แกนนำชาวนาชัยนาทไม่เห็นด้วยลดพื้นที่ทำนำ แนะลงมาคุยไม่ใช่ไปคิดเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/245080

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.15 น.

16 พ.ย. 59 จากกรณีที่ ครม.มีมติให้เงินสนับสนุนชาวนากรณีลดพื้นที่การปลูกข้าว เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ในวันนี้แกนนำชาวนา จ.ชัยนาทออกมาเปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว โดยเสนอขอเงินชดเชย3พันบาทต่อไร่ได้ ให้ชาวนาที่หยุดทำนาจะได้ผลในการลดพื้นที่การทำนาได้มากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเฉลียว น้อยแสง ตัวแทนสภาเกษตรกรชัยนาท เปิดเผยว่าจากกรณีที่คณะรัฐมนตรี มีมติให้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาข้าวราคาตกต่ำ โดยให้ลดพื้นที่การทำนาลง ด้วยการสนับสนุนให้ชาวนาในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ให้หยุดทำนาแล้วไปปลูกพืชชนืดอื่นเช่น ปอเทือง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และให้เงินเป็นแรงจูงใจต่อไร่นั้น ตนเองในฐานะคนที่ทำนามาครึ่งค่อนชีวิต ไม่เห็นด้วยนักกับมาตรการดังกล่าว เพราะการนำพืชชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ข้าวมาปลูกลงในแปลงนาซึ่งเป็นดินเหนียวนั้น เป็นที่แน่ชัดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พืชเหล่านั้นจะไม่ให้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเป็นพืชที่ไม่ชอบดินนา ดังนั้นหากจะลดพื้นที่การทำนาจริงๆ ตนเองอยากเสนอให้รัฐบาลอุดหนุนชาวนาเป็นเงินสดให้เปล่ามาเลย เพื่อที่ชาวนาจะได้ไม่ต้อเสี่ยงนำเงินอุดหนุนไปลงทุนปลูกพืชชนิดอื่นให้เสี่ยงขาดทุน ซึ่งอัตราที่เหมาะสมที่จะให้ชาวนาในปัจจุบัน ตนเห็นว่า 3,000 บาท ต่อไรเป็นอัตราที่เหมาะสมที่สุด

“ในอดีตชาวนาพยายามปรับตัวตามนโยบายของรัฐบาลมาตลอด ทั้งการทดลองปลูข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปอเทือง หรือพืชตระกูลถัวทั้งหลาย แต่ก็ต้องประสบปัญหาเรื่องของดิน เพราะดินนาเป็นดินเหนียว พืชตระกูลถั่ว หรอข้าวโพดจะไม่ชอบทำให้พืชที่นำมาปลูกงอกงามเฉพาะใบ แต่ข้าวโพดไม่ออกฝัก ถั่วไม่มีผลผลิต ทำให้ชาวนาต้องขาดทุนจากการทดลองเปลี่ยนพืชที่ปลูก ดังนั้นรัฐบาลจะส่งเสริมหรือปรับเปลี่ยนให้ชาวนาไปปลูกพืชชนิดอื่นหรือเปลี่ยนอาชีพไปทำอยางอื่น จึงควรจะต้องลงมาพูดคุยสอบถามทำความเข้าใจ รับข้อมูลจากชาวนาว่าปัญหาคืออะไร และชาวนาต้องการอะไร จึงจะสามารถแก้ปัญหาให้ตรงจุดได้ ไม่ใช่ไปคิดเองแทนชาวนาแล้วออกนโยบายที่ทำไม่ได้จริงออกมา”นายเฉลียวกล่าว

‘นายกฯ’ปลื้มการทำงานก.เกษตรฯ ยึดมั่นศาสตร์พระราชา-ทำงานถวายแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244937

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.01 น.

16 พ.ย. 59  ที่ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวรายงานผลการปฎิบัติงานตามนโยบายรัฐบาลให้กับ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มาตรวจเยี่ยมติดตามการทำงาน ว่ารู้ปราบปลื้มยินดี ดีใจที่นายกฯมาเยี่ยมชมรับทราบการทำงานของกระทรวงเกษตรฯตลอดปีกว่าที่ผ่านมาได้ปรับปรุงการทำงานรองรับThailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล

ต่อจากนั้นนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯได้รายงานผลการดำเนินการให้นายกรัฐมนตรี ว่าการแก้ปัญหาเร่งด่วน ได้แก่ การแก้ปัญหาภัยแล้ง การยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก. การปราบปรามสินค้าเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐาน ความโปร่งใส E-biddingในการประมูลโครงการของกรมชลประทานประหยัดงบประมาณ14,000 กว่าล้านบาท และ การทำงานเชิงบูรณาการ การวางรากฐาน ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ฯ 882 ศูนย์ การเกษตรแปลงใหญ 600 แปลง 1.5 ล้านไร่ ลดต้นทุนได้ 18% เพิ่มผลผลิตได้ 15%  การใช้แผนที่ Agri-map ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับดินน้ำ การพัฒนาสหกรณ์สู่ความเข้มแข็งยกระดับได้ 800 แห่ง การยกมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ และ ธนาคารสินค้าเกษตร

โดยทั้งหมดขับเคลื่อนแผนการดำเนินการ 5 ปี และ ยุทธศาสตร์ 20 ปี เชื่อมโยงกับนโยบาย และ ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล กำหนดวิสัยทัศน์ “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรยั่งยืน” กำหนดเป็น 5 ยุทธศาสตร์ สรุปมีเป้าหมาย เกษตรกรมีรายได้เท่ากับอาชีพอื่นๆ เป็น Smart Farmer เกษตรแปลงใหญ่ 14,500 แปลง มีนวัตกรรมจากงานวิจัย บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน และ อื่นๆ อีกทั้งเพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนโดยปรับคุณภาพข้าราชการ และ ระบบการบริหาร โดยทั้งหมดนี้ ยึดศาสตร์พระราชา และ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีสหกรณ์เป็นกลไกการขับเคลื่อนหลัก รวมทั้งต้องทำงานเชิงบูรณาการให้มาก ต่อยอดกิจกรรมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ การส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ 70,000 รายและมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการแก้ปัญหา IUU การแก้ปัญนมโรงเรียนซึ่งเกี่ยวข้องกับ 21 ล้านคน ทั้งการเพิ่มคุณภาพนม การบูรณาการ การลงโทษชัดเจน

โดยพล.อ.ฉัตรชัย ยังกล่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ 2560 จะเน้นการทำการเกษตรแปลงใหญ่ ใช้ศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรที่เหมาะสม และ ยกมาตรฐานสินค้าเกษตร พร้อมกิจกรรม 16 กิจกรรม ทั้งปี เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

หลังจากรับฟังรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอชื่นชม และ ขอบคุณที่คิดตรงกัน ขอชื่นชมการทำงานที่ผ่านมา ได้แก่ การแก้ปัญหา IUU เป็นต้น ขอให้เฝ้าระวังปัญหาเรื่องร้องเรียนจากโซเซี่ยลมีเดีย ส่วนที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงทัน พร้อมการแก้ไขทันที โดยเฉพาะที่ผ่านศูนย์ดำรงธรรม การทำงานเพื่อถวายแผ่นดินซึ่งเราเป็นข้าราชการของพระเจ้าอยู่หัว ทำตามพระราโชบาย ตามที่รัฐบาลได้กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เราต้องเข้าใจว่าเราอยู่ตรงไหน และ จะทำอย่างไรให้สำเร็จ เกษตรทฤษฎีใหม่สามารถทำได้ทั้งรายครอบครัว รายพื้นที่ เพื่อลดรายจ่าย หากเหลือแบ่งปัน แต่หากเหลือมากพอก็ขายได้ และ ขยายกิจการ ต้องปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพสินค้าเกษตร มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร โดยยกตัวอย่างเนื้อโค เน้นการลดต้นทุน การสร้างแรงจูงใจในการลงทุน ต้องแบ่งกลุ่มแก้ปัญหา ในภาพรวม มีความพอใจในการทำงานของกระทรวงเกษตรฯมาก

 

‘สศท.5’ลุยเจาะข้อมูล3จว.อีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244836

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำที่กระทบต่อเกษตรกร ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาคุณภาพข้าว ปัญหาข้าวค้างสต๊อก และปัญหาผู้ประกอบการโรงสีข้าวบางรายรับซื้อข้าวต่ำกว่ากลไกตลาด ส่งผลให้เกษตรกรชาวนาขายข้าวได้ในราคาถูกหรือไม่เป็นธรรม ประสบภาวะขาดทุน

ข้อมูลผลผลิตข้าวที่ชัดเจน สำหรับใช้ในการวางแผนการแก้ไขปัญหาสินค้าข้าวจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา (สศท.5) จึงได้เข้าร่วมในคณะทำงานเพื่อสำรวจข้อมูลการปลูกข้าวหอมมะลิ ปีการผลิต 2559/60 ใน 3 จังหวัดที่รับผิดชอบ
ได้แก่ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ เพื่อร่วมกันหาทางช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาในเรื่องราคาของข้าวหอมมะลิที่ตกต่ำ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

สำหรับการลงสำรวจข้อมูลหมู่บ้านที่ทำการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ในเขตหมู่บ้านตัวอย่าง ได้ดำเนินการระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แบ่งออกเป็น นครราชสีมา จำนวน 979 หมู่บ้าน บุรีรัมย์จำนวน 836 หมู่บ้าน และสุรินทร์ 746 หมู่บ้าน ดำเนินการสัมภาษณ์เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิ 105 โดยทำการสุ่มครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิคิดเป็นร้อยละ 60 ของประชากรทั้งหมู่บ้านที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิ และจะทำการสำรวจผลผลิตต่อไร่โดยวิธีการตั้งแปลงเก็บเกี่ยว หรือ Crop Cutting อีกจำนวน 2 รายต่อหมู่บ้าน ทั้งนี้ สศท.5 จะได้นำเสนอต่อคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม นอกจากการลงพื้นที่สำรวจเร่งด่วนข้างต้นแล้ว ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ สศท.5 ยังมีแผนงานในการออกสำรวจพืชเศรษฐกิจ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 ปี เพาะปลูก 2559 ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 36 หมู่บ้าน อีกด้วย แบ่งเป็นนครราชสีมา 26 หมู่บ้าน และชัยภูมิ 10 หมู่บ้าน ซึ่งข้อมูลที่ได้มา จะเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งแก่ตัวเกษตรกรเอง และการวางแผนทางการค้ากับตลาดผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ของพืชเศรษฐกิจทั้ง 2 ชนิด ต่อไป

สหกรณ์ร้อยเอ็ดระดมข้าว18ตัน บรรจุถุงข้าวพอเพียง-ปรุงอาหารบริการประชาชนกราบพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244844

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยขบวนการสหกรณ์ร้อยเอ็ด ระดมข้าวเปลือกและข้าวสารรวม 18 ตัน นำไปบรรจุถุง “ข้าวพอเพียง” และปรุงอาหารบริการประชาชนที่เดินทางร่วมถวายสักการะพระบรมศพ

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบข้าวเปลือกเพื่อบรรจุถุง “ข้าวพอเพียง” จำนวน 9 ตัน และข้าวสารหอมมะลิ 100% จำนวน 9 ตัน ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์และขบวนการสหกรณ์ จ.ร้อยเอ็ด ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ร้อยเอ็ด จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด รวมทั้งกรมการข้าว ร่วมให้การสนับสนุน เพื่อนำไปบรรจุถุง “ข้าวพอเพียง” และใช้ในการปรุงอาหาร เพื่อรองรับประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานที่สนับสนุนต่อไป

ด้าน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ และขบวนการสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด ได้น้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับขบวนการสหกรณ์ โดยเฉพาะอาชีพชาวนา จนมีการเติบโต และมีความกินดีอยู่ดี จึงได้สนับสนุนข้าวเปลือกเพื่อบรรจุถุง “ข้าวพอเพียง” เพื่อแจกให้กับพสกนิกรที่ได้เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ และข้าวสารหอมมะลิ 100% เพื่อนำไปปรุงอาหาร ให้กับประชาชนได้รับประทาน ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ และขบวนการสหกรณ์ ในการทำดีเพื่อพ่อ

“ทั้งนี้ อยากเชิญชวนขบวนการสหกรณ์ ได้เข้ามาร่วมกันแสดงน้ำจิตน้ำใจ และร่วมทำประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

ขณะที่ นายสุวัฒน์ เจียระคงมั่น ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว กล่าวว่า นายอนันต์ สุวรรณรัตน์อธิบดีกรมการข้าว ได้สั่งการให้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ดีที่สุดมอบให้กับสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี จำนวน 500 กิโลกรัม แต่เนื่องจากทางสำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ไม่มีพื้นที่ในการจัดเก็บ จึงได้ทยอยขนนำมามอบให้จนครบ และยินดีให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก เพื่อนำไปแจกให้กับพสกนิกรที่เดินทางถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ จนครบ 100 วัน

ส่องเกษตร : หมดเวลา‘ดรามา-ข้าว’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244839

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

449007

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ได้ออกมาท้วงติงบรรดานักการเมืองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขอให้ “ลด-ละ-เลิก”การดึงปัญหาราคาข้าวตกต่ำมาตอบโต้กันทางการเมือง ก่อให้เกิดความแตกแยก ขัดแย้งกัน ในช่วงเวลาแห่งการถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เวลานี้

สาเหตุที่นายอลงกรณ์พูดถึงเรื่องนี้ก็อย่างที่เห็นกันอยู่ว่า นักการเมืองพรรคเพื่อไทย นำโดยอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ชินวัตร ได้ออกมาเคลื่อนไหวดิสเครดิตรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเกี่ยวกับปัญหาข้าวโดยเฉพาะ “หอมมะลิ”ที่ราคาตกต่ำอย่างหนัก รวมถึงพยายามชี้นำว่าแนวทางการช่วยเหลือชาวนาของรัฐบาล คสช.ก็ไม่แตกต่างจากโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ผ่านมา ทำให้นักการเมืองคู่อริจากพรรคประชาธิปัตย์วิพากษ์ว่า ที่พรรคเพื่อไทยเคลื่อนไหวดังกล่าว ไม่ได้ทำเพื่อชาวนา แต่หวังผลประโยชน์ทางการเมืองที่จะช่วยอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ให้รอดพ้นความผิดหลายคดีโครงการจำนำข้าว ที่เป็นจำเลยอยู่ ทั้งยังโจมตีด้วยว่าที่ราคาข้าวตกต่ำเป็นประวัติการณ์ในเวลานี้ ก็เป็นผลพวงจากพิษของโครงการจำนำข้าวยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์เอง ที่ทำให้ประเทศไทยมีข้าวล้นสต๊อกมโหฬาร บวกผลผลิตข้าวปีนี้ที่ออกมามาก ยิ่งซ้ำเติมราคาให้ตกต่ำไปกันใหญ่

จากนั้นทั้ง 2 พรรคคู่อริ เลยเปิดสงครามน้ำลายตอบโต้กันเรื่องนี้ ทั้งที่อยู่ในช่วงเวลาที่คนทั้งประเทศกำลังทุกข์โศกกับการเสด็จสวรรคตขององค์พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9จึงเป็นที่อิดหนาระอาใจของชาวบ้าน ดังนั้นที่นายอลงกรณ์ออกโรง จึงถือได้ว่า เป็นการพูดแทนใจประชาชน

ทั้งนี้นายอลงกรณ์ให้สัมภาษณ์ว่าไม่สบายใจที่นักการเมืองและพรรคการเมืองหยิบกรณีปัญหาราคาข้าวมาตอบโต้กันทางการเมืองอยากขอร้องให้สำรวมกิริยาด้วยการ“ลด-ละ-เลิก”กิจกรรมทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งกันในช่วงการไว้อาลัย

“ความจริงแต่ละคนก็เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และ สส.ผู้ทรงเกียรติควรรู้ถึงความเหมาะสมและกาลเทศะไม่ควรต้องให้ใครมาติติงนอกจากนี้บางเรื่องก็ทำแบบ“ปิดทองหลังพระ”บ้างก็ได้ เช่นการช่วยชาวนา ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนต่างดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือแบบปิดทองหลังพระ เพราะรักและห่วงใยชาวนา ทำโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ จึงไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศออกหน้าออกตา ทำแบบจิตอาสาที่ชาวบ้านเขาทำกัน ไม่ต้องชิงดีชิงเด่นชิงดังและไม่มีต้องกล่าวโจมตีกันและกัน จนกลายเป็นวิวาทะทางการเมืองขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ และโซเชียลมีเดียทุกวันๆ เช่นที่ผ่านมา”

ครับ ยกคำพูดรองประธาน สปท.ผู้นี้มาใส่ให้อ่านกันเต็มประโยค แต่ก็ไม่คิดหรอกว่า บรรดานักการเมืองที่มี“สันดาน”เดิมๆ จะยอมรับฟังกัน

อย่างไรก็ตาม ผมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ที่ชาวบ้านอิดหนาระอาใจนักการเมืองที่ตอบโต้กันเรื่อง“ข้าว”นั้น มิใช่ว่า เขาไม่ใส่ใจหรือไม่อยากรับรู้ต่อความเดือดร้อนของชาวนา แต่เพราะเขาเบื่อวิวาทะนักการเมืองที่เอาปัญหาชาวนามาเป็นเครื่องมือ เพื่อประโยชน์ตัวเองเป็นสำคัญต่างหาก…

การที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ออกมาขายข้าว แล้วพูดว่าต้องการช่วยชาวนา เห็นใจชาวนาที่เดือดร้อน มันก็แค่“ดรามา”เร้าอารมณ์สังคม ซึ่งตอนแรกๆก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะถึงแม้จะแค่“สร้างภาพ” ไม่ได้แก้ปัญหาให้ชาวนาได้จริงๆ แต่ถือเสียว่า เป็นการกระตุ้น ทำให้รัฐบาลและทุกภาคส่วนสนใจที่จะต้องเร่งมือแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างจริงจัง…ก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว

การ“ดรามา”บ้างจึงมีประโยชน์ตรงนี้แต่ไม่ใช่จะ“ดรามา”ไม่รู้จบ แล้วเอาแต่พูดดิสเครดิตหรือพูดแก้ต่างให้ตัวเองที่ถูกกล่าวหาคดีจำนำข้าว ถ้าจะพิสูจน์ว่า จริงใจ อยากช่วยชาวนา ก็ควรใช้กลไกของพรรคที่มีคนมีฝืมืออยู่เยอะ มีปัญญาจ้างนักวิชาการนักคิดเก่งๆให้ช่วยกันระดมแนวทางที่ยั่งยืนในการช่วยแก้ปัญหาข้าวจริงๆ ไม่ใช่ทำแบบ“ประชานิยมผลาญชาติ”อย่างที่แล้วมา จากนั้นก็นำความคิดเหล่านี้มาถ่ายทอดหรือกำหนดเป็นนโยบายพรรคไว้ใช้หาเสียงเลือกตั้งต่อไปก็ได้

เช่นเดียวกับประชาธิปัตย์ ที่ควรเอาเวลาไปคิดค้นแนวทางช่วยชาวนาแบบยั่งยืนให้มากไว้ ดีกว่ามาเสียเวลาตอกย้ำเรื่องความผิดโครงการจำนำข้าว ซึ่งตอนนี้คนส่วนใหญ่ก็ตระหนักกันดีแล้ว การตอกย้ำมากไปจากฝ่ายที่เป็นอริการเมืองกัน มันก็ไม่ต่างกับ“ดรามา”ที่ทำให้คนเบื่อเช่นกัน

หมดเวลา“ดรามา”กันแล้ว หากยังขืนเอาแต่เรื่องเร้าอารมณ์ไม่จบสิ้น ผู้คนก็จะเห็นธาตุแท้ว่า ที่ดรามาไป ก็เพื่อผลประโยชน์การเมืองของตัวเอง ไม่ใช่ทำเพื่อชาวนาอย่างที่อวดอ้างเลย

สาโรช บุญแสง

เกษตรฯกำชับเร่งสางปัญหา โรคไหม้ข้าวระบาดสระแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244834

วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งรายงานสถานการณ์การระบาดโรคไหม้ของข้าวที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จำนวน 201 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 127 ราย โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้วประเมินว่า ปีที่ผ่านมาอาจมีการระบาดของโรคนี้แต่ยังไม่ลุกลามสร้างความเสียหายมาก และเกษตรกรไม่ได้ทำการกำจัดโรคข้าวในพื้นที่นาของตนเองให้หมดสิ้น จึงเป็นการสะสมเชื้อโรคข้าวข้ามฤดูกาลทำให้เกิดการระบาดในฤดูกาลนี้

ทั้งนี้คาดว่า ผลผลิตข้าวจะได้รับความเสียหายประมาณ 50% และจะเก็บเกี่ยวข้าวในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ดังนั้น ไม่สามารถดำเนินการป้องกันกำจัดโรคได้ทันฤดูกาล จึงเห็นควรแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยให้อำเภอประสานงานกับองค์กรท้องถิ่น เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามความเหมาะสม ส่วนการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาระยะยาวให้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลโคคลาน อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาการระบาดศัตรูพืชในท้องถิ่น และควรจัดหางบประมาณสนับสนุนให้เกษตรกรมีการเปลี่ยนพันธุ์ข้าวรวมทั้งพิจารณาหาแนวทางการจัดงานรณรงค์การป้องกันและกำจัดโรคไหม้ข้าว ก่อนฤดูการปลูกข้าวในปีต่อไปประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2560 และให้สำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการถ่ายทอดความรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรข้าวตลอดฤดูการเพาะปลูกในปีถัดไป ทั้งนี้ให้อำเภอรายงานสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชตามระบบการรายงานอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์

 

‘ระวี’เผยชาวนาส่วนใหญ่ไม่ได้รับอานิสงส์จากจำนำยุ้งฉาง เหตุเกี่ยวข้าวขายทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244883

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 19.02 น.

15 พ.ย. 59 นายระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทย เปิดเผยถึงมาตรการแทรกแซงราคาข้าวโดยรัฐบาลในการรับจำนำยุ้งฉางว่า ภาพรวมของมาตรการดังกล่าวในส่วนของเกษตรกรค่อนข้างมีความพึงพอใจในระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากชาวนาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจถึงขั้นตอนแนวทางการดำเนินงานรัฐบาล รับทราบเพียงว่ารัฐบาลจะมีการช่วยเหลือเท่านั้น ทำให้ชาวนาไม่ได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้ อีกทั้งปัจจุบันไม่มียุ้งฉางในการเก็บข้าวแล้ว เมื่อเกี่ยวเสร็จก็ขายข้าวทันที ดังนั้นโครงการนี้จึงไม่ช่วยดึงราคาข้าวให้สูงขึ้นจากก่อนหน้านี้มากนัก ซึ่งรัฐบาลเองก็คงทราบจึงพยายามช่วยเหลือชาวนา ด้านต้นทุนการผลิตถึงแม้ไม่นำข้าวมาจำนำ โดยการจ่ายค่าเก็บเกี่ยวให้แก่ชาวนาไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกินรายละ 10 ไร่ เพิ่มจากปีที่ผ่านมาที่จ่ายให้ไร่ละ 1,000 บาท  ซึ่งตนก็เห็นว่า มาตราการจำนำยุ้งฉางจะสามารถดึงข้าวออกจากตลาดได้ประมาณ 1 ล้านตันเท่านั้น เพราะจากการสำรวจชาวนาที่ยังมียุ้งฉาง จะเป็นชาวนาในส่วนของภาคอีสาน และภาคเหนือบางส่วน แต่พื้นที่ภาคอื่นๆ ไม่มียุ้งฉางให้ชาวนาเก็บข้าว ดังนั้น มาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ มากกว่า ข้าวขาว ซึ่งมีปริมาณมากกว่า อีกทั้งราคาข้าวล่าสุดก็ไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นมานัก และบางพื้นที่ราคาข้าวไม่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อรอดูท่าทีและสถานการณ์จากนโยบายดังกล่าวว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอีกหรือไม่

ทั้งนี้ ต้องการให้รัฐบาลเดินหน้าประชาสัมพันธ์มาตรการของรัฐบาล โดยหอกระจายเสียงชุมชน เพื่อให้เกษตรในพื้นที่ต่างๆ ได้มีความเข้าใจถึงมาตรการช่วยเหลือมากขึ้น แม้ว่าขณะนี้ทางด้านพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์จะได้สั่งการให้ข้าราชการของกระทรวงเกษตรฯลงพื้นที่ชี้แจงมาตรการที่รัฐให้ความช่วยเหลือก็ตาม แต่การชี้แจงดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมด

ส่วนการที่ภาครัฐให้การช่วยเหลือชาวนา ที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ โดยการรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงเพื่อมาจำหน่ายนั้น นายระวี มองว่า การที่ภาครัฐช่วยขายข้าวให้ชาวนาเป็นการเยียวยาความรู้สึกของชาวนาเท่านั้น เพราะชาวนาส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องสีข้าวที่มีคุณภาพที่จะแข่งกับโรงสีได้ จึงเห็นว่าเป็นเพียงกระแสที่เกิดขึ้นขณะนี้เท่านั้น

‘บิ๊กตู่’ยกเลิกเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯ เหตุติดภาระกิจด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244794

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.47 น.

15 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทีมงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯสั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมพร้อมห้องประชุม ห้องรับรอง พร้อมตั้งโต๊ะอาหาร โดยมีเมนู ข้าวมันไก่ ก่วยเตียวหมูตุ่นยาจีน ส่วนของหวาน เป็นข้าวเหนียวมะม่วง เสริฟ์พร้อมกับกาแฟสดชั้นดี เพื่อต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเคลียร์ที่จอดรถบริเวณหน้ากระทรวง โดยประสานงานไปยังอธิบดีและผู้บริหารทุกกรม เพื่อเข้าร่วมชี้แจง นายกรัฐมนตรี  ตามกำหนดการที่จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงาน 14.30 น. ซึ่งนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯได้ซักซ้อม การรายงาน พร้อมทำเพาว์เวอร์พอย์ ชี้แจงต่อนายกฯถึงแผนยุทศาสตร์ 5 ปี และ20 ปีของกระทรวงเกษตรฯที่จะทำอย่่างไรให้เกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจน รวมทั้งนำเสนอการทำงานตามภารกิจและผลงานที่ผ่านมา รวมถึงแผนการทำงานในปี60

โดยระหว่างเตรียมความพร้อม ได้มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าทีมงานนายกฯๆได้แจ้งยกเลิกการมากระทรวงเกษตรฯแล้ว เนื่องจากมีภารกิจด่วน และแจ้งเพียงสั้นๆว่าจะหาโอกาสเดินทางมาเยี่ยมภายหลัง ต่อจากนั้นนายธีรภัทร ได้ถือโอกาสเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวง เพื่อเตรียมข้อมูลรายงานให้นายกฯได้ทุกเมื่อ ซึ่งเป็นการเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี เป็นวันที่สองแล้วที่นายกฯไม่มาตามที่แจ้งไว้

 

‘บิ๊กเจี๊ยบ’สั่งช่วยเหลือชาวนาเต็มที่ มอบกกล.รส.นำแนวทางดูแลข้าวรบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244762

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.23 น.

15 พ.ย. 59 ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยผลการประชุมสำนักงานเลขาธิการคสช. โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ เลขาธิการคสช. เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมมีการรายงานภาพรวมของสถานการณ์ประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในงานด้านความมั่นคงและการดูแลช่วยเหลือประชาชน ที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยเฉพาะหลังจากวันที่ 14 พ.ย. การประกอบกิจกรรมของภาคส่วนต่างๆ และช่วงเทศกาลลอยกระทง ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ ซึ่ง เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ฝากขอบคุณทุกภาคส่วน เจ้าหน้าที่ รวมถึงกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย ที่ร่วมกันปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ได้อย่างเรียบร้อย

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเข้าช่วยเหลือเกษตรกรในปัญหาราคาข้าวนั้น พบว่าทุกกระทรวง ทบวงกรม ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน ได้ออกมามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างกว้างขวาง แสดงให้เห็นว่าสังคมเริ่มมีความเข้าใจในปัญหาราคาข้าว ที่เป็นปัญหาสะสมมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วนและการวางโครงสร้างในระยะยาวอย่างยั่งยืน สำหรับในส่วนของคสช. โดย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) หน่วยทหารประจำพื้นที่ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้ใช้ในทุกศักยภาพเข้าช่วยเหลือชาวนาอย่างเต็มที่โดยทันทีและต่อเนื่อง ในรูปแบบของการรับซื้อข้าว สนับสนุนแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิต การช่วยสีข้าว การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่วย การเข้าพูดคุยขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการค้าข้าว โรงสี เพื่อให้ช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ ให้เกิดผลดีต่อเกษตรกร และการให้กำลังใจกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เป็นต้น

รองโฆษกคสช. กล่าวอีกว่า เป็นผลให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยทหารในทุกพื้นที่ได้ช่วย รับซื้อข้าวเปลือก, ข้าวสาร ในราคาที่เหมาะสม เป็นจำนวนถึง 18,991 ตัน, ใช้โรงสีสหกรณ์ของหน่วยทหาร 5 โรง ช่วยสีข้าวให้ชาวนาในภาคอีสานได้ข้าวจำนวน 69 ตัน, จัดกำลังพลเข้าช่วยเก็บเกี่ยวข้าวใน 44 จังหวัด ในพื้นที่ 2,765 ไร่, รวบรวมข้อมูลและสำรวจกระบวนการ รับซื้อข้าวจากโรงสีข้าว 1,068 แห่งใน 45 จังหวัด รวมทั้งจัดตลาดประชารัฐ 1,085 ร้าน  มีประชาชนเข้ารับบริการ ๒๐,๖๓๘ คน ทั้งนี้ ในภาพรวมชาวนามีความพึงพอใจเป็นอย่างมากที่หน่วยงานภาครัฐและกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เข้ามาช่วยเหลือในลักษณะดังกล่าว

“เลขาธิการคสช.ได้ปรารภว่าในขณะนี้ รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินทุกมาตรการในการช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าว ผ่านโครงการสำคัญ คือ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้กับเกษตรกรทุกจังหวัด รวมทั้งโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559-2560  ที่สำคัญรัฐบาลกำลังวางรากฐานโครงสร้าง การดูแลข้าวและพืชผลทางการเกษตร ไม่ให้เกิดปัญหาด้านผลผลิตและราคาในระยะยาวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและเกษตรกรจะต้องได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้ โดย เลขาธิการ คสช. ได้มอบหมายให้กกล.รส. ได้ศึกษาพร้อมนำแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตรในระยะยาวอย่างยั่งยืนของรัฐบาล ตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตข้าวที่มีคุณภาพ มีพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม การปรับเปลี่ยนระบบการผลิตให้สอดคล้องกับกลไกตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย เป็นต้น โดยให้นำแนวทางของรัฐบาลดังกล่าวไปสร้างการรับรู้ พูดคุยให้เกษตรกรได้รับทราบ  เพื่อประโยชน์ต่อการปรับปรุงการประกอบอาชีพของเกษตรกรให้เหมาะสมตรงกับกลไกการผลิตและกลไกตลาดในอนาคตต่อไป”พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว

ส่วนการช่วยรับซื้อข้าวจากชาวนา รวมทั้งการช่วยเหลือในลักษณะอื่นๆ ตามขีดความสามารถของหน่วยทหารก็ให้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมอบหมายให้กองกำลังชายแดนของกองทัพบก ให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรไทยด้วย

นอกจากนี้ เลขาธิการคสช. ยังได้มอบหมายให้กกล.รส. เข้าช่วยขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาเฉพาะเรื่องตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่การตรวจสอบรถบรรทุกที่บรรทุกเกินมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด การเข้าช่วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบโรงงาน  สถานประกอบการที่ลักลอบปล่อยน้ำเสีย ทิ้งสารเคมีหรือสารปนเปื้อนลงในแหล่งน้ำสาธารณะ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องการตรวจสอบและดำเนินการต่อผู้มีอิทธิพลในทุกพื้นที่ในกรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

 

‘บิ๊กป๊อก’ยันลงพื้นที่ทำความเข้าใจชาวนาได้ผลทางใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244754

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.58 น.

15 พ.ย.59 เมื่อเวลา 9.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องข้าว ว่า ส่วนหนึ่งได้ผลทางด้านจิตใจ ซึ่งทุกภาคส่วนก็ช่วยกันในขณะนี้

แต่ปัญหาก็คือเราผลิตข้าวเกินจำนวนของผู้บริโภค และการส่งออกรวมถึงราคาของตลาดโลกลงตกลงมาก ดังนั้นการที่จะช่วยกันในประเทศจึงเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวนาที่เขายังมีความยากลำบากอยู่ และถือเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกฝ่ายช่วยกันทำ สำหรับข้าวที่เก็บเกี่ยวในช่วงปีใหม่หลายหน่วยงานได้รับซื้อข้าวและนำไปสีเลย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือชาวนาในส่วนที่มันเกินด้วย