ถ่ายทอดพระคุณธรรมฯในหลวง รัชกาลที่ 9 ผ่านสมุดภาพ‘เชื่อมจุด ร้อยใจ ใกล้พ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298025

ถ่ายทอดพระคุณธรรมฯในหลวง รัชกาลที่ 9 ผ่านสมุดภาพ‘เชื่อมจุด ร้อยใจ ใกล้พ่อ’

ถ่ายทอดพระคุณธรรมฯในหลวง รัชกาลที่ 9 ผ่านสมุดภาพ‘เชื่อมจุด ร้อยใจ ใกล้พ่อ’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในเครือเป๊ปซี่โค อาทิ เครื่องดื่มเป๊ปซี่ และมันฝรั่งทอดกรอบเลย์ นำโดย จรณชัย ศัลยพงษ์ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ พร้อมด้วยสมชัย เกตุชัยโกศลผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม ร่วมกับ “น้ำน้อย”ปรียศรี พรหมจินดา นักวาดภาพประกอบจิตอาสา นำเสนอผลงานศิลปะเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยผ่านสมุดภาพชุด “เชื่อมจุด ร้อยใจ ใกล้พ่อ” (WholeheartedlyConnected) เพื่อแจกให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

โดยสมุดภาพชุด“เชื่อมจุด ร้อยใจ ใกล้พ่อ” ประกอบด้วยภาพวาดลายเส้นจำนวน 9 ภาพอันสะท้อนถึงพระคุณธรรมและพระราชจริยวัตรอันงดงามของในหลวงรัชกาลที่ 9ซึ่งคนไทยทุกคนควรน้อมนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตอันได้แก่ ความเสียสละ ความอ่อนน้อม ความอดทน ความใฝ่รู้ ความกตัญญู ความมีน้ำใจนักกีฬา ความพอเพียง ความเรียบง่าย และความเมตตา โดยสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบ “ภาพต่อจุด” เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการวาดภาพ “พ่อ” ด้วยตนเองเพียงลากเส้นเชื่อมต่อจุดรูปหัวใจ

ทั้งนี้ สมุดภาพ ได้จัดพิมพ์ขึ้นเป็นที่ระลึกจำนวน 9,999 ชุด เพื่อแจกให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสามารถติดต่อขอรับได้ ณ บูธโครงการ “เชื่อมจุด ร้อยใจ ใกล้พ่อ” บริเวณลานด้านหน้า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน ในวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม (จำนวน 5,000 เล่ม) และวันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม (จำนวน 4,999 เล่ม) นี้ระหว่างเวลา 12.00-18.00 น. ทั้งยังสามารถเข้าชมมุมนิทรรศการแสดงภาพวาดต้นฉบับ พร้อมร่วมกิจกรรม “เชื่อมจุดร้อยใจ ใกล้พ่อ” ผ่านระบบทัชสกรีนที่ให้ทุกคนสามารถเชื่อมจุดเพื่อวาดรูป “พ่อ” ในรูปแบบดิจิตอลได้บริเวณมุมสามเหลี่ยมชั้น 1 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.

คุณแหน : 18 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298022

คุณแหน

Kunnae

คุณแหน : 18 ตุลาคม 2560

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พลอย จริยะเวช เขียนหนังสือร่วมกับคุณพ่อศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช“พุทธะในปราด้า”พบกับเล่มใหม่ของเธอได้ในงานสัปดาห์หนังสือ18-29 ต.ค.ณ ศูนย์ฯสิริกิติ์ Openbooks Booth D07 Plenary Hall…

llหลายภาคส่วนร่วมมือกันเป็นจิตอาสาทางตรงทางอ้อมในวันที่ 26 ต.ค. เช่น เทสโก้ โลตัส เซเว่นอีเลฟเว่น ประกาศเปิดทำการถึงแค่ 14.00 น. เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์, อิเซตัน, เซ็นทรัลบางสาขาก็ปิดทำการช่วงบ่าย เพื่อให้พนักงานไปร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และร่วมถวายดอกไม้จันทน์โดยพร้อมเพรียงกัน ซาบซึ้งในหัวใจคนไทย…

ll ชีวิต รศ.ดร.ต่อตระกูลยมนาค แขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะอู่ตัวแทนรถโตโยต้าลืมขันนอตจานเบรกรถ นอตที่ยึดเบรกหลุดหายไปแล้ว 1 ตัวที่เหลืออยู่อีกตัวเดียวก็กำลังจะหลุด! ได้ช่างร้านเปลี่ยนยางช่วยชีวิตไว้ได้ ขอเตือนว่าเอารถเข้าอู่ ไปซ่อม 1 อย่างอาจจะมีเรื่องเสียเรื่องอื่นๆ มาใหม่หลายอย่าง เพราะมีช่างพันธุ์ใหม่ที่เรียกกันว่า“ช่างชุ่ย”ลืมแม้กระทั่งจะขันนอตให้แน่น…ฝากข้อคิดว่าทุกวันนี้ช่างดีๆ ทุกสาขาไม่มีอีกแล้ว เหตุหนึ่งเพราะ รร.อาชีวะเดิมที่ผลิตช่างดีๆ เขาเปลี่ยนป้ายไปเป็นมหาวิทยาลัยกันแทบจะหมดแล้ว ในวงการก่อสร้างก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน เราจึงเห็นข่าว พังขนาดใหญ่ที่โน่นที่นี่ทุกเดือน..

ll ยศวดี บุณยเกียรติ นอกจากจะประหยัดค่าย้อมผมโดยไม่ย้อมผมแล้วยังประหยัดค่าเข้าร้านตัดผมด้วย โดยการให้สามี-สมยศเป็นช่างประจำตัวให้ ใช้ปัตตาเลี่ยนร่วมกับน้องหมา ประหยัดดี…

ll ดร.เยี่ยมชาย ฉัตรแก้ว จะอุปสมบท 23 ต.ค.ณ วัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี…นรเชษฐ์ แสงรุจิขอขมาลาบวช 2 สัปดาห์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9…

llศรีวิกา เมฆธวัชชัยกุล จะเปิดบ้านรับเพื่อนๆ สม.5อีกแล้ว ลงทุนไปสำรวจเส้นทางเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าให้เพื่อนๆ ที่จะมาทอดผ้าป่าที่เชียงรายแล้วจะเลยมาท่องเที่ยวต่อที่ภูชี้ฟ้า…

ll ฝนหนัก 14 ต.ค. ทำเอาชาวสุขุมวิทฝันร้ายไปหลายบ้าน เพราะไม่ได้คาดและไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ทิพวัลย์ เทพหัสดินฯ ถึงกับรำพันว่าไม่รู้จะโทษใครนอกจากตัวเองเก็บของขึ้นไม่หมด ทำคันกั้นน้ำก็แล้ว ถมถนนให้สูงก็แล้ว มีปั๊มน้ำดูดออกข้างนอกบ้านก็แล้ว ลอกท่อก็แล้ว หมดเงินไปหลายแล้วแต่ก็ยังไม่รอด ฝนมันเกิดตกมากเกินไป…แต่ในความไม่ดีเธอก็ถือว่าโชคดี มีคนรอบข้างดี…น้องๆ ก็ดี…น้องๆที่ทำงานช่วยเหลือกันเต็มที่ ไม่บ่นสักคำ ก้มหน้าก้มตาเก็บของกวาดน้ำ ล้างพื้น…

ll หลังเกษียณเป็นการถาวรจาก U.ofMichigan มณฑาทิพย์ กฤษณามระ ย้ายถิ่นที่อยู่อันหนาวเหน็บมาพำนักที่ South Carolina ได้เดินออกกำลังทุกวัน…ll สวด คุณหญิงฉลวย ไชยพร มารดา สมชาย-ดร.สมศักดิ์ ไชยพรศาลา 18 วัดธาตุทอง ถึง 20 ต.ค. …

ll แก๊งอาม่าเที่ยวไต้หวันกลับมาด้วยความปลอดภัย มีเกร็ดเล็กน้อยมาเม้าท์ว่าอาม่าแววตา อัมพรายน์ ย่อสมบัติทุกชิ้นที่ใช้ที่บ้านลงขวด/ห่อเล็กห่อน้อยไปหมด เวลาหาของใช้ส่วนตัวเป็นชั่วโมงกว่าจะเจอ แต่ก็ได้ประโยชน์มหาศาล เพราะเมื่อเพื่อนปวดหลังเธอก็ควักยามาให้ทา ไอจามเธอก็ควักยามาให้พ่นคอ ใครเป็นรูมเมทกับเธอเอาแปรงสีฟันไปอันเดียวพอ…ส่วนอาม้าทรรศนียา ศักดิ์ดีจอมพลัง ไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติอาลีซาน เดินลิ่วๆขณะเพื่อนๆ ค่อยๆ คลานเหมือนหอยทาก แถมสอนวิชาชีววิทยาไปตลอด เป็นที่ชื่นชมของอาเหลียง ไกด์หนุ่มวัย 28 เมื่อรู้ว่าอาม่าคนนี้เป็นโปรเฟสเซอร์เก่า…ll

หนูภาฯ

สารคดีชุด ‘จักรินนวมินทรานุภาพ’ ร่วมแสดงความอาลัยถวายในหลวง รัชกาลที่9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298012

สารคดีชุด ‘จักรินนวมินทรานุภาพ’ ร่วมแสดงความอาลัยถวายในหลวง รัชกาลที่9

สารคดีชุด ‘จักรินนวมินทรานุภาพ’ ร่วมแสดงความอาลัยถวายในหลวง รัชกาลที่9

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ระหว่างวันที่ 21-29 ตุลาคมนี้ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้มอบหมายให้ทีมงานผู้ผลิตรายการ “กระจกหกด้าน” ผลิตสารคดีชุดพิเศษ “จักรินนวมินทรานุภาพ” นำเสนอความประทับใจ จากพระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ 9 ตลอดการครองสิริราชสมบัติ 70 ปี ภายใต้แนวคิด ทรงเป็นประดุจพระนารายณ์อวตาร ลงมาบำเพ็ญพระบารมีช่วยเหลืออาณาประชาราษฎร์ ผ่านพระราชกรณียกิจที่อยู่เหนือธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟออกอากาศติดต่อกัน 5 ตอน เริ่มตอนแรกวันที่ 21 ต.ค. เวลา 18.20 น.

สุชาดี มณีวงค์ ผู้ผลิต “กระจกหกด้าน” บริษัท ทริลเลี่ยนส์ แอน ทรีไลอ้อนส์ จำกัด กล่าวว่า แม้ว่า 35 ปี ที่ผ่านมา “กระจกหกด้าน” จะเคยผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติสถาบันฯ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาแล้วหลายชุด แต่สำหรับสารคดีชุด “จักรินนวมินทรานุภาพ” ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด เพราะได้รับโอกาสผลิตและออกอากาศ ในช่วงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศต่างร่วมกันแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์ท่าน เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี อย่างหาที่สุดมิได้ และต้องขอขอบคุณผู้บริหารสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ที่ไว้วางใจให้เกียรติ ทีมงาน “กระจกหกด้าน” ฝากฝีมือไว้ในแผ่นดินของรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

สำหรับสารคดีชุดนี้ ในแต่ละตอนมีความยาว 30 นาที ประกอบด้วย “พลังรักแห่งปฐพี”, “หลั่งนทีด้วยพระราชหฤทัย”, “ปัดเป่าทุกข์ภัยปวงประชา”, “สูรย์ส่องหล้าทั่วฟ้าไทย” และ “ราชัยแห่งราชัน” โดยได้รับอนุญาตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ใช้เพลง “รักในดวงใจนิรันดร์” ประกอบสารคดีนี้ด้วย โดยตอน ราชัยแห่งราชันได้รับเกียรติจากบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ซึ่งเคยได้เข้าเฝ้าฯในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างใกล้ชิด มาร่วมแสดง หนึ่งในนั้นคือครูทิพย์วรรณ ศุภกิจถาวร จากโรงเรียนรัชตวิทยาคม จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวัยเด็กเคยร่วมรายการศึกษาทัศน์ ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โรงเรียนวังไกลกังวล และได้เรียนหนังสือกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ได้ตรัสกับคุณครูหลังจาก ถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ว่า จะทำอาชีพอะไรก็ได้ ขอให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ต่อสังคม จะทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้เป็นที่ที่เราเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมากที่สุด

ครูทิพย์วรรณ ยังคงจดจำสิ่งที่พระองค์ตรัสในวันนั้น ไม่เคยลืมจนวันนี้ สิ่งที่ทรงมีรับสั่งสั้นๆ ประโยคเดียว ของพระองค์นั่นแหละ เป็นแรงผลักดันให้ครู ค้นพบเส้นทาง เดินที่ถนัด ที่รัก และทำมาจนถึงทุกวันนี้ คือการเป็นครูที่บ้านเกิด

ทั้งนี้ ในฐานะผู้ผลิต ที่ผ่านประสบการณ์มากมาย สุชาดี มั่นใจว่าผู้ชมจะได้รับทั้งอรรถรสและความประทับใจจากสารคดีชุดนี้อย่างแน่นอน โดยทีมงานได้ใช้เวลาทำงานถึง 3 เดือนเต็ม กว่าจะผลิตออกมาสู่สายตาให้ได้ชม คณะทำงานมุ่งมั่นทำถวายสุดชีวิต โดยมอบหมายให้ลูกชายทั้งสอง ควบคุมดูแล สารคดีพิเศษชุดนี้อย่างใกล้ชิด ด้านเนื้อหาทางวิชาการ ผศ.ดร.จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน หัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดูแลความถูกต้อง ด้านปฏิบัติงาน มี คุณอลงค์กร จุฬารัตน ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต ทำหน้าที่ตรวจสอบความประณีตสวยงาม สำหรับผู้ชมที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวสารคดีพิเศษชุดนี้ สามารถคลิกเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook. Krajokhokdan, กระจกหกด้านบานใหม่

ต้อหิน…กับคอมพิวเตอร์ ภัยเงียบที่ดวงตาอาจบอดได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298018

ต้อหิน...กับคอมพิวเตอร์ ภัยเงียบที่ดวงตาอาจบอดได้

ต้อหิน…กับคอมพิวเตอร์ ภัยเงียบที่ดวงตาอาจบอดได้

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในปัจจุบันโรคต้อหิน นับว่าเป็นสาเหตุหลักอันดับสองที่ทำให้ตาบอด โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือความดันในตาสูง ทำให้ลูกตาแข็งกว่าปกติ สัญญาณเตือนในระยะแรก ไม่รู้ตัว ไม่รู้สึกถึงการมองเห็นที่ผิดปกติ จัดว่าเป็นภัยเงียบที่คุกคามดวงตา หากชะล่าใจปล่อยไว้อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหรือเสี่ยงตาบอดนั่นเองนอกจากตาบอดแล้วยังมีอาการเจ็บปวด ทุกข์ทรมานได้อีก จนบางคนยอมให้แพทย์เอาตาออกเพื่อระงับความเจ็บปวด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากในการถนอมดวงตาเพียงแค่หมั่นสังเกตตัวเองและปรึกษาแพทย์ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น

แพทย์หญิงเกศรินท์ เกียรติเสวี จักษุแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า โรคต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคของขั้วประสาทตา มีการบางตัวของขั้วประสาทตาและมีการสูญเสียลานสายตาอย่างถาวร โดยการสูญเสียตานั้น จะเริ่มที่ขอบด้านนอกก่อน หากไม่ทำการรักษาจะทำให้ลานสายตาค่อยๆ แคบลง จนตาบอดได้สาเหตุของต้อหิน มีหลายชนิด ชนิดแรกเป็นต้อหิน โดยไม่ทราบสาเหตุพบมากที่สุด ชนิดที่สองเป็นต้อหินเนื่องจากมีโรคอื่นอยู่ก่อนแล้วเกิดแทรกซ้อน เกิดจากโรคตา ไม่ว่าจะเป็นตาอักเสบ เนื้องอกในลูกตา รวมไปถึงการใช้ยาบางชนิดที่มีสารสเตอรอยด์ เป็นส่วนประกอบของยาหยอดตาเป็นระยะเวลานาน โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้แก่ 1.ผู้ที่มีอายุมากมีโอกาสเป็นมากกว่าคนอายุน้อย โดยผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปมีโอกาสตรวจพบได้ร้อยละ 1.2 ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคต้อหิน 3.ปัจจัยอื่นๆ เช่น ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตา ผู้ที่ใช้ยาสเตอรอยด์ 4. ตรวจพบความดันตาสูง (ความดันต้องมากกว่า 20 มม. ปรอท) 5.มีภาวะสายตายาวหรือสั้นมาก 6.มีความผิดปกติทางเลือดและเส้นเลือด 7. มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ไมเกรน เบาหวาน ป่วยเป็นโรคหัวใจและความดันสูง เป็นต้น

โรคต้อหินมุมเปิด หรือต้อหินเรื้อรังนี้ สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์ จากการศึกษาน่าจะมีสายตาสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงอันหนึ่งของการเป็นต้อหิน ส่วนอีกประการหนึ่งการที่สายตาสั้นแม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อกันว่าผู้ที่ใช้สายตาเพ่งมองใกล้มาก พวกหนอนหนังสือ ผู้ที่มีไอคิวสูงมักจะมีสายตาสั้น ทั้งหมดจึงอาจเกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้กันมานานแล้ว ในกรณีนี้แนะนำให้ใช้คอมพิวเตอร์ในระยะที่เหมาะสม แม้จะไม่ได้ป้องกันโรคต้อหินแต่ก็ทำให้ไม่มีภาวะสายตาเมื่อยล้าตาแห้งจากการใช้คอมพิวเตอร์มากไป

อย่างไรก็ตาม เราคงไม่ต้องตื่นกลัวการเป็นต้อหินจากการใช้คอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉยกับโรคนี้แต่เนื่องจากโรคต้อหินเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการ หากได้รับการตรวจตาอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ก็จะสามารถแก้ไขและป้องกันการเกิดได้ อีกทั้ง ใช้คอมพิวเตอร์มาก ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากพอ แต่การที่มีสายตาสั้นมากเป็นปัจจัยของการเกิดต้อหินได้ กลุ่มคนทำงานหนักอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่มีสายตาสั้นมากอยู่แล้ว

เมื่อเริ่มเป็นจะรักษาโรคต้อหินอย่างไร การรักษาเบื้องต้นที่ดีที่สุด สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพผู้ป่วย จำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาทุกวันไปตลอดชีวิต ปัจจุบันยาหยอดตามีหลายชนิดต่างกันที่กลไกการออกฤทธิ์ ประสิทธิภาพและอาการข้างเคียง การใช้ยารักษาต้อหินชนิดกินหรือฉีดนั้นจะใช้ในระยะสั้นเพื่อเตรียมการผ่าตัด เนื่องจากมีผลข้างเคียงสูง ยาที่ใช้รักษาต้อหินแบ่งเป็น 6 กลุ่มหลัก คือ 1.ยากลุ่ม Beta-adrenergic blockers ยากลุ่มนี้ โดยเฉพาะยา Timolol เป็นยาที่ใช้กันบ่อยและใช้กันมานานแล้ว โดยหยอดวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น แต่ควรระวังในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดหรือโรคหัวใจบางชนิด 2.ยากลุ่มAdrenergic agonist ยากลุ่มนี้บางตัวมีฤทธิ์ปกป้องสายตาได้ด้วย (Neuroprotection) แต่ควรระวังในผู้ป่วยเด็กเล็ก อาจทำให้อ่อนเพลียและง่วงซึม บางรายอาจมีอาการแพ้ได้ 3.ยากลุ่ม Carbonic anhydrase inhibitor ยากลุ่มนี้บางตัวสามารถเพิ่มเลือดไปเลี้ยงบริเวณขั้วประสาทตาได้ แต่บางรายอาจมีอาการแสบตา ยากลุ่มนี้สามารถลดความดันตาได้ดี แต่อาจทำให้ชาปลายมือ-เท้า เบื่ออาหาร น้ำหนักลดได้

4.ยากลุ่ม Cholinergic ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ใช้มานาน เพิ่มการไหลออกของน้ำในช่องด้านหน้าลูกตาทำให้ความดันลด 5.ยากลุ่ม Prostaglandin derivatives ยากลุ่มนี้เป็นยากลุ่มใหม่ มีประสิทธิภาพในการลดความดันตาได้ดี หยอดวันละครั้งมีผลข้างเคียงทางร่างกายน้อยมาก แต่อาจมีอาการตาแดง ผิวหนังรอบดวงตาคล้ำขึ้น ขนตายาวและหนาขึ้น 6. ยากลุ่ม Fixed combination ยาที่รวมเอายา 2 ชนิด ไว้ในขวดเดียวกัน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการหยอดตา หรือการรักษาโดยการใช้แสงเลเซอร์ การใช้เลเซอร์มักใช้ร่วมกับการใช้ยา การทำเลเซอร์ในต้อหินนั้นทำได้ไม่ยาก ไม่ค่อยพบภาวะแทรกซ้อน ใช้เวลาทำประมาณ 10-15 นาที โดยไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล

อีกวิธีคือ การรักษาโดยการผ่าตัด มุ่งเน้นที่การทำช่องระบายน้ำภายในลูกตา (aqueous) จากช่องลูกตาส่วนหน้าออกมาสู่ภายนอก เพื่อลดความดันตา การผ่าตัดต้องทำในห้องผ่าตัด ใช้เพียงการฉีดยาชา หรือดมยาสลบสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก ใช้วิธีผ่าตัดในกรณีที่ได้รับการรักษาโดยใช้ยาและเลเซอร์อย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถควบคุมความดันตาให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยได้ หรือ รักษาจนความดันตาอยู่ในระดับปกติแต่ยังไม่ปลอดภัยโดยมีการสูญเสียลานสายตาหรือเส้นใยประสาทตาอย่างต่อเนื่อง

ดวงตา เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจก่อนสายเกินแก้ไข หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือไม่สังเกตตัวเอง สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นก็จะเข้ามาทำลายความสุขในชีวิต หากชะล่าใจปล่อยไว้อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

OMEGA Her Time เรื่องราวของกาลเวลาและแฟชั่นแห่งเรือนเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298016

OMEGA Her Time  เรื่องราวของกาลเวลาและแฟชั่นแห่งเรือนเวลา

OMEGA Her Time เรื่องราวของกาลเวลาและแฟชั่นแห่งเรือนเวลา

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไคอา และ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์

ในปี 2017 นี้ โอเมก้า (OMEGA) เฉลิมฉลองเรื่องราวสุดพิเศษของเหล่าสุภาพสตรีและเรือนเวลาอันน่ามหัศจรรย์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติ สไตล์ และบุคลิกอันหลากหลายของผู้หญิงทั่วโลก ในแต่ละยุคสมัยจวบจนปัจจุบัน และวิธีที่โอเมก้าสามารถเชื่อมโยงกับผู้หญิงเหล่านั้น

เหล่าคนดังจากหลากหลายวงการทั้งภาพยนตร์ กีฬา และนางแบบ ได้มาร่วมเป็นส่วนสำคัญของครอบครัวของโอเมก้าจนถึงปัจจุบัน อาทิ นักแสดงสาว Nicole Kidmanนักกอล์ฟหญิง Stacy Lewis และนักกรีฑาสาว Jessica Ennis-Hillเป็นต้น และในปีนี้ โอเมก้าถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตัวและต้อนรับ ไคอา และ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ (Kaia and Presley Gerber)ลูกสาวและลูกชายของซินดี้ ครอว์ฟอร์ด เป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสซาเดอร์และครอบครัวของโอเมก้า เพราะหลังจากลูกๆ ของเธอได้เข้ามาสัมผัสกับโลกแห่งโอเมก้า และร่วมแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ไปด้วยกัน มันจึงชัดเจนว่าความมุ่งมั่นทุ่มเทที่ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด มีต่อแบรนด์ได้ถ่ายทอดไปสู่ลูกๆ ของเธอโดยปริยายเช่นกัน

ไคอา และ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ นับได้ว่าเป็นเลือดใหม่่ในวงการที่มีความสามารถและตัวตนที่ชัดเจน ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความมีชีวิตชีวา ถือเป็นตัวแทนของเหล่าคนรักนาฬิกาเจเนอเรชั่นใหม่ ทั้งสองคนพิสูจน์ตัวเองได้เป็นอย่างดีในการเป็น rising stars ของวงการ โดยเฉพาะในโลกแห่งแฟชั่น

และไม่ว่าจะอยู่ในช่วงทศวรรษใด โอเมก้ายังคงก้าวเดินไปพร้อมๆกับทัศนคติและความชอบที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้หญิงแต่ละยุคสมัย เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่แน่นอนว่าโอเมก้าจะยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีทุกเรือนให้มีความแม่นยำ มีสไตล์ที่โดดเด่น และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่สวมใส่นาฬิกาเหล่านั้น ดังเช่น 10 เรือนเวลาระดับตำนานสำหรับสุภาพสตรีของโอเมก้าเหล่านี้

เริ่มที่ 1.Omega ladies’ wristwatch (1906) นาฬิกาข้อมือเรือนนี้ดัดแปลงมาจากนาฬิกาจี้ห้อยคอ Lépineที่ผลิตจากทองคำสีแดง 18 กะรัต (แสดงเวลา 12 นาฬิกาอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา) และเป็นหนึ่งในนาฬิกาข้อมือเรือนแรกๆที่โอเมก้าผลิตขึ้น โดดเด่นด้วยหน้าปัดหินฟลักซ์สีไอเวอรี่รางนาทีที่เปล่งประกายจากทอง และเข็มที่มีรายละเอียดของยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 15

2.Omega Lépine Pendant Art nouveau (1910) ความพิเศษของนาฬิกาจี้ Lépine สำหรับสุภาพสตรีเรือนนี้อยู่ที่เลขอารบิกสไตล์ปารีสและเข็มทรงลูกแพร ฝาหลังงดงามด้วยงานเคลือบอีนาเมลโปร่งแสงสีฟ้า และตาข่ายทองคำขาวประดับด้วยเพชร 16 เม็ดอย่างประณีต3.Omega Art Déco jewelry wristwatch (1940) นาฬิกาเรือนนี้เป็นตัวแทนที่ยอดเยี่ยมของสไตล์ Art Deco ที่มีอิทธิพลต่อโลกแห่งแฟชั่นในยุคนั้น โดดเด่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแบบฉบับของยุค ตัวเรือนผลิตจากแพลตินั่มประดับตกแต่งด้วยเพชรและแซฟไฟร์สีน้ำเงิน

4.A very rare Omega jewelry wristwatch model produced for the French Market (1946) นาฬิกาข้อมือประดับอัญมณีรุ่นหายากที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาดประเทศฝรั่งเศสรุ่นนี้ผลิตจากทองคำ สีแดง 18 กะรัต เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ผสานกับสร้อยข้อมือทูโบกาส (Tubogas) ที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งภายหลังเป็นที่นิยมใช้ในหลายแบรนด์ นาฬิกาเรือนนี้ยังถูกนำไปใช้ในผลงานโฆษณาโดยศิลปินชื่อดังอย่าง René Gruau อีกด้วย

5.Omega Ladymatic (1955) นาฬิกาเรือนนี้ถือเป็นการปฏิวัติทางสไตล์ของผู้หญิง เพราะ Ladymatic สอดประสานความงามเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูงได้อย่างลงตัว นี่จึงเป็นเรือนเวลาที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมอย่างมากตั้งแต่เริ่มเปิดตัว และด้วยกลไกอัตโนมัติพร้อมโรเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ทำให้ Ladymatic นำความสง่างามและความอ่อนหวานที่ทันสมัยมาสู่การผลิตนาฬิกาสำหรับผู้หญิง6.Omega Topaz jewelry secret watch created for the Montres et Bijoux catalogue and exhibition (1956) เรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์เรือนนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดย Jean Hauck of Geneva สำหรับ Montres et Bijoux catalogue and exhibition นาฬิกาเรือนนี้ตกแต่งด้วยบุษราคัมสีส้มตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กจำนวน 21 เม็ด เรียงเป็นรูปพัดอยู่ล้อมรอบตัวเรือน และประดับเพชรน้ำงาม 31 เม็ด ที่ฝาครอบหน้าปัดและห่วง

7.Omega Moldavita (1964) Moldavita เป็นเรือนเวลาที่ออกแบบโดยนักออกแบบเครื่องประดับชื่อดัง Gilbert Albert สำหรับงาน New York World’s Fair เครื่องบอกเวลาอันทรงเกียรติเรือนนี้ประกอบขึ้นจากโมลดาไวท์ (Moldavite) อัญมณีหายากสีเขียวใสที่เกิดขึ้นจากก้อนอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ตกลงมาบนพื้นโลก เสริมด้วยกลไกอัตโนมัติที่มีขนาดเล็กที่สุด แพลตินั่ม และทองคำ 18 กะรัต 8.Omega De Ville Jeux d’Or (1972) นาฬิกาข้อมือตัวเรือนทองคำ 18 กะรัตเรือนนี้ถูกให้คำจำกัดความไว้ว่า “เรือนเวลาที่ผสมผสานสร้อยข้อมือทองคำลายคลื่นเข้ากับตัวเรือนสี่เหลี่ยมผืนผ้า และหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์รูปทรงเหมือนมรกตได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

9.Omega Constellation Star (1992) เรือนเวลาทองคำ 18 กะรัตนี้มาพร้อมพื้นหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยจุดสีทองกระจายตัวงดงามดั่งห้วงจักรวาล เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเพชรเม็ดเดี่ยวซึ่งจะถูกวางในตำแหน่งที่ลูกค้าต้องการ ประหนึ่งเป็นดวงดาวระยิบระยับบนฟากฟ้า นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถตั้งชื่อดวงดาวของพวกเธอเองได้ โดยชื่อนั้นจะถูกสลักไว้ที่ฝาหลัง10.Omega new Ladymatic (2010) นี่เป็นการนำเรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสู่ยุคใหม่ สำหรับ เลดี้เมติก (Ladymatic) รุ่นใหม่นี้ แบรนด์ได้ผสมผสานงานออกแบบอันเป็นนิรันดร์เข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย คุณลักษณะที่ถูกเพิ่มเข้าไปเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่คือ กลไกโค-แอ๊กเซียล (Co-Axial) อีกทั้งหน้าปัด ขอบตัวเรือน และเข็มแสดงเวลาซึ่งถูกออกแบบใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Omega Art Déco jewelry wristwatch

Omega Art Déco jewelry wristwatch
Omega Constellation Star

Omega Constellation Star
Omega Lépine Pendant Art nouveau

Omega Lépine Pendant Art nouveau
Omega Ladymatic

Omega Ladymatic
Omega ladies’ wristwatch

Omega ladies’ wristwatch

หัตถกรรมไทยสู่สากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298010

หัตถกรรมไทยสู่สากล

หัตถกรรมไทยสู่สากล

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการส่งเสริมงานหัตถกรรมไทยให้ก้าวสู่ตลาดสากล จิรวัฒน์ บุญสมบัติ หรือ จี เจ้าของร้าน Craftroom หนึ่งในสมาชิกของ SACICT ที่ได้รับคัดเลือก ให้ร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Organic & Natural expo 2017 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมา ของ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้เล็งเห็นถึงกระแสความต้องการบริโภคงานหัตถกรรมจากวัสดุอินทรีย์และวัสดุธรรมชาติที่มีมากขึ้นในตลาดโลกและได้ส่งเสริมพัฒนางานหัตถกรรมไทยเพื่อตอบโจทย์ตลาดดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากการสร้างแปลงสาธิตการปลูกพืชที่ใช้ในงานหัตถกรรมด้วยวิถีการทำเกษตรอินทรีย์ มีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ด้านหัตถกรรมอินทรีย์ รวมถึงความรู้ด้านการย้อมสีธรรมชาติให้กับผู้ประกอบการงานหัตถกรรมไทย เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดและโดนใจกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยเน้นการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน หรือ Today Life’s Crafts ที่มีความร่วมสมัย และมีมาตรฐานระดับสากล

“ผมทำงานด้านกราฟิกดีไซน์มาประมาณ 30 ปี ตอนทำงานโฆษณาได้สัมผัสเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ งานฝีมือของคนไทย ภูมิปัญญาต่างๆ เพื่อนำไปสื่อสารในรูปแบบสื่อต่างๆ ให้รับรู้ในวงกว้างจนได้มีโอกาสร่วมงานกับ SACICT และได้เรียนรู้เรื่องการย้อมผ้าสีครามธรรมชาติ ซึ่งทำให้ได้เห็นคุณสมบัติของผ้า และสีจากธรรมชาติ มองเห็นถึงแนวทางในการพัฒนาต่อยอดรูปแบบ กระบวนการผลิต ตลอดจนการพัฒนาวัตถุดิบใหม่ๆ เมื่อทาง SACICT ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีโอกาสได้พบเจอรู้จักและร่วมพัฒนาชิ้นงานกับครูช่างสมาชิกและผู้ประกอบการที่มีความรู้ ความสามารถหลากหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มเฮือนปอกระดาษสา จ.เชียงใหม่ ที่พัฒนากระดาษสา เป็นแผ่นมาสู่การทอกระดาษสาขึ้นมาเป็นผืน จนสามารถนำมาออกแบบต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จากกระดาษสาอีกมากมายหรือย่ามของชาวปกาเกอะญอที่มีครูช่างของ SACICT คือ ครูช่างสมศรี ปรีชาอุดมการณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานผ้าทอกะเหรี่ยง เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2559 เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนางานร่วมกันด้วย จากภูมิปัญญาในเรื่องการทอผ้า การย้อมสีธรรมชาติ เราก็ได้ทดลองพัฒนารูปแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เช่น กระเป๋าใส่ไอแพด กระเป๋าใส่มือถือ ที่มีการนำดีไซน์ใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปผสานกับองค์ความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมในขณะเดียวกันก็ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนด้วย เช่นพูดคุยให้เห็นถึงข้อดีของการย้อมสีที่มาจากธรรมชาติ โดยกระบวนการทั้งหลายที่กล่าวมานี้ เกิดขึ้นจากการที่ SACICT ได้เข้ามาเป็นแกนนำให้ดีไซเนอร์อย่างผม ได้ไปเจอกลุ่มชาวบ้าน เราก็ได้ร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่าย ทำให้เกิดงานใหม่ๆ ออกมาอย่างที่เห็น”

ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการตลาด จิรวัฒน์ได้สร้างแบรนด์ Craftroom ขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการร่วมพัฒนากับกลุ่มภูมิปัญญาต่างๆ และจำหน่ายสินค้าให้เป็นที่รู้จักซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้น นอกจากจะเรียนรู้จากกระบวนการต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังได้ศึกษาความเป็นไทย นำประสบการณ์และความรู้ในการทำงานออกแบบของจิรวัฒน์มาช่วยในการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้กลายมาเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่มีรูปแบบร่วมสมัยและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น สมุดโน้ตเย็บมือปกผ้าไทย กระเป๋าใส่เครื่องเขียนติดปกสมุด การทอต่างหูลายกราฟิก การนำผ้าทอมือแบบดั้งเดิมงานทอกระดาษสามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะมีจุดเด่นคือ เป็นงานทำมือที่มีเรื่องราวมากมายอยู่ในชิ้นงาน ให้สัมผัสที่แตกต่าง สร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจโดยแนวทางจะเน้นสร้างอัตลักษณ์ ความประณีตจากการทำมือ การใช้วัตถุดิบ สีจากธรรมชาติเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและยังเป็นการสร้างจุดขายเพื่อก้าวสู่ตลาดสินค้าอินทรีย์ซึ่งเป็นเทรนด์ของตลาดโลกในปัจจุบันด้วย

เดินหน้าสู่ 1 ทศวรรษของ ‘มูลนิธิ ณภาฯ’ ในภารกิจการเป็นตัวกลางของ ‘โอกาส’!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298024

เดินหน้าสู่ 1 ทศวรรษของ ‘มูลนิธิ ณภาฯ’ ในภารกิจการเป็นตัวกลางของ ‘โอกาส’!

เดินหน้าสู่ 1 ทศวรรษของ ‘มูลนิธิ ณภาฯ’ ในภารกิจการเป็นตัวกลางของ ‘โอกาส’!

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“การให้โอกาส และการได้รับโอกาส ถือเป็นหัวใจสำคัญ” คำพูดหนึ่งของผู้บริหารมูลนิธิฯ ที่เขายึดมั่นและยึดถือเสมอมา ตั้งแต่ในสมัยวัยเด็ก และเป็นคำพูดที่จุดประกายความคิดให้เกิดการก่อตั้ง มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เมื่อปี 2557 ทว่าการดำเนินงานของคณะทำงานแท้จริงแล้วได้มีการริเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ 2551 โดยมุ่งเน้นการแสวงหาโอกาสและมอบโอกาส ให้กับกลุ่มที่ต้องการโอกาสเหล่านั้น

เอกภพ เดชเกรียงไกรสร รองประธานมูลนิธิ ณภาฯ ฉายภาพย้อนตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ให้ฟังว่า “ณภาฯ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ซึ่งจริงๆ แล้ว เราได้เริ่มทำงานกันมาก่อนหน้านั้น คือตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 การทำงานของคณะทำงานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดย่อยเรื่อยมา ไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ต่อมาจึงมีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิอย่างเป็นทางการขึ้นเมื่อปี 2557 แรกเริ่มเดิมทีเราช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสโดยเน้นกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบทางกฎหมายเป็นหลัก สอนวิชาชีพให้แก่พวกเขาส่งเสริมทักษะในการผลิตสินค้าและจัดจำหน่าย โดยเรามุ่งหวังให้ผู้ต้องขังสามารถสร้างอาชีพและพึ่งพาตัวเองได้ภายหลังพ้นโทษ แต่ต่อมาเราพบว่าผู้พ้นโทษจำนวนไม่น้อย มีโอกาสในการกระทำความผิดซ้ำเพราะพวกเขาไม่ได้รับโอกาสและการยอมรับจากสังคมภายนอก ทางมูลนิธิฯ ในช่วงนั้นเอง เราจึงได้มีการริเริ่มวางแนวทางในการช่วยเหลือผู้พ้นโทษที่ต้องการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองให้กลับคืนสู่สังคมอย่างปกติสุข โดยรับพวกเขาเหล่านั้นให้มาอยู่ทางมูลนิธิ”

“คีย์เวิร์ดสำคัญของมูลนิธิ คงต้องเริ่มต้นว่าผมก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่จากพระองค์ท่าน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์ท่านสอนให้ผมได้เรียนรู้การให้ ซึ่งต้องเป็นการให้อย่างยั่งยืน นั่นหมายถึงการให้ที่ผู้รับได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รับแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง รับแล้วต้องเกิดการต่อยอดและพัฒนาได้ด้วยตนเอง ผมจึงอยากสานต่อพระปณิธานของพระองค์ท่าน ส่งต่อโอกาสและความช่วยเหลือมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม”

“หากพูดถึงแต่ละโครงการต้องบอกว่า เราได้รับผลตอบรับที่ค่อนข้างดี อาทิ การดำเนินงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ในเครือข่ายของ
ณภาฯ หนึ่งในนั้นคือแบรนด์ผลิตภัณฑ์ จัน แบรนด์ในเครือข่าย เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้ผู้ด้อยโอกาสสามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวต่อไป ในอนาคต ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากประชาชน และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา ที่เน้นย้ำเสมอมา โดยเราต้องให้โอกาสตั้งแต่แรกเริ่ม ตั้งแต่การพ้นโทษ เพื่อให้เค้าได้รับการกล่อมเกลาจิตใจ ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อให้มีความพร้อมที่สุดและให้เกิดช่องว่างน้อยที่สุดในการจะกลับไปทำผิดซ้ำ”

“อีกหนึ่งโครงการ ได้แก่ BBG (Bounce Be Good) โดยเมื่อเด็กออกจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เด็กบางคนพ่อแม่ก็อยู่ในเรือนจำ บางคนไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ “กีฬา” จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงเล็งเห็นถึงคุณค่าความสำคัญและทรงมอบโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนผ่านการดำเนินงานของโครงการดังกล่าวนี้ เราผลักดันให้พวกเขาได้มีโอกาสในการฝึกเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยกีฬาชนิดแรกที่ได้หยิบยกขึ้นมานั้นคือ กีฬาปิงปอง เนื่องจากใช้พื้นที่ไม่มาก สามารถฝึกซ้อมได้โดยง่าย และช่วยให้เกิดสมาธิได้เป็นอย่างดีรวมถึงช่วยเสริมทักษะในเรื่องของการตัดสินใจและการปฎิบัติตัวในภาวะคับขัน ทั้งนี้โครงการได้จัดการดูแลให้อยู่แบบนักกีฬามืออาชีพอย่างจริงจัง มีพี่เลี้ยง โค้ชกีฬา นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอน และให้ทุนการศึกษาในการศึกษาต่อ จนจบปริญญาตรี โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องกลับมาให้โอกาสกับบุคคลรุ่นหลังที่ต้องการโอกาสเช่นเดียวกับตน” เอกภพ กล่าวปิดท้าย

สำหรับมูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังคงมีเจตนารมณ์เดินหน้าในการเป็นตัวกลางแสวงหาโอกาส ให้กับผู้ด้อยโอกาสที่ต้องการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง ทั้งนี้ ณภาฯ ยังมุ่งหวังให้ปลายน้ำจะก่อให้เกิดการมีอาชีพที่ยั่งยืน และมีอาชีพที่สุจริตสามารถพึ่งพาตนเอง เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ต่อไปในอนาคต ตามความตั้งใจในการก่อตั้งมูลนิธิ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้ทาง www.nabha.or.th

แซงชัวรี่ สปา ชวน ‘ฟังด้วยใจ’ ลดผู้ป่วยซึมเศร้าและอัตราการฆ่าตัวตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297821

แซงชัวรี่ สปา ชวน ‘ฟังด้วยใจ’ ลดผู้ป่วยซึมเศร้าและอัตราการฆ่าตัวตาย

แซงชัวรี่ สปา ชวน ‘ฟังด้วยใจ’ ลดผู้ป่วยซึมเศร้าและอัตราการฆ่าตัวตาย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ (กลาง) และ จักรพันธ์ ดาวมุกดา (ขวาสุด) พร้อมด้วยผู้บริหาร แซงชัวรี่ สปา ประเทศไทย

ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ระบุว่า อัตราการฆ่าตัวตายล่าสุดของคนไทย ปี 2559 อยู่ที่ 6.35 ต่อประชากร 100,000 คน ลดลงจากปี 2558 ที่มีอัตรา 6.47 ต่อประชากร 100,000 คน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 340 คน หรือทุกๆ 2 ชั่วโมง จะมีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน โดยช่วงอายุที่ฆ่าตัวตายสำเร็จมากที่สุด คือช่วงอายุ 40-44 ปี พบว่าเพศชายมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ในช่วงวัยระหว่าง 25-49 ปี ขณะที่เพศหญิงอยู่ในช่วงอายุ 30-59 ปี ซึ่งมากกว่าร้อยละ 60-90 ของผู้ที่ฆ่าตัวตายมีความเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้า

ด้วยเหตุนี้ แซงชัวรี่ สปา ประเทศไทย จัดแคมเปญ “The Big Listen” เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายชุดของขวัญ “Sanctuary Spa Surprise Box” ที่จำหน่ายทาง Facebook Sanctuary Spa Thailand มอบให้กับ สมาคมสะมาริตันส์ แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน “ฟังด้วยใจ” หรือการรับฟังทางโทรศัพท์เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายที่เบอร์ 02-7136793

จักรพันธ์ ดาวมุกดา ผู้บริหาร บริษัท พีแซท คัสสัน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจาก แซงชัวรี่ สปา ประเทศไทย เผยว่า จากสถิติและรายงานเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายและผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าของไทย ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือและเยียวยาเพื่อลดอัตราการฆ่าตัวตายและผู้ที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า จึงได้จัดแคมเปญ The Big Listen โดยแซงชัวรี่ สปา ประเทศไทย จะมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการขาย Sanctuary Spa Surprise Box ชุดของขวัญชุดพิเศษที่จัดขึ้นมาเพื่อแคมเปญนี้โดยเฉพาะให้กับสมาคมสะมาริตันส์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรับฟังประชาชนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ผู้ที่กำลังทุกข์ใจ หาทางออกของชีวิตไม่เจอ ผู้ที่กำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้า รวมไปถึงผู้ที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของสมาคมสะมาริตันส์ว่าสามารถทำหน้าที่เพื่อนผู้ใกล้ชิดและรับฟังด้วยหัวใจอย่างไม่ตัดสินอันเป็นการบรรเทาภาวะวิกฤติ และลดโอกาสของการฆ่าตัวตายได้อย่างทันท่วงที โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยเหลือให้คนในสังคมไทยแข็งแรงขึ้นจากภาวะที่เปราะบางซึ่งกำลังประสบอยู่ไม่มากก็น้อย

พ.ต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสมาคมสะมาริตันส์ แห่งประเทศไทย ให้คำแนะนำถึงวิธีการรับฟังผู้ที่กำลังทุกข์ใจ ผู้ที่ต้องการการรับฟัง รวมถึงผู้ที่อยู่ในภาวะโรคซึมเศร้า ดังนี้ ได้แก่ ฟังอย่างเอาใจใส่ โดยแสดงออกถึงความสนใจ ผ่านการสบตา การพูดตอบรับ การแสดงความเห็นใจ และการสนับสนุนให้พูดต่อ ใส่ใจตั้งคำถาม ด้วยคำถามปลายเปิด ไม่ถามเพราะกลัวบทสนทนาจะเงียบ ไม่ถามเพื่อหาข้อมูลมากเกินไป ให้ผู้พูดเป็นผู้นำการสนทนา และให้ความสำคัญกับอารมณ์ของผู้พูด เลือกใช้น้ำเสียง ที่สุภาพ เห็นใจ ต้อนรับ ไม่รีบร้อน พูดชัด สงบ ไม่แสดงอาการลังเล ปรับระดับเสียงและความเร็วอย่างเหมาะสม

“ผู้ที่กำลังทุกข์ใจ ไม่สบายใจ หรือผู้ที่อยู่ในภาวะโรคซึมเศร้า จะรู้สึกว่าตนกำลังถูกรับฟังด้วยใจ ก็ต่อเมื่อ ผู้ฟังปล่อยให้ผู้พูดเป็นอย่างที่ต้องการ ผู้ฟังพยายามเข้าใจผู้พูด ทั้งที่ผู้พูดพูดโดยไม่มีเหตุผลเลย ผู้ฟังเข้าใจเหตุผล ความคิดเห็นของผู้พูด ทั้งที่ค้านกับความรู้สึกที่แท้จริง ผู้ฟังปล่อยให้ผู้พูดตัดสินใจเอง แม้จะรู้สึกว่าผู้พูดกำลังคิดผิด ผู้ฟังไม่ได้ดึงปัญหาไปจากผู้พูด แต่ไว้ใจให้ผู้พูดจัดการด้วยวิธีของตัวเอง ผู้ฟังให้โอกาสผู้พูดได้ค้นพบตัวเอง ว่าเหตุใดถึงรู้สึกอารมณ์ไม่ดี และให้เวลาผู้พูดเพียงพอที่จะคิดหาทางออกด้วยตัวเอง ผู้ฟังไม่พยายามที่จะแนะนำผู้พูด”

โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2557 คนไทยฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า ประมาณปีละ 4,000 คน เฉลี่ยเดือนละ 300 กว่าคน หรือเป็น 97% จากผู้ที่ฆ่าตัวตายทั้งหมด ซึ่งไทยเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอันดับ 1 ญี่ปุ่น และอันดับ 2 สวีเดน นับเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสำคัญอย่างจริงจังโดยทั่วโลกก็ได้เกิดวิกฤตการณ์นี้เช่นกัน ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประมาณการว่าประชากรมากกว่า 300 ล้านคน กำลังเป็นโรคซึมเศร้า และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2563 โรคซึมเศร้าจะมีผู้ป่วยมากเป็นอันดับ 2รองจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเท่านั้น

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังด้วยใจ ผ่านการซื้อชุดของขวัญ “Sanctuary Spa Surprise Box”ที่จำหน่ายทาง Facebook Sanctuary Spa Thailand ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2560 โดยทุกๆ การซื้อ 1 กล่อง จะมอบเงินจำนวน 100 บาท ให้กับสมาคมสะมาริตันส์ แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการรับฟังเพื่อหยุดยั้งการฆ่าตัวตายและผ่อนคลายความทุกข์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook/Sanctuary spa Thailand

ชุดของขวัญ “Sanctuary Spa Surprise Box”

ชุดของขวัญ “Sanctuary Spa Surprise Box”

ตัวช่วยเคลียร์ปัญหาสิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297822

ตัวช่วยเคลียร์ปัญหาสิว

ตัวช่วยเคลียร์ปัญหาสิว

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สิว เป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับหนุ่มสาววัยรุ่นหรือแม้แต่วัยทำงาน โปรวาเมด เวชสำอางชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงผิวหน้าอย่างลึกซึ้ง แนะนำ 2เจลแต้มสิวประสิทธิภาพสูง สำหรับทุกประเภทสิวซึ่งต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน โดยสิวอักเสบ เป็นสิวประเภทที่มักสร้างความเจ็บปวด นูนแดง และทำให้เกิดแผลเป็นสิวได้ง่าย ในขณะที่สิวอุดตัน มักสร้างความรำคาญใจ เพราะเป็นคล้ายเม็ดผดบนใบหน้า ซึ่งภายในมีสิ่งอุดตันและไขมันสะสมอยู่นั่นเอง

โปรวาเมดแอคเน่สปอต เจล (PROVAMED ACNE SPOT GEL) เคลียร์เร็ว ไม่ทิ้งรอยใน 12 ชั่วโมง (ผ่านการทดสอบจากสถาบัน Spin Control Asia) เจลแต้มสิวสูตรเร่งด่วนเหมาะสำหรับสิวอักเสบสิวหัวหนอง ด้วยเทคโนโลยี SalicylicPolymerizations System ช่วยลดการอักเสบปวดบวมบริเวณหัวสิวทำให้สิวแห้งและยุบตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งรอยดำ ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียช่วยลดอาการแพ้ระคายเคือง และยังเติมเต็มรอยหลุมสิวให้ตื้นขึ้นผ่านการทดสอบแล้วว่าอ่อนโยนปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

โปรวาเมด แอคเน่ เรตินอล-เอ เจล (PROVAMED ACNE RETINOL-A GEL) เคลียร์สิวอุดตัน ลดการเกิดซ้ำ เจลแต้มสิวประสิทธิภาพสูงคิดค้นและพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ไม่มีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการอุดตัน ปราศจากน้ำหอมสีแอลกฮอล์และซิลิโคน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตัน สิวผดโดยเฉพาะ ให้สิ่งที่อุดตันหลุดออกจากผิวอย่างอ่อนโยน ด้วยเทคโนโลยี Encapsulated Vitamin A-Retinol บรรจุ Retinol ในรูปแบบCyclosystem Complex จึงช่วยควบคุมการปล่อย Vitamin A-Retinol ให้สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพช่วยลดการอุดตันของสิว, Zinc + PCA ช่วยควบคุมความมันจึงลดการเกิดซ้ำ, Tea Tree Oilและ NAB Willow Bark Extract ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียP.acne, Defensil สารสกัดจากพืชธรรมชาติช่วยลดการอักเสบแพ้ระคายเคือง

มีจำหน่ายแล้วที่ร้านขายยาชั้นนำทั่วไป หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่โทร.02-7913620 http://www.provamed.co.th Facebook:Provamed Club

รู้จัก…ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297820

รู้จัก...ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก

รู้จัก…ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก (Pediatric Obstructive Sleep Apnea) เป็นโรคที่ผู้ปกครองควรให้ความใส่ใจเนื่องจากมีผลกระทบต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของร่างกาย สติปัญญาและอารมณ์ของเด็ก หากเด็กได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจะทำให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน

สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระชัย ตันตินิกร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก (Pediatric Obstructive Sleep Apnea) เกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนต้นในขณะหลับมักเกี่ยวข้องกับทอนซิลและอะดีนอยด์โต โดยปกติขณะที่นอนหลับ ร่างกายมีการคลายตัวของกล้ามเนื้อที่ลำคอ ทำให้ช่องลำคอยวบตัว ส่งผลให้ทางเดินหายใจที่แคบอยู่แล้วเกิดการอุดกั้นโดยสิ้นเชิง เกิดการขาดออกซิเจนระหว่างการนอน ทำให้การนอนหลับไม่สมบูรณ์ การรบกวนระหว่างการนอนนี้ ส่งผลให้เด็กมีความผิดปกติทางพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญาและอารมณ์

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนั้น สาเหตุอันดับหนึ่งที่พบบ่อยคือ ทอนซิลและอะดีนอยด์โต มักมีส่วนเกี่ยวเนื่องจากปัญหาภูมิแพ้ในเด็กหรือปัญหาการเป็นหวัดเรื้อรังซ้ำซาก โดยอาการที่บ่งบอกว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือในช่วงเวลากลางวันเด็กมักอ้าปากหายใจ หายใจดัง อาจมีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหลร่วมด้วย นอกจากนี้ เด็กที่นอนไม่พอจะมีปัญหาเรื่องของสมาธิ ซนมากผิดปกติ หรืออาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว ส่วนในเวลากลางคืน เด็กมีอาการนอนกรนเป็นประจำ และจะดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อยิ่งหลับลึก มีการหายใจติดขัด สะดุด นอนกระสับกระส่ายหรือนอนดิ้น เปลี่ยนท่าทางการนอนบ่อยๆ อาการเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่ในท่านอนหงาย ปัสสาวะรดที่นอน

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยนั้น แพทย์จะสอบถามประวัติจากผู้ปกครองและตรวจร่างกาย หากแพทย์สงสัยว่าอะดีนอยด์โต อาจตรวจเพิ่มเติมโดยการเอกซเรย์บริเวณศีรษะด้านข้างเพื่อดูเงาของอะดีนอยด์ หากเด็กโตพอให้ความร่วมมือในการตรวจ แพทย์อาจใส่กล้องส่องตรวจเข้าไปในจมูกเพื่อดูขนาดของอะดีนอยด์ สำหรับเด็กที่มีอายุมากกว่า 3 ขวบขึ้นไป ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจยืนยันด้วยการตรวจการนอนหลับ (sleep test) โดยให้เด็กมานอนที่โรงพยาบาลและจำลองสภาพแวดล้อมให้เหมือนที่บ้านเพื่อตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด วัดการทำงานของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดการเคลื่อนไหว ฯลฯ เพื่อสังเกตดูว่าเด็กมีการหยุดหายใจระหว่างหลับหรือไม่

ส่วนการรักษาแบบมาตรฐานและได้ผลดีมากที่สุด คือการผ่าตัดทอนซิลและอะดีนอยด์ เพื่อให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น กำจัดแหล่งสะสมของเชื้อโรคในจมูก ทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการผ่าตัดมีความปลอดภัยสูงและมีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่ำ อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เช่น ภูมิแพ้ ควรควบคุมอาการภูมิแพ้ของเด็กด้วย เพราะการผ่าตัดไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องภูมิแพ้ของเด็กได้

ท้ายสุดกับการป้องกัน หากเด็กมีอาการภูมิแพ้ ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา และหากเด็กเป็นหวัด ควรได้รับการรักษาอย่างเต็มที่และควรให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายป่วย นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมกับเด็กที่มีประวัติภูมิแพ้หรือเป็นหวัดเรื้อรังซ้ำซาก เช่น การว่ายน้ำเป็นประจำ ควรรอให้เด็กมีอายุประมาณ 8 ปีขึ้นไปก่อน เพราะเด็กเริ่มมีภูมิต้านทานและกายวิภาคที่ดีขึ้น