ดัชนีเชื่อมั่นทอง พ.ย. ดิ่งเล็กน้อย คาดราคาทองร่วง บาทละ 2-2.2 หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 14:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784952

 

ศูนย์วิจัยทองคำ เผยดัชนีเชื่อมั่นราคาทองคำเดือน พ.ย.59 อยู่ที่ระดับ 60.24 จุด ปรับตัวลดลง 1.16 จุด แนะจับตานโยบายดอกเบี้ยเฟดปลายปี กดดันราคาทองคำ …

วันที่ 16 พ.ย.59 ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนพฤศจิกายน 2559 อยู่ที่ระดับ 60.24 จุด โดยลดลงมาเล็กน้อยจากเดือนก่อน 1.16 จุด หรือลดลง 2.68% จากระดับ 61.90 จุด กลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าราคาทองจะปรับตัวลดลง หลังจากที่เดือนตุลาคม ราคาทองคำในประเทศมีการปรับตัวลดลงต่ำกว่า 22,000 บาท ขณะที่ ทิศทางดอกเบี้ยของ FED ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันให้กับราคาทองคำ แม้ว่าความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งผลการเลือกตั้งของประธานาธิบดีของสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยที่หนุนราคาทองคำ

สำหรับบทสรุปความคิดเห็นผู้ค้าทองคำ (Gold Trader Consensus) จากผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ ผู้ค้าส่งทองคำ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 9 ตัวอย่าง พบว่า กลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ คาดว่าราคาทองคำในเดือนพฤศจิกายน จะปรับตัวลดลงหรือใกล้เคียงกับเดือนก่อน แต่มีเพียง 2 ราย ที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้น โดยมีกรอบราคาอยู่ที่ 1,200-1,320 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ด้านราคาทองคำในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 96.5%) กลุ่มตัวอย่างให้กรอบราคาอยู่ที่ 20,000 – 22,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ.

 

ทองเปิดตลาดขึ้น 100 รูปพรรณขายบาทละ 21,150

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 09:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784631

 

ราคาทองวันที่ 16 พ.ย. เปิดตลาดขึ้น 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,550 ขายออกบาทละ 20,650 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,177.96 ขายออกบาทละ 21,150 บาท ส่วนตลาดทองคำนิวยอร์กปิดบวก 2.8 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,224.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงซื้อจากนักลงทุนเข้าเก็งกำไร …

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ปรับเพิ่มขึ้น 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,550.00 บาท ขายออกบาทละ 20,650.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,177.96 บาท ขายออกบาทละ 21,150.00 บาท

ส่วนสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 พ.ย.) 2.8 ดอลลาร์ หรือ 0.23% ปิดที่ระดับ 1,224.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากสัญญาทองคำร่วงลงติดต่อกัน 6 วันทำการก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และกระแสคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้นักลงทุนชะลอการซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์เสี่ยง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า ยอดค้าปลีกเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายรถยนต์ และวัสดุก่อสร้างสำหรับการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากพายุเฮอร์ริเคนแมทธิว

ขณะที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กรายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) มีการขยายตัวในเดือน พ.ย. หลังจากหดตัวติดต่อกัน 3 เดือน โดยดัชนีภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.5 ในเดือน พ.ย. จากระดับ -6.8 ในเดือน ต.ค. ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 0 บ่งชี้ภาวะหดตัว ขณะที่เหนือระดับ 0 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว

 

ถ่ายทอดปกติ ออกสลากกินแบ่งฯ งวด 16 พ.ย. ชมสด! ไทยรัฐทีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 08:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784487

 

กองสลากแจ้งถ่ายทอดสดปกติ การออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 พ.ย. ชมสดผ่านไทยรัฐทีวี ได้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แจ้งว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะทำการถ่ายทอดสด การออกรางวัลเป็นปกติ ตั้งแต่งวดประจำประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป โดยในงวดประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน จะทำการออกรางวัลสลาก ณ อาคารออกรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ สามารถชมการถ่ายทอดสดได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

 

ดันสมุนไพรไทยติดป้าย มอก. สร้างมาตรฐานสากลทั่วโลกยอมรับมั่นใจไปได้ไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ย. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784366

 

นายพิสิฐ รังสฤษฏ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.)ได้อนุมัติจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการจัดทำมาตรฐานสมุนไพร เนื่องจากขณะนี้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับและมีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก เช่น นำไปเป็นส่วนผสมเวชภัณฑ์ยา เวชภัณฑ์เครื่องสำอาง แต่วัตถุดิบสมุนไพรไทยยังเป็นเพียงมาตรฐานแต่ละโรงงานผลิตเท่านั้น ยังไม่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสากล เชื่อว่าหากมีมาตรฐานสากลยอมรับแล้ว สมุนไพรไทยจะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ มาตรฐานดังกล่าวจะแตกต่างจากมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย อย.เน้นความปลอดภัยจากการใช้งานหรือการบริโภค ขณะที่ มอก.สมุนไพรจะพิจารณาทั้งความปลอดภัย ซึ่งอ้างอิงจาก อย. และคุณภาพที่เป็นลักษณะปรากฏ ตั้งแต่กระบวนการผลิต เช่น คุณภาพวัตถุดิบ การบรรจุ คุณภาพตัวสินค้าที่พิสูจน์ได้ โดยปีหน้า สมอ.เตรียมนำร่องจัดทำ มอก.สมุนไพร 10 ประเภท คือ มะขามป้อม กระชายดำ สารสกัดใบบัวบก ฟ้าทะลายโจร กวาวเครือขาว น้ำมันขมิ้น น้ำมันไพล น้ำมันมะกรูดไทย น้ำมันตะไคร้หอม น้ำมันทิพส้มโอ “การพัฒนาสมุนไพรให้มีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์แปรรูป ถือเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งดำเนินการ”

ขั้นต่อไป สมอ.จะเสนอให้ รมว.อุตสาหกรรมแต่งตั้งกรรมการ วิชาการรายสาขา (กว.) คณะที่ 74 ด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย มีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ 16 คน เพื่อผลักดันให้เป็นไปตามอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่วนข้อกังวลที่ว่าจะเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ผลิตสมุนไพรหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นการเพิ่มภาระแต่เป็นการช่วยพัฒนาประสิทธิภาพ เนื่องจาก มอก.ที่จะประกาศใช้จะเป็น มอก.ทั่วไป ไม่ใช่ มอก.ภาคบังคับจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่ถ้าใช้ตรา มอก. ติดบนตัวผลิตภัณฑ์ก็จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับมากขึ้น.

 

“พีทีทีจีซี”กำไรบานฉ่ำรับราคาน้ำมันขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ย. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784357

 

“อินทัช”ก้มหน้ายอมรับรายได้ปี 59 ไม่อู้ฟู่

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ซีอีโอ) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 มีรายได้จากการขาย 89,714 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 416% จากปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้นช่วงไตรมาส 3 แม้จะเริ่มลดและทรงนี้ในไตรมาส 4 รวมทั้งโรงกลั่นน้ำมันและโรงโอเลฟินส์กลับมาดำเนินการปกติหลังหยุดซ่อมบำรุงไตรมาสก่อน การดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ลดค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องถึงไตรมาส 4

ขณะที่งวดรวม 9 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้จากการขาย 236,022 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 15,858 ล้านบาท ทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้จากการขาย 320,000 ล้านบาท จากราคาน้ำมันโลกเฉลี่ย 40 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะที่ปีหน้ามั่นใจว่าจะมีรายได้จากการขายเพิ่มอีก 22% รวมรายได้อยู่ที่ 400,000 ล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นมาที่ 45-55 เหรียญสหรัฐฯ และกำลังการผลิตของบริษัทจะดีขึ้นจากโรงกลั่นน้ำมันและโรงโอเลฟินส์เดินเครื่องปกติไม่ได้หยุดซ่อมเหมือนปีนี้

ด้านนางสาวทมยันตี คงพูลศิลป์ รองกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานการลงทุนสัมพันธ์ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) เผยว่า ปี 59 รายได้จะไม่โตจากปี 58 ที่มีรายได้ 29,200 ล้านบาท โดย 9 เดือนแรกมีรายได้ 23,100 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากบริษัทลูกลดลง โดยลูกค้าของ บมจ.ไทยคม (THCOM) หายไป 1 ราย ขณะที่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) รายได้ชะลอตัวครึ่งปีแรกจากการโอนย้ายลูกค้าจากคลื่น 2G เป็น 3G ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่วน บมจ.ซีเอส ล็อกอินโฟ (CSL) รายได้ยังเติบโตดี แต่มั่นใจว่าปี 60 รายได้จะดีกว่าปี 59 มาก เนื่องจากธุรกิจโทรคมนาคมมีแนวโน้มสดใส โดยเฉพาะ ADVANC ที่ฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังปี 59 หลังได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ส่วน THCOM มีโอกาสได้ลูกค้าใหม่ ส่วนนโยบายจ่ายปันผลอาจปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ.

 

ดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเร่ิมผงกหัว สร้างมูลค่าเพิ่มแอนิเมชัน-เกม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ย. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784346

 

นางสุวิมล เทวะศิลชัยกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า กล่าวว่า จากการสำรวจคาดว่าอุตสาหกรรมแอนิเมชันของไทยในปีนี้ จะเติบโต 2.8% และขยับขึ้นเป็น 5% ในปี 2560 ขณะที่อุตสาหกรรมเกมจะเติบโต 9.5% ในปีนี้ และเติบโตเพิ่มขึ้น 22.3% ในปี 2560

โดยจากผลการสำรวจตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในปี 2558 พบว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยมีมูลค่าสูงถึง 12,745 ล้านบาท เติบโตจากปี 2557 ที่ 12.4% แบ่งออกเป็น 2 สาขา ดังนี้ สาขาแอนิเมชันมีมูลค่า 3,851 ล้านบาท โต 9.9% จากปี 2557 ขณะที่สาขาเกมมีมูลค่า 8,894 ล้านบาท โตเพิ่มขึ้น 13.5% จากปี 2557

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมแอนิเมชันและเกมถูกขับเคลื่อนจากการนำเข้าแอนิเมชันและเกมจากต่างประเทศเป็นหลัก แต่สะท้อนมูลค่าการผลิตงานที่มีทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหมายถึงการผลิตแอนิเมชันและเกมของคนไทยได้มีการพัฒนา

ขณะที่ด้านการส่งออกนั้น เมื่อปี 2558 ไทยผลิตดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อการส่งออกรวมทั้งสิ้น 1,545 ล้านบาท ประกอบด้วยสาขาแอนิเมชัน มูลค่า 499 ล้านบาท และสาขาเกมมีมูลค่าการส่งออก 1,046 ล้านบาท

“อุตสาหกรรมแอนิเมชันและเกมยังคงมีมูลค่าการนำเข้าเพื่อบริโภคสูง แต่ผู้ผลิตไทยมีแนวโน้มพัฒนาและสร้างมูลค่าผลิตภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น โดยปัญหาสำคัญที่สำรวจพบจากทั้ง 2 อุตสาหกรรม คือ บุคลากรยังขาดทักษะในการสื่อสารภาษาต่างประเทศ และยังคงต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว เช่น การสนับสนุนเงินทุน เป็นต้น”.

 

“หมอวรงค์”แนะ รบ.ให้สินเชื่อยุ้งฉางข้าวและซื้อโดยตรงจากชาวนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248526

สืนเชื่อยุ้งฉางข้าว, คมชัดลึก, หมอ, วรงค์, แนะ, ให้, สินเชื่อ, ยุ้งฉาง, ข้าว, และ, ซื้อ, โดยตรง, จาก, ชาวนา, หมอวรงค์แนะ, หมอวรงค์, Warong Dechgitvigrom

การเมือง  : 10 พ.ย. 2559

“หมอวรงค์”แนะ รบ.ให้สินเชื่อยุ้งฉางข้าวและซื้อโดยตรงจากชาวนา

“หมอวรงค์” แนะ รบ. ให้สินเชื่อยุ้งฉางข้าวและซื้อโดยตรงจากชาวนา เชื่อทำให้ชาวนารวยใน 5 ปีได้

           เมื่อเวลาวันที่ 10 พ.ย. น.พ.วรงค์ เดชกิจสิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊กส่วนตัว “Warong Dechgitvigrom” ว่าการที่จะทำให้ชาวนารวยขึ้นมาภายใน 5 ปี ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.เสนอมานั้น มีความเป็นไปได้ โดยต้องทำให้ชาวนาตั้งตัวอย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญหนึ่งคือ เราต้องนำวิถีการตากข้าว แล้วเก็บในยุ้งฉางกลับมาแทนที่จะให้ชาวนาเป็นเจ้าของจ้าวแค่วันเดียวที่เกี่ยวแล้วขายทันที  แต่ปัญหาสำคัญคือ ชาวนาต้องการเงินสดเพื่อไปใช้หนี้ หลังจากเก็บเกี่ยวจึงต้องนำข้าวไปขายทันที  การที่เก็บเกี่ยวพร้อมๆกันจึงทำให้มีปัญหาด้านราคา รัฐบาลควรมีข้อเสนอด้านการให้สินเชื่อยุ้งฉาง และควรเป็นยุ้งฉางของชาวนา ของกลุ่มหรือของหมู่บ้าน โดยรัฐบาลดึงดูดด้วยการจ่ายสินเชื่อให้ชาวนา 80-90% ของราคาที่ควรจะเป็น  ร่วมกับเงินค่าเก็บเกี่ยวและค่ายุ้งฉาง ตามที่รัฐบาลกำหนดจะทำให้ชาวนาหันมาเก็บไว้ในยุ้งฉาง และจะได้เงินไปใช้จ่ายหนี้สินก่อน

น.พ.วรงค์ ระบุอีกว่า  เมื่อชาวนาได้เงินไปใช้จ่ายหนี้สินก่อน ก็ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง การเก็บข้าวเปลือกเข้ายุ้งฉางจะทำให้ชาวนามีส่วนในการกำหนดว่าจะนำข้าวไปขายเมื่อไร ในราคาที่พอใจ ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายให้ช่วยซื้อข้าวสารจากกลุ่มชาวนาหรือสหกรณ์โดยตรง ชาวนาจะมีทางเลือกว่าจะขายข้าวเปลือกหรือเอาข้าวไปสี และมีโอกาสที่โรงสีมาขอซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่เป็นธรรม จึงถึงเวลาที่ต้องปลุกเอายุ้งฉางกลับมาใช้เพื่อให้ชาวนาเป็นผู้กำหนดเวลา และราคาในการขายข้าวเปลือก ยุ้งฉางจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารปริมาณและราคาข้าวเปลือก ที่รัฐบาลควรจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริง

 

“มาร์ค”เชื่อ “ทรัมป์” นั่งปธน.สหรัฐฯ เป็นบวกกับไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248523

คมชัดลึก, ผลบวก, ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, โดนัลด์ ทรัมป์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, มาร์ค, เชื่อ, ทรัมป์, นั่ง, ปธน, สหรัฐฯ, เป็น, บวก, กับ, ไทย, มาร์คเชื่อ, นั่งปธนสหรัฐฯ, เป็นบวกกับไทย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 พ.ย. 2559

“มาร์ค”เชื่อ “ทรัมป์” นั่งปธน.สหรัฐฯ เป็นบวกกับไทย

“มาร์ค”เชื่อ “ทรัมป์” นั่งปธน.สหรัฐฯ เป็นผลบวกต่อไทย เพราะไม่ติดกรอบ อาจสร้างสัมพันธ์ได้โดยไม่แคร์การเมืองไทย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ว่า แสดงให้เห็นแล้วว่าในที่สุดคนอเมริกันจำนวนมากมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากความก้าวหน้า และมีความรู้สึกสูญเสียสิ่งที่เคยมีบางสิ่งบางอย่าง ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญ เช่นมีความรู้สึกว่าเมืองนี้เคยเป็นเมืองอุตสาหกรรม เคยมีสถานที่ประกอบการที่จ้างงานที่อะไรต่างๆ แต่สูญเสียไปให้ต่างชาติ แต่นายทรัมป์มาเล่นกับความรู้สึกตรงนี้ว่าเขาจะหาทางดึงงานกลับเข้ามา แต่อีกส่วนหนึ่งที่สูญเสียไป คือความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของประเทศ ตรงนี้ต้องพูดถึงคนผิวขาว ที่ยังมีลักษณะทั้งเหยียดผิว เหยียดเพศอยู่จำนวนหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่านายทรัมป์เล่นกับกระแสความรู้สึกแบบนี้ ซึ่งคนจำนวนมากคิดว่า ความรู้สึกแบบนี้เหลือน้อยแล้ว ล้าสมัย ตกยุคไปแล้ว ก็ต้องมาทบทวนใหม่ แต่อย่าลืมว่าจนถึงนาทีสุดท้าย นายทรัมป์ซึ่งใครๆ บอกว่า ตอนเริ่มต้นมาไปพูดพาดพิงในเชิงดูถูกไม่น่าเป็นที่ยอมรับ จนเกือบวันสุดท้ายกระแสก็ไม่เปลี่ยน แต่เขาก็รักษากระแส และคะแนนเสียงของตัวเองไว้ได้  แต่เมื่อนายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีแล้วก็ต้องติดตามต่อว่าจะปรับท่าทีที่ดุดันหรือไม่ เพราะเท่าที่ฟังการปราศรัยครั้งแรกหลังชนะ ก็พยายามจะลดโทนตรงนี้อยู่ ฉะนั้นก็ต้องดูว่ากระแสทั้งหลายที่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีในสังคม ถ้าคนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถรู้สึกได้ว่าเขาได้ประโยชน์ด้วยในที่สุดก็จะมีปฏิกิริยาโต้กลับ

ส่วนว่าเมื่อนายทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีแล้วจะมีผลต่อโลกอย่างไรบ้างนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับนโยบายเมื่อเข้าไปทำงานเหมือนกัน เพราะในที่สุดก็ต้องมีเรื่องของผลประโยชน์ที่สอดคล้องกันบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง ถ้าจะมองว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งก็เป็นโอกาส แต่ประสบการณ์ที่น้อยของนายทรัมป์ เป็นทั้งจุดแข็งก็ได้ จุดอ่อนก็ได้สำหรับอเมริกา ขึ้นอยู่ว่าจะเล่นกับมันอย่างไร ส่วนจะมีผลกับเอเชีย หรือกับประเทศไทยอย่างไรนั้น ตนคิดว่าอาจจะบวกขึ้น คือนายทรัมป์อาจจะไม่ค่อยยึดติดกับเรื่องของกรอบเดิมๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองไทยในสายตาของตะวันตก ซึ่งหลุดไปจากกรอบของเขา คือมีปฏิวัติ มีการเดินขบวน บอยคอตเลือกตั้ง แล้วเขาก็ไม่ได้มารู้รายละเอียดทั้งหมด ตนจึงคิดว่านายทรัมป์จะไม่ค่อยติดกรอบตรงนี้ จึงอาจจะมาสร้างความสัมพันธ์โดยไม่ต้องสนใจการเมืองไทยเท่าไหร่ แต่อีกด้านถ้านายทรัมป์มีความเชื่ออย่างที่เคยพูดว่าสหรัฐฯ เสียเปรียบเพราะว่าประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายเอาเปรียบ อย่างนั้นก็น่าจะเจอกับปัญหาการกีดกันทางการค้า ซึ่งต้องดูต่อไปว่าเขาจะไปแนวไหน

 

“พิพิธภัณฑ์ต้านโกง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248516

พาทัวร์, วิษณุ เครืองาม, พิพิธภัณฑ์, ต้าน, โกง, พิพิธภัณฑ์ต้านโกง, วิษณุ, หม่อมคึกฤทธิ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 พ.ย. 2559

“พิพิธภัณฑ์ต้านโกง”

“วิษณุ” เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ต้านโกง” แนะ เพิ่ม เรื่องเส้นทางสีทอง ตามคำปรารภ “หม่อมคึกฤทธิ์” ถ้านักการเมืองไม่โกง ถนนทุกสายจะปูด้วยทองคำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.45 น. ภายหลัง เสร็จสิ้นการประชุม แผนบูรณาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่สำนักงานป.ป.ช.แล้ว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต้านโกง ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ถนนพิษณุโลก โดยมีนายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการป.ป.ช. ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม

นายประหยัด เปิดเผยว่า นายวิษณุ ได้ให้คำแนะนำว่าในพิพิธภัณฑ์ส่วนที่ 7  เรื่องพลังคุณธรรมขับเคลื่อนสังคม ซึ่งเป็นส่วนแสดงถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าชมเห็นแบบอย่างของการทำดี มีความซื่อสัตย์ จากสถาบันหลักของชาติ ประกอบด้วย สถาบันพระมหากษัตริย์ อดีตผู้นำประเทศ ผู้นำทางศาสนา และภาคประชาสังคม นั้น อยากให้มีการเพิ่มเรื่องเส้นทางสีทอง ซึ่งเป็นไปตามคำปรารภของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุไว้ว่า “ถ้านักการเมืองไม่โกงกินก็จะทำถนนเมืองไทยทุกเส้นปูด้วยทองคำ” เข้าไปในส่วนนี้ด้วย

"พิพิธภัณฑ์ต้านโกง"

"พิพิธภัณฑ์ต้านโกง"

"พิพิธภัณฑ์ต้านโกง"

"พิพิธภัณฑ์ต้านโกง"

"พิพิธภัณฑ์ต้านโกง"

"พิพิธภัณฑ์ต้านโกง"

นายประหยัด กล่าวว่า นายวิษณุยังได้ระบุด้วยว่าป.ป.ช.ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ได้จัดทำให้มีพิพิธภัณฑ์ต้านโกงขึ้นมา เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชน พร้อมกับเสนอแนะว่า อยากให้มีห้องจัดแสดงวัตถุหรือวัสดุ ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องการทุจริต อาทิ มีการนำสำนวนในอดีตมาเปิดให้เรียนรู้ได้ ซึ่งตนได้เรียนไปแล้วว่า กำลังจะมีการพัฒนาพิพิธภัณฑ์เป็นหอจดหมายเหตุอยู่แล้ว หรือเพิ่มเติมในเรื่องที่รัฐธรรมนูญใหม่จะไม่มีเรื่องการถอดถอนบรรจุอยู่ ก็ให้นำเสนอในรูปแบบของกระบวนการถอดถอนที่ผ่านมา เช่น อาจจะนำภาพถ่าย กระบวนการถอดถอนตั้งแต่ต้นจนจบ ถึงการเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

 

“ทูต”ขานรับนวัตกรรมใหม่ปรับใช้ไทยแลนด์ 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248517


ไทยแลนด์4.0, นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, ทูต, ขานรับ, นวัตกรรม, ใหม่, รับใช้, ไทยแลนด์, การทูตไทย มองไกล ก้าวทันโลก

ไทยแลนด์4.0, นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, ทูต, ขานรับ, นวัตกรรม, ใหม่, รับใช้, ไทยแลนด์, การทูตไทย มองไกล ก้าวทันโลก

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 พ.ย. 2559

“ทูต”ขานรับนวัตกรรมใหม่ปรับใช้ไทยแลนด์ 4.0

ประชุมทูตไทยทั่วโลก ขานรับนโยบาย รบ. เล็งนำเทคโนฯ – นวัตกรรมใหม่ต่างชาติ ปรับใช้ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ขับเคลื่อนการต่างประเทศ

          10 พ.ย. – นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การประชุมเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ประจำปี 2559 ได้กำหนดหัวข้อหลักของการประชุม คือ “การทูตไทย มองไกล ก้าวทันโลก” โดยมีวัตถุประสงค์ต่อยอดจากปีที่ผ่านมาที่ นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายการทำงานว่ากระทรวงการต่างประเทศจะขับเคลื่อนนโยบายการทำงานอย่างไรซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ รวมถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีกับกประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

“ครั้งนี้ทูตไทยได้รับฟังนโยบายสำคัญ ๆ ของรัฐบาลที่มอบไว้ 2 ประการคือ ยุทธศาสตร์ชาติ ในระยะ 20 ปี( 2560-2579) และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ว่าจะเดินหน้าอย่างไร โดยในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สถานทูตไทยทั่วโลกไปชี้เป้าและนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในประเทศที่ประจำการอยู่มาปรับใช้กับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นอกจากนี้ ที่ประชุมหารือและระดมความคิดเห็นภายในกระทรวงว่า เราจะสอดแทรกและขับเคลื่อนการทำงานให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาลได้อย่างไร เพราะงานด้านต่างประเทศครอบคลุมทุกมิติทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม การพัฒนา และความมั่นคง ” นางบุษยา กล่าว

นอกจากนี้ผู้แทนเอกอัครราชทูตทั้งหมด 5 ท่าน จาก 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออก, เอเชียใต้ ,อเมริกาและแปซิฟิกใต้, แอฟริกา,และยุโรป ยังได้รายงานสถานการณ์ ซึ่งถือว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ทุกฝ่ายได้มาร่วมรับฟังพัฒนาการต่าง ๆ และนโยบายของรัฐบาล อย่างละเอียดจากนายกรัฐมนตรีโดยตรง อีกด้วย