CPF สอนน้องๆ ผลิตอาหารเอง ในโครงการ ‘ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297532

CPF สอนน้องๆ ผลิตอาหารเอง ในโครงการ ‘ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต’

CPF สอนน้องๆ ผลิตอาหารเอง ในโครงการ ‘ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต’

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าส่งเสริมการเข้าถึงอาหารและสร้างภาวะโภชนาการที่ดีแก่เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ภายใต้การดำเนินโครงการ “ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” ล่าสุด ส่งมอบโครงการฯ ให้โรงเรียนบ้านหน้าควน อ.ควนเนียง จ.สงขลา สอนนักเรียนเพาะเห็ด  เลี้ยงปลาดุก ผลิตอาหารเองอย่างยั่งยืน

มงคล แก้วเรือง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสธุรกิจไก่ครบวงจรภาคใต้ ซีพีเอฟ กล่าวว่า โครงการ“ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” เน้นส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอาหาร ผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย ซึ่งในวันนี้ บริษัทฯมีความยินดีอย่างยิ่งในการส่งมอบโครงการฯให้โรงเรียนบ้านหน้าควน จ.สงขลา เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ฟาร์มของซีพีเอฟ เสมือนการสร้างรั้วรอบฟาร์มขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลชุมชนกลับ โดยบริษัทฯ คาดหวังว่าโครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต จะช่วยต่อยอดทักษะให้เด็กๆ มีความรับผิดชอบ และสามารถนำทักษะความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต ซีพีเอฟเข้าไปสนับสนุนกิจกรรมเพาะเห็ดและเลี้ยงปลาดุกให้แก่น้องๆ โรงเรียนบ้านหน้าควน ช่วยปรับปรุงโรงเรือนเพาะเห็ดให้เป็นโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน  ปรับปรุงบ่อเลี้ยงปลาดุก 6 บ่อเพื่อเลี้ยงปลาดุก  ซึ่งในระยะต่อไปโรงเรียนสามารถนำผลผลิตเห็ดและปลาดุกไปจำหน่ายและมีรายได้กลับเข้าโรงเรียน การดำเนินโครงการฯก็จะทำให้เกิดความยั่งยืนได้”

ด้าน วิมาลา ณ วาโย ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านหน้าควน  กล่าวว่า โรงเรียนบ้านหน้าควน เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีจำนวนนักเรียน 91 คน และครู 8 คนผู้ปกครองของนักเรียนส่วนใหญ่มีรายได้น้อย  ประกอบอาชีพรับจ้างปลูกผักและรับจ้างกรีดยางพารา ทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถจัดอาหารครบตามหลักโภชนาการได้ การที่โรงเรียนเข้าร่วมโครงการฯ โดยมีจิตอาสาซีพีเอฟเข้ามาถ่ายทอดแนวทางการผลิต อาทิ เพาะเห็ด เลี้ยงปลาดุก ซึ่งผลผลิตจากเห็ดและปลาดุกจะเข้ามาช่วยเสริมในเรื่องของอาหารกลางวันของนักเรียนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้โรงเรียนจะขยายผลไปสู่ชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยวันนี้โรงเรียนสามารถนำผลผลิตเห็ดที่เหลือจากการทำเป็นอาหารกลางวันให้นักเรียนมาจำหน่ายให้แก่ผู้ปกครองและชุมชนในราคาถูกกว่าท้องตลาด  ทำให้มีรายรับเข้ากองทุนของโรงเรียนเพื่อนำไปพัฒนาโรงเรียนในด้านต่างๆ แม้ว่าขณะนี้จะเป็นรายรับที่ไม่ได้มากนัก แต่ถือว่าเป็นการจุดประกายและเป็นความหวังว่าในอนาคตนักเรียนต้องสามารถนำไปทำที่บ้านได้

ทั้งนี้ ภายในปี 2560 จะมีจำนวนโรงเรียนที่เริ่มดำเนินโครงการ ทั้งสิ้น 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 จ.พังงา, โรงเรียนวัดนครเจดีย์ จ.ลำพูน, โรงเรียนบ้านหน้าควน จ.สงขลา, โรงเรียนอนุบาลปะทิว (บางสนพิพิธราษฎร์บำรุง) จ.ชุมพร, โรงเรียนซอย 3 สาย 4 ซ้ายจ.ลพบุรี, โรงเรียนวัดตะพังหม้อ จ.สงขลา, โรงเรียนท่าบอนมิตรภาพที่ 90 จ.สงขลา และ โรงเรียนบ้านเทพนคร จ.กำแพงเพชร ทำให้ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 77 โรงเรียน และตั้งแต่ปี 2558-ปี2560 สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนแล้วกว่า 18,200 คน

โครงการ “ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” ดำเนินการภายใต้แผนงาน 5 ปี (พ.ศ. 2558-2562) เป็นความร่วมมือระหว่างซีพีเอฟ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทคร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารและความรู้ด้านโภชนาการเพื่อให้นักเรียนมีภาวะโภชนาการสมวัยตามเกณฑ์  ยกระดับการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารในโรงเรียนให้ยั่งยืนและพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบในโรงเรียนและชุมชน

แหวกฟ้าหาฝัน : Aleksander Gierymski ใน National Museum วอร์ซอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297506

แหวกฟ้าหาฝัน : Aleksander Gierymski ใน National Museum วอร์ซอร์

แหวกฟ้าหาฝัน : Aleksander Gierymski ใน National Museum วอร์ซอร์

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Evening on the Seine

การเยือน National Museum ประเทศใด ผลงานศิลปะของศิลปินท้องถิ่นย่อมมีมาก ใน National Museum กรุงวอร์ซอร์ก็เช่นกัน ศิลปินแนว Realism ผู้หนึ่งที่โดดเด่นที่สุดของโปแลนด์ก็คือ Aleksander Gierymski ศิลปินชาวโปลคริสต์ศตวรรษที่ 19 เขาเกิดในกรุงวอร์ซอร์ในปี 1867 เขาจบ Academy of Fine Arts ในกรุงมิวนิคในระดับเหรียญทอง หลังจากนั้นเขาไปอยู่ที่โรมและได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีชื่อเสียงชิ้นแรกที่ชื่อ Roman Inn and Morra Game โดยได้จัดแสดงครั้งแรกใน Zacheta Gallery ณ กรุงวอร์ซอร์ หลังจากนั้นเขากลับไปทำงานในอิตาลีอีก และเน้นการศึกษาภาพเขียนแนวอิตาเลียน อย่างไรก็ดี งานเขียนของเขากลับก้าวเข้าสู่แนวทาง Impressionism ก่อนที่ศิลปะแนวนี้จะเป็นที่นิยม แต่มีเอกลัษณ์โดดเด่นเป็นของตัวเอง เขากลับมาอยู่วอร์ซอร์ใหม่ในช่วงระหว่าง 1879-1888 โดยทำงานร่วมกับนักเขียนและนักจิตรกรรมแนว Positive ในช่วงเวลานั้นเขาเขียนภาพเด่น Jewish Woman Selling Oranges ซึ่งเป็นภาพเขียนเกี่ยวกับคนจน และชีวิตของคนเดินดินทั่วไปโดยเน้นไปที่แสงสีของเมือง แม้ภาพนี้ของเขาจะมีเอกลักษณ์และสื่อถึงสังคมของประเทศ แต่กลับไม่ได้รับการต้อนรับ เขาจึงตัดสินใจไปอยู่ต่างประเทศอีกครั้ง เขาย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส สลับกับเยอรมนีและเปลี่ยนแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานไปเรื่อยๆ โดยเลิกเน้นภาพเกี่ยวกับบุคคลหันมาวาดภาพทิวทัศน์ในเวลากลางคืนแทน

ภายหลังเขากลับมาโปแลนด์อีกในปี 1893 และสมัครเข้าทำงานใน Academy of Fine Arts ใน Cracow และหวนกลับมาวาดภาพคนอีกครั้ง ภาพของเขาได้รับการต้อนรับบ้าง แต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จึงย้อนกลับไปอิตาลี และหันไปวาดภาพเกี่ยวกับสถานที่โดยเน้นภายในอาคาร ภาพ Self Portrait ของเขาที่ถูกวาดในปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิตสะท้อนให้เห็นถึงความผิดหวังอย่างรุนแรงสังเกตได้จากแววตา และสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็นคนเจ้าอารมณ์ ใจร้อน และมุทะลุ ซ้ำร้ายในปีสุดท้ายของชีวิตเขายังต้องใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลในกรุงโรมเพื่อบำบัดอาการทางจิตด้วย แม้เขาจะทิ้งผลงานแนว Realism ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นจิตรกรแห่งแสงที่สามารถจะสัมผัสบรรยากาศของฟากฟ้าได้อย่างวิจิตรเฉกเช่นเดียวกับ Courbet ให้กับโปแลนด์ แต่เขากลับไม่ได้รับการยกย่องเท่า


In the Bower

ใน National Museum กรุงวอร์ซอร์ มีผลงานของ Gierymski อยู่หลายภาพ เช่น The Jewish with Oranges ภาพเขียนหญิงชาวยิวพื้นเมืองถือตะกร้าส้มที่ศิลปินเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1880 นี้ได้ถูกขโมยไปโดยกองทัพนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังสงครามรัฐบาลโปแลนด์เพียรพยายามตามหาอยู่หลายปี ในที่สุดภาพนี้ก็ปรากฏขึ้นในร้านขายของเก่าทางตอนเหนือของเยอรมนี รัฐบาลจึงได้เจรจาต่อรองและเพิ่งได้คืนมาในปี 2011 ศิลปินใช้ภาพนี้สื่อถึงบรรยากาศของชาติในช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี สังเกตได้จากสีหน้าของหญิงชราในเสื้อ และหมวกน้ำตาลเข้ม คลุมไหล่ด้วยผ้าสีแดงที่ดูเก่าคร่ำคร่าบ่งบอกถึงความเศร้าหมองหมดอาลัยตายอยาก เทียบกับส้มในตะกร้า 2 ใบ ที่ดูสดใสมีชีวิตชีวาอันบ่งบอกถึงความทุกข์ระทมของคนในชาติในช่วงเวลานั้นท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของภาคใต้ของประเทศ

In The bower ผลงานชิ้นโบแดงของศิลปินที่เขาบรรจงใช้สีที่หลากหลายรังสรรค์งานที่มีความวิจิตรบรรจงทั้งด้านสี แสง ความเป็นธรรมชาติ ความพลิ้วไหว และสีหน้าท่าทางของตัวประกอบในภาพทุกคน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเห็นภาพจริงจะรู้สึกราวกับอยู่ในบรรยากาศของร้านน้ำชาท่ามกลางสวนในยุค Rococo เองเลยทีเดียว นอกจาก 2 ภาพนี้แล้วที่นี่ยังมีภาพของศิลปินผู้นี้อีกหลายภาพโดยเฉพาะภาพ Sand Diggers ที่มีความละเอียดอ่อนและสวยงามไม่แพ้ศิลปินชาติอื่นใดในโลกจริงๆ

Jewish Woman Selling Oranges detail

Jewish Woman Selling Oranges detail
Sand Diggers

Sand Diggers
Sand Diggers detail

Sand Diggers detail
Jewish Woman Selling Oranges

Jewish Woman Selling Oranges

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘จิตรกรรมพระที่นั่งทรงธรรม’ ปฐมภูมิทรงงานพระราชดำริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297505

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘จิตรกรรมพระที่นั่งทรงธรรม’ ปฐมภูมิทรงงานพระราชดำริ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘จิตรกรรมพระที่นั่งทรงธรรม’ ปฐมภูมิทรงงานพระราชดำริ

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โครงการชั่งหัวมัน

ความงดงามแห่งพระเมรุมาศบุษบก ๙ ยอด ซึ่งจะมีพระราชพิธีสำคัญของคนไทยทั้งแผ่นดินในวันที่๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น ความสนใจใคร่รู้ในเรื่องพระเมรุมาศและอาคารประกอบอื่นๆ จึงเป็นการรอคอย ถึงความมหัศจรรย์แห่งศิลปกรรมหนึ่งเดียวในโลก โดยเฉพาะพระที่นั่งทรงธรรมซึ่งเป็นอาคารประกอบสำคัญในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบรมนาถบพิตร อันเป็นที่ประทับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชอาคันตุกะจากประเทศต่างๆ และบุคคลสำคัญผู้เข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น ต้องนับว่าพระที่นั่งทรงธรรมครั้งนี้ได้ถูกออกแบบการสร้างให้เป็นอาคารขนาดใหญ่ครั้งแรกและติดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่จากแบบแผนเดิมโดยช่างสิบหมู่กรมศิลปากรและจิตรกรจิตอาสาคือการจัดสร้างจิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งทรงธรรมโดยนำโครงการพระราชดำริที่เกิดขึ้นใน รัชกาลที่ ๙ ที่มีจำนวนมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการนั้น มาคัดเลือกให้เป็นตัวอย่าง ๔๖ โครงการ เพื่อจัดทำภาพร่างลายเส้นต้นแบบของจิตรกรรมฝาผนังสำหรับติดผนังทั้งสาม

กล่าวคือ ผนังที่หนึ่ง นั้นจัดแสดงเรื่องราวโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ๑๐ โครงการ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ๙ โครงการ รวมเป็น ๑๙ โครงการแรก เป็นภาพโรงสีข้าว โรงหล่อเทียนหลวง ผลิตภัณฑ์จากโคนมสวนจิตรลดา ผลิตภัณฑ์จากผักและผลไม้ การเพาะเลี้ยงปลา นาข้าวทดลอง ป่าสาธิตและกังหันลม เป็นต้น นอกจากนี้พื้นที่บริเวณปริมณฑลยังเสนอเรื่องมูลนิธิราชประชาสมาสัย การบริหารจัดการน้ำท่วม โครงการแก้มลิง โครงการยกระดับลอยฟ้าบรมราชชนนีตามพระราชดำริ โดยจิตรกรจากสำนักช่างสิบหมู่
และจิตกรจิตอาสาร่วมกัน เสร็จแล้วนำติดบริเวณมุกด้านหน้าตรงกลางพระที่นั่งทรงธรรมโดยผนังส่วนนี้จะอยู่ตรงกลางด้านหลังที่ประทับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร


โครงการหลวงพัฒนา

ผนังที่สอง เป็นภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ๑๓ โครงการสูง ๕ เมตร ๘๐ เซนติเมตร ยาว ๑๒ เมตร โดยอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์วิทยาลัยเขตเพาะช่าง ติดตั้งที่ผนังฝั่งขวาของอาคารพระที่นั่งทรงธรรม และ ผนังที่สามเป็นภาพโครงการพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้๑๔ โครงการ โดยคณาจารย์และศิษย์เก่า วิทยาลัยช่างศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กว่า ๓๐๐ คน ร่วมกันลงสีเพื่อนำไปประดับที่พระที่นั่งทรงธรรม ฝั่งตะวันตกของพระเมรุมาศ ภาพจิตรกรรมนี้ได้ขยายแบบลงบนผ้าใบแคนวาสขนาดเท่าผนังของจริง จึงต้องมีห้องปฏิบัติการจำลองผนังพระที่นั่งทรงธรรมขึ้นที่อาคารประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ จังหวัดนครปฐม พร้อมกับประสานงานช่างศิลป์จากสถาบันศิลป์ต่างๆ และจิตรกรจิตอาสามาร่วมลงสีในขนาดเท่าจริง ซึ่งเป็นภาพโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริจ.เชียงใหม่ และโครงการอื่นๆ รวมทั้งพื้นที่ภาคอีสาน ใต้และตะวันออก ที่จะปรากฏบนจิตรกรรมฝาผนัง โดยจิตรกรจะวาดเหมือนจริง จัดวางองค์ประกอบลำดับเรื่องราวในรูปแบบจิตรกรรมไทยแบบโบราณในมุมสูง ให้ผู้เข้าชมสามารถเห็นได้รอบด้าน แต่ละเรื่องจะใช้แม่น้ำ ภูเขา ต้นไม้ท้องฟ้า หรือสถาปัตยกรรมในการกั้นแบ่งเรื่องราว ทำให้เกิดลักษณะพิเศษเป็นภาพทิวทัศน์ที่เรียงร้อยกันไปอย่างงดงาม

อีกทั้งยังบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ตามข้อมูลจริง ทั้งฉลองพระองค์ที่ทรงสวมขณะประกอบพระราชกรณียกิจ สภาพบ้านเรือนของชาวบ้านในอดีต เหมือนได้ตามรอยพระบาทในหลวง รัชกาลที่ ๙ ไปทั่วทุกภูมิภาคที่นำมาสร้างประโยชน์แก่พสกนิกรทั่วไทยให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข นับเป็นผลงานการลงสีลงบนผ้าใบแคนวาสขนาดใหญ่มากครั้งแรก ดังนั้นต้องสั่งทอผ้าใบแคนวาสสำหรับการเขียนภาพขนาดใหญ่นี้จากประเทศอินเดีย ซึ่งต้องเขียนเนื้อหาของแต่ละภาพนั้นให้มีความเชื่อมโยงให้ดูเหมือนว่าเป็นภาพผืนเดียวกัน จิตรกรรมฝาผนังโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงถือเป็นความพิเศษของสถาปัตยกรรมพระที่นั่งทรงธรรมในพระเมรุมาศครั้งนี้เป็นครั้งแรกของแผ่นดิน


แบบร่าง-โครงการส่วนพระองค์


พระที่นั่งทรงธรรม-ผนังที่-2-


พระที่นั่งทรงธรรม-ผนังที่-3-


เสด็จทอดพระเนตรโครงการฯ

‘คิดถึงพ่อ’ ร้อยดวงใจรำลึกถึง…..พ่อหลวงของแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297530

‘คิดถึงพ่อ’ ร้อยดวงใจรำลึกถึง.....พ่อหลวงของแผ่นดิน

‘คิดถึงพ่อ’ ร้อยดวงใจรำลึกถึง…..พ่อหลวงของแผ่นดิน

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

งาน “คิดถึงพ่อ” ร้อยดวงใจรำลึกถึง…..พ่อหลวงของแผ่นดิน จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้ตราตรึงอยู่ในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป โดยบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่, สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่), คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, วิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ และกลุ่มให้เบ็ดดีกว่าปลาขอเชิญร่วมกิจกรรมแห่งความจงรักภักดีและความอาลัยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงสถิตอยู่ในดวงใจพสกนิกรชาวไทยตราบนิรันดร์ในกิจกรรม “คิดถึงพ่อ” ร้อยดวงใจรำลึกถึง…..พ่อหลวงของแผ่นดิน

ภายในงานพบกับ 9 กิจกรรมแห่งความคิดถึง กิจกรรมที่ 1 การหล่อเหรียญที่ระลึก ”รักพ่อและทรงรัก” โดยกลุ่มให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา จัดทำโครงการศิลปะตามรอยพ่อผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ลงมือหล่อเหรียญจากปูนปลาสเตอร์ด้วยตัวเองซึ่งเป็นการน้อมนำเอาพระราชดารัส “ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา” มาเป็นหัวข้อในการเรียนรู้ กิจกรรมที่ 2 ประติมากรรมแสงแดด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชวนร่วมชื่นชมผลงานการสร้างภาพประติมากรรมจากเงาเป็นภาพคล้ายพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะปรากฏขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามากระทบกับวัตถุ กิจกรรมที่ 3 การแจกกล้าไม้โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) แจกพันธุ์กล้าไม้ให้กับประชาชนเพื่อสืบสานและน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของชาติให้คงอยู่สืบไป กิจกรรมที่ 4 การวาดภาพ “คิดถึงพ่อ”ร้อยใจเป็นหนึ่งเดียวกับผลงานของศิลปินแห่งชาติและนักศึกษาจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่จะมามาร่วมรังสรรค์ภาพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในความทรงจำ” กิจกรรมที่ 5 การประดับดอกดาวเรือง ให้พสกนิกรร่วมใจประดับดอกดาวเรืองบนแท่นเลข 9 กลางศูนย์การค้าฯกิจกรรมที่ 6 การสกรีนเสื้อ “คิดถึงพ่อ” ผลงานการออกแบบของศิลปินล้านนาชื่อดัง กิจกรรมที่ 7 การรับบริจาคหนังสือ เปิดรับบริจาคหนังสือใหม่หรือหนังสือเก่าเพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนใน จ.เชียงใหม่กิจกรรมที่ 8 ลงนามถวายความอาลัย กิจกรรมที่ 9บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ “คิดถึงพ่อ” ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ผู้ทรงสถิตอยู่ในดวงใจชาวไทยไปตลอดกาล “คิดถึงพ่อ” ร้อยดวงใจรำลึกถึง…..พ่อหลวงของแผ่นดิน ระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคม 2560 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม

ประติมากรรมแสงแดด

ประติมากรรมแสงแดด
ตัวอย่างเสื้อสกรีน

ตัวอย่างเสื้อสกรีน
หล่อเหรียญ

หล่อเหรียญ

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297529

คุณแหน :  16 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ศุกร์ ๑๓ เวลา ๑๕.๕๒ น.พสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่ารำลึกถึงความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ในชีวิตได้ทราบถึงการเสด็จสวรรคต(ครบ ๓๖๕ วัน) ร่วมกันยืนสงบนิ่งตั้งจิตอธิษฐานภาวนา น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณไม่เสื่อมคลายแด่พระองค์ท่าน ในหลวงรัชกาลที่ ๙สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์…

 

ll และ วันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ของทุกปี องค์การสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯถวายรางวัลแห่งความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ให้เป็น วันดินโลกซึ่งยูเอ็นมอบให้เป็นครั้งแรกของโลก…

ll บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมเติมเงินให้คนที่มาลงทะเบียน คนละ ๒๐๐ หรือ ๓๐๐ บาทต่อเดือน คงจะทำให้คนไทยส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์โดยรัฐบาล ที่มีหัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา เป็นผู้ริเริ่มยังไม่วายที่จะถูกวิจารณ์ต่างๆ นานา…

ll “ปีนี้น้ำมากมวลมหาศาล ไม่แตกต่งจากปีน้ำท่วมใหญ่๒๕๕๔ เพียงแต่มีการจัดการได้ดีชาวบ้านไม่เดือดร้อนมาก ธรรมชาติอยู่เหนือการควบคุมแต่บรรเทาลดผลกระทบได้ด้วยการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ” วาทะจากพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.เพื่อลบเสียงมโนของผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย…

ll ไฟจราจรแบบนาฬิกาทรายได้รับรางวัล เมนชั่น ฮอนเนอร์ เดอะพีเพิลช้อยอวอร์ด (ขวัญใจมหาชน)จากคะแนนโหวตจากสื่อมวลชนและผู้ชมนิทรรศการ งานการประกวดSeoul International Design Competition โดยคณะผู้บริหารกรุงโซล เป็นผลงานของคนไทย นามธันวา ติวะวงศ์ กระทรวงวิทย์ทำอะไรกันอยู่ ???…

ll ชื่นชมกับมอเตอร์ไซค์จิตอาสา รับ-ส่งฟรี โดยผู้ประสานงาน พิษณุพงศ์ พันธุ์ภักดี (อั๋น)มีสมาชิกประมาณ ๗๐-๘๐ คน ซึ่งคอยให้บริการบริเวณท่าราชวรดิฐ และรอบๆ วัดพระแก้วเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน มากราบพระบรมศพ ครบหนึ่งปี และยืนยันว่า เพจจิตอาสาของเรานี้ ยังอยู่ต่อไปและทำความดีเพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่…

ll ยังไม่ค่อยได้เห็น อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของนักเลือกตั้งทั้งหลาย พูดถึง ปรัชญา คุณความดี ความซื่อสัตย์ ฯลฯ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีแต่ เสียงเรียกร้องให้มีแต่การเลือกตั้ง หวังว่าคนไทยคงจะจำอดีตเมื่อสิบปีที่แล้วได้ใช่ไหมครับ…ll

น้องโน้ต

นิทรรศการศิลปะ BELIEF OVER BEAUTY

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297528

นิทรรศการศิลปะ BELIEF OVER BEAUTY

นิทรรศการศิลปะ BELIEF OVER BEAUTY

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท เชิญร่วมชมนิทรรศการศิลปะ BELIEF OVER BEAUTY ผลงานจาก เจสซี่ ลี ช่างภาพชาวฝรั่งเศส และ จิรศักดิ์ อนุจร ศิลปินชาวไทย ณ เอส แกลเลอรี่

เจสซี่ ลี เป็นเวลาแรมปีที่ เจสซี่ ลี ช่างถ่ายภาพชาวฝรั่งเศส ได้เข้าไปคลุกคลีกับศาสตร์ของการสักยันต์ หนึ่งในรูปแบบการสักลวดลายของไทยที่มีจุดประสงค์ในด้านความเชื่อ โดยการนำยันต์คุ้มภัยต่างๆ มา จารึกไว้บนผิวหนัง โลกแห่งการสักยันต์นั้นนับเป็นเรื่องของไสยศาสตร์และความลี้ลับที่ยากจะเข้าถึงและทำความเข้าใจ แต่ด้วยความมานะอดทนและความมุ่งมั่นของ “ลี” เธอเลือกที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอาศัยอยู่ในประเทศไทย และเข้าไปใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในชุมชนของช่างสักชั้นครู ตลอดจนได้เข้าร่วมพิธีอันสำคัญประจำปีอย่างการไหว้ครู ที่ถือเป็นการเทิดทูนพระคุณของครูทั้งในอดีตและปัจจุบัน การเข้าไปอยู่ในศูนย์กลางของวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาเช่นนี้เองทำให้เธอถ่ายทอดสิ่งที่เธอได้พบเจอระหว่างการทำงานของช่างสักและลูกศิษย์ผ่านกล้องถ่ายภาพคู่ใจ ภาพในคอลเลคชั่น ถูกคัดสรรอย่างประณีต ผ่านสายตาอันเฉียบคมของมาร์ติน เกอร์ลิเออร์ ผู้ก่อตั้ง MG Art Design และที่ปรึกษาของเอส แกลเลอรี่ ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับโลกแห่งการสักยันต์ซึ่งน้อยคน แม้แต่ชาวไทยเอง แทบไม่เคยได้เข้าถึง

การสักยันต์นั้น ในแง่หนึ่งคือความงดงามคล้ายงานศิลปะ แต่จุดประสงค์ของการสักยันต์กลับ ห่างไกลการใช้ลวดลายตกแต่งร่างกายหรือการใช้เครื่องสำอางปรุงแต่งความงามใดๆ แต่ละลวดลายของ ยันต์มีความหมายเฉพาะตัวที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและศาสนา ไม่เพียงแต่ลายอักขระที่สักไว้แต่ยังรวมถึง ครูผู้สักเองและผู้ได้รับการสักที่ต้องประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมจรรยา แม้ชาวต่างชาติบางส่วนยังคงเข้าใจว่าผู้สักยันต์ของไทยนั้นล้วนแต่เป็นพระสงฆ์ แต่ในความเป็น จริงแล้วครูผู้สักยันต์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองมีร่วมกันคือการฝึกฝนอย่างมุมานะ ภายใต้การดูแลของครูสัก หากผู้เป็นครูรู้สึกว่าลูกศิษย์คนใดได้ร่ำเรียนวิชาสักอย่างครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว จึงจะสามารถนำวิชาสักยันต์ไปสักให้ผู้อื่นได้ต่อไป

จิรศักดิ์ อนุจร เป็นศิลปินไทยผู้มีชื่อเสียงจากจังหวัด ลพบุรี เขาหลงใหลในการภาพวาดพอร์เทรต และยังได้รับรางวัลมากมาย เช่น The International Purchase Prizes Award, Panasonic Contemporary Painting Award และ Most Promising Artist of The Year Award จากการประกวดภาพวาดยูโอบี เพ้นต์ติ้ง ออฟ เดอะ เยียร์ ในนิทรรศการครั้งนี้ เขาถ่ายทอดเรื่องราวของปรัชญาและความเชื่อในพุทธศาสนาที่เกี่ยวเนื่องกับลิงสามตัว (Three Wise Monkeys) หรือปริศนาธรรมจากลิงสามตัว ที่มีหลักว่าด้วย “การไม่รับรู้ โดย การมองในสิ่งที่ไม่ดี การไม่ฟังในสิ่งที่ไม่ดี และการไม่กล่าววาจาในสิ่งที่ไม่ดี”

ผลงานของจิรศักดิ์นำเสนอภาพชายชราปิดตา สะท้อนการไม่มองในสิ่งที่ไม่ดี ภาพชายชราปิดหู เพื่อไม่ต้องฟังในสิ่งที่ไม่ดี และภาพชายชราปิดปาก เพื่อไม่ให้พูดในสิ่งที่ไม่ดี ความหมายของภาพเหล่านั้น เป็นเช่นเดียวกับปริศนาธรรมลิงสามตัว และเป็นหลักธรรมที่ให้ตั้งอยู่บนจิตใจที่ดี วาจาที่ดี และการทำดี นอกจากนี้ผลงานของจิรศักดิ์ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลักศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า เน้นหลักจริยธรรมที่ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และมีผลทางด้านจิตใจ เพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้นจากความทุกข์ การยึดติด และกิเลส เพื่อเข้าถึงสัจธรรมของสิ่งทั้งปวง

นิทรรศการ Belief over Beauty จัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ผู้สนใจสามารถเข้าชมฟรีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 0-2126-9999 www.sofitel-bangkok-sukhumvit.com/

ตะลอนเที่ยว : จิตอาสาเฉพาะกิจ ทำความดีถวาย‘พ่อของแผ่นดินไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297502

ตะลอนเที่ยว : จิตอาสาเฉพาะกิจ ทำความดีถวาย‘พ่อของแผ่นดินไทย’

ตะลอนเที่ยว : จิตอาสาเฉพาะกิจ ทำความดีถวาย‘พ่อของแผ่นดินไทย’

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พลังน้ำใจของคนไทยเป็นพลังที่สุดแสนมหัศจรรย์เกินบรรยาย ยามเมื่อคนไทยรวมตัวแสดงพลังเพื่อกระทำกิจการสาธารณประโยชน์ใดๆ แล้ว กิจการงานทั้งปวงก็จะสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดีได้โดยพลัน

ในยามนี้ คนไทยจำนวนมากมายหลายล้านคนได้รวมตัวเป็นสมาชิกจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยได้รับพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 โดยการรวมตัวครั้งนี้เป็นการแสดงพลังความจงรักภักดี และความเคารพอย่างสูงสุดที่พสกนิกรไทยมีต่อพระเจ้าแผ่นดินของพวกเขา และเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่ได้พระราชทานไว้กับแผ่นดินไทยเสมอมา

เมื่อวันพุธที่ 11 ตุลาคม 2560 Mr.Flower ได้เข้าไปอยู่ร่วมในงานรับพระราชทานเสื้อ ผ้าพันคอ หมวก และปลอกแขน จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต

ภาพประทับใจที่ได้พบเห็นคือ ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย (ตั้งแต่เด็กนักเรียนชั้นประถม นักเรียนมัธยม นักเรียนอาชีวะ และนิสิตนักศึกษา รวมถึงประชาชนทั้งวัยรุ่น วัยกลางคน และผู้สูงอายุ) รวมถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของภาครัฐ ทหาร ตำรวจ แม้กระทั่งคนพิการ รวมถึงประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพ จำนวนหลายพันคนไปรวมตัวกันเพื่อรอรับเครื่องแบบพระราชทาน แม้ในช่วงเวลาเช้าวันนั้นจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลานาน แต่สมาชิกจิตอาสาเฉพาะกิจทุกคนก็ยังคงมุ่งมั่นและตั้งใจจะเข้าไปรอรับเครื่องแบบพระราชทาน โดยไม่ย่อท้อกับสายฝนที่ตกหนักเป็นเวลานาน

นักเรียนชั้นมัธยมต้นหลายคนเปียกปอนไปทั้งตัว ครั้นเมื่อสอบถามพวกเขาว่า ไม่กลัวเป็นหวัดหรือ คำตอบที่ได้รับคือ ไม่กลัวครับ สายฝนที่ตกลงมาไม่สามารถทำให้ผมล้มเลิกความตั้งใจทำความดีเพื่อถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้ครับ พ่อของผมบอกว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำงานหนักเพื่อคนไทยมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงบุกป่าฝ่าเขาไปในแดนทุรกันดาร เพื่อเสด็จฯทรงเยี่ยมเยียนประชาชนของพระองค์โดยมิได้คำนึงถึงภัยอันตรายใดๆ ดังนั้นฝนตกเพียงแค่นี้ไม่สามารถทำให้ผมล้มเลิกความตั้งใจได้ครับ

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตผู้ฝึกสอนนักฟุตบอลทีมชาติไทย จิตอาสาเฉพาะกิจฯ บอกว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำทุกอย่างเพื่อความอยู่ดีกินดีของคนไทยทั้งแผ่นดินมาตลอดรัชสมัยของพระองค์ท่าน ดังนั้นเราทุกคนในฐานะลูกของพ่อของแผ่นดิน ก็จึงต้องช่วยกันทำความดีเพื่อทดแทนด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อของแผ่นดินไทย และต้องช่วยกันสานต่อแนวทางทั้งหลายที่พ่อได้ทรงวางไว้ให้กับประเทศชาติของเรา เราต้องไม่ปล่อยให้พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงเหน็ดเหนื่อยเพียงลำพัง

และที่น่าปลื้มใจอีกประการหนึ่งคือ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังทุกคนที่ให้บริการประชาชนจิตอาสา ก็ตั้งอกตั้งใจให้บริการอย่างดีที่สุด เมื่อประชาชนรายใดมีข้อสงสัยก็จะได้รับคำอธิบายเป็นอย่างดี ประชาชนจากต่างจังหวัดหลายรายพลัดหลงกันเนื่องจากมีผู้คนมากมายจนหากันไม่เจอ เจ้าหน้าที่ก็รับเป็นธุระประกาศตามหาญาติพี่น้องให้จนได้พบกัน

ภาพประทับใจอีกอย่างหนึ่งที่ได้ประสบด้วยตาของ Mr.Flower ในวันนั้นคือ หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำระบายไม่ทัน จนท่วมขังเป็นจุดๆ แต่ผู้ที่เป็นสมาชิกจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ซึ่งหลายคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดทำงาน และสวมรองเท้าราคาแพง แต่จิตอาสาเหล่านี้ก็ยินดีจะเดินลุยน้ำโดยไม่ลังเล โดยบอกว่า เสื้อผ้าเปียกน้ำฝน เดี๋ยวก็แห้ง รองเท้าเปียกก็ช่างมัน เดี๋ยวก็เอาไปตากแล้วทำความสะอาดได้ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง และไม่สามารถล้มเลิกความตั้งใจเป็นสมาชิกจิตอาสาได้ เพราะการได้เป็นสมาชิกจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ถือได้ว่าเป็นเกียรติประวัติสำคัญของชีวิตและครอบครัว

ในงานวันดังกล่าวนั้น มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ร่วมงานต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 คือ อาหารและน้ำดื่มพระราชทาน ผู้ร่วมงานบอกตรงกันว่า ไม่คิดเลยว่าจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณถึงเพียงนี้ เพราะอันที่จริงแค่มารับชุดพระราชทานโดยใช้เวลาเพียงไม่นานนัก แต่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอาหารและน้ำให้กับประชาชนทุกคนที่อยู่ร่วมในงาน

จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แบ่งประเภทของงานออกเป็นดังนี้ งานดอกไม้จันทน์งานประชาสัมพันธ์ งานโยธา งานขนส่ง งานบริการประชาชน งานแพทย์ งานรักษาความปลอดภัย และงานจราจร

ตัวอย่างงานที่จิตอาสาเฉพาะกิจ ได้กระทำไปแล้ว มีตัวอย่างดังนี้ เช่น ทำความสะอาด (big cleaning) พื้นที่ลานพระปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 ปลูกต้นดาวเรือง 13,000 ต้น ที่อนุสารีย์ประชาธิปไตย ปลูกไม้ดอกและผักสวนครัว บริเวณทับเกษตร ทุ่งพระเมรุ ทำความสะอาดบริเวณรอบพระเมรุมาศ ทำความสะอาดและจัดสวนรอบพระเมรุมาศจำลอง ณ พระลานพระราชวังดุสิต ปลูกต้นดาวเรืองบนถนนราชดำเนินนอก (ตั้งแต่พระลานพระราชวังดุสิตถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ) เป็นต้น

สิ่งหนึ่งที่สมาชิกจิตอาสาเฉพาะกิจบอกตรงกันคือ ภาคภูมิใจมากที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 และแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

 

หนังสือเด่น : ประชาธิปก ประชาธิปไตย ข้อคิดเตือนใจของคนไทยในวันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297519

หนังสือเด่น : ประชาธิปก ประชาธิปไตย ข้อคิดเตือนใจของคนไทยในวันนี้

หนังสือเด่น : ประชาธิปก ประชาธิปไตย ข้อคิดเตือนใจของคนไทยในวันนี้

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาพที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทยเวลานี้ ดูเหมือนว่า คนไทย กำลังมีความพยายามที่จะ “เปลี่ยนผ่าน” ในความเป็นประชาธิปไตยกันอีกครั้งหนึ่งในประเทศไทย ที่ต้องบอกว่า กำลังจะเปลี่ยนผ่าน อีกครั้งหนึ่ง เพราะเราเคยมีอดีตในการเปลี่ยนผ่านความเป็นประชาธิปไตยมาแล้วครั้งหนึ่ง ในสมัยรัชกาลที่ 7

หนังสือ “ประชาธิปก ประชาธิปไตย” เล่มนี้ อาจจะทำให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นว่า เหตุใดการเปลี่ยนผ่านตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา จึงมีทั้งช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และเกิดการต่อไม่ติดมากหลายครั้ง ผู้เขียนคือ “ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล” ได้อธิบายให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ว่าทรงมีอะไรเป็นฐานคิด จึงได้รับสั่ง หรือไม่รับสั่งอะไร ทรงทำอะไร หรือไม่ทรงทำอะไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย ทั้งในช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 นับว่าเป็นสิ่งซึ่งไม่เคยมีการทำอย่างครอบคลุมเท่านี้มาก่อน งานวิเคราะห์นี้จึงช่วยให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่า เหตุใดการเดินทางสู่ประชาธิปไตยในไทยจึงลุ่มๆ ดอนๆ

เนื้อหาตลอดทั้งเล่ม เป็นการนำบทความซึ่งผู้เขียนได้เคยเขียนเผยแพร่ไว้มาเรียบเรียงใหม่ เริ่มจากการเล่าพระราชประวัติและนำเสนอพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ในรัชกาลไว้ในเชิงบูรณาการ เพื่อเป็นฐานความรู้นำท่านผู้อ่านเข้าสู่ส่วนหลักของหนังสือ ซึ่งเกี่ยวกับพระราชปณิธาน พระราชดำริ และพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการปฏิรูประบอบการปกครองเป็นการเฉพาะ หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าถึงและเข้าใจองค์ประชาธิปกได้ชัดเจนขึ้นและเข้าใจประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในสมัยนั้นได้ดีขึ้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการที่จะเป็นเครื่องเตือนสติสำหรับความพยายามในปัจจุบันที่กำลังคิดจะทำอะไรกันอยู่

เข้าใจโรคเบาหวาน ด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด

มีทั้งเรื่องและภาพให้ความสะดวกกับการอ่าน

“เบาหวาน ฉบับเข้าใจง่าย” เป็นเรื่องราวที่ผู้เขียน ตั้งเป้าหมายที่ต้องการให้คนอ่านได้รู้จักโรคเบาหวานแบบง่ายและเข้าใจได้กระจ่างที่สุด แม้จะเรียนสูง เรียนต่ำ หรือ เด็กและผู้ใหญ่ เพราะผู้เขียนมีทั้งคำอธิบายที่เป็นทั้งภาพวาด และคำบรรยายที่ใช้ถ้อยคำง่ายๆ ไม่ติดรูปแบบของวิชาการ ในเล่มจะบอกให้ทราบถึงวิธีป้องกัน รู้จักการควบคุมการกินอาหาร บอกวิธีการออกกำลังกายเพื่อสลายเบาหวานแบบถุกวิธี เขียนโดย “Kasuga Masato” โดยมี “ขวัญนุช คำเนือง”แปลออกมาเป็นภาษาไทย จำหน่ายเล่มละ 195 บาท รวมความแล้วหนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือน หมอประจำตัวคอยเตือนให้เราระวังโรคเบาหวานมาเยี่ยมเยือนที่อยู่ติดตัวมากที่สุด

กำลังภายในผสมผสานกับการแข่งขัน

จินตนาการใหม่ในโลกอินเทอร์เนต

“เทพยุทธ์เซียน GLORY” เขียนโดย “หูเตี๋ยหลาน” แปลเป็นไทยโดย “อนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี” จำหน่ายเล่มละ 375 บาท เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับเกม GLORY จินตนาการผสมผสานกับศาสตร์กำลังภายในของจีน แนวของเรื่องจึงเป็นไปในกึ่ง สปอร์ตกับกึ่งกำลังภายใน ซึ่งเป็นจินตนาการใหม่ในโลกอินเทอร์เนตที่กำลังเป็นที่นิยมของชาวจีนในเวลานี้ ตอนนี้ออกมาวางตลาดถึงเล่มที่ 8 แล้ว เนื้อเรื่องยังคงเข้มข้นชวนให้นักอ่านที่ติดตามอ่านมาแล้วต้องอ่านต่อเนื่อง สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านมาก่อน หาซื้อกันตั้งแต่เล่มหนึ่งได้ที่ร้านหนังสือ

ยึดฟ้าหาพิกัดรัก‘ชีพนี้เพื่อชาติ’

ความหวังของหัวใจ เพื่อชาติและคนที่รัก

“ยืดฟ้าหาพิกัดรัก” เขียนโดย “ทองหลาง” เป็นนิยายรัก และปลุกกระตุ้นให้คนคำนึงถึงชาติ ที่เป็นความรักที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ความรักที่มีต่อคนรัก เรื่องราวของนายทหารอากาศที่ต้องมีภารกิจป้องชาติบ้านเมืองให้พ้นจากภัยพิบัติของผู้ไม่หวังดี ในเวลาเดียวกันเขาก็ตั้งปนิธานรักให้ไว้สำหรับคนรักที่ต้องเฝ้าคอยการกลับมาของเขาเบื้องหลัง เรื่องจึงดำเนินไปด้วย อาการที่ต้องลุ้นเป็นกำลังใจให้กับนายทหารหนุ่ม พร้อมๆ กับความสุขของคนที่ทำเพื่อชาติ จำหน่ายเล่มละ 365 บาท

หนังสือแนวพัฒนาตนเองที่ให้ข้อมูลเฉียบขาด

สมองมีไว้เพื่อคิด ไม่ใช่มีไว้เพื่อเก็บความคิด

“บริหารชีวิต พิชิตความสำเร็จ” เขียนโดย “David Allen” แปลเป็นไทยโดย “อาวีกาญจน์-ปฏิพล” เนื้อหาจะเป็นศาสตร์ในการทำใจให้ปล่อยวางกับความเครียดทั้งหลายทั้งปวงที่ประดังเข้ามาสู่ชีวิต เพื่อให้จิตสงบ พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติเพื่อพบกับความสำเร็จในชีวิตอย่างมีสติมั่นคง เป็นหนังสือที่ นิตยสารสาร ไทม์ ให้คำนิยมว่า เป็นหนังสือแนวพัฒนาตนเองที่ให้ข้อมูลเฉียบขาดมากที่สุดในทศวรรษนี้ โดยผู้เขียนให้คำจำกัดความเอาไว้ว่า สมองของเรามีไว้เพื่อคิด ไม่ใช่มีไว้เพื่อเก็บความคิดให้มันหนักกะโหลก ซี่งคนส่วนใหญ่ในต่างประเทศจะยอมในศักยภาพของ อันเลน ผู้เขียนว่า เขาเป็นคนหนึ่งที่มีอิทธิพลสูงทางด้าน นักคิด จำหน่ายเล่มละ 450 บาท

Science Update : แบตเตอรีผสมยางมะตอยชาร์จไฟเร็ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297513

Science Update : แบตเตอรีผสมยางมะตอยชาร์จไฟเร็ว

Science Update : แบตเตอรีผสมยางมะตอยชาร์จไฟเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไรซ์ในสหรัฐ สามารถพัฒนาแบตเตอรีลิเทียมให้สามารถชาร์จไฟเข้าจนเต็มได้อย่างรวดเร็วทันใจกว่าเดิมถึง 20 เท่า ซึ่งหมายความว่าแทนที่จะใช้เวลาชาร์จตามมาตรฐาน 2 ชั่วโมงเหมือนแต่ก่อน แบตเตอรีรุ่นใหม่ที่มีส่วนผสมของยางมะตอยในขั้วไฟฟ้า จะใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาที และยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าแบตเตอรีทั่วไปอีกด้วย โดยแบตเตอรีรุ่นใหม่ผลิตจากคาร์บอนจากยางมะตอย (Asphalt) ผสมกับแถบกราฟีนนาโนริบบิ้น (GNR) ซึ่งป็นแถบกราฟีนขนาดเล็กช่วยนำไฟฟ้าที่มีความกว้างไม่เกิน 50 นาโนเมตร แล้วนำมาเคลือบด้วยลิเทียมเพื่อใช้เป็นขั้วบวกของแบตเตอรีที่ชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วนี้ สำหรับคาร์บอนจากยางมะตอยยังช่วยไม่ให้มีการก่อตัวและสะสมตะกอนเส้นใยของธาตุลิเทียม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรีมีอายุการใช้งานไม่นาน และยังอาจเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ทำให้แบตเตอรีเกิดระเบิดขึ้นได้อีกด้วย

Health News : เตือนรักษามะเร็งทางเลือกเสี่ยงตายมากกว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297515

Health News : เตือนรักษามะเร็งทางเลือกเสี่ยงตายมากกว่าเดิม

Health News : เตือนรักษามะเร็งทางเลือกเสี่ยงตายมากกว่าเดิม

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
คณะนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเยลของสหรัฐ เผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดซึ่งชี้ว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ตัดสินใจรักษาด้วยวิธีทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สมุนไพร การบำบัดแบบโฮมีโอพาธี การรับพลังคริสตัล หรือการเข้าคอร์สรับประทานอาหารเฉพาะอย่างนั้น มีแนวโน้มจะเสียชีวิตภายใน 5 ปีหลังการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งในครั้งแรก โดยคิดเป็นจำนวนสูงยิ่งกว่าคนไข้ที่รักษาตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบันถึง 2.5 เท่า มากยิ่งกว่าผู้ที่รักษาตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งใช้วิธีเคมีบำบัด ฉายรังสี และการผ่าตัด คณะวิจัยยังชี้ว่า การที่ผู้ป่วยซึ่งรักษาด้วยวิธีทางเลือกบางส่วนสามารถรอดชีวิตจากโรคมะเร็งมาได้นั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะได้หันมารักษาด้วยวิธีทางการแพทย์แผนปัจจุบัน หลังมีอาการแย่ลงและมะเร็งลุกลามไปมากขึ้น ในกรณีของสหรัฐฯนั้น ผู้ป่วยที่ตัดสินใจรักษาด้วยวิธีทางเลือกมักเป็นผู้มีฐานะและการศึกษาดี เพราะเป็นวิธีที่มีราคาแพงซึ่งประกันสุขภาพทั่วไปไม่ครอบคลุม แต่คนเหล่านี้มักตกเป็นเหยื่อของธุรกิจการบำบัดโรคมะเร็งทางเลือกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่เสมอ