Tech for life : 15 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297517

Tech for life : 15 ตุลาคม 2560

Tech for life : 15 ตุลาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โมไบค์

Mobike(โมไบค์) คือจักรยานอัจฉริยะสัญชาติจีน โครงสร้างเป็นอะลูมิเนียมแถม น้ำหนักเบา ขณะที่ ล็อก และปลดล็อกผ่านการสแกน “คิวอาร์โค้ด” หรือปลดล็อกผ่านสมาร์ทโฟน
ฯลฯ

ล่าสุด โมไบค์ จับมือ เอไอเอส บุกตลาดไทย โดยวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 จะเปิดใช้จักรยานสาธารณะอัจฉริยะอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

iPhone8

 

3ค่ายมือถือ AIS- TrueMove H-Dtacประกาศวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก Apple พร้อมๆ กันในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 นี้ ได้แก่ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ส่วนราคานั้นคงออกมาพร้อมแพคเกจ-โปรโมชั่น สามารถเลือกได้ ส่วนใครสนใจอยากได้ iPhoneรุ่นก่อนหน้านั้นต้องรอว่าราคาจะปรับลงมาเท่าไหร่

แอพ KTC

นี่คือแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า TapKTC แอพฯที่เป็นช่องทางในการทำธุรกรรมการเงินผ่านสมาร์ทโฟน อาทิ ชำระค่าสินค้าและบริการ ของสมาชิกบัตร KTC

ล่าสุดสำหรับลูกค้า KTC ที่ใช้ “ซัมซุง”S8-Note8 สามารถใช้ เทคโนโลยี “สแกนม่านตา”(บริการซัมซุง พาส หรือ Samsung Pass) เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานได้ด้วย ถือเป็นสถาบันการเงินรายแรกและรายเดียวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และที่ 3 ของโลกที่เริ่มใช้เทคโนโลยีนี้

ไร้คนขับ

นี่คือ Google car รถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ เพียงแค่ใช้คนกดปุ่มติดเครื่องยนต์เท่านั้น ขณะที่ค่ายรถยนต์หลายค่ายกำลังพัฒนานวัตกรรมนี้ต่อเนื่องเช่นกัน คาดว่าเริ่มใช้งานได้จริงอีก 3 ปีข้างหน้า แต่สำหรับรัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐหน่วยงาน The California Department of Motor Vehicles เป็น “เสือปืนไว” เตรียมพร้อมจะออกใบอนุญาตให้รถประเภทวิ่งบนท้องถนนแล้ว

วว.ร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติฯ น้อมถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297531

วว.ร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติฯ น้อมถวายเป็นพระราชกุศล

วว.ร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติฯ น้อมถวายเป็นพระราชกุศล

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่ง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดขึ้น โดยมี ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต รองผู้ว่าการกลุ่มบริหาร พร้อมทั้งคณะผู้บริหารและบุคลากรร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งและปลูกต้นดาวเรือง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2560ณ วว. เทคโนธานี คลอง 5 จ.ปทุมธานี

ทั้งนี้ ดอกดาวเรือง เป็นดอกไม้ประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 เป็นพืชล้มลุก อายุประมาณ 2- 4 ปี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tagetes erecta L. อยู่ในวงศ์ : Compositae ชื่ออื่น : คำปูจู้หลวง (เหนือ) ดาวเรืองใหญ่ (กลาง) พอทู(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ลักษณะทั่วไป : ดาวเรือง (Marigold) มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก ในประเทศไทยภาษาท้องถิ่นทางภาคเหนือเรียก “ดอกคำปู้จู้” ซึ่งหมายถึงดอกไม้ที่มีกลีบสีเหลืองคล้ายทองคำ ดาวเรืองเป็นพืชล้มลุก สูงประมาณ 0.5-4 ฟุต ใบเป็นใบประกอบ มีลักษณะเรียวยาว ดอกมีลักษณะเป็นแบบดอกรวม ประกอบด้วยดอกย่อยเล็กๆ เป็นจำนวนมาก อัดซ้อนกันแน่นอยู่บนฐานรองดอก ดอกมีสีเหลือง ส้ม ครีม และขาว มีตั้งแต่ขนาดเล็ก คือประมาณ 1 นิ้ว จนถึงขนาดใหญ่ประมาณ 4 นิ้ว และเมื่อตัดลำต้น กิ่งก้านหรือใบของดาวเรือง จะมีกลิ่นเหม็น จึงทำให้แมลงไม่ค่อยรบกวน นอกจากนี้ภายในรากของดาวเรืองมีสารชนิดหนึ่งคือ แอลฟ่า เทอร์เธียนิล (&-terthienyl) ซึ่งเป็นสารที่สามารถควบคุมปริมาณไส้เดือนฝอยในดินได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันจากผลการค้นคว้าและวิจัยพืชที่ให้สารจากธรรมชาติพบว่า ดาวเรือง เป็นพืชที่มีประโยชน์ นอกเหนือจากการใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ทำสารไล่แมลงแล้วยังพบว่าเป็นพืชที่ให้สารเบตาแคโรทีนจากธรรมชาติโดยตรงของดอกดาวเรือง ซึ่งคุณสมบัติของสารเบตาแคโรทีนนี้จะทำหน้าที่เป็นโปรวิตามินเอ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นแอนติออกซิแดนต์ในการป้องกันการเกิดมะเร็งในตับและปอดของร่างกาย เนื่องจากดาวเรืองเป็นพืชที่มีความผันแปรทางพันธุกรรมสูง จึงทำให้มีความแตกต่างทั้งในด้านสายพันธุ์ ปริมาณสารแคโรทีน สารแซนโทฟีลล์และชนิดพันธุ์ โดยเฉพาะในสายพันธุ์ดาวเรืองที่ให้สารแคโรทีนสูงจะมีค่าของสารแซนโทฟีลล์ไม่ต่ำกว่า 18 กรัมต่อกิโลกรัมของกลีบแห้งจึงจะมีผลต่อการให้วิตามินเอ ลักษณะของพันธุ์ดาวเรืองโดยเฉพาะ คือ ดอกสีส้มเข้ม กลีบใหญ่หนา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่น้อยกว่า 2.5 นิ้ว จึงจะให้สารเบตาแคโร ทีนและสารแซนโทฟีลล์สูงซึ่งจะแตกต่างจากดอกดาวเรืองพื้นบ้าน และพันธุ์การค้าให้ดอกสีเหลืองที่ให้ปริมาณสารต่ำ

pet care : สุนัขทำหมันแล้ว ทำไมถึงยังมีเมนส์อยู่อีก (ตอนจบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297508

pet care : สุนัขทำหมันแล้ว  ทำไมถึงยังมีเมนส์อยู่อีก (ตอนจบ)

pet care : สุนัขทำหมันแล้ว ทำไมถึงยังมีเมนส์อยู่อีก (ตอนจบ)

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.40 น.

สัปดาห์นี้ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยผมจะกล่าวถึงกรณีที่ผิดปกติ ที่ยังพบของเหลวสีแดงคล้ายเลือดไหลออกมาจากช่องคลอดหลังผ่าตัดทำหมันไปแล้ว ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก 2 กรณีหลัก คือ

1.การมี “รังไข่” หรือ “ชิ้นส่วนรังไข่” หลงเหลืออยู่ในช่องท้องหลังผ่าตัด อาจเกิดจากไม่ได้ตัดรังไข่ออก หรือตัดรังไข่ออกไม่หมด  รวมถึงมีเศษเนื้อเยื่อรังไข่ตกลงไปในช่องท้อง แล้วมีเส้นเลือดมาเลี้ยงชิ้นเนื้อรังไข่นี้ ทำให้ไข่ขนาดเล็กๆ ภายในใช้ชิ้นเนื้อมีการเจริญเติบโต สร้างฮอร์โมนและตกไข่ได้ รวมถึงแสดงอาการเป็นสัด มีเลือดไหลจากช่องคลอด และยอมรับการผสมพันธุ์จากตัวผู้ได้ แต่เนื่องจากมดลูกถูกตัดออกไปแล้ว สุนัขจึงไม่มีการตั้งท้องเกิดขึ้น

2.การมี “คอมดลูก” หรือ “ส่วนของมดลูก” เหลืออยู่ (รวมถึง อาจมีรังไข่เหลืออยู่ด้วย) ต้องเรียนให้ทราบว่า การสร้างฮอร์โมนเพศในสุนัขเพศเมียนั้น นอกจากรังไข่ที่ทำหน้าที่หลักในการสร้างแล้ว ยังสามารถสร้างได้จากต่อมหมวกไตอีกด้วย ซึ่งนอกจากฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้ว ยังมีฮอร์โมน “โปรเจสเตอโรน” ซึ่งมีผลทำให้ผนังมดลูกส่วนที่เหลืออยู่ มีการสร้างสิ่งคัดหลั่ง ซึ่งอาจตามมาด้วยการอักเสบติดเชื้อ และมีเลือดออก โดยเลือดที่ออกในกรณีนี้จึงเป็นเลือดที่เกิดจากการอักเสบ ไม่ใช่เลือดจากภาวะเป็นสัดแบบปกติ

หากมีสุนัขที่เข้ารับการผ่าตัดทำหมันด้วยวิธีตัดรังไข่และมดลูกออกแล้ว สุนัขยังมีเลือดไหลจากช่องคลอดอยู่ เราควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา

หากสาเหตุเป็นกรณีแรก คือ มีรังไข่หรือชิ้นส่วนรังไข่หลงเหลืออยู่ แต่เจ้าของสามารถทนต่อความรำคาญเรื่องเลือดที่ไหลเปรอะเปื้อน รวมถึงทนต่อพฤติกรรมผสมพันธุ์ที่ดึงดูดสุนัขเพศผู้ได้ ก็อาจไม่ต้องทำอะไร เพราะสุนัขก็จะ “ไม่มีลูก” ถึงแม้จะได้รับการผสมพันธุ์ก็ตาม

แต่หากเกิดจากกรณีที่ 2 คือ มีคอมดลูกหรือส่วนของมดลูกเหลืออยู่นั้น หากมีการติดเชื้อ ก็อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบติดเชื้อของส่วนของมดลูกที่หลงเหลืออยู่ได้

ทั้งนี้ กรณีที่เกิดเลือดหรือของเหลวไหลออกจากช่องคลอด ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม สุนัขควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมจากสัตวแพทย์นะครับ

การตรวจวินิจฉัย สามารถทำได้โดย

1.การตรวจค่าเม็ดโลหิตสมบูรณ์

2.การเอกซเรย์ และ/หรือ อัลตราซาวนด์ เพื่อยืนยันว่ามีการอักเสบของตอที่เหลืออยู่ของมดลูกหรือคอมดลูก หรือมีรังไข่ หรือส่วนหนึ่งของรังไข่หลงเหลืออยู่

แต่ถ้ารังไข่ที่เหลืออยู่มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถตรวจพบโดยใช้อัลตราซาวนด์ได้ สัตวแพทย์จะใช้วิธี “ฉีดฮอร์โมน” กระตุ้นการเจริญของไข่ ถ้ามีรังไข่ที่ทำงานหลงเหลืออยู่ สุนัขจะแสดงอาการเป็นสัด ก็ให้พาสุนัขไปยืนยันการเป็นสัดอีกครั้งโดยใช้ “การตรวจเซลล์เยื่อบุผนังช่องคลอด” ต่อไป


การรักษา

หากวินิจฉัยแล้วพบ การหลงเหลืออยู่ของรังไข่ ส่วนหนึ่งของมดลูก หรือคอมดลูกก็ตาม การรักษาทำได้โดย “การผ่าตัดเปิดช่องท้อง” เพื่อตัดส่วนที่มีการอักเสบของมดลูก หรือเนื้อรังไข่ที่คงค้างอยู่ในช่องท้องนั้นออก ซึ่งในการผ่าตัดจะต้องทำการวางยาสลบและเปิดผ่าช่องท้องเพื่อตัดเอาสิ่งที่หลงเหลือเหล่านั้นออก

เมื่อท่านผู้อ่านทราบข้อมูลดังนี้แล้ว หลังจากนำสุนัขไปผ่าตัดทำหมัน หากยังพบว่าสุนัขมีเลือดไหลจากช่องคลอดอยู่ ซึ่งแม้เป็นระยะเวลาหลายเดือนหรือเป็นปีภายหลังการผ่าตัด ก็ควรพาสุนัขกลับไปปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยัน และให้การรักษาต่อไปครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิทรรศการข้าวของพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297404

นิทรรศการข้าวของพ่อ

นิทรรศการข้าวของพ่อ

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการ “ข้าวของพ่อ” ภายในงานพบกับการจัดเรียงเมล็ดข้าวเป็นรูปพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมกว่า 1 ล้านเมล็ด จาก 16 ผลงาน โดย เด็กชายโสฬส กันทะวัง นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนลำปางกัลยาณี พร้อมกิจกรรมเสวนา “แรงบันดาลใจจากพ่อ ก้าวตามพ่อ” จากกลุ่มศิลปินอิสระ และกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะจากใบไม้ ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคม 2560 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

สกว. เปิดตัว 3 แอพพลิเคชั่น สื่อสารงานวิจัยยุค 4.0 คลังความรู้ใหม่พร้อมใช้สู่สาธารณะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297405

สกว. เปิดตัว 3 แอพพลิเคชั่น สื่อสารงานวิจัยยุค 4.0 คลังความรู้ใหม่พร้อมใช้สู่สาธารณะ

สกว. เปิดตัว 3 แอพพลิเคชั่น สื่อสารงานวิจัยยุค 4.0 คลังความรู้ใหม่พร้อมใช้สู่สาธารณะ

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ดารา-นักแสดงร่วมถ่ายภาพกับแขกที่มาร่วมงาน

เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและเข้าถึงการวิจัยในยุค 4.0 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หรือ The Thailand Research Fund (TRF) จัดงานเปิดตัว 3 “แอพพลิเคชั่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)” ได้แก่ “สกว.” “แปลงร่าง” และ “สาระ” หวังเป็นช่องทางสื่อสารและเผยแพร่องค์ความรู้จากงานวิจัยของ สกว. ให้เกิดการใช้ประโยชน์แก่สาธารณะและบุคคลทั่วไป โดยมีกูรูด้านไอทีและเทคโนโลยี “หนุ่ย” พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ดาราวัยรุ่นชื่อดัง “ท็อป-ณภัทร” “ณิชา-ณัฏฐณิชา” ร่วมเสวนาหัวข้อ“แอพพลิเคชั่นกับการเผยแพร่งานวิจัยสู่สาธารณะ” พร้อมสร้างสีสันความบันเทิงด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินคุณภาพ “นนท์ เดอะว๊อยซ์” งานนี้จัดขึ้น ณ บริเวณลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดงาน และ ดร.ภาคภูมิ ทิพคุณ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านการจัดการความรู้และสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเทคโนโลยี พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ศิลปินชื่อดัง ธนนท์ จำเริญ แชมป์ The Voice Thailand Season 1 และนักแสดงสาว ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ตลอดจนผู้มีเกียรติ นักศึกษา และสื่อมวลชนร่วมงาน

ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ เปิดเผยว่า “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) คือองค์กรภาครัฐที่ดำเนินการภายใต้การกำกับของสำนักนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โดยใช้การวิจัยเป็นกลไกสร้างฐานความรู้สำหรับการแก้ปัญหาสังคม ผ่านกระบวนการสนับสนุนทุนวิจัย และบริหารจัดการงานวิจัยแบบครบวงจรผ่านเครือข่ายการทำงานที่มีอยู่ทั่วประเทศ สนับสนุนการสร้างและพัฒนากำลังคนและนักวิจัยมืออาชีพ สู่สังคมเพื่อผลักดันการใช้ประโยชน์จากการวิจัยด้านเกษตร อุตสาหกรรม บริการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงผลักดันให้เกิดการร่วมทุนกับภาคเอกชน หน่วยงานในประเทศ และต่างประเทศ”“เพื่อต่อยอดและผลักดันให้ประชาชนได้นำความรู้จากการวิจัยมาใช้ประโยชน์ ผ่านการสื่อสารในยุคปัจจุบันที่มีสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

“3 แอพพลิเคชั่นนี้ ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่เราคาดหวังว่า จะอำนวยความสะดวกพร้อมหนุนเสริมพันธกิจหลักของเราในด้านต่างๆ อันได้แก่ สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม นโยบาย ทรัพย์สินทางปัญญา สนับสนุนการสร้าง การพัฒนานักวิจัยและองค์กรวิจัย สนับสนุนการพัฒนาระบบวิจัยของประเทศ สนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เรียกได้ว่า เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและเข้าถึงการวิจัยในยุค 4.0 นี้ อย่างแท้จริง” บิ๊กบอส สกว. กล่าว

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสัน เริ่มด้วยการแสดง ปอม ปอม เชียร์ โดยน้องๆ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเริ่มงานด้วย ท็อป-ณภัทร โชคจินดาชัย พิธีกรและนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง ได้นำเข้าสู่การแนะนำแอพพลิเคชั่น จากนั้นเป็นการเสวนาในหัวข้อ “แอพพลิเคชั่นกับการเผยแพร่งานวิจัยสู่สาธารณะ” นำโดย ดร.ภาคภูมิ ทิพคุณ รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านการจัดการความรู้และสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมด้วย “หนุ่ย” พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กูรูด้านไอทีและเทคโนโลยี,นนท์ เดอะว๊อยซ์-ธนนท์ จำเริญ และ ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ นักแสดงชื่อดังร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง ก่อนจะปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินคุณภาพ “นนท์ เดอะว๊อยซ์” เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาแฟนคลับที่มาชมมาเชียร์ติดขอบเวทีจนแน่นขนัดด้วยความประทับใจ

ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผอ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประธานเปิดงาน

ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผอ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประธานเปิดงาน
นิทรรศการอินโฟกราฟิก

นิทรรศการอินโฟกราฟิก
ประชาชนทั่วไปให้สนใจในแอพพลิเคชั่นของ สกว.

ประชาชนทั่วไปให้สนใจในแอพพลิเคชั่นของ สกว.
พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กูรูด้านไอที มาร่วมงานด้วย

พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กูรูด้านไอที มาร่วมงานด้วย
ดร.นาวิน วิริยะเอี่ยมพิกุล ผช.ผอ.โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.)

ดร.นาวิน วิริยะเอี่ยมพิกุล ผช.ผอ.โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.)
ดร.ภาคภูมิ ทิพคุณ รอง ผอ.ฝ่ายด้านการจัดการความรู้และสื่อสารสังคม (สกว.)

ดร.ภาคภูมิ ทิพคุณ รอง ผอ.ฝ่ายด้านการจัดการความรู้และสื่อสารสังคม (สกว.)

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 14 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297420

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 14 ตุลาคม 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 14 ตุลาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เมนูแทนใจ ลด 50%” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารไทยชาววัง อาทิ น้ำพริกลงเรือ ทั้งปลาดุกฟูไข่เค็ม หมูหวาน, ยำหยดน้ำรสละมุน ส้มโอ,แกงสังข์ทอง, หมูโสร่ง ฯลฯ และอาหารนานาชาติมากมายหลากหลายเมนู ในราคาลด 50% สำหรับทุกท่านที่สวมชุดดำ ที่ห้องอาหารเปรมประชากร และชวนชิมอาหารญี่ปุ่น พร้อมเมนูพิเศษ ตับห่าน ในราคาลด 30% วันนี้-31 ต.ค. ที่ห้องอาหารเอโดะ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ” ชวนชิมเมนูอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ กับผักนานาชนิดแสนอร่อยและครบถ้วนไปด้วยสารอาหารมากมาย พร้อมเสิร์ฟโดยเชฟชั้นเยี่ยม ในราคาท่านละ 648 บาทสุทธิ โปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้มสำหรับนักเรียนนักศึกษาในราคาท่านละ 499 บาท วันนี้-31 ต.ค. ที่ห้องอาหาร @Café โรงแรมริชมอนด์โทร.02-8318888 ต่อ 2126

“เมนูอาหารเจ” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารเจ เมนูหลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ อาทิ ติ่มซำเจ, เต้าหู้ปรุงรสงาดำงาขาว, ยำนานาชนิด, ผัดผักและเห็ด9 ชนิด พร้อมเมนูมงคลอื่นๆอีกมากมาย มื้อกลางวันในราคาท่านละ 370 บาท บุฟเฟ่ต์มื้อเย็นในราคาท่านละ 290 บาท ระหว่างวันที่ 20-28 ต.ค.ที่ห้องอาหารครัวหลวง โรงแรมแมนดารินโทร.02-2380230

“เมนูออร์แกนิค” ชวนชิมอาหารไทยจานเด่นจากผักสดออร์แกนิค คัดสรรผักสดปลอดสารพิษและวัตถุดิบชั้นดีนำมาปรุงรสชาติแบบไทยแท้ต้นตำรับหลากหลายเมนูอร่อย อาทิ เนื้อโคกำแพงแสนหมักตะไคร้ย่าง, ยำผักออร์แกนิครวมและหมูเค็มทอด, แกงเลียงเนื้อปูผักออร์แกนิค, ผัดรวมผักออร์แกนิคน้ำมันเห็ดหอม, ลาบเห็ดรวม, ต้มยำกะทิฟักเขียว, ผัดพริกขิงโปรตีนเกษตร ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่ 290-650 บาท++ วันนี้-31 ต.ค. ที่ห้องอาหารสวนบัว ชั้น LL โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทร.02-5411234 ต่อ 4151

“เมนูแกงมัสมั่นแกะสูตรพิเศษ” ชวนชิมแกงมัสมั่นแกะ โดยเชฟได้คัดสรรสั่งเนื้อแกะนำเข้าจากนิวซีแลนด์ เลือกส่วนของขาแกะ ซึ่งเป็นส่วนที่เนื้อนุ่ม รสชาติเข้มข้น ปรุงเป็นแกงมัสมั่นแบบไทยแบบครบสูตรทั้งพริกแห้ง, ข่า, ตะไคร้, หอม, กระเทียม, ลูกผักชี,ยี่หร่า, ดอกจันทน์, กานพลู, มันฝรั่ง ฯลฯ รับประทานกับข้าวอินเดียที่หุงโดยใช้น้ำของดอกอัญชัน ในราคา 320 บาท++ วันนี้-31 ต.ค.ที่ห้องอาหาร 92 คาเฟ่ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิปซอฟเฟอริน กรุงเทพ โทร.02-6414777

“เมนูไอศกรีมใหม่” ชวนชิมไอศกรีม3 เมนูใหม่ 3 สไตล์ ทั้งไอศกรีมและขนมปังโทสต์ราดด้วยน้ำผึ้ง ตัดรสเปรี้ยวอมหวานนิดๆด้วยกีวี่และสตรอเบอร์รี่สด, ไอศกรีมเชอร์เบทเสิร์ฟกับเสาวรสสดและวิปครีม ทานคู่กับกีวี่สดเพื่อเพิ่มความสดชื่น และวาฟเฟิลซันเดย์ ไอศกรีมวานิลลา ชาเขียว เบอร์รี่เชอร์เบท เสิร์ฟกับวาฟเฟิลวิปครีม และกล้วยหอมราดซอสเบอร์รี่ ในราคาเริ่มต้นที่ 99-120 บาท++ ที่วินเซอร์ เบเกอรี่ ชั้น 1 โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 โทร.02-2621234

“Give & Get ผ้าม่านเก่าแลกใหม่”ชวนช็อปผ้าม่านสำเร็จรูปและพรม ราคาพิเศษลด 30-50% พิเศษ นำผ้าม่านเก่ามาร่วมบริจาคกับมูลนิธิที่ร่วมโครงการ แลกรับส่วนลดในการซื้อผ้าม่านใหม่เพิ่มอีก 15% สมาชิกบัตรโฮมการ์ดและบัตรโฮมโปรวีซ่ารับส่วนลดเพิ่มอีก 2-5% วันนี้-18 ต.ค. ที่โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ โทร.02-8321000

“Baby Journey” ชวนช็อปเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก อาทิ ชุดห้องนอน, เตียงสำหรับเด็กทารก, ชุดที่นอน, ชุดโต๊ะเขียนหนังสือ, ผ้าห่ม, เบาะรองนั่ง, ตุ๊กตา, ผ้าขนหนู, ชุดภาชนะทานอาหาร, ชุดเสื้อผ้า, กระเป๋า, อ่างอาบน้ำฯลฯ และพบกับสินค้าราคาพิเศษมากมาย ที่โซนเบบี้เจอร์นี่ย์ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ โทร.02-4171111

“T-shirt & Jeans 2017” ชวนช็อปทีเชิ้ตและยีนส์สุดเท่ พร้อมแอคเซสซอรี่สุดคูล ช็อปครบ 3,500 บาท รับฟรีทันที หมวกยีนส์ดีไซน์พิเศษไม่ซ้ำใคร สามารถใส่ชื่อหรือข้อความตามใจ จำนวนจำกัด 100 ท่านแรก ระหว่างวันที่ 21-29 ต.ค. ที่ชั้น LG, G, M ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21อโศก โทร.02-1080888

“Miracle of Nature” ชวนใช้ทรีตเม้นท์บำรุงผิว 5 ขั้นตอน ด้วยสตรีมเทอราพี พร้อมการสครับบำรุงผิวกายทั่วเรือนร่างด้วยคุณสมบัติพิเศษจากข้าวโอ๊ต งาดำ น้ำผึ้ง และน้ำมันงา ตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม ในราคาพิเศษเพียง 1,900 บาท จากปกติ 2,500 บาท ที่ Sky Spa ชั้น 20 โรงแรมใบหยก สกาย โทร.02-6563456 ต่อ 72002

“Vincent Van Gogh” ชวนใช้ชุดเครื่องประดับอันโดดเด่น รังสรรค์จากงานศิลปะภาพวาดช่อดอกไอริสและกุหลาบของ วินเซน แวนโก๊ะ ในรูปแบบต่างๆ อาทิ ต่างหู,เข็มกลัด, สร้อยคอเคลือบทอง 24K ผสมผสานเทคนิคการลงยาสีน้ำเงินและเขียวจับคู่กับเข็มกลัดดอกไอริสได้อย่างลงตัว ที่ร้านเดอะ เมท สโตร์ ชั้นจี โรงแรมอนันตราสยาม กรุงเทพฯ โทร.02-2500720

“บริจาคโลหิต” ชวนชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง ผู้มีจิตศรัทธาและมีสุขภาพดี ร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อสำรองโลหิตไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน ในวันศุกร์ที่ 20 ต.ค. เวลา 12.00-18.00 น. ที่ชั้นจี โซนภูเก็ตสแควร์ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตองภูเก็ต โทร.076-600111

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนภูมิพลกำลังของแผ่นดิน พลังแห่งแผ่นดินยิ่งใหญ่ของชาวไทยและชาวโลก ในวันพุธที่ 18 ต.ค. และตอนศิลป์แห่งราชันย์ ผลงานฝีพระหัตถ์สะท้อนมุมมองล้ำสมัย ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ต.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“In Remembrance Of Our Father”ชวนชมนิทรรศการทั้งโซน 9 พระราชกรณียกิจกับความประทับใจของปวงพสกนิกร,โซน 9 คำสอนของพ่ออยู่ในใจไทยนิรันดร์ และโซนภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ ร้อยเรียงถ้อยคำและภาพแห่งความทรงจำจากใจคนไทยผ่านบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ ระหว่างวันที่ 16-24 ต.ค. ที่ชั้น 1 Event Hall ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า โทร.02-6504704

“Game Theory, Neuroscience and Strategic Thinking” ชวนชมการบรรยายพิเศษ Master Class โดยศาสตราจารย์เบร็ท ซารานิติ อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเคลล็อก วิทยาลัยบริสเบน
วิทยาลัยทันเดอร์เบิร์ด และเฮลซิงกิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในวันพฤหัสบดีที่ 19 ต.ค. เวลา 18.30-21.00 น.ที่ชั้น 5 อาคารศศปาฐศาลา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโทร.02-2183852-4

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

‘เปรมิกา สุจริตกุล’ กับผลงานวาดภาพประกอบ หนังสือ ‘ตราบสิ้นดินฟ้า คีตาศิรวาท ๘๔ พรรษา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297397

‘เปรมิกา สุจริตกุล’ กับผลงานวาดภาพประกอบ  หนังสือ ‘ตราบสิ้นดินฟ้า คีตาศิรวาท ๘๔ พรรษา’

‘เปรมิกา สุจริตกุล’ กับผลงานวาดภาพประกอบ หนังสือ ‘ตราบสิ้นดินฟ้า คีตาศิรวาท ๘๔ พรรษา’

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยังคงมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร มานำเสนอ สำหรับสัปดาห์นี้รายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 พิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” ยังคงอยู่กับ “เปรมิกา สุจริตกุล” ที่พูดคุยถึงเรื่องหนังสือ “ตราบสิ้นดินฟ้า คีตาศิรวาท๘๔ พรรษา” เพลงพระราชนิพนธ์ภาษาฝรั่งเศสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

เปรมิกา สุจริตกุล เล่าว่า “สำหรับหนังสือเล่มนี้ จะเป็นหนังสือแบบสวยงาม ตอนที่ทำตั้งใจมากๆ เลย จะบอกว่าหนังสือนี้ได้รับรางวัลด้วยนะค่ะ ได้รางวัลหนังสือประเภทสวยงาม ค่อนข้างจะมีรายละเอียดเยอะจนกระทั่งโรงพิมพ์ส่วนใหญ่ก็ไม่อยากรับหนีกันหมด เพราะเดี๋ยวมีสปอตยูวีข้างในมีอะไรต่ออะไร ไม่ใช่แค่ข้างนอกอย่างเดียว

ภายในหนังสือจะมีหนังสือพระบรมราชานุญาต แล้วมีเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตอนที่พระองค์ท่านทรงดนตรี ซึ่งพระราชนิพนธ์โดยสมเด็จพระเทพรัตนฯ ซึ่งอันนี้พระองค์ท่านก็ได้พระราชทานให้ แล้วก็ได้ขอพระบรมราชานุญาตแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสด้วย คือหนังสือนี้จะมี 2 ภาษานะคะแต่ละเพลงก็จะมีเนื้อร้องภาษาไทยแล้วก็ภาษาฝรั่งเศส แล้วก็ประวัติของแต่ละเพลง ที่มาที่ไปของเพลง แล้วก็จะมีภาพที่หาดูยาก น่าสะสม เพราะมีภาพซึ่งเป็นภาพฝีพระหัตถ์ของพระองค์ด้วย

หนังสือเล่มนี้เป็นอะไรที่จริงๆ แล้วพิ้งค์ก็ใฝ่ฝันมาตั้งนานว่าอยากจะวาดภาพประกอบหนังสือ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะวาดภาพ ก็จะมีสีน้ำประกอบทุกหน้าเลยนะคะ เป็นหนังสือสวยงามนะคะ ใช้เวลาค่อนข้างนานมากเลยค่ะ หนังสือเล่มนี้เราก็ได้จำหน่ายไปแล้ว ตอนนั้นก็ได้นำรายได้ทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้วนะคะ ตอนนี้ก็ยังมีเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ไม่มาก สำหรับคนที่สนใจถ้าอยากจะได้ ติดต่อมาที่ 091-723-3615 เรามีจำนวนจำกัดนะคะ สำหรับรายการนี้จะจำหน่ายในราคาพิเศษ จากเดิมเมื่อก่อนเราเคยวางอยู่เอเชียบุ๊คราคา 2,900 บาท สำหรับรายการนี้เราให้ที่ 1,500 บาท อยากให้ทุกคนมีโอกาสได้เก็บไว้เราก็อยากเผยแพร่ด้วย เพราะว่าคงจะไม่ทำอีกแล้ว ไม่พิมพ์อีกแล้ว เพราะว่ามันยากลำบากเหลือเกิน ด้านหลังหนังสือก็จะมีซีดี 2 แผ่น รวมทั้งสิ้น 27 เพลง

เนื้อหาภายในเล่มนี้ก็มีประวัติแต่ละเพลง มีประวัตินักร้อง แล้วก็มีโน้ตซึ่งสามารถนำไปขับร้องได้ ไปเล่นได้ นักร้องที่อยู่ในอัลบั้มชุดนี้ก็จะมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติด้วย อย่าง โรแวนโซ่ ซานโตสก็เป็นชาวฝรั่งเศส ซึ่งร้องเพลงอยู่ที่เมืองไทยและหลายๆ คนก็ได้เสียชีวิตแล้ว อย่างอาจารย์สมิทธิ ศิริภัทร คุณเดชา สาทิสรัตน์คุณชาลี อมาตยกุล บุคคลเหล่านี้จะเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงสังคม แล้วก็มีความผูกพันกับประเทศฝรั่งเศส

ส่วนอีกเล่มหนึ่งจะเป็นเล่มเล็ก อันนี้ก็จะเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์เหมือนกัน มีซีดีเหมือนกัน แต่ราคาจะย่อมเยาว์ลงมาหน่อย เล่มนี้จากเดิม 900 บาท เราก็ลดให้เหลือ 500 บาท จริงๆ วัตถุประสงค์ก็คือ ต้องการส่งเสริมการศึกษาภาษาฝรั่งเศสด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์นะคะ อันนี้ที่จริงก็มีเนื้อร้องทุกเพลงอยู่แล้ว ก็เหมือนกันเลยกับเล่มใหญ่ เพียงแต่อาจจะไม่มีพระราชประวัติ รูปภาพประกอบมีบ้าง แต่จะไม่มากเท่ากับเล่มใหญ่

หลังจากตรงนี้แล้ว ในเดือนนี้เดือนตุลาคม เป็นเดือนที่คนไทยน้อมใจถวายเพื่อจะส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัยแน่นอนว่าคนไทยก็จะน้อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณทั้งหลายทั้งปวงที่พระองค์พระราชทานให้แก่คนไทย สิ่งหนึ่งที่คนยังซาบซึ้งอยู่ทุกวันนี้ก็คือ บทเพลงด้วย ถามว่าจริงๆ แล้วมีโปรเจกท์ที่จะแปลต่อที่เหลืออีกไหม จะขอพระบรมราชานุญาตแปลเพลงพระราชนิพนธ์ที่เหลืออีกประมาณ 21 เพลงอีกไหม ก็อยากจะทำนะคะ ก็มีแนวคิดอยู่ แต่คงต้องรอดูจังหวะที่เหมาะสม

บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลมานี้ ถามว่ามีบทเพลงไหนที่ชอบเป็นพิเศษ จริงๆ ก็ชอบทุกเพลงนะคะแล้วตอนที่แปลไม่นึกเลยว่ามันจะมีเยอะขนาดนั้น เพราะโดยมากแล้วคนส่วนใหญ่ก็จะรู้จักเพลงอย่าง ใกล้รุ่ง ยามเย็น แสงเทียนตอนนี้ก็ได้ยินตลอดนะคะ ไปไหนก็ได้ยิน จริงๆใจชอบเพลง อาทิตย์อับแสง มากๆ เลยนะคะแล้วก็ชอบเพลง ยามค่ำ ก็ไพเราะ จริงๆก็ชอบหมดเลยค่ะ ภิรมย์รัก ก็ไพเราะมากๆ

ถ้ารายการทีวี รายการวิทยุ จะขอใช้บทเพลงนี้ในรายการ ก็ขอมาได้นะคะ เพราะเรายังไม่ได้ทำเรื่องที่จะถวายลิขสิทธิ์ พอดียังไม่ทันได้ทำ ก็คิดว่าจะทำในอนาคต ต้องเป็นรายการที่ไม่ใช่เพื่อคอมเมอเชียล เป็นเรื่องเผยแพร่ก็ยินดีนะคะ เพราะอย่างเราก็ได้ไปแสดงมาแล้ว ที่ฝรั่งเศสก็ไปเล่นมาแล้ว ทางสถานทูตไทยที่นั่นก็ได้ช่วยสนับสนุนโปรโมท ตอนนั้นในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาพอดี ในเมืองไทยก็มีเราก็ไปจริงๆ เคยไปเล่นที่ศิริราชด้วยนะคะแล้วก็ที่โรงละครอักษราก็เล่นด้วย

ตอนที่เชิญบทเพลงเหล่านี้ไปเล่นที่โรงพยาบาลศิริราช ในวันนั้นถามว่ามีความประทับใจอย่างไรบ้าง เพราะวันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ยังทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช อันนั้นก็เป็นคอนเสิร์ตแรกเลยนะคะ และเราก็มีเวลาเตรียมแบบน้อยมากเลย ยังคิดอยู่ว่าโอ้โหเราทำได้อย่างไรกัน”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2(และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

คุณแหน : 14 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297402

คุณแหน :  14 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 14 ตุลาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.30 น.

●● เมื่อวันวาน (วันที่ 13 ต.ค.) ครบรอบ 1 ปี ที่ “พ่อแห่งแผ่นดิน” สวรรคต นับเป็นวันที่คนไทยทั้งชาติสุดแสนเศร้าอาลัยใจจะขาด จวบจนถึงวันนี้ความเศร้านั้นยังไม่จางหาย พระสถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้…และขออนุญาตนำร้อยกรองที่ประทับใจ (ขออภัยที่ไม่ทราบว่าท่านใดเป็นผู้ประพันธ์) ดังนี้ “ขอทูลลาฝ่าพระบาทในชาตินี้ หากแม้นมีโอกาสในชาติหน้า ขอกุศลผลบุญหนุนนำพา เกิดเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป”…

 

●● โรงเรียนราชินีคัดเลือกนักเรียน 25 คน ที่มีความสูง 165 เซนติเมตร และมีผมยาวพอถักเปียสองข้างได้ (เพื่อเน้นเอกลักษณ์นักเรียนราชินี) เป็นตัวแทนร่วมเดินในริ้วขบวนข้าราชบริพาร ในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 26 ต.ค.…เช่นเดียวกับ โรงเรียนจิตรลดา คัดเลือกนักเรียน 50 คน เข้าร่วมริ้วขบวนด้วย งานนี้ ปราง นักเรียน ม.6 บุตรสาวคนเล็กของ สัคคเดช ธนะรัชต์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ในนั้น ข่าวว่าเพียงได้ติดตามตอนซ้อม คุณพ่อก็น้ำตาซึม ด้วยความภูมิใจเป็นที่ยิ่งแล้ว…

●● เสียใจด้วยกับกลุ่มพี่น้อง 4 สาวสกุล “บัวสรวง” ในการจากไปของคุณน้าศุภสงัด เปมะวิภาตพิธีสวดพระอภิธรรมจัดที่วัดโสมนัสฯ…

●● ดีใจกับ ม.ล.ยุวแก้ว-รุ่งนภา จักรพันธ์ุ ที่เพิ่งได้เป็นคุณตา-คุณยาย ด้วย พริมา หวั่งหลี บุตรสาวเพิ่งให้กำเนิดบุตรชายคนแรกที่สมิติเวช เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา…

●● ส่วน วาสินี ศุขวานิช ปลาบปลื้มที่หลานย่าคนเดียว แบมบู เข้าเป็นน้องใหม่ที่วัฒนาวิทยาลัยแล้ว…

●● วันที่ 15 ต.ค. ชาวพีอาร์ 44 มีนัดกันตอนเที่ยงที่ร้าน Zodict ราชพฤกษ์ ฉลองในสองโอกาสคือ พงศ์ชาญ เพ็ชรเทศเลื่อนยศเป็น พล.ร.ท. และ พงศ์พันธ์ เพ็งเพา ลาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล พ่อหลวง ร.9 …ขอร่วมอนุโมทนาด้วยในโอกาสที่สอง…

●● ทุกครั้งที่มีพระราชพิธีงานพ่อหลวง ร.9 ปิยะพงศ์ จันทรวงศ์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวอร่อยเด็ดจะเปิดที่พักลานกว้างย่านราชดำเนินให้คนเดินทางไกลได้พักแรม…ถือว่าเป็นกุศล…

●● เพิ่งเกษียณจาก AOT ที่ทำมา 40 ปีเต็มหญิงเก่งอย่าง มนฤดี เกตุพันธ์ บินไปพักผ่อนที่เยอรมนีระหว่างนี้ ส่วน ภาระณี วรรธโนทัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานมาตรฐานความปลอดภัยและการบิน คนใหม่ รับไม้ต่ออย่างขยันขันแข็ง…ไม่ทราบว่าหญิงเหล็ก AOT เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ทำงานนำหน้าผู้ชายอกสามศอกอย่างเต็มภาคภูมิเลยทีเดียว !!… ●●

บารอนเนส

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท‘คำพ่อสอน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297267

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท‘คำพ่อสอน’

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท‘คำพ่อสอน’

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็น “พ่อแห่งแผ่นดิน” นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ทรงมีพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติให้เราทุกคน รู้หน้าที่แห่งตน ดำรงตั้งมั่นอยู่ในความดี ความสงบเรียบร้อย อย่างมากมาย เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีแห่งการสวรรคต วันที่ 13 ตุลาคม 2560 หนังสือพิมพ์แนวหน้า ขออัญเชิญพระบรมราชโชวาทพระราชดำรัสบางส่วน ที่ได้พระราชทานในวโรกาสต่างๆ มาให้คนไทยได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ เพราะสิ่งที่ “พ่อหลวง” ทรงสอนไว้ มิใช่เพียงคำพูดสวยงาม แต่ทรงกระทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ดังที่เราได้ประจักษ์มาแล้วตลอด 70 ปี แห่งรัชสมัยของพระองค์

“ชาติบ้านเมือง คือ ชีวิต เลือดเนื้อ และสมบัติของเราทุกคนและการดำรงรักษาชาติประเทศนั้น มิใช่หน้าที่ของบุคคลผู้ใดหมู่ใดโดยเฉพาะ หากแต่เป็นหน้าที่ของทุกๆ ฝ่าย ทุกๆ คน ที่จะต้องร่วมมือกระทำ พร้อมกันไปโดยสอดคล้องเกื้อกูลกัน”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีตรวจพลสวนสนาม เนื่องในโอกาสพระราชพิธีรัชดาภิเษก 8 มิถุนายน 2514

“ถ้าทุกคนสนใจในความรักประเทศชาติ รักษาความดีเอาไว้ ไม่ต้องไปตามอย่างในสิ่งที่เราเห็นว่าไม่น่าที่จะเจริญไม่น่าจะพัฒนา เราต้องรักษาแนวทางความคิดตามที่เรามีอยู่แม้จะเป็นสิ่งที่ตกทอดมาแต่โบราณกาลจากปู่ย่าตายายของเรา แต่เป็นระเบียบการหรือเป็นวิธีการที่ดี จะไม่ล้าสมัย”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร 13 มีนาคม 2514

 

“ความคิดนั้นเป็นแม่บทใหญ่ของการพูดและการกระทำ เพราะกิจที่จะทำคำที่จะพูดทุกอย่างล้วนสำเร็จมาจากความคิด การคิดก่อนพูดและก่อนทำจึงช่วยให้บุคคลสามารถยับยั้งคำพูดที่ไม่สมควร หยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10 กรกฎาคม 2540

“การมีเสรีภาพนั้น เป็นของที่ดีอย่างยิ่ง แต่เมื่อจะใช้ จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ตามความรับผิดชอบมิให้ล่วงละเมิดเสรีภาพของผู้อื่นที่เขามีอยู่เท่าเทียมกันทั้งมิให้กระทบกระเทือนถึงสวัสดิภาพและความเป็นปกติสุขของส่วนรวมด้วย”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ 9 กรกฎาคม 2514

“การดำรงชีวิตที่ดีจะต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลาการปรับปรุงตัวจะต้องมีความเพียรและความอดทนเป็นที่ตั้งถ้าคนเราไม่หมั่นเพียร ไม่มีความอดทน ก็อาจจะท้อใจไปโดยง่าย เมื่อท้อใจไปแล้ว ไม่มีทางที่จะมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่ๆ”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่ครูและนักเรียน โรงเรียนจิตรลดา 27 มีนาคม 2523

“การดำเนินชีวิตโดยใช้วิชาการอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ จะต้องอาศัยความรู้รอบตัวและหลักศีลธรรมประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ดี แต่ขาดความยั้งคิด นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบก็เท่ากับเป็นบุคคลที่เป็นภัยแก่สังคมของมนุษย์”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 18 กันยายน 2504

“สัจจะวาจา นั้นเป็นรากฐานของการทำงาน หรือการดำรงชีวิตที่ดีที่งามที่มีความก้าวหน้า มีความสำเร็จ “สัจ” เป็นการตั้งใจ ตั้งจิตใจ “วาจา” เป็นคำพูดออกมา แสดงถึงคำพูดนั้นต้องออกมาจากใจ คือเป็นการตั้งใจที่จะทำอะไรเพื่อความสำเร็จในงานนั้น”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสที่ผู้พิพากษาประจำกระทรวงยุติธรรมเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ 18 มีนาคม 2525

“โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และโบราณสถานทั้งหลายเป็นของมีคุณค่า และจำเป็นแก่การศึกษาค้นคว้าในทางประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณคดี เป็นการแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติไทย ที่มีมาแต่อดีต ควรสงวนรักษาไว้ให้คงทนถาวร เป็นสมบัติส่วนรวมของชาติไว้ตลอดกาล”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 26 ธันวาคม 2504

“การที่คนสมัยใหม่บอกว่าคนสมัยเก่ามีความรู้น้อยก็อาจเป็นจริง แล้วคนสมัยใหม่ดูถูกหรือเหยียดหยามคนสมัยเก่าก็มีสิทธิ์ แต่ถ้าพูดตามความจริงแล้ว สิทธิ์ที่จะเหยียดหยามคนรุ่นเก่าไม่ควรจะมีด้วยเหตุว่าคนรุ่นเก่านี้เองทำให้คนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมาได้”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2531

“คนไทย รักษาชาติ รักษาแผ่นดิน เป็นปึกแผ่นมั่นคงมาได้ ด้วยสติปัญญาความสามารถ และด้วยคุณความดี อิสรภาพ เสรีภาพ ความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนความเจริญ ทุกอย่างที่มีอยู่บัดนี้ เราทั้งหลายในปัจจุบัน จึงต้องถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอย่างสำคัญ ในอันที่จะรักษาคุณความดี พร้อมทั้งจิตใจที่เป็นไทยไว้ให้มั่นคงตลอดไป”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2521

“ในการปฏิบัติงานนั้น ย่อมมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นต้องแก้ไข อย่าทิ้งไว้พอกพูนลุกลามจนแก้ยาก ขอให้ทุกคนระลึกว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขได้ ถ้าแก้คนเดียวไม่ได้ก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้หลายๆ คน หลายๆ ทาง ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 13 กรกฎาคม 2533

ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัวโดยไม่มอง ไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2533

“ผู้ที่จะรักษาความเป็นไทยได้มั่นคงที่สุด ดี และเหมาะสมที่สุด ไม่มีใครอื่นนอกจากคนไทย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใดคนไทยมีหน้าที่ต้องรักษาความเป็นไทยเสมอ”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่สมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น 27 กุมภาพันธ์ 2537

“ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็กเพราะว่าต่อไป ถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรคใดๆถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้เพราะว่าถ้าไม่เจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้แต่ถ้ามีความรู้มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็ง ในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ นั้นได้”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต 31 ตุลาคม 2518

“ชาติบ้านเมืองประกอบด้วยนานาสถาบัน อันเปรียบได้กับอวัยวะทั้งปวง ที่ประกอบกันขึ้นเป็นชีวิตร่างกาย ชีวิตร่างกายดำรงอยู่ได้ เพราะอวัยวะใหญ่น้อยทำงานเป็นปรกติพร้อมกันอย่างไร ชาติบ้านเมืองก็ดำรงอยู่ได้ เพราะสถาบันต่างๆ ตั้งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยพร้อมมูลอย่างนั้น”

พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศตำรวจ และอาสาสมัครพลเรือนในพิธีตรวจพลสวนสนาม เนื่องในโอกาสงานพระราชพิธีรัชดาภิเษก 8 มิถุนายน 2514

“คุณธรรมข้อหนึ่งที่ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์ในจิตใจของคนไทยก็คือ การให้ การให้นี้ไม่ว่าจะให้สิ่งใด แก่ผู้ใด โดยสถานใดก็ตาม เป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญระหว่างบุคคลกับบุคคล และให้สังคมมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นด้วยสามัคคีธรรม”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 18 กันยายน 2504 เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม 2545

“การใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเอง และครอบครัว ช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ที่ประหยัดเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 18 กันยายน 2504

“ความสุขความเจริญอันแท้จริงนั้น หมายถึงความสุขความเจริญที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรม ทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังมาจากผู้อื่น”

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีกาญจนาภิเษกทรงครองราชย์ครบ 50 ปี

“เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มซะด้วยซ้ำไป”

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากวารสารชัยพัฒนา ประจำเดือนสิงหาคม 2542

วิจิตร ‘โขนพระราชทาน’ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สนองพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ถวายอาลัยครั้งสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297231

วิจิตร ‘โขนพระราชทาน’ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สนองพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ถวายอาลัยครั้งสุดท้าย

วิจิตร ‘โขนพระราชทาน’ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สนองพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ถวายอาลัยครั้งสุดท้าย

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตามที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ให้นำโขนพระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้มาแสดงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงบนเวทีมหรสพ ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นการแสดงโขนหน้าเวทีกลางแจ้ง บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป นับได้ว่าเป็นเกียรติที่โขนพระราชทานฯ จะได้สนองพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้าย

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กล่าวถึงการแสดงโขนพระราชทานในครั้งนี้ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชประสงค์ให้โขนพระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้มาแสดงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงบนเวทีมหรสพในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งทุกคนทั้งคณะกรรมการ ครู ผู้เชี่ยวชาญ นักร้อง นักดนตรี นักแสดง ผู้ทำงานประกอบฉาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานปักผ้า งานทำหัวโขน งานเครื่องประดับโขน งานวาดต่างๆ  ร่วมกับนักเรียนจากศูนย์ศิลปาชีพในพระองค์  ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงดูแลชุบเลี้ยง ฝึกฝนตั้งแต่ยังไม่รู้จักศิลปะชั้นสูง ซึ่งทุกคนมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีอย่างสุดหัวใจ เพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยผู้แสดงโขนทั้งหมดซ้อมร่วมกัน ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา จ.นครปฐม ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษาของวิทยาลัยนาฏศิลป์ที่เคยแสดงโขนพระราชทานมาแล้ว รวมถึงครูอาจารย์ด้านนาฏศิลป์ ที่ต้องการมีส่วนร่วมแสดงถวายพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

โขนพระราชทาน ได้คัดเลือกตอนการแสดงจำนวน 3 ตอนใหญ่ ใช้เวลาในการแสดง 2 ชั่วโมง อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้ออกแบบและจัดทำบท เผยว่า โขนพระราชทานเริ่มที่ ตอนรามาวตาร อันเป็นต้นเรื่องของการแสดง กล่าวถึงพระมหาฤๅษีทั้งห้าขึ้นไปกราบทูล พระอิศวร และเชิญพระนารายณ์ให้อวตารลงมาเป็นพระราม เพื่อปราบอสูร เหล่าเทพบุตรต่างๆ ได้ร่วมอาสาลงมาเป็นพลวานร ทั้งพระลักษณ์และเทพอาวุธ ตลอดบัลลังก์นาคก็อาสาลงมาจุติ เพื่อเป็นกำลังของพระนารายณ์ ซึ่งเปรียบให้เห็นถึงพลังแห่งความดีความถูกต้อง ที่จะช่วยป้องกันความชั่วร้ายหรือฝ่ายอธรรมให้มีอำนาจได้ ตอนสีดาหาย และพระรามได้พล กล่าวถึง พระรามรับสัตย์จากพระบิดาออกเดินทางมาอยู่ป่าเป็นเวลา 14 ปี พระลักษณ์ อนุชาและนางสีดา มเหสีติดตามมาด้วย ทศกัณฐ์ใช้อุบายลักนางสีดาพาขึ้นพระราชรถเหาะมาพบนกสดายุเข้าขัดขวาง แต่นกสดายุพ่ายแพ้ เมื่อพระราม พระลักษณ์ ติดตามมาพบนกสดายุบาดเจ็บอยู่ จึงทราบเหตุการณ์ทั้งหมด พระรามเศร้าโศก เข้าพักใต้ต้นหว้าใหญ่ หนุมานซึ่งถูกพระอุมาสาปมาพบเข้า จึงอาสาไปนำสุครีพ อุปราชเมืองขีดขินเข้ามาเฝ้าถวายไพร่พลเป็นกองทัพใหญ่ติดตามไปทำสงครามกับทศกัณฐ์ และ ตอนขับพิเภก ทศกัณฐ์เมื่อลักพานางสีดามาไว้ที่อุทยานท้ายกรุงลงกาแล้ว วันหนึ่งทศกัณฐ์เกิดนิมิตฝันเป็นลางร้าย จึงให้พิเภกทำนาย พิเภกทูลให้ส่งคืนนางสีดาแก่พระราม ทศกัณฐ์โกรธจึงขับไล่ออกจากเมือง พิเภกไปสวามิภักดิ์กับพระราม และถวายสัตย์สุจริต เหล่าเทพบุตรนางฟ้าจึงร่วมกันแสดงความยินดีในสัตย์สุจริตของพิเภก

รูปแบบการแสดงครั้งนี้เป็นรูปแบบการแสดงโขนกึ่งฉาก อาจารย์สุดสาคร ชายเสม ผู้ออกแบบและจัดทำฉากโขน เผยว่า มีฉากประกอบบางฉากตามท้องเรื่องและนำเทคนิคการใช้มัลติวิชั่นเข้าประกอบ เหตุที่ใช้รูปแบบการแสดงเช่นนี้ เพราะโขนพระราชทานได้รับความนิยมอย่างมากจากการแสดงโขนฉาก แต่เนื่องจากว่าการแสดงครั้งนี้เป็นการแสดงบนเวทีกลางแจ้ง จึงไม่สามารถจัดฉากประกอบได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยสารัตถะที่จะได้จากการแสดงครั้งนี้ นอกจากความสนุกสนาน ความงดงามตระการตาตามรูปแบบโขนพระราชทานแล้ว ได้มีการปรับเปลี่ยนสอดแทรกเทคนิค ชั้นเชิงทางศิลปะ การขับร้อง แสดงดนตรี ขบวนท่ารำ อีกทั้ง แทรกระบำประกอบการแสดง ที่สำคัญที่สุดคือ คุณธรรมแห่งความจงรักภักดีของตัวละคร และสะท้อนให้เห็นความจงรักภักดีของผู้ปฏิบัติงานในการจัดการแสดงโขนพระราชทานครั้งนี้ต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

“ฉากที่นำมาใช้ในครั้งนี้เป็นฉากเดิมที่เคยทำไว้อย่างดีที่สุด และมีการเก็บรักษาไว้ตั้งแต่เริ่มจัดแสดงโขนพระราชทานครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยจะนำมาถ่ายรูปและฉายขึ้นวีดิทัศน์ ประกอบกับอุปกรณ์ประกอบฉาก เช่น ราชรถ และวิมาน เป็นต้น ซึ่งมีความงามไม่แพ้กับฉากจริง”

ขณะที่การจัดทำเครื่องแต่งกายโขนพัสตราภรณ์ จะมีการดำเนินการใหม่ให้วิจิตรงดงามตามโบราณราชประเพณี อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้จัดทำเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เผยว่า ชุดสำคัญจะสร้างใหม่ทั้งหมด ได้แก่ ชุดของทศกัณฐ์ 5 ชุด และที่พิเศษมีการสร้างชุดมหาเทพ พระอิศวร พระนารายณ์ 2 ชุด ซึ่งไม่เคยสร้างขึ้นมาก่อน รวมถึงผ้าห่มนาง 24 ผืน 12 ชุด กษัตริย์ 2 ชุด นางกำนัล 10 ชุด เช่นเดียว กับชุดเสนายักษ์ เสนาลิงที่ชำรุดเพราะผ่านการแสดงมานานก็สร้างใหม่เช่นกัน ในการทำงานจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือการทอผ้ายกทองเป็นผ้านุ่งที่วิจิตรงดงาม ใช้ช่างฝีมือของศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง และศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค

นอกจากนี้ ยังได้กลุ่มศิลปาชีพสีบัวทอง จ.อ่างทอง ร่วมทอผ้ายกทอง ส่วนงานปักเครื่องโขน ตั้งแต่แขนเสื้อ อินธนู กรองคอ สนับเพลา รัดเอว ได้ช่างฝีมือของศิลปาชีพ จำนวน 76 คน จากทั่วประเทศเข้ามาดำเนินการ ได้แก่ ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา ศูนย์ศิลปาชีพหนองลาด จ.สิงห์บุรี กลุ่มดอนคำเสนา จ.สกลนคร กลุ่มกุดนาขาม จ.สกลนคร กลุ่มสานแว้แว้ จ.สกลนคร กลุ่มอุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ กลุ่มกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี และกลุ่มเพชรบุรี ศูนย์ศิลปาชีพสวนผึ้ง

“เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่จัดสร้างขึ้นใหม่ ได้สืบทอดจากเครื่องภูษาพัสตราภรณ์ ถนิมพิมพาภรณ์ อันเป็นเครื่องประดับลงยาที่เคยมีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยใช้วัสดุอย่างดี มีค่า ขณะนี้เครื่องแต่งกายโขนทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ววิจิตรงดงามเป็นงานที่ประณีตยิ่งขึ้น เพราะสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพมีทักษะและความชำนาญมากขึ้น”

ทั้งนี้ การแสดงโขนพระราชทานในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดทำฉาก โดยนักเรียนจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้เป็นชาวปกาเกอะญอ หรือกะเหรี่ยง อยู่ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และบ้านห้วยต้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับไว้ในพระราชินูปถัมภ์ เข้ามาศึกษาเรียนรู้งานด้านประติมากรรม ตลอดจนการทำหัวโขน และฉากโขนพระราชทาน ซึ่งทุกคนพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเป็นครั้งสุดท้าย

ในการแสดงโขนพระราชทานในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นี้จะใช้ผู้แสดงมากถึง 300 คน มากกว่าโขนพระราชทานที่จัดแสดงเป็นปกติซึ่งใช้ผู้แสดงราว 200 คน ดังนั้น จึงต้องจัดทำเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับโขนเพิ่มเติมตามโบราณราชประเพณี โดยใช้ช่างฝีมือของศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทอง จ.อ่างทอง ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา และสมาชิกของศูนย์ศิลปาชีพอีกหลายแห่ง เพื่อร่วมกันปักเครื่องโขนพระราชทานให้วิจิตรงดงาม