เกษตรฯ’เร่งสำรวจข้าวลอตใหญ่ ก่อนออกตลาด โยน’พาณิชย์’ตอบ’ราคาตก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243433

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 16.06 น.

เกษตรฯเร่งสำรวจผลผลิตข้าวนาปี 59/60 ลอตใหญ่ออกสู่ตลาดกลาง พ.ย.- ธ.ค. จากชาวนา 2.2 แสนครัวเรือน ชง”บิ๊กฉัตร”วางมาตราการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

6 พ.ย. 59 น.ส.จริยา สุทธิไชยา รักษาการเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ สั่งการให้เร่งสำรวจปริมาณข้าวนาปี 59/60 ที่จะออกมามากช่วงกลางเดือน พ.ย. และ ธ.ค. โดยมีนายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าทีมลงพื้นที่ร่วมผู้ตรวจราชการ บูรณาการกับทีมซิงเกิลคอมมานด์ระดับจังหวัด มี 6 หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อาทิ เกษตรจังหวัด กรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน ได้ออกสำรวจปริมาณผลผลิตข้าวล่าสุด ซึ่งในทุกพื้นที่อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยว ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดจะสรุปตัวเลขผลผลิตข้าวอย่างชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ ส่งให้ รมว.เกษตรฯ มีมาตรการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

น.ส.จริยา กล่าวต่อว่าทีมส่วนกลาง กับทีมจังหวัด ร่วมกันสำรวจเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2.2 แสนครัวเรือน ตามรายชื่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร ที่อยู่ในบัญชีผู้ปลูกข้าวนาปี นำมาสำรวจซ้ำเพื่อให้เกิดมั่นใจถึงปริมาณผลผลิตข้าวที่จะเป็นปริมาณล่าสุด

“ถ้าสงสัยปริมาณผลผลิตข้าวสามารถตรวจสอบซ้ำได้ ว่ามีผลผลิตเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งข้าวนาปี จะมีพื้นที่ปลูกข้าว 55-58 ล้านไร่ทั่วประเทศ จะมีข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวกข.15 ข้าวปทุมธานี 1 ข้าวเจ้าขาวอื่นๆ และข้าวเหนียว  ซึ่งปริมาณผลผลิตที่ออกมาจะมากน้อย ขึ้นกับปัจจัยหลักคือภัยธรรมชาติ ปริมาณน้ำ พันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูก การดูแลรักษา และช่วงใกล้เก็บเกี่ยว หากมีฝนตกทำให้ข้าวมีความชื้นสูง ทำให้ได้ราคาต่ำ แม้ว่าดูแลมาอย่างดี 100 กว่าวันก็ตาม ในส่วนฤดูกาลเพาะปลูกข้าว เริ่มต้นฤดูฝน และพื้นที่อยู่ในแนวเส้นละติจูดที่มีความไวแสงตามธรรมชาติ ปลูกช่วงเดือนไล่กันมาตั้งแต่ภาคเหนือ จนถึงภาคใต้ เป็นพื้นที่อาศัยน้ำฝน แต่ในพื้นที่มีระบบชลประทาน ก็สามารถปลูกตลอดปี” น.ส.จริยา กล่าว

รักษาการเลขาฯ สศก. กล่าวว่าในเรื่องราคา และกลไกตลาด ต้องไปถามกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากนโยบายการตลาดนำการผลิต โดยกระทรวงเกษตรฯ อยู่ฝ่ายการผลิต ที่ทำให้ข้าวมีคุณภาพดี ผลผลิตต่อไร่สูง ซึ่งก็ต้องดูไปด้วยกัน ช่วงนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมีคนที่ไม่เคยเข้าใจเรื่องข้าวหันมาช่วยชาวนา เพราะข้าวเป็นสินค้าเกษตรใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีมูลค่าสร้างรายได้เข้าประเทศมาเยอะมาก

ด้านแหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าปัญหาราคาข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ ตกต่ำ กระทรวงพาณิชย์ จะโทษกระทรวงเกษตรฯ ควบคุมปริมาณผลผลิตไม่ได้ โดยที่กระทรวงพาณิชย์มี พ.ร.บ.ควบคุมราคาสินค้า อยู่ในอำนาจของกระทรวงพาณิชย์ แต่ยังไม่เคยใช้บังคับเพื่อป้องกันราคาสินค้าเกษตรช่วงต้นฤดูจะออกมามากเป็นประจำ ซี่งทำให้พ่อค้าฉวยโอกาสกดราคาได้ทุกชนิด แต่พอมาจำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลาง กลับมีราคาแพงหลายเท่าตัว ซึ่งจะเห็นว่าจังหวัดที่เป็นแหล่งปลูกข้าวมากจะมีโรงสี ลานรับซื้อข้าวเกิดใหม่ทุกปี ซึ่งจะสวนทางกับที่กระทรวงพาณิชย์ อ้างว่าปริมาณข้าวในตลาดโลกเพิ่มมาก จึงมากดราคาในประเทศ

กษ.เร่งสำรวจผลผลิตข้าวนาปี59/60 ชง’บิ๊กฉัตร’วางมาตราการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243414

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.24 น.

6 พ.ย.59 น.ส.จริยา สุทธิไชยา รักษาการเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าตามที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้เร่งสำรวจปริมาณข้าวนาปี 59/60 ที่จะออกมามากช่วงกลางเดือน พ.ย.และ ธ.ค.โดยมี นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าทีมลงพื้นที่ร่วมผู้ตรวจราชการ บูรณาการกับทีมซิงเกลิน์คอมมานระดับจังหวัด มี 6 หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อาทิ เกษตรจังหวัด กรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน ได้ออกสำรวจปริมาณผลผลิตข้าวล่าสุด ซึ่งในทุกพื้นที่อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยว ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดจะสรุปตัวเลขผลผลิตข้าวอย่างชัดเจนภาย 1 สัปดาห์ ส่งให้ รมว.เกษตรฯ มีมาตราการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

น.ส.จริยา กล่าวว่า ทีมส่วนกลางกับทีมจังหวัด ร่วมกันสำรวจเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2.2 แสนครัวเรือน ตามรายชื่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร อยู่ที่ในบัญชีผู้ปลูกข้าวนาปี นำมาสำรวจซ้ำเพื่อให้เกิดมั่นใจถึงปริมาณผลผลิตข้าวที่เป็นปริมาณล่าสุด

“ถ้าสงสัยปริมาณผลผลิตสามารถตรวจสอบซ้ำได้ ว่ามีผลผลิตเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งข้าวนาปี จะมีพื้นที่ปลูกข้าว 55-58 ล้านไร่ทั่วประเทศ จะมีข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวกข.15 ข้าวปทุมธานี1 ข้าวจ้าวขาวอื่นๆ และข้าวเหนียว ซึ่งปริมาณผลผลิตที่ออกมาจะมากน้อย ขึ้นกับปัจจัยหลักๆ คือ ภัยธรรมชาติ ปริมาณน้ำ พันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูก การดูแลรักษา และช่วงใกล้ๆ เก็บเกี่ยว หากมีฝนตกทำให้ข้าวมีความชื้นสูง ทำให้ได้ราคาต่ำ แม้ว่าดูแลมาอย่างดี 100 กว่าวันก็ตาม ในส่วนฤดูกาลเพาะปลูกข้าว เริ่มต้นฤดูฝน และพื้นที่อยู่ในแนวเส้นละติจูดที่มีความไวแสงตามธรรมชาติ ปลูกช่วงเดือนไล่กันมาภาคเหนือ จนถึงภาคใต้ เป็นพื้นที่อาศัยน้ำฝน แต่ในพื้นที่มีระบบชลประทาน ก็สามารถปลูกตลอดปี” น.ส.จริยา กล่าว

รักษาการเลขาฯ สศก.กล่าวอีกว่า ในเรื่องราคาและกลไกตลาด ต้องไปถามกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากนโยบายการตลาดนำการผลิต โดยกระทรวงเกษตรฯ อยู่ฝ่ายการผลิต ที่ทำให้ข้าวมีคุณภาพดี ผลผลิตต่อไร่สูง ซึ่งก็ต้องดูไปด้วยกัน ช่วงนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมีคนที่ไม่เคยเข้าใจเรื่องข้าวหันมาช่วยชาวนา เพราะข้าวเป็นสินค้าเกษตรใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีมูลค่าสร้างรายได้เข้าประเทศมาเยอะมาก

เตือน!พื้นที่ลุ่มต่ำ’แม่น้ำเพชรบุรี’ น้ำล้นตลิ่งอีกรอบจากฝนตกหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243393

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.15 น.

6 พ.ย.59 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลำห้วยแม่ประจันต์ จ.เพชรบุรี ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ เป็นปริมาณมาก ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำออกจากอ่าง เป็น 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีปริมาณน้ำท่าบริเวณท้ายอ่าง ไหลลงมาสมทบ ทำให้ปริมาณน้ำไหลถึงด้านเหนือเขื่อนเพชร เพิ่มสูงขึ้น จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชร จาก 197 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี สูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1 เมตร แต่ไม่ล้นตลิ่ง และตั้งแต่ อ.บ้านลาด ถึง อ.เมืองเพชรบุรี สูงขึ้นจากเดิมประมาณ 50 เซนติเมตร ส่วนบริเวณด้านท้าย อ.เมือง ไปจนถึง อ.บ้านแหลม ระดับน้ำจะสูงกว่าตลิ่ง และเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้แจ้งเตือนไปยัง จ.เพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เฝ้าระวังและเพิ่มการป้องกันตลิ่งในบริเวณที่ลุ่มต่ำริมลำห้วยแม่ประจันต์ ได้แก่พื้นที่ อ.หนองหญ้าปล้อง อ.บ้านลาด อ.แก่งกระจาน และ อ.ท่ายาง รวมไปถึงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเพชรบุรีด้วย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมถึง ยกสิ่งของและทรัพย์สินไว้บนที่สูง พร้อมทั้งขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สำหรับการเตรียมการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมนั้น กรมชลประทานได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว และ 10 นิ้ว จำนวน 10 เครื่อง จากทั้งหมดที่ได้จัดเตรียมไว้ 30 เครื่อง เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมกับติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 2 เครื่อง ในบริเวณแม่น้ำเพชรบุรีก่อนออกทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องแล้ว

เร่งมือระบายน้ำ ช่วยชาวราชบุรี เผยถนนสายหลัก รถเล็กผ่านไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243360

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี  พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่จำนวนมาก แม้จะเข้าสู่วันที่ 5 แล้วก็ตาม หลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันนานนับสัปดาห์ ทำให้น้ำจากตำบลรางบัว ตำบลปากช่อง ตำบลหนองนกกระเรียน ซึ่งอยู่ในพื้นที่สูง ไหลมารวมและสะสมกันที่เขตเทศบาลตำบลจอมบึงจนเอ่อล้นท่วมถนนสายหลัก ทำให้รถเล็กสัญจรไม่สะดวก

นอกจากนี้น้ำยังไหลเข้าท่วมขังตามอาคารบ้านเรือนของประชาชน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลจอมบึงต่างเร่งหาพื้นที่ระบายน้ำออกเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้รถแบลคโฮเข้าขุดและปิดทางเดินของน้ำที่บริเวณทางน้ำหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต่างต้องช่วยกันนำเครื่องสูบน้ำมาทำการสูบน้ำออกจากพื้นที่เพื่อที่จะเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งจอมบึง เพื่อให้น้ำลดระดับลง

นายสมบูรณ์ เทพสวัสดิ์ นายกเทศบาลตำบลจอมบึง กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลได้เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เป็นการเร่งด่วน โดยที่เราได้ปิดเส้นทางของทางน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถควบคุมได้ อำเภอจอมบึงเป็นพื้นที่กว้าง เขตเทศบาลตำบลจอมบึงเป็นพื้นที่เปรียบเสมือนท้องกระทะ เมื่อเกิดฝนตกหนัก จึงต้องใช้เวลาในการที่จะสูบน้ำออกซึ่งคาดว่าภายในสองวันนี้สถานการณ์จะคลี่คลายไปได้บ้างถ้าหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีก สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอจอมบึงครั้งนี้นับได้ว่าหนักสุดในรอบ 20 ปี จากเดิมที่เมื่อปี 2539 ครั้งนั้นเกิดน้ำท่วมหนักในอำเภอจอมบึง จนทำให้บ้านเรือนประชนต้องจมอยู่ในบาดาล และมาในครั้งนี้ 25 พฤศจิกายน 2559 ส่งผลให้ถนนหลายสายต้องอัมพาต นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำเข้าร่วมแล้วนับสิบหลัง

ขณะที่ถนนสายบ้านตลาดควาย – น้ำพุ หมู่ที่ 7 ตำบลจอมบึง อำเภอเมืองราชบุรี มีน้ำไหลเข้าท่วมรถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเดินทางอย่างระมัดระวัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเกิดน้ำเอ่อล้นท่วมถนนสายหลักเป็นระยะทางกว่า 150 เมตร และมีความสูงจำนวน 120 เมตร จากการนำอากาศยานไร้คนขับขึ้นบันทึกภาพพบว่าบริเวณช่วงที่ถนนสายหลักนั้นเป็นทางน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำเครื่องสูบน้ำมาทำการสูบเพื่อเร่งระบายน้ำออกลงสู่รำลางเพื่อปล่อยไหลไปทางน้ำก่อนจะถูกปล่อยสู่บริเวณเขื่อนแม่กลองที่อำเภอ ท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทได้นำถัง 200 ลิตร ทาสีขาวแดงมาวางเพื่อแสดงให้ระวังเส้นทางพื้นถนนสาย บริเวณบ้านบางแนะ  ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง เชื่อมต่อ ต.บางทอง อ.ท้ายเหมือง ทรุดตัวลงหลังจากมีน้ำกัดเซาะทำให้พื้นผิวจราจรทรุดตัวลงเหลือเพียง 1 ช่องจราจร รถที่สัญจรไปมาเป็นไปด้วยความลำบาก โดยถนนดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทพังงา เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้รับทราบแล้วพร้อมเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนต่อไป ส่วนสาเหตุเกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำฝนกัดเซาะริมตลิ่งที่อยู่ใกล้กับพื้นผิวจราจรและทรุดตัวลงสภาพอย่างที่เห็น

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.เพชรบุรีว่า ขณะนี้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว โดยเฉพาะที่ อ.เมือง อ.บ้านลาด และ อ.ท่ายาง เนื่องจากกรมชลประทานได้ลดการปล่อยน้ำลงแม่น้ำเพชร และเร่งระดมสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง และทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยทหาร และเทศบาลเมืองเพชรบุรี ได้ร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหา โดยล่าสุดเขื่อนเพชร ระบายน้ำในอัตรา 64 ลบ.ม.ต่อวินาที จากปกติระบาย 80 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำลดลง 60 ซม. นอกจากนี้ยังได้ใช้เครื่องสูบน้ำจำนวน 21 เครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะในย่านตัวเมืองเพชรบุรีซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ รวมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่องในบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด

“กรมชลประทานแจ้งว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี น่าจะเข้าสู่สภาวะปกติได้ในภายใน 1 – 2 วันนี้ ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามข้อมูลจากการรายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น ที่ อ.บ้านแหลม และยังฝากให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเชื่อมั่นว่าจากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายจะทำให้สามารถผ่านพ้นไปได้อย่างแน่นอน และยังได้สั่งการให้ กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ช่วยดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.เพชรบุรี เพิ่มเติมจากงานที่ได้ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วในปัจจุบัน ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับทราบและจะได้ดำเนินการสั่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่ วันที่ 6 พ.ย.นี้

ทหารนเรศวรรับซื้อข้าวเกษตรกร หลังราคาตกต่ำ-เผยดีใจขายราคาดีกว่าโรงสี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243299

วันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.39 น.

5 พ.ย. 59 พ.อ.พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์  รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 กองกำลังนเรศวร เปิดเผยว่า ได้นำกำลังพลกว่า 20 นาย นำรถจีเอ็มซี ออกทำการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวบ้านในหมู่บ้านทุ่งมะส้าน ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อแก้ปัญหาชาวบ้านขายข้าวไม่ได้ หลังราคาข้าวเปลือกตกต่ำ  โดยทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 จ.แม่ฮ่องสอน ทำการรับซื้อข้าวเปลือกล็อตแรก จากราษฎรในพื้นที่ จำนวน 1 ตันในราคา 12,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาท้องตลาดที่ปัจจุบันรับซื้อข้าวเปลือกในจังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ที่ราคาตันละ 11,150  บาท

นายชรินทร์ ระติกาญจนสุขกุล ชาวนาบ้านทุ่งมะส้าน ผู้จำหน่ายข้าวเปลือกให้กับทางทหารกองกำลังนเรศวรในในครั้งนี้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทหารเข้ามารับซื้อข้าวเปลือกถึงหมู่บ้าน ก่อนหน้านี้หลังราคาข้าวเปลือกตกต่ำตนมีความกังวลใจว่าจะขายข้าวไม่ได้  หรืออาจเทขายในราคาที่ไม่คุ้มกับต้นทุน ตอนนี้ได้จำหน่ายข้าวเปลือกให้กับทหารไปแล้วรู้สึกโล่งใจ เพราะนอกจากจะขายข้าวได้ยังได้ราคาสูงกว่าที่คาดเอาไว้อีก

พ.อ. พิพัฒน์ฯ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 กองกำลังนเรศวร กล่าวว่า “ ทางหน่วยมีกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ประจำในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนรวม 891 นาย ที่ผ่านมาจะนำข้าวจากต้นสังกัดกรมทหารราบที่ 17 ค่ายขุนจอมธรรมมิกราช จ.พะเยา ที่รับซื้อจากโรงสีใน จังหวัดพะเยา และแจกจ่ายให้กับหน่วยกำลังพลที่ขึ้นตรง นำไปรับประทาน แต่ในช่วงราคาข้าวตกต่ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประจำการตามนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้หน่วยทหารในพื้นที่รับซื้อข้าวโดยตรงเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อนเรื่องราคาข้าวและเป็นการกระตุ้นกลไกการตลาด  จึงได้นำงบประมาณมารับซื้อข้าวจากชาวนาในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแทน โดยเริ่มซื้อล็อตแรกจากชาวนาบ้านทุ่งมะส้าน จำนวน 1 ตัน ซึ่งจะสามารถให้กำลังพลรับประทานไปได้ประมาณ 5 วัน จากนั้นก็หมุนเวียนซื้อกับชาวนาหมู่บ้านอื่นในล็อตต่อไปอย่างเป็นระยะ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำตามนโยบายของกองทัพบก

สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอนเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าวเปลือก กข.21 เป็นส่วนใหญ่เนื่องจากมองว่าได้ผลผลิตมากกว่าข้าวหอมมะลิ  โดยทั่วไปแล้วปริมาณข้าวแม่ฮ่องสอนมีไม่มากนัก เนื่องจากพื้นที่เป็นป่าและภูเขามากกว่าพื้นที่ราบลุ่ม

 

ซีพีหนุนรบ.หากระงับนำเข้าข้าวสาลี เร่งช่วยเกษตรกรให้ขายข้าวโพดได้ราคาดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243273

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 20.42 น.

4 พ.ย. 59 บริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้กับบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) พร้อมขับเคลื่อนหากรัฐบาลต้องระงับนำเข้าข้าวสาลี เพื่อช่วยดูแลเกษตกรผู้ปลูกข้าวโพดให้สามารถขายผลผลิตได้และช่วยให้สถานการณ์ราคาทั้งระบบคลี่คลาย

นายไพศาล เครือวงศ์วานิช รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส กล่าวว่า เห็นด้วยหากรัฐบาลพิจารณาระงับการนำเข้าข้าวสาลี จนกว่าสถานการณ์ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศจะดีขึ้นและเกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม

“เราช่วยดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศให้ขายผลผลิตได้ และเป็นการระดมกลไกการรับซื้อจากทุกภาคส่วนให้ออกมามีส่วนร่วมรับซื้อผลผลิตให้ได้มากที่สุดในช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวโพด ที่สำคัญเพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นใจว่ามีตลาดรองรับผลผลิต” นายไพศาล กล่าวและว่า

การระงับการนำเข้าน่าจะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นระยะเวลา 6-7 เดือน หรือจนกว่าสถานการณ์ราคาในประเทศจะดีขึ้น เพื่อดูแลเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดมาก ประกอบกับเป็นช่วงที่ราคาข้าวโพดในตลาดโลกตกต่ำ

สำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ มีความต้องการใช้ข้าวโพดเฉลี่ยเดือนละ 500,000 ตัน แต่การเก็บเกี่ยวผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนกันยายนจำนวน 1 ล้านตัน, ตุลาคม 1.3 ล้านตัน และพฤศจิกายน 800,000 ตัน ตามสถิติของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ล่าสุด บริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส เป็นรายใหญ่ที่สุดในการรับซื้อข้าวโพดส่วนเกินจากความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในเดือนพฤศจิกายน จำนวน 150,000 ตัน จากผลผลิตส่วนเกินทั้งหมด 300,000 ตัน นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้วยการรับซื้อข้าวโพดราคากิโลกรัมละ 8 บาท ที่ความชื้น 14.5% เมล็ดเสีย 4% ตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์ จากพื้นที่ที่ได้รับรองเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ที่โรงงานกรุงเทพและปริมณฑล และช่วยยังเหลือเกษตรกรในรูปแบบอื่นๆ เช่น การเปิดช่องทางพิเศษเพื่อซื้อตรงจากเกษตรกรที่โรงงานอาหารสัตว์ของบริษัททั่วประเทศ 15 แห่ง รวมถึงการขยายการรับซื้อข้าวโพดที่ความชื้น 30% เพื่อช่วยรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร

“บริษัทพร้อมให้การสนับสนุนรัฐบาลหากมีการระงับการนำเข้าข้าวสาลี เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ราคา” นายไพศาลกล่าว

สหกรณ์แม่จันอัดงบ100ล้าน แก้ราคาข้าวตก-ระดมหน่วยงานซื้อตรงจากชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243172

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.11 น.

4 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกษตรและทหารเข้าทำการตรวจสอบการรับซื้อขายข้าวเปลือกนาปีภายในสหกรณ์การเกษตรแม่จัน  จำกัด เพื่อดุแลความเรียบร้อยในการรับซื้อและประเมินสถานการณ์ราคาข้าว ภายหลังหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ ซึ่งพบว่ายังคงมีชาวนาทยอยนำข้าวมาชั่งเพื่อขายกันอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่สูงมากนักโดยมีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 7.30 บาท  เนื่องจากเป็นข้าวสดที่มีความชื้นสูง แต่ก็ยังเป็นราคาที่สูงกว่าการจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มีการกดราคาเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาทเท่านั้น

โดยนายเดช วงศ์สุภา ประธานกรรมการสหกรร์การเกษตรแม่จัน จำกัด กล่าวว่า ทางสหกรณ์พยายามรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ชาวนามีรายได้เพียงพอต่อการลงทุน ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ บุคลากร และการเงิน โดยทำการขอกู้วงเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตร (ธกส.) อีกประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อทำการรับซื้อข้าวเปลือก ข้าวหอมมะลิ และข้าว กข. 6 จากชาวนาในช่วงฤดูกาลที่เหลือซึ่งจะออกมาในช่วงกลางเดือนนี้  เพื่อนำไปแปรรูปขาย ซึ่งจะทำให้ราคาตลาดสูงขึ้นโดยที่ชาวนาไม่ต้องนำข้าวไปขายนอกพื้นที่

ทางด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทางอำเภอได้ใช้มาตรการต่างๆ ทางด้านกลไกตลาดเพื่อให้ราคาข้าวสูงขึ้น เช่น การประสานสหกรณ์การเกาตร 2 แห่งในพื้นที่คือ สหกรณ์การเกษตรแม่จัน และสหกรณ์ผู้ใช้น้ำแม่จัน ในการรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่สูง นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือจากภาคส่วนราชการต่างๆ อาทิ โรงเรียน สถานศึกษา กำลังทหารและโรงพยาบาลแม่จัน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ข้าวอยู่แล้วช่วยซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง โดยให้ชาวนารวมกลุ่มกันผลิตข้าวจากโรงสีมาจำหน่าย  ขณะเดียวกันประสานพ่อค้าจากพื้นที่ภาคกลาง มาซื้อข้าวในราคาที่ชาวนาอยู่ได้ เพื่อกระจายอีกช่องทางหนึ่ง

“จากการตรวจสอบตามโรงสีข้าวต่างๆ  ของทางเจ้าหน้าที่ยังพบว่ายังไม่ยอมรับซื้อข้าวจากชาวนา จะรับซื้อเพียงข้าวตามโควต้าที่สั่งไว้ในราคาประกันซึ่งจะได้ในราคาสูงกว่า 8 บาท หรือข้าวคุณดีอย่างข้าวเขี้ยวงู เท่านั้น โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่ากำลังซื้อไม่เพียงพอและไม่ได้รับการอนุมัติเงินจากธนาคารเพื่อนำมาลงทุนซื้อ ซึ่งบางแห่งประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีการซื้อข้าวไปตลอดฤดูกาลนี้” นายสมศักดิ์ กล่าว

 

สหกรณ์อีสานขานรับ มาตรการช่วย‘ชาวนา’ เร่งเปิดจุดรับซื้อ‘ข้าว’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243059

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เรื่องการให้ความช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดยสหกรณ์ในภาคอีสานได้ออกมาประกาศขานรับนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการเร่งเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน ตามชั้นคุณภาพความชื้น 15% ราคาเบื้องต้นตันละ 9,500 บาท จำนวน 2 สหกรณ์ คือ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด และสหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด จังหวัดนครราชสีมา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกจากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ส่วนข้าวเปลือกที่ไม่ได้เข้าโครงการชะลอ โดยปกติสหกรณ์จะให้ราคารับซื้อสูงกว่าราคาตลาด ประมาณ ตันละ 100-200 บาท และหากข้าวเปลือกของสมาชิกเป็นข้าวที่ได้รับรอง GAP สหกรณ์จะรับซื้อสูงกว่าราคาตลาดตันละ 200-300 บาท ทั้งนี้ สหกรณ์จะพยายามช่วยดึงราคาข้าวเปลือกหอมมะลิให้ได้ถึง 11,000 บาท ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล

‘กรมชลประทาน’น้อมถวายอาลัย จัดบำเพ็ญกุศลสัตมวารบนพื้นที่โครงการพระราชดำริ89แห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243060

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายสุชาติ หาญชนะชัยกุล ผู้ทรงคุณวุฒิฯด้านบำรุงรักษา กรมชลประทาน เผยว่า กรมชลประทานได้ร่วมทำบุญบำเพ็ญกุศลสัตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะงานพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริถึงปัจจุบันกว่า 2,000 โครงการ โดยจัดพิธีทำบุญ เลี้ยงพระเพลขึ้นในพื้นที่โครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวน 89 โครงการ พร้อมกันทุกจังหวัดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ในส่วนกลางนั้นได้จัดที่โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งศึกษาพิจารณาวางโครงการ และดำเนินการปรับปรุงขุดลอกคลองลัดโพธิ์ ซึ่งเป็นคลองลัดแนวเหนือ-ใต้ของคุ้งน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหมู่ที่ 9 ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งขณะนั้นมีสภาพตื้นเขิน พร้อมก่อสร้างอาคารประกอบในคลองลัดโพธิ์ตามความเหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร โดยใช้หลักการบริหารจัดการน้ำแบบ “การเบี่ยงน้ำ” (Diversion)

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า กรมชลประทานได้น้อมนำพระราชดำริดังกล่าว มาทำการศึกษาพร้อมวางโครงการกำหนดรูปแบบปรับปรุงที่เหมาะสม โดยระหว่างเตรียมการก่อสร้างก็ได้ทำการศึกษาผลกระทบเพิ่มเติม ตรวจสอบสภาพการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่มีลักษณะทางกายภาพคล้ายคลึงกับคลองลัดโพธิ์ ศึกษาทดลองแบบจำลองทางกายภาพ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองลัดโพธิ์ตามแบบก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการไหลและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพลำน้ำ พร้อมกับแนวทางการแก้ไขล่วงหน้าและติดตามตรวจสอบประเมินผลการระบายน้ำ จากนั้นกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2545 แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2549 ใช้งบทั้งสิ้นประมาณ 509 ล้านบาท

เลาะรั้วเกษตร : มหกรรมช่วยเหลือชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243063

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

281225166

วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนไทยทั้งชาติ แต่อีกมุมหนึ่งของสังคม ชีวิตต้องดำเนิน
ต่อไป ฝนตกน้ำท่วมยังคงมีอยู่ในหลายจังหวัด มีข่าวคราวเผยแพร่ออกมาทางสื่อสารมวลชน และสื่อออนไลน์ ภาพชาวนาลุยน้ำช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวหนีน้ำเกิดขึ้นในหลายจังหวัดที่ถูกน้ำท่วม ภาพทหารลงไปช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวก็มีให้ชื่นชมทหาร ขณะเดียวกันก็มีชาวนาอีกส่วนหนึ่งออกมาเปิดเผยราคาข้าวที่คนเองขายได้ กิโลกรัมละ 5 บาท เป็นไปได้อย่างไร…ใครกันที่หน้าเลือดปานนั้น

มีคนออกมาอาสาช่วยชาวนาทำโปรแกรมขายข้าวออนไลน์ ท่ามกลางการตั้งคำถามว่าผิดกฎหมายขายตรงหรือไม่….ดาราออกมาอนุญาตให้ใช้เพจของตนโฆษณาขายข้าวได้ตามสบาย กระแสราคาข้าวที่ตกต่ำอย่างที่สุดทำให้รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการแก้ปัญหาราคาข้าวท่ามกลางภารกิจสำคัญที่รุมเร้ารอบด้าน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลุ่มการเมืองเก่าที่สูญเสียอำนาจ หรือโรงสีข้าว และผู้ส่งออกข้าวที่สูญเสียผลประโยชน์ ออกมาปลุกปั่นให้ชาวนาสร้างกระแสราคาข้าวเพื่อหวังผลอะไรก็ตาม นับว่าประสบความสำเร็จในเบื้องต้น เพราะสามารถทำให้รัฐบาลต้องรีบออกมาตรการมาแก้ไขปัญหาด้วยการประชุม นบข. นัดพิเศษเพียงครั้งเดียว

ผลการประชุม ที่ประชุมมีมติให้กำหนดราคากลางข้าวหอมมะลิตันละ 11,000 บาท กำหนดมาตรการช่วยเหลือชาวนา และรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ประกอบด้วย ให้ ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกรเพื่อชะลอการขายข้าวหอมมะลิในวงเงินตันละ 13,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า ในวงเงินดังกล่าว เป็นค่าข้าว 9,500 บาท เป็นค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว 2,000 บาท และค่ายุ้งฉางเก็บข้าวอีก 1,500 บาท ถ้าเกษตรกรรายใดไม่มียุ้งฉางเก็บข้าวก็หักส่วนนี้ออกไป รวมวงเงินที่จะช่วยเหลือชาวนาในครั้งนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ ของรัฐมนตรี อภิรดี ตันตราภรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ และ คสช.เอง ส่งคนลงพื้นที่หาข้อมูลจากโรงสีและโกดังเก็บข้าวว่ามีอะไรผิดปกติบ้างหรือไม่ ประกาศชัดเจนอย่างนี้ ใครจะรอให้จับได้คาหนังคาเขาก็ผิดวิสัยคนโกงสิครับ…..

ส่วนกระทรวงมหาดไทยของ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปชี้แจงเกษตรกรให้เข้าใจมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล งานนี้ผู้ว่าฯ ไม่ไปหรอกครับรับรองได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเกษตรจังหวัด และทีมงานเกษตรอำเภอ เกษตรตำบล ทำหน้าที่ไป

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับนโยบายมาจากนายกรัฐมนตรี ก็มุ่งไปที่นาแปลงใหญ่ที่ส่งเสริมไปแล้วเป็นอันดับแรกเพราะถ้านาแปลงใหญ่มีปัญหาราคาตกต่ำ ปีต่อไปก็ตัวใครตัวมัน ไม่ต้องแปลงใหญ่ก็ได้ เพราะมีผลเท่ากัน นาแปลงใหญ่จึงต้องให้ตำแนะนำช่วยเหลือเป็นพิเศษ

การหาทางช่วยชาวนาขายข้าว โดยหาตลาดให้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ ปตท. เข้ามารับซื้อเพื่อไปทำเป็นข้าวถุงแจกลูกค้าที่เติมน้ำมันกับ ปตท. หรือให้ทหารมารับซื้อไปเข้าโรงครัวเลี้ยงกำลังพลทหารเกณฑ์ก็อาจจะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ทหารเกณฑ์คงไม่ได้กินข้าวหอมมะลิ

มีคำถามว่า มาตรการดังกล่าวแตกต่างจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่แล้ว และแตกต่างจากการประกันราคาข้าวของรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างไร

โครงการรับจำนำข้าว กำหนดราคารับจำนำไว้เท่าไร เกษตรกรได้เงินสดตามนั้น ชาวนามีข้าวเท่าไรนำมาจำนำได้หมดไม่ได้จำกัดจำนวน ส่งผลให้ราคาข้าวในท้องตลาดสูงขึ้น เพราะถ้าพ่อค้าไม่ให้ราคาสูงก็ไม่มีใครเอาข้าวมาขาย แต่โครงการนี้มีการทุจริตสูง มีข้าวจากต่างประเทศมาสวมสิทธิ์ โกดังเก็บข้าวไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องเสียงบประมาณในการเก็บรักษาข้าวสูงมาก ที่สำคัญคือวิธีนี้ทำให้กลไกตลาดเสียหาย

ส่วนการประกันราคาข้าว เป็นการประกันว่าเกษตรกรจะขายข้าวได้ไม่ต่ำกว่าราคาที่กำหนด ถ้าต่ำกว่าราคาที่กำหนด รัฐจะชดเชยส่วนต่างให้แต่มีข้อแม้ว่ารัฐจ่ายให้ไม่เกิน 25 ตัน วิธีนี้ดูเหมือนไม่ทำลายกลไกตลาด รัฐจ่ายเงินให้เกษตรกรโดยตรง แต่มองอีกมุมหนึ่งก็ดูเหมือนเป็นการกดราคาให้อยู่ในราคาเท่าที่กำหนด พ่อค้าก็จะไม่ซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคาที่สูงกว่านี้ จะว่าไปโครงการนี้ ป.ป.ช.ก็มีการสอบสวนการทุจริตเหมือนกัน เป็นเรื่องของข้อมูลเท็จ และการขายข้าวที่มีการฮั้วกัน

สำหรับโครงการชะลอการขายข้าวโดยให้สินเชื่อของรัฐบาลปัจจุบันยังเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่เห็นปัญหาอุปสรรคหนักหนาเท่าไร ยกเว้นเรื่องราคาที่องค์กรชาวนาออกมาคัดค้านเสียแล้วว่าต่ำเกินไป…ก็ต้องติดตามกันทุกฝีก้าว เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย…ฝากไปถึง คสช. เมื่อรู้แล้วว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ก็ควรตัดไฟแต่ต้นลม…

แว่นขยาย