตกกังวลว่าโลกอาจจะต้องเผชิญกับ ‘ซุปเปอร์แผ่นดินไหว’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘The Big One’ ในเร็วๆ นี้

ชื่อ The Big One สื่อถึงแผ่นดินไหวรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตะวันตกของอเมริกาเหนือหรือญี่ปุ่น โดยการทำนายเกี่ยวกับ The Big One ลูกใหม่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน โดยผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร ‘Nature’ พบว่า ความเค้นของรอยเลื่อน แซน แอนเดรียส ใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงระดับเพียงพอที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงกว่าระดับ 7 และผลการตรวจสอบล่าสุดชี้ว่า รอยเลื่อนนี้มีศักยภาพพอจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวระดับ 8.3 แต่จนถึงตอนนี้แผ่นดินไหวรุนแรงที่ว่ายังไม่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนว่า โลกอาจจะต้องเผชิญ ซุปเปอร์แผ่นดินไหว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยตามการเปิดเผยของ ดร.ฟาตาฮี ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อออสเตรเลียเมื่อเดือนส.ค. มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ที่แผ่นดินไหวที่มีระดับแรงสั่นสะเทือนสูงกว่า จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

“มีแผ่นดินไหวระดับ 6 หรือมากกว่าหลายลูกที่ยังไม่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง, อินเดีย, จีน, ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ทั้งที่เลยกำหนดเวลาเกิดของมันแล้ว และมีรอยเลื่อนบางรอยที่ไม่ได้ปลดปล่อยพลังงานของพวกมันออกมาสักพักหนึ่งแล้ว” ดร.ฟาตาฮีกล่าว “คำถามไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่เป็นจะเกิดขึ้นเมื่อไร”


เนปาลยังคงซ่อมแซมความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปีก่อน

ดร.ฟาตาฮีกล่าวด้วยว่า มีช่วงเวลาที่เรียกว่า ‘ช่วงคืนกลับ’ (return period) ของแผ่นดินไหว และแผ่นดินไหวที่ไม่เกิดขึ้นในเวลาที่คาดการณ์เอาไว้จะกลับมาเกิดอย่างรุนแรงยิ่งกว่า เช่นแผ่นดินไหวระดับ 7.8 ที่เกิดขึ้นในประเทศเนปาลเมื่อเดือนเม.ย. ปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 8,000 คน

“คุณคาดการณ์ว่า รอยเลื่อนหนึ่งๆ จะเคลื่อนไหวทุกๆ 100 หรือ 500 ปี แต่หากช่วงเวลามันยาวนานกว่าที่คิด เราก็คาดว่าจะเจอกับแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนระดับสูง ดูตัวอย่างในแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สิ บางครั้งมันเลยกำหนดการเกิดนานมากๆ ตอนนี้ช่วงคืนกลับก็ผ่านพ้นไปแล้ว แต่แผ่นดินไหวหลายลูกก็ยังไม่เกิดขึ้น เราจึงได้แค่รอให้มันเกิดขึ้นเท่านั้น”

 

ระทึก! แผ่นดินไหว 7.0 นอกฝั่งอเมริกากลาง 2 ชาติเตือนภัยสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ย. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/793212

 

เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.0 นอกชายฝั่งประเทศนิการากัวกับเอลซัลวาดอร์ โดยทั้งสองประเทศประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหาย หรือการพบคลื่นสึนามิ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.0 นอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของประเทศนิการากัวกับประเทศเอลซัลวาดอร์ เมื่อเวลา 12:43 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ทางการของทั้งสองประเทศต้องประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ขณะที่นิการากัวประกาศภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากพายุเฮอริเคนเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศแล้ว

ตามรายงานของสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 10.3 กม. และอยู่ห่างจากเมืองท่า เอล ตริอุนโฟ ของเอลซัลวาดอร์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 153 กม. โดยในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายและผู้บาดเจ็บจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ แต่นางลินา โพห์ล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมเอลซัลวาดอร์กล่าวว่า มีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ และคาดว่า คลื่นสูงสุด 3 ม.อาจพัดเข้าสู่ชายฝั่ง

ขณะที่สำนักงานป้องกันพลเรือนเอลซัลวาดอร์ออกประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ให้อพยพออกจากชายฝั่งประมาณ 1 กม.

ด้านนาย แดเนียล ออร์เตกา ประธานาธิบดีนิการากัว ประกาศภาวะฉุกเฉิน ในขณะที่เฮอริเคนระดับ 2 ‘ออตโต’ เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเพียง 1 ชั่วโมงก่อนจะเกิดแผ่นดินไหว

 

ทรัมป์เลือกสตรีเข้า ครม.-ถูกจวกเมินข่าวกรอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ย. 2559 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792992

 

โดนัลด์ ทรัมป์ กับนางเบตซี เดวอส

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ของสหรัฐฯ รายงานวิพากษ์วิจารณ์นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงเรื่องกระบวนการสืบทอดอำนาจต่อจากนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนปัจจุบัน โดยระบุว่านายทรัมป์ได้หลีกเลี่ยงการเข้าประชุมกับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง ที่ต้องการบรรยายข้อมูลชั้นความลับให้นายทรัมป์ฟังมาตลอด และนับตั้งแต่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ในวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา นายทรัมป์เข้าร่วมประชุมข้อมูลชั้นความลับเพียง 2 ครั้ง จนทำให้เจ้าหน้าที่บางส่วนตั้งคำถามว่านายทรัมป์มีความสนใจเรื่องความมั่นคงประเทศ และกิจการในต่างแดนบ้างหรือไม่ ตรงกันข้ามกับนายไมค์ เพนซ์ ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่นับตั้งแต่ชนะเลือกตั้ง ได้เข้าประชุมสถานการณ์กับเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแทบทุกวัน

ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งในรัฐสวิงสเตท มิชิแกน โดยระบุว่านายทรัมป์ ได้รับชัยชนะเหนือนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต เพียงแค่ 10,704 เสียงได้ก็ทำให้กวาดคะแนนคณะผู้เลือกตั้งไปทั้งหมด 16 เสียง เท่ากับนายทรัมป์มีคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด 306 เสียง นางฮิลลารี 232 เสียง ในการโหวตรับรองอย่างเป็นทางการวันที่ 19 ธ.ค.นี้ ขณะที่การนับคะแนนดิบผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือป๊อปปูล่าร์โหวตนั้น นางฮิลลารีได้รับคะแนน 63.96 ล้านเสียง นายทรัมป์ 62.13 ล้านเสียง เท่ากับนายฮิลลารีมีคะแนนดิบนำนายทรัมป์ประมาณ 1.82 ล้านเสียง

วันเดียวกัน บรรยากาศการเฟ้นหาคณะทำงานรัฐบาลชุดใหม่ของนายทรัมป์ ยังเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยนายทรัมป์ได้ตัดสินใจเลือกนางนิกกี ฮาเลย์ ผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียน วัย 44 ปี มาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ โดยถือเป็นหญิงกลุ่มชาติพันธุ์คนแรกของรัฐบาลทรัมป์ ทั้งนางฮาเลย์ยังเคยวิพากษ์วิจารณ์นายทรัมป์อย่างหนัก เรื่องความสัมพันธ์กับกลุ่มเหยียดผิวอย่างคลู คลักซ์ แคลน หรือเคเคเค นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังตัดสินใจเลือกผู้หญิงอีกคน คือนางเบตซี เดวอส เศรษฐินีนักเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาโรงเรียน และผู้บริจาครายใหญ่ของพรรครีพับลิกันจากรัฐมิชิแกน มาดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษา

ส่วนนายทรัมป์ออกแถลงการณ์เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ระบุว่าถึงเวลาแล้วที่จะเยียวยาความแตกแยก สร้างความเป็นเอกภาพภายในชาติ แม้เข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาแต่ก็อยากให้ประชาชนมองเห็นถึงโอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน.

 

แอร์บัสประสบความสำเร็จ ในการบินเที่ยวแรกของเครื่องบิน เอ350-1000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ย. 2559 02:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/793177

 

เครื่องบิน แอร์บัส เอ350-1000 ลำแรก ประสบความสำเร็จในการบินเที่ยวแรก ตามโปรแกรมทดสอบการบินที่วางไว้ โดยเครื่องต้นแบบทั้ง 3 ลำจะถูกเตรียมพร้อมเพื่อใช้ในการเข้าสู่โปรแกรมทดสอบเพื่อขอใบรับรองทำการบิน…

เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ350-1000 ลำแรก ประสบความสำเร็จในการบินครั้งแรก หลังจากทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากท่าอากาศยานตูลูส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเวลา 10.42 น.วันที่ 24 พ.ย.2559 ตามเวลาท้องถิ่น สำหรับ เครื่องบินแอร์บัส เอ350-1000 (A350-1000 XWB) เป็นเครื่องบินโดยสารแบบ 2 เครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา และยังเป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุด ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนที่ออกแบบมาเฉพาะ คือ Rolls-Royce Trent XWB-97 โดยในเที่ยวบินแรก เอ350-1000 ได้ใช้พื้นที่ทดสอบทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส และบินกลับมาลงจอดอย่างปลอดภัย


ทีมนักบินทดสอบ และ วิศวกรการบินในเที่ยวบินแรกของแอร์บัส เอ350-1000

สำหรับนักบินและลูกเรือที่ทำการบินในเที่ยวแรก ประกอบด้วย ฮูเก้ ฟาน เดอ สติเชล นักบินทดสอบ แฟรงก์ แชปแมน นักบินทดสอบ และ เจอร์ราร์ด ไมซองเนิฟ วิศวกรการบิน นอกจากนี้ยังมีทีมนักวิจัยที่ร่วมบินไปเพื่อเก็บข้อมูลการบิน หรือ Flight-Test-Instrumentation (FTI) สำหรับการบินทดสอบในเที่ยวแรกอีก ได้แก่ ปาทริค ตูเช่ หัวหน้าทีมเก็บข้อมูลการบิน เอ็มมานูเอล คอสตานโซ หัวหน้าทีมพัฒนาทดสอบ เอ350 และ สเตฟาน นูวูค วิศวกรเที่ยวบินทดสอบ


เอ350-1000 ขึ้นจากสนามบินในเมืองตูลูส ฝรั่งเศส

สำหรับประโยชน์ที่ได้จากการบินทดสอบเที่ยวแรกของ เอบัส เอ350-900 เมื่อปี 2014 ถูกนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนาการสร้าง เอ350-1000 ทำให้ใช้เวลาเพียง 1 ปีต่อเครื่องบิน 3 ลำ โดยภาพรวมของโครงการนี้ จะถูกสรุปในผลทดสอบของใบรับรองแต่ละประเภทที่เข้ามา ตามรายการที่สายการบินกำหนดไว้สำหรับช่วงครึ่งหลังของ 2017


สมาชิกของครอบครัวแอร์บัส ที่เป็นแบบลำตัวกว้างใช้ 2 เครื่องยนต์

เครื่องบินโดยสาร รุ่น เอ350-1000 เป็นสมาชิกล่าสุดของตระกูล เครื่องลำตัวกว้างแบบ 2 เครื่องยนต์ของแอร์บัส ควบคู่กับ เอ330 นีโอ (A330 Neo) ที่มอบประสิทธิภาพในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งความคุ้มค่าในการปฏิบัติการ เสียงรบกวนในห้องโดยสารที่ต่ำ และพิสัยการบินที่ไกลมากกว่าเดิมถึง 8,000 ไมล์ทะเล เช่นเดียวกับขนาดที่เพิ่มขึ้น เพราะมีการขยายลำตัวให้ยาวกว่ารุ่น เอ350-900 เดิม เพื่อเพิ่มผู้โดยสารอีก 40 ที่นั่ง


สิ่งที่เพิ่มเติมมาใน เอ350-1000

รวมทั้งมีการออกแบบให้เพิ่มเติมไม่เหมือนรุ่นก่อน คือ ปีกที่ออกแบบให้มีพื้นที่ชายปีกเพื่อเพิ่มเสถียรภาพเมื่อต้องบินด้วยความเร็วต่ำ และวิงเล็ตแบบใหม่โค้งแหลม ฐานล้อหลัก 6 ล้อ และเครื่องยนต์ใหม่ Rolls-Royce Trent XWB-97ที่มีแรงขับเพิ่มขึ้นแต่ยังประหยัดน้ำมัน


อินโฟกราฟิก แนะนำตัว แอร์บัส เอ350-1000


แอร์บัส เอ350-1000 มีห้องโดยสารที่ให้ความสะดวกสบาย เหมือนกับ เอ350-900 รุ่นออริจินอล แต่มีการขยายพื้นที่โดยสารเพิ่ม รองรับเก้าอี้โดยสารชั้นธุรกิจ สำหรับเส้นทางบินระยะไกล พร้อมมอบประสบการณ์ในเดินทางกับห้องโดยสารแบบใหม่ “แอร์สเปซ” (AIRSPACE) ที่สะดวก กว้างขวาง มีพื้นที่ในที่นั่งมากขึ้น และแสงจากหลอดไฟแอลอีดีในห้องโดยสารที่สบายตา ทั้งนี้มีลูกค้าจำนวน 11 สายการบินจาก 5 ทวีป ที่สั่งซื้อเครื่องบิน เอ350-1000 ไปแล้วรวม 195 ลำ.

 

นักบินลุฟท์ฮันซ่าสไตรค์วันที่สอง ต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่า 900 เท่ียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ย. 2559 01:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/793167

 

สายการบินลุฟทฮันซ่าของเยอรมนีประกาศยกเลิกเที่ยวบินอีกกว่า 900 เที่ยว ในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักบินผละงานประท้วงเป็นวันที่สอง เพราะไม่พอใจที่ไม่ได้ขึ้นเงินมาหลายปี ทั้งที่บริษัทมีกำไร…

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน สายการบินลุฟทฮันซ่าของเยอรมนีประกาศยกเลิกเที่ยวบินอีกกว่า 912 เที่ยว เนื่องจากการผละงานประท้วงของนักบินเป็นวันที่สอง โดยเป็นเที่ยวบินพิสัยไกล 82 เที่ยวทำให้ผู้โดยสารจำนวน 115,000 คนต้องตกค้าง ไม่สามารถเดินทางออกจากเยอรมนีหรือเข้ามายังเยอรมนีได้ หลังจากการยกเลิกเที่ยวบินจำนวน 876 เที่ยวเมื่อวันพุธที่ 23 พ.ย.

ทางด้านสหภาพแรงงานนักบินได้ประกาศว่าจะผละงานประท้วงต่อในวันศุกร์เป็นวันที่ 3 เฉพาะเที่ยวบินระยะใกล้ โดยจะมีการประกาศเที่ยวบินที่จะยกเลิกภายในวันนี้ การผละงานประท้วงมีสาเหตุจาก นักบินไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา อำนาจการซื้อลดลงเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่าบริษัทจะสามารถสร้างผลกำไร ทำให้บรรดานักบินเรียกร้องให้ขึ้นเงินเดือนย้อนหลังเฉลี่ยปีละ 3.66% ขณะที่ผู้บริหารเสนอขึ้นเงินเดือนให้เพียง 2.5% สำหรับช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่สายการบินในเครือลุฟท์ฮันซ่า อาทิ Eurowings, Germanwings, Swiss, Austrian Airlines, Air Dolomiti และ Brussels Airlines ไม่ได้รับผลกระทบจากการสไตรค์ในครั้งนี้

อนึ่ง สายการบินลุฟท์ฮันซ่าต้องประสบปัญหาการผละงานประท้วงมา 13 ครั้งแล้วตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ 2014 และพยายามแก้ปัญหาโดยแจ้งให้ผู้โดยสารไม่ต้องเดินทางมาที่สนามบิน และสำรองห้องพักหลายพันห้องตามโรงแรมที่ใกล้เคียงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ตและมิวนิกซึ่งเป็นฮับหลักของสายการบิน รวมทั้งขอให้ผู้โดยสารเปลี่ยนตั๋วหรือขอเงินคืนค่าตั๋วเครื่องบิน นิตยสารบิลด์ประเมินว่า ลุฟท์ฮันซ่ามีค่าเสียหายจากการสไตรค์วันละ 10 ล้านยูโร (ราว 390 ล้านบาท)

 

สลด! ระเบิดรถบรรทุกโจมตีใกล้แบกแดด ดับเกือบ 80 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ย. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792991

 

เกิดเหตุโจมตีด้วยรถบรรทุกซุกซ่อนวัตถุระเบิด ที่จุดพักรถในเมืองทางใต้ของกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันพฤหัสบดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 80 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้แสวงบุญชาวมุสลิมนิกายชีอะห์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นที่สถานีน้ำมันและร้านอาหารใกล้หมู่บ้าน โชมาลี ในเมืองฮิลลาห์ ตอนใต้ของกรุงแบกแดด โดยที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางกลับมาจากการทำพิธีกรรม ‘อาร์บาอีน’ ของชาวมุสลิมชีอะห์ ที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ คาร์บาลา และเชื่อว่าเป้าหมายการโจมตีอาจเป็นรถบัสขนผู้แสวงบุญชาวอิหร่าน

ด้านนาย ฟาเลาะห์ อัล-ราดี หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงส่วนภูมิภาค บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า มีชาวอิหร่านรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตเกือบ 80 คนด้วย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 20 คนในการโจมตีครั้งนี้ ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุไม่นาน กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งเป็นกองกำลังชาวมุสลิมสุหนี่ ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ และอ้างด้วยว่า การโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงถึง 200 คน

 

อิสราเอลสั่งอพยพคนหลายหมื่น หนีไฟป่าลุกลามเมืองตอนเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ย. 2559 22:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792972

 

อิสราเอลสั่งอพยพคนหลายหมื่นคนในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ เพื่อหนีเหตุที่ไฟป่าลุกลามในหลายพื้นที่ของเมืองไฮฟา ขณะที่เชื่อว่าสาเหตุอาจมาจากการวางเพลิงหรือความประมาท…

สำนักข่าวต่าวประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศอิสราเอลออกคำสั่งอพยพประชาชนหลายหมื่นคนออกจากบ้านเรือน เพื่อหนีไฟป่าในหลายพื้นที่ของเมืองไฮฟา ทางเหนือของประเทศ ซึ่งกำลังลุกลามมากขึ้นจากอิทธิพลของอากาศร้อน และความแห้งแล้ง นอกจากนี้ ไฟป่าดังกล่าวยังเสี่ยงคุกคามบ้านเรือนในกรุงเยรูซาเลมและเขตเวสต์ แบงก์ อีกด้วย

เหตุไฟไหม้ทำให้ทางการต้องสั่งอพยพโรงเรียน,โรงเรียนอนุบาล, มหาวิทยาลัย รวมทั้งบ้านพักคนชราในเมืองไฮฟา โดยทหารกองหนุนหลายร้อยคนถูกส่งไปรับมือสถานการณ์ไฟป่าซึ่งดำเนินมากว่า 3 วันแล้ว ขณะที่ยังไม่มีรายงานพบผู้เสียชีวิต แต่มีรายงานผู้ป่วยจากการสูดควันไฟ 35 รายถูกส่งเข้ารับการักษาตัวที่โรงพยาบาล


เจ้าหน้าที่พยายามดับไฟป่าที่ลุกลามในเมืองไฮฟา

นายโยนาห์ นาฮาฟ นายกเทศมนตรีเมืองไฮฟา บอกกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่พบข้อบ่งชี้ว่าเหตุไฟป่าเริ่มต้นขึ้นหลังจากใครบางคนโยนก้นบุหรี่ลงไปบนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยน้ำมันและของเหลวไวไฟในเขตอุตสาหกรรม ขณะที่นาย กีลาด เอร์ดาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอิสราเอลระบุว่า 50% ของไฟป่าที่เกิดขึ้น อาจเป็นการวางเพลิง

ในเวลาเดียวกัน ทางการอิสราเอลยังสั้งปิดถนนหลวงหมายเลข 443 ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างกรุงเยรูซาเลมกับเมืองเทล อาวิฟ และเขตเวสต์ แบงก์ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากไฟป่าอีกจุดหนึ่งลุกลามมาถึงเมืองโมดิอิน ตอนกลางของประเทศแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานบ้านเรือนและรถยนต์ใน ทัลมอน ในเขตเวสต์ แบงก์ ที่อิสราเอลยึดครอง ได้รับความเสียหายจากไฟป่าด้วย

ทั้งนี้ หลายประเทศ รวมทั้ง ไซปรัส, รัสเซีย, อิตาลี, โครเอเชีย และกรีซ ได้ดำเนินการส่งความช่วยเหลือและอุปกรณ์ต่างๆ และเครื่องบิน เข้าไปช่วยเหลือดับไฟป่าในอิสราเอลแล้ว


ไฟป่าลุกลามเข้าใกล้ถนนสายหนึ่งในเมืองไฮฟา
 

ไรอันแอร์ ไอเดียแจ่ม จะให้ตั๋วเครื่องบินฟรี ไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ย. 2559 20:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792911

 

เจ้าของไรอันแอร์ สายการบินโลว์คอสต์ใหญ่สุดในยุโรป ไอเดียกระฉูด มีแผนจะเสนอตั๋วเครื่องบินฟรีแก่ผู้โดยสาร ในอีก 10 ปีข้างหน้า เชื่อเครื่องบินจะเต็มตลอด และมีรายได้จากสนามบินเป็นหลัก

เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน นายไมเคิล โอเลียรี่ เจ้าของสายการบินไรอันแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์ของไอร์แลนด์ ได้สร้างความตื่นตะลึงอีกครั้ง ด้วยการประกาศในที่ประชุม ที่กรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า จากผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของสายการบินไรอันแอร์ ทำให้บริษัทอาจจะเสนอตั๋วเครื่องบินฟรีให้กับผู้โดยสารภายในอีก 10 ปีข้างหน้า

นายไมเคิล โอเลียรี่ ได้เสนอในที่ประชุม Airport Operators Association ที่มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการบินของสหราชอาณาจักรมาร่วมประชุมว่า เขาสามารถเสนอให้ตั๋วฟรีแก่ผู้โดยสารที่จะเดินทางในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นไปได้ก็คือ เมื่อสายการบินไรอันแอร์สามารถนำรายได้จากสนามบินมารองรับ นั่นคือนำผลกำไรจากบรรดาร้านค้ามาทดแทน


เจ้าของสายการบินไรอันแอร์ ซึ่งถือเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ หรือสายการบินโลว์คอสต์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป กล่าวว่า “ความท้าทายของเราในปีที่จะมาถึงคือ การลดราคาอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของผมคือ ตั๋วเครื่องบินไรอันแอร์ฟรีภายใน 10 ปี เครื่องบินของเราจะเต็มตลอด และเราจะทำกำไรจากรายได้ที่สนามบินเป็นหลัก

สายการบินไรอันแอร์ได้รับการติดต่อจากสนามบินหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่นายโอเลียรี่คาดหวังเมื่อหลายปีมาแล้ว นอกจากนั้น เงื่อนไขทางการเงินที่เอื้ออำนวย อันเนื่องจากภาษีประจำปีของการเดินทางทางอากาศที่ลดลง อาทิ อังกฤษได้ยกเลิกภาษีตั๋วโดยสารเครื่องบินสำหรับเด็กแล้ว เหลือเพียงประเด็นท่ีว่า หากได้ตั๋วเครื่องบินฟรีแล้ว ความสะดวกสบายอาจจะหายไป.

 

จีนช็อกอีก นั่งร้านก่อสร้างที่โรงไฟฟ้า ถล่มทับร่างคนงาน ดับอนาถ 67

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ย. 2559 18:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792872

 

เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในจีนอีก.. นั่งร้านใช้ก่อสร้างที่โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซี พังถล่มครืนลงมาอย่างไม่คาดคิด ทับร่างบรรดาคนงาน ดับอนาถอย่างน้อย 67 ศพ ขณะที่ทีมกู้ภัยของจีนเร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุที่ติดอยู่ใต้ซากนั่งร้านอย่างเร่งด่วน

เมื่อ 24 พ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างข่าวจากสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนว่า เกิดอุบัติเหตุสลดที่โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ในเมืองเฝิงเช็ง มณฑลเจียงซี ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อนั่งร้านที่คนงานใช้ระหว่างการก่อสร้าง เกิดพังถล่มลงมาเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย. เป็นเหตุให้มีคนงานและผู้เคราะห์ร้ายที่อยู่ในบริเวณนั้น เสียชีวิตเป็นจำนวนมากถึง 67 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 ราย ซึ่งได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

สำนักข่าวซินหัว แจ้งว่า จุดที่เกิดอุบัติเหตุ เป็นในส่วนที่คนงานกำลังมีการก่อสร้างในบริเวณส่วน หอหล่อเย็น (cooling tower) ในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ แต่แล้วได้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด นั่งร้านเกิดพังลงมาทับร่างบรรดาคนงานที่กำลังทำงานอยู่อย่างน่าสลด


หลังเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในจีนขึ้นอีกครั้ง บรรดาเจ้าหน้าที่กู้ภัยของจีนพยายามเร่งให้ความช่วยเหลือคนงานที่ติดใต้ซากนั่งร้านออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน ได้มีคำสั่งไปยังเจ้าหน้าที่ทางการให้เร่งสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้หาคนที่ต้องรับผิดชอบ



ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สำนักข่าวซินหัวไม่ได้ระบุว่า โรงไฟฟ้าที่กำลังมีการก่อสร้างในส่วนของหอหล่อเย็นนี้ เป็นโรงไฟฟ้าประเภทใด แต่ก่อนหน้านี้ สื่อทางการจีนเคยรายงานว่า เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากถ่านหิน

 

ยุโรปเผยจุดจบยานสกีอาปาเรลลี คำนวณความสูงผิด กระแทกดาวอังคาร 540กม./ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ย. 2559 17:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792827

 

สำนักงานอวกาศยุโรป เผยรายละเอียดเบื้องต้น ที่ทำให้ยานสำรวจสกีอาปาเรลลี กระแทกพื้นดาวอังคารอย่างรุนแรง ขณะลงจอด เป็นเพราะระบบคอมพิวเตอร์คำนวณความสูงของยานกับผิวดาวอังคารผิดพลาด จนดิ่งกระแทกดาวอังคารด้วยความเร็วถึง 540 กม./ชม.

เมื่อ 24 พ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานอวกาศยุโรป (ESA, อีซา) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 23 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเบื้องต้นถึงสาเหตุที่ทำให้ยานสำรวจ สกีอาปาเรลลี (Schiaparelli) ที่ถูกส่งไปสำรวจดาวอังคาร เกิดการกระแทกพื้นขณะปฏิบัติการลงจอดบนพื้นผิวดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า เกิดจากยานสำรวจเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงถึง 540 กม./ชม. ขณะกำลังจะลงจอด จนกระแทกพื้นดาวอังคารอย่างรุนแรง แทนที่จะลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล อันเนื่องมาจากระบบคอมพิวเตอร์คำนวณความสูงของระยะการลงจอดบนดาวอังคารของยานผิดพลาด

อีซา ระบุ จากการตรวจสอบข้อมูลมากมาย ยืนยันว่า มีการคำนวณข้อมูลผิดพลาด จนทำให้ยานคิดว่าอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นผิว ทั้งที่ความจริงแล้วยานยังคงอยู่ที่ระดับความสูงจากพื้นผิวดาวอังคาร ประมาณ 3.7 กิโลเมตร จนทำให้ยานสกีอาปาเรลลีกางร่มชูชีพเร็วกว่ากำหนด และจุดจรวดชลอที่ทำหน้าที่ประคองให้ยานลงจอดอย่างนุ่มนวลในอีก 3 วินาทีต่อมา ซึ่งการกระทำเช่นนี้ทำให้ยานสำรวจกลายเป็นวัตถุที่อยู่เหนือการควบคุมและตกลงอย่างอิสระ กระแทกพื้นผิวดาวอังคารอย่างรุนแรงขณะถึงพื้น


ยานมาร์ส รีคอนเนสเซนต์ออร์บิเตอร์ของนาซา ที่โคจรรอบดาวอังคาร แสดงให้ภาพถ่ายขณะยานโคจรผ่าน แล้วถ่ายภาพพื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งคาดว่าเป็นจุดตกของยานสำรวจสกีอาปาเรลลี

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 27 ต.ค. อีซาได้เผยแพร่ภาพถ่ายจาก ยานมาร์สรีคอนเนสเซนต์ออร์บิเตอร์ ซึ่งเป็นยานสำรวจดาวอังคารจากวงโคจร ของ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ(นาซา) ซึ่งได้ไขปริศนาเบื้องต้นถึงชะตากรรมของยานสกีอาปาเรลลีที่สัญญาณวิทยุลดฮวบเพียง 1 นาทีก่อนถึงพื้นดาวอังคาร โดยเป็นภาพถ่ายขณะยานมาร์ส รีคอนเนสเซนต์ออร์บิเตอร์ โคจรผ่านแล้วถ่ายภาพพื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งคาดว่าเป็นจุดตกของยานสำรวจสกีอาปาเรลลี เพราะ จากภาพถ่ายเผยจุดขาวสว่าง เทียบได้กับวัตถุขนาดกว้าง 12 เมตร ซึ่งเป็นขนาดของร่มชูชีพที่ยานใช้ และห่างออกไปทางเหนือของจุดขาวนั้นราวหนึ่งกิโลเมตร พบจุดคล้ำมัวๆ คาดว่าเป็นแอ่งขนาด 15×40 เมตรที่เกิดจากการพุ่งชนดาวอังคารของยานสกีอาปาเรลลี


ทีมวิศวกรที่ห้องคอนโทรล ในเมืองดาร์มสตัดท์ เยอรมนี ควบคุมยานสำรวจสกีอาปาเรลลี ในโครงการสำรวจดาวอังคาร

ทั้งนี้ อีซาใช้งบประมาณในการสร้างยานสำรวจสกีอาปาเรลลีถึง 230 ล้านยูโร (ราว 10,000 ล้านบาท) และได้ร่วมมือกับองค์การด้านอวกาศของรัสเซีย Russia Roscomos ในโครงการเอ็กโซ มาร์ส โดยองค์การอวกาศรัสเซีย ได้ยิงจรวดโปรตอนของรัสเซีย ขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อวันที่ 14 มี.ค.59 เพื่อนำยานสำรวจก๊าซทีจีโอ (Trace Gaz Orbiter, ทีจีโอ) และยานสำรวจสกีอาปาเรลลีไปยังดาวอังคาร ซึ่งมีกำหนดเดินทางถึงดาวอังคาร และยานสกีอาปาเรลลีจะแยกตัวจากยานทีจีโอ ในวันที่ 16 ตุลาคม หรือราว 7 เดือนต่อมา เพื่อลงจอดบนบริเวณที่ราบสูง เมริเดียนี แพลนัม ซึ่งเป็นที่ราบสูงแห่งเดียว กับรถสำรวจหุ่นยนต์ Opportunity ลงสำรวจเมื่อ 2547 อยู่ในตำแหน่งเส้นศูนย์สูตรดาวอังคาร

สำหรับความผิดพลาดในการลงจอดของยานสกีอาปาเรลลีในครั้งนี้ นับเป็นความล้มเหลวครั้งที่ 2 ในความพยายามที่จะส่งยานไปสำรวจดาวอังคารของอีซา หลังจากต้องพบกับความผิดหวังครั้งแรกเมื่อยานสำรวจ บีเกิล 2 ซึ่งสร้างโดยอังกฤษ ได้ขาดการติดต่อ หลังจากแยกตัวจากยานแม่ ‘มาร์ส เอ็กเพรสส์’ในปี 2546 .

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ESA หวั่น ยานสำรวจดาวอังคารพัง! สัญญาณวิทยุลดฮวบ -1นาทีก่อนถึงพื้น