สรท. คาด ส่งออกไทยปีนี้ยังหดตัว -0.8% ลุ้นปีหน้าโต 0-1%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 14:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797856

 

สภาผู้ส่งออก คาด ส่งออกไทยปี 59 ยังหดตัวที่ -0.8% ถูกกดดันจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ยังมีทิศทางทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่ ในปี 60 ลุ้นส่งออกเติบโต 0-1% …

วันที่ 30 พ.ย. 59 นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก คาดว่า การส่งออกของไทยในปี 59 จะยังหดตัวที่ -0.8% หรือดีที่สุดคือทรงตัวที่ 0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เพราะแม้ข้อมูลผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจในตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และจีน จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ผลจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดต่ำลง เพราะประเทศผู้ผลิตน้ำมันยังไม่สามารถตกลงร่วมกันเกี่ยวกับปริมาณการผลิต จึงเชื่อว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกยังมีทิศทางทรงตัวในระดับต่ำ ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกของไทย

ขณะที่ ในปี 60 คาดว่า การส่งออกของไทยจะเติบโตระหว่าง 0-1% โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ 1. สถานการณ์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศ 2. ผลกระทบจากนโยบายทางการเงินและการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) 3. ความผันผวนของราคาน้ำมันและทองคำ 4. มาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมและแรงงานในประเทศ 5. ความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการและรัฐบาลไทยต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น 6. ต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับการค้าระหว่างประเทศ และ 7. ภัยธรรมชาติที่รุนแรงและบ่อยครั้งมากขึ้น

นายนพพร กล่าวว่า แม้สถานการณ์การส่งออกของไทยในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ดี เมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกอื่นๆ แต่เมื่อพิจารณาถึงทิศทางของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่ยังทรงตัวและอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับคู่แข่งสำคัญ เช่น เวียดนาม จึงเป็นแรงผลักดันให้ไทยจำเป็นต้องเร่งผลักดันและให้ความสำคัญกับการเจรจาการค้าเสรีภายใต้กรอบ FTAAP และ RCEP เพื่อให้เกิดโอกาสทางการค้าและการตลาดเพิ่มมากขึ้น ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาภายในประเทศด้านอื่นๆ ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น และรวมถึงการพัฒนากระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศให้สอดคล้องกับทิศทางของการกำหนดมาตรฐาน และความตกลงด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งมีชาติสมาชิกให้สัตยาบันแล้ว 100 ประเทศ ยังเหลืออีกเพียง 10 ประเทศ ความตกลงดังกล่าวก็จะมีผลบังคับใช้

นอกจากนี้ สภาผู้ส่งออก มีข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามความตกลงดังกล่าว เนื่องจากประเทศไทยยังคงมีข้อบทที่ต้องปรับปรุง และจำเป็นต้องพัฒนาระบบและมาตรฐานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในกิจกรรมการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกระบวนการทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกได้อย่างสมบูรณ์ ในขณะที่มีข้อบทของความตกลง ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกมีสิทธิ์ระงับการนำเข้าสินค้าจากชาติสมาชิกอื่นที่ไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่เกี่ยวกับความตกลงได้

พร้อมมองว่า สิ่งที่ประเทศไทยต้องดำเนินการเป็นอย่างแรก คือ การเร่งจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยความสะดวกทางการค้าแห่งชาติ เพื่อให้รับผิดชอบดำเนินการให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการปฏิบัติตามข้อบท และมาตรฐานทั้งหมด โดยต้องมีองค์ประกอบของกรรมการจากภาคเอกชนในสัดส่วนที่เท่ากับกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ

 

“สุวพันธุ์” เผย กทม.เตรียมจัดกิจกรรม 5 ธันวาฯตักบาตรพระสงฆ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251209

กทม., คมชัดลึก, สุว, พันธุ์, เผย, กทม, เตรียม, จัดกิจกรรม, ธันวา, ตักบาตร, พระสงฆ์, สุวพันธุ์, กทมเตรียมจัดกิจกรรม, ธันวาฯตักบาตรพระสงฆ์, ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 5 ธันวาคม 2559

การเมือง  : 2016-12-04

“สุวพันธุ์” เผย กทม.เตรียมจัดกิจกรรม 5 ธันวาฯตักบาตรพระสงฆ์

“สุวพันธุ์” เผย กทม.เตรียมจัดกิจกรรม 5 ธันวาฯตักบาตรพระสงฆ์ 189 รูปลานคนเมือง ขณะที่รัฐบาลจัดพิธีทำบุญมหาสังฆทานถวายเป็นพระราชกุศล

        นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผยถึงการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธ.ค.นี้ ว่า กทม.และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จัดกิจกรรมตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 189 รูป ในช่วงเช้าที่ลานคนเมือง กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องที่ลานคนเมืองตลอดทั้งวัน ทั้งการจัดแสดงดนตรีแจ๊สเฉลิมพระเกียรติ โดยสมาชิกวง อ.ส. วันศุกร์ การจัดกิจกรรมจุดเทียนในเวลา 18.00น. โดยความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม กทม. ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.)และส่วนราชการต่างๆ

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ในส่วนของรัฐบาลจะจัดกิจกรรม “ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 5 ธันวาคม 2559” ที่บริเวณสะพานภูมิพล โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดงาน รวมถึงมีการทำบุญมหาสังฆทานแก่พระสงฆ์จำนวน 999 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่งและเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วย ทั้งนี้ ในเวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภริยา เฝ้ารับเสด็จในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนพื้นที่สนามหลวงไม่มีการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

 

“วิลาศ” แฉ “กปภ.” ทุจริตมากอันดับต้นๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251207

วิลาศ จันทรพิทักษ์, พล.อ.ธีรชัย นาควานิช, ประธานบอร์ด, การประปาส่วนภูมิภาค, วิลาศ, กปภ, ทุจริต, มาก, อันดับ, ต้นๆ, ทุจริตมากอันดับต้นๆ, ปธบอร์ด กปภคนใหม่

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2016-12-04

“วิลาศ” แฉ “กปภ.” ทุจริตมากอันดับต้นๆ

“วิลาศ” แฉ “กปภ.” ทุจริตมากอันดับต้นๆ หวั่นรายงาน “ปธ.บอร์ด กปภ.คนใหม่” ไม่ครบ สอบสวนไม่ได้ทุกเรื่อง

 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากตนติดตามตรวจสอบการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)จนรัฐบาลมีคำสั่งปลดบอร์ด กปภ.ชุดเก่าซึ่งอยู่รักษาการณ์ หลังหมดวาระตั้งแต่เดือนมี.ค.59 โดยตั้งบอร์ด กปภ.ชุดใหม่ ที่มีพล.อ.ธีรชัย นาควานิจ อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธาน เพราะการดำเนินงานของกปภ.มีการทุจริตมากในอันดับต้นๆ และถือเป็นองค์กรที่ขาดสภาพคล่องจนต้องไปกู้ยืมเงินจากกองทุนประกันผู้ใช้น้ำมา2,600 ล้านบาท และกำลังจะกู้เพิ่มจนหมดกองทุนอีก600 ล้าน และมีจะกู้เงินธนาคารออมสินอีก1,000 ล้านบาท

นายวิลาศ กล่าวว่า แต่หากยังปล่อยให้องคาพยศของ กปภ.ทำงานเช่นนี้ คาดว่าสิ้นปี2560 กปภ. จะหาเงินที่ไหนมาชำระคืน ถ้ายังทุจริตกันเช่นนี้ ที่ผ่านมานายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่า การประปาคนใหม่ ได้ชี้แจงรัฐมนตรีมหาดไทยว่า มีการตั้งกรรมการสอบสวนคนทำผิด ร่วมทุจริตแล้ว  และบางเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

     “ผมกลัวว่า ผู้ว่า กปภ. จะชี้แจงรายงานประธานบอร์ด กปภ.คนใหม่เช่นนี้อีก โดยพูดไม่ความจริงไม่ครบว่า  ที่สอบสวนอยู่ ไม่ได้สอบทุกเรื่อง ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต สรุปคือ บางเรื่องตอบไม่ตรง  หรือตอบตรงแต่ไม่ครบ ที่สำคัญ ผู้ว่า กปภ.ใช้ให้สำนักตรวจสอบภายในของกปภ.สอบ จึงไม่พบความผิดใดๆเลย  เช่น กรณีการให้ผู้รับเหมาเปลี่ยนมิเตอร์น้ำ  แล้วไม่เก็บคืนมิเตอร์เก่าที่มีทองเหลือง ซึ่งมีราคานำมาขายได้ทั่วประเทศหลายร้อยล้าน ผู้ตรวจสอบภายในระบุว่า สุ่มตรวจ40สาขาทั่วประเทศไม่พบมูลความผิด  ถามว่า จ้างผู้รับเหมาเปลี่ยนของใหม่ แต่ไม่นำคืนของเก่าคืนคลังผิดหรือไม่ แล้วจะเชื่อใจ ไว้ใจระบบตรวจสอบภายในของ กปภ.อีกหรือผู้ว่า กปภ.จำเป็นที่ต้องรู้เท่าทัน และกล้าผ่าตัดองค์กรก่อนที่จะขาดทุนยับเหมือนการถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) และ ขสมก.” นายวิลาศ กล่าว

นายวิลาศ  กล่าวว่า  ที่ผ่านมาตนทยอยฟ้องสังคมผ่านสื่อถึงการบริหารงานของผอ.เขตกปภ. และ ผู้จัดการสาขา กปภ.รวมแล้วกว่า30 เรื่องที่สร้างความเสียหายแก่รัฐ หรือรู้เห็นกับการทุจริตทำให้รัฐเสียหายรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3,000ล้านบาท ก็ยังมีเรื่องร้องเรียนของ กปภ.จากทั่วประเทศเข้ามาทุกวัน เช่น  กปภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ตั้งโรงงานผลิตน้ำวางกำลังผลิตที่150 ลูกบาศเมตร/ชั่วโมง แต่ผลิตจริงได้แค่100 ลบ.ม./ชั่วโมง ไปแก้ไขโดยการซื้อเครื่องปั๊มน้ำ75 แรงม้ามาเร่งปั้ม แต่น้ำล้นท่อส่งน้ำไม่ได้  สูญเงินไป45 ล้านบาท หรือโครงการวางท่อน้ำระยะทาง7 กิโลเมตร ผ่านมา4 ปียังส่งน้ำไม่ได้ เพราะไม่แจ้งขอใช้พื้นที่ และไม่ขอประชาพิจารณ์ชาวบ้าน สูญงบฯ22 ล้านฟรีๆ เป็นนิสัยของ กปภ. ที่ทำเรื่องขอใช้งบก่อนการขออนุญาตวางท่อผ่านชุมชน ไม่มีการส่งมอบที่ดินก่อสร้างจนต้องทิ้งอาคาร เครื่องมืออุปกรณ์ท่อน้ำ ปั้มน้ำจำนวนมากทั่วประเทศ แม้กระทั่งการวางระบบเสียค่าน้ำประปาออนไลน์ (ซีไอเอฟ) ใช้งบปี57 ซื้อคอมพิวเตอร์รวม 84 ล้านบาท  แต่เซิร์ฟเวอร์ไม่รองรับระบบ  คอมพิวเตอร์ที่แจกให้สำนักงานสาขาหลายร้อยเครื่องไม่ได้ใช้ จนตกรุ่น จะหมดปี59 ยังไม่ได้ใช้ รวมถึงระบบตรวจสอบการใช้น้ำของประชาชน(จีไอเอฟ) ใช้งบปี56  รวม42 ล้านบาท จนถึงปัจจุบันยังใช้ไม่ได้ มีการตั้งกรรมการสอบ  แต่ยังไม่มีการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้อง  จึงขอให้ประธานบอร์ด กปภ.คนใหม่เร่งแก้ไขปัญหาการทุจริตผลาญงบของชาติ และฟื้นองค์กร กปภ.ด้วยและตนจะร้องป.ป.ช.และสตง.เอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

 

สปท.ชงข้อเสนอปฏิรูปการตรวจสอบใช้อำนาจรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251205

คมชัดลึก, สปท., ลงโทษ รมต., ข้อเสนอ, ปฏิ, ปการ, ตรวจสอบ, ใช้อำนาจ, รัฐ

การเมือง  : 2016-12-04

สปท.ชงข้อเสนอปฏิรูปการตรวจสอบใช้อำนาจรัฐ

สปท.ชงข้อเสนอปฏิรูปการตรวจสอบใช้อำนาจรัฐ วางหลักเกณฑ์ตั้งที่ปรึกษาประจำคณะ- ให้ลงโทษรมต.จงใจเลี่ยงตอบกระทู้สภาฯ

           นายวันชัย สอนศิริ กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปการควบคุมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กล่าวถึง ความคืบหน้าแนวทางปฏิรูปการควบคุมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐว่า ขณะนี้อนุกมธ.ได้ข้อสรุปเสร็จสมบูรณ์แล้ว มีข้อเสนอสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปการควบคุมและตรวจสอบใช้อำนาจรัฐหลายเรื่องอาทิ 1.การวางหลักเกณฑ์แต่งตั้งที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการต่างๆ ควรเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญจากสาขาอาชีพต่างๆอย่างแท้จริง มิใช่การแต่งตั้งสนองตำแหน่งแก่พรรคพวกเพื่อเป็นเกียรติยศ ที่ผ่านมาบางคณะกรรมาธิการ มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาประจำกมธ.เป็นร้อยคน แม้จะไม่ได้รับเงินเดือน แต่คนพวกนี้่มีอำนาจร่วมประชุมกมธ. บางคนเข้ามาอวดเบ่งบารมี กดขี่ข้าราชการ ใช้อำนาจตบทรัพย์ในทางไม่ถูกต้อง จึงควรปฏิรูปเรื่องการแต่งตั้งที่ปรึกษาประจำคณะกมธ.ใหม่ ต้องกลั่นกรองให้ได้คนดี มีความสามารถจริงๆ

นายวันชัย กล่าวว่า 2.การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะต้องวางหลักเกณฑ์ว่า ข้อมูลที่ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องมีพยานหลักฐานแน่นหนา สามารถเล่นงานรัฐบาลได้จริง แม้จะไม่สามารถลงมติล้มรัฐบาลได้ แต่เมื่อส่งข้อมูลไปยังป.ป.ช.ดำเนินการ ต้องสามารถเอาผิดรัฐมนตรีนั้นๆ ถึงขั้นติดคุกได้ ไม่ใช่มีข้อมูลเพียงแค่การตัดแปะข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์แล้วนำอภิปรายไม่ไว้วางใจ เหมือนใช้เวทีสภาเป็นเวทีฝึกพูด เพื่อให้เวทีสภามีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เวทีตีฝีปาก 3.การให้มีบทลงโทษรัฐมนตรีที่มีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่มาตอบกระทู้ถามของสภา แต่จะมีบทลงโทษอย่างไร ขึ้นอยู่กับการร่างข้อบังคับของสภาฯ

           นายวันชัยกล่าวว่า 4.การให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญทำหน้าที่ติดตามการดำเนินการผลการตั้งกระทู้ถามว่า หลังจากที่รัฐมนตรีมาชี้แจงกระทู้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขเรื่องที่ตั้งกระทู้ถามมากน้อยเพียงใด เพื่อให้เห็นการปฏิบัติเป็นมรรคผล รวมทั้งควรมีคณะกรรมการชุดหนึ่งคอยกลั่นกรองเรื่องที่จะตั้งกระทู้ถาม ให้เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ไม่ให้เป็นกระทู้โหล เพียงเพื่อหวังผลหาเสียงในพื้นที่ 5.ญัตติที่เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการฯขึ้นมาแก้ปัญหาต่างๆเช่น น้ำท่วม สินค้าแพง เมื่อกมธ.ได้พิจารณาทำเป็นรายงานศึกษาเสร็จแล้ว ต้องส่งให้รัฐบาลดำเนินการต่อ ให้เห็นผลทางปฏิบัติ ไม่ใช่สักแต่ทำเป็นรายงานศึกษาออกมาแล้วนำไปกองรวมกันไว้ ไม่นำไปปฏิบัติ

 

“สุริยะใส” แนะสถาบันการศึกษาเปิดวิชาศาสตร์พระราชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251202

คมชัดลึก, หลักสูตรศาสตร์พระราชา, สุริยะ, แนะ, สถาบันการศึกษา, เปิด, วิชา, ศาสตร์, พระราชา, สุริยะใส

การเมือง  : 2016-12-04

“สุริยะใส” แนะสถาบันการศึกษาเปิดวิชาศาสตร์พระราชา

“สุริยะใส” แนะสถาบันการศึกษาเปิดวิชาศาสตร์พระราชา แปรโครงการพระราชดำริ 4,500 แห่งทั่วประเทศ เป็นห้องเรียนนวัตกรรม

          นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่วว่า ตนเห็นว่าในขณะนี้ภาคฝ่ายต่างๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมกำลังจัดทำและผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อเป็นการตามรอยพ่อ หน่วยงานหลายแห่งเริ่มขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ในนามของศาสตร์พระราชา ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจและถือเป็นเรื่องที่ดีที่คนไทยในวงกว้างเห็นความสำคัญ เห็นความสำเร็จโครงการต่างๆที่ในหลวงทรงงานมาตลอดรัชสมัย

“แต่ก็น่าห่วงเหมือนกันเพราะบางครั้งจะกลายเป็นต่างคนต่างทำหรือตีความไปแตกต่างกัน จนอาจเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือผิดทิศผิดทางได้เช่นกัน ฉะนั้นสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะระดับอุดมศึกษาที่มีอยู่ตามจังหวัดต่างๆ อยู่แล้วน่าจะเป็นเจ้าภาพคิดหรือวิจัยกันอย่างจริงจัง และควรมีเจ้าภาพที่ชัดเจนไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นไฟไหม้ฟางได้”

          เขา กล่าวอีกว่า ในระดับชาตินั้น รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการควรจัดเวทีระดมความเห็นระดับชาติและจัดทำแผน ทำหลักสูตรว่าด้วยศาสตร์พระราชา ที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ทุกระดับ และสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนกันใหม่ พาผู้เรียนออกนอกห้องเรียน เผชิญและเรียนรู้จากปัญหาและพื้นที่จริงๆ ซึ่งโครงการพระราชดำริที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานไว้มีมากกว่า 4,500 โครงการและมีอยู่ตามจังหวัดต่างๆทุกจังหวัดทั่วประเทศอยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถออกแบบนวัตกรรมการเรียนการสอนโดยการแปรโครงการพระราชดำริ 4,500 แห่งให้เป็นห้องเรียนได้ 4,500 ห้องเรียนได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปเริ่มลงทุนทำอะไรใหม่เพราะพระองค์ได้ทำไว้หมดแล้ว

“ที่สำคัญเวลาพูดเรื่องศาสตร์พระราชาไม่ควรมองแค่มิติเศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้นเพราะถ้าเราทบทวนดูงานและพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวาระโอกาสต่างๆ นั้นจะเห็นว่าพระองค์ได้วางรากฐาน วางหลักคิดที่สำคัญไว้ในทุกๆด้านอยู่แล้ว ”นาย สุริยะใส กล่าว

 

ทดลองจัดจุดพิเศษเพื่อคนชรายังใช้น้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251197


พระบรมศพ, สนามหลวง, ทดลอง, จัด, จุด, พิเศษ, เพื่อ, คนชรา, ยัง, ใช้, น้อย, กอรรส

พระบรมศพ, สนามหลวง, ทดลอง, จัด, จุด, พิเศษ, เพื่อ, คนชรา, ยัง, ใช้, น้อย, กอรรส
พระบรมศพ, สนามหลวง, ทดลอง, จัด, จุด, พิเศษ, เพื่อ, คนชรา, ยัง, ใช้, น้อย, กอรรส
พระบรมศพ, สนามหลวง, ทดลอง, จัด, จุด, พิเศษ, เพื่อ, คนชรา, ยัง, ใช้, น้อย, กอรรส

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 4 ธ.ค.59

ทดลองจัดจุดพิเศษเพื่อคนชรายังใช้น้อย

“กอร.รส.” เผยการทดลองจัดจุดพิเศษเพื่อคนชรา ยังมีคนใช้น้อย เตรียมปรับเต้นท์ให้ร่มรื่น จัดทีมแพทย์-อาหาร ไว้บริการ ยืนยัน คนชราไม่ได้รับสิทธิลัดคิว ต้องเข้าตามลำด

          4 ธ.ค. — ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศประชาชนที่รอเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังว่า ตั้งแต่เวลาเช้าตรู่ มีประชาชนจากทั่วสารทิศมุ่งหน้าเดินทางมายังพื้นที่สนามหลวง ซึ่งเป็นจุดพักคอยการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง ทำให้พื้นที่บริเวณสนามหลวงและโดยรอบเต็มไปด้วยประชาชนที่สวมชุดสีดำเพื่อถวายความอาลัยอย่างเนืองแน่น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ที่ดูแลประชาชนได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ และชี้แจงกับประชาชนที่มีข้อสงสัยผ่านเจ้าหน้าที่และเสียงตามสาย ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งและเต็มใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดช่วงเที่ยง ถึงช่วงบ่ายอากาศที่บริเวณท้องสนามหลวงร้อนระอุ ทำให้ประชาชน ทั้งเด็ก และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทนต่อแสงแดดได้ เข้าขอยืมร่มกันแดดจากจุดบริการต่าง ๆ รอบสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีกลุ่มอาสาสมัครของเครือข่ายต่างๆ ร่วมใจเข้าอำนวยความสะดวก และให้บริการประชาชน เช่น เก็บขยะ, คัดแยกขยะ, แจกน้ำ, แจกผ้าเย็น, แจกอาหาร และเครื่องดื่มด้วย

ทั้งนี้ในวันที่ 4 ธ.ค. ถือเป็นวันแรกที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) จัดจุดพักคอยบริเวณพิเศษไว้สำหรับผู้สูงอายุที่อายุ และผู้ป่วยที่ต้องการได้รับความดูแลเป็นพิเศษ โดยพบว่ามีผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปสอบถามและใช้บริการจำนวนหนึ่ง

            โดยเมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.กฤษณ์ดนัย  อิทธิมณฑล เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผอ.กอร.รส.  ให้สัมภาษณ์ว่า จากที่กอร.รส. เปิดจุดพักคอยไว้รองรับผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษเป็นวันแรก ยังไม่มีผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือเข้ารับบริการมากที่ควร ทั้งนี้การเปิดจุดพักคอยดังกล่าว ยังอยู่ในช่วงของการทดลองดำเนินการ ซึ่งในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ กอร.รส. จะจัดเต้นท์พักคอยสำหรับผู้สูงอายุที่เข้าหลักเกณฑ์ คือ อายุ 80 ปีขึ้นไป และช่วยเหลือตัวเองได้ลำบาก ไว้บริเวณเต้นท์ใต้ต้นมะขามที่ร่มรื่น ฝั่งท้องสนามหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดรอคอยของประชาชนที่ประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ผู้สูงอายุจะได้รับอนุญาตให้มีญาติ 1คนคอยดูแลและช่วยเหลือ แต่หากผู้สูงอายุเดินทางมาเพียงลำพัง จะมีอาสาสมัครเป็นผู้ดูแลให้ความสะดวก ทั้งนี้ในเต้นท์ดังกล่าวจะมีทีมแพทย์ พยาบาลคอยดูแล พร้อมกับอาหารน้ำดื่มสำหรับผู้สูงอายุด้วย

“ผมยืนยันว่าผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิรอคอยที่เต้นท์ของผู้สูงอายุ  ทั้งผู้สูงอายุ หรือญาติที่ดูแลจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ ท่ีเกินไปกว่าประชาชนที่เข้าคิวรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวังทั้งสิ้น ซึ่งการจัดลำดับเข้าถวายสักการะจะต้องเป็นไปตามลำดับ โดยหากผู้สูงอายุมาพร้อมกับญาติ จะเข้าพร้อมกับญาติเมื่อถึงลำดับการรอคอย ส่วนกรณีที่มาคนเดียวแต่มาพร้อมกับคณะจะได้เข้าตามลำดับพร้อมกับคณะ โดยช่วงที่จัดบริการพบว่าคณะที่มากับผู้สูงอายุ ได้เข็นรถเข็นพาผู้สูงอายุเข้าแถวเข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง” พล.ต.กฤษณ์ดนัย กล่าว

นายณัฐวัฒน์ ตะโกนา ปลัดอำเภอ ฐานะหัวหน้าชุดผู้สานงาน กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้นำตัวแทนประชาชน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.สระแก้ว, จ.อำนาจเจริญ, จ.สระบุรี และ จ.อุดรธานี รวม 3,192 คน เดินทางเข้าแถวเพื่อรอลำดับการถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย ยอมรับว่าในคณะตัวแทนประชาชนที่เดินทางมานั้น มีผู้สูงอายุที่เข้าเกณฑ์ได้รับความดูแลเป็นพิเศษร่วมเดินทางมาด้วยแต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะขอรับบริการพิเศษ เพราะต้องการเข้ากราบพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวังพร้อมกับคณะ อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้า ของวันที่ 4 ธ.ค. พบการแจ้งเหตุคนพลัดหลง เป็นหญิงสูงวัย จาก อ.สะเดา จ.สงขลา และมีความจำไม่ดี ทำให้ต้องประกาศตามหาบุคคลที่ร่วมคณะมาด้วย ดังนั้นกรณีที่คณะเดินทางใดมีผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ป่วยร่วมเดินทาง ควรเขียนชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ บุคคลที่สามารถติดต่อได้ด้วย หากมีกรณีพลัดหลงจะสามารถติดตามคนใกล้ชิดได้ง่าย.

 

สนช.เตรียมจัดกมธ.ลง 10 คณะศึกษาร่างเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251190


สนช., ทวีศักดิ์ สูทกะวาทิน, เตรียม, จัด, กมธ, คณะ, ศึกษา, ร่าง, เดิม, สนชเตรียมจัดกมธลง, คณะศึกษาร่างเดิม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 4 ธ.ค.59

สนช.เตรียมจัดกมธ.ลง 10 คณะศึกษาร่างเดิม

สนช.เตรียมจัดกมธ. 10 คณะ 6 ธ.ค.ลุยศึกษาร่างเดิมปี 50 หลังกรธ.ยึกยักเปิดเนื้อหา กม.ลูก เผย เก็บตัวเข้าค่ายถกกม.ลูกต้นปีหน้า ยันไม่เตะถ่วง เดินตามโรดแม๊ป

          4 ธ.ค. – นายทวีศักดิ์ สูทกะวาทิน สมาชิก สนช. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมพิจารณากฎหมายลูก 10 ฉบับ ว่า ในวันที่ 6 ธ.ค.กมธ.สามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะฯ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่หนึ่งเป็นประธานจะพิจารณาจัดสมาชิกสนช. ลงกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับตามที่สมาชิกแต่ละคนแสดงเจตจำนงไว้เพื่อให้กมธ.แต่ละคณะศึกษาหาแนวคิดการจัดทำกฎหมายลูกด้วยการศึกษาจากร่างกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ 2550 และร่างล่าสุดที่คณะกรรมการองค์กรอิสระต่าง ๆ เสนอไม่รอร่างจากกรธ.ที่ยังไม่ชัดเจน.ขณะที่สัดส่วนกมธ.เบื้องต้นจะคล้ายกับการพิจารณากฎหมายทั่วไปกมธ.หนึ่งคณะไม่เกิน 30 คนคนนอกจากครม. กรธ. สปท. และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมกันไม่เกิน 1 ใน 5 หรือ 6 คน ส่วนสมาชิกสนช.ที่เปิดให้ยื่นเจตจำนงเป็นกมธ.ได้คนละ 2 คณะจะถูกจัดให้เป็นได้คนละ 1 คณะเท่านั้น ส่วนตนเลือกลงกฎหมายพรรคการเมืองและกกต.

ส่วนการจัดสัมมนาเตรียมพร้อมการจัดทำกฎหมายลูกนั้นอาจจะไปควบรวมกับการจัดสัมมนาสนช.ประจำปี จากที่เลื่อนมาจากเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยคาดว่า จะเป็นช่วงต้นปี 2560 เพื่อศึกษาหาหลักคิดการร่างกฎหมายลูกของสนช.ตลอดจนกำหนดสถานที่เก็บตัวร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับสำคัญที่จะมีนายสุรชัยเป็นผู้ประสานงานด้วย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตของพรรคการเมืองว่าการร่างกฎหมายลูกอาจจะมีการดึงโรดแมปเลือกตั้งให้ช้าออกไป นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า  ยืนยันว่าดึงไม่ได้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนนูญฉบับผ่านประชามติให้ไว้เต็มที่คือ 8 บวก 2 ตามกระบวนการของกรธ.และสนช.

 

“เทพไท”แนะแก้น้ำท่วมใต้ระยะยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251183

พรรคประชาธิปัตย์, เทพไท เสนพงษ์, เทพ, แนะ, แก้, น้ำท่วม, ใต้, ระยะยาว, เทพไท
พรรคประชาธิปัตย์, เทพไท เสนพงษ์, เทพ, แนะ, แก้, น้ำท่วม, ใต้, ระยะยาว, เทพไท
พรรคประชาธิปัตย์, เทพไท เสนพงษ์, เทพ, แนะ, แก้, น้ำท่วม, ใต้, ระยะยาว, เทพไท

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 4 ธ.ค.59

“เทพไท”แนะแก้น้ำท่วมใต้ระยะยาว

“เทพไท”ขอบคุณนายกฯสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บูรณาการ เร่งแก้ปัญหา อุทกภัยภาคใต้ แนะวางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาว อย่าทำแบบเฉพาะกิจ

          4 ธ.ค. — นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บูรณาการร่วมกัน เพราะกำลังประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนัก ทั้งนี้ตนคิดว่ารัฐบาลประยุทธ์สามารถที่จะสั่งการให้ทุกภาคส่วนเข้ามาบูรณาการช่วยเหลือประชาชน  เพราะหน่วยงานหลักคือกองทัพมีศักยภาพ อาทิ เครื่องมือและกำลังพลมากกว่าส่วนราชการอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งขณะนี้ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ส่วนราชการอื่น ๆ ยังไม่ตื่นตัวเท่าที่ควร แต่ขณะเดียวกันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้พยามเข้ามาช่วยเหลือเต็มที่ แต่ก็ยังขาดในเรื่องของงบประมาณซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลาง เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาอีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่นั้น ไม่อยากให้เรื่องอุทกภัยเป็นเรื่องเฉพาะกิจแต่ควรที่จะวางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะยาวด้วย เพราะเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในลักษณะปีเว้นปีสูญเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ ทั้งนี้สถานการณ์ในพื้นที่ราบลุ่มประสบปัญหาอุทกภัยค่อนข้างหนัก อาทิ จังหวัดพัทลุง ตรังนครศรีธรรมราช ยังมีน้ำจากเทือกเขาลงมาเพิ่มเรื่อยๆประกอบกับมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัญหาเลวร้ายมากขึ้น ดังนั้นถ้าหากน้ำยังท่วมขังอยู่เป็นเวลาหลายวันก็จะกระทบกับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดได้

 

แนะคสช.ใช้อำนาจพิเศษเฉพาะจำเป็น-เป็นเซฟทีคัท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251182


นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, แนะ, คสช, ใช้อำนาจ, พิเศษ, เฉพาะ, จำเป็น, เป็น, เซฟ, คัท, นักวิชาการนิติฯมธ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 4 ธ.ค.59

แนะคสช.ใช้อำนาจพิเศษเฉพาะจำเป็น-เป็นเซฟทีคัท

“นักวิชาการนิติฯมธ.”แนะคสช.หลังมีรธน.ใหม่ ควรใช้อำนาจพิเศษเฉพาะที่จำเป็น เปรียบให้เป็นเซฟทีคัทของบ้านเมือง – ยกเลิก,ผ่อน คำสั่งคสช. ที่กระทบสิทธิ-เสรีภาพปชช.

          4 ธ.ค. — นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่าภายหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรพิจารณาผ่อนปรน เปลี่ยนแปลง หรือ ยกเลิกประกาศ หรือคำสั่ง คสช. ที่ขัดหรือแย้งกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะประเด็นที่มีผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชน เพื่อให้กระบวนการตามโร้ดแม็ปคลี่คลายและให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการในช่วงกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยโดยไม่เกิดปัญหา อย่างไรก็ตามในหลักการของเนื้อหาที่เขียนในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ที่รับรองอำนาจของคสช.ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ไว้นั้น ทำให้อำนาจพิเศษของ คสช. ตามมาตรา44 ยังมีผลบังคับใช้ และอำนาจของคสช. ใหญ่กว่าทุกมาตราของรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ โดยไม่มีผู้ใดนำไปฟ้องร้องในทางกฎหมายได้ ดังนั้นการพิจารณายกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งคสช.จึงมีทางเดียวคือคสช.ต้องพิจารณายกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเอง

“ผมเข้าใจว่าคสช.และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่รับรองอำนาจพิเศษของคสช.ไว้ในรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้คสช.มีอำนาจพิเศษไว้ควบคุมสถานการณ์ และมีไปจนกว่าจะมีคณะรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นสิ่งที่คสช.ควรคำนึง คือ การใช้อำนาจพิเศษภายหลังมีกติกาของบ้านเมืองฉบับใหม่ ควรใช้เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เปรียบได้กับให้อำนาจพิเศษ นั้นเป็นเหมือนกับเซฟทีคัทในบ้าน คือ ใช้เท่าที่จำเป็น แต่ทางที่ดีคือ ไม่ควรใช้” นายปริญญา กล่าว

นายปริญญา กล่าวด้วยว่าตนเข้าใจว่า คสช. อาจมีข้อกังวลใน 2 ประเด็น คือ การชุมนุมและกิจกรรมของพรรคการเมือง โดยในส่วนของการชุมนุมนั้น ตนมองว่าหากเป็นการแสดงออกของประชาชน ซึ่งไม่ใช่การชุมนุมทางการเมืองและอยู่ในวิสัยการแสดงออกฐานะเจ้าของประเทศควรผ่อนปรนให้ประชาชนแสดงออกได้ ขณะที่การทำกิจกรรมทางการเมืองนั้น ตนขอให้ติดตามเนื้อหาและความชัดเจนของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพราะขณะนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยังไม่เปิดเผยเนื้อหาทำให้ประเด็นของพรรคการเมืองยังคงคลุมเคลือ.

 

ปลื้มผลงานจิตอาสาฯสนามหลวงลดปริมาณขยะกว่าครึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251181

พระบรมศพ, กทม., ปลื้ม, ผลงาน, จิต, อาสา, สนามหลวง, ปริมาณ, ขยะ, กว่า, ครึ่ง
พระบรมศพ, กทม., ปลื้ม, ผลงาน, จิต, อาสา, สนามหลวง, ปริมาณ, ขยะ, กว่า, ครึ่ง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 4 ธ.ค.59

ปลื้มผลงานจิตอาสาฯสนามหลวงลดปริมาณขยะกว่าครึ่ง

ปลื้มผลงานจิตอาสาฯสนามหลวง ช่วยลดปริมาณขยะกว่าครึ่ง-เลิกใช้กล่องโฟม100% เล็งลุยลดขยะจากขวดน้ำพลาสติกต่อ พ.ย.ขยะ 54 ตันลดลงจากเดือนต.ค.กว่าครึ่ง

          4 ธ.ค. — ที่เต้นท์จุดพักคอย เครือข่ายจิตอาสาและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For DAD ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  อาสาสมัครที่ฝึกอบรมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร แถลงผลการทำกิจกรรมรณรงค์แยกขยะ เพื่อลดปริมาณขยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการทำความดีเพื่อพ่อ

           โดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสาสมัครฯ แถลงว่าขณะนี้ในโรงครัวโดยรอบพื้นที่สนามหลวง สามารถลดการใช้กล่องโฟมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จตามที่ได้รณรงค์ให้เลิกใช่กล่องโฟมในพื้นที่สนามหลวงและโครงการลดขยะในขั้นตอนต่อไป คือ ลดขยะที่มาจากขวดน้ำพลาสติก โดยจะขอความร่วมมือจากประชาชนที่เดินทางมายังพื้นที่สนามหลวงเพื่อรอกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  ให้นำกระติกน้ำ หรือขวดน้ำพกพาติดตัวมาด้วย โดยในพื้นที่พักคอยมีเครื่องกรองน้ำติดตั้งไว้บริการ จำนวนทั้งสิ้น 4 จุดและเตรียมจะขยายเพิ่มอีก 4 จุดในพื้นที่ให้ครบถ้วน นอกจากนั้นจะมีอาสาสมัครฯ นำน้ำดื่มบรรจุในเหยือกคอยบริการเติมลงในภาชนะที่ประชาชนจัดเตรียมด้วย

           นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงด้วยว่า จากการเริ่มรณรงค์แยกและลดขยะ ตลอดเดือนพฤศจิกายน นั้นพบว่า ปริมาณขยะในพื้นที่สนามหลวง ลดลงเหลือ วันละ 54 ตัน จากปริมาณขยะในช่วงเดือนตุลาคม ระหว่างวันที่ 14-31 ตุลาคม ที่มีจำนวนวันละ 110 ตัน และจากปริมาณขยะที่ลดลงดังกล่าวทำให้ กทม. ประหยัดงบประมาณส่วนของค่ากำจัดขยะเฉพาะพื้นที่สนามหลวงได้มากถึง 1.2แสนบาท ส่วนกรณีการกำจัดน้ำเสีย น้ำทิ้ง หรือขยะเศษอาหารนั้น กทม.ได้ให้โรงครัวนำน้ำที่ชำระล้างอุปกรณ์หรือวัตถุดิบปรุงอาหารทิ้งลงตระแกรงท่อได้โดยไม่ต้องบำบัด แต่ทุก ๆ 3 – 4วันนั้น จะมีรถดูดขี้เลนของกทม. เข้าดูดขี้เลนในตระแกรงท่อเพื่อนำไปทิ้ง ซึ่งวิธีการดังกล่าวเพื่อไม่ให้โรงครัวต่าง ๆ นำน้ำทิ้งที่ใต้ต้นมะขาม และทำให้ต้นมะขามเสี่ยงที่จะยืนต้นตายได้

           ขณะที่นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม.  กล่าวว่า เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการทำความดีเพื่อพ่อ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก กทม. ได้จัดโครงการพันธุ์พอเพียง โดยให้ประชาชนร่วมปลูกต้นไม้คนละต้นในพื้นที่บ้านเรือน ซึ่งประชาชนในพื้นที่กทม.สามารถรับพันธุ์กล้าต้นไม้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมป่าไม้ ได้ที่สำนักงานเขตใกล้บ้าน และเพื่อให้โครงการดังกล่าวมีความต่อเนื่อง ทุกๆ วันที่ 5 ธันวาคม จะมีการติดตามความเติบโตของต้นไม้ที่ประชาชนนำไปปลูกด้วย.