เปรี้ยวเซ็กซี่ สไตล์พีชนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309540

เปรี้ยวเซ็กซี่ สไตล์พีชนา

เปรี้ยวเซ็กซี่ สไตล์พีชนา

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สร้างกระแสและสีสันในซีซั่นนี้ให้มีพลังขึ้นด้วยคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Autumn/Winter 2017 ที่ยังคงความเปรี้ยวเซ็กซี่แบบมีคลาสอย่างหรูหราของ PITCHANA ไว้อย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เน้นสรีระของอิสตรีให้โดดเด่นชัดมากขึ้นด้วยเทคนิคที่เป็นซิกเนเจอร์ด้วยคัทเอาท์แบบ PITCHANA ผสานกับฝีมือของช่างเย็บระดับสูง รวมไปถึงเทคนิคการร้อยเชือกใหม่ๆ ที่น่าทึ่ง ซึ่งยังคงไว้ด้วยความมีรสนิยม และดูเฉียบโก้แบบสาวมั่นในสไตล์นิวยอร์ก โดยซีซั่นนี้ พีชนา เอกชัย ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ ของแบรนด์ ได้ให้คำจำกัดความสั้นๆของคอลเลคชั่นนี้ว่า “70s Coma” เรื่องราวของความคลั่งไคล้ในแฟชั่นยุค 70 ให้ดูร่วมสมัยเหมาะกับสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเองโดยแรงบันดาลใจของการออกแบบได้จากหญิงสาวผู้เป็นต้นแบบแห่งสไตล์ที่น่าค้นหาของเจอร์รี่ ฮอลล์ (Jerry Hall) นางแบบสาวที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค 70 และยังเป็นหวานใจของนักร้องนำวงโรลลิ่งสโตน มิค แจ็คเกอร์ (Mick Jagger) เรียกได้ว่าทั้งคู่เป็นสไตล์ไอคอนที่ทุกคนหลงรักของยุคนั้น

PITCHANA ได้เลือกใช้สีที่หลากหลายสำหรับคีย์ลุคซีซั่นนี้เป็นชุดสีเหลืองมัสตาร์ดที่เป็นสีแห่งฤดูใบไม้ร่วง เป็นชุดจั๊มพ์สูทสุดแสนเซ็กซี่ แต่งเติมด้วยเทคนิคเลซอัพหรือการร้อยเชือกด้านข้างเผยให้เห็นผิวกาย ไปจนถึงชุดสีแดงเมทาลิก ที่ทำจากผ้าอัดพลีทจากอิตาลีที่เป็น ชุดมิดิเดรสเกาะอกสีขาวผ่าข้างแบบไฮสลิท ประดับด้วยแถบคริสตัลเผยผิวเนียนด้านข้างอย่างเย้ายวน อีกหนึ่งคีย์ลุคคือมิดิเดรสสีเหลืองมัสตาร์ดที่ทำจากผ้าเครปโดยส่วนกระโปรงเป็นการตัดต่อชิ้นผ้าแล้วร้อยประกบกันด้วยเทคนิคร้อยเชือกไขว้กันด้านข้างลำตัวทำให้เกิดคัทเอาท์รูปแบบใหม่ที่ดูเซ็กซี่และช่วยเสริมความโค้งเว้าของรูปร่างสตรีได้เป็นอย่างดี โดยใส่คู่กับครอปโค้ทขนนกกระจอกเทศสีเหลืองพาสเทล คีย์ลุคอีกตัวคือจั๊มพ์สูทผ้าเครปสีเขียวโอลีฟที่ใช้เทคนิคร้อยเชือกด้านข้างแบบเดียวกัน

อีกลุคที่เฟอร์เฟ็กท์สำหรับปาร์ตี้ไนท์เอาท์ของสาวๆคือชุดจั๊มพ์สูทขากระดิ่งสีแดงสด ตกแต่งด้วยคัทเอ้าท์ผ่ากลาง ใส่คู่กับครอปโค้ทที่ตัดเย็บด้วยขนนกกระจอกเทศสีแดงสด เผยเสน่ห์ที่เย้ายวนให้ดึงดูดให้ทุกสายตา

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนนักเรียนแพทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309549

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ  จัดกิจกรรม CSR มอบทุนนักเรียนแพทย์

ทีโอเอและมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวฯ จัดกิจกรรม CSR มอบทุนนักเรียนแพทย์

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประจักษ์-ละออ มอบทุนให้นักศึกษาแพทย์ศิริราชเป็นปีที่ 4 (ต่อเนื่อง 6 ปี)

เป็นผู้ใหญ่ใจดีมาอย่างต่อเนื่องประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณสานต่อปณิธานของมูลนิธิฯ ด้านการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ล่าสุดประกาศมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องให้กับนักเรียนแพทย์ทั่วประเทศจนจบการศึกษา โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น เพิ่มอีก 20 ทุน

ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว กล่าวว่า หากเอ่ยถามเด็กๆ ว่าใครอยากเป็นหมอ จะมีเด็กนับไม่ถ้วนที่ยกมือขานรับว่าหนูอยากเป็นหมอ แต่จะมีสักกี่คนที่จะได้เป็นหมอสมดั่งใจฝัน เนื่องจากการเรียนหมอนั้นไม่ง่ายเลย ต้องใช้ความเพียรพยายาม อดทน อย่างมากมาย รวมถึงระยะการศึกษาก็ยาวนานกว่าการเรียนสาขาอื่น เพราะเรียนหมอนั้นใช้เวลาเรียนถึง 6 ปี และมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งหากเด็กที่สอบติดคณะแพทย์ แต่มีสถานภาพขาดแคลนทุนทรัพย์ ก็จะละทิ้งฝันที่อยากจะเป็นหมอ แล้วไปเรียนสาขาอื่นๆ แทน เพราะการเรียนหมอมีค่าใช้จ่ายสูง และระยะเรียนนาน ทำให้เด็กๆ เหล่านั้นสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญทางด้านการศึกษาของเด็กมาโดยตลอด เพราะการศึกษาเป็นรากฐานของชีวิต นับเป็นต้นทุนของเด็กๆ ในการที่จะพัฒนาชีวิตให้มั่นคง เด็กที่มีการศึกษาที่ดี ก็มีโอกาสเติบโตไปอย่างก้าวไกล เราจึงพร้อมมอบโอกาสทางการศึกษากับเด็กๆ ทุกรูปแบบรวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนแพทย์ มาแล้วกว่า 20 คนทั้งที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (ต่อเนื่อง 6 ปี) และนักศึกษาแพทย์สตรีจากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์(ต่อเนื่อง 6 ปี) โดยไม่มีข้อผูกมัดสัญญา หรือการใช้ทุนคืนทุกกรณี ทั้งนี้ หากนักศึกษาแพทย์ที่เรียนจบไปแล้ว ได้กลับไปเป็นแพทย์ที่ภูมิลำเนาเดิม หรือกลับไปช่วยเหลือผู้ป่วยในจังหวัดที่ตนเองอาศัยอยู่ ก็เปรียบเสมือนการส่งแพทย์กลับบ้านเกิดของตนเอง

“เราให้ความสำคัญกับการศึกษา สำคัญที่สุดเป็นจุดประกายในการดำเนินชีวิต ถ้าเรามีการศึกษาทีดีจะช่วยต่อยอดหน้าที่การทำงานในอนาคต ทำให้ชีวิตและครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมพร้อมสนับสนุนการศึกษาทุกรูปแบบ พร้อมส่งมอบโอกาสในการศึกษาให้กับเด็กไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าไม่มีบุญใดยิ่งใหญ่ เท่ากับการให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด”

ทั้งนี้ ทางมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวจัดกิจกรรม CSR มอบทุนสนับสนุนการศึกษานักศึกษาแพทย์เพิ่มอีกจำนวน 20 ทุน นักเรียนแพทย์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถส่งข้อมูลมาได้ที่ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ 31/2 หมู่ที่3 ถ.บางนา-ตราดกม. 23 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10540 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2561

ตัวแทนนักศึกษาแพทย์ศิริราช มอบพวงมาลัยพร้อมกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี

ตัวแทนนักศึกษาแพทย์ศิริราช มอบพวงมาลัยพร้อมกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี
มอบทุนการศึกษาแพทย์สตรี จากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยฯ (ต่อเนื่อง 6 ปี)

มอบทุนการศึกษาแพทย์สตรี จากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยฯ (ต่อเนื่อง 6 ปี)
น้องๆ นักศึกษาแพทย์ จากสมาคมแพทย์สตรีฯ มอบช่อดอกไม้พร้อมกล่าวขอบคุณ

น้องๆ นักศึกษาแพทย์ จากสมาคมแพทย์สตรีฯ มอบช่อดอกไม้พร้อมกล่าวขอบคุณ

‘พระองค์ภาฯ’ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309555

‘พระองค์ภาฯ’ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์’

‘พระองค์ภาฯ’ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์’

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประทานโอวาทแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนที่มาร่วมงาน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานนิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์” (NABHA : TheSecret Scenes) จัดโดย มูลนิธิณภาฯ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ และสโมสรกีฬาบีบีจี (BBG Club) เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 7 ธันวาคม 2560 โดยมี เอกภพ เดชเกรียงไกรสรรองประธานมูลนิธิณภาฯ, คุณหญิงปัทมาลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย, พีรเดช พฤฒิพฤกษ์ นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย, อัยยวัฒน์-อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา จาก คิง เพาเวอร์และ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล รับเสด็จ ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในโอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทอดพระเนตรวีดิทัศน์ อาทิ ความเป็นมาของมูลนิธิณภาฯ, สำนักงานโครงการส่วนพระองค์, สโมสรกีฬาบีบีจี และโครงการบีบีจี วิคตอรี อิส ยัวร์ส พร้อมการแสดงจากเด็กและเยาวชนในสถานพินิจ ร่วมกับชมรมนักเต้นสตรีทแดนซ์ การแสดงขบวนพาเหรดกลอง จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานเค้กวันเกิด ที่ผู้สนับสนุนโครงการเข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวาย ให้กับเด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชนที่มาร่วมงาน สร้างความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานพระดำรัสเปิดนิทรรศการความว่า “ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้เห็นทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เห็นความสำคัญของการให้โอกาส ที่ปัจจุบันสังคมล้อมกรอบ เรามีบุคคลมากมายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ต้องการโอกาสในชีวิต โอกาสจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เกิดหนทางแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ดีขึ้น เป็นสิ่งที่จะส่งผลให้บุคคลได้เริ่มต้นใหม่และแสดงศักยภาพ หรือเป็นสิ่งที่บุคคลได้แก้ไขพัฒนา และปรับปรุงในส่วนที่เคยผิดพลาดให้ถูกต้อง ผู้ที่ขาดโอกาสและการยอมรับทางสังคมยังมีอีกมาก การที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมแรงร่วมใจนั้น เป็นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เห็นถึงการเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ความมุ่งดีต่อกัน อันจะเป็นส่งเสริมประเทศชาติเต็มไปด้วยไมตรีจิต และมีความร่มเย็นเป็นสุข

เด็กและเยาวชน นับว่าเป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติและสังคม ถือว่าประชากรรุ่นใหม่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ ปัญหาของเด็กและเยาวชนก็คือปัญหาหลักที่ต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งกีฬานั้นเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา นอกจากกีฬาทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการฝึกให้บุคคลมีความเข้มแข็ง สามัคคี ส่งผลดีต่อจิตใจ ทำให้มีจิตใจแน่วแน่ หนักแน่น รู้จักแพ้รู้จักชนะ ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสแสดงศักยภาพในวันนี้ นอกจากความตั้งใจในการฝึกฝนแล้วการดำเนินชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญควบคู่กันต้องเรียนรู้ที่จะข่มใจ ไม่กระทำสิ่งที่ใดที่รู้สึกว่าผิด ต้องมีการบากบั่นในการกระทำความดี ทำความถูกต้อง และถ้าหากสามารถทำได้ก็จะเจริญเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้”

จากนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ภายในนิทรรศการเผยแพร่ภารกิจและการดำเนินงานขององค์กร 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิณภาฯ, สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ และสโมสรกีฬาบีบีจี(BBG Club) เช่น ห้องทรงงานขนาด 3×4 ตาราเมตร จุดเริ่มต้นการทำงานในสำนักงานขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตร จากคอมพิวเตอร์เก่าสองเครื่อง ที่จำลองมาให้ชม ต่อด้วยทรงพระดำเนินไปยังสนามแบดมินตัน ทอดพระเนตรการแข่งขันกีฬาแบดมินตันกิตติมศักดิ์ และเทเบิลเทนนิสตามพระอัธยาศัย ก่อนเสด็จกลับ

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล เป็นตัวแทนทูลเกล้าฯ ถวายเค้กเนื่องในโอกาสวันคล้ายประสูติ

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล เป็นตัวแทนทูลเกล้าฯ ถวายเค้กเนื่องในโอกาสวันคล้ายประสูติ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรนิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทอดพระเนตรนิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์”
นิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์” (NABHA : The Secret Scenes)

นิทรรศการ “ณภาฯ เดอะ ซีเคร็ท ซีนส์” (NABHA : The Secret Scenes)
เอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิกับห้องจำลอง จุดเริ่มต้นมูลนิธิณภาฯ

เอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิกับห้องจำลอง จุดเริ่มต้นมูลนิธิณภาฯ

‘ปฐม’ จัดทริปตะลุยสวน ‘พาคนกินคนปลูก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309547

‘ปฐม’ จัดทริปตะลุยสวน ‘พาคนกินคนปลูก’

‘ปฐม’ จัดทริปตะลุยสวน ‘พาคนกินคนปลูก’

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปิดทริปด้วยรอยยิ้มทั้งคนกินและคนปลูก สำหรับกิจกรรม “พาคนกินคนปลูก” ที่โครงการปฐม เชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค ขับเคลื่อนโดย ร้านปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยนำผู้โชคดีจากการร่วมกิจกรรมกับโครงการจำนวน 36 ชีวิต ลงพื้นที่ จ.นครปฐม เยี่ยมชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์ พบปะเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่เครือข่ายโครงการสามพรานโมเดล เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร และศึกษากระบวนการผลิตที่ปลอดภัย อีกทั้ง เชื่อมสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนกินกับคนผู้ปลูก ผ่านฐานกิจกรรมต่างๆ ให้ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานไปเมื่อเร็วๆ นี้

อนัฆ นวราช ผู้บริหาร ร้านปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ในฐานะผู้จัดการ โครงการปฐม เชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค เล่าว่า ปฐมฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้บริโภคในทุกขั้นตอนการผลิต โดยเฉพาะวัตถุดิบที่เลือกใช้จะต้องผ่านกระบวนการผลิตระบบเกษตรอินทรีย์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ขณะเดียวกันได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับการบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยผ่านกิจกรรมต่างๆ ควบคู่ไปด้วย ล่าสุด เพิ่งพาผู้โชคดีที่เข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการฯลงพื้นที่ไปสัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร เยี่ยมชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่โครงการสามพรานโมเดล ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญที่ส่งวัตถุดิบให้กับ ปฐม ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของอาหารปลอดภัย และตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากระบบอาหารที่ไม่สมดุล

“แม้มีเวลาไม่มากนัก แต่การได้มาสัมผัสพื้นที่จริงด้วยตัวเอง ได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกร ได้เห็นวิถีชีวิต ได้ทดลองปลูก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้แหละจะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย และเชื่อว่าผู้บริโภคเองได้มองเห็นถึงความเชื่อมโยงกันทั้งระบบของเกษตรอินทรีย์ บนความเกื้อกูลกันระหว่างคนปลูกคนกินรวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย”

หนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ คือเยี่ยมชมสวนเกษตรอินทรีย์ และเรียนรู้การทำฟาร์มแบบอิสระอย่างพอเพียง กับ อรุณี พุทธรักษา หัวหน้ากลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์ เกษตรกรต้นแบบเครือข่ายสามพรานโมเดล ได้บอกเล่าแรงบันดาลใจ แชร์ความรู้การทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมทั้งพาชมพื้นที่โซนต่างๆ มีทั้งเลี้ยงไก่ ปลูกผัก ทำนา นอกจากนี้ยังสอนวิธีเพาะต้นอ่อนผักบุ้งแบบง่ายที่สามารถนำกลับไปทำเองได้ที่บ้าน สาธิตการทำน้ำตาลอ้อยอินทรีย์ รวมถึงน้ำยาบ้วนปากสมุนไพร แถมด้วยอาหารมื้อเที่ยงแสนอร่อยด้วยเมนูก๋วยเตี๋ยวเห็ดต้มยำรสแซ่บให้ได้อิ่มท้องกันทั่วหน้า

“แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ 2 วันกับ 1 คน ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน แต่เชื่อว่าสิ่งที่ผู้ร่วมทริปได้รับมากกว่าความสนุกสนาน ก็คือความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ และสามารถนำกลับไปปรับใช้ให้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังเพิ่มความเชื่อมั่นวิถีอินทรีย์มากยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ได้ที่โทร.02-0848649 หรือ http://www.patom.com Facebook : patom.organics” อนัฆ กล่าวในที่สุด

แพทย์ชี้ล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาแม้พื้นที่ห่างไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309512

แพทย์ชี้ล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน  ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาแม้พื้นที่ห่างไกล

แพทย์ชี้ล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาแม้พื้นที่ห่างไกล

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แพทย์โรคไต โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และประธานชมรมเพื่อนโรคไต ประสานเสียงยืนยันการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเองที่บ้าน (CAPD) สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งทางระบบสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ช่วยลดปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอและความแออัดในโรงพยาบาล อีกทั้ง ยังช่วยตอบโจทย์บริบทผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่ห่างไกล และช่วงประสบภาวะวิกฤติอุทกภัย ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง

แพทย์หญิงเสาวลักษณ์ ชาวโพนทอง อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เนื่องจากโรคไตวายเรื้อรังมักพบในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ตัวเลขที่สูงขึ้นยังมากจากการคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้ป่วยก็สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทั่วถึงมากกว่าในอดีต เนื่องจากนโยบาย PD First Policy ที่ให้ผู้ป่วยบำบัดทดแทนไต ด้วยการล้างไตทางช่องท้องเป็นอันดับแรกในผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง โดยผู้ป่วยสามารถทำเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยๆ ซึ่งนอกจากจะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยังสามารถช่วยลดปัญหาการขาดแคลนด้านบุคลากรทางการแพทย์และความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างมาก

ปัจจุบันผู้ป่วยโรคไต มีทัศนคติที่ดีขึ้นกับการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเอง (CAPD) โดยทีมแพทย์ มีการให้ข้อมูลและทางเลือกด้านการรักษาที่มากขึ้น ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการป้องกัน เช่น การกินยาชุด หรือยาลูกกลอนจะส่งผลเสียต่อไตอย่างไร
รวมถึงการจัดตั้ง Health Group ให้ผู้ป่วยและญาติ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการรักษาซึ่งกันและกันอีกทางหนึ่ง ทำให้ผู้ป่วยใหม่เห็นว่าผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยเชื่อมั่นในด้านการรักษาที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ป่วยเปิดใจกว้างและยอมรับ พร้อมเลือกรับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยโรคไตเข้าถึงการรักษาได้ทั่งถึง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวขึ้น

นอกจากนี้ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ยังได้มีการวางแผนสำหรับผู้ป่วยในเหตุการณ์วิกฤติต่างๆ เช่น น้ำท่วม โดยทำคู่มือดูแลตนเองในภาวะน้ำท่วม และมีการส่งน้ำยาล้างไตล่วงหน้าให้กับผู้ป่วย ในกรณีฉุกเฉินที่ผู้ป่วยไม่สามารถออกมาได้ ทางโรงพยาบาลได้มีการประสานหน่วยงานต่างๆ ในการขนส่งน้ำยาล้างไต โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย พร้อมเตรียมทีมช่วยเหลือฉุกเฉินไว้ ทั้งมีการสำรองน้ำยาล้างไตไว้สำหรับผู้ป่วยวิกฤติอีกด้วย

ด้าน นายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป็นไตวายอย่าท้อ เพราะยังสามารถทำงานได้และไม่เป็นภาระใคร หากรู้จักดูแลรักษาตนอย่างถูกวิธี ซึ่งตนเองเคยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมากว่า 13 ปี และปัจจุบันได้รับการปลูกถ่ายไตแล้ว แต่ตนยังทำหน้าที่ผลักดันและให้ความรู้ด้านสิทธิการรักษาและวิธีการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยและสมาชิกชมรม ซึ่งมีอยู่มากกว่า 100,000 ราย โดยเฉพาะเรื่องการล้างไตทางช่องท้อง จากการสำรวจพบว่าเป็นวิธีที่ช่วยตอบโจทย์บริบทไทยมากที่สุด เนื่องจากสามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้ป่วยไม่ต้องสูญเสียเงินในการเดินทางมาโรงพยาบาล ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบผูกขาดอยู่กับสถานพยาบาลถึงสัปดาห์ละ 3 วันเพื่อฟอกเลือดและไม่เป็นภาระของญาติที่ต้องพามาโรงพยาบาลด้วย จึงช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถเข้าถึงบริการได้ 100% แม้แต่ผู้ป่วยที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ก็สามารถได้รับบริการอย่างทั่วถึง มีน้ำยาล้างไตส่งให้ถึงที่บ้าน ส่วนเรื่องการติดเชื้อไม่ต้องกลัว เพราะการดูแลตัวเองย่อมทำได้ดีกว่าให้คนอื่นมาดูแล แต่เราต้องตระหนักถึงความสะอาดและทำตามขั้นตอนที่แพทย์และพยาบาลแนะนำอย่างเคร่งครัด

“เมื่อก่อนคนที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ส่วนใหญ่มักจะเสียชีวิตเนื่องจากไม่มีเงินรักษา หรือไม่ก็ต้องล้มละลายจากการจ่ายค่ารักษา หลังจากการขับเคลื่อนเพื่อให้ได้สิทธิคุ้มครองรักษาโรคไต (CAPD First Policy) ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ผู้ป่วยก็มีโอกาสในการรักษาและสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น โดยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง ซึ่งผมคิดว่าเป็นวิธีที่ช่วยตอบโจทย์บริบทของคนไทยได้ดีมาก เพราะผู้ป่วยบางคนอยู่บนดอย ห่างจากสถานพยาบาลร่วม 200 กิโลเมตร การเดินทางไป-กลับใช้เวลาเกือบทั้งวัน หากเขาต้องเดินทางมาพบแพทย์ทุกสัปดาห์ก็คงไม่ไหว ไหนจะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา จะเอาเวลาไหนมาทำงานหาเลี้ยงชีพ

ดังนั้น จึงอยากให้แพทย์และผู้เกี่ยวข้องมองถึงพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ และบริบทของผู้ป่วยโรคไตตรงนี้ด้วย ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ และให้ข้อมูลกับผู้ป่วยให้ชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วน เพื่อให้ผู้ป่วยมีทัศนคติที่ดีในด้านการรักษามากขึ้น ซึ่งทางชมรมเองได้พยายามผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น รวมถึงการสร้างความเข้าใจเรื่องวิธีการรักษาให้กับผู้ป่วยทุกราย และให้ความรู้ที่ถูกต้องว่าการติดเชื้อมันไม่สามารถติดได้ง่าย และผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่เสียชีวิตด้วยโรคไต แต่อาจจะเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ เช่น ความดัน เบาหวาน เป็นต้น”

อีกทั้ง การล้างไตทางช่องท้อง ยังช่วยลดปัญหาบุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาลไม่เพียงพอ โดยอัตราส่วนระหว่างพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องอยู่ที่ 1:50 คน (ตามมาตรฐาน) ขณะที่พยาบาลที่ดูแลเรื่องการฟอกเลือด (HD) จะสามารถดูแลผู้ป่วยได้เพียง 1 คน : 4 เครื่อง : รอบ (ใน 1 วัน สามารถทำได้สูงสุด 4 รอบ หรือ คนไข้ 16 คนเท่านั้น) ดังนั้น หากไม่มีการล้างไตทางช่องท้อง จะส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ก็จะไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย โดยต้องมีการผลิตเพิ่มอีกมากกว่า 3,500 อัตรา พร้อมเพิ่มศูนย์บริการทางการแพทย์อีกเป็นจำนวนมากให้ครบทุกจังหวัด และอำเภอต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยตามมา

ฉลองอายุวัฒนมงคล ครบ 84 ปี ผศ.ดร.วชิรญา บัวศรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309531

ฉลองอายุวัฒนมงคล ครบ 84 ปี ผศ.ดร.วชิรญา บัวศรี

ฉลองอายุวัฒนมงคล ครบ 84 ปี ผศ.ดร.วชิรญา บัวศรี

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ฉลองสังสรรค์ในวาระครบรอบ 84 ปี ผศ.ดร.วชิรญา บัวศรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา แขกผู้มีเกียรติที่เคารพรักต่างทยอยเข้าร่วมอวยพรกันอย่างอบอุ่น อาทิ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ พล.อ.สิงหา-พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ร่วมกล่าวอวยพรวันเกิด พร้อมด้วย คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมถึงบุตรสาวทั้ง 2 ผศ.ดร.วิรชฏา บัวศรี กับ ศศิภา-สหภพ โสมสุภามาศ และเครือญาติสนิท มิตรสหาย ร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อวยพรมอบให้กับเจ้าของวันเกิด ณ ห้องดุสิตธานี ฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี ถนนพระราม 4

ผศ.ดร.วชิรญา บัวศรี ได้สมรสกับ ศ.ดร.ธำรง บัวศรี มีบุตรสาว 2 คน ผศ.ดร.วิรชฏา บัวศรี กับ ศศิภา โสมสุภามาศ เจ้าของวันเกิดเล่าในหนังสือชีวประวัติของตนเองว่า ถึงแม้จะเจออุปสรรคในการดำเนินชีวิตบ้าง แต่ก็เอาชนะและคิดว่าตนเป็นคนโชคดีที่มีผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ อุปถัมภ์ค้ำชูให้ความเมตตามาตั้งแต่เยาว์วัย และได้พบเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตรจาก 2 สถาบันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน เมื่อสำเร็จการศึกษาถึงปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สเตท สหรัฐอเมริกาตามที่วางแผนชีวิตไว้ ก็ทำงานสอนและได้รับเลือกเป็นคณบดีบัณฑิตวิทยา ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จนเกษียณหลังจากทำงานสอนหนังสือมา 38 ปี และก็ได้ศิษย์มากมายที่ยังไปมาหาสู่กัน ด้วยความมีน้ำใจ มุทิตาจิต หลานคนอยู่สุดเหนือสุดใต้ ก็ยังอุตส่าห์โทร.ถามทุกข์สุขเสมอรวมทั้งศิษย์ที่มหาวิทยาลัยบูรพา รุ่น 1 และรุ่น 2 ที่ได้สอนอยู่ 2 ปี ก่อนจะได้รับทุนฟุลไบรท์ไปเรียนเมืองนอก ก็มาร่วมก่อตั้งทุนมูลนิธิ “ศ.ดร.ธำรง บัวศรี” ช่วยหาทุนบริจาคให้ทุนนักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา หลานอีกคนเดินทางมาพบกันทุกปีในวัน “ธำรง บัวศรี”วันที่ 11 ตุลาคม ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจัดงานรำลึกพระคุณอาจารย์ ดร.ธำรง บัวศรี เป็นงานประจำปี และยังจัดสร้างรูปปั้นสัมฤทธิ์ อยู่ที่ห้องโถงอาคาร “ธำรง บัวศรี” มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อเป็นที่สักการะรำลึกถึงพระคุณท่านที่มีต่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในฐานะ “ผู้บุกเบิก” สำหรับงานด้านสังคมสงเคราะห์ เริ่มทำมาตั้งแต่สมัย ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ฯ และ ศ.กิตติคุณ คุณดวงเดือน พิศาลบุตร ได้ขอให้มาเป็นกรรมการสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ ทำงานติดต่อมาเป็นเวลาหลายปี ก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมฯ จากนั้นก็เริ่มเข้ามาช่วยงานของสภาสตรีแห่งชาติฯ ได้เป็นรองประธานสภาสตรีฯ ด้านวิเทศสัมพันธ์ เมื่อ พล.ต.(ญ) คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ มารับงานที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ก็ได้มาร่วมงานเป็นเลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และรองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ คนที่ 1 ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ แม้จะอยู่ในวัย 84 ปี ก็ยังกระตือรือร้นที่จะทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมต่อไป

กูรูวิ่งแนะเคล็ดลับ ‘วิ่งอย่างไรให้เบิร์นไขมัน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309509

กูรูวิ่งแนะเคล็ดลับ ‘วิ่งอย่างไรให้เบิร์นไขมัน’

กูรูวิ่งแนะเคล็ดลับ ‘วิ่งอย่างไรให้เบิร์นไขมัน’

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ครูดิน-อ.สถาวร จันทร์ผ่องศรี

ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่การวิ่งได้รับความนิยมมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะมีผู้คนทุกเพศทุกวัยหันมาวิ่งออกกำลังกายมากเป็นประวัติการณ์ ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ระบุว่าปัจจุบันมีคนมาวิ่งออกกำลังกายกันกว่า 12 ล้านคน มีการจัดงานวิ่งปีละกว่า 700 งาน และยังมีนักวิ่งหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกปีละกว่า 1.7 แสนคนซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่คนไทยหันมาออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น

โรงพยาบาลนครธน นับเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้สนับสนุนให้คนไทยหันมาวิ่งออกกำลังกาย โดยสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอน ซึ่งงานนี้ถือว่าเป็นงานวิ่งที่มีคุณภาพ นักวิ่งจำนวนมากยกให้เป็นงานวิ่งที่ดีและได้มาตรฐานอีกงานหนึ่งของไทย โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา

นายแพทย์วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้บริหารโรงพยาบาลนครธน ได้กล่าวถึงเหตุผลของการจัดกิจกรรมนี้ว่า แม้โรงพยาบาลนครธน จะให้บริการรักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วย แต่เป้าหมายของเรามุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพมากกว่า เพราะอยากเห็นคนไทยทุกคนมีสุขภาพดี เราจึงยืนหยัดจัดงานเดิน-วิ่งมหากุศล นครธน มินิมาราธอน มาเป็นปีที่ 10 เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายมากขึ้น โดยนำเงินรายได้จากการจัดงานไปมอบให้กับมูลนิธิการกุศลต่างๆ โดยเรายังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าจัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป

ด้าน ครูดิน หรือ อาจารย์สถาวร จันทร์ผ่องศรี อดีตนักวิ่งทีมชาติ และยังเป็นกูรูทางด้านการวิ่ง มาให้ความรู้เกี่ยวกับการวิ่งที่ถูกต้อง พร้อมกับตอบคำถามยอดฮิตของนักวิ่งที่มีน้ำหนักเกินพิกัดว่า วิ่งอย่างไรให้เบิร์นไขมัน ซึ่งครูดินได้แนะนำว่า ก่อนอื่นอยากให้คนที่ต้องการลดน้ำหนักระบุเป้าหมายให้ชัดเจนว่าต้องการลดเพื่ออะไร เช่น เพื่อให้หุ่นดี ให้คนเห็นแล้วชื่นชม หรือต้องการการยอมรับจากสังคม ซึ่งเป้าหมายนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้เราในการวิ่งให้ประสบความสำเร็จ และต่อสู้อย่างไม่ท้อถอย เพราะระหว่างทางเราจะต้องต่อสู้กับใจตัวเอง อาจเกิดความท้อ รู้สึกว่าทำไมยังทำไม่ได้ตามที่หวัง บางครั้งอาจเกิดภาวะโยโย่ น้ำหนักอาจกลับคืนมา หรืออาจเพิ่มมากกว่าเดิม ซึ่งลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติ ให้เดินหน้าอย่าท้อ

นอกจากนี้ ครูดินยังบอกว่า อยากให้ทุกคนหาความรู้และมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการวิ่ง บางคนใส่เสื้อหนาๆ วิ่ง เพื่อรีดน้ำ รีดไขมัน ซึ่งมันลดได้ก็จริง แต่มันเป็นเหงื่อ หรืออาจจะลดไขมัน แต่การลดไขมันนั้นกลับทำให้ร่างกายเกิดความร้อนและการใช้พลังงานเผาผลาญไขมันนั้นจะสูญเปล่า เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการใส่เสื้อหนาๆ วิ่ง คือ น้ำในเลือดลด เลือดข้น เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง จนทำให้ภารกิจการวิ่งไม่สำเร็จ เนื่องจากการวิ่งเพื่อให้เกิดการเผาผลาญไขมันจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร และใช้ความต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เทคนิคในการวิ่งเพื่อลดไขมัน คือการวิ่งช้า โดยใช้หลักการว่าวิ่งให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศา ซึ่งจะทำให้เอนไซม์ไลเปสในตับอ่อนที่ช่วยสลายไขมันทำงานได้ดี หรือวัดจากความหนักของการวิ่งก็ได้ ร่างกายของเราจะเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุดเมื่อวิ่งในระดับความหนักเพียง 60-70% ของอัตราการเต้นของชีพจรสูงสุด ซึ่งอัตราการเต้นของชีพจรสูงสุดคำนวณโดยใช้ 220 – อายุ ส่วนวิธีเช็คว่าเราวิ่งที่ความหนัก 60-70% หรือยัง สามารถดูได้จากนาฬิกาที่บอกอัตราการเต้นของชีพจร แต่ถ้าจะให้ดีควรฝึกจับความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ เหนื่อยหอบเบาๆ เหนื่อยหอบปานกลาง เหนื่อยหอบหนัก และเหนื่อยหอบแบบทนไม่ไหว การวิ่งที่ความหนัก 60-70% จะรู้สึกเหนื่อยหอบเบาๆ เวลาพูดยังสามารถพูดคุยได้ตามปกติ สำหรับเวลาที่เหมาะสมในการวิ่งคือ 20 นาที เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายดึงไขมันมาใช้มากกว่าดึงน้ำตาล ถ้าวิ่งเกิน 20 นาที ร่างกายจะดึงน้ำตาลมาใช้มากกว่า แต่สำหรับบางคนที่วิ่งสม่ำเสมอจะทำให้อัตราการใช้ไขมันต่อเนื่องยาวนานขึ้นได้ ส่วนความถี่ที่เหมาะสม คือ วิ่ง 3 วัน พัก1 วัน

อย่างไรก็ตาม ครูดินบอกว่า การวิ่งไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องการลดน้ำหนักเสียทีเดียว เพราะฉะนั้นควรวิ่งควบคู่กับการควบคุมอาหาร และถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรเล่นเวทเสริมเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงก็จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นด้วย ที่สำคัญอย่าหักโหม เพราะคนที่ล้มเหลวในการลดน้ำหนัก คือคนที่เร่งตัวเอง ส่วนคนที่จะประสบความสำเร็จคือ คนที่ไม่ท้อ และเดินหน้าทำอย่างสม่ำเสมอ

นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร

นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร

มอบรอยยิ้มผ่านของขวัญจากใจ ให้น้องชายแดนใต้ ‘มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์’ ปีที่ 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309536

มอบรอยยิ้มผ่านของขวัญจากใจ ให้น้องชายแดนใต้  ‘มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์’ ปีที่ 8

มอบรอยยิ้มผ่านของขวัญจากใจ ให้น้องชายแดนใต้ ‘มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์’ ปีที่ 8

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพราะความรักและห่วงใยส่งผ่านกันได้ด้วยใจถึงใจ กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกองทัพบก สานต่อโครงการ Million Gifts Million Smiles “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์” ของขวัญจากใจ เพื่อรอยยิ้ม ความหวัง และกำลังใจ ต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 8 โครงการระดมของขวัญชิ้นใหม่กว่าแสนชิ้นจากน้ำใจของคนไทย มอบแทนความรักและห่วงใยให้น้องๆ เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ เพื่อเป็นกำลังใจ แต่งแต้มรอยยิ้มให้ปีใหม่ และวันเด็กของน้องๆ ไม่เงียบเหงาอีกต่อไป โดยเปิดรับมอบของขวัญผ่านกล่องของขวัญขนาดยักษ์ ตั้งแต่วันนี้-30 ธ.ค.นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซนอีเดน ชั้น 1

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พลเอกวีรชัย อินทุโศภนผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน ในพิธี ร่วมด้วย พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด พร้อมด้วย ผู้บริหารในเครือกลุ่มเซ็นทรัล อาทิ ปิยวรรณ ลีละสมภพ, องอาจ สุขเลิศกมลร่วมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ ปณิตา ศรไทยเทวา, นาขวัญ รายนานนท์, อารีย์ นาคชัยยะ, ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ, อนุพงศ์ คุตติกุล,นอกจากนี้ยังมีศิลปินดาราเกรท-สพล อัศวมั่นคง, พอร์ช-ศิฑา กาญจนอลงกรณ์ และ ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน ร่วมกันเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศของงานจัดขึ้นในธีม GIFT OF LOVE (กิฟท์ ออฟ เลิฟ) “ของขวัญแห่งความรัก” แบ่งกิจกรรมออกเป็นจุดต่างๆ ได้แก่ กิจกรรม Smile Photo Gift Card ชวนทุกท่านร่วมถ่ายภาพแห่งรอยยิ้ม และเขียนการ์ดส่งความสุขให้กับน้องๆ ชายแดนใต้, การจำหน่ายเสื้อยืดการกุศล CHANCES รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ออกแบบลวดลายโดย ปิ๊น-อนุพงศ์ คุตติกุล ขวัญใจวัยรุ่นสุดแนว และเจ้าของร้าน Carnival ชื่อดังแห่งสยามสแควร์  โดยความหมายของ “CHANCES” หมายถึงการมอบ “โอกาส” ไม่ว่าจะเป็นโอกาสด้านการศึกษา ด้านการเรียนรู้ ด้านความเท่าเทียมกัน รวมถึงโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีในอนาคต สำหรับโครงการ Million Gifts Million Smiles “โอกาส” ในที่นี้เป็นการส่งมอบความห่วงใยผ่านกล่องของขวัญเนื่องในวันขึ้นปีใหม่และวันเด็ก, โอกาสในการสร้างรอยยิ้มให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างง่ายๆ และโอกาสในการทำความดีที่ยิ่งใหญ่ คือ การสร้างความสุขทางใจที่ประเมินค่าไม่ได้โดยจำหน่ายในราคาเพียงตัวละ 500 บาท เพื่อสมทบทุนเข้ามูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรับมอบของขวัญเพื่อบรรจุลงในกล่องของขวัญแห่งความสุขขนาดยักษ์ (Giant Happiness Box) และการเปิดกล่องของขวัญ “Big Gift Big Smiles ของขวัญจากใจ เพื่อรอยยิ้ม ความหวัง และกำลังใจ”

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญ และจัดร่วมกับกองทัพบกต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 8 เพราะเราทราบดีว่าในขณะที่ทุกคนกำลังมีช่วงเวลาดีๆ กับเทศกาลแห่งความสุข ยังมีเด็กๆ อีกหลายคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ยังต้องเผชิญกับการสูญเสีย และอาศัยอยู่ท่ามกลางสภาวะที่หวาดกลัว ดังนั้นเราจึงได้เชิญชวนประชาชน ภาครัฐ ภาคีเอกชน และพันธมิตรคู่ค้า ต่อยอดเทศกาลแห่งความสุขเป็นเทศกาลแห่งการให้ ด้วยการร่วมมอบของขวัญชิ้นใหม่ ที่ไม่เคยผ่านการใช้มาก่อน อาทิ จักรยาน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์เครื่องเขียน ฯลฯ มอบแทนความรักและห่วงใย ให้แก่น้องๆ อายุระหว่าง 3-15 ปี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมถึง 4 อำเภอในเขตจังหวัดสงขลา คือ อำเภอจะนะ, อำเภอนาทวี, อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย โดยของขวัญที่ได้รับจากทุกคน จะถูกนำไปคัดแยกและลำเลียงโดยกองทัพบก ก่อนส่งถึงมือน้องๆ เนื่องในเทศกาลปีใหม่และวันเด็ก เพื่อคืนรอยยิ้มที่สดใสให้เด็กๆ อีกครั้ง

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการจัดงานมิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์ 7 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลสามารถรวบรวมของขวัญจากคนไทยทุกคน ส่งมอบให้แก่น้องๆ ชายแดนใต้ ไปแล้วมากกว่า 1,200,000 ชิ้น สร้างความสุขให้เด็กๆ มาแล้วไม่ต่ำกว่า 520,000 คน โดยในปีนี้ คาดหวังว่าจะสามารถระดมของขวัญได้จำนวนกว่า 200,000 ชิ้น โดยกลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่า ของขวัญทุกชิ้นที่มาจากหัวใจคนไทยทุกคน จะสามารถเปลี่ยนชีวิตให้กับเด็กๆ ชายแดนใต้ และจุดประกายความหวังให้น้องๆ เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตอย่างแน่นอน”

ด้าน พลเอกวีรชัย อินทุโศภน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า “กองทัพบก มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการนำของขวัญจากใจจากทุกภาคส่วน ไปมอบให้ถึงมือเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ และส่งความสุขให้แก่เยาวชนทุกคน ทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติ ปี 2561 ที่ใกล้จะถึงนี้ รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนส่งเสริม “การเป็นผู้ให้” เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ตลอดจนเป็นคนดีของสังคม และพร้อมที่จะกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศของเราต่อไป”

ผู้สนใจร่วมมอบของขวัญ สามารถนำของขวัญมาหย่อนในกล่องของขวัญยักษ์ได้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซนอีเดน (บริเวณร้าน Ted Baker และ Top Shop) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธ.ค. 2560 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ CENTRALGroup.com หรือเฟซบุ๊ค CENTRALGroupThailand

ปณิตา ศรไทยเทวา, ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ และ นาขวัญ รายนานนท์ โชว์เสื้อ Chance

ปณิตา ศรไทยเทวา, ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ และ นาขวัญ รายนานนท์ โชว์เสื้อ Chance
อารีย์ นาคชัยยะ

อารีย์ นาคชัยยะ

ศูนย์ว่ายน้ำทารกและเด็กเล็ก มาตรฐาน ISO

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309433

ศูนย์ว่ายน้ำทารกและเด็กเล็ก มาตรฐาน ISO

ศูนย์ว่ายน้ำทารกและเด็กเล็ก มาตรฐาน ISO

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.
 ประวาลทอง ทองใหญ่ ณ อยุธยา (ตำแหน่งกลางซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายรับรองระบบมาตรฐาน บริษัท บูโร เวอริทัสเซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแสดงความยินดีและมอบใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 ด้านการออกแบบพัฒนาหลักสูตรและบริหารจัดการคุณภาพศูนย์การเรียนการสอนว่ายน้ำเด็กให้กับ “ศูนย์ว่ายน้ำทารกและเด็กเล็ก เบบี้ สวิมมิ่ง (BABY SWIMMING)” โดยสองผู้บริหาร ดร.พลภัทร (ตำแหน่งกลางขวา) และนางณัฏฐ์วิภา นิติธรรมยง (ตำแหน่งขวาคนที่ 1) เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์ว่ายน้ำทารกและเด็กเล็กเบบี้ สวิมมิ่ง สาขาสาทร-พระราม3

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ อ.วิรัช อยู่ถาวร : 17 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309538

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ อ.วิรัช อยู่ถาวร : 17 ธันวาคม 2560

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ อ.วิรัช อยู่ถาวร : 17 ธันวาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 17.04 น.