เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น แค่ฝึกจัดระเบียบข้าวของ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301300

เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น แค่ฝึกจัดระเบียบข้าวของ

เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น แค่ฝึกจัดระเบียบข้าวของ

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อสังคมปัจจุบันต้องการคนที่ “คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้” เด็กในวันนี้จึงถูกสอนให้มีทักษะรอบด้านโดยเฉพาะ “การฝึกให้คิด” ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในอนาคต หน้าที่สำคัญคงหนีไม่พ้นพ่อแม่ว่าจะทำอย่างไร เพื่อสร้างทักษะเหล่านี้ให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก

เชื่อหรือไม่? พ่อแม่ทุกคน“เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้นได้” ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ อย่าง “การจัดระเบียบข้าวของ” อาจารย์ฮิเดะโกะ ยะมะชิตะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบข้าวของซึ่งเป็นต้นตำรับ “การลด โละ ละ” คนแรกของญี่ปุ่น ถ่ายทอด 80 เคล็ดลับที่ช่วยให้ลูกคิดเอง ทำเป็น ตัดสินใจได้ ผ่านการจัดระเบียบข้าวของไว้ในหนังสือ “เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ สอดแทรกแนวคิดและมุมมองใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการเรียนการสอนในปัจจุบันที่เปลี่ยนจาก “การท่องจำ” มาเป็น“การฝึกให้คิด” ผ่านเนื้อหาที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง

คำว่า “ลด โละ ละ” เป็นศัพท์เฉพาะที่ผู้เขียนบัญญัติขึ้นเอง มาจากคำว่า “ดันชะริ (断捨離 / dan-sha-ri)”ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป้าหมายสำคัญของการลด โละ ละ ไม่ใช่การทิ้งข้าวของ
ทุกอย่าง แต่เป็น “การคัดเลือกสิ่งของ” ฝึกคิด พิจารณา และทบทวนความผูกพันของตัวเรากับสิ่งของเหล่านั้น แล้วเลือกทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นจนได้อยู่ท่ามกลางสิ่งของที่ชอบ ด้วยเหตุนี้ “การลด โละ ละ”จึงนำมาใช้ฝึก “ทักษะการคิดและการตัดสินใจ” ให้กับเด็กได้

อาจารย์ฮิเดะโกะ ยะมะชิตะ

เริ่มแรกพ่อแม่หลายคนอาจสับสน ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ขอแนะนำให้ทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่างก่อน โดยเริ่มง่ายๆจากการลด โละ ละ ข้าวของที่เป็นของพ่อแม่เอง เช่น นิตยสารสักเล่มที่ถูกทิ้งไว้ตรงมุมห้อง พวงกุญแจที่ระลึกเก่าๆ หรือเสื้อยืดที่ซุกไว้ด้านในสุดของตู้เสื้อผ้าก็ได้ จากนั้นจึงให้ลูกลองจัดระเบียบข้าวของของตน ด้วยกระบวนการคิด-เลือก-ตัดสินใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า “จำเป็น-
เหมาะสม-น่าพอใจสำหรับตัวเองในตอนนี้หรือไม่” ซึ่งทั้ง 3 คำถามนี้เป็นการทำงานร่วมกันของสมองซีกซ้ายและซีกขวาที่ช่วยฝึกทักษะการคิดนั่นเอง

กาจัดระเบียบข้าวของ เด็กต้องถามตัวเองซ้ำๆ ให้แน่ใจและตัดสินใจให้ได้ว่าจะ “ทิ้ง” หรือ “ไม่ทิ้ง” ของสิ่งนั้น พ่อแม่ควรปล่อยให้เป็นความคิดของลูกเป็นหลัก อาจให้คำแนะนำได้บ้างแต่ไม่ชี้นำ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เด็กมีความคิดเป็นของตนเอง เผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ทบทวนความสัมพันธ์ที่มีต่อสิ่งนั้น และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่โทษคนอื่น

เมื่อจัดบ้านได้เรียบร้อย ความคิดก็เป็นระเบียบ สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือ“พื้นที่ว่าง” ดังคำกล่าวที่ว่า “หาก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา” เคล็ดลับอีกอย่างคือ การฝึก “ใช้สายตาเลือกเฟ้น” พิจารณาสิ่งของเป็นประจำ จะช่วยให้ลูกตัดสินใจได้อย่างฉับไวและมั่นใจในตนเอง

ทว่าเวลาฝึกเคลียร์ข้าวของ มักมีความคิดต่อไปนี้แว่บเข้ามาในหัว เช่นต่อไปอาจได้ใช้อีก ตอนนี้ไม่ใช้แต่อาจต้องใช้ขึ้นมาก็ได้ มีความทรงจำดีๆเกี่ยวกับสิ่งนี้ หรือคนสำคัญให้มาเลยไม่อยากทิ้ง เป็นต้น อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือ การคิด-เลือก-ตัดสินใจโดย “ยึดถือความคิดตัวเองในปัจจุบันเป็นหลัก” ว่าอยากทำอย่างไร เมื่อเด็กกล้าตัดสินใจจึงนำไปสู่ “ความนับถือตนเอง” ซึ่งนี่แหละคือแก่นแท้ของทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นต่อจิตใจและการมีชีวิตอยู่

หนังสือ “เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น”

ดังนั้น ทักษะการคิดซึ่งจำเป็นในอนาคต ไม่อาจสร้างได้จากเทคนิคการทำข้อสอบ แต่เป็นสิ่งที่แลกมาด้วยบททดสอบชีวิตในทุกด้าน และไม่ใช่สิ่งที่จะเคี่ยวเข็ญบีบบังคับตัวเองให้ทำและเห็นผลในเวลาอันสั้น แต่เป็นการทบทวนตัวเองจากเรื่องเล็กๆ ใกล้ตัว ให้ความสำคัญกับลูกและสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

หนังสือ “เปลี่ยนลูกให้ฉลาดขึ้น” 80 เคล็ดลับ ฝึกลูกให้คิดเอง ทำเป็น ตัดสินใจได้ ด้วยการจัดระเบียบข้าวของแบบลด โละ ละหนังสือที่ช่วยให้ลูกเรียนดีขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ ใกล้ตัวและไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย วางจำหน่ายแล้วในราคา 195 บาท ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อผ่านทาง http://www.nanmeebooks.com http://www.facebook.com/nanmeebooksfan หรือ โทร.02-662-3000 กด 0

ก้าวไปด้วยกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301294

ก้าวไปด้วยกัน

ก้าวไปด้วยกัน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เจอ็อกซ์ “รองเท้าหายใจได้” จากอิตาลี ร่วมกับ มูลนิธิยุวพัฒน์จัดกิจกรรม “Walk Together ก้าวไปด้วยกันกับ GEOX” โดยเชิญชวนลูกค้าร่วมแบ่งปันรองเท้าคู่เดิมที่ยังสภาพดีมาบริจาค เพื่อแลกรับส่วนลด ถึง 30% สำหรับซื้อรองเท้า GEOX คู่ใหม่ โดยจะนำรองเท้าที่รับบริจาค ไปมอบให้กับ“ร้านปันกัน” เพื่อนำไปจำหน่าย และนำรายได้เป็นทุนการศึกษาให้เด็กไทยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่อยู่ภายใต้มูลนิธิยุวพัฒน์ ร่วมปันกันได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้-26 พฤศจิกายน 2560 ที่เคาน์เตอร์รองเท้าบุรุษ สตรี และเด็ก ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และ Shop GEOX ทุกสาขาทั่วประเทศ

บำเพ็ญกุศล‘วันภูมิพโลภิกขุ’ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301320

บำเพ็ญกุศล‘วันภูมิพโลภิกขุ’  น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง รัชกาลที่ 9

บำเพ็ญกุศล‘วันภูมิพโลภิกขุ’ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง รัชกาลที่ 9

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ท่านเจ้าคุณพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ประธานสงฆ์

เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 61 ปี แห่งวันเสด็จออกทรงพระผนวชของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 22 ตุลาคม 2560 กอปรกับเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ตรงกับวันครบรอบ 44 ปี แห่งการก่อตั้งมูลนิธิภูมิพโลภิกขุเพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นการร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ มูลนิธิฯ ได้จัดงาน “วันภูมิพโลภิกขุ” ขึ้น โดยมีกิจกรรมบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 90 รูป เมื่อวันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2560 ณ พระอุโบสถวันสระเกศฯ โดยกราบนมัสการ ท่านเจ้าคุณพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นประธานสงฆ์ โดยงานนี้นำพระคัมภีร์ฉบับภูมิพโลภิกขุฯขึ้นเว็บไซต์ http://www.bnumibalo.org เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ศึกษาธรรมในการสืบค้นข้อมูล, นำผลงานการจัดสร้างพระคัมภีร์ฉบับภูมิพโลภิกขุฯ ไปจัดแสดง ณ วัดไทยนอร์เวย์ และมหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เวย์ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน-
29 ตุลาคม ที่ผ่านมา และยังได้ขยายไปจัดแสดง ณ วัดพุทธาราม กรุงเฮลซิงกิ ฟินแลนด์ และกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดนต่อไป และจัดพิมพ์พระบรมสาทิสลักษ์ขณะทรงผนวช เพื่อมอบให้แก่พุทธศาสนิกชนได้เก็บรักษาไว้ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“ฉันขออนุโมทนา ขอให้ทำต่อไปอย่าหยุดเสีย ฉันสนับสนุนงานนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ให้ทำต่อไป เป็นการช่วยให้คนเข้าถึงธรรมการแปลคำบาลีมาเป็นคำไทยนั้น ต้องระวังให้จงหนัก อย่าให้ขัดแย้งกันได้เป็นอันขาด เพราะถ้าขัดแย้งกันแล้ว จะทำให้เกิดความยุ่งยากแก่นักศึกษาต่อไปภายหน้า ที่ใดสงสัยว่าจะแปลให้เข้าใจไม่ได้แจ่มแจ้ง ก็ควรมีคำอธิบายกำกับไว้ด้วย” พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่มูลนิธิภูมิพโลภิกขุซึ่งมูลนิธิฯ ได้น้อมนำมาเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นแนวทางในการจัดสร้างและเผยแผ่พระคัมภีร์ตลอดมาและตลอดไป

สำหรับ “มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรให้เชิญพระสมณฉายาขณะทรงพระผนวชว่า“ภูมิพโลภิกขุ” เป็นชื่อมูลนิธิ โดยจดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2516ปัจจุบัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2553 สืบต่อจาก สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงรับ “โครงการปริวรรตอักษรขอมและอักษรโบราณท้องถิ่น ชำระและแปลพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นภาษาไทย” ของมูลนิธิฯ เป็นโครงการในพระราชูปถัมภ์ มูลนิธิจัดตั้งขึ้นเพื่อภารกิจหลักคือการจัดสร้างพระคัมภีร์อธิบายพระไตรปิฎกขึ้นอรรถกถา ฎีกา อนุฎีกาโยชนา ฉบับภูมิพโลภิกขุจากคัมภีร์ใบลานภาษาบาลีอักษรขอมเป็นภาษาไทยเพื่อเผยแพร่ให้แพร่หลายต่อไป

พระคัมภีร์ฉบับภูมิพโลภิกขุ

พระคัมภีร์ฉบับภูมิพโลภิกขุ
สินีนาฏ โสดสถิตย์,พีระพันธุ์ สุนทรศารทูล และกรรมการมูลนิธิฯ

สินีนาฏ โสดสถิตย์,พีระพันธุ์ สุนทรศารทูล และกรรมการมูลนิธิฯ
ดวงขวัญ จารุดุล, นันทัชพร ศรีจาด และแขกผู้มีเกียรติ

ดวงขวัญ จารุดุล, นันทัชพร ศรีจาด และแขกผู้มีเกียรติ
คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, คุณหญิงสมนึก เปรมวัฒนะ และกรรมการมูลนิธิฯ

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, คุณหญิงสมนึก เปรมวัฒนะ และกรรมการมูลนิธิฯ
ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร และ คุณหญิงจวบ จิรโรจน์ รอง ประธานคนที่ 1 และ 2 พร้อมแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน

ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร และ คุณหญิงจวบ จิรโรจน์ รอง ประธานคนที่ 1 และ 2 พร้อมแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน
ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร และแขกผู้มีเกียรติถวายผ้าไตรจีวร

ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร และแขกผู้มีเกียรติถวายผ้าไตรจีวร
กรรมการมูลนิธิฯ และแขกผู้มีเกียรติ (นั่งซ้าย) ประณัฐ เตชะเสน,คุณหญิงจวบ จิรโรจน์, ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร, คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, คุณหญิงสมนึก เปรมวัฒนะ(ยืนซ้าย)ชุมศักดิ์ เตชะเสน, ระพินทร์ จารุดุล กรรมการผู้จัดการ, ดวงขวัญ จารุดุล, สินีนาฏ โสดสถิตย์, นิรมล เรียบร้อยเจริญ, สุภาคินี เอกฉัตร, แม้นมณี จารุดุล, นันทัชพร ศรีจาด

กรรมการมูลนิธิฯ และแขกผู้มีเกียรติ (นั่งซ้าย) ประณัฐ เตชะเสน,คุณหญิงจวบ จิรโรจน์, ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร, คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, คุณหญิงสมนึก เปรมวัฒนะ(ยืนซ้าย)ชุมศักดิ์ เตชะเสน, ระพินทร์ จารุดุล กรรมการผู้จัดการ, ดวงขวัญ จารุดุล, สินีนาฏ โสดสถิตย์, นิรมล เรียบร้อยเจริญ, สุภาคินี เอกฉัตร, แม้นมณี จารุดุล, นันทัชพร ศรีจาด
ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร รองประธานกรรมการ คนที่ 1 มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ ประธานในพิธี

ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร รองประธานกรรมการ คนที่ 1 มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ ประธานในพิธี

เสื้อผ้ากลิ่นหอมกระตุ้นพลังความสดใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301296

เสื้อผ้ากลิ่นหอมกระตุ้นพลังความสดใส

เสื้อผ้ากลิ่นหอมกระตุ้นพลังความสดใส

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “กลิ่นหอม” เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต่างชื่นชอบ และเป็นตัวช่วยในการสร้างความมั่นใจ รวมถึงกระตุ้นความรู้สึกสดชื่น กระปรี่กระเปร่า ร่าเริง สดใส เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังในทุกครั้งเมื่อได้กลิ่น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ผู้หญิงจะคอยฉีดน้ำหอมก่อนออกจากบ้านทุกครั้งเพื่อให้กลิ่นหอมติดอยู่บนตัวตลอดเวลาและช่วยกระตุ้นพลังความสดใสตลอดวัน

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วย ที่ทำให้กลิ่นหอมติดทนได้ตลอดทั้งวัน “ดาวน์นี่” ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม มีเคล็ดลับกลิ่นหอมสดชื่นยาวนานมาฝากกัน

ขั้นตอนที่ 1 เลือกเสื้อผ้าให้ดีเพื่อกระตุ้นพลังความสดใส แน่นอนว่าถ้าสาวๆ อยากที่จะให้กลิ่นหอมติดทนบนเสื้อผ้าตลอดทั้งวัน ก่อนอื่นเลย สาวๆต้องพิถีพิถันและใส่ใจเลือกเนื้อผ้าที่จะสวมใส่ให้เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาพอากาศในประเทศไทยที่ส่วนใหญ่จะมีความร้อนชื้น ดังนั้นก็ควรที่จะเลือกเสื้อผ้าที่ทำมาจากเนื้อผ้าคอตตอน หรือผ้าลินิน โปร่งโล่ง เบาสบาย และระบายอากาศได้ดี ชนิดที่ว่าไม่ว่าจะขยับตัวทำกิจกรรมอะไรกลิ่นหอมที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าก็จะหอมฟุ้ง พร้อมกระตุ้นความสดใสให้กับสาวๆ ทั้งวันแน่นอน

ขั้นตอนที่ 2 ใส่ใจขั้นตอนการซัก เพื่อความกลิ่นหอมสดใสที่ติดทนนานบนเสื้อผ้าตลอดทั้งวัน อย่างที่ทราบกันดีว่าการซักผ้าด้วยเครื่องเป็นวิธีที่ประหยัดทั้งแรงและเวลา แต่ถ้าสาวๆ อยากจะถนอมและทำให้เสื้อตัวโปรดหอมยาวนานแล้วล่ะก็ อาจจะต้องเพิ่มเวลา และให้ความใส่ใจกับขั้นตอนการซักมากขึ้น โดยเฉพาะขั้นตอนการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มที่รู้กันดีว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดที่จะทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอม ด้วยผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม ดาวน์นี่ สวีทฮาร์ท ที่รังสรรค์ขึ้นจากดอกกุหลาบหายาก 1,000 ดอก ใช้เพียงแค่ครึ่งฝา ก็รับรองได้ว่ากลิ่นหอมสดใสจะติดทนยาวนานบนเสื้อผ้า ยิ่งกว่าน้ำหอมระดับพรีเมียม ช่วยกระตุ้นความสดใสร่าเริง และทำให้สาวๆ รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ตลอดเวลา

ขั้นตอนที่ 3 เก็บรักษาให้ดี กลิ่นหอมสดชื่นบนเสื้อผ้าก็จะยิ่งติดทนนานมากขึ้น ขั้นตอนการเก็บก็ส่งผลต่อกลิ่นหอมบนเสื้อผ้าเช่นกัน ต่อให้ซักและใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มดีแค่ไหน หากนำไปเก็บในตู้เสื้อผ้าที่สกปรกและอับชื้น ก็อาจจะทำให้กลิ่นหอมจางหายได้ไว ดังนั้น สาวๆควรตั้งตู้เสื้อผ้าไว้ในพื้นที่ปลอดโปร่ง ไม่อับชื้น และหมั่นเช็ดทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าอยู่เสมอ เพื่อที่ไม่ว่าจะแขวนเสื้อผ้าไว้นานแค่ไหน กลิ่นหอมสดใสก็จะยังติดอยู่บนเสื้อผ้าทุกครั้งที่สวมใส่

8เคล็ด(ไม่)ลับฆ่ามะเร็งร้ายด้วยอาหาร ตามแนวทาง‘โภชนบำบัดแบบวะตะโย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301309

8เคล็ด(ไม่)ลับฆ่ามะเร็งร้ายด้วยอาหาร ตามแนวทาง‘โภชนบำบัดแบบวะตะโย’

8เคล็ด(ไม่)ลับฆ่ามะเร็งร้ายด้วยอาหาร ตามแนวทาง‘โภชนบำบัดแบบวะตะโย’

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกจำนวนมากนั้นเกิดจากสาเหตุใด แต่เราทราบดีว่าการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน มีอยู่ 3 วิธีหลัก คือ การผ่าตัด เคมีบำบัด และฉายรังสี ซึ่งก็ยังมีข้อกังขาอยู่ว่า 3 วิธีการนี้ให้ผลที่ดีที่สุดแล้วหรือยัง

ในประเทศญี่ปุ่นมีรายงานที่น่าสนใจ พบว่า อัตราผู้รอดชีวิตหลังจากการผ่าตัดไปแล้ว 5 ปี มีเพียง 25% เท่านั้น หมายความว่าแม้จะผ่าตัดสำเร็จ แต่ยังคงมีผู้ป่วย 84% กลับมาเป็นซ้ำและเสียชีวิตภายใน 5 ปี ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าแม้จะผ่าตัดแล้ว แต่ผู้ป่วยครึ่งหนึ่งก็ยังคงเสียชีวิต หากเป็นเช่นนั้นจะผ่าตัดไปเพื่ออะไรกัน

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ นายแพทย์ทะกะโฮะ วะตะโย เริ่มศึกษาโภชนบำบัดกับโรคมะเร็งอย่างจริงจัง จนกระทั่งจัดทำแนวทางการดื่มกินที่มีผลในการรักษาโรคมะเร็งขึ้น ซึ่งเรียกว่า “โภชนบำบัดแบบวะตะโย” และนับแต่เริ่มให้คำแนะนำด้านโภชนาการเป็นต้นมา ก็พบว่า การเปลี่ยนแปลงการดื่มกินช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น และมีอัตรารอดชีวิตจาก 50% เป็น66.3% และนายแพทย์ทะกะโฮะตั้งปณิธานไว้ว่าปรารถนาจะเพิ่มอัตราการหายจากโรคมะเร็งให้จงได้ จึงได้นำความรู้และประสบการณ์ในการใช้โภชนบำบัดรักษามะเร็ง มาเขียนเป็นหนังสือ “มะเร็งหายด้วยอาหาร” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

แม้ว่าปัจจุบันเราจะไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดของโรคมะเร็งได้ แต่สาเหตุหลักของมะเร็งเท่าที่ทราบในปัจจุบัน คือ กรรมพันธุ์ ไวรัสและเชื้อโรค รังสีอัลตราไวโอเลต สารกัมมันตรังสี อาหาร และสารปรุงแต่งอาหารบางชนิด ตลอดจนวัตถุเคมีบางชนิด เป็นต้น นายแพทย์ทะกะโฮะ วะตะโย ได้สรุปส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาหาร อันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งไว้ 4 ประเด็นคือ

1.การกินเกลือ/อาหารรสเค็มในปริมาณมากเกินไป ทำให้แร่ธาตุเสียสมดุล เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร

2.อุปสรรคในการไหลเวียนของกรดซิตริก หากวัฏจักรกรดซิตริก ดำเนินไปได้ไม่ราบรื่น จะทำให้เอทีพีไม่เพียงพอส่งผลให้แร่ธาตุภายใน และนอกเซลล์เสียสมดุลจึงเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็ง

3.การเกิดอนุมูลอิสระ (oxygen active) มากเกินไป เพราะอนุมูลอิสระทำให้เกิดออกซิเดชันทำร้ายเซลล์และสารรอบข้าง ถ้ามีอยู่ในร่างกายมากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง

4.กินโปรตีนและไขมันจากสัตว์มากเกินไป

ทั้ง 4 ปัจจัยนี้สัมพันธ์อย่างไรกับการเกิดโรคมะเร็ง มีอธิบายไว้ในหนังสือ “มะเร็งหายด้วยอาหาร” อย่างชัดเจน ซึ่งหากเราทราบสาเหตุดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการรักษาโรคมะเร็งด้วย ส่วนการกินอาหารเพื่อขจัดเซลล์มะเร็งในร่างกายอย่างได้ผล ตามที่ นายแพทย์ทะกะโฮะ วะตะโย แนะนำให้ผู้ป่วยเป็นแนวทางพื้นฐานของการรักษาโรคมะเร็งด้วยโภชนบำบัด ขออธิบายสั้นๆ ไว้ มี 8 ประการ ดังนี้

1.กินอาหารที่แทบไม่มีเกลือเลย

2.จำกัดโปรตีนและไขมันจากสัตว์ (สัตว์สี่เท้า) รวมถึงเนื้อไก่และเนื้อปลา อย่างน้อยที่สุดก็จนกว่าสภาพร่างกายจะดีขึ้นในระดับหนึ่ง

3.กินผักผลไม้ปริมาณมาก ถือเป็นกลไกสำคัญของการรักษาโรคมะเร็งด้วยโภชนบำบัด โดยบริโภค “น้ำผักผลไม้สด” 1.5-2 ลิตรต่อวันเป็นอย่างน้อย

4.กินถั่ว ธัญพืช และจมูกข้าว ซึ่งก็คือกินข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีตให้มาก รวมถึงกินถั่วและจมูกข้าวที่อยู่ในธัญพืช

5.กินโยเกิร์ต สาหร่ายทะเล และเห็ด อาหารทั้ง 3 อย่างนี้ “ยกระดับภูมิคุ้มกัน” ได้ จึงถือเป็น “สารภูมิคุ้มกันธรรมชาติ” โดยเฉพาะแลคโตบาซิลลัส ซึ่งสำคัญที่สุด พบได้ในโยเกิร์ต ควรกินให้ได้อย่างน้อยวันละ 300 กรัม

6.กินน้ำผึ้ง มะนาว และยีสต์หมักเบียร์ แนะนำให้กินน้ำผึ้งวัน 2 ช้อนโต๊ะ มะนาววันละ 2 ผล ส่วนยีสต์ที่ใช้หมักเบียร์ เช่นยากระเพาะลำไส้ หรือ EBIOS ของญี่ปุ่น กินเช้าเย็นครั้งละ 10 เม็ด

7.กินน้ำมันมะกอกและน้ำมันงา สร้างสมดุลของกรดไขมัน ด้วยการลดน้ำมันพืชชนิดที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว n-6 และเพิ่มการกินกรดไขมันไม่อิ่มตัว n-3 กับกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากขึ้น แต่ทั้งนี้ยังต้องระวังไม่กินน้ำมันพืชมากเกินไป

8.ดื่มน้ำสะอาด งดเหล้า และบุหรี่ ควรเลือกดื่มน้ำธรรมชาติ หรือน้ำสะอาดจากเครื่องกรอง โดยดื่มอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (รวมกับน้ำในอาหารด้วย) ส่วนเหล้าและบุหรี่ เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยควรงดอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรปฏิเสธการรักษาโรคมะเร็งตามวิธีของแพทย์แผนปัจจุบัน แต่วิธีรักษามะเร็งที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการรักษาแบบบูรณาการ โดยใช้การรักษาหลัก 3 ประการ คือ การผ่าตัด เคมีบำบัด และฉายรังสี ควบคู่ไปกับโภชนบำบัด ซึ่งช่วยปรับสารอาหารให้ดีขึ้น ปรับการเผาผลาญ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้อัตราการรักษา หายสูงขึ้นอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยก็จะดีขึ้นอีกด้วย รวมไปถึง“จิตใจที่เข้มแข็ง” ของผู้ป่วยและ “กำลังใจ” ของคนรอบข้างที่จะขาดเสียไม่ได้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังเผชิญโรคร้ายนี้ และพบเจอทางรักษาของตัวเองและหายในที่สุด

พบกับสาระความรู้เรื่องโภชนบำบัดรักษามะเร็งอีกมากมายได้ในหนังสือ “มะเร็งหายด้วยอาหาร” จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ราคา 295 บาท วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อโทร.02-6623000 กด 0 http://www.nanmeebooks.com http://www.facebook.com/nanmeebooksfan

คุณแหน : 6 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301286

คุณแหน : 6 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 6 พฤศจิกายน 2560

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า แก่ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2560…

●● สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานเปิดการประชุมภูมิภาคระดับสูง ว่าด้วยระบบอาหารอย่างยั่งยืนเพื่ออาหารสุขภาพและโภชนาการที่ดี 10 พ.ย. 09.00 น. ห้องเวิลด์บอลรูมชั้น 23 เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์…

●● สายจิตร กฤษณามระ (ณ สงขลา) ภรรยา ศ.กิตติคุณเติมศักดิ์ กฤษณามระ ผอ.สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาฯ จากไปด้วยอายุ 89 ปี เมื่อ3 พ.ย. ขณะสั่งคนสวนให้รดน้ำต้นไม้หน้าบ้านรถไฟหน้ามืดล้มไป ส่งรพ.ไม่ทัน สวดพระอภิธรรม ศาลาร้อยปีวัดเบญจมบพิตร ถึง 9 พ.ย. 19.00 น. โดยสถาบันศศินทร์ จะเป็นเจ้าภาพ 7 พ.ย….

●● กลินท์ สารสิน ประธาน กก.มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน ร่วมกับ ไปรอัน มาร์คาร์ แห่ง บีอีซี เทโร จัดชาริตีคอนเสิร์ต : An Evening with Englebert Humperdinch 26 พ.ย. 18.30 น. ที่รร.คอนราด ถ.วิทยุ บัตรโต๊ะละ 2.5 แสนบาท รายได้หักค่าใช้จ่ายมอบให้ มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน สำหรับสถานสงเคราะห์เด็กบ้านตะวันใหม่ สมุทรปราการ…ทราบมาว่านักธุรกิจใหญ่จากหลายวงการร่วมสนับสนุนกัน
เต็มที่…

●● ไพศาล พืชมงคล ถ่ายทอดแนวคิดจาก รมต.ต่างประเทศ แห่งเลโซโท ในงานที่ ประยุทธ-สุวิมล มหากิจศิริ จัดถวาย สมเด็จพระราชาธิบดี แห่งเลโซโท และ สมเด็จพระราชินี ว่า “ชื่นชมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่ายิ่งใหญ่สวยงามมาก เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงว่าจะมีขึ้นในโลก ประทับใจชาวไทยมาก ไม่ว่าจะไปทางไหนเห็นประชาชนเต็มถนน แดดร้อน ฝนตกก็ไม่หนี คิดไม่ถึงว่าคนไทยรักในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึงปานนี้ ชาวเลโซโท รักศรัทธาในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างยิ่ง เพราะประเทศเลโซโท ขาดแคลนอาหาร ต้องนำเข้าทุกอย่าง ปัญหาของเลโซโท ได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงจังจากในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชดำริและความร่วมมือต่างๆ ทำให้ประเทศเลโซโทเป็นต้นแบบการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง…” ทำให้คนไทยทุกคน ภาคภูมิใจเหลือเกิน…

●●เมื่อวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ชุมสาย มณีน้อย และครอบครัว ไปเข้าคิวที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ พบ อุทัย พิมพ์ใจชน นักการเมืองในดวงใจ ต่อคิวแถวเดียวกันตั้งแต่บ่ายสองถึงสองทุ่ม ยังไม่มีท่าจะได้ขึ้นถวายดอกไม้จันทน์ ได้เห็นอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีต รมต. และภริยา เข้าคิวอย่างสงบ โดยไม่มีท่าทีแสดงความเหน็ดเหนื่อย…

●●ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกก.บริหาร มิราเคิลกรุ้ป เตรียมเปิดสลีพ บ็อกซ์ เฟส 2 หลังจากได้รับการต้อนรับอย่างดี ที่สนามบินดอนเมือง 10 พ.ย. ตามฤกษ์ 11.29 น. ที่ชั้น 4 อาคาร 2…●●

คุณแหน

คุณแหน : 5 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301163

คุณแหน : 5 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 5 พฤศจิกายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พระราชดำริสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ในโครงการประชาชนจิตอาสา เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมีประโยชน์ มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและเสียสละต่อไป ประชาชนจิตอาสาจะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ของประเทศ…

ll ธนาคารโลกจะลำดับ “ความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจของไทย Doing Business” ปีนี้ ก้าวกระโดดจากอันดับ ๔๖มาเป็นอันดับ ๒๖ จาก ๑๙๐ ประเทศทั่วโลกและเป็นอันดับ ๓ ของอาเซียน และเป็นประเทศที่พัฒนาดีที่สุด อันดับ ๒ ของโลก นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทีมงาน คงจะหายเหนื่อยลงบ้าง คนไทยทุกคนคงจะปลื้มและส่งกำลังใจให้นายกฯมากขึ้นๆ…

ll ความกตัญญูที่แท้จะมาแสดงออกที่นี่ ออกมาที่การปฏิบัติ การกระทำ มิฉะนั้นพระราชดำริ พระราชปณิธาน อะไรต่างๆ ก็จะเลือนลาง หายสูญเราก็ได้แต่ร้องไห้กันไปแสดงอาการอาลัยกันไปแล้วไม่นานไม่ช้าก็เลิกราเงียบหาย บางส่วนในหนังสือธรรมะของพระราชาโดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ป.อ.ปยุตฺโต…

ll มาฟัง สมชัยศรีสุทธิยากร “ถ้ามีการเลือกตั้งเร็วแล้ว กระบวนการดำเนินการของพรรคการเมือง ล้ำเข้ามาในระยะเวลาของการมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ก็จะเป็นอันตราย ทำให้พรรคไม่สามารถส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้ ผู้ที่จะลงสมัครก็จะต้องมีคุณสมบัติ เป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน”…

ll อธิบดีกรมการจัดหางานคนใหม่ นาม อนุรักษ์ ทศรัตน์ ลูกหม้อของก.แรงงาน จากรองปลัดฯ มานั่งในตำแหน่งนี้ตามคำสั่ง คสช.ที่ ๔๖/๒๕๖๐…

ll ต้องขอบคุณ แดน บลาฮาสสกี้ นักเขียนชาวอเมริกัน ชี้แจงว่า ในงานพระเมรุมาศครั้งนี้ได้แสดงออกถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของไทยที่สั่งสมกันมา ศิลปินนับพันคนได้สร้างรูปจำลองงานศิลป์ และนาฏศิลป์การแสดงที่งดงามโดยเฉพาะการแสดงโขน แสดงให้โลกเห็นว่าไทยมีวัฒนธรรมที่มีมาแต่เก่าก่อนเราไม่ได้บอกว่านี่เป็นเพียงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่คนไทยทั้งประเทศกำลังบอกให้โลกทั้งใบรู้ว่าเราคือใคร…

ll บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นผู้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปถวาย ณ วัดหัวลำโพง เดือนก่อน เพราะคุณงาม ความดี ที่เจ้าตัวได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมานานคงจะเป็นแบบอย่างที่ดี..ปกติมีสมาคม องค์กร หน่วยงานที่ขอกฐินพระราชทาน อัญเชิญไปทอดถวายกันหลายวัด กรมศาสนาจะจัดเก้าอี้ให้แบบที่เห็นกันแหละค่ะ…

ll มีพระราชทานเพลิงศพ อเนก โรจนไพบูลย์ ม.ปช.,ม.ว.ม. ณ.วัดโสมนัสราชวรวิหาร จันทร์ ๖ พ.ย. เวลา ๑๔.๐๐ น. และมีสวดอภิธรรมศพ ณ ศาลา ๔ วันอาทิตย์นี้เป็นวันสุดท้าย…ll

น้องโน้ต

หนังสือเด่น : โลกนี้ไม่ต่างจากละคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301161

หนังสือเด่น : โลกนี้ไม่ต่างจากละคร

หนังสือเด่น : โลกนี้ไม่ต่างจากละคร

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใครที่ชอบอ่านหนังสือนิยายประเภทเนื้อหาแรงๆ เรื่องเข้มๆ เห็นชื่อหนังสือเล่มนี้ คงมีความรู้สึกว่า เป็นนิยายที่น่าจะจืดสนิท หรือมิฉะนั้นก็คงคิดว่าไม่ใช่นิยาย แต่อาจจะเป็นเรื่องราวการทำธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิต

“ซันฟลาวเวอร์คาเฟ่ หัวใจไม่ยอมแพ้”เขียนโดย “ Milly Johnson” ชื่อของเธอ ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรนักในเมืองไทย แต่ในอังกฤษ เรื่องก่อนหน้านี้ ได้รับความนิยมจากนักอ่านมากทีเดียว ด้วยเหตุผลว่า เธอเขียนนิยายได้เหมือนชีวิตจริงที่มีความเป็นไปได้สูง และเข้าใจหาพล็อตที่ชวนให้ติดตาม อ่านแล้ว เหมือนได้เห็นชีวิตจริงของคนรู้จักใกล้ๆ บ้าน ที่ต้องเผชิญกับปัญหานานัปการที่ เราต้องพลอยลุ้นตามไปด้วย “งามพรรณ เวชชาชีวะ”แปล เป็นภาษาไทย

ตัวละครสัมผัสได้แบบใกล้ชิด เพราะไม่ใช่ เจ้าชายที่นั่งอยู่บนกองมรดกหมื่นล้านแสนล้าน หรือเจ้าของที่นาที่มีผลผลิตสุดอลังการ แต่ตัวละครนำในเรื่อง เป็นเพียงผู้หญิงที่ทำงานหาเลี้ยงชีพไปเดือนต่อเดือน ที่ต้องพบกับปัญหาชีวิต ซึ่งตัวเองคิดไม่ถึง แน่นอนว่า ปัญหาที่ต้องพบคือ ความรัก ความสมหวัง การหลอกลวง และการดิ้นรน

ผู้หญิงคนหนึ่ง หลงรักและเทิดทูนเจ้านาย ยอมทำงานทุกอย่างให้ด้วยหัวใจ เพียงเพื่อให้คนที่ตัวเองรัก พบกับความหวัง และจริงใจต่อตน แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้รู้ว่า ทุกอย่างที่เธอเห็นไม่ใช่ความจริงที่เกิดจากหัวใจของชายที่เธอเทิดทูน จากความรักกลายเป็นความแค้น เธอจึงหาทางที่จะแก้แค้น ด้วยการร่วมมือกับภรรยาของเขา เพื่อทำลายเขาให้หายแค้น แล้วแผนการดำเนินการแก้แค้นก็เกิดขึ้น

ในขณะเดียวกันก็เกิดพฤติกรรมของผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ ต้องพบว่า ผู้ชายที่เธอรัก ซึ่งอยู่ด้วยกันมานานนับสิบปี เอาเงินที่เธอเก็บสะสมไว้เพื่อทำ “อุ้มบุญ” ต้องมาถูกเบิกเอาไปใช้เสียการพนันหมดสิ้น ความแค้นจึงเกิดขึ้น

เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในสังคมวันนี้ ซึ่งเกิดกับคนในระดับกลางๆ ที่หาเดือนกินเดือน ความสนุกชวนให้ติดตามคือ รูปแบบของการแก้แค้นที่เธอคิดขึ้นมา มันไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นเรื่องทุกคนทำได้ แต่จะทำสำเร็จหรือไม่ คือ ความน่าสนใจของนิยายเรื่องนี้เป็นการถ่ายทอดชีวิตที่มีอยู่จริงให้ออกมาเป็นรูปนิยายที่น่าสนใจมากครับ

‘อสท’ พาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์แผ่นดินงาม

พร้อมเทียบเคียงแผ่นดินงามในประเทศไทย

“อนุสาร อสท” นิตยสารเพื่อการท่องเที่ยว เปิดหูเปิดตา ด้วยภาพและเรื่องในพื้นที่ทั่วโลก ฉบับล่าสุด เปิดการท่องเที่ยวด้วยศรัทธาที่มีอยู่ในใจของทุกคน ด้วยการพาเที่ยวชมสวิตเซอร์แลนด์แผ่นดินงาม เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยเรื่องราวที่น่ารู้ นับตั้งแต่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังทรงพระเยาว์ พร้อมภาพเก่าและใหม่ที่สวยงาม นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของความงดงามจากสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย อาทิ เบิ่งเวียง เคียงโขง เสน่ห์แห่งแผ่นดินสองล้าน สองเวียง, ดอกไม้แห่งกาลเวลา เขาค้อ ภูหินร่องกล้า, บางปูร้อยเรื่องมลายู บนแผ่นดินปลายด้ามขวาน เป็นต้น

เผยโฉมเหล่านักแสดงสาวสุดฮอต

ได้รับการโหวตให้เป็นสาวน่ากอดแห่งปี

นิตยสารสุดสัปดาห์ฉบับ พฤศจิกายน 2560 จัดเต็มความสวยหวานกับ “สุดสัปดาห์สาวน่ากอด 2017” เผยโฉมเหล่านักแสดงสาวสุดฮอตที่ได้รับการโหวตให้เป็นสาวน่ากอดแห่งปี รวมตัวมาขึ้นปกและถ่ายแฟชั่นในลุคสวยละมุนสะกดทุกสายตา ได้แก่ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ, เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์, ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์, มะปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, เก้า-สุภัสสรา ธนชาต, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ และ ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล พร้อมสัมภาษณ์บอกเล่าเรื่องราวสุดประทับใจของแต่ละคน ที่เกิดขึ้นในปีนี้

การต่อสู้ของพ่อมดสองสายเลือด

บทสรุปที่นักอ่านต้องคาดไม่ถึง

“สายเลือดปีศาจ เล่ม 3 พ่อมดพ่าย” เขียนโดย “SALLY GREEN” แปลเป็นไทยโดย “พลอย โจนส์” เป็นเรื่องราวของ พ่อมดสองสายเลือดที่ต้องเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อความเป็นหนึ่งใน จักรวาลพ่อมด มาถึงเล่มที่สามแล้ว เนื้อหายังคงชวนให้ติดตาม เมื่อฝ่ายล่า และฝ่ายถูกตามล่า ยังคงต้องพลิกเพลงกลยุทธ์ทุกอย่างเพื่อหาทางได้เปรียบกับฝ่ายตรงข้าม นิยายเรื่องนี้เป็นภาคสุดท้ายของอาณาจักรพ่อมดที่จะต้องดับสูญไปจากโลกปัจจุบัน ซึ่งแม้ว่า ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจะบอกให้รู้ถึงผลลัพธ์ที่ต้องเกิดขึ้น แต่คำตอบสุดท่ายกลับไม่เป็นอย่างที่คิด จำหน่ายเล่มละ 235 บาท

‘แพรว’บันทึก เก้าสิ่งที่พ่อรัก

ถ่ายทอดถึงทุกคนในประเทศไทย

“นิตยสารแพรว” เล่มล่าสุด มีเรื่องราวที่น่าสนใจ และ น่าเก็บรักษาเอาไว้ในจิตวิญญาณของคนไทยทุกคน ถึงเรื่องราวของสิ่งของ 9 อย่างที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงชื่นชอบ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคนได้ตระหนักถึง พระราชอัจฉริยภาพของพระองค์ และความประทับใจที่พระองค์มีต่อสิ่งของที่รัก โดยมีทั้งเรื่องราว เหตุผล และภาพสี่สีสวยงามน่าเก็บเอาไว้เป็นอนุสรณ์ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ จากบุคคลในหลายๆ อาชีพที่เปิดเผยถึงเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางของนิตยสารแพรว อย่างครบครัน ไม่เปลี่ยนแปลง

หลักทรัพย์บัวหลวง สร้างนักลงทุนคุณภาพสู่โลกลงทุน ผ่านโครงการ ‘เดอะ สต๊อก มาสเตอร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301168

หลักทรัพย์บัวหลวง สร้างนักลงทุนคุณภาพสู่โลกลงทุน ผ่านโครงการ ‘เดอะ สต๊อก มาสเตอร์’

หลักทรัพย์บัวหลวง สร้างนักลงทุนคุณภาพสู่โลกลงทุน ผ่านโครงการ ‘เดอะ สต๊อก มาสเตอร์’

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กก.ผอ.บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง และ อ.อัครเดช ชูจิตต์ ผช.ผอ. โรงเรียนพระดาบส

ผ่านพ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับโครงการ “เดอะ สต๊อก มาสเตอร์ 2560” ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการลงทุนที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของการลงทุน ผ่านกระบวนการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งปีนี้มาภายใต้คอนเซ็ปต์ “สติมี สตางค์มา” ความพิเศษของปีที่ 6 จะเน้นสร้างการลงทุนแบบง่ายๆ ในหลากหลายมิติ แต่ทำได้จริง สำหรับผู้ต้องการเริ่มต้นการออมและลงทุน ที่สำคัญยังได้ทำความดีร่วมกัน โดยรายการทั้งหมดของโครงการถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิพระดาบส ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่มุ่งเน้นให้ความรู้และฝึกอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างพอเพียง

บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เล่าถึงความสำเร็จของโครงการ ว่า “ปีนี้ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุน แม้ในปีนี้เราจะเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่เน้นการแข่งขันลงทุนในหุ้นมาเป็นการเสริมสร้างทักษะความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐาน (Financial Literacy) และการวางแผนการเงินที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้กับเรื่องของการออมและการลงทุน และมุ่งให้โครงการในปีนี้เป็นการสร้างสรรค์ความคิดดีๆ ด้านการลงทุนให้กับผู้ร่วมโครงการที่ยังอาจไม่มีประสบการณ์ในการลงทุน”

เนื้อหาการเรียนรู้ในปีนี้ตั้งใจจะเน้นปลูกฝัง 6 สติสำคัญทางการเงินอย่าง “สติหา สติมี สติจ่าย สติใช้ สติเก็บและสติออม” เพื่อให้กลายเป็นยันต์กันจนในรูปแบบเฉพาะตัว และเกิดการวางแผนการเงินการออมอย่างมีประสิทธิภาพในแบบฉบับของตัวเอง ควบคู่กับการสอนให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รู้จักผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นออมหุ้นใน ETF ด้วยกลยุทธ์ Dollar-Cost Averaging (DCA) และ Value Averaging (VA) กองทุนเปิด BSET100 กองทุนเปิด BMSCITH และบริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) เป็นต้น ไฮไลท์ของการเรียนรู้ไม่ได้มีเพียงเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีแขกรับเชิญสำคัญมาเป็นวิทยากรในงานสัมมนา BLStalk @Bangkok ตอน “สติ.มี สตางค์.มา” อย่าง เคน-โสรัตน์ วณิชวรากิจนักลงทุนเน้นคุณค่า หรือ VI (Value Investor) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง, พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กองทุนบัวหลวง และประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน กองทุนทาลิส มาเล่าประสบการณ์สร้างพอร์ตหมื่นล้านแบบ Exclusive ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมโครงการซึ่งจากผลสำรวจที่เก็บจากผู้เข้าร่วมโครงการพบว่า ผลการเรียนรู้ในแต่ละเรื่องสามารถช่วยพัฒนาความรู้การออมและการลงทุนได้เป็นอย่างดี

ความสำเร็จของโครงการสามารถสะท้อนได้จากเสียงตอบรับที่ดีของผู้เข้าร่วมโครงการที่ต่างแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดย รีณา ปัญญารุ่งเจริญ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ที่ยืนยันว่า โครงการนี้ทำให้มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุน และสามารถนำไปต่อยอดการลงทุนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังสอนให้เราเลือกใช้เงินลงทุนในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้สอดรับกับความเสี่ยงของตัวเอง ขณะที่ “ตวัน ศรีสังข์” หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการที่กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้หาความรู้การลงทุนผ่านการอ่านหนังสือ แต่ไม่แน่ใจว่าเดินมาถูกทางหรือไม่เมื่อหลักทรัพย์บัวหลวงเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ทำให้เกิดความมั่นใจว่า แผนลงทุนต้องเดินมาถูกทางแน่นอน เพราะมีมืออาชีพคอยแนะนำ ท้ายที่สุดแล้วโครงการนี้ก็ได้ให้ความรู้การลงทุนในหลากหลายมิติจริงๆ”

ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของโครงการ หลังหลักทรัพย์บัวหลวงได้มอบเงินบริจาค 999,999 บาท จากค่าสมัครโครงการ “เดอะ สต๊อก มาสเตอร์ 2560” ให้แก่มูลนิธิพระดาบสแล้ว คณะผู้บริหารนำโดย พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ หลักทรัพย์บัวหลวง ได้นำทีมเหล่ากูรูการลงทุน เดินทางไปมอบความรู้ด้านการออมให้กับนักเรียนในมูลนิธิพระดาบส เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักวิธีและแนวทางการออมเงินในรูปแบบต่างๆ ที่มีประสิทธิผล และสามารถนำไปใช้ในชีวิตได้อย่างมั่นคงและพอเพียงขณะเดียวกันยังมีการทำกิจกรรมร่วมสนุกกับน้องๆ อย่างสนุนสนาน เรียกว่าอิ่มบุญทั้งผู้ให้สุขใจทั้งผู้รับกันเลยทีเดียว

ถ่ายภาพที่ระลึกโครงการในปีนี้

ถ่ายภาพที่ระลึกโครงการในปีนี้
หนึ่งในผู้เข้าร่วมกำลังตั้งใจศึกษาการสร้างพอร์ตหุ้น

หนึ่งในผู้เข้าร่วมกำลังตั้งใจศึกษาการสร้างพอร์ตหุ้น
เหล่าผู้บริหารและทีมงานถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับน้องๆ

เหล่าผู้บริหารและทีมงานถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับน้องๆ
ผู้ชนะในการตอบคำถามและของรางวัล

ผู้ชนะในการตอบคำถามและของรางวัล
น้องๆ ร่วมตอบคำถามชิงรางวัลอย่างสนุกสนาน

น้องๆ ร่วมตอบคำถามชิงรางวัลอย่างสนุกสนาน
พี่ๆ วิทยากรตั้งใจนำเสนอข้อมูลความรู้กับน้องๆ นักเรียน

พี่ๆ วิทยากรตั้งใจนำเสนอข้อมูลความรู้กับน้องๆ นักเรียน
พิเชษฐ สิทธิอำนวย กล่าวทักทายนักเรียน โรงเรียนพระดาบส

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กล่าวทักทายนักเรียน โรงเรียนพระดาบส
ผู้เข้าร่วมโครงการซักถามข้อสงสัยกับเหล่ากูรู

ผู้เข้าร่วมโครงการซักถามข้อสงสัยกับเหล่ากูรู
เหล่ากูรูกำลังให้ความรู้เรื่องการคัดเลือกหุ้นด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค

เหล่ากูรูกำลังให้ความรู้เรื่องการคัดเลือกหุ้นด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค
ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ เล่าย้อนประสบการณ์ ก่อนจะมาเป็นหัวเรือใหญ่ บลจ.ทาลิส

ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ เล่าย้อนประสบการณ์ ก่อนจะมาเป็นหัวเรือใหญ่ บลจ.ทาลิส
พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา มาร่วมให้ความรู้ เล่าประสบการณ์ด้านการลงทุน

พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา มาร่วมให้ความรู้ เล่าประสบการณ์ด้านการลงทุน

‘ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3’ เติมยาอีกครั้งให้ชุมชนปทุมธานี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301166

‘ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3’ เติมยาอีกครั้งให้ชุมชนปทุมธานี

‘ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3’ เติมยาอีกครั้งให้ชุมชนปทุมธานี

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เภสัชกรบุญสม เกษจันทร์ทิวาผู้จัดการฝ่ายประสานงานองค์กร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด เป็นประธานในการมอบยาและเวชภัณฑ์พื้นฐานให้ชุมชนปทุมธานี ทั้ง 28 ชุมชน ภายใต้โครงการ “ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3” ซึ่งทางบริษัทฯได้มอบตู้ยาและเติมยาอย่างต่อเนื่องให้ชุมชนปทุมธานีมาตลอด 3 ปี โดยในปีนี้มีนางพูลศรี หาญสวัสดิ์หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองปทุมธานี เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองปทุมธานี

สำหรับการคัดเลือกจุดติดตั้งตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนนั้น ทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ของชุมชนปทุมธานีจะเป็นผู้คัดเลือก บ้านที่เป็นจุดศูนย์กลางชุมชน มีคนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้องด้วย หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองปทุมธานี กล่าวปิดท้ายว่า“เป็นโครงการที่ดีมาก ที่ทางบริษัทเอกชนได้เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องสุขภาพของชุมชนร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาได้รับตอบรับที่ดีจากชุมชน มีเข้ามาขอยาพวกยาชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น หกล้มหรือบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ปวดหัวเป็นไข้ รวมไปถึงพวกยาทาแก้ปวดเมื่อย เนื่องจากมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในชุมชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าการมีตู้ยาอยู่ในชุมชนทำให้ชาวชุมชนอบอุ่นใจยิ่งขึ้น”