‘70 YEARS OF MEMORIES’ คำสอนของพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297246

‘70 YEARS OF MEMORIES’ คำสอนของพ่อ

‘70 YEARS OF MEMORIES’ คำสอนของพ่อ

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผ่านช่วงเวลาที่ยากเย็นที่สุดมาจนครบ 1 ปีของการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กลุ่มบูติคนิวซิตี้ฯ โดย ประวรา เอครพานิช กรรมการผู้จัดการ บมจ.บูติคนิวซิตี้ มีความตั้งใจจัดโครงการ “70 YEARS OF MEMORIES” (70 เยียร์ส ออฟ
เมมโมรีส์) เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงครองราชย์ให้ประชาชนชาวไทยมีความสุขตลอด 70 ปี และได้ทรงสอนสิ่งต่างๆ ให้แก่พสกนิกรไทยที่ได้เรียนรู้จากพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส แนวคิดจากพระราชปรัชญา บทเพลงพระราชนิพนธ์รวมถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรที่ได้ทรงปฏิบัติเป็นต้นแบบมาโดยตลอด โดยมี คณะผู้บริหารและบุคคลจากวิชาชีพต่างๆ กว่า 70 ท่าน มาร่วมน้อมรำลึกถึงคำสอนของพ่อหลวง “70 ปี แห่งความทรงจำ” ที่จะนำมายึดปฏิบัติสืบต่อไปเพื่อการดำเนินชีวิตในทางถูกต้องและมีความสุข

ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นปรัชญาของโลก”

ในปีที่ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 พระองค์ท่านรับสั่งถึงเศรษฐกิจพอเพียงคือ ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน การดำเนินชีวิต ทั้งส่วนตัวและธุรกิจ ก็ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยมองว่าทุกคนต้องรู้จักตัวตนของตัวเองว่าพอหรือยัง พอระดับไหน และต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระราชทานให้คนไทยนี้ นับว่าเป็นปรัชญาของโลกที่สามารถใช้ได้ทุกชาติ ทุกศาสนา และใช้ได้ตลอดกาล

 

ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการ บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน)

“พระองค์ท่านสอนว่า…ต้องรู้จักให้ รับ และส่งต่อความดีสู่สังคม”

ตอนแรกที่มีเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ยังไม่เข้าใจ แต่หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอีโค่ ซิสเท็ม คือการสร้างวงจรของการมีชีวิตอยู่ โดยมีการให้ การรับ การแบ่งการดึงกลับและการผลักออก อย่างนี้คือหลักการที่ดี ไม่ใช่แค่เอื้อให้ธุรกิจของเราเจริญก้าวหน้าไป แต่จะเอื้อให้สังคมเติบโตไปพร้อมธุรกิจ และให้ทุกคนมีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง รู้จักให้ รู้จักรับ รู้จักส่งต่อความดีไปสู่สังคมด้วยกัน นี่คือสิ่งที่ผมจะนำไปใช้กับครอบครัว ธุรกิจและสังคมที่เราอยู่

 

ประวรา เอครพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท บูติคนิวซิตี้จำกัด (มหาชน)

“เราจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูก เหมือนที่พระองค์ท่านเป็นต้นแบบที่ดีแก่ชาวไทย”

ที่ประทับใจที่สุดเป็นเรื่องการเป็นผู้นำของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่านทรงแสดงให้เห็นคือทรงรับผิดชอบต่อประชาชนของพระองค์ แนวทางที่นำมาใช้คือการรับผิดชอบต่อองค์กร และครอบครัว เรากำลังเป็นต้นแบบให้กับลูกในเรื่องของความรับผิดชอบและการแบ่งปัน การแบ่งปันเป็นเรื่องสำคัญ ทุกคนมีหน้าที่ในการดูแลคนอื่น เช่นเดียวกันกับที่ในหลวงทรงดูแลประชาชน

บัณฑิตา ฐานวิเศษ นักแสดง

“พระราชกรณียกิจที่พ่อทำมาตลอด 70 ปี ทำให้เราเข้าใจถึงการให้ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์”

คำสอนของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เมย์นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันคือ การให้ เพราะว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ของเรา ทรงให้โดยไม่มีเงื่อนไข ทรงให้โดยไม่หวังผลตอบแทน เราสามารถเห็นจากพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านทรงงานมาตลอด 70 ปี การให้ที่พระองค์ท่านทำเพื่อประชาชนมันยิ่งใหญ่มาก สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน คือนอกจากการเป็นดาราแล้ว เมย์ก็เป็นอาสาสมัคร การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นการให้ที่สุขใจที่สุด ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่แค่ไหน ถ้าให้ด้วยใจก็เป็นความสุขทั้งนั้น

ปัทมวดี เสนาณรงค์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

“เราเห็นพระองค์ท่านดูแลสมเด็จย่า ทำให้เราเข้าใจถึงความกตัญญูต่อบุพการี”

ตั้งแต่เด็กจนโตที่ได้เห็นพระราชกรณียกิจต่างๆ ทุกครั้งที่เห็นตอนที่สมเด็จย่ายังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พร้อมกับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ก็จะเห็นในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงไปดูแลสมเด็จย่า ดูแลสมเด็จพระพี่นางฯ ตลอด ทราบว่าพระองค์ท่านเสด็จฯ ไปเสวยอาหารเย็นด้วยทุกวัน หรือเกือบแทบทุกมื้อเลยด้วยซ้ำ ส่วนตัวที่บ้านปลูกฝังเรื่องความกตัญญูเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราก็สอนมาถึงรุ่นลูกเลยว่า ความกตัญญูนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

อรชุมา ดุรงค์เดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซทูโอ ไฮโดร จำกัด (H2O HYDRO CO;LTD)

“เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยาก ทั้งยังสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้”

เรื่องที่ทุกคนคุ้นเคยอยู่แล้วคือ เศรษฐกิจพอเพียง สำหรับตัวเฟย์เอง ก็นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้หลายๆ เรื่องอย่างการทำงานการบริหาร ไลฟ์สไตล์ที่เราปฏิบัติอยู่ในชีวิตประจำวัน สามารถนำมาใช้ในครอบครัว โดยพยายามจะรักษาสมดุลในการใช้ชีวิต ทำหน้าที่ต่อครอบครัวอย่างเต็มที่ และเต็มที่ในหน้าที่ของการทำงานเช่นกัน พอเพียงกับทุกสิ่งที่เรามี เฟย์ว่าการใช้ชีวิตแบบนี้มีความสุขค่ะ และจะมีความสุขมากขึ้นถ้าเรานำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตของเราเองได้ทุกคน

เสาวณีย์ อภิวันทน์โอภาส ธุรกิจส่วนตัว

“พระองค์ท่านทรงเป็นแบบในเรื่องของความซื่อสัตย์“

อย่างแรกตั้งแต่เด็กจนโต ก็จะเห็นข่าวพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาตลอด เรารู้ว่าพระองค์ทรงยึดถือเรื่องความซื่อสัตย์เป็นหลัก ครั้งหนึ่งเคยอ่านหนังสือว่าพระองค์ท่านทรงแข่งกีฬาเรือใบ และแล่นไปโดนทุ่น ซึ่งมันผิดกติกา ถึงแม้ตอนนั้นจะไม่มีใครสังเกตเห็นก็ตาม พระองค์ท่านทรงกลับมาที่ชายฝั่ง บอกว่าเราแพ้แล้ว เพราะว่าเราฟาวล์ อันนี้จำได้ติดใจเลย และรู้ว่าความซื่อสัตย์ เป็นสิ่งสำคัญต่อตัวเองและผู้อื่นที่สุด โดยส่วนตัวมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เราสัญญาอะไรไว้กับลูกค้าก็ต้องทำอย่างนั้น ความซื่อสัตย์สำคัญมากในการทำธุรกิจ
ถ้าเราผิดพลาด ไม่มีใครให้โอกาสเราบ่อยๆ

อวัสดา ปกมนตรี รองกงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโท ประจำประเทศไทย

“ศาสตร์ของพระราชา เป็นศาสตร์ที่เฟื่องฟูทุกหย่อมหญ้า ให้ร่มเย็น”

เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน นับว่าเป็นที่ยกย่องของคนทั้งโลก ซึ่งปัจจุบันได้มีโอกาสช่วยงานของสามีซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย ประเทศนี้เกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติคือ เอลนีโญ ทั้งประเทศแห้งแล้งและไม่สามารถปลูกพืชผักได้เลย ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ก็มีโครงการหลวงเกิดขึ้น ปัจจุบันนี้ชาวเลโซโทสามารถปลูกพืชผักและรู้จักเลี้ยงสัตว์ เพื่อนำมาบริโภคทั้งครัวเรือนและส่งขายได้ หากไม่มีศาสตร์ของพระราชาของเราไปช่วยเค้า เขาคงไม่อาจยืนหยัดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือตัวเอง เราตั้งใจว่าจะดำเนินตามเบื้องพระยุคลบาทในเรื่องของการให้อย่างพอดี พอเหมาะ พอสมควรให้เค้ารู้จักช่วยเหลือตัวเองได้

 

ตวงทิพย์ ณ นคร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สุทธิภาคย์ ออแกไนเซอร์ จำกัด

“เมื่อใดที่เรามีโอกาส เราจะตอบแทนคุณแผ่นดินเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน”

สมัยวัยเด็ก ที่บ้านจะให้ดูในหลวง รัชกาลที่ 9 ในเรื่องของการทำความดี และการทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม พอเราโตขึ้นมา เราก็จะทราบว่าการทำความดีมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งความเพียร ความอดทนอดกลั้นและการใช้สติ เดียร์มีในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจตลอดเวลา ทุกวันในการดำเนินชีวิตไม่ว่าสุข ทุกข์หรือมีปัญหา ก็จะทำให้เราก้าวผ่านปัญหานั้นไปได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ เดียร์ตั้งปณิธานในชีวิตว่า เมื่อไรที่มีโอกาสก็จะขอตอบแทนคุณแผ่นดินให้ได้ดีที่สุด

 

ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ ตัวแทนสาวไทยเข้าประกวด มิสเอิร์ธ2013 และ มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2014

“คำพ่อสอน…ต้องทำงานด้วยความรักและสร้างความสุขให้กับคนรอบข้าง”

ชีวิตชั้นไม่เคยทำงานสักวัน ทุกวันคือวันสนุกหมด นี่คือหลักคำสอนที่นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตค่ะ การคิดบวกให้มาก สนุกกับชีวิต
ทำงานด้วยความรักและพยายามสร้างความสุขให้ตนเองรวมถึงคนรอบข้างนำคำสอนเหล่านี้มาเป็นเครื่องเตือนใจเสมอทุกครั้งที่ทำงาน ไม่ว่าจะท้อจะเหนื่อย เราจะมีสติในการทำงาน

อรวไล สวัสดิ์พานิช ตกแต่งภายใน บริษัท ชุลีกร จำกัด

“พระองค์ท่านทรงสอนว่า…ความดีคือพื้นฐานของการดำเนินชีวิต”

คำสอนที่อุ้มได้ยินมาตลอดของพระองค์ท่านคือ การทำดี หมายความรวมทุกๆ อย่าง ทั้งคิดดี ทำดี การปฏิบัติตัวต่อตัวเองและผู้อื่น หากเราเริ่มต้นจากตรงนี้จะทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้น ปัญหาต่างๆ ก็จะหมดไป เราจะมีความสามัคคีกัน คนในประเทศเราจะรักกันและมีแต่เรื่องดีๆ เต็มไปหมดค่ะ

ภิรวดี ชูประวัติ สถาปนิกหญิง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรเจคแมน จำกัด

“พระองค์ทรงตรัสว่า ถ้ามีโอกาสได้ทำงานและมีงานทำให้ทำอย่างเต็มความสามารถ”

พระบรมราโชวาทที่ประทับใจมาก พระองค์ท่านตรัสว่า ถ้าเรามีโอกาสที่จะได้ทำงานและมีงานทำ ให้เราทำอย่างเต็มความสามารถด้วย
ความซื่อสัตย์และสุจริต ซึ่งเรายึดถือไว้มาตลอด ไม่ว่าจะทำงานอาชีพใดเมื่อเรารับงานมาแล้วเราต้องทำสุดความสามารถของเรา โดยไม่มีเงื่อนไขอย่างที่พระองค์ท่านตรัส

โสภางค์พึ่งพิศ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

“บทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจให้ดิฉันยิ้มสู้”

เพลงยิ้มสู้ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่พระราชนิพนธ์ไว้ เป็นกำลังใจให้ดิฉันยิ้มสู้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องครอบครัว หรือทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะว่าในชีวิตเราควรคิดไปในทางคิดบวกไว้ก่อน เรื่องที่ดีหรือเรื่องไม่ดี เราคิดเป็นโอกาส
ที่เราต้องทำงานให้สำเร็จ และทำโดยสุจริต และทำให้เต็มที่ 70 กว่าปีมานี้ ปฏิบัติตามนี้ คือเหนื่อยก็ยอม

ณัฐฐิรา จิวระโมไนย์กุล นักแสดง

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง”

คำสอนของพระองค์ท่านที่เรานำมาปฏิบัติได้จริงและเข้าถึงได้มากที่สุด คือ การที่พระองค์ท่านทรงเป็นผู้ให้ การให้โดยไม่หวังอะไร
ตอบแทนมาตลอดชีวิตการทรงงานของท่าน ส่วนตัวเองมารับรู้ตอนโตว่าพระองค์ท่านได้ทำอะไรให้กับประชาชนบ้าง เราเลยรู้สึกว่าเรารักพระองค์ รักมาตั้งแต่เราเข้าใจว่าทำไมพระองค์ท่านเป็นคนดี พอเพียงอยู่ได้ด้วยพระองค์เอง เรารู้จักการให้ มันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้ถ้ามีความเข้าใจ เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ก่อน ให้ตามกำลังที่เราทำได้ การให้โดยไม่คาดหวัง จะทำให้เรารู้สึกอิ่มเอิมใจและภูมิใจ

วินรัตน์ ศันสนะเกียรติ พิธีกร

“เราจะน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและจะเล่าเรื่องของพระองค์ให้ลูกหลานฟัง”

หากเป็นคำสอนของพระองค์ท่านจะนึกถึงความเพียรค่ะเราทุกคนต้องมีความเพียรไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ซึ่งเตยก็นำมาสอนลูกต่อ ไม่ว่าเรื่องการเรียน เล่นกีฬา เราต้องหมั่นฝึกฝน นั่นจะทำให้เราไปสู่จุดมุ่งหมายได้ ตั้งแต่เตยเกิดมาก็จะเห็นพระองค์ท่านในข่าวพระราชสำนัก ที่เตยดูพร้อมกับคุณยายทุกวัน โดยไม่ต้องมาเล่าเรื่องอะไรมากมาย เพราะพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านเป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นอยู่แล้ว มาถึงตอนนี้ที่เตยทำได้คือ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์และเล่าต่อให้ลูกฟัง เตยตั้งชื่อลูกว่านพ ที่แปลว่าเก้า เราสอนลูกมา 11 ปีว่าเขาเป็นเด็กที่เกิดในรัชกาลที่ 9เล่าว่าพระองค์ท่านทรงทำอะไรให้กับคนไทยบ้างและทุกวันนี้ลูกรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาก นั่นคืออย่างหนึ่งสิ่งที่เตยทำสำเร็จแล้วค่ะ

 

พญ.ศุภวงษ์เดือน ทองจันทร์ แพทย์ประจำการ

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 สอนว่าให้เรานับถือความรู้ของผู้อื่นด้วยถึงจะประสบความสำเร็จ”

ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ตรัสว่า เราเป็นนักเรียน เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ถ้าหากในวันใดข้างหน้าที่เราออกไปปฏิบัติ ให้ถือว่าเราเป็นนักเรียน ชาวบ้านและธรรมชาติเป็นครู สิ่งนี้ได้นำมาปรับใช้ในการทำงาน เนื่องด้วยดิฉันเป็นแพทย์ ถือว่าทุกคนที่มารักษานั้นเป็นครู อยากให้ทุกคนนำมาปรับใช้ตามพระบรมราโชวาท

ภูวนาท คุนผลิน ศิลปิน พิธีกร นักแสดง และนักจัดรายการวิทยุ

“เจอปัญหาต้องตั้งสติและทำความเข้าใจกับปัญหาจึงจะพบทางแก้”

สิ่งที่ยึดเป็นหลักในการทำงานเลยคือ เวลาเราทำงาน เราต้องเจอกับปัญหาต่างๆ หลายปัญหาอาจดูเหมือนสิ้นหวัง เราก็จะถอดใจ แต่ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทำให้เห็นว่าหลายๆ อย่างที่ดูเหมือนจะพังไปแล้ว มันเสียไปแล้ว แต่ถ้าเราเข้าใจศึกษาสิ่งนั้นอย่างแท้จริง เราก็จะสามารถแก้ไขสิ่งนั้นให้กลับมาดีใหม่ได้ อย่างเช่นเรื่องของดินเสียพระองค์ก็มีโครงการแกล้งดิน มีการพังทลายของดิน ของตลิ่ง ก็นำพืชชนิดนี้มาแก้ปัญหา ทั้งหมดเกิดขึ้นจากต้องรู้ปัญหาที่แท้จริงก่อน แล้วศึกษาว่าสิ่งใดที่จะเหมาะที่จะนำมาใช้แก้ปัญหานั้นๆ ทุกครั้งที่เราเจอปัญหา ทำให้เรารู้ว่าเราต้องตั้งสติ และมาดูทางเลือกว่าเราจะแก้ไขอย่างไร พระองค์ทำทุกอย่างเป็นแบบอย่างให้เราเห็น เราแค่ทำตามแบบอย่างที่พระองค์ได้ทรงทำเท่านั้นเอง

เรื่องใกล้ตัวของผู้หญิง ‘โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ’ เผยสารสกัดจากแครนเบอร์รี ช่วยป้องกันได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297045

เรื่องใกล้ตัวของผู้หญิง ‘โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ’ เผยสารสกัดจากแครนเบอร์รี ช่วยป้องกันได้

เรื่องใกล้ตัวของผู้หญิง ‘โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ’ เผยสารสกัดจากแครนเบอร์รี ช่วยป้องกันได้

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน ซึ่งเป็นปัญหาใกล้ตัวที่ผู้หญิงไทยมักละเลย และไม่รู้ถึงความเสี่ยงนี้ บริษัท แบลคมอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้จัดทำแบบทดสอบ Blackmores InnerCare ช่วยประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบให้กับผู้ที่สนใจเพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการนำวิถีธรรมชาติบำบัด สารสกัดจากแครนเบอร์รี มาใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

น.ส.ผุสดี สุจิตจรผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบลคมอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แบลคมอร์ส เชื่อว่า ทุกคนสามารถเป็นผู้เลือกที่จะมีสุขภาพดีในแบบของตนเองตามแนวคิด Choose to Bea Well Being ดังนั้นการส่งเสริมหรือให้ข้อมูลในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่แบลคมอร์สให้ความสำคัญ โดยที่ผ่านมากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทจะเน้นให้ความรู้ที่ถูกต้องเรื่องการดูแลตัวเองพร้อมแนวทางป้องกันในเรื่องสุขภาพที่จำเป็นให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอ และครั้งนี้แบลคมอร์สได้เล็งเห็นว่ามีอีกหนึ่งโรคฮิตในสังคมปัจจุบันโดยเฉพาะในกลุ่มสาวไทย คือ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งเกิดจากการที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ หรือติดอยู่ในสภาวะการจราจรติดขัด จึงได้จัดทำ Blackmores Inner Care แบบประเมินความเสี่ยงโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพื่อให้ทุกคนได้ประเมินตนเอง พร้อมทั้งให้ความรู้และแนวทางป้องกันอีกด้วย โดยผู้สนใจสามารถทำแบบทดสอบนี้ได้ผ่านทาง http://www.blackmoresinnercare.com

ด้าน พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ และหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยโรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่า มีผู้ป่วยเข้ามาปรึกษาปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบมากขึ้นเกือบเท่าตัว โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณรอบท่อปัสสาวะผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ จากสถิติผู้หญิงจะป่วยด้วยโรคนี้มากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมีท่อปัสสาวะสั้น ประกอบกับอยู่ใกล้กับช่องคลอดและทวารหนัก จึงมีโอกาสรับเชื้อแบคทีเรียจากภายนอกเข้าไปปนเปื้อนได้ง่าย สำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าว จะมีอาการปัสสาวะบ่อย รู้สึกปัสสาวะไม่สุด ปริมาณต่อครั้งอาจน้อยปวดท้องน้อย และเวลาปัสสาวะจะรู้สึกเสียวขัดขึ้นมาที่ท้องน้อย

สาเหตุที่มีผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้น มาจากหลายคนใช้เวลาอยู่นอกบ้านวันละกว่า 80% ทำให้ความใส่ใจในการดูแลตัวเองลดลง สภาพการจราจรติดขัด จำเป็นต้องกลั้นปัสสาวะ การทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นผิดวิธี ก็อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรค โดยผู้หญิงไม่ควรทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นจากด้านหลังมาด้านหน้า เพราะจะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียจากรอบรูทวารมาที่ท่อปัสสาวะได้ นอกจากนี้ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนจะมีภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีบทบาทในการรักษาสมดุลกรดด่างบริเวณเยื่อบุช่องคลอดและท่อปัสสาวะ ป้องกันการติดเชื้อ เมื่อขาดฮอร์โมนตัวนี้โอกาสการติดเชื้อจึงง่ายขึ้น

พญ.ธิศรา กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันวิถีธรรมชาติบำบัดได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ซึ่งจากการค้นคว้าวิจัยพบว่าการรับประทานสารสกัดจากแครนเบอร์รี ซึ่งมีสารสำคัญหลายชนิดอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะโปรแอนโธไซยานิดินส์จะไปช่วยยับยั้งการเกาะของเชื้อแบคทีเรียบริเวณผนังกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ นอกจากนี้สารสกัดจากแครนเบอร์รี ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านอื่นๆ เช่น ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่นช่วยยับยั้งการเกิดฟันผุ ลดการอักเสบของเหงือก ป้องกันโรคแผลในกระเพาะอาหาร และลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด มีส่วนป้องกันการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย

พญ. ธิศรา วีรสมัย

พญ. ธิศรา วีรสมัย

หนังสือ ‘ธนบัตร ร.๙ : ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297047

หนังสือ ‘ธนบัตร ร.๙ : ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี’

หนังสือ ‘ธนบัตร ร.๙ : ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หนังสือ “ธนบัตร ร.๙ : ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี”

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) ร่วมกับ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) จัดทำ หนังสือ “ ธนบัตร ร.๙ : ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี” ที่เพียบพร้อมไปด้วยข้อมูลและรูปภาพธนบัตรครบทุกแบบ ทุกชนิดราคา ทุกรุ่น และทุกลายเซ็น ซึ่งเป็นคลังความรู้คู่มือของนักสะสมที่สมบูรณ์แบบ โดยมีประชาชนผู้สนใจมาร่วมจับจองหนังสือภายในงานเปิดตัว ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ลานเอเทรียม ชั้น 1 พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย

บุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการจัดทำ หนังสือ “ธนบัตร ร.๙ : ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี” ว่าเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงสร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคงให้กับสถานะเศรษฐกิจการคลัง โดยรวมรวบเรื่องราวของธนบัตรไทยในรัชกาลที่ 9 ที่ถูกนำออกใช้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดและภาพของธนบัตรทุกภาพที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ เป็นธนบัตรสะสมที่เป็นสมบัติส่วนตัว โดยเก็บสะสมมาเป็นเวลา 35 ปี ด้วยความรักและชื่นชอบในงานศิลปะและมองว่าธนบัตรที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ นอกจากมูลค่าบนหน้าธนบัตรแล้ว ธนบัตรยังเปรียบเสมือนบันทึกทางประวัติศาสตร์และงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ทรงคุณค่า สามารถสะท้อนเรื่องราวของวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และความมีเอกลักษณ์ของไทยในช่วงเวลาที่ธนบัตรแต่ละฉบับถูกนำออกใช้ในช่วงเวลานั้น จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะสะสมธนบัตรให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน

“ในอนาคต พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) จะนำธนบัตรทั้งหมดนี้ มาจัดแสดงเพื่อให้ความรู้กับประชาชนต่อไป โดยในช่วงแรกจะพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง แสดงเรื่องราวของธนบัตรบนหน้าเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ คือ http://www.mocabangkok.com และ http://www.thaibanknotes.com”

ด้าน สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนังสือ “ ธนบัตร ร.๙ : ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี” เป็นหนังสือที่มีคุณค่าเล่มหนึ่ง ด้วยเนื้อหาภายในเล่มมีการรวบรวมข้อมูล รวบรวมธนบัตรในรัชกาลที่ 9 ทุกแบบ ทุก รุ่น ทุกลายเซ็น ตลอดจนธนบัตรที่ระลึก ตัวอย่างธนบัตร ธนบัตรเลขสวย หมวดชน หมวดคร่อม ครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมทั้งภาพถ่าย ข้อมูลเชิงลึก เป็นคลังความรู้คู่มือนักสะสมเพื่อศึกษาประวัติ ความเป็นมาของธนบัตรแต่ละแบบ ตลอดจนแนวทางการสะสมธนบัตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างอนาคตที่ดีเป็นมรดกตกทอดเพื่อลูกหลานสืบไป สร้างอนาคตทางการเงินของตนเองให้มั่นคงอีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองหนังสือ “ธนบัตร ร.๙ : ๗๐ ปี ใต้ร่มพระบารมี” ได้ที่เคาน์เตอร์ ธนาคารธนชาต ทุกสาขา ทั่วประเทศ ในราคาพิเศษ เพียง 999 บาท เท่านั้น จากราคาปกติ 1,200 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2560 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) โทร.02-0165555 ต่อ 2003, 2004, 2778 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น.

บุญชัย เบญจรงคกุล

บุญชัย เบญจรงคกุล
สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ

สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ

‘แสงแห่งรัก’ ร่วมจุดเทียนถวายความอาลัย แสงแห่งความภักดีพร้อมกันทั้งแผ่นดิน 13 ตุลาฯ นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297117

‘แสงแห่งรัก’ ร่วมจุดเทียนถวายความอาลัย แสงแห่งความภักดีพร้อมกันทั้งแผ่นดิน 13 ตุลาฯ นี้

‘แสงแห่งรัก’ ร่วมจุดเทียนถวายความอาลัย แสงแห่งความภักดีพร้อมกันทั้งแผ่นดิน 13 ตุลาฯ นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

(ซ้าย)ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, กนกรส กิตติขจร, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา,ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ และ ร้อยโทภวัตพงศ์ เทวกุล ณ อยุธยา

ธนาคารออมสิน จัดงานแถลงเปิดตัวโครงการ “แสงแห่งรัก”กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เชิญชวนชาวไทยร่วมสร้างปรากฏการณ์แห่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ผ่านบทเพลง “แสงแห่งรัก” และร่วมจุดเทียนถวายความอาลัยพร้อมกัน โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จเป็นองค์ประธาน ณ ธนาคารออมสินทั่วประเทศ ในเวลา 19.19 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2560 นี้

บรรยากาศงานแถลงข่าวโครงการ “แสงแห่งรัก” โดยธนาคารออมสิน ซึ่งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมเพื่อพ่อของแผ่นดิน ในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนืองแน่นไปด้วยประชาชนมากมายที่มารอฟังบทเพลงพิเศษ “แสงแห่งรัก” ขับร้องโดย 2 ศิลปินชื่อดัง ธชย ประทุมวรรณ และ สุนารี ราชสีมา พร้อมเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทย ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ, ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, กนกรส กิตติขจร, ร้อยโทภวัตพงศ์ เทวกุล ณ อยุธยา และกรกันต์ สุทธิโกเศศ ร่วมงาน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า “ในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 13 ตุลาคม ที่จะมาถึงนี้ ธนาคารออมสิน ในฐานะธนาคารที่ถือกำเนิดจากสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงตั้งเจตจำนงที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ อีกทั้ง เป็นการน้อมถวายความอาลัยและความจงรักภักดีต่อพระองค์ผ่านโครงการ “แสงแห่งรัก” เพื่อสื่อถึง “แสงแห่งรัก” ในสองมิติคือ แสงแห่งรักอันเกิดจากความรัก ความห่วงใยที่พระองค์ทรงมีต่อคนไทยทั้งประเทศมายาวนานถึง 70 ปี ผ่านโครงการในพระราชดำริ กว่า 4,600 โครงการที่กระจายอยู่ทั่วผืนแผ่นดินของประเทศไทย เปรียบดั่งแสงทองส่องนำทางให้คนไทยทุกคนดำเนินชีวิตต่อไปอย่างยั่งยืนและมั่นคง สำหรับมิติที่สอง เป็นแสงแห่งรักที่คนไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่าแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีตราบนิจนิรันดร์

ผมจึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ร่วมเป็นแสงเทียนหนึ่งของแสงแห่งรัก ที่จะช่วยกันทำให้ประเทศไทยสว่างเรืองรองเต็มแผนที่ประเทศไทย ซึ่งแสดงถึงความภักดีที่มีต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ “แสงแห่งรัก” ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้ง บทเพลง “แสงแห่งรัก” ซึ่งสามารถมีส่วนร่วมใน MV ในรูปแบบของตนเองเพื่อเก็บเป็นที่ระลึกหรือแชร์บนสื่อโซเชียลได้, การจุดเทียนแสงแห่งรักผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ธนาคารออมสิน http://www.gsb.or.th และเฟซบุ๊คแฟนเพจ GSB Society โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงจุดเทียนออนไลน์ประทานเป็นแสงแรก ในวันที่ 3ตุลาคม 2560 เวลา 09.09 น. และกิจกรรมจุดเทียนแสงแห่งรัก ณ ธนาคารออมสินทั่วประเทศในวันที่ 13 ตุลาคม 2560 เวลา 16.30-20.00 น. โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จเป็นองค์ประธาน ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ โดยในเวลา 19.19 น. จะเป็นช่วงเวลาที่ธนาคารออมสินและประชาชนเริ่มทยอยจุดเทียน เป็นรูปแสงเทียนแห่งรัก ซึ่งถ่ายทอดสดผ่านทางแฟนเพจ GSB Society ช่วงเวลาประมาณ 18.00-20.00 น. ด้วย”

ด้าน 2 พี่น้อง ณัฏฐิ์ประภา-ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ กล่าวว่า “ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลง แสงแห่งรัก ทำเอาเราทั้งคู่น้ำตาไหลตั้งแต่เริ่มต้นเพลง เพราะรู้สึกคิดถึงพระองค์ท่าน และคิดถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านได้ทรงทำไว้มากมาย ซึ่งหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ใกล้ตัวเราที่สุดคือ โรงเรียนจิตรลดา ที่นี่ทำให้เราเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักมากเพียงใด และอยากให้ทุกคนมาร่วมแสดงความอาลัยผ่านการจุดเทียนออนไลน์ด้วยกัน หรือร่วมทำ MV เพลงแสงแห่งรักในเวอร์ชั่นของตัวเองก็ได้เช่นกัน”

ร้อยโทภวัตพงศ์ เทวกุล ณ อยุธยา ในฐานะทหารของพระราชา กล่าวว่า “เนื่องจากผมเกิดมาในราชสกุล ทุกคนในครอบครัวล้วนปลูกฝังให้รักเทิดทูนและจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน รวมไปถึงการเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ และในฐานะที่ผมรับราชการทหาร ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทดแทนแผ่นดินของพระองค์ท่าน และภูมิใจที่ได้เกิดใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ครับ”

กนกรส กิตติขจร เชิญชวนชาวไทยทุกคนร่วมกิจกรรม แสงแห่งรัก ว่า “อยากให้ชาวไทยทุกๆ คนที่จงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน มาร่วมจุดเทียนผ่านเว็บไซต์ของธนาคารออมสินด้วยกัน เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงและแสดงถึงความจงรักภักดี ซึ่งมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เข้าเว็บไซต์ของธนาคาร www.gsb.or.th หรือเฟซบุ๊คแฟนเพจ GSB Society จากนั้นก็ทำตามขั้นตอน และสามารถร่วมกิจกรรมได้ทั้งทางคอมพิวเตอร์หรือบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน”

จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ทิ้งท้ายว่า “รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสทำเพื่อพ่อหลวงของแผ่นดิน ตอนที่ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรก ส่วนตัวแล้วรู้สึกเศร้าและเสียใจต่อการสวรรคตของพระองค์ท่าน ที่ถึงแม้จะผ่านมาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ก็ยังรำลึกถึงพระองค์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เสมอ และเราต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ ให้เหมือนวันที่พ่อยังอยู่ค่ะ”

ทั้งนี้ ประชาชนชาวไทยสามารถร่วมกิจกรรม “แสงแห่งรัก ตามรอยเท้าพ่อ” ได้ระหว่างเดือนตุลาคม 2560 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจของโครงการในพระราชดำริฯ พร้อมแสดงพิกัดบนแผนที่เมื่ออยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยประชาชนที่เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการ ก็สามารถถ่ายภาพตนเองในรูปแบบแสตมป์ออนไลน์เพื่อเก็บเป็นที่ระลึกและแชร์บนโซเชียลมีเดีย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเข้าเยี่ยมชมโครงการในพระราชดำริฯ ให้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ “แสงแห่งรัก” บนเว็บไซต์ธนาคารออมสิน http://www.gsb.or.th และเฟซบุ๊คแฟนเพจ GSB Society ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2560 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-2998000 ต่อ 010232 หรือ โทร.1115

ชาติชาย พยุหนาวีชัย

ชาติชาย พยุหนาวีชัย
สองศิลปินผู้ขับร้องเพลง “แสงแห่งรัก” สุนารี ราชสีมา และ ธชย ประทุมวรรณ

สองศิลปินผู้ขับร้องเพลง “แสงแห่งรัก” สุนารี ราชสีมา และ ธชย ประทุมวรรณ
ธนาคารออมสิน เชิญชวนชาวไทยร่วมกิจกรรมจุดเทียนถวายความอาลัย 13 ตุลาคม นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ

ธนาคารออมสิน เชิญชวนชาวไทยร่วมกิจกรรมจุดเทียนถวายความอาลัย 13 ตุลาคม นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ

บลูพอร์ต หัวหิน จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297044

บลูพอร์ต หัวหิน จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

บลูพอร์ต หัวหิน จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โดย สถานีกาชาดหัวหิน เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 89 รูป พร้อมเชิญชวนประชาชนชาวหัวหิน พื้นที่ใกล้เคียง และนักท่องเที่ยว ร่วมบริจาคโลหิตในโครงการ“M Heart : สายโลหิต สายใจ ร้อยล้านดวงใจคิดถึงพ่อ” เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ครบ 1 ปี ณ บริเวณBlu’Hall (บลูฮอลล์) ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน

โดยภายในงานได้จัดให้มีเตียงสำหรับรับบริจาคโลหิตบริการ จำนวน 10 เตียง รองรับได้ 4 คนต่อเตียงต่อชั่วโมง วางเป้าหมายมีผู้เข้ารับบริจาคโลหิตจำนวน 200 คน สำหรับผู้บริจาคโลหิต 100 คนแรก รับเข็มกลัดสัญลักษณ์เลขเก้าไทย (๙) เป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงขับร้องเพลงประสานเสียงของน้องๆ เยาวชนจากรายการสตาร์ คิดส์และการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระองค์ท่านในงานอีกด้วย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐ-ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คนอาทิ เทศบาลเมืองหัวหิน สถานีตำรวจภูธรหัวหิน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ฯลฯ

และในเวลา 15.52 น. ผู้บริหาร พนักงาน บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัดขอเชิญชวนชาวหัวหิน นักท่องเที่ยว และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมยืนถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา 89 วินาที บริเวณหน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน

ร่วมทำความดี บริจาคโลหิต ต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. ณ บริเวณBlu’Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน สำหรับผู้ที่สนใจบริจาคโลหิตเพิ่มเติม ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ได้จัดหน่วยรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต บริเวณหน้าศูนย์การค้า (ซอยโรงแรม เดอะ ลาภาหัวหิน) ในวันที่ 14-15 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.032-905111

แอพฯแผนที่พิเศษ 114 จุด ‘ถวายดอกไม้จันทน์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297053

แอพฯแผนที่พิเศษ 114 จุด ‘ถวายดอกไม้จันทน์’

แอพฯแผนที่พิเศษ 114 จุด ‘ถวายดอกไม้จันทน์’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นอสตร้าแมพจัดทำแผนที่พิเศษ 114 จุด “ถวายดอกไม้จันทน์” ในกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมปักหมุด “๙ นิทรรศการในหลวงรัชกาลที่ ๙” ที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม

นอสตร้า แมพ (NOSTRA Map) แอพพลิเคชันแผนที่นำทางบนสมาร์ทโฟนและแท็บเลต โดย บริษัท โกลบเทค จำกัด ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจัดทำข้อมูลแผนที่พิเศษประกอบด้วย 114 จุด “ถวายดอกไม้จันทน์” ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ค้นหาจุดถวายดอกไม้จันทน์ที่ใกล้ที่สุด และยังสามารถนำทางเพื่อให้สามารถเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น การใช้งานเพียงแค่เปิดแอพพลิเคชัน จากนั้นกดที่ Icon รูปชั้น และเลือก 114 จุด “ถวายดอกไม้จันทน์” แอพพลิเคชันจะแสดงจุดถวายดอกไม้จันทน์ทั้งหมด โดยแอพพลิเคชันได้แยกประเภทเป็นตำแหน่งพระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง ใช้สัญลักษณ์พินรูปพระเมรุมาศ และตำแหน่งซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ใช้สัญลักษณ์พินรูปดอกไม้จันทน์ กดดูได้ที่ https://map.nostramap.com/NostraMap/?layer=114

นอกจากนี้ ยังจัดทำข้อมูลพิเศษ “๙นิทรรศการในหลวงรัชกาลที่ ๙” เชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจเดินทางไปชมนิทรรศการได้ตลอดเดือนช่วงตุลาคมนี้ กดดูได้ที่ https://map.nostramap.com/NostraMap/?layer=9king สามารถดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่นแผนที่และใช้งานได้ฟรี ในทุกระบบ บน App Store และ Google Play ที่ https://map.nostramap.com/mobile

ทั้งนี้ ๙ นิทรรศการในหลวงรัชกาลที่ ๙ ประกอบด้วย 1.นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์-องค์อัครศิลปิน ภาพจากกล้องในพระหัตถ์ที่ทรงพกติดพระวรกายไปทุกที่ทั่วประเทศไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้นำมาจัดแสดงแก่ปวงพสกนิกรได้น้อมรำลึกถึงพระจริยวัตรที่งดงาม พระอัจฉริยภาพที่เป็นเลิศในด้านศิลปะ จัดแสดงระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2560 – 7 มกราคม 2561 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 10.00-21.00 น.

2.นิทรรศการพระราชาในดวงใจ-ไทยทั้งหล้า ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระผู้ซึ่งเป็นดั่งพระราชาในดวงใจของคนไทย รวมถึงผลงานศิลปะในรูปแบบอื่นๆ ที่ปรากฏในนิทรรศการนี้ แสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ศิลปินมีต่อ “พระราชาในดวงใจ” โดยไม่ต้องเอ่ยคำใดใด จัดแสดงระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-26 พฤศจิกายน 2560 ณ ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 10.00-21.00 น.

3.นิทรรศการดิน น้ำ ฟ้า ป่า-แรงบันดาลใจจากพ่อ “หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำ คนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งนำมาสู่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยในปัจจุบัน จัดแสดงระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม-12 พฤศจิกายน 2560 ณ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 10.00-21.00 น.

4.นิทรรศการศิระกราน พระภูบาลนวมินทร์ ตามเสด็จฯ เมื่อครั้งพระองค์ไปทรงงานช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ ไม่ว่าใกล้หรือไกล ทุรกันดารแค่ไหน ผ่านซุ้มสัญลักษณ์ของ นิทรรศการ ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ แล้วจะรู้ว่าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่ไม่เคยละทิ้งประชาชน จัดแสดงระหว่างวันที่ 1 กันยายน-31 ตุลาคม 2560 ณ พิพิธภัณฑ์ศิริราช นิทรรศการด้านนอก ชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ 05.30-20.30 น. การแสดงสื่อประสมในอาคารพิพิธภัณฑ์ เปิดให้ชมระหว่าง 10.00-17.00 น. ปิดทุกวันอังคาร วันหยุดนักขัตฤกษ์ และระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม (เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ)

5.นิทรรศการในดวงใจนิรันดร์ ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อของแผ่นดิน กับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยนิทรรศการและการจัดแสดงงานที่มีในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ จัดแสดงและจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1- 31 ตุลาคม 2560 ณ บริเวณลานเซ็นทรัลเวิลด์

6.นิทรรศการรัชกาลที่ 9 เรื่องราวจากหอจดหมายเหตุฯ การจัดแสดงพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถ เพื่อความผาสุกร่มเย็นแก่พสกนิกรทั่วประเทศ ชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ธรณีวิทยา เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี

7.นิทรรศการ In Loving Remembrance ชาวศิลปากร ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความอาลัยในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในเดือนตุลาคมนี้ โดยรวบรวมผลงานเพื่อสืบสาน สร้างสรรค์ งานศิลปะ ตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 จัดแสดงระหว่าง 15 กันยายน- 31 ตุลาคม 2560 ณ หอศิลป์บรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ หอศิลป์บรมราชกุมารี อาคารศูนย์ปฏิบัติการทัศนศิลป์สิรินธร คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม

8.นิทรรศการทุกเรื่องราวของพ่อ ที่หอสมุดเมือง รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และราชวงศ์จักรี ที่หาอ่านได้ยากยิ่ง รวมถึงนิทรรศการเทิดพระเกียรติที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อให้คนไทยได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. สำหรับวันอังคาร-เสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เปิด 09.00-20.00 น. หยุดวันจันทร์ ณ ชั้น 3 หอสมุดเมือง

9.นิทรรศการพ่อหลวงในดวงใจ นิทรรศการที่จะบอกเล่าเรื่องราวของพระองค์ “พ่อหลวงในดวงใจ” ทุกช่วงเวลาตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ ผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าเหนือกาลเวลาของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ จัดแสดงระหว่างวันที่ 2-29 ตุลาคม 2560 ณ บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้า BTS และ MRT

‘ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297034

‘ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ’

‘ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิทรรศการ “ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ”

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมมือกับ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ และหน่วยงานนำร่องภาคเอกชน เปิดตัวโครงการ “ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ” ตามโมเดลการจัดประชุมสัมมนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยแนวคิด “3 พอ” (พอเพียง เพิ่มพูน พัฒนา) เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้หน่วยงานภาคเอกชนจัดงานประชุมสัมมนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำศาสตร์พระราชาที่เป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากร หน่วยงาน องค์กร และอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดการพัฒนาและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ 20 ปี ของทีเส็บที่จะเดินหน้าเป็นองค์กรหลักพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง กระจายความเจริญไปสู่ทุกภาคส่วน และสร้างความยั่งยืนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น จึงเกิดเป็นแคมเปญส่งเสริมการประชุมสัมมนาในประเทศ “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยในปีนี้ได้จัดทำโครงการ “ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ”เพื่อกระตุ้นองค์กรและหน่วยงานเอกชนจัดประชุมสัมมนาในประเทศในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ”

โครงการ “ก้าวตามรอยพ่อ ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ” นับเป็นครั้งแรกกับความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยใช้แนวคิด “ก้าวตามรอยพ่อ” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการพัฒนา “โมเดลการจัดประชุมสัมมนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ตามหลักแนวคิด 3 พอ ได้แก่ พอเพียง เพิ่มพูน และพัฒนา ผ่านการดำเนิน 3 กิจกรรม คือ การสัมมนาเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การทำกิจกรรมในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการจัดช่วงแลกเปลี่ยนสรุปองค์ความรู้เพื่อปรับใช้ในการทำงานและการใช้ชีวิต มาใช้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ โดยคัดเลือกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 โครงการต้นแบบ ได้แก่ ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน (จ.จันทบุรี) ในเรื่อง “พอเพียง”,โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเรื่อง “เพิ่มพูน” และศูนย์ศึกษาวิจัยและพัฒนาแหลมผักเบี้ย (จ.เพชรบุรี) ในเรื่อง “พัฒนา” และได้รับเกียรติจากพันธมิตรองค์กรภาคเอกชนระดับประเทศ เป็นหน่วยงานนำร่องเข้าร่วมขยายองค์ความรู้สู่กลุ่มพนักงานและลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อจัดประชุมสัมมนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีตัวแทนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง สุวิกรม อัมระนันทน์, สุธิราช วงศ์เทวัญ และ อาทิตย์ สมน้อย หรือที่รู้จักในนาม เบิ้ล ปทุมราช ศิลปินลูกทุ่ง 100 ล้านวิว มาแบ่งปันมุมมองการประยุกต์ใช้หลักแนวคิด “3 พอ” ในการดำเนินชีวิตอีกด้วย

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.ทีเส็บ กล่าววัตถุประสงค์ในการจัดงาน

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.ทีเส็บ กล่าววัตถุประสงค์ในการจัดงาน

บรรยากาศสัมมนา “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ”

บรรยากาศสัมมนา “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจตามรอยพระราชดำริ”
สุวิกรม อัมระนันทน์, สุธิราช วงศ์เทวัญ และ อาทิตย์ สมน้อย มาแบ่งปันมุมมองการประยุกต์ใช้หลักแนวคิด “3พอ” ในการดำเนินชีวิต

สุวิกรม อัมระนันทน์, สุธิราช วงศ์เทวัญ และ อาทิตย์ สมน้อย มาแบ่งปันมุมมองการประยุกต์ใช้หลักแนวคิด “3พอ” ในการดำเนินชีวิต

คณะภริยาทูตชวนช็อปสินค้านานาชาติ ในงานออกร้านการกุศล YWCA ครั้งที่ 64

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297056

คณะภริยาทูตชวนช็อปสินค้านานาชาติ ในงานออกร้านการกุศล YWCA ครั้งที่ 64

คณะภริยาทูตชวนช็อปสินค้านานาชาติ ในงานออกร้านการกุศล YWCA ครั้งที่ 64

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มาดามชุงวา โอ, มาดามกาลินา มัทซูคาโทวา, สุพัตรา จิราธิวัฒน์

คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย สมาคมไวดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลออกร้านนานาชาติ 64th YWCA Diplomatic Charity Bazaar 2017” รวบรวมผลิตภัณฑ์จาก 40 ประเทศทั่วโลก นำโดย สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, เกาหลี, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก, สวิตเซอร์แลนด์, เดนมาร์ก, เยอรมนี, เคนย่า, โมร็อกโก, โปรตุเกส และนิวซีแลนด์ เป็นต้น มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อมอบเป็นของขวัญในเทศกาลแห่งความสุขปลายปีที่กำลังจะมาถึง โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดมอบให้กับโครงการการกุศลและมูลนิธิต่างๆ ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2560 ณ ชั้น 1,2,3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

มาดามกาลินา มัทซูคาโทวา ภริยาเอกอัครราชทูตประเทศกรีซ ประจำประเทศไทย ในฐานะประธานผู้จัดงาน และผู้แทนคณะภริยาทูต กล่าวว่า “การจัดงาน YWCA ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภริยาทูตทั้ง 40 ประเทศ ที่มาร่วมออกร้าน และมีผลิตภัณฑ์อาหารและของใช้นานาชนิดที่คุณภาพเยี่ยมจากประเทศต่างๆ อาทิ เส้นพาสต้า ขนมพื้นเมือง จากอิตาลี, ปลาแซลมอนสด จากนอร์เวย์, ทาร์ตไข่ต้นตำรับ จากโปรตุเกส, มีดพับอเนกประสงค์ จากสวิตเซอร์แลนด์, รากโสมแดง และเครื่องสำอาง จากเกาหลี, น้ำมันตะบองเพชร จากโมร็อกโก, พรมและสินค้าพื้นเมือง

จากอิหร่าน, สินค้าพื้นเมือง จากตุรกี, ชากาแฟ จากเคนย่า, ผ้าบาติก จิวเวลรี่ จากอินโดนีเซีย, น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์จากกรีซ, นมถั่วเหลืองจากออสเตรเลีย, เครื่องประทินผิว จากนิวซีแลนด์, แยมผลไม้ จากออสเตรีย, แอปริคอตสดและอบแห้งจากอิสราเอล และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย กว่า 160 บูธ ที่จะนำมาจำหน่ายในราคาพิเศษ รวมไปถึงการร่วมสนุกกับการจับรับรางวัลใหญ่ ที่ร้านจำหน่ายคูปอง รัฟเฟิล โดยมีของรางวัลกว่า 300 รางวัล ไม่ว่าจะเป็น ตั๋วเครื่องบิน, บัตรรับประทานอาหาร, คอร์สสปา, เครื่องใช้ไฟฟ้า, บัตรเข้าพักรีสอร์ท และโรงแรมชั้นนำ เป็นต้น“

ด้าน มาดามชุงวา โอ ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า “ปีนี้สมาคม YWCA กรุงเทพฯ ครบรอบ 70 ปี ของการก่อตั้ง โดยงาน YWCA เป็นหนึ่งในพันธกิจจัดหาทุนที่สำคัญของสมาคม เริ่มแรกของการจัดงานบาซาร์ เป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสบาซาร์ โดยเริ่มจัดในปี ค.ศ.1953 ที่สมาคมไวดับยู ซี เอ ถนนสาทร จากนั้นเป็นการจัดงานอินเตอร์แนลชันแนล บาซาร์ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก่อนจะย้ายไปจัดที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จนถึงปัจจุบันและได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 64 แล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานนี้จะยังคงได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนต่อไปในอนาคต”

ลานทิพย์ ทวาทศิน รองประธานร่วมและคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า “รายได้จากการจัดงานในครั้งนี้จะนำไปช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ ด้านสังคมสงเคราะห์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด้านสุขอนามัย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน ชุมชน ส่งเสริมสถานภาพเด็กและสตรี ทุนการศึกษา ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั้งในและต่างประเทศ เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา โครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และโครงการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และอีกหลาย มูลนิธิ ช่วยนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่น้ำท่วมต่างๆ สภากาชาดไทย นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในประเทศไทยและต่างประเทศด้วย”

ทั้งนี้ งาน “เทศกาลออกร้านนานาชาติ 64th YWCA Diplomatic Charity Bazaar 2017” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2560 ณ ชั้น 1,2,3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทั้งหมด มอบให้กับโครงการการกุศลและมูลนิธิต่างๆ ต่อไป

มาดามโอลกา บาร์สคายา

มาดามโอลกา บาร์สคายา
ลานทิพย์ ทวาทศิน

ลานทิพย์ ทวาทศิน
สินค้าจาก อิตาลี

สินค้าจาก อิตาลี
สินค้าจาก ไอร์แลนด์

สินค้าจาก ไอร์แลนด์

Trend Canvas Explore กระเป๋าถือสุดคลาสสิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297040

Trend Canvas Explore กระเป๋าถือสุดคลาสสิก

Trend Canvas Explore กระเป๋าถือสุดคลาสสิก

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คอลเลคชั่นใหม่ “Trend Explore”

แบรนด์ Trend เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “Trend Explore” ผลิตจากวัสดุ Canvas กุ้นด้วยหนังแท้ มีน้ำหนักเบา กันน้ำ กันรอยขีดข่วนโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “กลุ่มกะลาสีเรือ” จนออกแบบเป็นลายปริ้นท์เชือกเพื่อแสดงถึงไลฟ์สไตล์ที่ชอบท่องเที่ยว และชอบค้นหาสิ่งใหม่ๆ Canvas รุ่นนี้ได้มีการตัดเย็บแบบพิถีพิถัน มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีน้ำตาล พร้อมแถมพวงกุญแจน้องหมา Beagle เข้ากันสุดๆ

นอกจากนี้ยังมี รุ่นพิเศษ ใช้ได้ 2 แบบ มีสายโซ่ใช้สะพายก็คล่องตัว หรือ นำกระเป๋ามาถือแบบเก๋ๆ ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลายใช้ในทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นงานสังสรรค์ วันทำงาน หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ตอบโจทย์สำหรับสาวๆ รุ่นใหม่ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์อิสระ เชิญชมและเลือกซื้อสินค้าทุกสาขาทั่วประเทศ

แก้ไขปัญหาร่องใต้ตาลึก เพื่อความสดใสให้ใบหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297042

แก้ไขปัญหาร่องใต้ตาลึก เพื่อความสดใสให้ใบหน้า

แก้ไขปัญหาร่องใต้ตาลึก เพื่อความสดใสให้ใบหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พญ.เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร กับ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ ดวงตาที่กลมโตเป็นประกาย สดใสไม่มีริ้วรอย จะทำให้ หนุ่มๆสาวๆดูมีเสน่ห์ชวนมอง แต่ด้วยสาเหตุหลายประการทั้งอายุ และมลภาวะภายนอก ทำให้บริเวณรอบดวงตามีปัญหา ทั้งรอยคล้ำ เป็นตาแพนด้า ริ้วรอย จนดูโทรมแลดูแก่เกินวัย

แต่สำหรับ “ดร.บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” กลับไม่มีปัญหา เห็นได้จากปัจจุบันเธอยังคงความสวยไว้เสมอ เสมือนหยุดอายุ สมกับดีกรีนางสาวไทยปี 2543 ทั้งๆที่ช่วงนี้ ดร.บุ๋มมีงานชุก อาทิ พิธีกร, นักธุรกิจนักแสดง, อาจารย์, พรีเซ็นเตอร์ และวิทยากร

ซึ่งเคล็ดลับในการคงความสวยของใบหน้าและดวงตาเธอบุ๋ม-ปนัดดา เผยว่า ให้ความสำคัญกับการดูแลใบหน้าเป็นอย่างมาก เธอบอกว่านอกจากดูแลด้วยตนเอง ด้วยการออกกำลังกาย ดูแลเรื่องอาหารแล้ว ยังต้องปรึกษาแพทย์ความงามเพื่อเติมเต็มความสวยอีกด้วย

จากการพูดคุยกับคุณหมอเกรซ-พญ.เสาวภาคย์พงศ์ศศิธร แห่ง Doctorgrace Clinic ทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆว่า สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าและดวงตาส่องประกายมีเสน่ห์ชวนให้สะดุดตามากขึ้นนั้นมาจาก ดวงตาที่กลมโตดูสดใส ไร้ริ้วรอย ไม่เป็นร่องลึก หากแต่ใครที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึก มีรอยคล้ำ ริ้วรอยที่เห็นได้ชัดเจนบริเวณรอบดวงตา ก็อาจจะทำให้สูญเสียความมั่นใจเป็นธรรมดา หลายๆ คนก็คงหาวิธีที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่

โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดร่องใต้ตาลึกนั้นมีมาจากทางกายภาพ จะแบ่งได้เป็นในคนอายุน้อย เกิดได้จากโครงกระดูกช่วงเบ้าตาและใต้ตาที่เจริญเติบโตไม่ดี ทำให้ไม่มีตัวค้ำยันเนื้อเยื่อใต้ตา เกิดให้เห็นเป็นถุงใต้ตาและร่องใต้ตาได้เห็นคนที่มีอายุมาก แต่มีลักษณะของผิวที่ยังตึงไม่หย่อนยาน

ในคนอายุมากมีได้จากหลายสาเหตุ  ไม่ว่าจะเกิดจากการยุบตัวของกระดูกเบ้าตา, การยุบตัวของชั้นเนื้อเยื่ออ่อนทั้งชั้นไขมันและกล้ามเนื้อ, การหย่อนของผิวหนังชั้นบนและการยืดออกของชั้นกล้ามเนื้อรอบดวงตา, การยืดออกของเส้นเอ็นที่ยึดผิวหนังไว้กับกระดูกเบ้าตา

ดร.บุ๋มเล่าว่า หมอเกรซได้แนะนำ วิธีการแก้ไขปัญหาร่องใต้ตาลึก คือ ในกรณีที่ไม่อยากทำการเติมเต็มหรือศัลยกรรมใดๆก็มีทางออกได้โดยการแต่งหน้าโดยการใช้เบสปรับสภาพผิวบริเวณรอบดวงตา  เริ่มจากแตะเนื้อครีมไปยังบริเวณรอบดวงตาแล้วทำการเกลี่ยเบาๆ ให้เนื้อเบสเรียบเนียน จะช่วยกลบปัญหาร่องตาลึกและปรับสีผิวรอบดวงตาให้ดูสดใสได้ชั่วคราว

นอกจากนี้ยังมีการใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งจะได้ผลดีหากเกิดมากจากสาเหตุมีการเคลื่อนตัว ทะลักของถุงไขมันใต้ลูกตาออกมามาก ร่วมกับมีการยืดยายออกของผิวหนังทำให้มีผิวหนังเกิน  แต่ถ้าหากมีการเอาไขมันบริเวณใต้เปลือกตาล่างออกมากจนเกินไป รวมไปถึงการตัดแต่งเปลือกตาบน ก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาร่องตาลึกหรือเบ้าตาโบ๋ตามมาได้เช่นกันเนื่องจากการตัดหนังที่ชั้นเปลือกตาบนออกมาเกินจะทำให้เสียรูป ส่งผลทำให้ใต้ตาเป็นร่องยุบลึกลงไปและเปลือกตาบนก็มีชั้นตาที่ลึกมากเกินไปคล้ายสระอิหางตาดูเหมือนจะตกลง ทำให้ใบหน้าดูอิดโรยไม่สดใส อีกด้วย

หมอเกรซ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการใช้สารเติมเต็มว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่องใต้ตาไม่ลึกหรือกว้างมากนัก โดยนำสารสังเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับสารที่มีอยู่ในร่างกายอย่าง ไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เติมเต็มเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณใต้ตาที่มีปัญหาร่องลึก ด้วยเทคนิค Dermo Touch Eye Filler Technique นั่นเอง เทคนิคนี้จะเป็นการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาทีละน้อยๆ เพียงจุดละ 0.01 cc. เท่านั้น เทคนิคนี้จะทำให้เกิดการกระจายตัวฟิลเลอร์ในการฉีดไม่ให้กระจุกเป็นก้อน รวมถึงมีการใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่น้อยลง ประกอบกับเทคนิคที่ฉีดบริเวณชั้นผิวหนังที่ตื้นเท่านั้น ทำให้ผลข้างเคียงหรือปัญหาที่ตามมานั้น แทบไม่พบเจอเลย จากเทคนิคเดิมๆ ที่ฉีดแล้วฟิลเลอร์เป็นก้อน ไหลไปตามจุดต่างๆ หรือมีการฉีดเข้าไปในส่วนที่ลึกเกิน ทำให้เส้นเลือดอุดตัน ส่งผลทำให้เสี่ยงต่ออาการตาบอดได้ง่าย

แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกใช้แนวทางการแก้ไขด้วยวิธีใดควรศึกษาข้อมูลและเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและปลอดภัยได้อย่างที่ต้องการ