Studio Seoul Salon ร้านทำผมสุดอินเทรนด์กลิ่นอายเกาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297823

Studio Seoul Salon ร้านทำผมสุดอินเทรนด์กลิ่นอายเกาหลี

Studio Seoul Salon ร้านทำผมสุดอินเทรนด์กลิ่นอายเกาหลี

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลูกแก้ว-กาญจนา อ้นโต

Studio Seoul Salon ร้านผมสุดอินเทรนด์กลิ่นอายเกาหลี ได้ฤกษ์เปิดตัวเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าและบิวตี้นิสต้าที่ชื่นชอบร้านทำผมในแบบสบายๆ สไตล์ take it easy เสมือนนั่งทำผมอยู่ที่บ้าน แต่รวบรวมช่างทำผมและสไตลิสต์ที่มีความชำนาญพร้อมให้บริการออกแบบทรงผมให้เข้ากับบุคลิกและอินเทรนด์แบบครบวงจร ร่วมด้วยเหล่าเซเลบริตี้คนดัง อาทิ ไอซ์-อมีนา กูล, ปรางค์-กัญญ์ณรัณ
วงศ์ขจรไกล ฯลฯ ที่ร้านสตูดิโอโซลซาลอนสยามสแควร์

ลูกแก้ว-กาญจนา อ้นโต ผู้ก่อตั้งร้านทำผม “Studio Seoul Salon” กล่าวว่า เดิมทีตนทำธุรกิจนำเข้าเสื้อผ้าเกาหลี ภายใต้ชื่อ Seoul Studio มาได้หลายปีแล้ว จึงมีฐานลูกค้าที่สนใจเรื่องเสื้อผ้า ความสวยความงามจนมาถึงเรื่องทรงผม และมีหลายคนที่มักสนใจถามเคล็ดลับการดูแลผมของตน เนื่องจากคนที่ใส่ใจดูแลเส้นผมมาโดยตลอด จึงทำให้มีความรู้ถึงสภาพผมต่างๆ ของแต่ละคนคนไปด้วย บวกกับเรามีโอกาสทำงานที่ประเทศเกาหลี จึงทำให้ได้อัพเดทเทรนด์จากทางที่นั่นอยู่ตลอดเวลา และมีคุณอาที่จบด้านทำผมมาโดยตรง จึงตัดสินใจเปิดร้านทำผมสตูดิโอโซลซาลอนขึ้น เพื่อจะได้มีโอกาสให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่เสื้อผ้าไปถึงหน้าผมเลยทีเดียว

“คอนเซ็ปต์ของร้านสตูดิโอโซลซาลอนลูกแก้วอยากให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกสบาย เหมือนทำผมอยู่ที่บ้าน โดยลูกค้าสามารถเลือกนั่งทำที่โซฟาหรือนั่งทำงานไปด้วยก็ได้ ไม่เจาะจงว่าลูกค้าจะต้องนั่งเก้าอี้เหมือนร้านทำผมทั่วๆไป โทนสีในร้านดูอบอุ่นๆ แต่ยังคงมีความเป็นเกาหลีอยู่ เรามีบริการออกแบบทรงผม สระ ตัด ซอย ดัด ทำทรีตเม้นต์และ ทำสีผม โดยเราเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่จะมาดูแลเส้นผมให้กับลูกค้าในทุกๆ ขั้นตอน นอกจากนี้ ทางร้านยังมี professional hair stylish ที่จะคอยให้คำแนะนำการออกแบบทรงผมให้เข้ากับลุคและโอกาสสำคัญตามที่ลูกค้าต้องการด้วย สำหรับค่าบริการของร้านเราเมื่อเทียบกับการบริการที่ใส่ใจและผลิตภัณฑ์ที่เลือกสรรมาเป็นอย่างดี โดยช่างทำผมที่ชำนาญและมีประสบการณ์แล้วถือว่าคุ้มค่ามาก เริ่มต้นสระเซตที่ 500 บาทขึ้นไป และสระตัดเริ่มต้นที่ 700 บาทขึ้นไป

ในฐานะเป็นเจ้าของร้านทำผมอินเทรนด์ยังได้แนะนำเทรนด์ผมของปีหน้าว่า ทรงผมแนวดูเป็นธรรมชาติยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ผู้หญิงจะนิยมทำทรงผมให้ดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้น อาจจะเน้นการตัดหน้าม้าเต่อ หรือม้าแบบฟันปลาเหมือนไม่ตั้งใจ เป็นทรงบ๊อบตรงเพื่อให้ผมแลดูมีสุขภาพดี หรือจะเพิ่มรายละเอียดด้วยการดัดผมเป็นเคิร์ลอ่อนๆ เพิ่มการทำสีโทนอ่อนๆ เช่น น้ำตาลอ่อน เทา เขียวอ่อน ก็จะช่วยให้ดูโดดเด่นแบบสาวโคเรียนเกิร์ลได้มากขึ้นเทรนด์ผมผู้ชายในปีหน้าจะเน้นการเซตผมให้ดูมีวอลลุ่ม ไม่เซตตั้งเหมือนยุคก่อน เน้นดัดผมให้เป็นเคิร์ลอ่อนๆ ก็กำลังมาเลยค่ะ และเซตแบบธรรมชาติเหมือนไม่ตั้งใจ อย่างที่เกาหลี ผู้ชายจะเข้าซาลอนเพื่อดัดผมกันมากกว่าผู้หญิง

หนึ่งในเซเลบฯ สาวสวยที่มาร่วมยินดี พัด-พรรษมน พิริยะเมธา ผู้บริหารสาวคนเก่งจาก Limousine Express มาบอกเล่าเคล็ดลับการดูแลเส้นผมในแบบของเธออย่างง่ายๆ ว่า ตนเลือกใช้แชมพู และทรีทเม้นต์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผม นอกจากนี้จะทำเคราตินทุกๆ 4 เดือนเป็นประจำ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผมให้กลับมาเงางาม ให้เส้นผมมีน้ำหนักทิ้งตัวจัดทรงง่าย ส่วนตัวจะเป็นคนที่ไม่ค่อยจะปรับเปลี่ยนลุคสักเท่าไหร่ เพื่อนๆ จะเห็นพัดไว้ผมยาวตลอด แต่ถ้าต้องปรับลุคจริงๆ ก็อยากจะตัดผมสั้นประมาณบ๊อบประบ่า จัดทรงให้ดูเป็นลอนสวยงาม

สำหรับร้าน สตูดิโอโซลซาลอนตั้งอยู่ในบริเวณสยามสแควร์ ระหว่าง ซอย 2กับซอย 3 (หลังโรงหนังลิโด้ หรือหลังตึก now26) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.082-9693665 หรือ Facebook/ IG Studioseoulsalon หรือ Line ID @Studioseoulsalon

สสว. มอบวุฒิบัตรและโล่รางวัล ‘สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัดปี 2560’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297812

สสว. มอบวุฒิบัตรและโล่รางวัล ‘สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัดปี 2560’

สสว. มอบวุฒิบัตรและโล่รางวัล ‘สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัดปี 2560’

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สาลินี วังตาล ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมถ่ายภาพกับ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดพิธีมอบวุฒิบัตรและโล่รางวัล “สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัดปี 2560” จำนวน 468 ราย เพื่อเป็นต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพระดับจังหวัดนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลักดันสู่ระดับประเทศ และเสริมเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย สาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า สสว. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาสู่สุดยอด SME จังหวัด (SME Provincial Champions) ขึ้นเพื่อส่งเสริมเพิ่มขีดความสามารถ และยกระดับการดำเนินกิจการเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 พร้อมสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพในระดับจังหวัด และผลักดันให้กิจการ SME จังหวัดสู่ระดับประเทศ ซึ่งในปีที่ผ่านมา โดยมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้และผลิตภาพเพิ่มสูงขึ้น จึงได้มีการดำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่องจาก ปี 2559 โดยมีเป้าหมายผู้ประกอบการ 6 รายต่อจังหวัด แบ่งเป็นกลุ่มอาหาร และกลุ่มที่มิใช่อาหาร เน้น Service & Trade โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อพัฒนากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและกลุ่มบริการเพื่อสุขภาพ

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด จะเห็นได้ว่าเป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันให้ ผู้ประกอบการ SME ในแต่ละจังหวัดให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น สามารถก้าวไปสู่การแข่งขันในตลาดโลกและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งผลความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่ามีที่ผู้ประกอบการ SME ที่ได้ผ่านการเข้าร่วมโครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัดได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพสูงขึ้นและทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตเป็นอย่างดี ในส่วนของการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค THAILAND 4.0 จะต้องเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเงินการธนาคาร มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ SME มีการวิจัยมาต่อยอด พัฒนาให้เกิดนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสามมิติ คือ เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่เชิงนวัตกรรม เปลี่ยนการขับเคลื่อนประเทศโดยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น ทั้งนี้ มีเป้าหมายในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ให้เกิดผลสำเร็จภายในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ถือเป็นการเปลี่ยน “ปัญหาและความท้าทาย” ให้เป็น “ศักยภาพและโอกาส” ในการสร้างความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืนให้กับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่ได้รับความสำเร็จกว่า 20 ผลิตภัณฑ์การแสดงแฟชั่นโชว์สินค้า การออกบูธต่างๆ เกี่ยวกับการให้คำแนะนำด้านการเงิน-แนวทางการทำธุรกิจการเสวนาในหัวข้อ “SME ไทย ก้าวไกล 4.0” โดยตัวแทนจากผู้ประกอบการบริษัท เชฟอุทัย จำกัด, บริษัท บ้านนาทอง เฮลท์ตี้แอนด์สปา จำกัด และบริษัท อัมพวา อพาร์เทล จำกัด รวมถึงการเล่นเกมแจกของรางวัลตลอดทั้งงานอีกด้วย

เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 106 แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297814

เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 106 แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 106 แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.ถง เจิ้น หยวน พร้อมภริยา,อัครวิทย์-กีระณา สุมาวงศ์,สงวน ลิ่วมโนมนต์,วัฒน์-ภัทรา จิราธิวัฒน์

เฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 106 แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) โดยมี ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้แทนรัฐบาลสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย มาร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทางด้านการเมือง การค้า การศึกษา พ่อค้าชาวไต้หวัน-ชาวไทย ที่เข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองในงาน ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคาร 10 ตุลาคม 2560 นับเป็นการร่วมมือครั้งแรกระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการซิลิคอนแวลลีย์เอเชียและบริษัทชั้นนำของไต้หวัน นอกจากนี้ ภายในงานจะมีการจัดแสดงเทคโนโลยีของบริษัท HTC MSI NVIDIA Funique Medical-AI โรงแรมเอเวอร์กรีนสาทร และโรงงานสุราจินเหมิน อีกทั้งยังมีนำเทคโนโลยีชั้นสูงมานำเสนอการแสดงภาพและเสียงผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง รวมทั้งชุดคอลเลคชั่นของพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ ภาพวาดของจิตรกร นักเขียนอักษรพู่กัน ภาพยนตร์ของผู้กำกับหนังซอฟแวร์ทางการแพทย์ชื่อดังและสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของไต้หวันแบบเสมือนจริง เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านได้สัมผัสกับเทคโนโลยีทันสมัยของไต้หวัน เปลี่ยนงานค็อกเทลแบบดั่งเดิมให้เป็นค็อกเทลแนวใหม่แบบสร้างสรรค์มีชีวิตชีวา

ก่อนเริ่มงานยังได้เชิญชวนแขกภายในงานร่วมถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) โดยยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที จากนั้น ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้แทนรัฐบาลสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ได้กล่าวเปิดงาน “ขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนสาธารณรัฐจีนและสำนักงานฯ มาโดยตลอด ตั้งแต่ประธานาธิบดี ไช่ อิง เหวิน เข้ารับตำแหน่งและผลักดัน “นโยบายมุ่งสู่ใต้ใหม่” ส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้า เทคโนโลยี วัฒนธรรม การศึกษาการแพทย์ สาธารณสุขและเกษตรกรรมระหว่างไต้หวันกับ 18 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย เป็นรูปแบบความร่วมมือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยยึดมั่นในความคิด หยั่งรากฝั่งลึก ร่วมมือทุกด้านเกื้อกูลซึ่งกันและกันผนึกทรัพยากรและพลังภาครัฐและเอกชนดำเนินการประสานความร่วมมือ 4 ด้านใหญ่ คือ ร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้า แลกเปลี่ยนบุคลากร ร่วมพัฒนาทรัพยากรและเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเป็นรูปแบบใหม่ในความร่วมมือที่จะนำความเจริญรุ่งเรือง ร่วมกันมาสู่ 18 ประเทศเป้าหมายมุ่งสู่ใต้ใหม่ ภายใต้ภูมิหลังและแนวคิดดังกล่าว สำนักงานประจำประเทศไทยจึงมีดำริที่เชื่อมโยงนโยบาย 5+2 ที่ไต้หวันกำลังผลักดันประสานเข้ากับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อสร้างโอกาสความสำเร็จร่วมกัน ประกอบด้วย ซิลิคอนวัลเล่ย์เอเซีย เครื่องจักรกลสมองกล เทคโนโลยีสีเขียว การแพทย์เวชภัณฑ์ชีวภาพเกษตรกรรมสมัยใหม่ เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะเป็นแกนหลักในการผลักดันให้อุตสาหกรรมไต้หวันก้าวไปสู่ยุคใหม่ โดยคาดหวังจะแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถและความโดดเด่นด้านการผลิตของไต้หวัน ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยสร้างโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไต้หวันและไทย

ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้แทนรัฐบาลสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน

ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้แทนรัฐบาลสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน
ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้แทนรัฐบาลสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย และภริยา สือ ป๋อ ซื่อ รองผู้แทนรัฐบาล สำนักเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ต้อนรับ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ดร.ถง เจิ้น หยวน ผู้แทนรัฐบาลสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย และภริยา สือ ป๋อ ซื่อ รองผู้แทนรัฐบาล สำนักเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ต้อนรับ ผาณิต พูนศิริวงศ์

เวิร์กช็อปสาวยุคใหม่ สวยดูดีแบบองค์รวม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297816

เวิร์กช็อปสาวยุคใหม่ สวยดูดีแบบองค์รวม

เวิร์กช็อปสาวยุคใหม่ สวยดูดีแบบองค์รวม

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชวนล ไคสิริ แนะทริคการเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก 

สำหรับผู้หญิงแล้วการดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามแล้ว บุคลิกภาพและผิวพรรณที่ดี จะเป็นสิ่งที่สามารถช่วยสร้างจุดเด่นและเพิ่มความมั่นใจให้เราได้ ล่าสุด ฌอน -ชวนล ไคสิริ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบแห่งแบรนด์ “โพเอม” (POEM) จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเผยเคล็ดลับการดูดีแบบองค์รวม เสริมสร้างความมั่นใจ สร้างความโดดเด่นด้วยการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับบุคลิกภาพ ควบคู่การดูแลผิวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย นาโน ชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์ (Nano Shiso Body Butter) โดยมี 4 เซเลบริตี้สาวสังคมชื่อดัง แพรว-พิชามญช์ ชมะนันทน์, พริม-พิมพิศา ชมะนันทน์, แพท-ภิรญา สิงหะ และ เจน-เจนธิรา อรรถสกุลชัย ร่วมเวิร์กช็อป ที่ร้าน THANN ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกสรวิลเลจ

ฌอน-ชวนล ไคสิริ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบแห่งแบรนด์ “โพเอม” (POEM) ผู้รังสรรค์ชุดออกงานสวยหรูที่เซเลบริตี้ชื่อดังต่างวางใจ แนะเทคนิคสร้างความประทับใจแรกพบ สำหรับหญิงสาวว่า “ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการความดูดีเพื่อไปออกงานสำคัญ มักจะใส่ใจกับการเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นอันดับแรก แต่องค์ประกอบหลักที่สามารถดึงดูดสายตา และสร้างความประทับใจให้ผู้หญิงได้ไม่แพ้กัน คือผิวที่มีสุขภาพดี ผิวสวยไม่จำเป็นต้องขาว แต่ว่าดูแล้วเรียบเนียน เพราะมันบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ในการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะผิวบริเวณลำคอ และไหล่ที่ควรดูแลเป็นพิเศษยามต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่เผยผิว ยิ่งไปกว่านั้นความสวยอาจจะไม่ต้องเป๊ะไปทุกกระเบียดนิ้ว แต่การเป็นตัวของตัวเองคือสิ่งที่ทำให้คุณโดดเด่นและกลายเป็นสปอร์ตไลท์ภายในงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

ส่วนเทคนิคการเลือกเสื้อผ้า ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แห่งโพเอม ย้ำว่า ความคลาสสิกยังคงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในทุกยุคทุกสมัย
ซิลลูเอทของชุดที่มีความเรียบหรูช่วยขับเน้นส่วนโค้งเว้าของผู้หญิงให้ดูน่าค้นหา อย่างชุดเดรสเข้ารูป หรือชุดกระโปรงทรงสุ่มที่รัดช่วงเอว โทนสีเบสิกอย่างสีขาว สีดำ สีเทา และสีนู้ด ยังคงเป็นสีที่สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อยู่เสมอ รวมถึงชุดมินิแบล็คเดรส ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ผู้หญิงทุกคนควรมีติดตู้ไว้ เพราะเป็นชุดที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในหลายโอกาส

สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก แบรนด์ “ธัญ” (THANN) ที่ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แห่งแบรนด์ “โพเอม” (POEM) นำมาใช้ในการเวิร์กช็อป
ครั้งนี้ คือ “นาโน ชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์”(Nano Shiso Body Butter) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายที่มอบความเนียนนุ่มชุ่มชื้นสู่ผิวได้ยาวนาน แม้เวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง อุดมด้วยคุณประโยชน์จากสารสกัดจากธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากหญ้าทะเลทราย (Imperata cylindrica extract) เติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนาน “ลีคโอริซ เอ็กซ์แทร็ก” (Licorice extract) คืนความกระจ่างใส และลดเลือนจุดด่างดำบนผิว, “โคโค่ บัตเตอร์” (Cocoa butter) ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากความแห้งกร้าน พร้อมคงความชุ่มชื้นให้ผิว, “โจโจ้บา ออยล์” (Jojoba oil) อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึมซาบเข้าบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก พร้อมคืนความยืดหยุ่นให้แก่ผิว มี 2 กลิ่นให้เลือก ได้แก่ กลิ่นวานิลลา และกลิ่นอีเดน บรีซ

ด้านเหล่าเซเลบริตี้สาวที่มาร่วมกิจกรรม ต่างก็เผยถึงเคล็ดลับการบำรุงผิวให้สวยสุขภาพดี เริ่มจาก สาวผิวเนียนสีน้ำผึ้ง เจน-เจนธิรา อรรถสกุลชัย เผยว่า “นอกจากการทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำแล้ว เราก็เป็นคนที่ชอบนวดน้ำมันมากๆ เพราะมันจะช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื้น อีกอย่างเราเป็นคนผิวแทน ฉะนั้นก็ต้องดูแลผิวให้สุภาพดีตลอดเวลาจะปล่อยให้ผิวแห้งไม่ได้เด็ดขาดส่วนการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ไปงานให้ดูโดดเด่น ด้วยความที่เป็นคนตัวเล็กและรูปร่างก็มีส่วนโค้งเว้าค่อนข้างชัด เราก็จะชอบแต่งตัวสไตล์คลาสซี่หน่อย ชุดเดรสเรียบโก้เข้ารูปที่ช่วยทำให้รูปร่างเราชัดขึ้น จะเป็นชิ้นที่เราหยิบมาใส่บ่อยๆ”

ต่อมาที่เซเลบริตี้สาวสวย แพท-ภิรญา สิงหะ เล่าว่า “โดยส่วนตัวเป็นคนที่ผิวค่อนข้างแห้ง ก็เลยจะทำสครับตลอด อย่างน้อยก็สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง และต้องทาครีมบำรุงผิวหลังอาบน้ำก่อนนอนทุกคืน ผิวจะได้ชุ่มชื้นสุขภาพดี ซึ่งบริเวณที่เราจะใส่ใจเป็นพิเศษในการบำรุงก็คือเรียวขา เพราะผู้หญิงอย่างเราเวลาออกงานอาจจะต้องใส่เดรส ใส่กระโปรงสั้น การที่มีผิวและเรียวขาสวยมันก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ได้ ส่วนเวลาเลือกเสื้อผ้าเราก็จะเลือกที่เหมาะกับรูปร่างตัวเอง เราเป็นคนเอวเล็กแต่มีสะโพก ก็จะชอบใส่ชุดที่รัดช่วงเอวเพราะจะช่วยดึงจุดสนใจได้ดี”

พริม-พิมพิศา ชมะนันทน์ เผยว่า “สำหรับเราผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดี นอกจากจะช่วยบำรุง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว จะต้องสามารถช่วยผลัดผิวและสร้างความกระจ่างใสให้ผิวได้ไปในตัวด้วย ซึ่งนอกจากการทาครีมบำรุงเป็นประจำ เราก็จะชอบทำสปานวดตัวให้ผิวกระชับขึ้น ซึ่งจุดที่เราใส่ใจดูแลมากๆ เลยจะเป็นลำคอกับบริเวณหัวไหล่ เพราะบางครั้งเราก็ต้องใส่เสื้อผ้าที่เปิดไหล่บ้าง ฉะนั้นผิวของเราก็ต้องดูดี ส่วนการเลือกเสื้อผ้ามาใส่แต่ละครั้ง เราจะพิถีพิถันมาก จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญในเรื่องของเนื้อผ้าและคัตติ้งเป็นหลัก เพราะชุดที่มีการตัดเย็บที่ดีจะสามารถช่วยสร้างความโก้หรูและโดดเด่นให้เราได้เป็นอย่างดี”

พิมพิศา-พิชามญช์ ชมะนันทน์

พิมพิศา-พิชามญช์ ชมะนันทน์
ภิรญา สิงหะ และ เจนธิรา อรรถสกุลชัย

ภิรญา สิงหะ และ เจนธิรา อรรถสกุลชัย
นาโน ชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์

นาโน ชิโซะ บอดี้ บัตเตอร์

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297828

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2560

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช โปรดประทานพระนามพระประธานในพระอุโบสถวัดป่าตึง ลำพูน ซึ่ง ไกรสีห์-ดร.ปิยฉัตร กลิ่นสุวรรณ จะประกอบพิธีเททองหล่อ ในวันที่ 1 ม.ค. 2561 นี้ว่า “พระพุทธมงคลสกลประชานาถ”…สาธุ…

 

ll การเดินทางไปพบ ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นับว่าประสบความสำเร็จระดับห้าดาว และหนึ่งในสีสันของการเยือน ทำเนียบขาวได้ให้เกียรติ ท่านนายกฯและภริยาโดยได้นำ ผู้ช่วยกุ๊กใหญ่ของทำเนียบ ซึ่งเป็นคนไทยเพิ่มสิน เครือประดิษฐ์ “ทอมมี่” มาแนะนำตัวถึงในห้องรับรอง กุ๊กทอมมี่ นับว่าเป็นความภูมิใจของทีมงานทำเนียบ มีความสามารถประกอบอาหารได้หลากหลายทั้งแบบตะวันตก,ฟิวชั่น และแน่นอนอาหารไทย ซึ่งกำลังเป็น Ethnic Food อันดับหนึ่งในสหรัฐ…เล่ากันว่า ครอบครัวของอดีตประธานาธิบดีโอบามา เองก็มีความโปรดปรานอาหารตะวันออก โดยเฉพาะ โอบามา เองชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปิงปองมาตั้งแต่เด็ก ครั้งเยาว์วัยเคยเติบโตแบบเด็กกะโปโลในอินโดนีเซียมาก่อน…

ll คนมีฝีมือซะอย่าง อารักษ์ เตชะณรงค์ เมื่ออยู่สหรัฐก็เคยบริหารร้านอาหารไทยในเขต Palm Springs จนโด่งดัง กลับมาพักผ่อนเมืองไทยก็หันมาจับงานอดิเรกการเลี้ยงสัตว์ป่าหลากหลายโดย 4 ปีก่อนเริ่มจากการไปรับเลี้ยงลูกสิงโตกำพร้า 3 ตัวมาดูแล จนทุกวันนี้พัฒนาเป็นสวนสัตว์ประเภท Wild Life “Exotic Zoo” ที่นับว่าค่อนข้างสมบูรณ์แบบในแถบเขาใหญ่ โดยมีสัตวแพทย์คนสำคัญ วัชรินทร์ หินอ่อน เป็นที่ปรึกษาอำนวยความรู้ในเรื่องสุขอนามัย, จิตวิทยา และกรงพักอาณาบริเวณให้ถูกตามทฤษฎี เขายอมรับว่าการดูแล Wild Life เป็นเรื่องต้องทุ่มเททั้งกายและใจให้สัตว์หายาก เช่น สิงโตขาว, เสือโคร่งขาว, ม้าลาย และยีราฟ เพราะปัญหาที่เกิดจะเป็นเรื่องซับซ้อนต้องมีประสบการณ์…

ll กลุ่มจิตอาสาเฉพาะกิจงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะกลุ่มงานประชาสัมพันธ์เขตบางเขน มีกลุ่มลายน์เตรียมงานอย่างขมีขมันยิ่งนัก มิตราวรุณ แก้วชฎา บอกด้วยความเสียดายว่าสมัครไม่ทัน ถึงกระนั้นก็จะไปร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้ละมือแน่นอน..

ll ส่วน น.ท.รณกร เฉลิมแสนยากร ผอ.ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงาน ทอท.นำทีมลูกน้องกว่าสิบชีวิตไปลงชื่อเป็นจิตอาสาฯ เขตดอนเมือง เพื่อวันที่ 26 ต.ค.จะได้ร่วมกันทำความดีถวายพ่อหลวง…ดีงามยิ่งนัก..

ll ปีนี้หมู่บ้านสุดจิตต์นิเวศน์ ย่านพระราม 2 ฝนตกน้ำท่วมหนักในรอบ 20 ปี ผอ.เขต, อปพร., ทหาร นำพาหนะมารับ-ส่งคนในหมู่บ้าน…เป็นงานดีเพื่อส่วนรวม…

ll น่าดีใจแทนชาวจังหวัดลำพูน เนื่องจากการประเมินของ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯได้ประกาศว่า จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่สะอาดที่สุด มีการจัดการด้านขยะได้ดี…เป็นหน้าเป็นตาของชาวเมืองเป็นยิ่งนัก…

ll เป็นความภูมิใจยิ่งของคุณยาย ตวงพร เลาหะบุตร เมื่อได้คุยอวดเพื่อนๆ ว่า คาริ หลานสาววัย 5 ขวบ สามารถสวดมนต์ได้คล่องมาก อย่างนี้ขอยกความดีให้ผู้ใหญ่ด้วย เพราะคงทำให้เห็นเป็นตัวอย่างที่แสนงามมาก่อน…

ll ใครๆ ก็ว่าอาหารคาวหวานที่ไต้หวันแสนอร่อย เต็มดวง จาตุรจินดา เป็นอีกหนึ่งนักชิมที่ได้ไปลิ้มลองมาแล้ว บอกต่อสั้นๆ ว่า “เรื่องจริง”…

ll ฝีมือทำขนมจีนน้ำพริกรสเลิศของ ศิริพร จันทรางศุ ร่ำลือในหมู่มวลมิตร ว่ากันว่าใครได้ลองแล้วเป็นต้องติดใจ ไม่ใช่เพราะได้รับทานฟรี แต่ด้วยมีความอร่อยต่างหาก !!…ll

บารอนเนส

งานแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงาน เพื่อถวายความจงรักภักดีในหลวงรัชกาลที่ ๙

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297832

งานแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงาน เพื่อถวายความจงรักภักดีในหลวงรัชกาลที่ ๙

งานแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงาน เพื่อถวายความจงรักภักดีในหลวงรัชกาลที่ ๙

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโครงการสร้างสรรค์ ๘๙/๗๐/๔๔๔๗+=๙g๑๐ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ได้จัดแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมตั้งแต่วันที่ ๑๙ ตุลาคม-๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และในทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะมีรอบพิเศษที่จะจัดแสดงงานวีดิทัศน์สรุปงานที่พระองค์ท่านได้ทรงทำให้แผ่นดินและประชาชนจนถึงพระชนมายุ ๘๙ ปี

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) กล่าวว่าการจัดนิทรรศในครั้งนี้ จะเป็นการรวบรวมเอางานของศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทองศิลปินแห่งชาติ จำนวน กว่า ๑๐๙ ชิ้น ซึ่งสรุปสาระพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ด้วยความศรัทธาอันหาที่สุดมิได้ โดยมี แนวคิด รูปแบบ เทคนิค และวิธีการที่หลากหลาย โดยจะมีการแบ่งการแสดงงานออกเป็น ๔ ช่วง ช่วงที่ ๑ คือการขึ้นครองราชย์ ช่วงที่ ๒ เป็นช่วงเสด็จพระราชดำเนินทั่วแผ่นดินไทยในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ช่วงที่ ๓ เป็นช่วงประมวลการแก้ไขปัญหาออกมาเป็นศาสตร์แห่งพระราชา ช่วงที่ ๔ คือช่วงประจักษ์ถึงความทุ่มเทในการทรงงานเพื่อพสกนิกรออกมาเป็นโครงการต่างๆ กว่า ๔๔๔๗ โครงการ งานธรรมศิลป์นี้จะนำไปสู่การเรียนรู้ให้เห็นถึง ความดี ความงาม และความจริงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อแผ่นดินไทยและทุกชีวิตที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้ตลอดช่วงพระชนมายุของพระองค์ โดยงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้มีโอกาสเข้าชม ตลอดช่วง ๗๐ ปีของการครองราชย์ ออกมาเป็นโครงการกว่า๔๔๔๗ โครงการ ซึ่งจะเป็นการรับและการสานต่อจากรัชกาลที่ ๙ สู่รัชกาลที่ ๑๐

“สำหรับแรงบันดาลใจ มาจากเรื่องราวรอบพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ แรงบันดาลใจที่เกิดจากปฐมบรมราชโองการคือโจทย์ของการสร้างสุขหาต้นเหตุแห่งทุกข์ของมหาชนชาวสยาม และเกิดจาก ๘๙ พระชันษา ๗๐ ปีของการปกครองแผ่นดินสยาม รวมทั้งยังเกิดจากการค้นหาต้นเหตุแห่งทุกข์ของประชาชนชาวสยาม และจากต้นเหตุแห่งทุกข์ของประชาชนก็นำไปสู่การค้นหาวิธีการแนวทางแก้ปัญหาจนบังเกิดเป็นโครงการพระราชดำริ ๔๔๔๗+ กว่าโครงการ ในตลอดระยะเวลาของการครองราชย์ ๗๐ ปี และจากต้นเหตุแห่งทุกข์ทรงค้นพบทฤษฎีใหม่ ศาสตร์พระราชาและหลักการทรงงาน ๒๓ วิธีของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ต่อเนื่องไปจนถึงทรงค้นพบทฤษฎีสร้างสุขให้ประชาชนชาวสยามคือความพอดี ความพอประมาณ รู้หน้าที่ รู้รักสามัคคี มีคุณธรรม และมีความเพียรที่บริสุทธิ์ เป็นต้น เหล่านี้คือแรงบันดาลใจที่ผมนำมาเป็นต้นแบบในการวางแนวความคิดและวัตถุประสงค์ในการสร้างสรรค์โครงการในครั้งนี้”

ที่สำคัญคือเป็นการจัดงานครั้งแรกที่ไม่มีสปอนเซอร์ แต่เป็นการให้โอกาสคนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกมีส่วนร่วมในการจัดงานตามกำลัง เราจะได้มีโอกาสแสดงทุกรายชื่อของคนไทยที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน อย่างไรก็ตาม งานนี้จะมีขึ้นไม่ได้เลย หากเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากทางหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสภากาชาดไทย

และสำหรับคนไทยที่ต้องการร่วมเป็นเจ้าภาพ ด้วยการสนับสนุนโครงการผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาพหลโยธิน 40 ชื่อบัญชี “นิทรรศการพระราชกรณียกิจ ร.9 – 89/70/ 4447+=9 เพื่อการกุศล โดย วช. “เลขที่บัญชี 9864093177” รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้สภากาชาดไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.แปดสิบเก้าทับเจ็ดสิบ.com หรือFB:โครงการสร้างสรรค์ 89/70/4447+=9

ส่งต่อความสุขสู่พนักงานกวาดถนน กทม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297824

ส่งต่อความสุขสู่พนักงานกวาดถนน กทม.

ส่งต่อความสุขสู่พนักงานกวาดถนน กทม.

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตรีดาว อภัยวงศ์ สุขุม, ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ และ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ

บริษัท ทีเอช โรโบติก จำกัด ผู้นำเข้าหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านอัจฉริยะจากสหรัฐอเมริกาแบรนด์ “iRobot (ไอโรบอท)” จัดงาน “iRobot ฉลอง 20 ล้านเครื่องร่วมปันสิ่งดีดีสู่สังคม” เปิดตัวแคมเปญ “#ยิ่งปันยิ่งสุข” กระตุ้นจิตสำนึกให้คนในสังคมใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น ด้วยการมอบน้ำใจให้พนักงานกวาดถนน ที่เหน็ดเหนื่อยเพื่อความสะอาดน่าอยู่ของประเทศ รวมไปถึงต้องเสี่ยงอันตรายทำงานริมทางเท้า และเผชิญมลพิษมากมายบนท้องถนน

ภายในงานมีผู้บริหารสาวสวย ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการบริหาร บริษัท ทีเอช โรโบติก จำกัด และ ตรีดาว อภัยวงศ์ สุขุม โฆษกกรุงเทพมหานคร ร่วมพูดคุยถึงแคมเปญดังกล่าว พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เรื่อง “หน้าที่ของตน” เพื่อปลุกจิตสำนึกของผู้คนให้ใส่ใจสังคมมากขึ้น และเปิดตัวนวัตกรรมหุ่นยนต์ดูดฝุ่น 3 รุ่นล่าสุด ได้แก่ Roomba890, Roomba690 และ Roomba 605 ผู้ช่วยแม่บ้านยุคดิจิทัลที่แฟชั่นฮอลล์ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอนเมื่อเร็วๆ นี้

ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กล่าวว่า “เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ให้การสนับสนุนหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot (ไอโรบอท) มาตลอด 5 ปี ในประเทศไทย และด้วยความตั้งใจที่ต้องการทำสิ่งดีๆ สู่สังคมไทย ปีนี้บริษัทจึงได้เปิดตัวแคมเปญ #ยิ่งปันยิ่งสุข เพื่อให้กำลังใจและกระตุ้นให้คนในสังคมไทยหันมาใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น โดยเริ่มกิจกรรมแรกกับพนักงานกวาดในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่คอยดูแลความสะอาดบ้านเมืองเราให้น่าอยู่ โดยจัดกิจกรรมนำร่องในการแบ่งปันน้ำใจด้วยการนำกระติกน้ำพร้อมกระเป๋าสะพาย และเข็มกลัดปันยิ้ม เริ่มที่เขตจตุจักร และเขตวัฒนา โดยตลอดปีนี้ทุกการจำหน่ายสินค้า iRobot หนึ่งเครื่อง ทางบริษัทจะมอบเงินบริจาค 100 บาท
เข้าโครงการเพื่อให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้”

ตรีดาว อภัยวงศ์ สุขุม โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีพนักงานกวาดถนนจำนวน 9,694 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ประมาณ 8,000 กว่าคน ซึ่งทุกคน ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ภูมิใจในหน้าที่นี้ ถึงแม้จะเป็นคนตัวเล็กๆ ที่อาจไม่มีใครเห็น แต่ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ทำความสะอาดให้บ้านเมือง และทุกวันที่เขากวาดถนนไม่เพียงกวาดให้บ้านเมืองสะอาด แต่เหมือนกับกวาดจิตใจของเขาด้วย ถึงแม้ว่าเขาอยู่กับสิ่งสกปรก แต่จิตใจเขาสะอาด เพราะว่าเขารู้ว่าตัวเองมีคุณค่าที่ได้ทำสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่น แต่ขณะเดียวกันในปีนี้เรามีพนักงานกวาดถนนที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุกว่า 30 คน และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 5 คน สาเหตุคือเมาแล้วขับ ต้องขอบคุณผู้บริหาร iRobot Thailand ที่เห็นความสำคัญของคนตัวเล็กๆ ที่ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คนเหล่านี้ทำงานได้นั่นคือ กำลังใจจากเพื่อนร่วมชาติ เพื่อนร่วมบ้าน เพื่อนร่วมเมืองแห่งนี้ที่มีให้เขานั่นเอง”

สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่เรื่อง “หน้าที่ของตน” ว่า “ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งมุ่งหวังที่จะปลุกจิตสำนึกผู้คนให้ใส่ใจสังคมและคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น โดยนำเรื่องราวของพนักงานกวาดซึ่งเสียสละทำหน้าที่ดูแลบ้านเมืองให้สะอาดน่าอยู่ นับว่าเป็นงานเสี่ยงอันตรายบนถนนจากรถที่สัญจรไปมา รวมถึงอันตรายจากมลพิษที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ โดยเรื่องราวนี้ ได้สื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมของคนในสังคมปัจจุบันที่ขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ลืมกฎระเบียบของสังคม เช่น ทิ้งขยะไม่เป็นที่ สูบและทิ้งก้นบุหรี่ในที่สาธารณะ ถ่มน้ำลายบนถนน พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากการขาดจิตสำนึกทั้งสิ้น โดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสายตาของพนักงานกวาดซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลความสะอาด และมองเห็นพฤติกรรมของคนเหล่านี้ทุกๆ วัน แต่ทุกคนก็ยังไม่ย่อท้อ และยังคงมุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดตามคำสอนของพ่อ

ภายในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้แฟนแบรนด์ iRobot ที่มาร่วมอัพเดตนวัตกรรมหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นล่าสุด พร้อมแบ่งปันความประทับใจในประสิทธิภาพของหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านอัจฉริยะ iRobotผู้ช่วยตัวจริงของคนยุคดิจิทัล อย่างเซเลบริตี้สาวสวย มธุนาฏ ซอโสตถิกุล เล่าว่า “เห็น iRobot ครั้งแรกที่บ้านของเพื่อน รู้สึกว่าน่าใช้ดีจึงลองซื้อมาใช้บ้าง ทุกวันนี้แม่บ้านที่จะช่วยดูแลทำความสะอาดบ้านก็หายาก การใช้ iRobotก็เป็นเครื่องทุ่นแรงที่ดี ที่สำคัญคือ สามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม แทนที่จะใช้แรงงานคน การใช้เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นหรือถูบ้าน ก็สะดวกและประหยัดเวลาดี ที่สำคัญบ้านตัวเองเลี้ยงสุนัขจะมีปัญหาเรื่องขนร่วงเต็มบ้าน ก็มี iRobot เป็นตัวช่วยในการดูดขนของน้องหมาที่ไม่ว่าจะปลิวไปตามซอกมุมไหนของบ้าน ก็สามารถเข้าไปจัดการได้ทุกที่แม้จะเป็นที่ที่คนมองไม่เห็น หรือทำความสะอาดไม่ถึงก็ตาม นอกจากนี้หุ่นยนต์ทำความสะอาด iRobot ยังเหมาะกับบ้านของผู้สูงอายุที่อาจจะกังวลเรื่องฝุ่นเป็นพิเศษ ถ้ามี iRobot ติดบ้านไว้รับรองว่าบ้านสะอาดเอี่ยม ปราศจากฝุ่น และไม่ต้องลงมือทำเองให้เหนื่อยด้วย”

อัพเดตเทคโนโลยีที่ช่วยการทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่าย และอุ่นใจทุกครั้งเมื่อใช้งาน ได้ที่โชว์รูม iRobot ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) โทร.02-714 7799 ติดตามชมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้าน iRobot ได้ทางเว็บไซต์ http://www.iRobotThailand.comและ www.facebook.com/iRobot.th

มธุนาฏ ซอโสตถิกุล

มธุนาฏ ซอโสตถิกุล

CAT ร้อยดวงใจ‘ปลูกดาวเรือง’ ถวายในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297831

CAT ร้อยดวงใจ‘ปลูกดาวเรือง’ ถวายในหลวง รัชกาลที่ 9

CAT ร้อยดวงใจ‘ปลูกดาวเรือง’ ถวายในหลวง รัชกาลที่ 9

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ CAT หรือ บมจ. กสท โทรคมนาคม ให้ความสำคัญต่อการมีร่วมกับประชาชนในการแสดงความไว้อาลัย อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา

โดย CAT ได้จัดและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลฯ, จัดกิจกรรมแจกภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ แก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 20,000 ภาพ, จัดกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมชมงาน ITU Telecom World 2016 ลงนามถวายอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และแจกหนังสือ “คำสอนของพ่อ” ซึ่งได้น้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นหนังสือรูปเล่มพอคเกตบุค เนื่องในโอกาสครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต ให้กับประชาชน จำนวน 100,000 เล่ม

ในเดือนตุลาคมนี้ เป็นวาระครบรอบ 1 ปี ของการสวรรคต CAT หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จัดพิธี “ตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ และจัดกิจกรรม “ร้อยดวงใจปลูกดาวเรือง” โดยคณะผู้บริหารและพนักงาน พร้อมใจกันปลูกต้นดอกดาวเรือง เป็นรูปอักษรคำว่า “พ่อ”

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า “ในวาระครบรอบวันเสด็จสวรรคต และใกล้ถึง พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ คณะผู้บริหารและพนักงานของ CAT จึงได้ร่วมใจกันจัดกิจกรรม ตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป พร้อมร่วมกันปลูกดาวเรืองเป็นคำที่มีความหมายว่า “รักพ่อ” เพื่อให้ดอกบานสะพรั่งเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ยิ่งไปกว่านั้น CAT ยังได้ ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยให้บริการระบบสื่อสารอินเตอร์เนตความเร็วสูง, WIFI, ระบบ LAN ณ ศูนย์สื่อมวลชน หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงระบบ Streaming Server สำหรับการถ่ายทอดสดพระราชพิธี ผ่านwww.kingrama9.th ของกรมประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ CAT ยังให้บริการวงจรสื่อสาร Fiber Optic, วิทยุสื่อสารระบบ Digital Trunked Mobile และรถถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียม ณ ลานพระราชวังดุสิต อีกด้วย”

‘บีทูเอส’ สร้างสรรค์พื้นที่เชิงบวก เปิดตัวโซนใหม่ Play & Learn พร้อมเปิดตัวหนังสือ ‘เลี้ยงบวก ลูกบวก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297811

‘บีทูเอส’ สร้างสรรค์พื้นที่เชิงบวก เปิดตัวโซนใหม่ Play & Learn  พร้อมเปิดตัวหนังสือ ‘เลี้ยงบวก ลูกบวก’

‘บีทูเอส’ สร้างสรรค์พื้นที่เชิงบวก เปิดตัวโซนใหม่ Play & Learn พร้อมเปิดตัวหนังสือ ‘เลี้ยงบวก ลูกบวก’

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ กก.ผจญ. บจ. บีทูเอส พร้อมด้วย พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์ เวชศาสตร์วัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, นิหน่า-สุฐิตา ปัญญายงค์ และ เด็กๆ เข้าร่วมงาน

บีทูเอส เปิดโซนใหม่ Play & Learn โลกแห่งการเรียนรู้ของเด็กยุคใหม่ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการเรียนรู้และพัฒนาทักษะรอบด้านแก่เด็กวัย 0-15 ปี เจาะกลุ่มเด็ก และครอบครัว พร้อมจับมือ คุณหมอโอ๋-พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์ เวชศาสตร์วัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดตัวหนังสือ “เลี้ยงบวก ลูกบวก” มี สมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีทูเอส จำกัด เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ โดยงานนี้ บีทูเอส โซน “Play & Learn” มีพื้นที่จัดกิจกรรม เวิร์กช็อป จากคุณครู,คุณหมอผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการเลี้ยงดูลูกในประเด็นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ แนวคิดการเลี้ยงลูกเชิงบวก, การเลี้ยงลูกด้วยวิธีชี้แนะ การเลือกหนังสือเพื่อพัฒนา EF, หนังสือส่งเสริมพัฒนาทักษะสมองที่จะสอนให้เด็ก “คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็นและมีความสุขเป็น” บีทูเอส ขอเป็นพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ อันดีให้กับทุกคนในครอบครัวได้มาใช้เวลาร่วมกันเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องน่าสนุก ขณะนี้ บีทูเอสได้เปิดโซน Play & Learn ไปแล้วกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ อาทิ บีทูเอส สาขา เมกาบางนา, เซ็นทรัล พระราม 2, เอสพลานาด, สีลม คอมเพล็กซ์, เพชรบุรี, Think Space B2S Eastville และภายในปี 2560 โซน Play & Learn จะพร้อมให้บริการทุกสาขาทั่วประเทศ

หลังจากนั้น คุณหมอโอ๋-เจ้าของหนังสือ “เลี้ยงบวก ลูกบวก” ผู้นำแนวคิดการเลี้ยงลูกเชิงบวกได้ ร่วมพูดคุยบนเวที พร้อมเผยเทคนิคในการเลี้ยงลูกที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์การพัฒนาสมองของมนุษย์ และในแนวคิดการเลี้ยงลูกเชิงบวกที่คุณพ่อ-คุณแม่ยุคใหม่ควรรู้พร้อมแนะนำเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกอย่าง มีความสุขในยุคโซเชียลฯ ได้อย่างลงตัว โดยคุณหมอโอ๋กล่าวว่า“การเลี้ยงลูกเชิงบวก คือวิธีการเลี้ยงลูกที่เข้าใจหลักการทำงานของสมองในทางวิทยาศาสตร์โดย เน้นการเลี้ยงลูกด้วยความรัก ความเข้าใจในความแตกต่างและความหลากหลายในตัวเด็กแต่ละคน เราจะใช้ระเบียบวินัยเป็นเครื่องมือในการเลี้ยงดู ไม่ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและการกระทำ แต่เราใช้วิธีการสอน หรือการโค้ชชิ่ง เพื่อให้เด็กได้เห็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาสังคมไทยเติบโตมากับวัฒนธรรมเชิงอำนาจและวัฒนธรรมเชิงลบ โดยคุณพ่อคุณแม่จะมีอำนาจเหนือลูก ครูมีอำนาจเหนือศิษย์ จึงใช้วิธีการ บังคับ ขู่ ทำให้กลัวและตีให้หลาบจำซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงลูกเชิงบวกที่เราจะไม่ทำร้ายตัวตนของเด็กไม่ สร้างบาดแผลในระหว่างการเติบโตแต่เราจะให้คำชื่นชมให้กำลังใจสอนให้ลูกเรียนรู้ผลลัพธ์ตามธรรมชาติ และฝึกให้เขามีวินัยอย่างสม่ำเสมอ หมอเชื่อว่า นี่เป็นผลพวงจากการเลี้ยงดูที่เข้าใจธรรมชาติของสมอง มนุษย์ ซึ่งนำไปสู่การเลี้ยงลูกเชิงบวกนั่นเอง”

ปิดท้ายคุณแม่ยุคใหม่ สุฐิตา ปัญญายงค์ หรือ “นิหน่า” ร่วมแชร์ประสบการณ์ “ตอนรู้ตัวว่า กำลังจะเป็นแม่ก็คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องยากพอลูกโตรู้เรื่อง เริ่มเป็นตัวของตัวเองรู้สึกว่าการเลี้ยงลูกยาก ขึ้นเรื่อยๆ จนมารู้จักหนังสือคุณหมอโอ๋ ทำให้นิหน่ารู้สึกเหมือนได้อ่านประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยหัวใจ เลี้ยงด้วยความสุข สุขทั้งพ่อแม่ สุขทั้งลูก ทำให้เรารู้สึกถึงการเป็รพ่อแม่ที่ทำให้เราอยากพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นเพื่อสร้างคนๆ หนึ่ง ให้เติบโตเป็นบุคคลคุณภาพ เป็นคนดี มีความสุขในสังคมบนโลกกลมๆ ใบนี้”

นิทรรศการ ‘ในหลวงในดวงใจ’ 40 ศิลปินเล่าถึง ในหลวง ร.9 ผ่านงานศิลปะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297665

นิทรรศการ ‘ในหลวงในดวงใจ’ 40 ศิลปินเล่าถึง ในหลวง ร.9 ผ่านงานศิลปะ

นิทรรศการ ‘ในหลวงในดวงใจ’ 40 ศิลปินเล่าถึง ในหลวง ร.9 ผ่านงานศิลปะ

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คนไทยทุกคนล้วนมีเรื่องเล่าถึง ในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นของตัวเอง ในช่วงเวลา 1 ปีที่กำลังผ่านพ้น อาจมีคำถามมากมายให้เราได้ทบทวนความทรงจำที่มีต่อพระองค์ท่านการหวนนึกถึงครั้งนี้ จึงเป็นชั่วขณะสำคัญที่ควรบอกควรรู้สึกกับตัวเอง พระองค์ท่านทรงทำสิ่งต่างๆ มากมายและมอบสิ่งต่างๆ มากมายให้กับเราทุกๆ ด้าน สิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะจากไปพร้อมกับพระองค์ท่านหรือไม่ ไม่มีใครรู้ เรารู้แต่เพียงว่า เราทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ท่านได้ทรงทำให้คนไทยมีความสุขและรอยยิ้ม พระองค์ท่านเป็นดวงใจของเราเสมอมา

Yelo House พื้นที่เพื่อการสร้างสรรค์ ร่วมกับศิลปินกว่า 40 ชีวิต จึงร่วมกันจัดนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านผลงานศิลปะแขนงต่างๆ ในแนวที่ศิลปินแต่ละคนถนัด

สำหรับนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ” เกิดขึ้นด้วยความพยายามร้อยเรียงดวงใจทุกๆ ดวงเข้าไว้ด้วยกัน ดวงใจแห่งความตั้งใจที่จะเล่าถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ผ่านผลงานศิลปะหลายหลาก จากมากมายศิลปิน ซึ่งทุกคนจะถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองของตัวเอง ผ่าน บทกวีภาพวาด ภาพพิมพ์ งานปั้น งานหล่อ ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหวและดนตรี ด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น วาดเส้น เพ้นท์ภาพ ทั้งสีโปสเตอร์ สีอะคริลิก สีน้ำมัน รวมไปถึงงานเซรามิก เป็นต้น

ศิลปินกว่า 40 ชีวิต นำโดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ, มานพ สุวรรณปินฑะ, สมภพ บุตราช, วิษณุพงษ์ หนูนันท์, ซันเต๋อ (ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล), ฉัตรมงคล อินสว่าง, ป๊อด โมเดิร์นด็อก (ธนชัย อุชชิน), จักรี คงแก้ว, นักรบ มูลมานัส, แดง บัวแสน, ชาญณรงค์ ขลุกเอียด, เกรียงศักดิ์ เกรียงวีรวงศ์, สานนท์ เต็มเปี่ยม, อัฐพร นิมมาลัยแก้ว, กรกนก พิณทอง, ธณฤษภ์ทิพย์วารี, ดุษฎี รักษ์มณี, สุมิตรา อุ่นเปีย, ลูกปลิว จันทร์พุดซา, มณฑล พิณลำยอง, ไทรเติ้ล เงาะอาศัย, ปาริชาติ ศุภพันธ์, แอนมัม(สิทธิพันธ์ ต่ายทรัพย์), เลิศเกียรติ จงจิรจิต, กลุ่มบทกวีบนถนน และกลุ่มช่างภาพจากบริษัท ตาชำนิ จำกัด อาทิ ชำนิ ทิพย์มณี,โจ สุรัตน์, โอ สิงหสุวิช, ใหญ่ ฉัตรชัย, เอก ปิติ เป็นต้น โดยจัดแสดงในรูปแบบห้องนิทรรศการ และแกลเลอรี่ในพื้นที่โกดังเก็บของเก่าที่ถูกดัดแปลงให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์เพื่อการสร้างสรรค์ ทั้ง 2 ชั้น ของ Yelo House

อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์  ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์เผยว่า “การมาร่วมนิทรรศการในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกและถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยงานศิลปะกับรุ่นลูก รุ่นหลาน โดยนำบทกวีเรื่องราวเกี่ยวกับทศพิธราชธรรมรวบรวมให้สั้นๆ เพื่อที่จะได้จำง่าย บรรจงเขียนด้วยลายมือตัวเอง ทั้งนี้ เรื่องทศพิธราชธรรม เป็นเรื่องที่สำคัญของพระมหากษัตริย์ ซึ่งกษัตริย์ทุกพระองค์ในโลกนี้ต้องมีทศพิธราชธรรมทั้ง 10 ประการ ถ้ามีครบทั้ง 10 ประการ ถือว่าเป็นองค์คุณของความเป็นสถาบันของพระมหากษัตริย์ และในยามนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการใช้ศิลปะในการเล่าเรื่องราวของพระองค์ท่านเพราะเป็นเรื่องที่มีคุณค่า เป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรับรู้ เพื่อบันทึกเป็นความทรงจำ”

ทั้งนี้ นิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ” เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ตั้งแต่วันนี้-27 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00-20.00 (ปิดทุกวันจันทร์) ณYelo House (ลงสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 3) สอบถามเพิ่มเติม โทร.089-7772322

ส่วนหนึ่งของศิลปิน ที่ร่วมกันจัดนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ”

ส่วนหนึ่งของศิลปิน ที่ร่วมกันจัดนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ”
อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กับบทกวี เรื่องทศพิธราชธรรม

อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กับบทกวี เรื่องทศพิธราชธรรม
ภายในนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ”

ภายในนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ”