ระเบิดเหมือนห่าฝน! ซีเรียทิ้งบอมบ์อเลปโปวันที่ 3 ดับ 25 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ย. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786462

 

กองทัพรัฐบาลซีเรียโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโปเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ราย และเชื่อว่ามีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังจำนวนมาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียส่งอากาศยานรบโจมตีทางอากาศในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโปเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อวันพฤหัสบดี (17 พ.ย.) หลังจากหยุดโจมตีไป 3 สัปดาห์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 25 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

กลุ่มอาสาสมัครกู้ภัย ‘กลุ่มป้องกันพลเรือนซีเรีย’ หรือรู้จักในชื่อกลุ่มหมวกนิรภัยขาย เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า เกิดการโจมตีทางอากาศและระเบิดถัง (barrel bomb) มากกว่า 40 ครั้งในหลายเขตของเมืองอเลปโปที่ฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลครอบครอง โดยมีเหยื่อการโจมตีอีกเป็นจำนวนมากที่ยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ขณะที่ชาวบ้านท้องถิ่นคนหนึ่งบรรยายการโจมตีว่า “มีเครื่องบินมากกว่านก และระเบิดตกลงมายิ่งกว่าห่าฝน”


ภาพความเสียหายจากในเมืองอเลปโป หลังถูกกองทัพรัฐบาลโจมตีทางอากาศเมื่อวันพุธ

ด้านกลุ่มเคลื่อนไหว ‘ศูนย์สื่ออเลปโป’ เผยแพร่ภาพของเด็กๆ ผู้รอดชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโปเมื่อวันพฤหัสบดี ภาพแสดงให้เห็นเด็กชายคนหนึ่งมีบาดแผลที่ท้องนอนอยู่บนเปล และเด็กทารกอีก 2 คนมีเลือดเต็มหน้า

ทั้งนี้ กองทัพรัฐบาลซีเรียเริ่มการโจมตีทางอากาศรอบใหม่ใส่กลุ่มกบฏในเมืองอเลปโปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากมาตรการหยุดโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโปของรัสเซียหมดอายุ หลังจากบังคับใช้มานาน 3 สัปดาห์ โดยก่อนโจมตี ทางการซีเรียได้ส่งข้อความไปยังเขตที่อยู่อาศัยในพื้นที่ทางตะวันออกของอเลปโป บอกให้พลเรือนและกบฏหนีออกจากเมือง หรือตายในการโจมตีทางอากาศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซีเรียทิ้งบอมบ์อเลปโปต่อเนื่อง โดนรพ.-ธนาคารเลือด ดับอีก 27 ศพ

รบ.ซีเรียเริ่มโจมตีทางอากาศในอเลปโปรอบใหม่ หลังหยุดไป 3 สัปดาห์

 

ผู้ประท้วงฝ่ายขวาบราซิล บุกสภาฯ ยุทหารปฏิวัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 พ.ย. 2559 03:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786291

 

เมื่อ 16 พ.ย. กลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายหัวเอียงขวาราว 40 คน บุกฝ่าแนวรักษาความปลอดภัยแล้วทุบประตูกระจก เฮโลกันเข้าไปในห้องประชุมสภาผู้แทนฯในกรุงบราซิเลียของบราซิลขณะ ส.ส.กำลังประชุมกันอยู่และมีการถ่ายทอดสดออกโทรทัศน์ พร้อมตะโกนข้อความสนับสนุนให้กองทัพก่อรัฐประหารโค่นอำนาจรัฐบาลบราซิล

เหตุชุลมุนเกิดขึ้นอยู่พักหนึ่งก่อนตำรวจเข้ามารวบตัวผู้ประท้วงทั้งหมดไปสอบสวน ส่วนโฆษกของประธานาธิบดีมิเชล เตเมร์ ของบราซิล เรียกการประท้วงว่าเป็นการหมิ่นประมาทและละเมิดบรรทัดฐานการอยู่ร่วมกันตามระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ บราซิลถูกปกครองโดยรัฐบาลทหารช่วงปี 2507-2528 และมีชาวบราซิลส่วนน้อยสนับสนุนแนวคิดให้ทหารก่อรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันและเศรษฐกิจในปัจจุบัน.

 

เผยดูเตร์เตเป็นผู้นำแค่ 3 เดือนพา ศก.ปินส์ลิ่ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 พ.ย. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786287

 

นางโรสแมรี เอดิลลอน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงวางแผนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ เผยเมื่อ 17 พ.ย.ว่า ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียได้ในเวลา 3 เดือน หลังประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ขึ้นสู่อำนาจ แม้ดีกรีความปากจัดของดูเตร์เตจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินเปโซและตลาดหุ้นก็ตาม

โดยในไตรมาสที่ 3 ช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวที่ 7.1% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ไว้ที่อยู่ที่ 6.8% และยังโตเร็วกว่าจีนที่มีตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ช่วงเดียวกันโตที่ 6.7% และยังโตเร็วแซงหน้ากลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ อื่นๆด้วย ยกเว้นอินเดียที่ยังไม่แถลงตัวเลขจีดีพีออกมา

นางโรสแมรีระบุต่อไปว่า การเติบโตด้านการลงทุนอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผนวกกับดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภค อัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยต่ำ ช่วยผลักดันเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ให้ขยายตัวในระดับที่น่าพอใจดังกล่าว อีกทั้งมูลค่าการส่งออกก็พุ่งสูงขึ้นถึง 7.8%

เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างประหลาดใจต่อตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีเกินคาดของฟิลิปปินส์ หลังดูเตร์เตได้สร้างความวิตกให้กลุ่มนักลงทุนทั้งกรณีสงครามปราบยาเสพติดที่มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 4,000 คน และการใช้ท่าทีแข็งกร้าวกับสหรัฐฯและสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่วิจารณ์เขาในสงครามปราบยาเสพติด.

 

มาเลเซียหวั่นกีฬาสีเดือด ม็อบจ่อชุมนุมไม่สนตร.แบน-นายกฯ พูดปราม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 พ.ย. 2559 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786281

 

นางมาเรีย ชิน ประธานกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย “เบอร์ซีห์ 5” ของมาเลเซียที่สวมเสื้อเหลืองเป็นสัญลักษณ์ ยืนยันจะจัดชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและเรียกร้องนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ที่เผชิญเรื่องอื้อฉาวพัวพันการทุจริตกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ “1 เอ็มดีบี” ให้ลาออก ในย่านการค้ากลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ในวันเสาร์ 19 พ.ย.นี้ตามเดิม แม้ถูกตำรวจสั่งห้ามชุมนุมเพราะวิตกว่าจะมีการเผชิญกันกับกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลที่นัดชุมนุมในวันเดียวกันด้วย


นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย

ด้านนายกฯนาจิบ ราซัค ที่อยู่ระหว่างเยือนญี่ปุ่น กล่าวเตือนว่าหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ส่วนนายจามัล ยูนอส แกนนำกลุ่ม “เสื้อแดง” ฝ่ายขวา ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลและนายกฯราซัค ซึ่งถูกตำรวจสั่งห้ามจัดชุมนุมเช่นกัน ออกมาเตือนว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้รวมทั้งเหตุรุนแรง ทำให้ตำรวจต้องออกมาปรามและว่าจะใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นช่วงการชุมนุม.

 

ทัพอิรักยังล้อมโมซูลไม่ได้ ช็อก! เจอหลุมศพใหญ่ ฝังเหยื่อไอซิส 250 ร่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ย. 2559 01:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786426

 

ปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลเข้าสู่เดือนที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดี โดยกองทัพพันธมิตรอิรักยังคงพยายามปิดล้อมเมืองแห่งนี้ ขณะที่มีรายงานการพบหลุมศพขนานใหญ่ 2 แห่งใกล้เมืองโมซูลด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปฏิบัติการบุกยึดคืนเมืองโมซูลฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ในประเทศอิรัก เข้าสู่เดือนที่ 2 แล้วในวันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ย. โดยกองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตร ยังคงทยอยบุกโจมตีกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่กลุ่มนี้ เพื่อหาทางปิดล้อมเมืองโมซูลทุกด้าน

ข่าวระบุว่า นักรบไอซิสถอยร่นจากพื้นที่โดยรอบเมืองโมซูลเข้าสู่ตัวเมืองอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กองทัพอิรักและพันธมิตร ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการบุกเมืองโมซูลเมื่อ 17 ต.ค. กองกำลังต่อตานการก่อการร้าย หน่วยพิเศษของกองทัพอิรัก สามารถบุกเข้าสู่เพิ่นที่ชายขอบทางตะวันออกของเมืองโมซูลได้สำเร็จเป็นกลุ่มแรกเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน แต่กองกำลังกลุ่มอื่นๆ ยังไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่ทางเหนือและทางใต้ของเมืองได้ แม้จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้มากแล้วก็ตาม

ความคืบหน้าสำคัญล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันพุธ (16 พ.ย.) โดยกองกำลังติดอาวุธซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศอิหร่านประกาศว่าพวกเขาสามารถยึดฐานทัพอากาศ ทัล-อาฟาร์ ทางตะวันตกของเมืองโมซูลได้แล้ว ถือเป็นการตัดสินทางระหว่างไอซิสในอิรักกับไอซิสในซีเรีย และฐานทัพแห่งนี้ยังอาจถูกใช้เป็นฐานส่งเครื่องบินสำหรับการโจมตีกลุ่มไอซิสในซีเรียอีกด้วย ส่วนกองกำลังเปชเมอร์กา ของชาวเคิร์ดในอิรัก สามารถยึดพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองโมซูลได้เพิ่มขึ้น

อีกด้านหนึ่ง ในขณะที่ปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลยังคงดำเนินต่อไป พลจัตวา ฟาริส ราดี อับบาส ผู้บัญชาการตำรวจรัฐบาลกลางอิรัก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงพบหลุมฝังศพขนาดใหญ่ 2 หลุมสร้างโดยฝีมือของกลุ่มไอซิส ใกล้เมืองฮัมมาม อัล-อาลิล ทางใต้ของเมืองโมซูล และมีศพอยู่ภายในประมาณ 250 ร่าง

พลจัตวาอับบาส บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า หนึ่งในหลุมศพขนาดใหญ่ที่พบ อยู่ในบ่อน้ำ ซึ่งมีศพกว่า 200 ร่าง พวกเขาเชื่อว่ากลุ่มไอซิสใช้บ่อน้ำแห่งนี้ในการทิ้งศพคนที่พวกเขาสังหารมาตลอดช่อง 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มไอซิสยังวางระเบิดไว้รอบหลุดศพเหล่านี้ด้วย เพื่อไม่ให้ครอบครัวของผู้ตายหาศพบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขาเจอ โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังจัดการกับระเบิดที่ว่าอยู่

ด้านนาย อับดุลเราะห์มาน อัล-วักกา จากสภาปกครองจังหวัดนิเนเวห์ บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเกี่ยวกับหลุมศพนี้มาตลอด 2 ปีที่ไอซิสยึดครองพื้นที่แห่งนี้ โดยเหยื่อบางรายยังถูกไอซิสโยนลงไปในบ่อน้ำแห่งนี้ทั้งเป็น บางรายก็ถูกทิ้งให้ตายจากบาดแผลที่ได้รับ

 

ดูเตร์เตแย้ม อาจพาปินส์ออกจากศาลอาญาระหว่างประเทศตามรอยรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ย. 2559 23:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786277

 

ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าเขาอาจพาประเทศถอนตัวออกจากสนธิสัญญาก่อตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ตามรายรัสเซีย เพราะศาลไร้ประโยชน์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งประเทศฟิลิปปินส์ ออกมากล่าวในวันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ย. ว่า เขาอาจพาฟิลิปปินส์ถอนตัวออกจาก ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute of the International Criminal Court) เจริญรอยตามรัสเซียที่ออกมาประกาศก่อนหน้านี้

นายดูเตร์เตระบุว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) นั้นไร้ประโยชน์ พร้อมทั้งแสดงความไม่พอใจข้อกล่าวหาของชาติตะวันตก เรื่องการฆาตกรรมแบบไม่เคารพกฎหมาย และความไม่เข้าใจในการปราบปรามยาเสพติดในฟิลิปปินส์ของเขา ดูเตร์เตยังโทษสหรัฐฯ ที่ไม่สามารถป้องกันสงครามทั่วโลกได้ด้วย

“พวกเขาไร้ประโยชน์ พวกศาลอาญาระหว่างประเทศน่ะ พวกเขา (รัสเซีย) ถอนตัว ผมก็อาจทำตาม ทำไมน่ะหรือ? มีเพียงชาติเล็กๆ อย่างเราที่ถูกทำร้าย” ดูเตร์เตกล่าวก่อนที่เขาจะเดินทางจากฟิลิปปินส์ไปยังกรุงลิมา เมืองหลวงของประเทศเปรู เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิก

ทั้งนี้ ไอซีซีถูกดูเตร์เตกล่าวโจมตีอย่างหนัก เช่นเดียวกับหน่วยงานและประเทศอื่นๆ รวมทั้งสหรัฐฯ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการกวาดล้างยาเสพติดของเขา ดูเตร์เตยังระบุด้วยว่า เขาจะมีความสุขกว่าหากจีนและรัสเซียตัดสินใจเคลื่อนไหว “รู้มั้ย ถ้าจีนกับรัสเซียตัดสินใจจะเริ่มการจัดระเบียบโลกใหม่ ผมจะเป็นคนแรกที่เข้าร่วม” ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัสเซียดำเนินการถอนตัวจาก ‘ศาลอาญาระหว่างประเทศ’ ชี้ไม่เที่ยงธรรม

 

ฮิลลารี เปิดใจช้ำๆหลังแพ้เลือกตั้ง ‘ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมาที่นี่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ย. 2559 18:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786121

 

ฮิลลารี คลินตัน เปิดใจ หลังปราชัยศึกเลือกตั้ง ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก บอกไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการมาพูดที่นี่ในค่ำคืนนี้ สิ่งที่ต้องการทำมากที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีเวลาคือ อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม อยู่กับสุนัข และไม่คิดอยากจะออกนอกบ้านเลยอีกครั้ง

เมื่อ 17 พ.ย. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน ฮิลลารี คลินตัน ยอมออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ขณะมากล่าวสุนทรพจน์ในงานกาลา เวนส์เดย์ ไนท์ ของมูลนิธิปกป้องเด็ก ‘Beat The Odds’ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันพุธที่ 16 พ.ย. ว่า การมาปรากฏตัวต่อที่สาธารณะในค่ำคืนนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเธอ เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเธอพอมีเวลา สิ่งที่ต้องการทำมากที่สุด คือการเยียวยาความรู้สึกหมดหวังด้วยการอ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม อยู่กับสุนัขที่เลี้ยงไว้ และมีความรู้สึกที่ไม่คิดอยากจะออกนอกบ้านเลยอีกครั้ง


อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ถึงแม้จะผิดหวังกับความปราชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างมาก แต่นางฮิลลารีก็ไม่ได้จมจ่อมอยู่กับความพ่ายแพ้ เพราะในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เธอยังมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานต่อไป เพื่อเด็กๆ ครอบครัว และประเทศชาติ พร้อมกันนั้น นางฮิลลารียังได้พูดปลุกพลังให้กับผู้ฟัง ด้วยการย้อนไปถึงช่วงเวลาที่แม่ของเธอ ‘โดโรธี รอดแฮม’ ขึ้นรถไฟกับน้องสาวมุ่งหน้าสู่แคลิฟอร์เนีย เพื่อไปอยู่กับตายาย แต่แล้วก็ไม่ดีอย่างที่หวัง จึงทำให้แม่ของเธอกลับมายังบ้านเกิดที่ชิคาโก ในรัฐอิลลินอยส์ อีกครั้งและเลี้ยงดูตัวเอง


นางฮิลลารี บอกว่า เธอฝันว่า ในวันนั้นเธออยากจะนั่งอยู่ข้างแม่ตอนที่แม่นั่งรถไฟไปแคลิฟอร์เนีย เธออยากจะกอดแม่และพูดว่า ดูลูกสิ และแม่ฟังนะ แม่จะต้องรอด แม่จะมีครอบครัว มีลูกๆ ถึง 3 คน และคงเป็นเรื่องยากที่แม่จะจินตนาการได้ว่า ลูกสาวของแม่จะเติบโตขึ้นมาได้เป็นวุฒิสมาชิก เป็นรมว.ต่างประเทศ และเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนถึงมากกว่า 62 ล้านคะแนน

 

นายกฯญี่ปุ่น ผู้นำชาติแรกมาพบทรัมป์ ขอฟังนโยบายรบ.ใหม่มะกันแบบเคลียร์ๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ย. 2559 16:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/786021

 

นายกฯอาเบะ ของญี่ปุ่นมาแล้ว…เป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่พบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ ที่ได้พูดไว้อย่างดุเดือดตอนหาเสียง

เมื่อ 17 พ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น กลายเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่ได้พบกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ หลังจากมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา  ขณะที่นายกรัฐมนตรีอาเบะ กล่าวก่อนออกเดินทางจากท่าอากาศยานฮาเนดะ ในกรุงโตเกียว เมื่อ 17 พ.ย. ถึงการพบกับทรัมป์ในครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการ ‘สร้างความไว้วางใจ’ และการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุขของโลก


นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แถลงข่าวที่ท่าอากาศยานในกรุงโตเกียว เมื่อ 17พ.ย. ก่อนเดินทางมาพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ที่นครนิวยอร์ก

บีบีซี ระบุว่า นายกฯญี่ปุ่นมีกำหนดการเดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดด้านการค้าเอเชีย-แปซิฟิก ที่ประเทศเปรู และถือโอกาสนี้มาพบปะหารือกับทรัมป์ ที่นิวยอร์ก ท่ามกลางความกังวลใจเกี่ยวกับทิศทางนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ในฐานะที่เป็นชาติพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้พูดตั้งแต่ตอนหาเสียงแล้วว่า รัฐบาลญี่ปุ่นต้องจ่ายมากกว่าเดิมสำหรับการให้มีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ในญี่ปุ่นต่อไป พร้อมกันนั้น ทรัมป์ยังไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าเสรีของประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกที่รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ทำไว้กับญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียแปซิฟิก


สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับข้อหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีอาเบะกับทรัมป์ในครั้งนี้ ยังไม่แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่นคนหนึ่งเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ‘มีความสับสนมาก’ ขณะที่ พอล อดัมส์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ชี้ว่า น้ำเสียงของทรัมป์เกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ที่เคยพูดไว้ตอนหาเสียง ได้เร่ิมอ่อนลงนับตั้งแต่เขาชนะเลือกตั้งเหนือนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต.

 

แอปเปิล เตือนลูกค้าไอจูนส์ ลบทิ้งทันที ‘สแกม อีเมล’ ให้จ่ายค่าเพลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ย. 2559 14:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785921

 

บริษัทแอปเปิล ออกคำเตือนลูกค้า ลบ ‘สแกม อีเมล’ บอกให้จ่ายเงินค่าโหลดเพลงจากไอจูนส์ ทิ้งทันที ชี้เป็นการปล่อยอีเมลปลอมของพวกมิจฉาชีพ เพื่อหวังดักข้อมูลส่วนตัว ทั้ง Username Password รวมทั้งข้อมูลด้านบัตรเครดิต

เมื่อ 17 พ.ย.59 เว็บไซต์ เทเลกราฟ รายงาน บริษัทแอปเปิล  บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลก ออกคำเตือนให้ลูกค้าของบริษัทแอปเปิลที่ใช้บริการ ไอจูนส์ (iTones) บนแอพสโตร์ ลบ ‘สแกม อีเมล’ (Scam Email) อ้างว่าพวกเขาต้องเสียค่าธรรมเนียมในการดาวน์โหลดเพลงบนไอจูนส์เป็นเงินกว่า 20 ปอนด์ (ราว 860 บาท) จนเรื่องนี้ถูกนำมาพูดถึงบนโลกออนไลน์ เนื่องจากบรรดาลูกค้าที่ใช้บริการไอจูนส์ พากันบ่นว่าพวกตนได้รับอีเมลจากบริษัทแอปเปิลว่าได้ใช้บริการไอจูนส์ สโตร์ ดาวน์โหลดเพลงเป็นจำนวนเงินถึง 23.34 ปอนด์

ข่าวแจ้งว่าดูเหมือนจุดประสงค์ของเรื่องนี้ คือต้องการให้ลูกค้าแอปเปิลที่ตกเป็นเหยื่อคลิกเข้าไปในอีเมลเพื่อจัดการยกเลิกไม่ให้หักเงินค่าบริการ Apple Music แบบอัตโนมัติ แต่ความจริงแล้ว พวกมิจฉาชีพซึ่งได้ปล่อยสแกมอีเมลเหล่านี้เข้าไปในเว็บไซต์ของเหยื่อ ลูกค้าแอปเปิล มีความต้องการเจาะเข้าไปในข้อมูลรายละเอียดส่วนตัวของลูกค้าเหล่านั้น

เว็บไซต์ เทเลกราฟ ระบุว่า วิธีการแบบนี้บนโลกออนไลน์ เรียกว่า ‘phishing’ หรือการปล่อยอีเมลปลอม ซึ่งเป็นการหลอกลวง หรือเป็นภัยทางอินเทอร์เน็ตชนิดหนึ่ง เพื่อหวังให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสนและทำธุรกรรมต่างๆ บนเว็บไซต์ จนทำให้ถูกดักข้อมูลและบันทึกไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็น Username, Password หรืออีเมล ด้วยเหตุนี้ วิธีที่จะป้องกันสแกม อีเมล ได้ดีที่สุดคือ การลบอีเมลที่ไม่น่าไว้วางใจเหล่านั้นทิ้งทันที และต้องมั่นใจว่า คุณไม่ได้คลิกเข้าไปในลิงค์ต่างๆ ที่คุณไม่มั่นใจว่ามันถูกส่งมาจากที่ไหนกันแน่

ขณะเดียวกัน อีเมลหรือลิงค์ต่างๆ ที่ถูกส่งเข้ามาในเว็บไซต์ที่ไม่ได้เป็นเว็บไซต์ของแอปเปิลโดยตรง ถือว่าถูกส่งมาจากแหล่งอื่นๆ มากกว่าแอปเปิล ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูเหมือนว่าถูกส่งมาจาก ไอจูนส์ สโตร์ของแอปเปิลก็ตาม โดยบริษัทแอปเปิลไม่เคยขอให้ลูกค้าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการชำระเงิน รวมทั้ง หมายเลขบัตรเครดิต และ Password ผ่านทางอีเมล หรือแมสเสจข้อความแต่อย่างใด.

 

ชาวมุสลิมโรฮีนจารัฐยะไข่ หนีทหารเมียนมา ข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ย. 2559 12:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/785776

 

สื่อนอกรายงาน ชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่หลายร้อยคน หอบลูกหลานข้ามชายแดนเข้าไปในบังกลาเทศ หนีภัยกำลังทหารเมียนมาบุกปราบปรามกลุ่มคนร้ายก่อเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่

เมื่อ 17 พ.ย. 59 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน ชาวมุสลิมโรฮีนจาหลายร้อยคน อพยพข้ามชายแดนเข้าไปในประเทศบังกลาเทศ หลบหนีภัยทหารเมียนมาปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจา ในรัฐยะไข่ โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่บังกลาเทศหลายคนเผยว่า มีชาวโรฮีนจาบางคนโดนยิงเสียชีวิตอย่างน่าสลด ขณะพวกเขาพยายามหลบหนี

ข่าวแจ้งว่า มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 130 คน ในระหว่างที่กำลังทหารรัฐบาลเมียนมาปฏิบัติการทางทหารในรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นรัฐที่มีชาวมุสลิมโรฮีนจาอาศัยอยู่จำนวนมากกว่า 1 ล้านคน ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา


ทหารเมียนมาแบกโลงศพเพื่อนทหารที่เสียชีวิตจากเหตุรุนแรง ไปฝังในเมืองมองดอว์ รัฐยะไข่ เมื่อ 5พ.ย. โดยมีตำรวจคอยคุ้มกัน

ก่อนหน้านี้ บรรดานักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมนุษยชนต่างชาติ เปิดเผยว่า มีบ้านเรือนของชาวโรฮีนจาในหลายหมู่บ้านของรัฐยะไข่ โดนไฟไหม้วอดวายไปกว่า 400 ร้อยหลัง เนื่องจากโดนเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพรัฐบาลเมียนมาโจมตี และทางรัฐบาลได้ออกมายอมรับว่ากองกำลังทหารรัฐบาลมีการโจมตีทางอากาศในรัฐยะไข่จริง แต่เนื่องจากโดนกลุ่มชายฉกรรจ์หลายร้อยคนยกกำลังบุกโจมตีกำลังทหารก่อนจนต้องขอกำลังสนับสนุนทางอากาศ อีกทั้งยังเกิดการปะทะกันระหว่างกำลังตำรวจทหารกับกลุ่มคนร้ายเป็นระยะๆ

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดกระทบกระทั่งกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ อีกทั้ง ยังเกิดเหตุกำลังทหารรัฐบาลเมียนมาโดนโจมตีในช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ตำรวจทหารสิ้นชีพไปอีก 9 นาย ซึ่งทางการเมียนมาคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายชาวมุสลิมโรฮีนจา นับแต่นั้น ทหารรัฐบาลเมียนมาได้รับคำสั่งให้ปิดพื้นที่รัฐยะไข่ และตัดขาดความช่วยเหลือด้านมนุษยชน ไม่อนุญาตให้นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนเข้าไปในรัฐนี้ ขณะที่ตอนนี้ มีชาวมุสลิมโรฮีนจานับแสนคนยังคงอาศัยอยู่ในเต็นท์ เพิงพักชั่วคราว นับตั้งแต่เกิดเหตุจลาจลระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ เมื่อปี 2555