นิทรรศการจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297677

นิทรรศการจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 8

นิทรรศการจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 8

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี (ไทย) ชวนเข้าชม “นิทรรศการจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 8” นำเสนอผลงานจิตกรรมที่ได้รับรางวัลจากการประกวดประเภทศิลปินอาชีพ (Established Artist) ศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น (Emerging Artist) จากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 8 ประจำปี 2560 รวมทั้งผลงานที่ได้รับเลือกร่วมแสดง 20 ภาพ และผลงานร่วมแสดงแบบดิจิตอลเพิ่มเติมอีก 32 ภาพ ระหว่างวันที่ 17-29 ตุลาคม ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม-10 พฤศจิกายน 2560 ณ ธนาคารยูโอบี สำนักงานใหญ่ ถนนสาทร

ในปีนี้มีผลงานจากศิลปินส่งเข้าร่วมประกวดมากมาย สร้างสรรค์จากเทคนิคต่างๆ เช่น สีอะคริลิก สีบาติก พู่กันจีน เครยอน หมึก สีน้ำ สีน้ำมัน หรือ เทคนิคการตัดแปะ ภาพวาดสามมิติ ซึ่งผลงานในปีนี้มีความสวยงาม โดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินชาวไทย

ทั้งนี้ จะมีพิธีประกาศผลและมอบรางวัล ในวันที่ 17 ตุลาคม 2559 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน

หนังสือ ‘เดินทางตามรอยพระราชา’ กับสายพระเนตรที่ครอบคลุมไปทั้งแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297678

หนังสือ ‘เดินทางตามรอยพระราชา’ กับสายพระเนตรที่ครอบคลุมไปทั้งแผ่นดิน

หนังสือ ‘เดินทางตามรอยพระราชา’ กับสายพระเนตรที่ครอบคลุมไปทั้งแผ่นดิน

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน หรือ สสค. มูลนิธิชัยพัฒนา กระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จัดงานเปิดตัว “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” พร้อมจัดนิทรรศการ “The King’s Journey” Learning Passport โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และที่ปรึกษาโครงการฯ ให้เกียรติปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เยาวชนไทย ตามรอยศาสตร์พระราชา” ณ ชั้น เอ็ม คริสตัลคอร์ท ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า หนังสือชุดเดินทางตามรอยพระราชาจะชี้ให้เห็นว่า สายพระเนตรของพระองค์นั้นครอบคลุมไปทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าจะภูเขาสูงชันยาวไกลเพียงใดไปจนจรดท้องทะเล ความทุกข์ยากของประชาชนไม่เคยรอดพ้นสายพระเนตรของพระองค์ ตลอดระยะเวลา 70 ปี พระองค์ใช้เวลามากกว่าปีละ 8 เดือนในการแปรพระราชฐานไปทั่วประเทศ ไปทรงงานเพื่อประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ กว่า 4,700 โครงการ ที่แสดงให้เห็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในการดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และทรงเป็นต้นแบบให้คนไทยในการใช้ปัญญาเป็นเครื่องนำทางชีวิต

“หนังสือชุดเดินทางตามรอยพระราชาหรือพาสปอร์ตทั้ง 9 เล่มนี้จะเป็นเครื่องนำทางไปสู่ความเข้าใจในศาสตร์ของพระราชา ที่จะทำให้เราเกิดความรู้ ความเข้าใจ และเข้าถึงการปฏิบัติ ซึ่งคนไทยจะได้มีส่วนสำคัญในการเดินตามรอยพระราชปณิธาน ได้เรียนรู้และเข้าใจในหลักทศพิธราชธรรม และสิ่งที่พระองค์พูดถึงคือประโยชน์สุขซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง และทำให้เราเข้าใจว่าพ่อก่อนจะจากเราไปนั้น ได้สอนและฝากอะไรไว้ให้กับเราบ้าง ซึ่งพระองค์ไม่ได้จากไปไหน แต่ท่านทิ้งคำสอนเอาไว้ และวันนี้ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปฏิบัติด้วยตัวของเราเองแล้วเพื่อให้เราได้มีชีวิตรอดได้อย่างดีและมีประโยชน์สุข”

ด้าน นายแพทย์สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวว่า “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชาเป็นคู่มือนำเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัวเพื่อออกไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา พระอัจฉริยภาพอันร่วมสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากประสบการณ์จริงผ่านโครงการพระราชดำริที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยจัดทำหนังสือเดินทางทั้งหมด 9 เล่ม 9 เส้นทางทั่วประเทศ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงานกปร.) ร่วมคัดสรรแหล่งเรียนรู้ภายในเล่มทั้งหมด 81 แห่ง พร้อมเผยแพร่ครบ 9 เล่ม ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยเบื้องต้นเปิดตัว 4 เล่มแรกในเส้นทางภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย โดยเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ “สนุกรู้ สนุกคิด สนุกทำ” ตามกระบวนการTransformative Learning: Head Heart Hand (3H) โดยเนื้อหาออกแบบให้ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ การสร้างแรงบันดาลใจ และการลงมือปฏิบัติ ที่เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ยังสอดแทรกด้วยคำถามท้าทาย ช่วยกระตุ้นให้เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ และวิเคราะห์ จากการสืบเสาะหาข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในสถานที่จริงของแหล่งเรียนรู้ในโครงการพระราชดำริอีกด้วย“

“เป้าหมายสำคัญคือการหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นคนเก่ง ดี มีคุณธรรม ตามรอยพระราชา โดยเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้
มีชีวิตทั่วประเทศไทยซึ่งสั่งสมไปด้วยศาสตร์ของพระราชาที่ไม่มีวันล้าสมัย หนังสือเดินทางชุดนี้จึงเป็นเสมือนโรดแมปให้เยาวชนไทยไปเรียนรู้ศาสตร์พระราชา และในช่วงปิดเทอมตุลาคม นี้ จึงขอเชิญชวนทุกครอบครัวเดินทางตามรอยพระราชา เพื่อค้นพบมรดกทางปัญญาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้กับคนไทยทุกคน เหนือสิ่งอื่นใดคือ เรื่องราวและผู้คนที่ปรากฏในทุกเส้นทางจะยิ่งทำให้เราตระหนักว่า พระราชายังคงอยู่กับเราเสมอ และทรงอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดไป

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลด “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา” ได้ที่ www.qlf.or.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
นิทรรศการ “The King’s Journey” Learning Passport

นิทรรศการ “The King’s Journey” Learning Passport
หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา

หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา
นพ.สุภกร บัวสาย

นพ.สุภกร บัวสาย

ลดนํ้าหนักอย่างถูกวิธี ลาขาดกันที ‘โยโย่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297660

ลดนํ้าหนักอย่างถูกวิธี ลาขาดกันที ‘โยโย่’

ลดนํ้าหนักอย่างถูกวิธี ลาขาดกันที ‘โยโย่’

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“โยโย่เอฟเฟกต์” (Yoyo Effect) กลายเป็นปัญหาหนักใจของหลายๆ คนที่พยายามลดน้ำหนักรีดหุ่น เพราะลดแล้วก็กลับมาอ้วนอีก ไม่ผอมอย่างถาวร เป็นเพราะเหตุใด? ความจริงแล้วมี 3 ปัญหาหลักที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่สำเร็จ สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ (Nutrilite Health Institute) ชวนมาทำความเข้าใจกับปัญหา “โยโย่เอฟเฟกต์” กับ นายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และเวชศาสตร์การกีฬา เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่และเตรียมพร้อมสู่การลดน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จกันดีกว่า

นายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย ให้ข้อมูลว่าโยโย่เอฟเฟกต์ คือภาวะที่น้ำหนักตัวเด้งขึ้นๆ ลงๆ ส่วนใหญ่จบลงด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจนมากกว่าก่อนเริ่มลง หรือบางคนอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องแม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย ก็ยังไม่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวเองได้ ลักษณะเหมือนกับลูกดิ่ง โยโย่ สาเหตุหลักของโยโย่เอฟเฟกต์ คือ พฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้องการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง และการใช้ยาลดความอ้วน โดยเฉพาะโปรแกรมลดน้ำหนักที่ใช้การอดอาหารหรือควบคุมอาหารจนขาดพลังงานเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ ร่างกายจึงขาดความสมดุลในการเผาผลาญและการเก็บพลังงาน ทำให้สูญเสียความสามารถในการเผาผลาญของร่างกาย เมื่อกลับมารับประทานตามเดิมจึงกลับมาอ้วนตามเดิม หรืออ้วนกว่าเดิมเป็นวงจรไม่จบ! สำหรับผู้ที่อายุยังน้อยและมีร่างกายแข็งแรง อาจไม่รู้สึกโยโย่ในการลดน้ำหนักครั้งแรก แต่หากยังฝืนลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องต่อไป ก็จะรู้สึกได้ว่าการลดน้ำหนักยากขึ้นเรื่อยๆ และจบลงด้วยภาวะน้ำหนักตัวโยโย่ในที่สุด

“การอดอาหารจะทำให้สารอาหารและพลังงานที่เข้าสู่ร่างกายลดลงมากเกินไป ทำให้ร่างกายค่อยๆ สูญเสียการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้โปรแกรมที่ไม่ต้องออกกำลังกาย บวกกับความเครียดจากความหิว จะยิ่งทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและส่งผลร้ายต่อ
อัตราการเผาผลาญ รวมทั้งการตัดสินใจลดน้ำหนักด้วยยาลดน้ำหนัก โดยไม่สนใจที่จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายให้ถูกต้อง ยังเป็นตัวเร่งให้ภาวะน้ำหนักตัวโยโย่เกิดได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย”

ผลกระทบของโยโย่นั้นอันตรายกว่าที่คิดนายแพทย์สมบูรณ์ เผยว่า “เมื่อเกิดภาวะน้ำหนักตัวโยโย่หมายความถึง ร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะไขมันเกินร่วมกับภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง และระบบการเผาผลาญในร่างกายมีความเสียหายอย่างรุนแรง เรียกว่า เสียสุขภาพมากกว่าตอนที่น้ำหนักเกินเพียงอย่างเดียวเสียอีก และยังเป็นบ่อเกิดของ โรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด ไขมันพอกตับ โรคเบาหวาน และที่สำคัญที่สุดคือ การฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้กลับมาดังเดิมจะทำได้ยาก และใช้เวลานานกว่าการลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง หรือหลายคนไม่สามารถมีสุขภาพฟื้นกลับคืนได้อีกเลย”

พร้อมแนะ 6 กฎเหล็กสำคัญ เพื่อการลดน้ำหนักให้สำเร็จอย่างยั่งยืน คือ 1.รับประทานอาหารให้ได้แคลอรีและสารอาหารเพียงพอกับการเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย 2.ใช้โปรแกรมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักที่มีสารอาหารครบถ้วน เพียงควบคุมแคลอรีเท่านั้น 3.หมั่นรับประทานอาหารที่มีวิตามิน เกลือแร่ และไฟโตนิวเทรียนท์4.วางแผนการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 5.มีช่วงพักลดน้ำหนักเป็นระยะๆ เมื่อลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตึงเครียดเกินไป 6.หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักมากเกินไป แต่ละครั้งไม่ควรลดเกิน 10% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น

อีกทั้ง สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ แนะนำ 4 เคล็ดลับเรื่องการเลือกรับประทานอาหารในช่วงลดน้ำหนักเพื่อไม่เกิดโยโย่ ดังนี้

1.โปรตีน สำคัญมาก เพราะช่วยให้อิ่มท้องนาน ไม่กินจุบจิบ ควรเลือกโปรตีนจากสัตว์ที่มีไขมันแฝงน้อยและโปรตีนจากพืชอย่างสมดุลจะช่วยลดน้ำหนักได้ แหล่งโปรตีนเหล่านี้ เช่น เต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง ถั่วเหลือง นม เนื้อไก่ และเนื้อปลา นอกจากนี้ หากเรารับประทานโปรตีนในมื้อเช้ายังมีข้อดีคือช่วยให้สมองแจ่มใส มีสมาธิในการเรียนและทำงานมากขึ้น เพราะร่างกายจะสร้างสารทริปโตเฟนช่วยให้สมองกระปรี้กระเปร่า

2.ข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีท แหล่งพลังงานชั้นเยี่ยม เพราะแป้งในข้าวกล้องถือเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrate) ที่ร่างกายจะค่อยๆ ย่อยและดูดซึมอย่างช้าๆ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับสม่ำเสมอ ช่วยรักษาน้ำหนักตัวให้ไม่อ้วน ในขณะที่แป้งในข้าวขาวถือเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (simple carbohydrate) ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างเร็วไม่สมดุลกับระดับอินซูลิน ทำให้น้ำตาลเหลือในกระแสเลือดมาก ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน เป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วนง่าย

3.ผักใบเขียวช่วยดีท็อกซ์ ในที่นี้หมายถึงผักใบเขียวที่ต้องออกแรงเคี้ยว และผลไม้ที่ไม่หวานจัด ซึ่งผักผลไม้มีประโยชน์ต่อการลดน้ำหนัก เพราะมีใยอาหารถึง 2 ประเภทคือ 1.ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ ช่วยเพิ่มมวลของกากอาหาร กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ได้แก่ ข้าวโอ๊ต ถั่ว ถั่วเหลือง ข้าวบาร์เลย์ ธัญพืชต่างๆ 2.ใยอาหารชนิดละลายน้ำ มีคุณสมบัติช่วยดูดซับน้ำตาลและไขมันส่วนเกินในระบบลำไส้ เหมาะสำหรับคนที่อยู่ระหว่างควบคุมน้ำตาล ได้แก่ แอปเปิ้ล ข้าวโพด แครอท รำข้าวสาลี โดยควรรับประทานผักผลไม้ให้ได้ 25-30 กรัมต่อวัน เพื่อเป็นการ
ดีท็อกซ์ตามธรรมชาติ

4.ไขมัน ใช่ว่าเป็นมารร้ายเสมอไป เพราะยังมีไขมันชั้นดีที่เราควรเลือกรับประทาน เช่น ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี(LDL-C) ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL-C) ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ แหล่งของไขมันที่ดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว ถั่ว อัลมอนด์ เป็นต้น

รู้เคล็ดลับดีๆ แบบนี้แล้ว คราวนี้ก็ได้ผอมแบบสุขภาพดีกันถ้วนหน้า

‘คาเฟ่ มิลาโน่’ ออลเดย์ ไดนิ่ง ลิ้มรสอาหารนานาชาติหลากสไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297664

‘คาเฟ่ มิลาโน่’ ออลเดย์ ไดนิ่ง ลิ้มรสอาหารนานาชาติหลากสไตล์

‘คาเฟ่ มิลาโน่’ ออลเดย์ ไดนิ่ง ลิ้มรสอาหารนานาชาติหลากสไตล์

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เปิดประสบการณ์ความอร่อยไปกับ คาเฟ่ มิลาโน่ (Café Milano) ร้านอาหารรูปแบบ ออลเดย์ ไดนิ่ง (All Day Dining) บริเวณ Glasshouse@Sindhorn อาคารสินธร ถ.วิทยุ ที่จะทำให้คุณได้อิ่มอร่อยกับอาหารนานาชาติหลากสไตล์ ท่ามกลางบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้ามื้อสำคัญในวันทำงาน อาหารกลางวันรสเลิศกับเพื่อนฝูง หรืออิ่มท้องกับอาหารค่ำในบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะสำหรับการรับประทานอาหารแบบรีบด่วนอย่างมีสไตล์ แฮงค์เอาท์แบบผ่อนคลาย นำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลายโดยทีมเชฟฝีมือดีเพื่อให้คุณได้เลือกลิ้มรสชาติอาหารแบบหลากหลายสไตล์ได้ตลอดทั้งวัน

Spaghettie Bottarga

เริ่มต้นด้วยความอร่อยเอาใจสายเส้นกับเมนูอาหารสไตล์อิตาเลียน “Spaghettie Bottarga” สปาเกตตีเส้นal dente ผัดกับโอลีฟออย เติมรสชาติความจัดจ้านด้วยพริกกระเทียมและไข่ปลาทูน่าอบแห้ง On Top ด้วยไข่ปลาทูน่าอบแห้งสไลด์เป็นแผ่น ถัดมาคือ “Carbonara” โดยเชฟจะคลุกเส้นสปาเกตตีและเบคอนลงในพาเมซานชีสวีลให้ลูกค้าได้เห็นในทุกขั้นตอนของการปรุง

Milano  Pizza

ถัดมาเป็นเมนูรับประทานง่ายได้รสชาติเป็นเอกลักษณ์ กับ “Cazone” พิซซ่าสูตรพิเศษที่มีลักษณะคล้ายกับพัฟข้างในสอดไส้ด้วยมอสเซอเรร่าชีส, หอมแดง, Chorizo ไส้กรอกหมูรสเผ็ดของสเปน เสิร์ฟพร้อมร็อกเก็ตสลัด หรือจะเลือกอร่อยกับ “Milano Pizza” พิซซ่าสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเฉพาะที่คาเฟ่ มิลาโนเท่านั้น พิซซ่าแป้งบางกรอบอบในเตาฟืนให้กลิ่นหอมกรุ่น โรยหน้าด้วยมอสเซอเรร่าชีสและกอร์กอนโซล่าชีส พร้อมด้วยมะเขือเทศและสปิแนช สร้างสีสันความอร่อยอย่าบอกใคร

Osso Bucco

มาถึงเมนูสุดคลาสสิกอาหารเช้ายอดนิยมของชาวอเมริกัน “Egg Benedict” เสิร์ฟในมินิ มัฟฟินหน้าตาชวนรับประทาน โดยมีส่วนผสมหลักคือ Poached Eggs และ Ham ซึ่งลูกค้าสามารถเปลี่ยนเป็นแซลมอน หรือ สปิแนช ก็ย่อมได้ อีกหนึ่งเมนูยามเช้า“OssoBucco” คัดสรรเนื้อวัวส่วน cross cut veal shanks นำมาตุ๋นกับน้ำซอสสูตรพิเศษที่เสริมรสชาติของวัตถุดิบให้สมบูรณ์ เสิร์ฟพร้อมรีสอตโต กลิ่นหอมอ่อนๆ เรียกว่าเพียงได้กลิ่นก็ต้องขอลองลิ้มรสชาติให้ได้

สายเฮลธ์ตี้ห้ามพลาดกับเมนูอร่อยย่อยง่าย “Sea Bass Rock Salt” ปลากะพงขาวอบเกลือ เสิร์ฟพร้อมกับซอส เบลอบองทรัฟเฟิล และบาซามิกซอส เนื้อปลาขาวๆ รสชาติหวานมัน รับประทานกับซอสที่ลงตัว รับรองอร่อยจนใจละลาย หรือจะเลือกรับประทาน “Milano Salad” ที่คัดสรรผักออแกนิคอย่างดีมาปรุงอย่างพิถีพิถัน เติมรสชาติด้วยสโมคเบคอน, เห็ดแชมปิยอง, มะเขือเทศอบแห้ง, เบคอน, พาเมซานราดด้วยบาซามิค รีดั๊กชั่นเดรสซิ่ง ซอสแสนอร่อยที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานนิดๆ ถูกใจคนรักสุขภาพแน่นอน

บรรยากาศภายในร้าน

“คาเฟ่ มิลาโน” เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับวันที่1-2 พฤศจิกายน 2560 รับส่วนลดทันที 50% สำหรับเมนูอาหาร และระหว่างวันที่ 3-30 พฤศจิกายนรับประทานอาหารครบ 1,000 บาทรับฟรีพิซซ่า 1 ถาด เมื่อมารับประทานครั้งต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-650-9995, FB :milanocafebkk,www.glasshouseatsindhorn.com หรือ IG : glasshouseatsindhorn

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 73

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297637

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 73

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 73

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี ในฐานะตำแหน่งนายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนปัจจุบัน ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ครั้งที่ 73 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 26 กันยายน 2560 ณ ห้องประชุมเอยูเอ จามจุรี
สแควร์ โดยมีคณะกรรมการฯ และสมาชิกสมาคมฯเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ ต่ออีกเป็นสมัยที่ 8 ร่วมกับกรรมการอีก 24 คน คือ ไกรศรี ตุลารักษ์, ดร.นริศ ชัยสูตร, ฉัตรเฉลิม ธรรมจรีย์, อนิรุทธิ์มหธร, ประกิต ประทีปะเสน, พล.ร.อ.ถมรัตน์ ทโยดม, สมพันธ์ จารุมิลินท, พีระ กาญจนภพ,กฤตพณ ทัพพะรังสี,ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ, พรวิช ศิลาอ่อน, ร้อยตำรวจเอกภากร กันทาธรรม,ศรีล สุขุม, ประกอบ มุกุระ, ดร.ขจิต สุขุม, ศุภชาติอังคสุวรรณศิริ, ดร.เมทินี พงษ์เวช, อุษณีย์มหากิจศิริ, พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์, นิตยาจันทร์เรือง มหาผล, ม.ล.หทัยชนก กฤดากร,ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์, ดร.ทวารัฐ สูตะบุตรและ พันโทหญิงธัญนุช สิงหพันธุ์

สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ข้อ คือ เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรม, เพื่อการกุศล, เพื่อการกีฬาและการบันเทิง และเพื่อส่งเสริมเงินทุนมูลนิธิมหิดลอดุลยเดช

ศ.จุฑา กุลบุศย์

ศ.จุฑา กุลบุศย์
ไกรศรี ตุลารักษ์

ไกรศรี ตุลารักษ์
ฉัตรเฉลิม ธรรมจรีย์

ฉัตรเฉลิม ธรรมจรีย์
ม.ล.หทัยชนก กฤดากร, กฤตพณ ทัพพะรังสี

ม.ล.หทัยชนก กฤดากร, กฤตพณ ทัพพะรังสี
ประกอบ มุกุระ, พีระ กาญจนภพ, ศรีล สุขุม

ประกอบ มุกุระ, พีระ กาญจนภพ, ศรีล สุขุม
ชูภาส เกียรติก้องชูชัย, พ.ท.หญิงธัญนุช สิงหพันธ์

ชูภาส เกียรติก้องชูชัย, พ.ท.หญิงธัญนุช สิงหพันธ์
สัตยาพร ต้นเต็มทรัพย์, มานพ เมฆประยูรงาม

สัตยาพร ต้นเต็มทรัพย์, มานพ เมฆประยูรงาม
ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ, ร้อยโท ดร.สุวิทย์ ยอดมณี,ดร.วิวัฒน์ มุ่งการดี, สัตยาพร ต้นเต็มทรัพย์

ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ, ร้อยโท ดร.สุวิทย์ ยอดมณี,ดร.วิวัฒน์ มุ่งการดี, สัตยาพร ต้นเต็มทรัพย์
คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ พร้อมด้วย (นั่งซ้าย) ดร. เมทินี พงษ์เวช, นิตยา จันทร์เรือง มหาผล, ไกรศรี ตุลารักษ์,ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ (ยืนซ้าย), ร้อยตำรวจเอกภากร กันทาธรรม, กฤตพณ ทัพพะรังสี, ศรีล สุขุม, ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ, ประกอบ มุกุระ, ดร.นริศชัยสูตร, ฉัตรเฉลิม ธรรมจรีย์, พันโทหญิงธัญนุช สิงหพันธุ์, ม.ล.หทัยชนก กฤดากร, พีระ กาญจนภพ

คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี นายกสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาฯ พร้อมด้วย (นั่งซ้าย) ดร. เมทินี พงษ์เวช, นิตยา จันทร์เรือง มหาผล, ไกรศรี ตุลารักษ์,ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ (ยืนซ้าย), ร้อยตำรวจเอกภากร กันทาธรรม, กฤตพณ ทัพพะรังสี, ศรีล สุขุม, ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ, ประกอบ มุกุระ, ดร.นริศชัยสูตร, ฉัตรเฉลิม ธรรมจรีย์, พันโทหญิงธัญนุช สิงหพันธุ์, ม.ล.หทัยชนก กฤดากร, พีระ กาญจนภพ

วิ่งการกุศล ‘แคร์ ฟอร์ แคนเซอร์’ สนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297661

วิ่งการกุศล ‘แคร์ ฟอร์ แคนเซอร์’ สนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็ง

วิ่งการกุศล ‘แคร์ ฟอร์ แคนเซอร์’ สนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็ง

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชวนร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล“แคร์ ฟอร์ แคนเซอร์” ครั้งที่ 9 กับโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็ง ณ สวนลุมพินี มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ให้มีการวิจัยและรักษาโรคมะเร็งได้อย่างทันท่วงที ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 07.30 น.และเริ่มวิ่งในเวลา 08.30 น. ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ โดย  มร.แพททริค โบท ผู้จัดการใหญ่  ร่วมกับ สภากาชาดไทย โดย จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย,  ศ.ดร.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร หัวหน้าศูนย์พันธุศาสตร์มะเร็งและโรคของมนุษย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ สถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย โดย มิสโดนิกาพอตตี้ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งการกุศล “แคร์ฟอร์ แคนเซอร์” ครั้งที่ 9 ภายใต้แคมเปญ “I care b’coz…” เพื่อระดมทุนหาเงินรายได้สมทบทุนงานวิจัยศูนย์พันธุศาสตร์มะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมีศิลปินผู้ที่มีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับมะเร็งทั้งทางตรงและทางอ้อม มาบอกเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลาย และแสดงพลังสนับสนุนกิจกรรมการกุศลครั้งนี้ อาทิ อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน, ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้ว และ
เดียร์-ลิลลี่ แม็คกร๊าธ ณ ห้องพิมานแมน โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ

กิจกรรมวิ่งการกุศล “แคร์ ฟอร์ แคนเซอร์” เหมาะสำหรับครอบครัวทุกเพศ ทุกวัย มาใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ร่วมกันออกกำลังกาย ทั้งเดินหรือวิ่งในระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตรโดยกลุ่มผู้เข้าร่วมวิ่งการกุศลที่มาลงทะเบียนจำนวนมากที่สุด จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และยังมีรางวัลใหญ่สำหรับผู้เข้าร่วมแข่งขันที่ชนะเลิศการวิ่งทั้งในประเภท 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร อีกทั้ง เพลิดเพลินกับกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ที่ได้เตรียมไว้สำหรับครอบครัว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินหรือวิ่ง สามารถร่วมทำบุญโดยการเลือกซื้อเสื้อยืดคอกลม แคร์ ฟอร์แคนเซอร์ ได้ในราคาเพียง 350 บาทและ เสื้อคอโปโลในราคาเพียง 500 บาท ได้ที่โรงแรมอนันตรา สยาม,สภากาชาดไทย และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมลุ้นรับรางวัลที่พักในเครือโรงแรมอนันตรา รีสอร์ท, บัตรรับประทานอาหารณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศลได้ที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ โทร.02-1268866 อีเมล careforcancer.asia@anantara.com สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โทร.02-2564440 อีเมล pr-fund-rc@hotmail.comและติดตามได้ในเฟซบุ๊ค Anantara Siam Bangkok Hotelหรือ The Thai Red Cross Society และ Canada Embassy Thailand

ศิลปะ ภาพวาด ประติมากรรมชิ้นเอก ในนิทรรศการ ‘ธรรมดี ที่พ่อทำ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297679

ศิลปะ ภาพวาด ประติมากรรมชิ้นเอก ในนิทรรศการ ‘ธรรมดี ที่พ่อทำ’

ศิลปะ ภาพวาด ประติมากรรมชิ้นเอก ในนิทรรศการ ‘ธรรมดี ที่พ่อทำ’

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจนหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชมรมพลังศิลป์ (The Power of Art Club) ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (OESA) ชมรมสตรีนานาชาติแห่งประเทศไทย (The International Women’s Club of Thailand) มูลนิธิ ธรรมดี และ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ จัดนิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” ผลงานกว่า 40 ชิ้น จากศิลปินผู้มีชื่อเสียงของไทย

ทั้งนี้ พร้อมเปิดจำหน่ายผลงานเพื่อหารายได้นำไปสมทบทุนการศึกษามอบให้กับสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยได้รับเกียรติจาก หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ (ภาณุพันธุ์) กรโกสียกาจ เสด็จทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ถนนราชดำริ

สรีรพัฒน์ อินทรศิริ ประธานชมรมพลังศิลป์ กล่าวว่า เพื่อน้อมรำลึกและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
จึงจัดนิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” โดยเป็นการรวบรวมผลงานศิลปะ ภาพวาด ประติมากรรมชิ้นเอก กว่า 40 ชิ้น จากฝีมือศิลปินผู้มีชื่อเสียง
ของไทย อาทิ อ.อนุศักดิ์ อาจธะขันธ์, อ.ประสิทธิ ชนิตราภิรักษ์, อ.อภิชัย การิกาญจน์, จักรพงษ์ เทพเกาะ, เบญจรงค์ โควาพิทักษ์เทศ, จริยวดี มะราชลี, กนกพร ศรีจง, วิรัช เจริญพานิช, ภธดา ราชวังอินทร์, ชัยพร เล้า, กิตติ พลศักดิ์ขวา, ไกรสร ประเสริฐ, ลือ จันทร, ณรงค์ฤทธิ์ กาลจิตร์, นัษฐพงษ์ เจริญกิติวรากร, ณัฐวีร์ ตั้งเจริญกุล เป็นต้น โดยจะนำรายได้จากการจำหน่ายผลงาน นำไปสมทบทุนการศึกษามอบให้กับสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ด้าน อ.อนุศักดิ์ อาจธะขันธ์ หนึ่งในศิลปินที่ร่วมแสดงผลงาน เผยว่า เป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ได้นำผลงานประติมากรรมมาร่วมจัดแสดง 5 ชิ้นด้วยกัน โดยชิ้นที่เป็นไฮไลท์ และจัดทำขึ้นมาใหม่ คือ เครื่องดนตรี “พิณ” ของประเทศอัฟกานิสถาน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นอัครศิลปิน ที่ประจักษ์ในนานาประเทศ โดยผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาทำเกือบหนึ่งเดือน เป็นงานประติมากรรมโลหะผสม

นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” เปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2560 ณ บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ถนนราชดำริ (กรุณาแต่งกายสุภาพ) สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1268866

นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ

นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ
นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ

นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ
นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ

นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ
นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ

นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” บริเวณ โถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ
อ.อนุศักดิ์ อาจธะขันธ์

อ.อนุศักดิ์ อาจธะขันธ์
หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ (ภาณุพันธุ์) กรโกสียกาจ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” พร้อมด้วย สรีรพัฒน์ อินทรศิริ, ดร.มนวิภา ประชัญคดี, ดนัย จันทร์เจ้าฉาย และ มร.แพทริค โบท

หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ (ภาณุพันธุ์) กรโกสียกาจ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด นิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” พร้อมด้วย สรีรพัฒน์ อินทรศิริ, ดร.มนวิภา ประชัญคดี, ดนัย จันทร์เจ้าฉาย และ มร.แพทริค โบท

นิทรรศการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง ‘๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ’-Notre Roi น้อมรำลึกพระราชจริยวัตรอันงดงามในหลวงรัชกาลที่ ๙

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297634

นิทรรศการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง ‘๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ’-Notre Roi น้อมรำลึกพระราชจริยวัตรอันงดงามในหลวงรัชกาลที่ ๙

นิทรรศการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง ‘๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ’-Notre Roi น้อมรำลึกพระราชจริยวัตรอันงดงามในหลวงรัชกาลที่ ๙

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์ศิลปะฮอฟอาร์ต (Hof Art) ร่วมกับ บริษัท พญากากาศ จำกัด จัดโครงการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง “๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ” – Notre Roi เพื่อเผยแพร่และน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่องเป็นผลงานจากปลายพู่กันของ อ.เกริกบุระ ยมนาค ศิลปินวาดรูปสเกตซ์ภาพสีน้ำ ผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ รางวัล Encouragement Prize, รางวัลภาพวาดประกอบหนังสือเด็กจากประเทศญี่ปุ่น และรางวัล BAD Awards ของวงการโฆษณา พร้อมคำบรรยายประกอบภาพจากปลายปากกาของ สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ นักเขียนสารคดีท่องเที่ยวผู้เคยศึกษาอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และทำงานกับสายการบินแห่งชาติสวิสมากว่า 20 ปี พร้อมเชิญชมนิทรรศการภาพเล่าเรื่อง “๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ” – Notre Roi ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคมนี้ณ ลานอีเดน 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

การเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎร จุดเริ่มต้นของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

อ.เกริกบุระ ยมนาค จิตรกรและศิลปินผู้รังสรรค์ผลงานศิลปะในครั้งนี้ กล่าวถึงแรงบันดาลใจในผลงานว่า “นับตั้งแต่ที่ได้เริ่มทำงานศิลปะและวาดภาพประกอบมา การทำงานครั้งนี้ถือเป็นผลงานครั้งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิต ที่ได้มีโอกาสได้รับใช้ในหลวงรัชกาลที่ 9
โดยการสื่อสารผ่านผลงานออกมาเป็นภาพวาดที่บอกเล่าเรื่องราวพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้ประชาชนคนไทยทั่วประเทศได้ซาบซึ้งและรับทราบถึงที่มาของพระเกียรติคุณปรีชาญาณที่ทรงทำประโยชน์ให้กับประชาชนคนไทยและประเทศชาติของเราอย่างหาที่สุดมิได้”

ด้าน สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว ผู้ร้อยเรียงเรื่องราวหนังสือศิลปะเล่มนี้ กล่าวต่อว่า “ก้าวย่างการเดินทางของเราต่างมีจุดหมายที่ต่างกันแต่จะมีสักกี่ครั้งที่ปลายทางการออกเดิน คือสถานที่อันเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ แม้มิใช่สถานที่หรูหราเลอเลิศหากเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของวิถีชีวิตวัยเยาว์แบบธรรมดาสามัญของราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ควรค่าแก่การจารึกไว้เหนือเกล้า”

ภาพปก – หนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง “๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ”- Notre Roi

หนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง “๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ”-Notre Roi บอกเล่าเรื่องราวพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และครอบครัวราชสกุลมหิดล เมื่อครั้งประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลาเกือบสองทศวรรษ และการเสด็จเยือน 13 ประเทศในยุโรป เมื่อปี พ.ศ.2503 ประกอบเรื่องราวที่น่าสนใจ ในตอนท้ายยังได้กล่าวถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และภาพวาดพระเมรุมาศที่งดงามดั่งสรวงสวรรค์ไว้อีกด้วย นอกจากภาพประกอบสีน้ำที่มีคุณค่าทางด้านศิลปะแล้ว ศิลปินและผู้เขียนได้เดินทางตามรอยพระบาทไปในสถานที่จริงรอบๆ เมืองโลซานน์และเมืองใกล้เคียง เพื่อเก็บข้อมูลและภาพถ่าย ตลอดจนได้พบปะบุคคลที่เคยถวายงาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในอดีต เช่น นายสถานีรถไฟ เมืองปุยดูซ์ ผู้เคยเฝ้าฯรับเสด็จ ถือเป็นหลักฐานอันน่าประทับใจควรค่าแห่งการจดจำ หนังสือเล่มนี้จึงพร้อมไปด้วยถ้อยคำบอกเล่าแห่งความภักดี และเส้นสีแห่งความอาลัย ที่ผู้จัดทำได้น้อมเกล้าฯ กราบพระบาทองค์ราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามตลอดระยะเวลาที่ทรงประทับอยู่แดนไกล และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร พระผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์

พระเมรุมาศ

หนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง “๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ”-Notre Roi จัดทำเป็นชุดกล่องพิเศษมีจำนวนทั้งสิ้น 999 เล่ม ข้างในเล่มมีภาพพิมพ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พร้อมลายเซ็น อ.เกริกบุระ ยมนาค ในราคา 1,999 บาท และหนังสือปกแข็ง พิมพ์สี่สีสวยงาม ราคา 999 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายมอบสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล และเป็นทุนการศึกษาให้กับสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สามารถสั่งจองหนังสือได้ที่ โทร 089-926219 /เฟซบุ๊ค :๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ

ครอบครัวมหิดล ณ วิลล่าวัฒนา

ครอบครัวมหิดล ณ วิลล่าวัฒนา
ดาเนียล โชแบรต์ (Daniel Chaubert) นายสถานีรถไฟ วัย 88 ปี

ดาเนียล โชแบรต์ (Daniel Chaubert) นายสถานีรถไฟ วัย 88 ปี
ประตูสู่เมืองโลซานน์

ประตูสู่เมืองโลซานน์
ตามรอยพระบาทไปด้วยใจภักดิ์

ตามรอยพระบาทไปด้วยใจภักดิ์
สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ฯ

สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ฯ
กอบลาภ โปษะกฤษณะ นายกสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวถึงรายละเอียดของทุน 70 ปี

กอบลาภ โปษะกฤษณะ นายกสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวถึงรายละเอียดของทุน 70 ปี
สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ นักเขียนโครงการ หนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่องฯ

สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ นักเขียนโครงการ หนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่องฯ
มร.ปิแอร์ ฮาคมานน์ อุปทูตและเอกอัครราชทูตที่ปรึกษาสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย ประธานในงาน พร้อมด้วย วิทิตนันท์ โรจนพานิช ผู้บริหารโครงการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่องฯ, สุวรรธนะ สีบุญเรือง ผอ.ฝ่ายสื่อสารการตลาดและสร้างตราผลิตภัณฑ์บมจ.การบินไทย, อ.เกริกบุระ ยมนาค จิตรกรและศิลปิน, สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ (นักเขียน), พิชัย จิราธิวัฒน์ กก.บริหาร บจ.กลุ่มเซ็นทรัล, จารุต วงศ์คำจันทรา ผอ.ศูนย์ศิลปะฮอฟอาร์ท,อ.เกริกบุระ ยมนาค จิตรกร และศิลปินโครงการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่องฯ

มร.ปิแอร์ ฮาคมานน์ อุปทูตและเอกอัครราชทูตที่ปรึกษาสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย ประธานในงาน พร้อมด้วย วิทิตนันท์ โรจนพานิช ผู้บริหารโครงการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่องฯ, สุวรรธนะ สีบุญเรือง ผอ.ฝ่ายสื่อสารการตลาดและสร้างตราผลิตภัณฑ์บมจ.การบินไทย, อ.เกริกบุระ ยมนาค จิตรกรและศิลปิน, สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ (นักเขียน), พิชัย จิราธิวัฒน์ กก.บริหาร บจ.กลุ่มเซ็นทรัล, จารุต วงศ์คำจันทรา ผอ.ศูนย์ศิลปะฮอฟอาร์ท,อ.เกริกบุระ ยมนาค จิตรกร และศิลปินโครงการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่องฯ
ป๊อด-โมเดิร์นด็อก ร่วมร้องเพลง Still on my mind

ป๊อด-โมเดิร์นด็อก ร่วมร้องเพลง Still on my mind

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297676

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ชมละครมิวสิเคิลของช่อง 33 HD  เมื่อวันครบรอบ 1 ปี การเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ทางช่อง 3 เป็นฝีมือของ “ไก่” ดร.วรายุฑ มิลินทจินดา กับ รัญญา ศิยานนท์ เล่าเรื่องพระราชประวัติ รัชกาลที่ 9 ได้กระชับ อีกทั้งนำบทเพลง พระราชนิพนธ์รวมถึงดนตรีไทยช่วยเดินเรื่อง นักแสดงช่อง 3 ร่วมเกือบร้อยคน ฝีมือทำถวายได้สุดชีวิตจริงๆ..

 

●● ส่วนที่โรงพยาบาลศิริราช จัดรายการตั้งแต่เช้าถึงค่ำ โดยเฉพาะเวลา 15.52 น. ของวันที่ 13 ต.ค. ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเสด็จสู่สวรรคาลัย ครบ 1 ปี  ทุกคนร่วมสงบจิต 89 วินาที เชื่อว่าคนที่ได้เฝ้าดูจากโทรทัศน์ได้ร่วมถวายความอาลัยยืนสงบนิ่งพร้อมกันทุกบ้าน

●● ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม ประธานโครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ฟิตสมอง พิชิต TCAS ครั้งที่ 29 สุดปลื้มเมื่อ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.กระทรวงศึกษาธิการ รับเป็นประธานเปิดโครงการให้ทั้ง 3 จังหวัด (เชียงใหม่ ขอนแก่นและสงขลา) นอกจากมาเปิดงานเจอนักเรียนรวมกว่า 6 หมื่นคนแล้วยังลงพื้นที่ไปตรวจ รร.อื่นต่ออีกด้วย..

●● กฤษณ์ ศิรประภาศิริ ลาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 15-30 ต.ค. ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขอให้ถึงพร้อมด้วยความมุ่งมั่นในการแสดงความจงรักภักดีจนกว่าชีวีจะหาไม่ สมดังเจตนารมณ์เทอญ…

●● ถูกงูเหลือมตัวโตในบ้านร้างข้างบ้านเข้ามาเขมือบไก่แจ้แล้วเลื้อยออกจากรั้วไม่ได้ต้องจ้างเด็กพม่าจัดการจับออกไป
สมิทธิ-เนาวรัชต์ ธรรมสโรช อยู่ในบ้านด้วยความหวาดกลัว เกรงว่าจะมีครอบครัวงูในบ้านร้างอีกหลายตัว..ให้คนไปติดต่อขอความช่วยเหลือจากเขตพระโขนงแต่ไม่มีการตอบสนอง อาทิตย์ต่อมางูเหลือมตัวใหม่ก็เข้ามาเขมือบไก่อีก…เจ้าของไก่สงสัยว่าทำไมงูจึงเลือกกินแต่ไก่ตัวผู้ทั้งสองตัว  แล้วจะมีลูกเจี๊ยบได้อย่างไร…ขอความกรุณา ท่าน ผอ.เขตพระโขนง ช่วยเฉลยด้วย..

●● ฝนตกหนักในรอบ 30 ปี ปริมาณน้ำฝน  220 มิลิเมตร เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. ตั้งแต่ตี 1 ถึง ตี 4 ชนินทร์-จณา วรรณดิษ รายงานว่า ฝนตกหนักมากที่บริเวณเอกมัย ท่วมถนนเอกมัยและซอยทั้งหลายทั้งปวงกลายเป็นคลอง ที่บ้านได้รับผลกระทบชนิดเต็มร้อยคือมุดน้ำเลยล่ะ เนื่องจากน้ำในซอยทะลักล้นสันเขื่อนหน้าบ้าน ทั้งๆ ที่ปกติปั๊มของ กทม. ที่สะพานเอกมัยปั๊มน้ำลงคลองแสนแสบได้ดีมาก แต่คราวนี้ฝนตกหนักผิดปกตินับจากเมื่อ พ.ศ.2529 นั่นคือปริมาณน้ำฝน 270 มม. และครั้งนี้น้ำล้นคลองแสนแสบ..

●● ดร.วีระชัย-ทิพวรรณ เตชะวิจิตร์ ได้หลานตาคนแรกชื่อ พรินดา จากครอบครัว รักชนก
เคียงศิริ…น่ารักน่าชังจมูกโด่งสวยได้จากคุณตาคุณยาย เห่อไม่แพ้ใครมีป้ายรับขวัญแรก Happy Birthday “PADA”..●●

คุณแหน 

สานต่อความดีที่พ่อทำ เด็กไทยจิตอาสาช่วยดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297656

สานต่อความดีที่พ่อทำ เด็กไทยจิตอาสาช่วยดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน

สานต่อความดีที่พ่อทำ เด็กไทยจิตอาสาช่วยดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ย้อนกลับไปในปีพ.ศ.2498 ในสมัยนั้นการแพทย์ไทยยังไม่ก้าวหน้าและประชาชนยังเข้าไม่ถึงระบบการสาธารณสุขได้ดีพอ มีผู้ป่วยโรคเรื้อนมากมายที่ไม่ได้รับการรักษาที่ดี จนกระทั่งจากเดิมป่วยแค่ระยะแรกๆ กลายเป็นเข้าสู่ระยะท้ายๆ มีผื่นผิวหนังเต็มตัว หูหนาตาเร่อ ปากจมูกแหว่ง นิ้วมือนิ้วเท้ากุด ทุพพลภาพ ซึ่งเป็นที่รังเกียจและโดนกีดกันจากสังคม และยากต่อการควบคุมแยกโรค เพื่อรักษาได้อย่างเป็นระบบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดชตระหนักถึงปัญหาผู้ป่วยโรคเรื้อนในไทย ทรงรับงานด้านการรักษาป้องกันโรคเรื้อนให้เป็นโครงการในพระราชดำริ ให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งรัดงานปราบโรคเรื้อน ทำให้เกิดโครงการควบคุมโรคเรื้อนแบบใหม่ ที่มุ่งค้นหาและรักษาผู้ป่วยตามบ้านที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และดำเนินการให้การรักษาที่บ้าน เพื่อลดผลกระทบทางครอบครัวของผู้ป่วย นอกจากนี้ พระองค์ท่านยังทรงพระราชทานพระราชทรัพย์จากทุนอานันทมหิดล ก่อสร้างอาคารวิจัยและฝึกอบรมวิชาการสร้างเป็นสถาบันราชประชาสมาสัย ขึ้นที่โรงพยาบาลพระประแดงเดิม เมื่อปี พ.ศ.2503

น้องพีท-อรณ ยนตรรักษ์ ประธานกลุ่มจิตอาสา The Lionheart Society จากโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กล่าวว่า “จากสิ่งดีๆ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดช ที่ได้ทรงทำเพื่อประชาชนคนไทยทั่วประเทศ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เปรียบเสมือนการปิดทองหลังพระโดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่พระองค์ท่านสวรรคต ผมและเพื่อนๆ สมาชิกกลุ่มจิตอาสาได้ร่วมกันทำความดี เพื่อระลึกถึงความสอนของพระองค์ท่าน โดยพวกเราได้ไปช่วยดูแลให้การอนุเคราะห์ผู้ป่วยโรคเรื้อนที่ราชประชาสมาสัย จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุเหล่านี้แม้จะหายจากโรคเรื้อนแล้ว แต่ผลจากโรคก็ทำให้เกิดความพิการถาวร เช่น นิ้วมือนิ้วเท้า มือ เท้า แขนขากุด ระบบประสาทการรับฟังและการมองเห็นถูกทำลาย ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตัวเองได้ มิหนำซ้ำยังถูกลูกหลานและครอบครัวทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาล ไม่มีโอกาสออกไปไหนเลย”

น้องพีท-อรณ เล่าต่อว่า “ผู้ป่วยเหล่านี้จะดีใจอย่างยิ่งเวลามีคนไปเยี่ยมไปพูดคุยด้วย รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของผู้ป่วยเหล่านี้ ทำให้เรารู้สึกคิดถึงพระองค์ท่านมาก นอกจากจะไปเยี่ยมพูดคุยกับผู้ป่วยแล้ว เรายังนำข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จำเป็นไปมอบให้ และที่สำคัญพวกเราได้หาเงินทุน โดยการนำผักปลอดสารพิษและการทำกิจกรรมต่างๆ มามอบสมทบทุนให้แก่โรงพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลนำไปรักษาและพาผู้ป่วยโรคเรื้อนที่สูงอายุไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ปีละ 3-4 ครั้ง ซึ่งเราจะทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้ถูกสังคมละเลยและรังเกียจ เพราะความเข้าใจผิดกลัวจะติดโรคเรื้อนจากผู้ป่วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโรคเรื้อนเป็นโรคที่ติดต่อได้ยากมาก ถ้าเรามีภูมิคุ้มกันแข็งแรงปกติ แม้กระทั่งบุคคลในครอบครัวที่อาศัยกับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อน โอกาสติดยังยากมาก และปัจจุบันผู้ป่วยโรคเรื้อนที่โรงพยาบาลราชประชาสมาสัยก็เป็นผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนเชื้อหมดไปแล้ว เหลือแต่ความพิการถาวรจากโรคเท่านั้น”

สำหรับ โรคเรื้อน  บ้างเรียกว่า ขี้ทูต กุฏฐัง หูหนาตาเล่อ  โรคพยาธิ  โรคผิดเนื้อหรือเนื้อตาย เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง เป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่ติดต่อกันได้ยากโดยจะก่อให้เกิดอาการของโรคที่ผิวหนังและเส้นประสาทส่วนปลายเป็นหลัก ในระยะแรกผู้ป่วยมักมีผื่นเดียวเป็นวงขาว ตรงกลางของผื่น ไม่มีขน ไม่มีเหงื่อ และชา บางครั้งอาจตรวจพบเส้นประสาทบวมโตในบริเวณที่เป็นโรคเพียงข้างใดข้างหนึ่ง หากได้รับการรักษาจะหายได้เป็นปกติ แต่หากปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานเป็นปีๆ โดยไม่รักษา โรคจะลุกลามอย่างช้าๆ มีผื่นจำนวนมากขึ้น ลักษณะเป็นผื่นแดง ขอบเขตไม่ชัดเจน แล้วต่อมาจะหนาเป็นเม็ด เป็นตุ่มหรือเป็นแผ่น ผิวมักแดงเป็นมันเลื่อม ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่ชา ผื่นตุ่มเหล่านี้จะขึ้นกระจายทั้งสองข้างของร่างกาย ขนคิ้วร่วง และขาบวม ในระยะท้ายของโรค ผิวหนังจะเห่อหนา และมีเส้นประสาทบวมโตพร้อมกันทั้งสองข้างของร่างกาย ทำให้มีอาการชา นิ้วมือนิ้วเท้างอ เหยียดไม่ออกมือหงิก นิ้วกุด เท้าตก หรือตาบอด และอาจทำให้จมูกแหว่งจากอาการอักเสบของเยื่อบุจมูกตั้งแต่ในระยะแรกๆ ในระยะนี้ แม้จะรักษาให้หายจากโรคได้ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขความพิการดังกล่าวได้