คุณแหน : 19 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309533

คุณแหน : 19 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 19 ธันวาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.45 น.

ll ดังคำกล่าวที่ว่า “บารมีนั้นต้องสร้าง” จึงเป็นเรื่องที่ต้องสะสมกันนานปี เช่นกรณีของคหบดีนักค้าวัตถุโบราณ ธารา แซ่เบ๊ หลายสิบปีก่อนเติบโตจากพ่อค้าแอนติกเล็กๆ ในย่าน “เวิ้งนครเกษม” จนกลายมาเป็นนักค้าวัตถุโบราณหมายเลข 1 ของประเทศ ชื่อเสียงระบือไกลไปทั่วทวีปเอเชีย เห็นได้ชัดจากการฉลองจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสให้บุตรชาย ทองดี กับเจ้าสาว ณัฐธีร์ นนทิวัฒนกุลที่รร.เดอะสุโกศล มี มาดามกมลา สุโกศล ให้เกียรติเป็นประธาน ส่วนแขกจำนวนนับพันที่มาร่วมงานนั้นบอกได้เลยว่านี่แหละคือบารมี เพราะเต็มไปด้วยวีไอพีจากทุกวงการที่ยินดี อาทิ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์, สุมิรา กิจกุศล, ช่วงระวี กรรณสูต, ชาญ ฉั่วสมบูรณ์ และ นพ.ประชา เธียรประสิทธิ์ และภรรยา…

ll ขนส่งมวลชนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการดำรงชีพของผู้คนนับล้านในกทม. ดังนั้นการที่ ขสมก.ดำเนินการโครงการจัดซื้อและจ้างซ่อมรถเมล์ปรับอากาศ NGV จำนวน 489 คันครั้งใหม่ โดยมีราคากลางจำนวนประมาณ 4 พันล้านบาท และเป้าหมายการจัดหาให้แล้วเสร็จภายในเดือนพ.ค. 2561 ผลปรากฏว่าเมื่อครบกำหนดเส้นตายมีเพียงกลุ่มกิจการร่วมค้า SCN-CHO รายเดียวที่ยื่นข้อเสนอ ปะหน้าท่านอดีตประธานกรรมาธิการคมนาคมของวุฒิสภา ดร.จารึก อนุพงษ์ เลยต้องขอคอมเม้นท์จากผู้รู้ ซึ่งท่านกรุณาให้ความเห็นว่า การที่แทบไม่มีผู้เข้าร่วมประมูลคงไม่ใช่ว่าไม่มีผู้สนใจ แต่อาจจะเกิดจากการวางราคากลางจากราคาที่เจ้าเดิมทำไว้ครั้งที่แล้ว ซึ่งเป็นราคาผิดธรรมชาติ ไม่คำนึงถึงมูลค่าเศรษฐกิจปัจจุบัน หรือแม้แต่ “ดัชนีผู้บริโภค” นับว่าน่าจะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง…

ll ทุกปีช่วงกลางเดือนธ.ค. จักรชัย-ขจรศิริ บาลี จะต้องขับรถขึ้นเมืองเหนือ เพื่อตระเวนตีกอล์ฟไล่ดะไปเกือบทุกสนามตามจังหวัดต่างๆ ที่ผ่าน โดยมีจุดหมายปลายทางที่เชียงใหม่…สุขใจไร้กังวลจริงจัง…

ll เพราะเป็นโรคติดหลาน จุไรรัตน์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ จึงไปฉลองปีใหม่ที่หัวหินกับครอบครัวบุตรสาว ดร.นิรัญชา-ดร.ปติ-น้องพอ พุทธวิบูลย์ อบอุ่นแบบสามเจเนอเรชั่น…

ll หลายฝ่ายจัดกิจกรรมเพื่อช่วยสมทบ “โครงการก้าวคนละก้าว”เพื่อ 11 โรงพยาบาลของ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย…และเพื่อการนี้ ท่านกงสุลใหญ่แอลเอ ธานี แสงรัตน์ และ ชลทิพย์ ภริยา จัดกิจกรรมวิ่ง 5 กิโลเพื่อหาเงินสมทบให้ งานจัดที่ Griffin Park L.A. …

ll ดร.วณี สัมพันธารักษ์ ชวนเพื่อนเตรียมอุดม รุ่น 24 ฉลองคริสต์มาส ที่สโมสรราชพฤกษ์ เที่ยงวันที่ 23 ธ.ค. …

ll ถึงคราวแม่หมอ(ดู)ต้องเข้าโรงหมอ(จริง)ซ่อมสุขภาพ ฟองสนาน จามรจันทร์ เข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนนี้ใครสนใจให้แม่หมอดูดวง ต้องรอไปก่อนสักพักใหญ่ๆ…ll ญาติสนิทมิตรรักต่างช่วยกันภาวนาและส่งแรงใจให้ จุมพล ศิริสวัสดิ์ ที่แอดมิทอยู่โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้หายเป็นปกติ…

ll ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ของขวัญที่จะมอบให้กันต้องยึดหลักมีประโยชน์ ว่าแล้ว ธนิต วิจิตรพันธ์ุ ก็มอบสร้อยคอทองคำสั่งทำพิเศษเป็นของขวัญแก่ พิมพา ดวงศรี น้องสาว ในสองโอกาสคือปีใหม่และวันเกิด…เก็บเอาไว้เถิดน้อง เผื่อทองจะขึ้นเป็นบาทละสี่หมื่นในวันข้างหน้า…

ll งานฉลองปีใหม่ของสมาคมภริยาอัยการจัดก่อนวันจริงไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความครึกครื้น มีการประกวดขวัญใจในงานด้วย ปรากฏว่า “มง” มาลงที่ มนทิพย์ รุจิกัณหะ ซึ่งเจ้าตัวปลาบปลื้มมาก เพราะฝันเป็นจริงเมื่อตอนอายุเฉียด 70 !!…ll

บารอนเนส

อากาศเริ่มเย็น! แพทย์แนะวิธีดูแลผิวแห้งคัน’ป้องกันการติดเชื้อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309474

อากาศเริ่มเย็น! แพทย์แนะวิธีดูแลผิวแห้งคัน'ป้องกันการติดเชื้อ'

อากาศเริ่มเย็น! แพทย์แนะวิธีดูแลผิวแห้งคัน’ป้องกันการติดเชื้อ’

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 14.24 น.

เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของอากาศเริ่มต่ำลง อากาศที่เย็นและแห้ง อาจทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำได้มากกว่าปกติ ส่งผลให้ผิวแห้ง ลอก หยาบกร้าน พบมากในผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แนะควรเลี่ยงการถูแกะเกา การใช้ผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองของผิวหนัง อาจทำให้ลุกลาม เรื้อรัง ติดเชื้อได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะผิวแห้งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น สภาพอากาศแห้ง การอาบน้ำร้อน ฟอกสบู่บ่อยเกินไป ภาวะขาดแคลนสารอาหาร  ผู้ป่วยโรคไตวายที่ต้องฟอกไต  ผู้ป่วยโรคมะเร็ง  ผู้ป่วยโรคเอดส์  ผู้ป่วยโรคผิวหนังเกล็ดปลา  ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ที่พบบ่อย คือผิวแห้งในสูงอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิดจากการผลิตไขมันที่ผิวหนังน้อยลง การเก็บกักน้ำและไขมัน ที่ผิวหนังไม่ปกติ ส่งผลให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองที่ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณหน้าแข้ง ต้นขา แขน และลำตัว อาการมักจะค่อยเป็นค่อยไป ถ้ามีการถูแกะเกา ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง อาจทำให้เกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ ซึ่งมีลักษณะเป็นผื่นสีแดง ไม่เรียบ มีสะเก็ด แห้ง แตก ลอก จนถึงมีน้ำเหลืองไหล ติดเชื้อลุกลามมากขึ้นได้ ถ้าไม่ป้องกัน และดูแลรักษาให้ถูกวิธี

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ  วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการป้องกันและรักษาคือ ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจนเกินไป ควรใช้สบู่ที่อ่อนโยน ไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย เพราะอาจทำให้มีการระคายเคือง หรือคันเพิ่มขึ้น ควรทาครีมบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ ถ้าผิวแห้งมากควรทาออย หรือน้ำมันร่วมด้วยและดื่มน้ำ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และทายากันแดด ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ที่สำคัญต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนัง หากมีอาการแสบ แดง คัน ลอก มากผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

50 สาววัยใส ‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309322

50 สาววัยใส ‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2017’

50 สาววัยใส ‘มิสทีน ไทยแลนด์ 2017’

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กองประกวด “มิสทีน ไทยแลนด์ 2017” โดย วิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด และประธานจัดการประกวดฯ เดินหน้าเฟ้นหาวัยทีนรุ่นใหม่เพียบพร้อมด้วยความสวย บุคลิกภาพดี และมีความสามารถรอบด้าน หลังเปิดเวทีแห่งความฝันกับรางวัลสู่ดวงดาว เป็นปีที่ 29 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Draeam Of Beauty”มีผู้สนใจสมัครประกวดทั่วประเทศมากมาย

บรรยากาศการคัดเลือกรอบ 50 คน “มิสทีน ไทยแลนด์ 2016” ปีที่ 16 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Draeam Of Beauty” ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างคึกคัก ตัวแทนสาววัยใสอายุระหว่าง 15-19 ปี จาก 5 ภาคทั่วประเทศ เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนพาเหรดแสดงความสามารถพิเศษแบบจัดหนักจัดเต็ม ท่ามกลางกองเชียร์ มาให้กำลังใจเนืองแน่น โดยมีดารานักแสดงที่แจ้งเกิดจากเวทีประกวดความงามวัยใสอันดับ 1ของเมืองไทย มะนาว-ศรศิลป์ มณีวรรณ์มิสทีน ไทยแลนด์ 2018, เซฟ-เซฟฟานี่ อาวะนิค มิสทีน ไทยแลนด์ 2009, ฮาน่าลีวิส มิสทีน ไทยแลนด์ 2010, น้ำหวาน-ชวนันท์ เลิศปัญญาพรชัย รองอันดับ 1มิสทีนไทยแลนด์ 2014, เกรซ-บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รองอันดับ 1 มิสทีน ไทยแลนด์
2015 ฯลฯ ร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกด้วย

ส่วนหนึ่งของสาววัยใสที่ผ่านเข้ารอบ 50 คน มีโปรไฟล์น่าสนใจหลายคนอาทิ  มินนี่-รัตน์ดาพร เชิง นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งทีมชาติ, อิงแลนด์-ลิดาจันทร์วราภา ดาราสาวดาวรุ่งที่มีผลงานภาพยนตร์เรื่อง 15+ไอคิวกระฉูด ของค่ายสหมงคลฟิล์ม และ Misterdaddy
พ่อคุณตัวดี กับจีเอ็มเอ็ม, เนตร-เนตรนรินทร์ ศิลปรักษ์ สาวใสวัย 18 ปี นักกิจกรรมตัวยง ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ปี 1 คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย เผยว่า “ รู้สึกดีใจกับความสำเร็จอีกขั้นของชีวิต และจะทำเต็มที่กับการประกวดครั้งนี้ เพื่อเก็บเกี่ยว
ประสบการณ์ดีๆ ที่กองประกวดจัดเตรียมไว้ให้”

ทั้งนี้ สาววัยใสที่ผ่านเข้ารอบ 50 คน จะร่วมทำกิจกรรมเก็บตัวที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 18-21 มกราคม 2561 การประกวดรอบสื่อมวลชน จะจัดขึ้นในวันที่ 23 มกราคม 2561 และ การประกวดรอบตัดสิน จะจัดขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2561 ชมเทปบันทึกภาพการประกวดทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 HDเวลา 23.10-01.10 น.

เริ่มแล้ว ‘ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์’ เสิร์ฟความอร่อยจากร้านดังทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309323

เริ่มแล้ว ‘ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์’ เสิร์ฟความอร่อยจากร้านดังทั่วประเทศ

เริ่มแล้ว ‘ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์’ เสิร์ฟความอร่อยจากร้านดังทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์ (Chang Sensory Trails) เติมเต็มทุกรสชาติความอร่อย เปิดพื้นที่แห่งความสุขใน 40 กว่าแห่งทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Full Course of Sense” เสิร์ฟความสุขทุกรสชาติ ชวนคุณมาชิลและชิมอาหารรสชาติเยี่ยมจากร้านดัง และเต็มอิ่มกับ Line upวงดนตรีที่ดีที่สุดจากศิลปินนักร้องชั้นแนวหน้าในบรรยากาศสุดรีแลกซ์ 2 สไตล์ พร้อมเตรียมเมนูสุดพิเศษให้ได้ลิ้มลอง ตลอดเดือนธันวาคมนี้

เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง “อาหาร” คือส่วนสำคัญที่จะมาช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้มีสีสันมากขึ้น ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์
(Chang Sensory Trails) เปิดให้ทุกคนได้มาเติมเต็มรสชาติความอร่อย 40 กว่าแห่งทั่วประเทศกับเมนูอาหารมากมายจากร้านดัง อาทิ กุ้งแช่น้ำปลาฟองเบียร์ ซี่โครงหมูย่างหมักเบียร์ต้มซุปเปอร์ซี่โครงอ่อน บาร์บีคิวกระทะร้อน กุ้งทูโทนแช่ฟองเบียร์ ขาหมูเยอรมันทอด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มความพิเศษให้กับโมเม้นต์ดีๆ ของทุกคนด้วยการร่วมกับ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เซเลบริตี้เซฟแห่ง Top ChefThailand และเจ้าของร้าน “เลอ ดู”(Le Du) ร้านอาหารไทยโมเดิร์นชื่อดัง ซึ่งติดอันดับ 37 ของ Asia’s 50 Best Restaurants 2017 และร้าน Baan ที่พึ่งได้รับการแนะนำใน Bib Gourmand จาก Michelin Guide Bangkok 2018 เมื่อเร็วๆ นี้ มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในชื่อ “รสชาติแห่งการเฉลิมฉลอง” (Taste of Celebration) ที่จะเสิร์ฟให้เฉพาะ 50 ท่านแรกที่ร่วมกิจกรรมแชร์ภาพเมนูนี้ จากเฟซบุ๊คแฟนเพจ Chang World ในทุกวันอังคารตลอดเดือนธันวาคมนี้ เฉพาะ ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์ ณ ลานพาร์คพารากอนเท่านั้น

เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร กล่าวถึงที่มาของเมนูสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับ “ช้าง เซนซอรี่ เทรลส์” (Chang Sensory Trails) ว่า “ความพิเศษของเมนู “รสชาติแห่งการเฉลิมฉลอง” (Taste of Celebration) คือ ผมเลือกนำอาหารที่คนไทยคุ้นเคยกันดีอย่าง “ข้าวคลุกกะปิ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์เมนูของร้าน “เลอ ดู” เป็นเมนูที่คัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติชั้นเยี่ยม เช่น ข้าวกล้องออร์แกนิคจากภาคเหนือ และกะปิจากระยองที่มีกลิ่นหอมและให้รสเค็มกำลังดี เพิ่มความพิเศษด้วยการนำเสนอในสไตล์อาหารอิตาเลียนที่เรียกว่า “อารันชินี่” (Arancini)ด้วยการปั้นข้าวเป็นก้อนกลมและนำลงไปทอดซึ่งช่วยให้ได้รสสัมผัสของข้าวคลุกกะปิที่แปลกใหม่ เพิ่มความกลมกล่อมด้วยการเสิร์ฟพร้อมซอสหัวกุ้งที่มีกลิ่นหอมบางๆ ของข่าและตะไคร้ทำให้ซอสมีรสชาติเฉพาะตัว และหากได้รับประทานคู่กับเครื่องดื่มที่เข้ากันทุกคนก็จะได้สัมผัสกับรสชาติและความแปลกใหม่ของเมนูพิเศษนี้อย่างแน่นอนครับ”

เมนู “รสชาติแห่งการเฉลิมฉลอง”

เมนู “รสชาติแห่งการเฉลิมฉลอง”

เมนูอาหารจากร้านดัง พร้อมเสิร์ฟความสุขในงาน

เมนูอาหารจากร้านดัง พร้อมเสิร์ฟความสุขในงาน

เมนูอาหารจากร้านดัง พร้อมเสิร์ฟความสุขในงาน

เมนูอาหารจากร้านดัง พร้อมเสิร์ฟความสุขในงาน

 

บางกอกแดนซ์จัดงานแสดงการกุศล อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาร้อยเรียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309324

บางกอกแดนซ์จัดงานแสดงการกุศล อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาร้อยเรียง

บางกอกแดนซ์จัดงานแสดงการกุศล อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาร้อยเรียง

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สถาบันบางกอกแดนซ์จัดการแสดงการกุศลครั้งที่ 10 ในชื่อชุด“The ๙ Harmonies” อัญเชิญบทเพลง พระราชนิพนธ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวความรักในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

นางวัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการ สถาบันบางกอกแดนซ์ เผยว่า สถาบันบางกอกแดนซ์ จัดการแสดงการกุศล ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในการแสดงชุด “The ๙ Harmonies นำแสดงโดย สปาย-ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ และ นีนา-กุลนัดดา ปัจฉิมสวัสดิ์ พร้อมด้วยทีมนักแสดงกว่า 270 คน โดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กว่า 20 บทเพลง มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวแห่งความรักความผูกพันของคนในครอบครัว จากรุ่นสู่รุ่น ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.รอยล จิตรดอน เลขามูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.รอยบุญ รัศมีเทศกรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

“บางกอกแดนซ์ ได้มีการจัดงานการกุศลทุกปี เพราะต้องการปลูกฝังให้เด็กมีจิตอาสา โดยใช้ศิลปะการเต้นเข้ามาช่วยเหลือสังคมนำรายได้ไปให้องค์กรการกุศล ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสและพัฒนาให้กับนักเรียน ทำให้มีประสบการณ์บนเวทีมากขึ้น เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว โดยเฉพาะเรื่องของการแบ่งปัน เรื่องการเสียสละ เราถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะฝึกให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม สร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคม ไม่ใช่มองแค่ตัวเอง”

สำหรับการแสดงครั้งนี้ รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งดูแลในเรื่องน้ำ เพราะเห็นว่าน้ำมีความสำคัญอย่างมาก โดยการแสดงครั้งที่ 9 ในปีที่ผ่านมา ได้นำเงินรายได้ไปมอบให้โครงการสร้างฝาย และในปีนี้มีแผนจะขอนำนักเรียน
ของสถาบันไปช่วยสร้างฝายด้วย เพื่อให้รับรู้และสัมผัสกับประสบการณ์จริง

การแสดงชุด “The ๙ Harmonies”ของสถาบันบางกอกแดนซ์ นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับการแสดงของนักเรียนผู้มีใจรักด้านศิลปะการเต้นแล้ว ยังเป็นการร่วมกันทำการกุศลเพื่อนำรายได้ไปทำประโยชน์ให้กับสังคมผ่านมูลนิธิอุทกพัฒน์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ โดยโครงการนี้ได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทั้งจากอุทกภัย ภัยน้ำแล้ง ภัยน้ำล้น และภัยน้ำเสีย ด้วยแนวพระราชดำริการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน ทั้งช่วยเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงห่วงใยมาโดยตลอด

หมอหัวใจแนะ ‘ปาร์ตี้ปีใหม่แบบไหนไม่ทำร้ายหัวใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309318

หมอหัวใจแนะ ‘ปาร์ตี้ปีใหม่แบบไหนไม่ทำร้ายหัวใจ’

หมอหัวใจแนะ ‘ปาร์ตี้ปีใหม่แบบไหนไม่ทำร้ายหัวใจ’

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อถึงช่วงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะปีใหม่ที่เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง การปาร์ตี้สังสรรค์ คือกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ แต่การปาร์ตี้แบบที่ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ควรต้องใส่ใจและเลือกให้พอดีทั้งอาหารการกินและเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพหัวใจแข็งแรงในทุกเทศกาล

นายแพทย์ชาติทนง ยอดวุฒิ อายุรแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า การปาร์ตี้ ถ้าเป็นไปแบบพอดีเดินตามทางสายกลางย่อมดีต่อสุขภาพหัวใจ เพราะฉะนั้นการเลือกทำเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ไม่เกิดผลเสียกับร่างกาย หนึ่งในสูตรอาหารที่อยากแนะนำให้รับประทาน คืออาหารแบบ Mediterranean Diet เพราะได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ กินให้ดีแบบ Mediterranean Diet ไม่ว่าจะเป็นคนทำหรือคนทานในงานปาร์ตี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการเลือกชนิดอาหาร กำหนดปริมาณการดื่ม และออกกำลังกาย

การปฏิบัติตามพีระมิดของ Mediterranean Diet วิธีรับประทานอาหารตามสัดส่วนแบบเมดิเตอร์เรเนียนคืออีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าช่วยให้ลดโอกาสเกิดโรคหัวใจและทำให้สุขภาพดีมีอายุยืนยาว วิธีการรับประทานอาหารแบบ Mediterranean Diet ในแต่ละวันสามารถทำได้ไม่ยากตามภาพพีระมิดด้านบน ยิ่งน้อยยิ่งดีไล่ระดับลงมาพีระมิดด้านล่างยิ่งมากยิ่งดี ดังนี้ เนื้อแดง เนย ข้าวขาว ขนมปังขัดสี เส้นพาสต้า มันฝรั่ง และของหวาน ทานให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น นม ผลิตภัณฑ์นม ชีส ทานได้ 1-2 ครั้งต่อวัน ปลา อกไก่ ไข่ไก่ ทานได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน พืชตระกูลถั่ว ทานได้ 1-3 ครั้งต่อวัน ผักทานได้ไม่จำกัด ผลไม้ ทานได้ 2-3 ครั้งต่อวัน โดยเฉพาะบีทรูท มีสารไนตริกออกไซด์ที่ช่วยในเรื่องการขยายตัวของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โฮลเกรน ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อยมากหรือไม่ผ่านเลย ทานได้เกือบทุกมื้อ น้ำมันจากพืช อาทิ มะกอก คาโนลา ถั่วเหลือง ข้าวโพด ทานตะวัน ถั่วลิสง หรือพืชอื่นๆ ทานได้เกือบทุกมื้อ นอกจากนี้ สามารถทานวิตามินรวมด้วยได้ในปริมาณที่เหมาะสม และต้องควบคุมปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สำคัญควรออกกำลังกายทุกๆ วันและควบคุมน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่เหมาะสม

ดื่มแบบไม่ทำร้ายสุขภาพ การดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อร่างกายอย่างที่ทราบกัน สำหรับคนที่ไม่เคยดื่มไม่แนะนำให้ดื่มเลยจะดีที่สุด แต่สำหรับคนที่ดื่มอยู่แล้วนั้น การดื่มที่ไม่ทำร้ายสุขภาพมากจนเกินไป คือ การดื่มมาตรฐาน(Standard Drink) ซึ่งในกรณีนี้คือ การดื่มแบบพอประมาณ(Moderate Drinking) ได้แก่ ใน 1 สัปดาห์ จะต้องมี 2 วันที่งดดื่มแอลกอฮอล์, ใน 1 สัปดาห์ไม่ควรดื่มเกิน 7-21 ดื่มมาตรฐาน(เฉลี่ยต่อวันไม่ควรเกิน 3 ดื่มมาตรฐาน)

และปริมาณในแต่ละดื่มมาตรฐาน คือ ไวน์ 1 ดื่มมาตรฐาน = 140 ซีซี เบียร์ 1 ดื่มมาตรฐาน = 330 ซีซี
(ประมาณ 1 กระป๋อง) สุราที่ได้จากการกลั่น (Spirit 40 ดีกรี) 1 ดื่มมาตรฐาน = 40 ซีซี (ประมาณ 1 ช็อต)

สำหรับประเด็นเรื่องการดื่มนั้น นายแพทย์ชาติทนง กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อเสียของการดื่มแอลกอฮอล์นั้นคือ เมื่อดื่มแล้วจะขาดการควบคุมตนเอง ทำให้ดื่มในปริมาณมากและมากเกินกว่าที่แนะนำ ซึ่งยังไม่มีการศึกษาใดๆ ที่ระบุว่า เมื่อแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกายแล้วจะนำออกมาโดยปราศจากผลเสีย เพราะฉะนั้นการดีทอกซ์ไม่มีผลแต่อย่างใด สิ่งที่ดีที่สุดคือการควบคุมแต่แรก และไม่ควรที่จะคิดงดดื่มแล้วมาดื่มครั้งหนึ่งในวันเดียวปริมาณมากๆ เพราะการดื่มแบบพอประมาณที่ไม่ทำร้ายสุขภาพมากนัก จะต้องดื่มแบบควบคุมปริมาณในแต่ละวัน
และสำหรับคนที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควรดื่มอย่างเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์มีแต่ผลเสียต่อสุขภาพไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ส่งผลต่อหัวใจ สมอง และอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย”

ไวน์ดีกับหัวใจจริงหรือ ในประเด็นของการดื่มไวน์แล้วดีต่อหัวใจนั้น มีการวิจัยพบว่าในไวน์มีส่วนประกอบของสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ลดการเสื่อมของหลอดเลือด ป้องกันการอักเสบของหลอดเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้ แต่ในไวน์แต่ละชนิดมีฟลาโวนอยด์ปริมาณไม่เท่ากัน ที่สำคัญร่างกายสามารถได้รับฟลาโวนอยด์จากผักและผลไม้ต่างๆ เช่น แอปเปิล ฝรั่ง เป็นต้น จึงไม่จำเป็นจะต้องทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แต่อย่างใด เพราะหากไม่สามารถควบคุมการดื่มแบบพอประมาณได้ ย่อมทำให้เกิดผลเสียกับร่างกายมากกว่าผลดี

เลือกกิจกรรมดูแลหัวใจ การเลือกกิจกรรมเพื่อดูแลหัวใจให้แข็งแรงนั้นไม่มีรูปแบบตายตัว แต่สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักไว้คือ กิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและสุขภาพ กิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย กิจกรรมท่ามกลางบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมกับตนเอง จะเทศกาลไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการรู้จักดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงในทุกๆ วัน เพราะโรคหัวใจไม่ได้เกิดเมื่อวาน แต่เกิดจากการสะสมความเสื่อมสภาพและพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง อายุที่เพิ่มขึ้นความเสี่ยงสะสมก็เพิ่มขึ้น ยิ่งดูแลตัวเองช้า ผลที่ได้ย่อมไม่เท่ากับคนที่ดูแลตัวเองมาตั้งแต่เนิ่นๆ

ดังนั้น ควรรู้ว่าอะไรคือทางสายกลาง กินดื่มอะไรแบบไหนให้พอดี และควรหมั่นสังเกตตัวเอง หากมีอะไรผิดปกติ ลองกลับมาถามตัวเองแล้วเช็กสุขภาพกันสักนิด โดยเฉพาะถ้ามีอาการที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจเพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โทร.02-3103000 หรือ โทร.1719

ตั้งเป้ายุติเอดส์ 13 ปี ไทยพิชิตเอดส์เป็นศูนย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309315

ตั้งเป้ายุติเอดส์ 13 ปี ไทยพิชิตเอดส์เป็นศูนย์

ตั้งเป้ายุติเอดส์ 13 ปี ไทยพิชิตเอดส์เป็นศูนย์

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัจจุบันแม้ว่าการระบาดของเอชไอวีในประเทศไทย ได้ผ่านช่วงการระบาดสูงสุด โดยการติดเชื้อรายใหม่โดยรวมลดลง แต่การติดเชื้อยังคงสูงอยู่ โดยคาดการณ์ว่าในช่วงปี 2558 มีจำนวน 6,900 คน โดยการติดเชื้อเอชไอวีเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันถึง 90% ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมดแยกเป็น 45% เป็นการรับและถ่ายทอดเชื้อฯ จากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย 30% เกิดจากคู่สามีภรรยาหรือคู่ประจำที่ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายติดเชื้อ 11% เกิดจากเพศสัมพันธ์ระหว่างพนักงานบริการและลูกค้า 10% เกิดจากผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด และ 4% เกิดจากเพศสัมพันธ์กับคู่ฉาบฉวยไม่ประจำ

พร้อมบุญ พานิชภักดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิรักษ์ไทย สมาชิกองค์การแคร์นานาชาติ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันรักษ์ไทยได้ทำงานด้านการป้องกันเอชไอวี/เอดส์ ร่วมกับ ภาครัฐ และองค์กรภาคีภาคประชาสังคมกว่า 30 องค์กร โดยได้ยกระดับความร่วมมือเพื่อให้เกิดการเร่งรัดและยั่งยืนในการเข้าถึงการตรวจ วินิจฉัยและรักษา โดยมีเป้าหมายหลัก ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เพื่อยุติเอดส์ให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2573 ด้วยการลดการติดเชื้อ
เอชไอวีรายใหม่ให้ต่ำกว่า 1,000 ราย (จากข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อปี พ.ศ. 2559 พบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 6,176 คน) ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวีเหลือปีละไม่เกิน 4,000 ราย และลดการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศสภาวะลงร้อยละ 90 โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 36 จังหวัด ในการดำเนินงาน ปี 2561-2563 ใน 5 กลุ่มประชากรหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการแพร่ระบาดเชื้อสูงมากกว่ากลุ่มคนทั่วไป ได้แก่ กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) กลุ่มสาวประเภทสอง (TG) 7 จังหวัด กลุ่มผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด (PWID) 19 จังหวัด กลุ่มประชากรข้ามชาติ (Migrant) 13 จังหวัด และกลุ่มผู้ต้องขัง (Prisoner) 36 จังหวัด

และที่สำคัญยังต้องเชื่อมโยงบริการสุขภาพต่อเนื่อง 5 องค์ประกอบหลักคือ การเข้าถึง-การเข้าสู่บริการ-การตรวจหา-การรักษา-การคงอยู่ในระบบ (Reach-Recruit-Test-Treat-Retain) ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนโลก (Global Fund) ตั้งแต่ปี 2546 แต่ปัจจุบันแต่การสนับสนุนจากกองทุนโลกกำลังจะหมดลง ภาครัฐก็ไม่มีเงินสนับสนุน ส่งผลกระทบในการยุติเอดส์อีก 13 ปีข้างหน้า เพราะหากประเทศไทยจะลงทุนเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อฯ รายใหม่ลงจากเดิมเกินกว่าร้อยละ 50 ต้องใช้งบประมาณเพิ่มถึง 3,325 ล้านบาท ในระยะเวลา 10 ปี และหากทำได้จริง จะสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ได้ประมาณ 20,000 คน ลดการสูญเสียชีวิตลง 22,000 คน ประเทศประหยัดงบประมาณได้ถึง 10,955 ล้านบาท

ทั้งนี้ การรังเกียจและการตีตราในกลุ่มประชากรหลัก เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการเข้ารับการตรวจรักษา เพราะสังคมยังไม่เปิดรับ เช่น ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด พนักงานบริการ ชายรักชาย เพราะถูกตีตราว่ามีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เขาเหล่านั้นปกปิดตนเอง ไม่กล้าเปิดเผยที่จะเข้าทำการรักษา ศูนย์บริการโดยชุมชน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เข้าสู่กระบวนการรักษาเร็ว และรับยาต้านเชื้อเป็นประจำตั้งแต่รับเชื้อในช่วงแรก ก็จะทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ โดยชุมชนจะตรวจและรู้เร็วในวันเดียว และที่สำคัญหากเร่งจำนวนการตรวจเพื่อทราบผลผู้รับเชื้อรายใหม่ และรักษาเร็ว ย่อมลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษา จะนำไปสู่การยุติเอดส์ในปี 2573 ตามยุทธศาสตร์เอดส์ชาติได้

ฉลอง 50 ปี น้องใหม่จุฬาฯ 2510

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309295

ฉลอง 50 ปี น้องใหม่จุฬาฯ 2510

ฉลอง 50 ปี น้องใหม่จุฬาฯ 2510

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา บรรดาน้องใหม่ที่เข้าจุฬาฯ เมื่อปี 2510 ได้จัดงานฉลองครบ 50 ปีน้องใหม่จุฬาฯ ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่ามกลางบรรยากาศของงานเต็มไปด้วยมิตรภาพที่ย้อนวันเวลาเมื่อยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว และดีใจที่ได้พบกันอีกเมื่อ 50 ปีต่อมา ที่สำคัญรุ่นนี้โชคดีมาก เพราะได้ฉลองจุฬาฯครบ 100 ปีอีกด้วย งานนี้มี ฯพณฯ องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ เป็นผู้กล่าวเปิดงานฉลอง พร้อมแสดงความยินดีต่อประธานชมรมน้องใหม่จุฬาฯ 2510 พงศ์โพยม วาศภูติ และกรรมการ อาทิ พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา,สมลักษณ์ เจียมธีระนาถ, วิชนี รัตนพันธ์ โดยมีตอนหนึ่ง ท่านกล่าวติดตลกว่า “ทุกวันนี้ผมยังฝันอยู่กับเรื่องจะไปทำสอบ แล้วไม่ได้อ่านหนังสือ แต่จริงๆ ไม่เคยมีปัญหาเพราะได้เพื่อนๆ ช่วยติวเสมอ”

บรรยากาศภายในงาน บนเวทีตกแต่งด้วยธีมกุหลาบจุฬาลงกรณ์ ความคิดสร้างสรรค์และสุนทรียภาพทั้งปวงในงานนี้ต้องยกเครดิตให้ทีมงานคณะสถาปัตย์ อาทิ ลัดดา เตชะวณิช,ชวลิต สุวัตถิกุล, ไพบูลย์ เพชรโรจน์, สุรพล สัจจวาณิชย์ ซึ่งบินจากสหรัฐอเมริกาเพื่อมาร่วมงานฉลองนี้โดยเฉพาะ พร้อมทำหน้าที่บันทึกภาพไว้อย่างมืออาชีพ ไฮไลท์ภายในงานมีการแสดงบนเวที คือ ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ ร้องเพลง CU Polka พร้อมนักเต้นที่สวยงามสดใสจากทุกคณะ นำโดย ภาวิไลบุราวาศ, อัจฉรา เสริบุตร ส่วน อารุณีพิศาลบุตร ประธานจัดงานฉลองที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม เป็นแม่งานใหญ่ หาทุนมาจัดงานนี้ด้วยการทำของที่ระลึกขาย ตั้งเป้าให้เพื่อน 1,000 คนมาร่วมงานโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายโอกาสนี้ มีการมอบเงินที่ชมรมฯ ได้ทำกิจกรรมมาตลอด 2 ปี กว่า 16 ล้านบาท ให้มหาวิทยาลัยโดย ศ.ดร. บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับมอบ และกว่า 6 ล้านบาท มอบให้สมาคมนิสิตเก่าฯ โดย สหรัฐ บุญโพธิภักดี นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับมอบ และขณะนี้ยังเชิญชวนเพื่อนๆ บริจาคเงินสมทบทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย ขณะนี้ได้ยอดเงินกว่า 1,400,000 บาทแล้ว

ฯพณฯ องคมนตรีพลากร สุวรรณรัฐกล่าวเปิดงานและแสดงความยินดีต่อประธานชมรมฯพงศ์โพยม วาศ
ภูติ พร้อมกรรมการ อาทิ พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา,สมลักษณ์เจียมธีระนาถ ,วิชนีรัตนพันธ์

ฯพณฯ องคมนตรีพลากร สุวรรณรัฐกล่าวเปิดงานและแสดงความยินดีต่อประธานชมรมฯพงศ์โพยม วาศ ภูติ พร้อมกรรมการ อาทิ พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา,สมลักษณ์เจียมธีระนาถ ,วิชนีรัตนพันธ์
บรรดาน้องใหม่ที่เข้าจุฬาฯเมื่อปี2510  ร่วมงานฉลองครบ50ปีน้องใหม่จุฬาฯด้วยบรรยากาศของงานเต็มไปด้วยมิตรภาพที่อบอุ่น

บรรดาน้องใหม่ที่เข้าจุฬาฯเมื่อปี2510 ร่วมงานฉลองครบ50ปีน้องใหม่จุฬาฯด้วยบรรยากาศของงานเต็มไปด้วยมิตรภาพที่อบอุ่น
คณะนิเทศศาสตร์ คุณหญิงสุพัตรามาศดิตถ์,  พินสวัสดิ์สุวรรณประกร ,ประภัทร์ศรลัมภ์

คณะนิเทศศาสตร์ คุณหญิงสุพัตรามาศดิตถ์, พินสวัสดิ์สุวรรณประกร ,ประภัทร์ศรลัมภ์
มีการมอบเงินที่ชมรมฯได้ทำกิจกรรมมาตลอด 2 ปี กว่า 16 ล้านบาทให้มหาวิทยาลัย โดย ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์อธิการบดี รับมอบและกว่า 6 ล้านบาทมอบให้สมาคมนิสิตเก่าโดย สหรัฐบุญโพธิภักดีนายกสมาคมฯรับมอบ

มีการมอบเงินที่ชมรมฯได้ทำกิจกรรมมาตลอด 2 ปี กว่า 16 ล้านบาทให้มหาวิทยาลัย โดย ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์อธิการบดี รับมอบและกว่า 6 ล้านบาทมอบให้สมาคมนิสิตเก่าโดย สหรัฐบุญโพธิภักดีนายกสมาคมฯรับมอบ
คณะรัฐศาสตร์   อัครเดช บุนนาค ,วรรณฤดีสุกุมลจันทร์ ,นาถฤดีตัณฑวรรณ

คณะรัฐศาสตร์ อัครเดช บุนนาค ,วรรณฤดีสุกุมลจันทร์ ,นาถฤดีตัณฑวรรณ
คณะบัญชีอัจฉรา เตชะไพบูลย์ ,จิราพรเชมนะสิริ ,นฤมล สมิตินันทน์

คณะบัญชีอัจฉรา เตชะไพบูลย์ ,จิราพรเชมนะสิริ ,นฤมล สมิตินันทน์
คณะครุศาสตร์ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนีแท็คทีมเป็นฝ่ายอาหารที่แข็งขัน  โดยเฉพาะการจัดเลี้ยงผู้สูงอายุที่บ้านบางแคถึง 3 ครั้งนอกนั้นยังทำให้มดงานได้อิ่มอร่อยตลอด 2 ปีในทุกกิจกรรม

คณะครุศาสตร์ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนีแท็คทีมเป็นฝ่ายอาหารที่แข็งขัน โดยเฉพาะการจัดเลี้ยงผู้สูงอายุที่บ้านบางแคถึง 3 ครั้งนอกนั้นยังทำให้มดงานได้อิ่มอร่อยตลอด 2 ปีในทุกกิจกรรม
ประธานรุ่นคณะวิศวกรรมศาสตร์  สุสรรค์แก้วชัยรักษ์ และกิจจา จำนงค์อาษาประธานกิจกรรมระหว่างปีผู้รวมพลังสำคัญที่ทำให้กิจกรรมหลากหลายสำเร็จราบรื่น

ประธานรุ่นคณะวิศวกรรมศาสตร์ สุสรรค์แก้วชัยรักษ์ และกิจจา จำนงค์อาษาประธานกิจกรรมระหว่างปีผู้รวมพลังสำคัญที่ทำให้กิจกรรมหลากหลายสำเร็จราบรื่น
อารุณีพิศาลบุตร  ประธานจัดงานฉลองที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเป็นแม่งานใหญ่หาทุนมาจัดงานนี้ด้วยการทำของที่ระลึกขายตั้งเป้าให้เพื่อน  1,000 คนมาร่วมงานโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

อารุณีพิศาลบุตร ประธานจัดงานฉลองที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเป็นแม่งานใหญ่หาทุนมาจัดงานนี้ด้วยการทำของที่ระลึกขายตั้งเป้าให้เพื่อน 1,000 คนมาร่วมงานโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
ทีมงานคณะสถาปัตย์ อาทิ ลัดดา เตชะวณิช,ชวลิตสุวัตถิกุล,ไพบูลย์ เพชรโรจน์  ที่มาร่วมตกแต่งบนเวทีด้วยบรรยากาศในธีมกุหลาบจุฬาลงกรณ์  ส่วนซ้ายสุด สุรพลสัจจวานิชย์  บินตรงจากสหรัฐมาร่วมงานพร้อมทำหน้าที่บันทึกภาพไว้อย่างมืออาชีพ

ทีมงานคณะสถาปัตย์ อาทิ ลัดดา เตชะวณิช,ชวลิตสุวัตถิกุล,ไพบูลย์ เพชรโรจน์ ที่มาร่วมตกแต่งบนเวทีด้วยบรรยากาศในธีมกุหลาบจุฬาลงกรณ์ ส่วนซ้ายสุด สุรพลสัจจวานิชย์ บินตรงจากสหรัฐมาร่วมงานพร้อมทำหน้าที่บันทึกภาพไว้อย่างมืออาชีพ
บรรดาน้องใหม่ที่เข้าจุฬาฯเมื่อปี2510  ร่วมงานฉลองครบ50ปีน้องใหม่จุฬาฯด้วยบรรยากาศของงานเต็มไปด้วยมิตรภาพที่อบอุ่น

บรรดาน้องใหม่ที่เข้าจุฬาฯเมื่อปี2510 ร่วมงานฉลองครบ50ปีน้องใหม่จุฬาฯด้วยบรรยากาศของงานเต็มไปด้วยมิตรภาพที่อบอุ่น
ไฮไลท์การแสดงบนเวที ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ ร้องเพลง CU Polka พร้อมนักเต้นที่สวยงามสดใสจากทุกคณะ นำโดย ภาวิไล บุราวาศ, อัจฉรา เสริบุตร

ไฮไลท์การแสดงบนเวที ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ ร้องเพลง CU Polka พร้อมนักเต้นที่สวยงามสดใสจากทุกคณะ นำโดย ภาวิไล บุราวาศ, อัจฉรา เสริบุตร

เชื้อแบคทีเรีย ‘เอชไพโลไร’ ภัยเงียบซ่อนอยู่ในกระเพาะอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309314

เชื้อแบคทีเรีย ‘เอชไพโลไร’  ภัยเงียบซ่อนอยู่ในกระเพาะอาหาร

เชื้อแบคทีเรีย ‘เอชไพโลไร’ ภัยเงียบซ่อนอยู่ในกระเพาะอาหาร

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร หรือ เอชไพโลไร(Helicobacter pylori / H.pylori) นับว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดต่อระหว่างคนสู่คน เชื้อนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายไปแล้ว จะอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร และส่งผลทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหาร โดยส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการแสดง แต่ในบางรายเชื้ออาจทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือในลำไส้เล็กส่วนต้นได้ รวมไปถึงการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารในที่สุด โดยโรคนี้พบได้ทั่วโลก โดยประมาณการว่าประชากรทั่วโลกอย่างน้อยร้อยละ 50 มีการติดเชื้อชนิดนี้อยู่ โดยประชากรประเทศด้อยพัฒนา จะมีความชุกของการติดเชื้อมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากการดูแลด้านสุขอนามัยที่แตกต่างกัน สำหรับในประเทศไทย ไม่มีการศึกษาทางด้านระบาดวิทยาของโรคนี้อย่างชัดเจน

นายแพทย์ฐปนกุล เอมอยู่ 

นายแพทย์ฐปนกุล เอมอยู่ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร และตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายว่า ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไพโลไรนี้ อาจติดต่อโดยการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ โดยเชื้อจะเข้าไปในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ที่เรียกว่า ดูโอดีนัม (Duodenum) เป็นลำไส้เล็กส่วนแรกสุด ของทางเดินอาหารที่รับอาหารต่อจากกระเพาะ โดยเชื้อจะเข้าไปปล่อยเอนไซม์และสารพิษต่างๆ ซึ่งมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้มีกรดในกระเพาะอาหาร รวมถึงน้ำย่อยต่างๆ ทำลายเนื้อเยื่อกระเพาะและลำไส้เล็กรุนแรงขึ้น จนก่อให้เกิดการอักเสบแบบเรื้อรังทั้งกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนต้น โดยโรคนี้ยังมีการติดต่อค่อนข้างสูงในชุมชนที่มีความแออัด และคนในครอบครัว

ทั้งนี้ หลังจากมีการติดเชื้อเอชไพโลไร จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของกระเพาะอาหารและเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นเป็นแผล โดยมีความเสี่ยงสูงถึง 6-40 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่มีการติดเชื้อ นอกจากนี้ หากไม่ได้รับการรักษาจะส่งผลให้มีความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้มากกว่า 2-6 เท่า

การวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไพโลไร เริ่มต้นจากการทดสอบการติดเชื้อ โดยแนะนำให้ตรวจในผู้ป่วยที่มีอาการน่าสงสัยว่าอาจมีแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ที่เคยมีประวัติติดเชื้อมาก่อน หรืออาจตรวจในผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมถึงผู้ที่มีความกังวลว่าอาจเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะคนเชื้อสายจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งพบว่ามีอุบัติการณ์ของมะเร็งกระเพาะอาหารค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะพบการติดเชื้อ เอชไพโลไร ได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร แต่ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารก็ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อเอชไพโลไรทุกคน โดยสาเหตุสำคัญอีกประการที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร คือยาละลายลิ่มเลือด เช่น aspirin, clopidogrel ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ibuprofen, naproxen เป็นต้น

วิธีการทำสอบการติดเชื้อเอชไพโลไรมีหลายวิธี โดยวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย คือการส่องกล้องทางเดินอาการส่วนต้น และตัดชิ้นเนื้อ เพื่อส่งตรวจหาเชื้อเอชไพโลไร นอกจากนี้ การนำลมหายใจมาพิสูจน์เชื้อโรค หรือเรียกว่า Urea Breath Test ก็เป็นอีกหนึ่งวิธี
ที่นำลมหายใจมาทดสอบเพื่อพิสูจน์เชื้อแบคทีเรีย เฮริโคแบคเตอร์ ไพโลไร ได้เช่นกัน ข้อดีของโรคนี้ หลังจากที่กำจัดเชื้อได้แล้ว โอกาสที่จะกลับมาเป็นแผลในกระเพาะอาหารซ้ำอีกนั้น มีลดลงและมีโอกาสที่จะหายขาด เพื่อลดความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยจากอาการปวดท้องโรคกระเพาะอาหารและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สงสัยว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบทางเดินอาหาร หรือคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ควรตรวจหาความเสี่ยง หรือตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการป้องกันโรคร้าย ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในกระเพาะอาหารได้ดีที่สุด

เผย 3 สาเหตุปัญหาผมร่วงของสาวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309317

เผย 3 สาเหตุปัญหาผมร่วงของสาวไทย

เผย 3 สาเหตุปัญหาผมร่วงของสาวไทย

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไม่มีใครอยากจะผมร่วง เราล้วนแต่อยากให้เส้นผมทุกเส้นอยู่กับเราตลอดไป โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ส่วนมากยอมรับว่าหนักใจกับปัญหานี้เป็นพิเศษ เพราะปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน

บริษัท ดร.วูฟฟ์ จำกัด (ประเทศไทย) ผู้นำผลิตภัณฑ์แชมพูป้องกันผมร่วงจากประเทศเยอรมนี Alpecin สำหรับผู้ชาย และ Plantur39
สำหรับผู้หญิง ได้ทำการเก็บข้อมูลจากผู้หญิงไทยที่เข้ามาสอบถามข้อมูลทางช่องทางออนไลน์ facebook.com/Alpecin Thailand และ facebook.com/Plantur39TH พบว่าปัญหาผมร่วงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงไทยยุคนี้เกิดจาก 3 สาเหตุนี้มากที่สุด

สาเหตุอันดับหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ฮอร์โมนของคุณแม่ที่แปรปรวนไประหว่างที่ตั้งท้องและคลอดบุตร ส่งผลให้เกิดภาวะผมร่วง

สาเหตุที่สอง อายุและฮอร์โมนในผู้หญิงวัยทอง เมื่อผู้หญิงมีอายุเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงวัยหมดประจำเดือน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สุขภาพร่างกายของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งรากผมก็เช่นเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม เนื่องจากการฮอร์โมนเพศหญิง หรือเอสโตรเจนที่เกี่ยวข้องกับเส้นผมโดยตรงของผู้หญิงจะลดลง ในขณะที่ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนเป็นสาเหตุให้เกิดเส้นผมบางลง หลุดร่วงก่อนเวลาอันควรกลับเพิ่มขึ้น

สาเหตุอันดับสาม พฤติกรรมการใช้ชีวิต สาวๆ สมัยนี้ทำงานหนัก มีความเครียดสูง ขณะเดียวกันก็กลัวอ้วน ชอบที่จะลดน้ำหนัก และการลดน้ำหนักที่หนักหน่วงเกินพอดีก็เป็นสาเหตุให้ร่างกายขาดสารอาหาร เช่น การไดเอทไม่ทานอาหารในบางชนิด ทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม ส่งผลให้ผมร่วงในวัยก่อน 30 ปีได้ง่าย

อัญชลี ผ่องโอสถ ผู้จัดการ บริษัท ดร.วูฟฟ์ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า วิธีการในการดูแลรักษาเส้นผมไม่ให้หลุดร่วงก่อนวัยอันควร มีได้หลายวิธีทั้งการรับประทานอาหารที่ช่วยกระตุ้นและบำรุงผม การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะ ล่าสุดมีการศึกษาค้นพบว่าสารไฟโตฟลาโวนบางชนิด ซึ่งพบในถั่วเหลือง ชาขาว และแบ็ลคโคฮอช มีคุณสมบัติช่วยพัฒนาความแข็งแรงในหนังศีรษะและเส้นผม เสริมสร้างการฟื้นฟู และปกป้องรากผมไม่ให้หลุดร่วงก่อนเวลาอันควรได้”

ทั้งนี้ ผู้สนใจข้อมูลการดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะ สามารถดูเพิ่มได้ที่ www.plantur.co.th