เกือบ1ทศวรรษ’มูลนิธิ ณภาฯ’ ภารกิจการเป็นตัวกลางของ’โอกาส’!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/304012

เกือบ1ทศวรรษ'มูลนิธิ ณภาฯ' ภารกิจการเป็นตัวกลางของ'โอกาส'!

เกือบ1ทศวรรษ’มูลนิธิ ณภาฯ’ ภารกิจการเป็นตัวกลางของ’โอกาส’!

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.43 น.

“การให้โอกาส และการได้รับโอกาส ถือเป็นหัวใจสำคัญ” คำพูดหนึ่งของผู้บริหารมูลนิธิฯ ที่เขายึดมั่นและยึดถือเสมอมา ตั้งแต่ในสมัยวัยเด็ก และเป็นคำพูดที่จุดประกายความคิดให้เกิดการก่อตั้ง มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เมื่อปี 2557 ทว่าการดำเนินงานของคณะทำงานแท้จริงแล้วได้มีการริเริ่มดำเนินการมามาตั้งแต่ 2551 โดยมุ่งเน้นการแสวงหาโอกาสและมอบโอกาส ให้กับกลุ่มที่ต้องการโอกาสเหล่านั้น 

คุณเอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิ ณภาฯ ฉายภาพย้อนตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ให้ฟังว่า “ณภาฯ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ซึ่งจริงๆแล้ว เราได้เริ่มทำงานกันมาก่อนหน้านั้น คือตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 การทำงานของคณะทำงานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะโครงการขนาดย่อยเรื่อยมา ไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ต่อมาจึงมีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิฯ อย่างเป็นทางการขึ้นเมื่อปี 2557 แรกเริ่มเดิมทีเราช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสโดยเน้นกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบทางกฎหมายเป็นหลัก สอนวิชาชีพให้แก่พวกเขา ส่งเสริมทักษะในการผลิตสินค้าและจัดจำหน่าย โดยเรามุ่งหวังให้ผู้ต้องขังสามารถสร้างอาชีพและพึ่งพาตัวเองได้ภายหลังพ้นโทษ แต่ต่อมาเราพบว่าผู้พ้นโทษจำนวนไม่น้อย มีโอกาสในการกระทำความผิดซ้ำเพราะพวกเขาไม่ได้รับโอกาสและการยอมรับจากสังคมภายนอก ทางมูลนิธิฯ ในช่วงนั้นเอง เราจึงได้มีการริเริ่มวางแนวทางในการช่วยเหลือผู้พ้นโทษที่ต้องการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองให้กลับคืนสู่สังคมอย่างปกติสุข โดยรับพวกเขาเหล่านั้นให้มาอยู่ทางมูลนิธิ”

“คีย์เวิร์ดสำคัญของมูลนิธิ คงต้องเริ่มต้นว่าผมก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่จากพระองค์ท่าน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์ท่านสอนให้ผมได้เรียนรู้การให้ ซึ่งต้องเป็นการให้อย่างยั่งยืน นั่นหมายถึงการให้ที่ผู้รับได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รับแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง รับแล้วต้องเกิดการต่อยอดและพัฒนาได้ด้วยตนเอง  ผมจึงอยากสานต่อพระปณิธานของพระองค์ท่าน ส่งต่อโอกาสและความช่วยเหลือมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม”

“หากพูดถึงแต่ละโครงการต้องบอกว่า เราได้รับผลตอบรับที่ค่อนข้างดี อาทิ การดำเนินงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ในเครือข่ายของ ณภาฯ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากประชาชน และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา ที่เน้นย้ำเสมอมา โดยเราต้องให้โอกาสตั้งแต่แรกเริ่ม ตั้งแต่การพ้นโทษ เพื่อให้เค้าได้รับการกล่อมเกลาจิตใจ ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อให้มีความพร้อมที่สุด และให้เกิดช่องว่างน้อยที่สุดในการจะกลับไปทำผิดซ้ำ”

“อีกหนึ่งโครงการ ได้แก่ BBG (Bounce Be Good) โดยเมื่อเด็กออกจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เด็กบางคนพ่อแม่ก็อยู่ในเรือนจำ บางคนไม่มีบ้านอยู่  ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ “กีฬา” จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงเล็งเห็นถึงคุณค่าความสำคัญและทรงมอบโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนผ่านการดำเนินงานของโครงการดังกล่าวนี้  เราผลักดันให้พวกเขาได้มีโอกาสในการฝึกเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยกีฬาชนิดแรกที่ได้หยิบยกขึ้นมานั้นคือ กีฬาปิงปอง เนื่องจากใช้พื้นที่ไม่มาก สามารถฝึกซ้อมได้โดยง่าย และช่วยให้เกิดสมาธิได้เป็นอย่างดี รวมถึงช่วยเสริมทักษะในเรื่องของการตัดสินใจและการปฎิบัติตัวในภาวะคับขัน

ทั้งนี้ โครงการได้จัดการดูแลให้อยู่แบบนักกีฬามืออาชีพอย่างจริงจัง มีพี่เลี้ยง โค้ชกีฬา นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอน และให้ทุนการศึกษาในการศึกษาต่อ จนจบปริญญาตรี โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องกลับมาให้โอกาสกับบุคคลรุ่นหลังที่ต้องการโอกาสเช่นเดียวกับตน” คุณเอกภพ กล่าวปิดท้าย

สำหรับมูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังคงมีเจตนารมณ์เดินหน้าในการเป็นตัวกลางแสวงหาโอกาส ให้กับผู้ด้อยโอกาสที่ต้องการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง ทั้งนี้ ณภาฯ ยังมุ่งหวังให้ปลายน้ำจะก่อให้เกิดการมีอาชีพที่ยั่งยืน และมีอาชีพที่สุจริตสามารถพึ่งพาตนเอง เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ต่อไปในอนาคต ตามความตั้งใจในการก่อตั้งมูลนิธิ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้ทาง www.nabha.or.th

เอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิ ณภาฯ

เอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิ ณภาฯ

Health News : ทารก 10 เดือนหนัก 28 กิโลกรัม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303965

Health News : ทารก 10 เดือนหนัก 28 กิโลกรัม

Health News : ทารก 10 เดือนหนัก 28 กิโลกรัม

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.41 น.
แพทย์ยังคงค้นหาสาเหตุที่ ลูอิส มานูเอล กอนซาเลซ มีน้ำหนักตัวมากผิดปกติ โดยเด็กทารกจากเม็กซิโกคนนี้ มีน้ำหนักตัว 28 กิโลกรัมแล้วด้วยวัยเพียง 10 เดือน สร้างความกังวลให้แก่พ่อแม่ของหนูน้อยอย่างมาก อิซาเบล ปันโตฮา แม่ของลูอิส เล่าว่า ตอนอายุ 4 เดือน ลูอิสก็หนัก 15 ถึง 18 กก. แล้ว ด้าน มาริโอ กอนซาเลซ พ่อของลูอิส เล่าว่าตอนอยู่โรงพยาบาล น้ำหนักตัวที่มากของลูกชายทำให้รถเข็นถึงกับพัง แม้จะเป็นรถเข็นที่ทำมาเพื่อเด็กที่มีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว คำอธิบายอย่างหนึ่งของความผิดปกตินี้คือ อาจเกิดมาจากกลุ่มอาการพราเดอร์-วิลลี (Prader-Willi Syndrome) ซึ่งทำให้รู้สึกอยากกินอย่างไม่รู้จักพอ มาริโอ เล่าต่อว่า เวลามีคนมาที่นี่ และอุ้มลูกของเขา คนที่ไม่เคยอุ้มลูกผมมาก่อน เชื่อไหม พวกเขาตกใจกับน้ำหนักตัวมาก เมื่อพวกเขาอุ้มขึ้น ก็จะหันมาถามภรรยาของเขาว่า เธออุ้มไหวได้อย่างไร อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทางครอบครัวกำลังรอผลตรวจทางการแพทย์เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติ

pet care : โครงการรณรงค์ต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้า คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จังหวัดลพบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303952

pet care : โครงการรณรงค์ต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้า คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จังหวัดลพบุรี

pet care : โครงการรณรงค์ต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้า คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จังหวัดลพบุรี

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.15 น.

สวัสดีครับทุกท่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในฐานะ “อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม” ของ “ชมรมต่อต้านพิษสุนัขบ้า คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ผมได้พานิสิตและคณาจารย์ รวมถึงสัตวแพทย์ จัดกิจกรรมจิตอาสาบริการสังคมเกี่ยวกับ “การรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า” ที่จังหวัดลพบุรีมาครับ

ทุกท่านคงทราบอยู่แล้วว่า “โรคพิษสุนัขบ้า” หรือ “โรคกลัวน้ำ” นั้น เป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงถึงชีวิตที่เกิดใน “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด” ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว คน โค กระบือ สุกร กระต่ายจิงโจ้บิน กระรอก และกระแต เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หาย แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี หรือตามที่สัตวแพทย์แนะนำครับ

ด้วยสาเหตุที่ว่า โรคนี้เป็นอันตรายต่อ “คน” ดังนั้นทางชมรมต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้า คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น เมื่อวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2560

งานนี้คณาจารย์ สัตวแพทย์ นิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ ประมาณ180 คน ได้ร่วมกันออกหน่วยฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สุนัขและแมว ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยความร่วมมือของ “ปศุสัตว์จังหวัด และปศุสัตว์อำเภอ รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอาสาสมัครอีกหลายท่าน” ซึ่งช่วยประสานงานเป็นอย่างดี โดย“น.สพ.ไชยา หาญชนะ”

โครงการครั้งนี้  มี “นางสาวพิมพ์ภิกา ศรีเลิศ” นิสิตชั้นปีที่ 3 เป็นหัวหน้าโครงการ มีผม “ผศ.น.สพ.ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร”และ “ผศ.น.สพ.ดร.ชาญณรงค์ รอดคำ”  เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ และมีคณาจารย์เข้าร่วมอีกหลายท่านได้แก่ “ผศ.น.สพ.ดร.ปิยนันท์ ทวีถาวรสวัสดิ์ รศ.น.สพ.ดร.ไพศาล เทียนไทยผศ.ดร.นลินี อิ่มบุญตา อ.น.สพ.ดร.กิตติพงษ์ ทาจำปา อ.สพ.ญ.ดร.ทรายแก้ว สัตยธรรม และ อ.น.สพ.ดร.เกษม รัตนภิญโญพิทักษ์”รวมถึง “สพ.ญ.ภาษร ภูผา และ น.สพ.ฐิติพัฒน์ เลิศวิไลลักษณ์”ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด

โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีหลายบริษัท ได้แก่ บริษัทสยามพูลทรัพย์ อินเตอร์เคมีคอล จำกัด (Bearing)
บริษัท vetproducts group บริษัทซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (Jerhigh) บริษัทเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด และบริษัทแลคตาซอย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ซึ่งต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ช่วงเวลาดังกล่าว มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สุนัขและแมวไปประมาณ 1,500 ตัว งานนี้ทั้งคุณหมอ นิสิต คณาจารย์รวมถึงสุนัข-แมว และเจ้าของสัตว์เลี้ยงก็ได้รับความสุขไปอย่างถ้วนหน้ากันครับ

ปัญหาเรื่องพิษสุนัขบ้าและสุนัขจรจัดนี้ ในมุมของ “สัตวแพทย์”ก็หวังว่า กิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมของนิสิตชมรมต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้านี้ จะช่วยลดปัญหาการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในชุมชนได้บ้าง แม้จะเป็นเพียง “จิ๊กซอว์ตัวเล็กๆ ในภาพใหญ่ของสังคม” ก็ตาม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Fashion Update : โบลอง (BOLON) คอลเลคชั่นล่าสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303757

Fashion Update : โบลอง (BOLON) คอลเลคชั่นล่าสุด

Fashion Update : โบลอง (BOLON) คอลเลคชั่นล่าสุด

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพราะความทันสมัยและสง่างาม คือหัวใจหลักของแบรนด์แว่นตาโบลอง (BOLON)

เปิดตัวแล้วในเมืองไทย สำหรับ แบรนด์แว่นตาโบลอง(BOLON) จากอิตาลี ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มาพร้อมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากการผสมผสานระหว่างศิลปะกับแฟชั่น เพื่อให้ได้ดีไซน์งดงามอย่างแท้จริง ตั้งแต่แบบคลาสสิกไปจนถึงแบบล้ำนำสมัย ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงด้วยเทคนิคในการผลิตที่ก้าวล้ำ โดย บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จํากัด ผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์ และแว่นตา เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (BOLON by Essilor)

นอกจากนี้ โบลอง (BOLON) ยังได้แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ที่มีชื่อเสียง 3 คน มาถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ โบลอง (BOLON) ได้แก่ ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวู้ด เจ้าของรางวัล Academy award “แอน แฮททาเวย์” (Anne Hathaway) ซึ่งเป็น Global Brand Ambassador “เฮลีย์ บัลด์วิน” (Hailey Baldwin) USA BrandAmbassador และ “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” Asia Brand Ambassador แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรกและคนเดียวในเอเชีย อีกทั้ง ในอดีตยังเคยได้สาวบอนด์คนดังอย่าง “โซฟี มาร์โซ” (Sophie Marceau) จากภาพยนตร์ดัง James Bond 007The World is Not Enough ปี 1999 มาเป็น Brand Ambassador คนแรก

ตามไปอัพเดทแว่นตา โบลอง (BOLON) คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ที่ร้านแว่นตาชั้นนำทั่วไป หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-105-0270 และโทร.02-105-0287

BKI จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303748

BKI จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ถวายเป็นพระราชกุศล

BKI จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ถวายเป็นพระราชกุศล

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย นำพนักงานจิตอาสาร่วมจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านโกรกฟ้า จังหวัดลพบุรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เป็นโครงการที่บริษัทสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาของเด็กนักเรียน โดยบริษัทได้จัดมุมหนังสือ และสนับสนุนตำรา หนังสือเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในรูปแบบที่อ่านง่าย และหนังสือความรู้อื่นๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากการอ่านมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พนักงานจิตอาสาของบริษัทยังได้ร่วมกันวาดภาพระบายสีผนังอาคารเรียนเพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามยิ่งขึ้น อีกทั้งร่วมกันสอนนักเรียนพับกระดาษ และเล่านิทานให้นักเรียนได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน พร้อมจัดกิจกรรมสันทนาการ เพื่อช่วยสร้างเสริมคุณภาพการศึกษาที่ดีและสร้างความสุข ความสนุกสนานให้แก่เด็กนักเรียน ณ โรงเรียนบ้านโกรกฟ้า อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

เปิดโครงการ ‘เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต’ ของขวัญดี (ต่อใจ) จากไอเดียดีไซเนอร์ดังที่ผลิตโดยน้องๆ เด็กพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303749

เปิดโครงการ ‘เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต’  ของขวัญดี (ต่อใจ) จากไอเดียดีไซเนอร์ดังที่ผลิตโดยน้องๆ เด็กพิเศษ

เปิดโครงการ ‘เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต’ ของขวัญดี (ต่อใจ) จากไอเดียดีไซเนอร์ดังที่ผลิตโดยน้องๆ เด็กพิเศษ

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทีมผู้ชนะการประกวด

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป เปิดโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต” (Gift for Sharing) โครงการเพื่อสังคมแนวสร้างสรรค์แปลงโฉมกระดาษเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องประดับของตกแต่งบ้านและของใช้ประจำวันหลากดีไซน์ จัดเรียงอย่างสวยงามบนคิออสเพื่อชุมชนแห่งแรกในศูนย์การค้า

ดีไซน์ล้วนสมชื่อผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ว้าว” (WOW: Worth of Waste) ไม่ใช่แค่ความกิ๊บเก๋ของผลิตภัณฑ์ ไอเดียก็เลิศปังน่าทึ่งไม่แพ้กัน ทึ่งแรกกับ “วัสดุ” ที่ใช้ประดิษฐ์มาจาก “ขยะเหลือใช้” ทึ่งกว่านั้น คือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังเป็นฝีมือของผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา และการได้ยินจากโรงเรียนโสตศึกษา ทุ่งมหาเมฆ มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ พระประแดง จ.สมุทรปราการ เบื้องหลังกว่าจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ลิมิเต็ด อิดิชั่นสุดเก๋เพียง 900 ชิ้น ได้ไอเดียมาจากเหล่า “ดีไซเนอร์ชั้นนำ” ไม่ว่าจะเป็น “จักรกฤษณ์ อนันตกุล” กราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดัง “ธนิษฐ์ วชิรปราการสกุล” เจ้าของสตูดิโอออกแบบ MOHO Studio และ “พลอยพรรณ ธีรชัย” กับ “เดชา อรรจนานันท์” คู่หูนักออกแบบแห่ง Thinkk Studio ช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆ ดีไซเนอร์เลือดใหม่ที่ผ่านด่านนักออกแบบกว่า 200 ทีมเป็น 3 ทีมผู้ชนะที่เข้าประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์และเครื่องประดับจากกระดาษเหลือใช้ “MBK WOW DESIGN AWARDS 2017”

พลอยพรรณ ธีรชัย และ เดชา อรรจนานันท์ จาก Thinkk Studio เจ้าของไอเดียผลงาน Kadas ผลิตภัณฑ์ของใช้มีทั้งแท่นวางของและผลิตภัณฑ์แบบ 2 อิน 1 ซึ่งเป็นแจกันก็ได้หรือจะแยกออกมาเป็นภาชนะวางของกระจุกกระจิก เล่าถึงแนวคิดการออกแบบผลงานจากกระดาษเหลือใช้ว่า “ออกแบบจากขยะโดยไม่สร้างขยะจากขั้นตอนการผลิตผลงาน โดยขึ้นรูปจากแม่พิมพ์รอบๆ ตัว ซึ่งเป็นของใช้ประจำวัน โดยใช้รูปทรงและสีสันจากธรรมชาติ การทำงานค่อนข้างยากและมีความซับซ้อน เพราะต้องสร้างแม่พิมพ์ผลิตภัณฑ์จากกระดาษเหลือใช้ให้มีความสวยงามและต้องทดลองวัสดุที่เหมาะสมในการหล่อหรือขึ้นรูปที่มีความแข็งแรง และใช้งานได้จริง”

ด้านเจ้าของผลงาน Belephant ผลิตภัณฑ์ของแต่งบ้านจากกระดาษขึ้นรูปเป็นช้าง ธนิษฐ์ วชิรปราการสกุลกล่าวว่า “เป็นการผสานระหว่าง Believe ความเชื่อมั่นในฝีมือผู้พิการ และ Elephant หรือช้าง สัตว์ที่อยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนานผมต้องปรับวิธีคิดใหม่มาใช้การขึ้นบล็อกกระดาษแทนการพับเพื่อให้รูปทรงมีความแข็งแรงขึ้น งานปั้นช้างจากกระดาษครั้งนี้ได้ทดลองถึง 23 ครั้งจึงสำเร็จ ขณะเดียวกันรู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นผู้ให้จากการสอนน้องๆ ฝ่ายเดียว แต่ยังเป็นผู้รับจากการที่น้องๆ ช่วยสอนภาษามือ อีกทั้งการเปลี่ยนขยะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กระดาษที่เหลือใช้และลดขั้นตอนในการรีไซเคิลและลดจำนวนขยะทำให้วงจรของกระดาษยาวนานขึ้น”

ขณะที่ 3 ทีมผู้ชนะเลิศในการประกวดมีวิธีคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์คล้ายคลึงกันโดยจะหาขั้นตอนการทำที่ให้น้องๆ เด็กพิเศษสามารถประดิษฐ์ได้ไม่ยากและใช้วัสดุที่หาได้ง่ายเพื่อพัฒนางานได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดไปแล้ว การลงไปคลุกคลีช่วยสอนน้องๆ เด็กพิเศษผลิตสินค้าก็ทำให้พวกเขารู้สึกเกินความคาดหมายกับการทำงานที่รวดเร็วของน้องๆ ที่ไม่เพียงแต่ทำอย่างสนุกและเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังรู้จักประยุกต์วิธีการทำงานที่ช่วยให้เนื้อกระดาษมีความละเอียดยิ่งขึ้นและสร้างสรรค์ลวดลายแบบใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นมา

ทีม Local Ateliers ซึ่งมีสมาชิก 2 คน ประกอบด้วย สุรัชนา ภควลีธร และ แพร สฤษดิชัยนันทา หนึ่งในทีมที่ชนะการประกวดกล่าวถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบว่า “เจอสมุดที่ถูกปลวกกินด้วยความบังเอิญ ทำให้เห็นถึงความสวยงามที่เกิดเป็นชั้นกระดาษ จึงนำ
ไอเดียนี้ มาปรับใช้ในงานออกแบบเครื่องประดับ โดยผสมผสานกับลวดลายเรียงตัวสลับชิ้นคล้ายเขาวงกตของหินอาเกตเป็นต้นแบบ ทำให้ต้องอาศัยความพิถีพิถันในขั้นตอนการทำค่อนข้างมาก เครื่องประดับแต่ละชิ้น จึงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และมีเอกลักษณ์เฉพาะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก”

โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต” ของเอ็ม บี เค กรุ๊ป เป็นโครงการหลักและโครงการใหญ่ของกิจกรรมเพื่อสังคมของเอ็ม บี เค กรุ๊ป ในปีนี้ โดย กนกรัตน์ จุฑานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอ็ม บี เค กรุ๊ป มองถึงความสำคัญในปัญหาขยะที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และในฐานะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจในเครือถึง 8 กลุ่มธุรกิจ เราจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรต้นแบบที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่เพียงแค่การจัดการขยะ แต่ยังสร้างจิตสำนึกให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และสังคม ถึงผลกระทบวงกว้างที่เกิดขึ้นจากปัญหาขยะ”

ปัจจุบัน “เอ็ม บี เค โซเชียลคอนเนอร์” ตั้งอยู่ชั้น 2 โซนบี ประตูทางเข้า (เชื่อมไปยัง A La Art) และ ชั้น 6 โซนคราฟท์ วิลเลจ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใครที่สนใจหรือกำลังมองหาของขวัญสุดพิเศษช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้เข้ามาสามารถเยี่ยมชมได้ โดยเริ่มขายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงปลายธันวาคมนี้ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่เฟซบุ๊ค WowDesign ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะส่งต่อให้มูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูล นำไปใช้ประดิษฐ์เก้าอี้บำบัดเสริมทักษะและพัฒนาการของผู้บกพร่องทางด้านสติปัญญา

กนกรัตน์ จุฑานนท์ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.เอ็มบีเค

กนกรัตน์ จุฑานนท์ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.เอ็มบีเค
สินค้าจากขยะเหลือใช้

สินค้าจากขยะเหลือใช้

บูธนิทรรศการภายในงาน

บูธนิทรรศการภายในงาน
น้องๆ เด็กพิเศษที่เข้าร่วมงาน

น้องๆ เด็กพิเศษที่เข้าร่วมงาน
ธนิษฐ์ วชิรปราการสกุล เจ้าของสตูดิโอออกแบบ MOHO Studio

ธนิษฐ์ วชิรปราการสกุล เจ้าของสตูดิโอออกแบบ MOHO Studio

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303747

คุณแหน :  18 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2560

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ดร.มนัสพาสน์ ชูโต นายกสมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย (ส.ส.ป.ท.)  และออท.อัจฉรา เสรีบุตร ออท.กำธร สิทธิโชติ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2560 เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2496 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสหประชาชาติและงานการทูตพหุภาคีแก่เยาวชนไทย จัดสหประชาชาติสัญจรไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในภูมิภาค และขยายสมาชิกสมาคมให้มากขึ้น…

●● งานพิกุลแก้วสู่สวนขวัญย้อนวิถี 113 ปี ณ อุทยานราชินี 1 ถ.มหาราช วันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะได้สัมผัสบรรยากาศเก่าๆ รับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนเก่าๆ ด้วยกัน ช่วงเย็นมีการจุดพลุยิ่งใหญ่อลังการให้ตระการตากันอีกต่างหาก…

●● ดารณี ปานสุวรรณ ฝากเตือนชาววารสารฯ ธรรมศาสตร์ รุ่นเข้าปี 2513 อย่าลืมว่าเรามีนัดกัน เที่ยงวันที่ 22 พ.ย.ที่โรงแรม Holiday Inn ราชประสงค์ ห้อง Ginger ชั้น L ติดสระน้ำ…ขอย้ำว่าให้มาขานชื่อกันให้ครบๆ…

●● งานฉลองสมรสของ พัชรพรรณ ตันอาวัชนการ กับ วรท ไวยนิยา จัดมื้อเที่ยง วันที่ 16 ธ.ค. ที่สยามสมาคม(อโศก) เจ้าภาพนัดแต่งตัวย้อนยุค 60s ส่วนอาหารล้วนร้านอร่อยเด็ดขึ้นชื่อ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวน้าชู เจ้าเก่าหลังกระทรวงการคลัง ข้าวหมูกรอบ นายใช้ ประชาชื่น เป็นต้น…

●●ตั้งใจไว้นานแล้ว บัดนี้ ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล อัครราชทูตที่ปรึกษา ณ กรุงอังการา ตุรกี นำหนังสือ “ลอดลายมังกร” ของคุณพ่อมาแปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อ “Lod Lai Mungkorn Rise of The Tycoon”เสร็จเรียบร้อยแล้ว ใครสนใจหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป…

●● ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ดร.พิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี ไปเข้าคอร์สรักษาสุขภาพที่ ดร.ชารีฟ อายุรเวทเซ็นเตอร์ ที่เชียงใหม่ระหว่างนี้ นานครึ่งเดือนกลับ…

●● ความสุขของคนรสนิยมเดียวกัน ดร.สุรพล พงศ์ทัต กับ บูรพา อารัมภีร์ มักชวนไปออกรอบกอล์ฟก๊วนเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ…

●● อยากให้ลูกเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ ธนะรัตน์ คุณวุฒิดี กับ มาดาม ฝ้าย ส่ง น้องกูเกิล ลูกชายเข้าโรงเรียนรุ่งอรุณ ซ.วัดยายร่ม เพราะสอนตามแนววิถีพุทธ ปล่อยให้เด็กอยู่กับธรรมชาติ มีโอกาสสัมผัส ดิน ทราย ต้นไม้ ใบหญ้า ที่สำคัญมีการเรียนรู้วิธีปลูกข้าว อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้หาไม่ได้ที่โรงเรียนในกรุงโดยทั่วไป !!… ●●

บารอนเนส

‘นฤมล ล้อมทอง’ ผู้สร้างชีวิตให้ ‘ศาลาเฉลิมกรุง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303756

‘นฤมล ล้อมทอง’ ผู้สร้างชีวิตให้ ‘ศาลาเฉลิมกรุง’

‘นฤมล ล้อมทอง’ ผู้สร้างชีวิตให้ ‘ศาลาเฉลิมกรุง’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 สัปดาห์นี้ พิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไป ศาลาเฉลิมกรุง สถานที่ประวัติศาสตร์ ที่สร้างความบันเทิงให้กับคนกรุงเทพฯ มายาวนาน เพื่อพูดคุยกับ “นฤมล ล้อมทอง” ผู้จัดการศาลาเฉลิมกรุง ถึงสถานที่แห่งนี้

นฤมล ล้อมทอง เล่าว่า “สถานที่แห่งนี้ปัจจุบันอายุ 84 ปีแล้ว แต่ยังดูดี ถามว่าเราดูแลอย่างไร ศาลาเฉลิมกรุง พี่พูดเสมอนะคะว่า การดูแลเหมือนดูแลคนชรา คือคนชราต้องดูแลพิเศษนิดหนึ่ง ต้องใกล้ชิด แต่สิ่งง่ายๆ ของที่เราทำคือ ความเก่ายิ่งเก่ายิ่งคลาสสิก แต่ว่าอะไรที่เสีย เช่น ไฟดับดวงหนึ่งพี่จะไม่ยอมเลย หรือว่าทางเดินมีอะไรหลุดมา พี่จะไม่ยอมเหมือนกัน พูดง่ายๆ ตรงไหนที่ชำรุดต้องทำทันที ไม่ปล่อยไว้ แล้วพี่จะบอกกับเจ้าหน้าที่ตลอดเลยว่าให้หมั่นเดินดู ดูว่าตรงไหนที่เสียหรือตรงไหนที่จะต้องซ่อมให้ทำเลย ต้องดูแล

ที่บอกว่าอายุ 84 ปีนั้น หมายความว่า ศาลาเฉลิมกรุงแห่งนี้สร้างมาในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งโบราณสถานแห่งนี้ได้ขึ้นเป็นอาคารอนุรักษ์เรียบร้อยแล้ว ถึงสถานที่นี้จะโบราณ แต่ว่ายังมีชีวิต ยังมีกิจกรรมให้ทำตลอด อันนี้ ครูแจ๋ว-สง่า อารัมภีร์ สอนมา ตอนที่พี่มารับตำแหน่งใหม่ๆ ครูแจ๋ว บอกว่า โรงมหรสพ โรงละคร ต้องตีอยู่เสมอ ต้องตีให้ร้อน เขาเรียกว่าอย่าให้โรงเงียบ

เราก็เลยจัดกิจกรรมเข้ามา เดิมเลยเป็นโรงภาพยนตร์ แต่เราเปลี่ยนมาเป็นโรงมหรสพ เนื่องจากว่าพอในยุคที่เทปผีซีดีเถื่อนเข้ามาเยอะ ในที่สุดเราก็ต้องปิดตัว เพราะว่าโรงเราคนดู 600 คน ปรับแล้วนะคะสมัยก่อน 1,200 ที่นั่ง ซึ่งในยุคนั้นใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชีย พอยุคเทปผีซีดีเถื่อนเข้ามา โรงหนังที่อยู่โรงเดียวโดดๆ ปิดตัวกันเป็นแถวเลย

เราก็มามองตัวเราเองว่าเอ๊ะเราจะทำอย่างไรก็เลยปรับ ปรับตัวว่าเราฉายหนังได้นะ เราเล่นดนตรีได้ เราแสดงละครได้ มีการแสดงทางวัฒนธรรมได้ ก็ปรับแล้วใช้ชื่อว่า โรงมหรสพ คือโรงมหรสพนี่แสดงบันเทิงทุกอย่างได้ ก็เป็นโรงมหรสพหลวง เนื่องจากว่าเป็นของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 ที่พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์9 ล้านบาท ในยุคนั้น 84 ปีมาแล้ว เป็นมูลค่าหลายพันล้านในปัจจุบัน ก็สร้างขึ้นมา แล้วเราก็ปรับมาทำเป็นโรงมหรสพตอนที่ปรับนี่จอภาพยนตร์เราจะทำเป็นรางเลื่อน เวลามีฉายหนังก็สามารถดึงมาได้ พอเราเล่นละครก็ถอยเข้าไป ตอนนี้ก็เลยมีทั้งดนตรี ซึ่งเป็นดนตรีที่เล่นประจำอยู่ทุกเดือน เราเรียกว่ารายการศาลาเพลง

ศาลาเพลง ก็มาจาก ศาลาเฉลิมกรุง แล้วเราเล่นดนตรีเราก็เป็นศาลาเพลง ก็เล่นทุกเดือน เดือนละหนึ่งครั้ง โดยมีวง อ.วิรัช อยู่ถาวร แล้วอีกอันหนึ่งก็คือ โขน ซึ่งโขนนี่เกิดขึ้นจากพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ แล้วก็ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุงขึ้นมา แล้วก็เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทำโขนขึ้นมา โขนก็จะมีแสดงทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 รอบ วันพฤหัสฯกับศุกร์ แต่เราไม่ได้แสดงเฉยๆ เด็กมาแสดงแล้วกลับไป แต่เรามีการส่งเสริมให้ทุนด้วย ให้ทุนกับเด็ก เขาเรียนดี เราก็มีสอบให้เขาสอบทุนของศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งตอนนั้นประธานมูลนิธิก็คือ องคมนตรี เกษม วัฒนชัย ท่านก็ให้นโยบายไว้ว่า การให้ทุนเด็กนี่ คือคุณอย่ามาให้ทุนนะ 5,000 บาท 10,000 บาท ซึ่งเด็กทำอะไรไม่ได้

ก็ให้ไปถามที่สถาบันบัณฑิตว่า เด็กคนหนึ่งเขาเรียนเทอมหนึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ เขามีตัวเลข
ให้เราเลยเพราะว่าเด็กกู้อยู่ เด็กกู้เรียน กู้อะไรอยู่ ก็เลยได้ตัวเลขขึ้นมา แต่ละคนนี่ก็ประมาณ 60,000 บาท เวลาช่วยแล้วให้ช่วยให้ตลอด ช่วยให้จบ ก็คือช่วยก็ต้องจ่ายเขา ให้เขาอยู่ได้ แล้วให้เขาเรียนได้ ก็เลยเกิดเป็นทุนของศาลาเฉลิมกรุงขึ้นมา ซึ่งก็มีเด็กได้รับทุนนี้เป็นประจำทุกปี มีทั้งชั้นมัธยม ปวช. ปริญญาตรี ก็คือมี 3 ขั้นพี่มักใช้คำว่าให้โอกาส คือเขาเรียนโขน เขาจะไปแสดงที่ไหนล่ะ ตอนนี้เวทีที่แสดงโขนก็มีจำกัดมาก เราก็เปลี่ยนมาเป็นว่ามีเวทีให้แสดง พอมาแสดงก็ได้เงิน มีน้องหลายคนส่งตัวเองเรียนจากค่าแสดงที่แสดงประจำ

ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นประจำที่นี่ก็มี โขน การแสดงดนตรี การแสดงอาร์ตต่างๆ ปัจจุบันนอกจากดนตรีที่อ.วิรัช เล่นประจำแต่ละเดือนแล้ว ก็มีการแสดงอื่นๆ ที่ดูคึกคัก คนจองกันล้นโรง หาเงินให้กับโรงพยาบาลต่างๆ บ้าง คือตอนนี้ศาลาเฉลิมกรุงน่าจะเรียกว่าเป็นศูนย์รวมของการช่วยเหลือจริงๆ เช่น เวลามีใครเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วก็ขาดเงินขาดอะไร ศิลปินก็มาและให้เราช่วยจัดการแสดง แล้วก็หาเงิน อย่าง พี่ดอน สอนระเบียบ ตอนนั้นบ้านไม่มีอยู่ บ้านเอาเข้าแบงก์ไว้แล้วก็ไม่มีเงิน แล้วตัวเองก็ป่วย

ในที่สุดก็ทำคอนเสิร์ตขึ้นที่ศาลาเฉลิมกรุง พี่แขกก็กำเงินไปที่นครสวรรค์ แล้วก็ไปที่แบงก์ เอาเงินไปไถ่บ้านให้เขา พอเขามีบ้านแล้ว มันก็มีเงินเหลืออยู่นิดหน่อย ก็ให้ภรรยาเขาเอาไปลงทุนทำอะไรที่ทำอยู่กับบ้าน ตอนแรกก็ทำช่วยกันไปธรรมดา พอมีมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโสขึ้นมา ก็เลยกลายเป็นที่นี่เป็นที่ตั้งของมูลนิธิด้วย หรือแม้กระทั่งหาเงินให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดี เรื่องเกี่ยวกับศูนย์มะเร็งเต้านม ก็ใช้ที่นี่ หรือเมื่อเร็วๆ นี้ คุณแดง-นันทวัน เมฆใหญ่ ก็มาจัดคล้ายๆ วันเกิด 72 ปี ก็มาจัดการแสดงที่นี่ ซึ่งที่นี่จะมีอะไรหลากหลายมากๆ

พี่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ มันถูกบันทึกนะเป็นประวัติศาสตร์หนึ่งของหน้าเลย ตอนที่พี่มารับตำแหน่งใหม่ๆ พี่ก็ต้องดูว่าบัญชีเดิมเป็นอย่างไร ปรากฏว่าพี่ไปเจอบัญชีหนี้สินที่นักสร้างหนังเป็นหนี้ที่ศาลาเฉลิมกรุงอยู่ ปัจจุบันคนที่เป็นหนี้เราตอนนี้รวยมาก เขาก็ไปมีกิจการใหญ่โต แต่หนี้ยังอยู่ที่ศาลาเฉลิมกรุงอยู่เลย คือเป็นประวัติศาสตร์ค่ะ แล้วก็เป็นสิ่งที่เวลาเราขอความช่วยเหลือใครไปก็ตาม พอบอกศาลาเฉลิมกรุง เขาจะรู้ทันทีว่าเราไม่ได้มาทำธุรกิจ แล้วเราทำเพื่อจรรโลงศิลปวัฒนธรรม แล้วก็ช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก

ตอนที่พระราชทาน พระองค์ท่านก็ทรงมีรับสั่งว่า พระราชทานเป็นของขวัญให้กับคนกรุงเทพมหานคร คราวฉลองกรุงเทพฯ 150 ปี แล้วพระองค์ท่านก็บอกว่า อันนี้เป็นของขวัญให้กับคนไทยได้มาพักผ่อนหย่อนใจ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เวลาที่ทำคอนเสิร์ตอะไรก็ตาม นักร้องนักแสดงเยอะแยะ แต่ว่าค่าบัตรถูกมาก เพราะว่าพี่สำนึกอยู่เสมอว่าพระองค์ท่านทรงมีรับสั่งไว้ พระราชทานเป็นของขวัญให้คนได้พักผ่อนหย่อนใจ ให้คนทุกระดับได้เข้ามาดูได้ ไม่ใช่ว่าพี่ไปตั้งราคาสูง ก็มีแต่คนระดับที่มีสตางค์มาดูก็เหมือนตอนที่ฉายภาพยนตร์ ราคา 25 สตางค์แล้วแอร์หนาวมาก คุณชายถนัดศรี เคยเล่าไว้ว่า มากับมหาดเล็ก ตอนแรกก็นั่งๆ มหาดเล็กนั่ง แล้วก็ไปนั่งบนตัก เพราะว่าหนาวมาก ต้องให้มหาดเล็กกอดไว้

ใกล้ๆ ปีใหม่ที่จะถึงนี้ เราก็วางไว้หลายโปรแกรมเหมือนกัน แต่ว่ายังไม่ได้คุยเป็นกิจจะลักษณะ แต่ว่าเดือนพฤศจิกายน ก็จะมีของ นนทิยา จิวบางป่า ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตหนึ่งที่จะจัดขึ้นที่นี่ คือตัวศาลาเฉลิมกรุงเองนี่เดิมเลยอย่าง ดิอิมพอสซิเบิล นี่ตอนนั้นหายไปจากวงการนานมาก แล้วกลับมารวมตัวกันที่ศาลาเฉลิมกรุง ตอนนั้น ดิอิมพอสซิเบิล เราจัด 2 รอบนี่แน่นเลย แล้วหลังจากนั้นดิอิมพอสซิเบิล ก็กลับมาทำคอนเสิร์ต แล้วพอตอนหลังก็จะมีคนจัดคล้ายๆ อย่างนี้ กลับมาหลายๆ วง

หรือแม้กระทั่งดนตรีของเพลงสากล จะเห็นว่าคอนเสิร์ตคุณชรินทร์ คอนเสิร์ตคุณสุเทพ คอนเสิร์ตต่างๆ นานา ศาลาเฉลิมกรุงเองก็เป็นคนนำสิ่งเหล่านี้กลับมา แล้วมันติดตลาดก็ถูกขยายไปเล่นที่ศูนย์วัฒนธรรมบ้าง ที่โน่นที่นี่บ้าง บางอันทำเป็นโชว์ใหญ่ๆ โชว์ดีๆ เลย ถามกลับมาหาพี่ว่าพี่รู้สึกอย่างไร พี่บอกพี่รู้สึกภาคภูมิใจพี่ภาคภูมิใจว่าพี่เป็นคนจุดประกายสิ่งเหล่านี้กลับมา”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

แนวหน้าไกด์ : ‘โฮมโปร เอ็กซ์โป’ ครั้งที่ 26 10 วันครบครันเรื่องบ้าน ลดสูงสุดกว่า 80%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303772

แนวหน้าไกด์ : ‘โฮมโปร เอ็กซ์โป’ ครั้งที่ 26 10 วันครบครันเรื่องบ้าน ลดสูงสุดกว่า 80%

แนวหน้าไกด์ : ‘โฮมโปร เอ็กซ์โป’ ครั้งที่ 26 10 วันครบครันเรื่องบ้าน ลดสูงสุดกว่า 80%

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ไกด์” ที่จะพาผู้อ่านทุกท่านท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองไทย แนะนำโปรโมชั่นใหม่ๆ ให้ได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ เราขอพาทุกท่าน เที่ยวชมงานมหกรรมสินค้าเรื่องบ้านครบวงจรกันที่งาน “โฮมโปร เอ็กซ์โป (HomePro Expo) ครั้งที่ 26” งานเพื่อคนรักบ้านภายใต้คอนเซ็ปต์ โฮมโปร เอ็กซ์โปบำบัด ที่เพิ่งจัดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ตั้งแต่เมื่อวาน ต่อเนื่องไปจนถึงวันอาทิตย์หน้า (17-26 พฤศจิกายน 2560) ตลอด 10 วันนี้เท่านั้น ที่ฮอลล์ 5-8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

ซึ่งภายในงานนี้ เราจะได้พบกับสินค้าลดราคาสูงสุดถึงกว่า 80% อัดแน่นไปด้วยสินค้าตกแต่งบ้าน สินค้านวัตกรรม สินค้า Super Shock เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ สินค้าปรับปรุงบ้าน สี เครื่องมือช่าง สุขภัณฑ์ กระเบื้อง อุปกรณ์ห้องน้ำ และสินค้า Daily use รวมไปถึงมหกรรมเครื่องทำน้ำร้อน น้ำอุ่น หรือของขวัญเรื่องบ้านสำหรับทุกเพศทุกวัย ในราคาสบายกระเป๋า พร้อมรับของสมนาคุณสุดคุ้ม รับสิทธิพิเศษอีกมากมายจากสถาบันการเงิน บัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ และนอกจากนี้ในงานยังได้เข้าร่วมโครงการช้อปช่วยชาติ ลดภาษีสูงสุดถึง 15,000 บาทอีกด้วย

“คุ้มที่ 1 : ช็อปครบรับฟรี ของสมนาคุณสุดคุ้ม” ช้อปครบ 700,000 บาท รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่า 45,000 บาท, ช็อปครบ 450,000 บาท รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่า 27,000 บาท, ช็อปครบ 150,000 บาท รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่า 7,000 บาท, ช็อปครบ 65,000 บาท รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่า 2,000 บาท

“คุ้มที่ 2 : สิทธิพิเศษสุดจากบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม และบัตรเครดิต กรุงศรี” ลด+รับเพิ่มสูงสุด 33% พร้อมสิทธิพิเศษคุ้ม 3 ต่อ ต่อแรกรับเครดิตเงินคืน 5% หรือ ผ่อนทั้งงาน 0% นาน 10 เดือน, ต่อที่ 2 ลดเยอะ ผ่อนนาน รับส่วนลดสูงสุด 20% และต่อที่ 3 แลกคะแนนเท่ายอดชำระ

“คุ้มที่ 3 : รับเพิ่ม” คูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ มูลค่า 200 บาท เฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์เท่านั้น เมื่อช็อป 10,000 บาท ต่อใบเสร็จ สำหรับใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อสินค้า 2,000 บาทขึ้นไป เฉพาะในงานโฮมโปร เอ็กซ์โป เท่านั้น

“คุ้มที่ 4 : พิเศษสุดสำหรับลูกค้าสมาชิกบัตรโฮมการ์ด” รับคะแนนทุกการช็อป อัตราเดียว ทุกแผนก 30 บาทเท่ากับ 1 คะแนน และแลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% สำหรับผู้ที่ถือบัตรบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม โอนคะแนน รับเพิ่มสุดคุ้ม 1,000 คะแนน โอนเป็นคะแนนโฮมการ์ดได้ 1,000 คะแนน หรือ 1 คะแนนจากบัตรเครดิต KTC โอนเป็นคะแนนโฮมการ์ดได้ 1 คะแนน

“คุ้มที่ 5 : ลดและรับสุดคุ้ม” กับบัตรเครดิตชั้นนำในงานมากมาย อาทิ บัตรเครดิต KTC รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 60,000 บาท หรือรับส่วนลดเพิ่มอีก 12% เพียงแลกคะแนนสะสมเท่ากับยอดใช้จ่าย หรือ แบ่งชำระนานสูงสุด 10 เดือน และสถาบันการเงินชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย

อีกหนึ่งความพิเศษในครั้งนี้ โฮมโปร ได้ร่วมกับ ดอยตุง ดอยคำ และจันกะผัก นำผลิตภัณฑ์มาจำหน่าย โดยตกแต่งพื้นที่เป็นเหมือนร้านค้าในสวนสวย โซน Glass House บริเวณ Hall 6 สมาชิกโฮมการ์ดรับสิทธิพิเศษส่วนลดมากมาย อาทิ ซื้อผลิตภัณฑ์ดอยคำ รับส่วนลดทันที 10%, จันกะผัก ช็อปสินค้าครบ 400 บาท รับฟรี เมล็ดพันธุ์พืช 1 ซอง ดอยตุง พิเศษ ช็อปครบ 1,800 บาท และ 3,500 บาท ภายในวันเดียวกัน รับฟรี คอนเทนเนอร์เซรามิกดอยตุงขนาด M และ L ตามลำดับ

นอกจากนี้ลูกค้าสมาชิกบัตรโฮมการ์ด ช็อปสนุก ทุกคะแนน กับ Point To Shop สำหรับลูกค้าบัตรโฮมการ์ด, บัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม, กรุงศรี, KTC, กสิกรไทย, กรุงเทพ และยูโอบี เพียงใช้คะแนนสะสมแลกของสมนาคุณกว่า 100 รายการ อาทิ Samsung Galaxy Note 8, ตู้อบไฟฟ้า, กระเป๋าเดินทาง และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงตรวจสอบคะแนนสะสมจากบัตรโฮมการ์ด หรือจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ก็สามารถเลือกสินค้าที่โดนใจคุณได้บริเวณด้านหน้า Hall 5

และ รับสิทธิพิเศษเหนือใครในงาน Expo แลกร้อย ลุ้นหมื่น ลุ้นรับโชค 2 ต่อ สำหรับผู้ถือบัตรสมาชิกโฮมการ์ด เพียงใช้คะแนนโฮมการ์ดแลกทุก 100 คะแนน ต่อที่ 1 ลุ้นรับ คะแนนโฮมการ์ด 100,000 คะแนน จำนวน 100 รางวัลตลอดรายการ, ต่อที่ 2 รับเลย Cash coupon 100 บาท เมื่อช็อปสินค้าตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ต่อใบเสร็จ สมาชิกใหม่สุดคุ้ม รับเพิ่ม 2,000 คะแนนโฮมการ์ด เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จภายในวัน และ Happy Weekday ช็อปวันธรรมดาคุ้มกว่าเยอะ รับเพิ่ม 15,000 คะแนน เมื่อสะสมยอดซื้อวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป พร้อมรับฟรีคูปองที่จอดรถ 3 ชั่วโมง และบริการ ของว่างและเครื่องดื่มฟรี ที่ Home Card Lounge@ Hall 8

งานโฮมโปร เอ็กซ์โป ครั้งที่ 26

ณ ฮอลล์ 5-8 อิมแพค เมืองทองธานี

ระหว่างวันที่ 17-26 พฤศจิกายน 2560

วันที่ 17-19 พ.ย. เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.

วันที่ 20-23 พ.ย. เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น.

วันที่ 24-26 พ.ย. เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.02-8321000 ดูรายละเอียดได้ที่

http://www.homeproexpo.com และ http://www.facebook.com/homeprothailand

Quote of the week : 18 พฤศจิกายน2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303746

Quote of the week : 18 พฤศจิกายน2560

Quote of the week : 18 พฤศจิกายน2560

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
…คิดดูให้ดี คิดดูให้ดี ร่างกายนี้เปลี่ยนแปลงไปสู่ความแตกดับอยู่ทุกเวลานาที ถ้าไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์แล้วจะมีค่า มีราคาที่ตรงไหน…