pet care : เราสามารถติดโรคพยาธิในทางเดินอาหารจากสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301181

pet care : เราสามารถติดโรคพยาธิในทางเดินอาหารจากสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่?

pet care : เราสามารถติดโรคพยาธิในทางเดินอาหารจากสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่?

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สัปดาห์ที่แล้ว เราได้คุยกันถึงช่องทางการติดต่อและอันตรายของพยาธิปากขอและพยาธิไส้เดือน ว่าส่งผลเสียอย่างไรกับสุขภาพของน้องหมาและแมวกันไปแล้วนะครับ

หลายคนก็เกิดความสงสัยกันต่อว่าพยาธิเหล่านี้จะสร้างปัญหาเฉพาะในสัตว์เลี้ยงหรือไม่ ? รวมถึงเราจะมีวิธีการจัดการกับปัญหานี้อย่างไรและบ่อยแค่ไหน ? แน่นอนครับในสัปดาห์นี้เรายังอยู่กับข้อมูลดีๆ จาก ผศ.สพ.ญ.ดร.วรพร สุขุมาวาสีจากหน่วยปรสิตวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาฯ ครับ

● พยาธิปากขอและพยาธิไส้เดือนของสุนัขและแมวสามารถก่อโรคใน “คน” ได้หรือไม่

พยาธิทั้งสองชนิดทั้งพยาธิปากขอและพยาธิไส้เดือนนั้น ถือเป็นปรสิตที่ก่อโรคจากสัตว์สู่คน และ “ทำอันตรายในคนได้” โดยเฉพาะในเด็กเล็กครับ

“เด็ก” จะมีโอกาสรับการติดต่อได้สูง จากการเล่นดินและทรายที่มีสุนัขหรือแมวที่ติดเชื้อเคยไปขับถ่ายไว้ แล้วถูก “ตัวอ่อนพยาธิปากขอ” ไชผิวหนัง หรือกิน “ไข่พยาธิไส้เดือน” หรือ “ตัวอ่อนพยาธิปากขอ” เข้าไปโดยบังเอิญ นอกจากนี้ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงหรือกำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกันอยู่ก็ควรพึงระวังการติดเชื้อเหล่านี้มากกว่าคนปกติด้วยครับ

● พยาธิปากขอและพยาธิไส้เดือนของสุนัขและแมวก่อโรคในคนอย่างไร

พยาธิปากขอบางชนิด ทำให้คนมีอาการปวดท้อง ลำไส้อักเสบ และพบเม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil ในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ ในขณะที่พยาธิปากขอบางชนิด เป็นสาเหตุให้เกิดผื่นคันมาก หรือผื่นนูนแดงอักเสบเป็นแนวคดเคี้ยว (cutaneous larva migrans) เนื่องจากตัวอ่อนของพยาธิชอนไชในผิวหนังแต่โดยทั่วไปสามารถหายได้เอง

สำหรับพยาธิไส้เดือน โดยเฉพาะเด็กที่กินไข่พยาธิที่มีตัวอ่อนระยะติดโรคเข้าไปนั้น พยาธิจะเคลื่อนที่ไปตามอวัยวะภายใน (visceral larva migrans) ทำให้เกิดอาการตับโต มีอาการปอดติดเชื้อ มีเม็ดเลือดขาว eosinophil ระดับสูงในกระแสเลือด หากตัวอ่อนของพยาธิไชเข้าไปที่ระบบประสาท (neural larva migrans) จะทำให้เป็นโรคทางระบบประสาท รวมทั้งการไชเข้าไปที่ตา (ocular larva migrans) เกิดการอักเสบที่จอประสาทตาแบบข้างเดียว อาจทำให้ตาบอดได้ บางรายจะมีการติดพยาธิไส้เดือนแบบแอบแฝง (covert toxocariasis) จะมีอาการปวดท้องอย่างเรื้อรัง หรืออาการอื่นๆ ที่ไม่มีลักษณะจำเพาะ

● ใครคือกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการติดพยาธิปากขอจากสุนัขและแมว

หากตอบแบบกำปันทุบดินก็คือ คนที่มีโอกาสสัมผัสกับสัตว์โดยตรงหรือโดยอ้อมนั่นเอง กลุ่มคนเหล่านี้ ได้แก่ผู้ที่ต้องสัมผัสกับดินหรือทรายที่มีตัวอ่อนของพยาธิปากขออยู่เช่น ช่างไฟ ช่างประปา พนักงานกำจัดปลวก และคนงานที่ต้องคลานเข้าไปใต้ถุนอาคารที่ยกสูงขึ้น เกษตรกร ชาวสวนคนอาบแดดที่นอนบนพื้นทราย และเด็กที่เล่นบนพื้นดินพื้นทรายที่อาจมีตัวอ่อนของพยาธิปนเปื้อนอยู่ รวมทั้งผู้เลี้ยงสัตว์ที่ไม่ได้เอาใจใส่ต่อสุขภาวะของสัตว์เลี้ยงของตน ดังนั้นในส่วนของผู้เลี้ยงสัตว์ จึงควรตัดวงจรของพยาธิตั้งแต่ในสัตว์เลี้ยง โดยการให้ยาถ่ายพยาธิตามที่สัตวแพทย์แนะนำครับ

สัปดาห์หน้า เรามาคุยกันถึงเรื่องการถ่ายพยาธิในทางเดินอาหารสำหรับน้องหมาและน้องแมวกันครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Health News : อัลไซเมอร์ติดต่อทางเลือดได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301158

Health News : อัลไซเมอร์ติดต่อทางเลือดได้

Health News : อัลไซเมอร์ติดต่อทางเลือดได้

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
คณะนักวิจัยนำโดย ดร.ซ่ง เว่ยหง จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ค้นพบหลักฐานชิ้นแรกที่ชี้ว่าโรคอัลไซเมอร์อาจติดต่อกันทางการถ่ายเลือด รวมทั้งการปนเปื้อนของเลือดในอุปกรณ์ทางการแพทย์และการผ่าตัดได้ เนื่องจากโปรตีน เบตา-แอมีลอยด์ ซึ่งเกิดขึ้นในสมองของผู้ป่วย สามารถหลุดเข้าไปอยู่ในกระแสเลือด และถ่ายทอดไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้ ผลการวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Psychiatry โดยทีมวิจัยได้นำหนูทดลองที่ปกติจะไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ตามธรรมชาติ มาผ่านการตัดต่อพันธุกรรมให้มียีนโรคอัลไซเมอร์ในตัว เมื่อหนูทดลองดังกล่าวเริ่มป่วยเป็นอัลไซเมอร์แล้ว จึงนำมาผ่าตัดเชื่อมต่อระบบหมุนเวียนเลือดเข้ากับหนูอีกตัวที่มีสุขภาพดี จากนั้นไม่นานพบว่ามีการสะสมตัวของเบตา-แอมีลอยด์ อยู่ในสมองของหนูทดลองที่ไม่มียีนอัลไซเมอร์ ก่อนหน้านี้ วงการแพทย์ทราบว่า อนุภาคขนาดเล็กของโปรตีนที่ทำให้เกิดโรคหรือ “ไพรออน” (Prion) สามารถติดต่อผ่านกระแสเลือดหรือผลิตภัณฑ์เนื้อ ทำให้เกิดการติดต่อของโรคทางสมอง เช่น โรค Creutzfeldt-Jakob Disease หรือซีเจดีขึ้นได้

Tech for life : 5 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301159

Tech for life :  5 พฤศจิกายน 2560

Tech for life : 5 พฤศจิกายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไฮเทค

นี่คือหุ่นยนต์ต้นแบบของโตชิบา ที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับมนุษย์ สูง 2 เมตร มีแขนสองข้างเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง ทั้งยังมีความกว้างจากไหล่ชนไหล่ เพียงแค่ 70 เซนติเมตร มีขนาดสัดส่วนคล้ายมนุษย์ ซึ่งทำให้หุ่นยนต์รุ่นนี้ สามารถทำงานในสายพานกระบวนการผลิตที่มีอยู่ตอนนี้ได้โดยไม่ต้องยกเครื่องรูปแบบและแผนผังการทำงานใหม่

ลายใหม่

สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดตัวเครื่องบินแอร์บัส เอ320 ลวดลายพิเศษ United for Wildlife เพื่อร่วมรณรงค์ต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชใกล้สูญพันธุ์จากการค้าและการขนส่งโดยผิดกฎหมาย และจะนำมาให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ในฐานะตัวแทนสันติภาพที่จะร่วมส่งต่อความตั้งใจเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา

My Business

Google แนะนำเว็บไซต์ Google My Business ช่วยแบรนด์สร้างเว็บไซต์ฟรี โดยเครื่องมือตัวนี้ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถสร้างเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือได้ สำหรับธุรกิจที่สนใจสามารถเข้าไปสร้างเว็บไซต์ฟรีได้ที่ http://bit.do/GMBWebsite หรือชมวีดีโอเกี่ยวกับ Google My Business ได้ที่นี่ http://bit.do/ThaiSME

ขายผ่านเนต

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัว เว็บไซต์ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท www.thailandpostmart.com อี-มาร์เก็ตเพลซโฉมใหม่ พร้อมรองรับโครงการ “ดิจิทัลชุมชน” เพื่อเป็นช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และสินค้าโอท็อปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังเตรียมผลักดันให้เป็นศูนย์รวมสุดยอดของดีของเด่นจากชุมชนทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารชื่อดังจากพื้นที่ต่างๆ อาทิ หมูย่างเมืองตรัง เป็ดย่างพิมาย รวมไปถึงสินค้าโอท็อป

Science Update : วิทยานิพนธ์‘สตีเฟน ฮอว์กิง’ยอดฮิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301157

Science Update : วิทยานิพนธ์‘สตีเฟน ฮอว์กิง’ยอดฮิต

Science Update : วิทยานิพนธ์‘สตีเฟน ฮอว์กิง’ยอดฮิต

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกหัวข้อ “คุณสมบัติของจักรวาลที่ขยายตัว” ของศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์กิง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เปิดให้เข้าไปอ่านและดาวน์โหลดได้ฟรี ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว มีผู้เข้าชมแล้วทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านครั้ง ผ่าน 800,000 เบราว์เซอร์จากทั่วทุกมุมโลก สถิติการเข้าดูวิทยานิพนธ์ดังกล่าวสูงเป็นประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยคาดว่าสูงกว่าของเอกสารใดๆ ในคลังเอกสารออนไลน์ “อพอลโล” (Apollo Repository) ของมหาวิทยาลัย และน่าจะสูงที่สุดในโลก ผลงานดังกล่าวเป็นวิทยานิพนธ์ที่นักฟิสิกส์อัจฉริยะผู้นี้เขียนขึ้น เพื่อขอจบการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตจากทรินิตี้ ฮอลล์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อปี 1966 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก จนทำให้เว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลดผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัยถึงกับล่ม เมื่อเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงวิทยานิพนธ์นี้ได้ทางออนไลน์ในวันแรก

ตะลอนเที่ยว : วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และสุสานหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301151

ตะลอนเที่ยว : วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และสุสานหลวง

ตะลอนเที่ยว : วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และสุสานหลวง

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดประจำรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นับเป็นวัดสุดท้ายที่มีการสร้างวัดประจำรัชกาลตามแบบโบราณราชประเพณี

วัดราชบพิธฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2412 โดยมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ และเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) ทรงเป็นและเป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง ลักษณะเด่นของพระอารามหลวงแห่งนี้คือการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตก (ยุโรป) โดยภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทย ส่วนภายในพระอุโบสถออกแบบและตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมยุโรป พระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถมีนามว่า พระพุทธอังคีรส หล่อขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทำด้วยกระไหล่ทองคำหนัก 80 บาท ซึ่งเป็นทองคำที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงใช้เมื่อทรงพระเยาว์ แต่เดิมนั้น รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดำริจะอัญเชิญพระพุทธอังคีรสไปประดิษฐาน ณ พระปฐมเจดีย์ แต่สิ้นรัชกาลก่อน ดังนั้นรัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญไปประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2415

ที่ฐานบัลลังก์พระประธานบรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 และ พระอัฐิสมเด็จพระศรีสุลาไลย และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร

วัดราชบพิธฯ คือที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อัมมพโร)

และพระอารามหลวงแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของสุสานหลวงแห่งจุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ อันเป็นเขตเฉพาะที่นับเนื่องด้วยราชสกุลและสายสัมพันธ์แห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สุสานหลวงแห่งนี้ รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยมีพระราชประสงค์ให้ผู้ที่ทรงรักใคร่ห่วงใยใกล้ชิด คือ พระมเหสี พระบรมราชเทวี พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรส พระราชธิดา และพระประยูรญาติได้ทรงอยู่ร่วมกันหลังจากสวรรคต ทิวงคต สิ้นพระชนม์แล้ว โดยทั่วไปจะสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระมเหสีและเจ้าจอมมารดาก่อนเพื่อให้พระราชโอรส พระราชธิดาที่ทิวงคต และสิ้นพระชนม์แล้วได้อยู่ร่วมกับพระราชชนนี และพระราชมารดา ซึ่งเปรียบเสมือนได้ทรงอยู่ในบ้านของแม่ เว้นแต่ในกรณีที่พระราชโอรสและพระราชธิดาทิวงคต สิ้นพระชนม์ก่อน ก็จะสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระองค์นั้นๆ ไปก่อน

พระอนุสาวรีย์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในสุสานหลวง เพื่อบรรจุพระอัฐิ และพระสรีรางคารจะมีรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ กัน เช่น พระเจดีย์ พระปรางค์ พระวิหาร ซึ่งมีทั้งแบบไทยแท้ แบบโกธิค (ยุโรป) และแบบขอม พระอนุสาวรีย์สำคัญในสุสานหลวงคือ เจดีย์สี่องค์โดยองค์หนึ่งมีสีทอง พระอนุสาวรีย์นี้มีพระนามว่า สุนันทานุสาวรีย์ รังษีวัฒนา เสาวภาประดิษฐาน สุขุมาลนฤมิตร์ นอกจากนี้ยังมีพระอนุสาวรีย์อื่นๆ อาทิ ของเจ้าจอมมารดาแส สร้างแบบโกธิค พระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรองค์อรรคยุพา สร้างทรงพระปรางค์ พระอนุสาวรีย์พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏปิยมหาราชปดิวรัดา เป็นแบบพระปรางค์สามยอดแบบลพบุรี พระอนุสาวรีย์พระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระอนุสาวรีย์เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าคุณจอมมารดาแพ) เป็นต้น

สุสานหลวงมีพระอนุสาวรีย์ทั้งหมด 34 องค์ สุสานหลวงแห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายพระสักการะได้ แต่ขอให้แต่งกายสุภาพ และแสดงกิริยาสุภาพเมื่อเข้าในเขตสุสานหลวง

วัดราชพิพิธฯ ตั้งอยู่ใกล้กับกระทรวงมหาดไทย ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

เปิดตัว ‘มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์’ ไวน์ชั้นเลิศสัญชาติไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301165

เปิดตัว ‘มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์’ ไวน์ชั้นเลิศสัญชาติไทย

เปิดตัว ‘มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์’ ไวน์ชั้นเลิศสัญชาติไทย

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สยาม ไวเนอรี่ (Siam Winery) ผู้ผลิต ไวน์มอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley Wines) สุดยอดไวน์คุณภาพดีที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และมีรางวัลระดับโลกจากหลายสถาบันเป็นเครื่องการันตี เปิดตัว “มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์” (Monsoon Valley Signature) ไวน์คุณภาพสูงทั้งขาวและแดง ที่ผลิตจากจากองุ่นซึ่งเก็บและคัดสรรพิเศษด้วยมือพร้อมปรุงมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเอาใจคอไวน์ทุกคน ณ ห้องท่าจีน เดอะ รอยัล บอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ เมื่อเร็วๆ นี้

ไวน์มอนซูน แวลลีย์ เป็นไวน์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นโครงการ เมื่อปี 2544 ทำการผลิตไวน์ด้วยองุ่นจากไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ ที่หัวหิน ซึ่งสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ เหมาะสมกับการปลูกองุ่นสายพันธุ์ต่างๆ จากทั่วโลก จึงมีวัตถุดิบหลากหลายในการผลิตไวน์ และภายใต้การดูแลอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนโดย แคธริน พัฟฟ์ Wine making, Viticulture, Innovation and Strategic Projects Director ผู้มากประสบการณ์ของสยามไวเนอรี่ ทำให้ไวน์มอนซูน แวลลีย์ มีคุณภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับโลกมาแล้วมากกว่า 200 รางวัล และสำหรับไวน์ชั้นเลิศตัวใหม่ผลิตจากองุ่นชั้นดีคัดสรรพิเศษ มีทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง “เราเก็บองุ่นที่ใช้ปรุงไวน์แดงสายพันธุ์ใหม่ อาทิ ดอร์นเฟลเดอร์ และซีราห์ ด้วยมือและคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อผลิตไวน์ระดับพรีเมียม บ่มจนได้น้ำสีแดงเข้มเหลือบสีทับทิม มีบอดี้ปานกลางและแทนนินอันนุ่มละมุน ได้กลิ่นหอมผลไม้ ผสานกับกลิ่นกาแฟและเครื่องเทศบางๆ แต่รสชาติจะติดปลายลิ้นอย่างยาวนาน” และไวน์แดงตัวใหม่ มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ เรดเหมาะกับการจับคู่กับ SteakTenderloin หรือ Fillet ที่ไขมันน้อยๆ ลงตัวอย่างพอเหมาะกับอาหารไทยที่มีส่วนประกอบของซอสหอยนางรมได้อีกด้วย ทางด้านไวน์ขาว มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ ไวท์ เป็นไวน์สีเหลืองอ่อนใส มีกลิ่นหอมผลไม้สุกฉ่ำผสานกับกลิ่นขนมปังฝรั่งเศสและเครื่องเทศ “ไวน์ขาวของเรา บ่มด้วยองุ่นพันธุ์เชนิน บลอง ซึ่งปลูกในมอนซูน แวลลีย์ วินยาร์ด ของเราที่หัวหิน เก็บเกี่ยวและคัดสรรด้วยมือ ก่อนจะปรุงด้วยเทคนิคดั้งเดิม ที่เรียกว่าซู-ลี (Sur-Lie) ที่ทำให้ได้รสชาติสดชื่น และสัมผัสนุ่มละมุน ติดปลายลิ้น” ซึ่งไวน์ขาว มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ ไวท์ เหมาะกับอาหารที่ปรุงจากปลา หรือจานที่มีผักและชีสเป็นองค์ประกอบหลัก เช่น ผักขมอบชีส และปลาทอดสามรส จะช่วยเสริมรสอาหาร ให้ถูกปากมากยิ่งขึ้น

นับเป็นที่น่ายินดีและภูมิใจ เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ เรด วินเทจ 2014 และ มอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ ไวท์ วินเทจ 2016 เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันไวน์ 20th Japan Wine Challenge 2017 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ตัดสินด้วยกูรูไวน์ จากญี่ปุ่นและทั่วโลก นอกจากนั้นมอนซูน แวลลีย์ ซิกเนเจอร์ เรด วินเทจ2014 ยังได้รับรางวัลเหรียญเงินจากเวทีแข่งขัน 21st Grand International Wine Award MUNDUS VINI ประเทศเยอรมนี โดยการตัดสินของกรรมการ 164 คนจาก 41 ประเทศ นับเป็นเครื่องรับประกันถึงคุณภาพ และรสชาติได้เป็นอย่างดี

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘นางนพมาศ’ ปฐมภูมิกระทงดอกบัวพิธีจองเปรียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301153

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘นางนพมาศ’ ปฐมภูมิกระทงดอกบัวพิธีจองเปรียง

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘นางนพมาศ’ ปฐมภูมิกระทงดอกบัวพิธีจองเปรียง

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาพสลักขอมลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทงเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น ทำให้นึกถึงบุคคลสำคัญที่เกือบจะลืมไปคือนางนพมาศ หรือเรวดีนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์บุคคลผู้นี้ปรากฏชื่ออยู่ในเรื่องนางนพมาศ หรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ที่อ้างอิงกันว่าแต่งขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ซึ่งมีข้อความเล่าถึงนางนพมาศนั้น เล่าถึงความเป็นไปภายในรัฐสุโขทัยว่ามีความเจริญรุ่งเรืองสมบูรณ์นานัปการ ในรัฐสุโขทัยมีคนต่างชาติต่างภาษาและศาสนามาอาศัยอยู่ร่วมกัน เรื่องที่เด่นที่สุดในเรื่องคือการที่นางได้ประดิษฐ์กระทงขึ้นใช้เป็นประเพณี จนชื่อนางนพมาศนั้นเป็นสัญลักษณ์ของประเพณีลอยกระทงในที่สุด มีการเล่าว่านางนพมาศนั้นมีรูปงามจึงมีการคิดประกวดสาวงามแต่งตัวเป็นนางนพมาศเสียจนลืมบุคคลจริง ซึ่งก็ยังสงสัยกันในยุคหลังว่านางนพมาศนั้นมีตัวตนจริงหรือแต่งขึ้น ด้วยในเรื่องนางนพมาศ หรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ นั้นเล่าว่า นางนพมาศเป็นธิดาของพราหมณ์ในราชสำนักสมัยกรุงสุโขทัย รับราชการเป็นพระปุโรหิตตำแหน่งพระศรีมโหสถ ยศกมเลศครรไลหงส์ พงศ์มหาพฤฒาจารย์ กับมารดาชื่อนางเรวดี นางนพมาศจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า เรวดีนพมาศตามนามมารดา ต่อมาบิดามารดาของนางได้ถวายตัวนางแก่พระร่วงเจ้า ซึ่งไม่อาจยุติว่าพระร่วงเจ้าองค์ใด บางแห่งว่าคือพญารามราชบ้างว่าเป็นพญาเลอไท นางนพมาศนี้ต่อมาเลื่อนเป็นพระสนมเอกในตำแหน่งท้าวศรีจุฬาลักษณ์ มีความชอบที่คิดค้นประดิษฐ์กระทงรูปดอกบัวในพระราชพิธีจองเปรียงเป็นที่ถูกพระราชหทัยของพระร่วงเจ้า

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงให้ความเห็นว่า “หนังสือเรื่องนางนพมาศ ซึ่งฉันเข้าใจว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์” และ “ว่าโดยทางโวหาร ใครๆ อ่านหนังสือเรื่องนี้ด้วยความสังเกตจะแลเห็นได้โดยง่ายว่าเปนหนังสือแต่งในครั้งกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง แต่งในระหว่างรัชกาลที่ ๒-๓ไม่ก่อนนั้นขึ้นไป ไม่ทีหลังนั้นลงมาเปนแน่…และยังซ้ำมีความที่กล่าวผิดที่จับได้โดยแจ่มแจ้งว่าเปนของใหม่หลายแห่ง ยกตัวอย่างดังตรงว่าด้วยชนชาติต่างๆ หนังสือนี้ออกชื่อฝรั่งหลายชาติ ซึ่งที่จริงไม่ว่าชาติใด (โดยเฉพาะอเมริกัน)ยังไม่มีเข้ามาในประเทศนี้เมื่อครั้งนครศุโขไทยเปนราชธานีเปนแน่”


นพมาศ

ส่วนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและกรมหลวงวงศาธิราชสนิท นั้นทรงเชื่อถือหนังสือเรื่องนี้อยู่ จึงทรงคาดว่าหนังสือเรื่องนางนพมาศของดั้งเดิมน่าจะถูกแต่งขึ้นโดยท้าวศรีจุฬาลักษณ์พระสนมเอกในสมเด็จพระร่วงเจ้าจริง หากแต่ฉบับเดิมอาจจะเก่าและขาดหายไปบ้าง จึงมีผู้ที่อยู่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แต่งขึ้นใหม่โดยตั้งใจจะปฏิสังขรณ์ให้เรียบร้อย แต่ผู้แต่งมิได้ถือเอาความจริงเท็จในพงศาวดารเป็นสำคัญ แต่ต้องการจะแต่งให้ไพเราะเพราะพริ้งเรียบเรียงลงไปตามความรู้ที่มีอยู่ในเวลานั้นจนเรื่องราวในหนังสือแตกต่างไปจากข้อเท็จจริง

กล่าวคือประเพณีหลวงทางน้ำนั้นไม่พบในรัฐที่อยู่เหนือจากกรุงศรีอยุธยาขึ้นไป ตระพังน้ำในสุโขทัยนั้นก็มีไว้ใช้อุปโภคบริโภคในวัดและวัง หาได้ทำเพื่อลอยกระทงไม่ ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ แม้จะกล่าวถึง “เผาเทียน เล่นไฟ” ก็หมายรวมถึงการทำบุญไหว้พระเท่านั้นจึงไม่ชัดเจนถึงการลอยกระทงเลย ดังนั้นจึงเชื่อว่าเรื่องนางนพมาศนี้ถูกแต่งขึ้นระหว่าง พ.ศ.๒๓๖๐-๒๓๗๘ ในรัชกาลที่ ๓ เพื่อฟื้นฟูพิธีกรรมสำคัญแสดงความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักรและมีความจำเป็นที่จะสมมุติฉากในยุคพระร่วงเจ้ากับตัวละครคือนางนพมาศขึ้นด้วยให้กระทงทำจากใบตอง ดังนั้นเรื่องจึงมีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมในยุคเดียวกันหลายประการและแพร่หลายจากวังหลวงไปสู่เมืองแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาโดยอ้างนางนพมาศให้เป็นคนสำคัญ หนังสือนี้ตีพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๗ เริ่มต้นว่าด้วยกำเนิดมนุษย์ ชาติภาษา พร้อมแนะนำตัวผู้เขียน “ข้าน้อยผู้ได้นามบัญญัติชื่อว่า ศรีจุฬาลักษณ์” เล่าถึงกำเนิดอาณาจักรและจากนั้นก็สรรเสริญพระเกียรติสมเด็จพระร่วงเจ้าเล่าถึงผู้คน ชาติตระกูลในสุโขทัย ซึ่งมีเรื่องเล่าว่ารัชกาลที่ ๓ ได้พระราชนิพนธ์แทรกไว้ตอนหนึ่ง คือ ตอน “พระศรีมโหสถลองปัญญานางนพมาศ” จนจบ “นางเรวดีให้โอวาทของนพมาศ” มีเนื้อหา ๑ ใน ๓ ของเรื่องไว้ด้วย ดังนั้นนางนพมาศตัวจริงก็น่าจะมีพระสนมเอกเป็นตัวอย่างอยู่ในต้นรัตนโกสินทร์เหมือนแม่พลอย ในเรื่องสี่แผ่นดินนั่นแหละ


พระร่วง

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

กระทงรัชกาลที่ ๙ และกระทงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙

กระทงรัชกาลที่ ๙ และกระทงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙

แหวกฟ้าหาฝัน : Ethnographic Museum Warsaw

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301154

แหวกฟ้าหาฝัน : Ethnographic Museum Warsaw

แหวกฟ้าหาฝัน : Ethnographic Museum Warsaw

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Adoration of the Kings

นักท่องเที่ยวที่ชอบเยือนมิวเซียม และได้มีโอกาสไปยังประเทศที่มีวัฒนธรรมแปลกใหม่ มิวเซียมหนึ่งที่ต้องไปเยี่ยมเยือนให้ได้นอกจาก
National Museum แล้วก็คือ Ethnographic Museum หรือมิวเซียมเกี่ยวกับชาติพันธุ์ นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวกรุงวอร์ซอร์เมืองหลวงของโปแลนด์ก็คงอยากทราบว่ามิวเซียมประเภทนี้ที่เมืองหลวงของประเทศยุโรปตะวันออกจะดีเท่ากับยุโรปตะวันตกหรือไม่ มิวเซียมที่ก่อตั้งครั้งแรกในปี 1888 นี้มีของจัดแสดงเกี่ยวกับยุโรปและโปแลนด์มากถึง 54,000 ชิ้น และของจัดแสดงที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับยุโรปมากถึง 22,000 ชิ้น จึงเป็นที่น่าสนใจต่อนักท่องเที่ยวที่ชอบค้นหาไม่ด้อยไปกว่ามิวเซียมแห่งใดในโลก

ส่วนของจัดแสดงถาวรประกอบด้วย3 ส่วน 1.The Ordinary-The Extraordinary, The Ethnographic Museum’s FascinatingCollections. The Museum’s 120th Anniversaryexhibition 2.Celebration Time in Polish and European Folklore ที่สรรสร้างขึ้นในปี 2013ณ ชั้นสองบนพื้นที่ 850 ตารางเมตร นั้นก็เพื่อเฉลิมฉลองมิวเซียมอายุครบ 125 ปี ในห้องจัดแสดงนี้จะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายพื้นเมืองของทั้งชาวโปแลนด์และยุโรป รวมทั้งเครื่องมือเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา ศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา กระเบื้องตกแต่ง งานผ้า และงานไม้3.Orders of Things. The store room of Piotr B.Szacki

ของจัดแสดงที่โดดเด่นที่สุดในมิวเซียมแห่งนี้คงไม่มีอะไรเกินของจัดแสดงจากแถบซับซาฮาราของจัดแสดงชุดนี้เป็นของสะสมที่ WaclawKorabiewicz บริจาคมาให้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ในครัวอาวุธ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ งานประติมากรรม หน้ากาก วัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและพิธีกรรมทางศาสนา หมวกของชนเผ่า Makonde ในแทนซาเนียและซิมบับเว นอกจากนี้แล้วยังมีเสื้อผ้าของชนเผ่า Bukuba, Bakongo และ Chokwe ซึ่งเป็นของบริจาคจาก Aleksandra Kosinski อีกด้วย

นอกจากมิวเซียมจะมีการจัดแสดงผลงานต่างๆ แล้ว ที่นี่ยังมีการออกนิตยสารราย 4 เดือนที่ชื่อ Etnografia Nowa เพื่อส่งข่าวสารและเผยแพร่ความรู้ให้กับคนทั่วไป และนักท่องเที่ยวที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนมิวเซียมแห่งนี้จะได้รับความประทับใจอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้เพราะของจัดแสดงในมิวเซียมแห่งนี้ได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน อันเป็นผลมาจากการที่ผู้อำนวยการและภัณฑารักษ์ทุกคนให้ความเอาใจใส่ต่อการคัดเลือกของจัดแสดงมาก พวกเขาต่างเห็นตรงกันว่า ของจัดแสดงทุกอย่างที่นำมาจัดแสดงต้องแสดงถึงความมีเหตุผลความอ่อนไหว และสะท้อนถึงความรู้และสัญชาตญาณของมนุษย์ พวกเขาหวังว่าการเยี่ยมชมมิวเซียมจะทำให้นักท่องเที่ยวได้มีประสบการณ์ราวกับการเดินทางย้อนไปในประวัติศาสตร์ และไปยังพื้นที่ห่างไกลที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน

ของจัดแสดงของเล่นเด็ก

ของจัดแสดงของเล่นเด็ก
ผ้าคลุมผม

ผ้าคลุมผม
เครื่องมือทำมาหากิน

เครื่องมือทำมาหากิน
ของจัดแสดงที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา

ของจัดแสดงที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา
ของจัดแสดงจากทวีปแอฟริกา

ของจัดแสดงจากทวีปแอฟริกา

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กับโครงการ ‘รากฟันเทียมพระราชทาน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301012

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กับโครงการ ‘รากฟันเทียมพระราชทาน’

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กับโครงการ ‘รากฟันเทียมพระราชทาน’

วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากกระแสพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ว่า “เวลาไม่มีฟัน ทำให้กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง”ได้ก่อให้เกิด โครงการรากฟันเทียมพระราชทาน โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข รายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับ “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” อดีตรัฐมนตรีว่าการการะทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้มีส่วนร่วมในโครงการรากฟันเทียมพระราชทานนี้

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เล่าว่า “โครงการรากฟันเทียมพระราชทาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา5 ธันวาคม 2550 ซึ่งดิฉันมีส่วนร่วมด้วยความตื้นตันใจในพระเมตตาของพระองค์ท่าน คนที่ไม่มีฟันหรือฟันใช้บดอาหารไม่ได้นี่มันเป็นทุกข์เหลือเกิน อันนี้จริงเลย เพราะทรงมีรับสั่งว่า “ถ้ากินไม่ได้ สุขภาพจิตก็ไม่ดี สุขภาพกายก็ไม่ดี ทุกอย่างไม่ดีไปหมด” แล้วพระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญและมีพระเมตตากับผู้สูงอายุ คนยากจน ผู้ด้อยโอกาสที่อายุมากแล้ว แม้จะมีฟันปลอมทั้งปาก แต่พอนานๆเข้าก็หลวม พอไม่สามารถที่จะขบเคี้ยวอาหารได้ จะมีความทุกข์มากแค่ไหน


(ซ้าย) พิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย และ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านได้เสด็จฯ ไปที่ขอนแก่น ไปเจอชายผู้สูงอายุคนหนึ่ง พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า ให้ทำฟันเทียมให้กับชายสูงอายุคนนี้ และเมื่อพระองค์ได้เสด็จฯ กลับไปที่นั่นอีกครั้ง ชายสูงอายุผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ได้มากราบทูลว่าได้รับฟันเทียมเรียบร้อยแล้ว

ถ้าจะพูดไปแล้ว ตั้งแต่ปีพ.ศ.2548 จนถึงพ.ศ.2550 เป็นครั้งแรกที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้สนองพระราชปณิธาน เริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีทันตกรรม ซึ่งมีนวัตกรรมมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วก่อนหน้านั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ก็ทรงตั้งมูลนิธิทันตกรรมเคลื่อนที่ไปช่วยประชาชนแล้ว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถพิตร ทรงมีรับสั่งว่า ถ้าจะใช้รากฟันเทียมนี่จะต้องสั่งนำเข้าจากเมืองนอก จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และ กระทรวงสาธารณสุข เริ่มมาทำวิจัย เพราะว่ารากฟันเทียม 1 ราก ราคาสูงถึง 50,000-100,000 บาท ช่วงนั้นดิฉันเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในปี 2552 ก็เลยได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และกระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนารากฟันเทียมได้ราคาแค่หลักพัน แล้วก็จะสนองพระราชปณิธานที่จะให้คนยากจนได้มีโอกาส มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็เป็นหมื่นๆ ราย แล้วเราก็พยายามประสานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ ให้ทุกคนที่เป็นแรงงาน หรือคนที่มีรายได้ต่ำสามารถที่จะมารับรากฟันเทียมพระราชทานได้

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถพิตร ทรงสนพระราชหฤทัยเรื่องเหล่านี้กับชีวิตคนไทย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ดิฉันและท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุชได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ ก็ทรงมีกระแสรับสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มากแล้วในที่สุดเราก็ได้ทำงานสนองพระราชประสงค์พระองค์ท่าน แล้วพระองค์ท่านก็ทรงมีอารมณ์ขันว่า “ความจริงนี่นะเห็นแม่มะลิ (แม่ของคุณทองแดง) ซึ่งไม่มีฟัน ก็ทานอาหารไม่ได้ แต่ว่าพอทำรากฟันเทียมให้แล้ว แม่มะลิก็ทานอาหารได้มีความสุข ก็เลยบอกว่า เป็นโครงการฟันยิ้ม”

ช่วงที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านหลายครั้ง ครั้งนั้นไปถวายเหรียญสดุดีพระองค์ท่าน เป็นเหรียญทองข้าวไทย พร้อมทั้งสิทธิบัตรยีน การควบคุมความหอมของข้าว พอทูลเกล้าฯ ถวายเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์ท่านก็ทรงขอบใจทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่มีสิทธิบัตรข้าวหอมไทย เราคนไทยจะได้กินข้าวไทยได้ ก็เกี่ยวกับเรื่องการกิน ใช้ฟันกินอาหาร แล้วก็เราจะได้ไม่ต้องไปกินข้าวฝรั่ง

เมื่อทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว พระองค์เสด็จฯ กลับวังไกลกังวล ที่หัวหิน แต่พวกเราก็ยังนั่งคุยกัน อยู่ดีๆ พระองค์ท่านก็เสด็จฯ กลับมา พวกเราก้มลงไปกราบพระบาทแทบไม่ทัน ทรงมาคุยเรื่องฟัน เรื่องควายไทย เรื่องอะไรต่างๆ นานา ก็กราบบังคมทูลว่าได้ทำถวายให้กับในโครงการนี้ ทำให้คนจนมีรากฟันเทียมใช้ พระองค์ท่านก็ทรงชี้ที่พระทนต์ของพระองค์ท่านว่าทรงใช้รากฟันเทียมเช่นเดียวกัน ทรงเป็นห่วงไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง ข้าราชการ หรือพสกนิกรของพระองค์ แล้วก็ทรงสนพระราชหฤทัยเรื่องข้าวเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าข้าวคือ วัฒนธรรมของบ้านเรา แล้วก็อยากให้คนไทยกินข้าวต้ม หรือกินไรซ์คริสปี้แทนที่จะกินอาหารฝรั่ง

โครงการรากฟันเทียมพระราชทาน เริ่มมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2548 จนถึงปัจจุบัน ถามว่ายังมีโครงการนี้ต่อเนื่องอยู่ไหม ดิฉันก็ไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่ามีการทำต่อเนื่อง แต่อยากจะเรียนว่าที่น่าดีใจก็คือ หลังจากที่ทรงมีรับสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ทำให้นักวิจัยตื่นตัว แล้วก็ไปร่วมกับโครงการทันตกรรมชั้นสูง ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะพัฒนาให้มันดียิ่งขึ้นให้ได้มาตรฐานสากล

แล้วก็ด้วยโรงงานของคนไทย ทำในเมืองไทย จึงแพร่หลายมากขึ้น อันนี้ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาล ให้คนไทยได้มีโอกาสใช้ของที่ถูกและได้มาตรฐาน นี่ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากที่พระราชกระแสรับสั่ง เดิมทีเดียวทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ฟังคำปรารภว่า “เมื่อไม่มีฟัน กินอาหารไม่อร่อย จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” เมื่อเราสามารถจะพัฒนาเทคโนโลยีให้รากฟันเทียมมีราคาถูกลงได้ ให้คนจน ให้คนด้อยโอกาส ให้ผู้สูงอายุ ได้รับบริการฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

สิ่งที่ประทับใจในโครงการนี้ นอกจากจะเห็นพระอารมณ์ขันของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9แล้ว ก็ยังได้ไปพบกับผู้ใช้บริการหรือคนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในโครงการนี้ เขาพูดกันเป็นเสียงเดียวกันเลยนะคะว่า พ่อหลวงของเรานี้สุดประเสริฐเป็นพระมหากรุณาธิคุณของคนไทยที่ได้เกิดมาในแผ่นดินไทยใต้ร่มพระบารมี เกิดเป็นคนไทยดีที่สุดแล้ว

พระองค์ท่านทรงทำแนวทางไว้ให้เราเดินในทุกสายทาง ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ไม่ว่าพืชผัก ทุกอย่างพระองค์ท่านทรงนำทางให้เรา โดยเฉพาะเศรษฐกิจพอเพียง เรามีหน้าที่อย่างเดียว เดินตามรอยพระองค์ท่าน แม้พระองค์ท่านจะไม่ทรงอยู่กับเราแล้ว แต่เชื่อว่าคนไทยทุกคนก็ยังรู้สึกว่าพระองค์ท่านยังอยู่ เพราะว่าพระองค์ท่านอยู่ในดวงใจเราทุกคน แล้วเราต้องทำความดีถวายพ่อหลวงทุกวินาทีที่เรายังเป็นคนไทยอยู่”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

เซเลบฯคนดังถูกใจสินค้ามีสไตล์ ในงาน STYLE งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301003

เซเลบฯคนดังถูกใจสินค้ามีสไตล์  ในงาน STYLE งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค

เซเลบฯคนดังถูกใจสินค้ามีสไตล์ ในงาน STYLE งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค

วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน

จบลงไปอย่างยิ่งใหญ่กับ “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค รวม 3 เทรดแฟร์ระดับประเทศ ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (Bangkok International Fashion Fair and Bangkok International Leather Fair: BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (Bangkok International Gift Fair and Bangkok International Houseware Fair : BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Thailand International Furniture Fair : TIFF) ไว้ด้วยกันในงานเดียว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Life+Style และเป็นส่วนหนึ่งของ Creative Thailand จัดโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ โดยได้รับเกียรติจาก อภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน ได้รับความสนใจทั้งจากตัวแทนจำหน่าย ผู้จัดซื้อ รวมถึงบรรดาเซเลบริตี้นักออกแบบ ดีไซเนอร์มาร่วมอัพเดทสินค้าไลฟ์สไตล์กันคับคั่ง อาทิ สุวรา สนิทวงศ์ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ, ภูษิต พัฒนปราการ,โสภิตนภา ชุ่มภาณี, กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์,ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ และ ปัทมวดี เสนาณรงค์ โดยงานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่17-21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ ไบเทค บางนา

สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และ ปัทมวดี เสนาณรงค์

สุวรา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และ ปัทมวดี เสนาณรงค์

คู่หวานหัวใจมีสไตล์ วสุ แสงสิงแก้ว และ พริมรตา เดชอุดม

คู่หวานหัวใจมีสไตล์ วสุ แสงสิงแก้ว และ พริมรตา เดชอุดม
กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ เลือกชมเสื้อผ้าในสไตล์ที่เป็นตัวเอง

กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ เลือกชมเสื้อผ้าในสไตล์ที่เป็นตัวเอง
ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ ถูกใจของแต่งบ้านสุดเก๋

ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ ถูกใจของแต่งบ้านสุดเก๋