“บิ๊กป้อม” ถาม “บอล” ใครคุกคาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250730

คมชัดลึก, ข่าวทั่วไป, สั่ง, ลูก, ผบ.มทบ.38, ตร., คุ้มกัน, ตื๊บ, บิ๊ก, ป้อม, ถาม, บอล, ใคร, คุกคาม, บิ๊กป้อม, ใครคุกคาม

การเมือง  :  30 พ.ย. 2559

“บิ๊กป้อม” ถาม “บอล” ใครคุกคาม

“บิ๊กป้อม” ถาม “บอล” คู่กรณีสั่งตื๊บลูก ผบ.มทบ.38 ใครคุกคามแล้วทำผิดอะไรมา ชี้หากไม่ปลอดภัย ร้องขอ ตร.คุ้มกันได้ ยันทหารไม่เอาคืน

“บิ๊กป้อม” ถาม “บอล” คู่กรณีสั่งตื๊บลูก ผบ.มทบ.38 หากไม่ปลอดภัย ร้องขอ ตร.คุ้มกันได้

30 พ.ย. 59 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลใน จ.เชียงใหม่ หลังจากเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ บุตรชายพล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 (ผบ.มทบ.38) ในร้านอาหารชื่อดัง จ.เชียงใหม่ ว่า  เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลต่อเนื่อง โดยมีพล.ต.เกษมสุข ตาคำ ผบ.มทบ.33 และเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพลนั้นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า นายกฤษณะ อมิตรสูญ หรือบอล แฟนหนุ่มดาราสาวอุ้ม ลักขณา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนสั่งการทำร้ายนายอิศราชนุวัฒภ์ ร้องขอตำรวจดูแล เนื่องจากไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะมีคนมาข่มขู่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนอยากถามว่าเป็นใคร หากรู้สึกไม่ปลอดภัยก็ทำเรื่องไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อส่งคนมาดูแล แต่อยากถามว่าตัวนายกฤษณะ ไปทำอะไรมา ทำผิดอะไร จนต้องขอกำลังตำรวจมาคุ้มกัน และตนอยากทราบว่าใครที่ไปคุมคาม

เมื่อถามว่าแต่คู่กรณีเป็นทหารอาจทำให้นายกฤษณะเกิดความหวาดกลัวได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นคู่กรณีกับทหาร แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นลูกทหารเป็นฝ่ายถูกซ้อม ส่วนที่เกรงว่าจะมีฝ่ายทหารไปเอาคืนนั้น ตนยืนยันว่าทหารไม่ได้ทำแบบนั้น เพราะเรื่องนี้ตนได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แล้วว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงผบ.มทบ.33 ต้องดูแลเรื่องนี้ด้วย

“ความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลมีความคืบหน้ามาก โดยยึดอาวุธปืนได้เป็นจำนวนมาก ส่วนจะเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองหรือไม่ ผมไม่ทราบว่าใครเป็นใคร แต่คนเราก็เป็นญาติกันได้หมด เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทำมาตลอด และผู้มีอิทธิพลทั้งหลายก็กลัวเจ้าหน้าที่ทั้งนั้น ถ้าที่จ.เชียงใหม่พบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ผมก็สั่งการให้ดำเนินคดีทั้งหมด เช่นการเปิดโรงแรมถ้าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามนั้น รวมถึงทุกพื้นที่ทุกจังหวัด หากมีสิ่งใดไม่ถูกต้องก็ไม่มีข้อยกเว้น” พล.อ.ประวิตร กล่าว.

ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ แสนสิริ จัดแคมเปญ “Countdown” ดอกเบี้ยพิเศษส่งท้ายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 30 พ.ย. 2559 13:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797751

 

นางสาวกนกวรรณ ใจศรี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ (ที่ 2 จากซ้าย) และนายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากขวา)

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวแคมเปญ “Countdown” มอบอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดแห่งปี ด้วยข้อเสนอพิเศษ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี เพียง 1.99% ต่อปี เท่านั้น พร้อมเริ่มต้นผ่อนชำระเพียงล้านละ 2,500 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 2 ปี สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมคุณภาพในโครงการพร้อมอยู่ของแสนสิริทุกแห่งทั่วประเทศ โดยได้รับอนุมัติและเบิกจ่ายเงินกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2559 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)

 

ทองเปิดตลาดขึ้น 50 รูปพรรณขายบาทละ 20,650

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 09:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797656

 

ราคาทองวันที่ 30 พ.ย. เปิดตลาดขึ้น 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,050 ขายออกบาทละ 20,150 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,692.84 ขายออกบาทละ 20,650 บาท ส่วนภาวะตลาดทองคำนิวยอร์กปิดลบ 3 ดอลลาร์ หรือ 0.25% ปิดที่ 1,190.80 ดอลลาร์/ออนซ์ เหตุนักลงทุนชะลอแรงซื้อ หลังข้อมูล ศก.สหรัฐ แข็งแกร่ง …

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,050.00 บาท ขายออกบาทละ 20,150.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,692.84 บาท ขายออกบาทละ 20,650.00 บาท

ส่วนสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) 3 ดอลลาร์ หรือ 0.25% ปิดที่ 1,190.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากมีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับการขยายตัวของจีดีพีประจำไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 3.2% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 2.9% โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของยอดส่งออกและการใช้จ่ายผู้บริโภค

ขณะที่ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ เปิดเผยผลสำรวจ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.5% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค.2006 ทางด้าน Conference Board รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 107.1 ในเดือน พ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 101.2

ทั้งนี้ นักลงทุน มองว่า การขยายตัวที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. และเป็นปัจจัยลบต่อราคาทอง

 

ทีโอทีขอแก้สัญญาเน็ต กศน.รับติดตั้งไม่ทัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 07:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797492

 

ปีหน้ายังมีจ๊อบอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านทั่วไทย

นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีโอที ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อขอแก้ไขสัญญาการติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จำนวน 10,000 แห่ง เนื่องจาก ทีโอทีไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้แล้วเสร็จตามสัญญาที่กำหนดภายในเดือน มี.ค.60 เนื่องจากทีโอที ไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์เพื่อติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ตามข้อตกลงที่เสนอไปยังกระทรวงดีอีก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ โครงการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับ กศน.นั้น กระทรวงดีอีได้ลงนามในสัญญากับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท โดยทีโอทีและแคท ได้ร่วมกันดำเนินการติดตั้ง ซึ่งทีโอทีจะดำเนินการติดตั้ง 7,500 จุด และแคทติดตั้ง 2,500 จุด โดยได้ลงนามในสัญญาตั้งแต่เดือน มี.ค.59 มีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี หรือแล้วเสร็จในเดือน มี.ค.60

นายมรกตกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน มูลค่า 15,000 ล้านบาท ว่า ทีโอทีได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงดีอี เพื่อให้การดำเนินการติดตั้งอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านแล้วเสร็จตามนโยบายรัฐบาลในปี 2560 ขณะนี้รอกระทรวงดีอีเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเรื่องการเบิกจ่ายแทนกัน ตามมติคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดดีอี) ทั้งนี้ ทีโอทีจะดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยในเดือน ธ.ค.59 นี้ จะนำร่องติดตั้งอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน 50 หมู่บ้าน จากทีโอที ต้องติดตั้งราว 24,700 หมู่บ้าน

นางวิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องโครงการอินเตอร์เน็ต กศน.ว่าติดขัดปัญหาเรื่องใด เนื่องจากเพิ่งมารับตำแหน่งปลัดดีอีได้เพียง 22 วันเท่านั้น ดังนั้นจึงขอเวลาศึกษารายละเอียดโครงการก่อน อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีจะพิจารณาทุกโครงการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม และให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด.

 

“ลอฟท์” ทำยอดขายโต 20% เพิ่มสัดส่วนสินค้านำเข้าญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 07:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797486

 

นายกฤษดา รินทรานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม สเปเชียลลิตี้ จำกัด ผู้บริหารร้าน “ลอฟท์” จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในปีนี้ ลอฟท์ยังสามารถทำธุรกิจเติบโตได้ 20% แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีปัญหาด้านกำลังซื้อ โดยปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตสวนกระแส คือ การขยายสาขาใหม่ที่เมกา บางนา และการปรับภาพลักษณ์ร้านที่อยู่ภายในศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่มาเป็นคอนเซปต์ “Loft Life Fun Life” ซึ่งมีผลตอบรับดีเกินคาด มียอดการใช้จ่ายสูงขึ้นเป็น 700-1,000 บาทต่อบิล จากปี 58 อยู่ที่ 500-600 บาทต่อบิล ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยส่งเสริมยอดขายด้วย เพราะจำนวนซื้อสูงกว่าคนไทยมากถึง 2 เท่า

“เมื่อก่อนเราขายสินค้าภายในประเทศมากกว่า แต่ตอนนี้ได้เพิ่มสัดส่วนสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาแล้ว บวกกับแรงซื้อในกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดจีน ทำให้บริษัทมียอดขายเติบโตมากสุดในรอบ 19 ปี โดยสำหรับแผนในการดำเนินธุรกิจระยะ 3-5 ปีนับจากนี้ ต้องการขยายสาขาให้เพิ่มขึ้นเท่าตัว”.

 

โรงแรมเซ็นทรัลหั่นเป้ารายได้ เหตุระเบิดกลางปี-ทัวร์จีนหด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797481

 

นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ยอมรับว่ารายได้ปีนี้จะขยายตัวเพียง 4-5% จากปี 58 ที่มีรายได้ 19,291 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าเดิมที่วางไว้ 6-7% เนื่องจากสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่มีเหตุระเบิด 7 จังหวัด ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทำให้มีการยกเลิกการจองที่พักพอสมควร และในช่วงไว้อาลัยเดือน ต.ค.มีการยกเลิกงานสัมมนาคิดเป็นมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงกว่า 10% จากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้การท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังรัฐบาลออกมาตรการยกเว้นค่าวีซ่า 3 เดือน และคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวช่วงปลายปี ทำให้ปีนี้อัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ 82-83% มากกว่าปี 58 ซึ่งอยู่ที่ 80% ส่วนอัตราค่าห้องเพิ่มขึ้นไม่สูงกว่าปี 58 เพราะนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียมีการต่อรองราคาค่อนข้างมาก ส่วนการลงทุนธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ กำลังเจรจาร่วมทุนโรงแรมในดูไบ ขนาด 500 ห้อง มูลค่าโครงการ 6,300 ล้านบาท บริษัทถือหุ้น 40% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 2,000 ล้านบาท คาดได้ข้อสรุป ธ.ค.นี้

นายรณชิตกล่าวว่า ส่วนปี 60 คาดว่ารายได้จะโตได้ 4% จากปี 59 โดยธุรกิจโรงแรมจะเติบโตได้ 3-4% และมีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 81-82% ส่วนธุรกิจอาหารคาดว่าจะโต 5-6% โดยภาพรวมการท่องเที่ยวน่าจะดีขึ้น โดยภาครัฐประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวปี 60 จะอยู่ที่ 34 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.7 ล้านล้านบาท โต 8% จากปี 59 ขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3-3.5% ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทขยายตัวสอดคล้องไปกับเศรษฐกิจ โดยปี 60 ตั้งงบลงทุน 1,200 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจโรงแรม 600 ล้านบาท และธุรกิจอาหารอีก 600 ล้านบาท.

 

“โออิชิกรุ๊ป” ทวงบัลลังก์แชมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797477

 

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในเครือไทยเบฟเวอเรจ เปิดเผยว่า แผนการทำธุรกิจของโออิชิกรุ๊ป ยังคงเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์ “โออิชิ” ทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มต่อเนื่อง โดยชู 3 กลยุทธ์หลัก 1.Product Innovation ชู “นวัตกรรม” ขยายตลาดแมสพรีเมี่ยม 2.Brand Engagement เสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์ต่อเนื่อง 3.Distribution Excel-lence ใช้การ Synergy และ Collaboration กับเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง ขยายช่องทางจำหน่าย และตลาดต่างประเทศควบคู่กับการจัดทัพใหม่สร้างทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง จนพลิกฟื้นให้ “โออิชิ” กลับมาเป็นแชมป์อย่างองอาจอีกครั้ง ทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นในประเทศไทย หลังปี 2557 เจอสารพัดปัญหารุมเร้า โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

“ผลประกอบการของโออิชิ กรุ๊ป ประจำปีงบประมาณ 2559 ที่เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค.-30 ก.ย.2559 ถือว่าเกินความคาดหมาย มีรายได้จากการขายรวม 10,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เป็นรายได้จากธุรกิจอาหาร 4,906 ล้านบาท เติบโต-0.4% ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มทำรายได้ 5,493 ล้านบาท เติบโต 17% เป็นผลจากการเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ต่อเนื่องตลอดทั้งปี อัดแคมเปญการตลาดโดนใจผู้บริโภค และมีกำไรสุทธิรวม 887 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% เป็นกำไรจากธุรกิจอาหาร 88 ล้านบาท เติบ โต 183% ธุรกิจเครื่องดื่ม 799 ล้านบาท เติบ โต 83%”

นายมารุต กล่าวว่า ยอดขายและผลกำไรที่เพิ่มขึ้นของทั้งธุรกิจอาหารและธุรกิจเครื่องดื่ม เป็นเพราะมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิ-ภาพ ปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก บริหารกำลังการผลิต และงบการตลาด ที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นด้วย เป้าหมายอันท้าทายสู่วิสัยทัศน์ 2020 หรือปี 2563 ของบริษัทแม่ ทำให้โออิชิกรุ๊ปต้องเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการในทุกๆด้าน ที่ยึดหลักการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง โดดเด่น และมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน ภายใต้แนวคิดนำตลาดด้วยนวัตกรรม เพื่อครองผู้นำตลาดแมส พรีเมี่ยม, มอบคุณภาพของสินค้าและบริการด้วยมาตรฐานระดับญี่ปุ่น และเป็นแบรนด์ที่ช่างคิด สร้างสรรค์ สนุกสนาน.

 

ตีกรอบขายประกันออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797471

 

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เมื่อวันที่ 26 พ.ย.59 ได้เห็นชอบหลักการการออกกติกากำกับดูแลวิธีการออกกรมธรรม์ประกันภัย การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย การชดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในส่วนของการประกันชีวิตและการประกันวินาศภัย ผ่านอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ แอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ โปรแกรมแชทออนไลน์

“ที่ผ่านมา คปภ.ยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแลการซื้อขายประกันผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ อาจทำให้ประชาชนผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบ และไม่ได้รับสิทธิความคุ้มครอง”

สำหรับร่างประกาศที่ คปภ.นำเสนอ มีสาระสำคัญ อาทิ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากบริษัทเท่านั้น ที่จะสามารถเสนอขายผ่านช่องทางนี้ได้ และแบบกรมธรรม์ประกันภัยต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน คปภ. ส่วนการชำระเบี้ยประกันภัย หากทำด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องเข้าบัญชีบริษัทประกันภัยเท่านั้น และบริษัทต้องขอคำยืนยันการทำประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยภายใน 7 วันหลังจากออกกรมธรรม์ประกันภัย รวมทั้งบริษัทต้องให้สิทธิขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยภายใน 15 วัน.

 

หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก ได้อานิสงส์ข้อมูลศก.มะกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 พ.ย. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797577

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันอังคาร โดยได้อานิสงส์จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ชดเชยความผิดหวังจากการลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 29 พ.ย. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 23.70 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 19121.60 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 2.94 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 2204.66 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 11.11 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 5379.92 จุด

การเพิ่มขึ้นของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เกิดขึ้นแม้ว่าหุ้นของบริษัทพลังงานจะลดลงตามราคาน้ำมันที่ดิ่งเกือบ 4% ก่อนจะมีการปิดประชุมโอเปกในวันพุธ โดยตลาดได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจ เช่นการเติบโตในไตรมาส 3 ของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด, ราคาบ้านที่เพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. และการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพ.ย.

 

“บิ๊กซี” ลดขายเหล้า-บุหรี่ดันกำไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797466

 

นายรามี ปีไรเนน ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (BJC) เปิดเผยว่า หลังจากเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ฯได้เข้าซื้อและเข้าบริหารกลยุทธ์บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (BIGC) พบว่า มีสินค้าบางประเภทที่มีต้นทุนการเก็บ การขนส่ง และการบริหารจัดการสูง แต่มีอัตรากำไรต่ำจนทำให้บริษัทแทบไม่มีกำไร เช่น บุหรี่ เหล้า ซึ่งคิดเป็น 15% ของยอดขายทั้งหมด บิ๊กซีจึงได้ปรับกลยุทธ์ โดยลดการขายสินค้าที่ไม่ทำกำไรและหันมาเน้นขายอาหารสดแทน เพื่อเพิ่มกำไรจากการขายมากขึ้น แต่จะทำให้ยอดขายรวมปีนี้ลดลง โดยยอดขายไตรมาส 3 ลดลง 20% แต่กำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 17.8% จากกำไรไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 12.93% โดยบิ๊กซียังคงเป้าหมายเป็นผู้นำด้านสินค้าราคาถูกต่อไป

“ยอดขายของ BIGC รวมทั้งปีนี้ จะลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 129,407.19 ล้านบาท แต่มั่นใจว่ากำไรสุทธิยังเพิ่มขึ้น”

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีหรือไตรมาส 4 คาดว่าจะยังซบเซาต่อเนื่อง เพราะประชาชนยังอยู่ในภาวะโศกเศร้า ขณะที่ยอดขายเสื้อผ้า ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เสื้อผ้าที่จะขายในช่วงนี้ได้จะต้องเป็นเสื้อสีขาวและสีดำเท่านั้น ซึ่งปริมาณสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

สำหรับเป้าหมายรายได้ปี 60 หลังควบรวมกับ BIGC นั้น อยู่ระหว่างการจัดทำแผนงาน ซึ่งจะเสร็จเดือน ธ.ค.นี้ โดยประเมินว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโตอยู่ที่ 2-3% นอกจากนี้ ในปีหน้าเบอร์ลี่ยุคเกอร์ฯและบิ๊กซี ได้ตั้งงบลงทุนรวม 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นของบิ๊กซี 8,000 ล้านบาท เพื่อขยายบิ๊กซีไฮเปอร์มาร์เก็ต 9 สาขา บิ๊กซีมาร์เก็ต 4 สาขา มินิบิ๊กซี 200 สาขา และปรับปรุงสาขาเดิม 42 สาขา ส่วนอีก 2,000 ล้านบาท เป็นงบลงทุนของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ฯ.