คุณแหน : 19 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298245

คุณแหน

Kunnae

คุณแหน : 19 ตุลาคม 2560

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ธานินทร์ พานิชชีวะ แห่งทางยกระดับดอนเมือง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งจะไปร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการยกเว้นค่าผ่านทางโทลล์เวย์ทุกด่าน 26 ต.ค. ตั้งแต่ 00.01-24.00 น. เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้…

ll พระครูกิตติธรรมเจดีย์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมกิตติ ต.แม่แฝก จ.เชียงใหม่ ทำไวนิล รูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ติดรอบภายในโบสถ์มาร่วมปี ได้จิตใจชาวเชียงใหม่มาก ..ต่อไปถึงงานประจำปีของวัดจัดพิธีสืบชะตาหลวงและทอดกฐินสามัคคีสมทบทุนพัฒนาวัดและสร้างบันไดพญานาค ท้าวบดินทร์ชัยนาคราช-ท้าวไพรีพินาศนาคี ขึ้นวัดพระธาตุจอมกิตติ  22 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00 น. กองละ 19,999 บาท จำนวน 22 กอง ร่วมทำบุญผ่าน “คุณแหน” ยินดีเป็นบันไดบุญ ได้ที่ 02-5212690…

ll พลเอกเฟื่องเฉลย อนิรุทธเทวา ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบด้วยวัยชรา เมื่อ 16 ต.ค.เวลา 14.00 น.เพื่อความเหมาะสมและกอปรกับสถานการณ์ปัจจุบันจึงได้กำหนดพิธีสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.-3 พ.ย. ณ วัดโสมนัสราชวรวิหาร…พ.ต.อ.เทวานุวัฒน์-พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา บุตรผู้วายชนม์ฝากเรียนมา ณ โอกาสนี้…

ll วันเกิด ดร.อำพน กิติอำพนที่ผ่านมา มีญาติมิตรนำกระเช้าอวยพรมากมาย แต่เจ้าตัวนำกระเช้าทั้งหมดไปมอบให้ คุณแม่วลี กิติอำพน ให้แม่ของลูกได้ชุ่มชื่นหัวใจ เป็นยาชนิดดี…

ll ฝนตก น้ำท่วมใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่าน ซอยทองหล่อ 21 เปลี่ยนจากถนนกลายเป็นคลองในบัดดล อธิบดี สุรพล จุลเจริญต้องงดวิ่งออกกำลัง แต่ภรรยา ดร.วันดี กุญชรยาคงจุลเจริญ ยังคงนำผลไม้ขนมอร่อยแจกจ่ายเพื่อนบ้านปฏิบัติเหมือนเคย…

ll เตรียมงานใหญ่น้อมถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ในฐานะเป็นข้าราชบริพาร ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ไม่สามารถปลีกตัวมาร่วมสังสรรค์กับเพื่อนวัฒนา 86 ที่ Polo Cub มีแต่ ม.ร.ว.อัจฉริยาคงศิริ, อรวรรณ เที่ยงธรรม, พญ.พร้อมจิตต์เมฆานันท์…

ll วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รักษาการรองกก.ผอ.ใหญ่ สายการพาณิชย์ (DN) ใหม่ การบินไทยเป็นปีติที่ยอดบริจาคเงินจุลกฐินที่ตนรับมาได้ยอดถวายวัดเพื่อกิจของสงฆ์ได้เงินเกินล้าน…

ll สวดพระอภิธรรม วรรณี พงศ์พิสุทธิ์ มารดา นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์ กก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยณ ศาลากลาง(ใหญ่) วัดแสนสุข มีนบุรี ระหว่าง 19-23 ต.ค.19.00 น. พระราชทานเพลิง 24 ต.ค.17.00 น….

llหลังจากแพทย์งดผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ จริญญา อภิจารีย์เปรยๆ กับลูกๆ ว่าถ้าแม่เป็นอะไรไปช่วงอากาศเย็นให้สั่งผ้าพันคอของร้านศิลปาชีพแจกผู้ไปร่วมงาน แต่ถ้าอยู่ในช่วงหน้าร้อนขอให้สั่งพัดจากสเปน..ละเอียดรอบคอบและรู้เท่าทันจิต…ll

น้อง

DITP จัด เวิร์คช็อปอบรมผู้ประกอบการ สตาร์ท อัพ (Start-up)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298177

DITP จัด เวิร์คช็อปอบรมผู้ประกอบการ สตาร์ท อัพ (Start-up)

DITP จัด เวิร์คช็อปอบรมผู้ประกอบการ สตาร์ท อัพ (Start-up)

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 19.00 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หวังสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดประสบการณ์  ระดมจัดกิจกรรมแน่น ในงาน “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ครบครันที่สุดในภูมิภาค รวบรวมกูรูด้านสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และนักการตลาด เผยเทคนิคประสบความสำเร็จลุยตลาดส่งออกดันไทยเป็นฮับสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาค

จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITPกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งาน “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาคที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17 – 21 ตุลาคมศกนี้ กรมฯ มีการจัดกิจกรรมอบรม เสวนา และเวิร์คช็อป(Workshop) มากมายเพื่อให้ความรู้ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจจะประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ซึ่งในแต่ละกิจกรรมจะมีทั้งการบรรยาย เทคนิค ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มสินค้า และยังมีการจัดเวิร์คช็อปที่จะเปิดโอกาสให้ ผู้เข้าร่วมอบรมได้ลงมือปฏิบัติ  เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของทุกฝ่าย ก่อให้เกิดผลได้จริงซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำไปใช้ต่อยอด ประกอบธุรกิจและไปปรับใช้ในการทำธุรกิจและทำตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ได้ในอนาคต”

ทั้งนี้กิจกรรมและเวิร์คช็อปที่จะทำมีหลากหลายในแต่ละวัน ประกอบด้วยในวันอังคารที่ 17ตุลาคม จะมีเวิร์คช็อปประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จากหญ้าแฝก และเวิร์คช็อปการทำลิปกลอสจากสมุนไพร ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจในตลาดต่างประเทศที่ต้องการสินค้าที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมพิเศษของกรม DITP ที่ผู้ประกอบการตั้งตารอในทุกปี ในวันพุธที่ 18 ตุลาคม กับกิจกรรมExport Clinic 2017 เจาะลึกโอกาสตลาดต่างประเทศกับกูรูพาณิชย์ ที่บินตรงมาจากสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ จากประเทศต่างๆ  เน้นให้ความรู้เชิงลึกเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพไปยังกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก, กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก, เมืองแฟรงก์เฟิร์ต  และเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี, เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และกิจกรรมสัมมนาเจาะลึกตลาด  “STYLE” แฟชั่นสู่ตลาดสแกนดิเนเวีย และเสวนา เรื่อง ประสบการณ์ “จากตลาดไทยไปตลาดโลก”โดยผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดส่งออกจริง อาทิ แบรนด์QUALY  แบรนด์ DEESAWAT และแบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังมาแรง BLACK SUGAR

ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม ต่อเนื่องกับกิจกรรมเวิร์คช็อปทำลิปกรอสสมุนไพร และเวิร์คช็อปทำโคมไฟญี่ปุ่นสร้างลวดลายด้วยตัวเองและสัมมนา “ร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมขนาดรูปร่างคนไทย” รู้จริงถึงความต้องการเฉพาะของกลุ่มคนไทย เพื่อผลิตสินค้าให้ตอบโจทย์กับความต้องการอย่างแท้จริง งานเสวนา
“2017 Taiwan Design Power Talk  หัวข้อ “Technology x Design x Product” ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจตลาดไต้หวันอย่างลึกซึ้งถึงแก่น  และ ยังมีเสวนาเรื่อง  Life+Style : Thailand 4.0 โดยแฟชั่นกูรู และใน วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พบกับเสวนาน่าสนใจ ในหัวข้อ “Concept Store Showcase” อัพเดทเทรนด์และแนวคิดทันสมัย โดยศิลปิน นักแสดงชื่อดัง ได้แก่ เก้า-จิรายุละ อองมณี, ฟิลลิปส์ ทินโรจน์The Face Men Thailand, พลอย จริยเวช และน็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ และปิดท้ายด้วยกิจกรรมเวิร์คช็อปประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จากหญ้าแฝก ในวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม

เตรียมพบกับงาน “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาค จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 ถึง 21 ตุลาคมนี้   (สำหรับวันเจรจาธุรกิจ คือวันที่ 17-19 ตุลาคม 2560ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ส่วนวันจำหน่ายปลีก วันที่ 20- 21ตุลาคม 2560 ตั้งแต่วเลา 10.00 -21.00 น.)    ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

‘แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค’ชวนคู่รักร่วมงานเปิดตัวเวดดิ้ง แฟร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298176

'แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค'ชวนคู่รักร่วมงานเปิดตัวเวดดิ้ง แฟร์

‘แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค’ชวนคู่รักร่วมงานเปิดตัวเวดดิ้ง แฟร์

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.

แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriot Marquis Queen’s Park) เตรียมถ่ายทอดรูปแบบการนำเสนอพิธีแต่งงานอันแสนโรแมนติก ด้วยการจัดงานเปิดตัว เวดดิ้ง แฟร์ (Wedding Fair) ครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 4 และวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2560 ณ ห้องไทยจิตรลดา บอลรูม (Thai Chitlada Ballroom) ของโรงแรม โดยงานครั้งสำคัญนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคู่บ่าวสาวในอนาคต พร้อมด้วยกิจกรรมหลากหลาย ซึ่งรวมไปถึงแฟชั่นโชว์ชุดแต่งงาน ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ เครื่องประดับ พร้อมคำปรึกษาจากทีมเวดดิ้งของโรงแรมซึ่งอาจจะเป็นโอกาสให้คู่บ่าวสาวตัดสินใจจองสถานที่สำหรับ “วันสำคัญ” ของพวกเขา!

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น! สำหรับบ่าวสาวห้าคู่แรกที่จองการจัดงานแต่งงาน* ณ โรงแรมของเราภายในงานเวดดิ้ง แฟร์ จะได้รับแพ็คเกสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งฟรี หรือเลือกเป็นงานเลี้ยงอาฟเตอร์ ปาร์ตี้ สุดครื้นเครง!

และสำหรับคู่แรกที่เซ็นสัญญาจองภายในงานนี้ยังจะได้รับบัตรกำนัลที่พักฟรี ภายในห้องพักสุดหรู สกาย สวีท (Sky Suite) ขนาด 750 ตารางเมตร พร้อมด้วยระเบียงชมท้องฟ้าส่วนตัว ซึ่งนั่นหมายความว่าบนชั้น 37 ทั้งหมดของเราจะกลายเป็นเสมือนเพนท์เฮาส์ส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคุณในระหว่างงานแต่งงาน!

ขณะเดียวกันโรงแรมของเรายังมอบโอกาสให้กับคู่บ่าวสาวที่ไม่สามารถเข้าร่วมในงานเวดดิ้ง แฟร์ ได้ โดยพวกเขาสามารถจองการจัดงานแต่งงาน* ณ แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ได้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2560 พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมาย รวมไปถึง บาร์ค็อกเทลเคลื่อนที่ขนาดย่อมฟรี พร้อมเสิร์ฟด้วยป็อบคอร์นคั่วแบบโบราณสำหรับแขกจำนวน 200 ท่าน (สำหรับการจองมูลค่า 300,000 บาท); หรือฟรีค็อกเทลไนโตรเจนช็อต สำหรับแขกจำนวน 300 ท่าน (สำหรับการจองมูลค่า 600,000 บาท); และฟรีไอศกรีมไนโตรเจน สำหรับแขกจำนวน 400 ท่าน (สำหรับการจองมูลค่า 800,000 บาทขึ้นไป)

และท้ายสุด กับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซี (KTC) รวมไปถึงเซ็นทรัล กิฟต์ การ์ด (Central Gift Cards) ยังได้รับบริการอาหารมื้อพิเศษ ซันเดย์ บรันช์ (Sunday Brunch) ฟรี ณ โกจิ คิทเช่น + บาร์ (Goji Kitchen + Bar) และสำหรับผู้ที่ใช้จ่ายสูงสุดภายในงานเวดดิ้ง แฟร์ จะได้รับจี้ไข่มุกและเพชรล้ำค่าจากแบรนด์เมส เชอรีส (Mes Cheries) อีกด้วย!

แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ถือเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์สำหรับทุกๆ สไตล์และขนาดของการจัดงานแต่งงาน นับจากพิธีตามประเพณีของไทย และจีนคลาสสิค ไปจนถึงการจัดงานแต่งงานโทนสีขาวสไตล์ตะวันตก และการเฉลิมฉลองสไตล์อินเดียอันงดงามวิจิตร

ด้วยพื้นที่จัดงานอันหลากหลายทั้งด้านในและกลางแจ้งมากกว่า 35 แห่งของโรงแรม รวมไปถึงห้องไทยจิตรลดา บอลรูม (Thai Chitlada Ballroom) ขนาด 1,261 ตารางเมตร ห้องศาลาไทย บอลรูม (Sala Thai Ballroom) ขนาด 588 ตารางเมตร และการ์เด้น แอท ควีนส์ ปาร์ค (Garden at Queen’s Park) ขนาด 482 ตารางเมตร บวกด้วยสระว่ายน้ำกลางแจ้งสองแห่ง ที่พร้อมมอบพื้นที่อันแสนโรแมนติกและวิเศษสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับใต้แสงดาว

ด้วยทีมเวดดิ้งมืออาชีพด้านวางแผนการจัดงานแต่งงาน พร้อมด้วยเทคโนโลยีภาพและเสียงอันล้ำสมัย บริการด้านอาหารสุดสร้างสรรค์ และตัวเลือกของผู้บริการด้านการจัดงานแต่งงานที่มีให้อย่างมากมาย แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค จึงสามารถสร้างความมั่นใจเพื่อที่จะเนรมิตงานแต่งงานในฝันของคุณให้เป็นจริง!

* สำหรับการจอง คู่บ่าวสาวต้องเซ็นสัญญาการจองและจ่ายเงินประกันเบื้องต้นสำหรับการจัดงาน ที่มีค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 250,000 บาท โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและสัญญาที่กำหนด

รายละเอียดงานเวดดิ้ง แฟร์:

เวลา: 10.00 – 20.00 น.

วันที่: วันเสาร์ที่ 4 และวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2560

สถานที่: ห้องไทยจิตรลดา บอลรูม, แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

เกี่ยวกับโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ ปาร์ค

โรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นโรงแรม แมริออท มาร์คีส์ แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ ปาร์ค  (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) จึงกลายเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ ณ ใจกลางมหานครของไทย โดยนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ซึ่งรวมไปถึงห้องพักและห้องสวีท 1,360 ห้อง กับพื้นที่ใช้สอย 5,000 ตารางเมตร ทั่วสถานที่จัดเลี้ยงและห้องประชุมสัมมนากว่า 35 แห่งของโรงแรม พร้อมด้วยห้องบอลลูมใหญ่ 3 ห้อง และยังมีพื้นที่ใช้สอยกลางแจ้งที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังนำเสนอด้วยสระว่ายน้ำภายนอกสองแห่ง ห้องควอน สปา (Quan Spa) กับหลากหลายห้องอาหารและบาร์อีกมากมาย โดยตั้งอยู่ ณ ใจกลางเมืองบนถนนสุขุมวิท รายล้อมด้วยศูนย์กลางธุรกิจและความบันเทิง โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ ปาร์ค จึงเหมาะที่จะเป็นตัวเลือกอันสมบูรณ์แบบสำหรับเหล่านักเดินทางสู่เมืองอันเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและสีสันแห่งนี้

“ดิโอดล์สยาม ช้อปปิ้ง พลาซ่า” ศูนย์การค้าสุดคลาสสิกแห่งเกาะรัตนโกสินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298175

“ดิโอดล์สยาม ช้อปปิ้ง พลาซ่า” ศูนย์การค้าสุดคลาสสิกแห่งเกาะรัตนโกสินทร์

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.00 น.

ศูนย์การค้า ดิ โอลด์สยาม ช้อปปิ้ง พลาซ่า (THE OLDSIAM SHOPPING PLAZA)แหล่งรวมเสื้อผ้า เครื่องประดับ ผ้าไหม และขนมไทยตอกย้ำความเป็นศูนย์รวมผ้าไหมจากทั่วทุกภาคใจกลางเมืองคัดสรรร้านจำหน่ายผ้าไหมไทยคุณภาพในที่เดียวพร้อมต้อนรับลูกค้าทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ 10.00-19.00 น.

“ดิ โอลด์สยาม ช้อปปิ้ง พลาซ่า” ศูนย์การค้าสุดคลาสสิคในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพมหานคร โอบล้อมด้วยถนนสายการค้าทั้ง 4 คือ เจริญกรุง บูรพา พาหุรัด และตรีเพชร  สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นไทย และ ศิลปะตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างงดงามและโดดเด่นสำหรับใครชื่นชอบและนิยมความเป็นไทยแล้ว ดิ โอลด์ สยาม ถือเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งรวม เสื้อผ้า เครื่องประดับ ผ้าไหม และขนมไทยขึ้นชื่อยังมีร้านปืน ซุ้มพระเครื่อง ศูนย์ขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิด และศูนย์ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ไว้คอยบริการอีกด้วย

ความโดดเด่นของ ดิ โอลด์สยาม ช้อปปิ้ง พลาซ่าที่นักชิมและนักช้อปทราบกันดี คือเป็นแหล่งรวมขนมไทยสูตรต้นตำรับอาทิ เช่น “ร้านคุณจิ๋มขนมไทย”ซึ่งมีสารพัดขนมอร่อยให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น ปลากริมไข่เต่า ฟักทองแกงบวด ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวเปียก สาคูเปียก และบัวลอยเผือก“ร้านขนมเบื้องวังเดิม” ที่มีการสืบทอดวิธีการทำแป้งจากต้นตำรับ และมีการตั้งเตาละเลงขนมให้ได้ชมกันสด ๆ ทั้งไส้หวานไส้เค็ม รวมถึงร้าน “ขนมหวานแม่นิด”  จากย่านบางกรวยที่มีชื่อเสียงด้านขนมไทย โดยมีการทำทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง และเม็ดขนุนกลางลานเฟื่องนคร

นอกจากนี้ ณ ลานมิ่งเมือง ยังเป็นศูนย์รวมเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า สร้อยคอ ฯลฯ ซึ่งมีร้านค้าให้เลือกหลากหลายรูปแบบเหมาะสำหรับคุณสุภาพสตรีได้เลือกสรร ส่วนชั้น 2 เป็นแหล่งรวมผ้าไทยคุณภาพดี จากทั่วทุกภาคของประเทศ  โดยเฉพาะ “ผ้าไหมไทย” ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติ ที่มีการสืบสานต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อและสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยมายาวนาน

ดิโอลด์ สยาม ช้อปปิ้ง พลาซ่ามีทั้งร้านค้าที่จำหน่ายผ้าไหมชิ้น และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากผ้าไหมนานาชนิดเหมาะสำหรับคุณสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี แฟชั่นผ้าไหมไทย กระโปรงผ้าไหมและยังมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากผ้าไหม เช่น ผ้าพันคอ เนคไท ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายโดยมีร้านค้าให้เลือกซื้อจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ โดยมีทั้งขายปลีกและขายส่ง จึงเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบผ้าไทยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ดังนั้นการมาเลือกซื้อผ้าไหมที่ดิโอลด์สยามผู้บริโภคจะได้ผ้าไหมคุณภาพดีในราคาที่พึงพอใจและที่สำคัญเป็นผ้าไหมคุณภาพจากฝีมือชาวบ้านในท้องถิ่นจริงๆ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้และสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

 เลือกชม ช้อป ชิลล์ ได้ที่ศูนย์การค้า ดิโอลด์สยาม ช้อปปิ้ง พลาซ่าแหล่งรวมเสื้อผ้า เครื่องประดับ ผ้าไหมและขนมไทยได้ทุกวันตั้งแต่ 10.00 ถึง 19.00 . ดูรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ http://www.theoldsiam.co.th,www.facebook.com/Theoldsiamshoppingplazaเบอร์ 02-226-0156 ถึง 8

‘ธ.กรุงเทพ-ประพันธ์สาส์น’ จัดโครงการ ‘อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์’ ปีที่ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297978

‘ธ.กรุงเทพ-ประพันธ์สาส์น’ จัดโครงการ  ‘อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์’ ปีที่ 3

‘ธ.กรุงเทพ-ประพันธ์สาส์น’ จัดโครงการ ‘อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์’ ปีที่ 3

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้ได้รับทุนมูลค่ารวม 8 แสนบาท

เพิ่มพูนความรู้ต่อยอดความคิดกับค่าย“วิจารณ์วรรณกรรม” ครั้งที่ 3 ตลอด 3 วัน 2 คืน กับ โครงการ “อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์” ปีที่ 3 ณ อาศรมวงศ์สนิท จ.นครนายก ที่ผ่านมานี้ โดยค่ายฯ หวังให้ความรู้ แนวทาง หลักคิดในการจับประเด็นการวิจารณ์ แก่น้องๆ ผู้ผ่านเข้ารอบ โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด และผลิตภัณฑ์แอร์โรว์  ที่ให้โอกาสและส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้พัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านของน้องๆ เยาวชนไทยให้มีรากฐานที่แข็งแรง

ทางด้าน อาทร เตชะธาดา กรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการฯ กล่าวว่า ได้จัดโครงการ“อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์” สืบเนื่องเป็นครั้งที่ 3 เริ่มขึ้นเมื่อ 1 พ.ค. 2560 สิ้นสุด 8 ต.ค. 2560  เป็นโครงการฯ ที่มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน-นักศึกษา รวมมูลค่าทุนการศึกษาจำนวนสุทธิ 800,000 บาท ที่ทางธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้มอบให้กับผู้ที่ผ่านเข้ารอบโดยตรง โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาจำนวน 40 ทุน ทุนละ 20,000 บาท

การจัดค่ายฯ ในครั้งที่ 3 นี้ ได้คัดเลือกน้องที่มีคุณภาพจากผู้เข้าสมัครจำนวนมาก ประโยชน์ของการเข้าค่ายในครั้งนี้คือ น้องๆ ได้ร่วมกิจกรรมเสริมความรู้เรื่องงานวิจารณ์และได้ฝึกปฏิบัติจริง โดยมีทฤษฎีวรรณกรรมต่างๆ เสริมเข้ามาด้วยซึ่งเกิดประโยชน์ต่อตัวเยาวชนเองและเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่การจัดค่ายฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีศักยภาพมากขึ้น

การวิจารณ์นั้นแตกต่างจากการเขียนเพื่อนำเสนอเนื้อหาทั่วไป ปัจจุบันนี้มักจะพูดเรื่องการเขียนและการวิจารณ์สลับกันไป-มา ซึ่งในค่ายวิจารณ์วรรณกรรมได้เชิญอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญศาสตร์และศิลป์ที่หลากหลายนำโดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (ศิลปินแห่งชาติ 2536 สาขาวรรณศิลป์) มามอบความประทับใจ “สุนทรียรสบทกวี”, นิเวศน์กันไทยราษฎร์ ทำกิจกรรม “อุ่นเครื่อง” และชมัยภร (บางคมบาง) แสงกระจ่าง, วีระศักดิ์จันทร์ส่งแสง, จรูญพร ปรปักษ์ประลัยมาให้ความรู้ในหัวข้อ “หลักการวิจารณ์และการเขียนบทวิจารณ์ให้มีสีสัน” และ Ms.AsmaNadia นักเขียนชื่อดังจากอินโดนีเซีย พูดคุยเรื่อง “แรงบันดาลใจและงานเขียน” ในกิจกรรมเข้าค่ายฯ นี้มีการฝึกอบรมติวเข้มโดยจะให้น้องๆ ฝึกปฏิบัติเขียนบทวิจารณ์ด้วยตนเองโดยแบ่งกลุ่มเขียนบทวิจารณ์งานประเภทสารคดี เรื่องสั้นและกวีนิพนธ์ โดยมีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิให้ข้อแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจบทวิจารณ์ในค่ายฯ ซึ่งความรู้จากค่ายวิจารณ์วรรณกรรมแห่งนี้  น้องๆ ที่มาเข้าร่วมจะสามารถนำความรู้หลักการวิจารณ์ นำไปต่อยอดได้ในงานต่างๆ ได้ เมื่อเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในสังคม ก็สามารถจับประเด็นในการวิจารณ์ไปใช้ในสายงานวิชาชีพที่ตนเองเลือก อีกทั้งพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำในด้านต่าง ๆ ต่อไปได้

อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ “สุนทรียรสบทกวี”

อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ “สุนทรียรสบทกวี”
กลุ่มกวีนิพนธ์

กลุ่มกวีนิพนธ์
กลุ่มเรื่องสั้น

กลุ่มเรื่องสั้น
กลุ่มสารคดี

กลุ่มสารคดี
Ms.Asma Nadia นักเขียนชื่อดังจากอินโดนีเซีย

Ms.Asma Nadia นักเขียนชื่อดังจากอินโดนีเซีย
จรูญพร ปรปักษ์ประลัย, วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง และ ชมัยภร (บางคมบาง) แสงกระจ่าง

จรูญพร ปรปักษ์ประลัย, วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง และ ชมัยภร (บางคมบาง) แสงกระจ่าง
นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ในกิจกรรม “อุ่นเครื่อง”

นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ในกิจกรรม “อุ่นเครื่อง”
ขอบคุณคณะอาจารย์และผู้ใหญ่ใจดี

ขอบคุณคณะอาจารย์และผู้ใหญ่ใจดี
ผู้ชนะ 40 คน

ผู้ชนะ 40 คน
อาทร เตชะธาดา กก.ผจก.สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น

อาทร เตชะธาดา กก.ผจก.สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น

ห้างดังจัดเทศกาลกินเจน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ‘เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298007

ห้างดังจัดเทศกาลกินเจน้อมถวายเป็นพระราชกุศล  ‘เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย’

ห้างดังจัดเทศกาลกินเจน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ‘เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เดอะมอลล์ ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด, บริษัท กรีนสปอตจำกัด, บริษัท แดรี่พลัส จำกัด, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ยูนิ-เพรสซิเด้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย” เชิญร่วมถือศีล กินเจ เพื่อกุศลมงคลแห่งชีวิต ภายในงานปีนี้ลิ้มรสกับเมนูเจสุดพิเศษรังสรรค์ขึ้นโดยใช้ข้าวจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมอาหารเจต้นตำรับทั้งคาวหวานจากร้านอาหาร และภัตตาคารชั้นนำทั่วประเทศกว่า 300 ร้านค้า รวมทั้งยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานในวันพฤหัสบดีที่19 ตุลาคม 2560 เวลา 11.00 น. พร้อมทรงปรุงเมนูอาหาร “ข้าวผัดแปดเซียนเสวยเจ” ณ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “๙ นี้เพื่อให้ ก้าวไปตามรอยพ่อ” ทำบุญกับผัดหมี่ฮ่องเต้เจกระทะยักษ์การกุศล เพียงชุดละ9 บาท หรือมากกว่าตามจิตศรัทธา รายได้จากการจำหน่ายโดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้ “มูลนิธิชัยพัฒนา” งานจัดระหว่างวันที่ 18-28 ตุลาคม 2560 ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ และแกรนด์ ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ ทุกสาขา, และวันที่ 18-25 ตุลาคม 2560 ณ อีเว้นท์ พอร์ท บลูพอร์ต หัวหิน…

กินเจ 9 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298008

กินเจ 9 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

กินเจ 9 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในช่วงเทศกาลกินเจของทุกปีตรงกับวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติแบบจีน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 20-28 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงแห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด โดยศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ จึงขอเชิญชวนพสกนิกรทุกท่านร่วมรับถือศีลและประทานอาหารเจ งดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยได้รวบรวมเมนูอาหารเจจากร้านอาหารชั้นนำกว่า 30 ร้าน ระหว่างวันที่ 20-28 ตุลาคม นี้ ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่

โดย ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชวนอร่อยอิ่มบุญกับหลากหลายเมนูอาหารเจเสริมสุขภาพที่รังสรรค์ขึ้นด้วยวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากร้านอาหารชื่อดังมากมายจากภัตตาคารชั้นนำในโซนกูร์เมต การ์เด้น อาทิ Another Hound Café นำเสนอเมนูออเดิร์ฟอย่าง ชิฟ แอนด์ ดิป, สปาเกตตีซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิล และฟรุตสลัดในเกล็ดน้ำส้ม ส่วนร้าน Salt & Pepper รังสรรค์เมนูพาสต้าเจ ที่มีทั้งสปาเกตตีปลาเค็มเจ,สปาเกตตีลูกชิ้นเจ และสปาเกตตีไส้กรอกเจ ร้านอาหารชื่อดังอย่าง แหลมเจริญ นำเสนอกว่า 18 เมนู ที่มีทั้งอาหารรับประทานเล่นและจานหลัก ส่วนที่สยามเซ็นเตอร์ ยกขบวนเมนูอาหารเจเสริมสุขภาพพร้อมเสิร์ฟ แบบไม่จำเจทั้งอาหารคาวและหวานGreyhound Café มาพร้อมเมนูเจสไตล์ใหม่ เช่น น้ำตกเห็ดและเต้าหู้, เส้นหมี่ผัดกระเฉด, สะเต๊ะเห็ดออรินจิ, สลัดฟักทองย่างและเต้าหู้, สาคูแคนตาลูปกรานิต้า และกล้วยไข่เชื่อม ร้านอาหารสุดชิคอย่าง Petite Audrey นั้น มีเมนูทั้งเต้าหู้ห่อมันม่วงทอด ที่เป็นอาหารทานเล่น และจานหลัก ข้าวหมูแดงเจ สปาเกตตีซอสทะเลเจแซ่บ และสปาเกตตีต้มข่าเห็ดออรินจิ ส่วน On The Table สร้างสรรค์เมนูอาหารเจในสไตล์ญี่ปุ่น อาทิ สลัดเทมปุระยำไทย, อุด้งผักรวมทอดเทมปุระ, ข้าวหน้าอโวคาโดเห็ดทอด และอโวคาโดเต้าหู้เย็น มาได้อย่างน่าลิ้มลอง ปิดท้ายด้วย สยามดิสคัฟเวอรี่ นำเสนอเมนูเจรสเลิศหลายสไตล์จากร้านอาหารดังทั้ง 6 ร้านใน My Kitchen ไม่ว่าจะเป็น ขนมจีนน้ำยาเห็ดเจ และ เห็ดสามอย่างนึ่งเชียงคานเจ จากร้าน Café Chilli, สลัดควีนัว และซุปรวมผักย่าง จากร้าน Kuppadeli, โรตีทอดเสิร์ฟพร้อมแกงเขียวหวานเต้าหู้ จากร้าน Everyday Thai Nara, เต้าหู้ผัดซอสเปรี้ยวหวาน และก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ราดหน้าผักเจ จากร้าน Man Fu Yuan, ข้าวห่อสาหร่ายไส้เห็ดหอม จากร้าน Yuzu รวมทั้งเมนูขนมหวาน ไอศกรีมมะขาม, ไอศกรีมแอปเปิ้ล และไอศกรีมมิกซ์เบอร์รี่เชอร์เบท จากร้าน Brix Dessert Bar

ร่วมถือศีลและรับประทานอาหารเจ 9 วัน เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ ในช่วงเทศกาลอาหารเจ ระหว่างวันที่ 20-28 ตุลาคม 2560 ณ ร้านอาหารชั้นนำศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-6581000 ต่อ 8212

ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกับ โรงเรียนมาแตร์เดอีฯ สร้างปรากฏการณ์คีตศิลป์ ‘เพลงพรแผ่นดิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298013

ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกับ โรงเรียนมาแตร์เดอีฯ สร้างปรากฏการณ์คีตศิลป์ ‘เพลงพรแผ่นดิน’

ศิลปินแห่งชาติ ร่วมกับ โรงเรียนมาแตร์เดอีฯ สร้างปรากฏการณ์คีตศิลป์ ‘เพลงพรแผ่นดิน’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ศิลปินแห่งชาติ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ร่วมมือกับโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย สร้างปรากฏการณ์คีตศิลป์เป็นครั้งแรก ออกมิวสิกวีดีโอ “เพลงพรแผ่นดิน” โดยนำทีมอาจารย์คีตศิลปินระดับประเทศ ขับร้องบท และมีคอรัสของนักเรียนโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถานศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงสองรัชกาลร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

อ.เนาวรัตน์กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรก ที่ร่วมกับ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย นำศิลปินคีตศิลป์ ประกอบด้วย ชูเกียรติ ฉาไธสง, ครูปอยซอ กฤษฎาธาร จันทะโก เนตไอดอล, อาจารย์ชิ สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ นักดนตรีและอาจารย์ด้านชาติพันธุ์ชาวปกาเกอะญอ มารวมตัวกัน มี จัสมิน พัชราวลี ดำรงค์ธรรมประเสริฐ เป็นผู้ขับร้องบทเพลง ซึ่งประพันธ์คำร้องโดย อ.เนาวรัตน์

ซึ่ง “เพลงพรแผ่นดิน” ของ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นั้น มีความพิเศษคือ เป็นบทเพลงที่ใช้ทำนองเพลงสุรินทราหู 2 ชั้น ซึ่งเป็นเพลงไทยเดิมสมัยกรุงศรีอยุธยา มีลีลาไพเราะ เย็นหู มาเรียบเรียงใหม่โดยใช้เครื่องดนตรีไทยทั้งซอด้วงของครูปอยและขลุ่ยของ อ.เนาวรัตน์ เครื่องดนตรีพื้นเมืองเตหน่ากูของ อ.ชิ ผสานกับเครื่องดนตรีสากลคือกีตาร์ของชูเกียรติ ร่วมบรรเลงอย่างกลมกลืน อ.เนาวรัตน์กล่าวว่า “ผมได้รับทางเพลงนี้จากครูต่อ โองการ กลีบชื่น ซึ่งให้ทางเพลงนี้แก่ท่านมานานแล้ว แต่ก็ยังหาเนื้อหาและคำร้องที่เหมาะสมกับความไพเราะของเพลงไม่ได้เสียที จวบจน
หลังจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของเราชาวไทย จึงสามารถกรองบทร้องให้กลมกลืนกับทำนองเพลงได้อย่างเหมาะสมลงตัว อยากให้เพลงนี้เป็นกำลังใจให้กับคนไทยทุกคนว่า แม้ในความเศร้าเสียใจแต่เราก็ยังมีความหวัง และต้องมุ่งมั่นที่จะสานต่อให้ประเทศไทยเป็นแผ่นดินทอง แผ่นดินธรรมตามพระราชปณิธานให้ได้ในที่สุด”

นอกจาก คีตศิลป์ระดับประเทศแล้ว MV “พรแผ่นดิน” ยังถ่ายทำในโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถานศึกษาของพระเจ้าอยู่หัว ถึงสองรัชกาล ซึ่งถือว่าเป็นกรณีพิเศษจริงๆ ที่ทางโรงเรียนอนุญาตให้มีการถ่ายทำ MV ในโรงเรียน โดยที่มีเด็กนักเรียนชั้นประถมโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยร่วมเป็นคอรัสในเพลงด้วย

ทั้งนี้ MV ดังกล่าวผลิตโดย “กลุ่มกวีบนถนน” ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มารวมตัวกันเพื่อสืบสานงานกวีในรูปแบบร่วมสมัย นำโดย ประคำกรอง พงษ์ไพบูลย์, อ.ฐานชน จันทร์เรือง (นายท่าน), อ.เชิดศักดิ์ ประทุมศรีสาคร, ศรัณย์ เสมาทอง นักเขียนอิสระ และ อภิสมัย ภาวะสิทธิโชติ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียว โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายในครั้งนี้ มุ่งหวังให้ทุกคนที่ได้ฟังเพลงนี้จะได้รับพลังใจ สานต่อพระราชปณิธานเพื่อก้าวต่อไปอย่างเปี่ยมความหวังน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

ปลายฝนต้นหนาวเสี่ยงอับชื้น โรคผิวหนังจากเสื้อผ้าหนาและรัดรูป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/298015

ปลายฝนต้นหนาวเสี่ยงอับชื้น โรคผิวหนังจากเสื้อผ้าหนาและรัดรูป

ปลายฝนต้นหนาวเสี่ยงอับชื้น โรคผิวหนังจากเสื้อผ้าหนาและรัดรูป

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในช่วงปลายฝนต้นหนาวของประเทศไทยช่วงนี้ นับว่าเป็นฤดูกาลที่เสี่ยงต่อการก่อให้เกิดโรคผิวหนังที่มาจากสาเหตุของความสกปรกและอับชื้น ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว และมีฝนตกชุก บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคต่างๆ สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายวันนี้คุณหมอจะมาแนะนำวิธีการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคผิวหนัง

แพทย์หญิงชญาดา ชัยบุตร แพทย์ด้านผิวหนัง โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ในช่วงฤดูกาลนี้สามารถพบโรคที่เกิดขึ้นกับผิวหนังได้มาก ด้วยสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย โดยโรคที่พบได้บ่อย คือ โรคน้ำกัดเท้า ซึ่งเกิดจากการแช่น้ำหรือเดินย่ำน้ำนานเกินไปจนเป็นเหตุให้ผิวหนังเปื่อย ยุ่ย ลอก และเกิดอาการระคายเคือง อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราตามมาได้ และในช่วงที่อากาศหนาวเย็น คนนิยมอาบน้ำอุ่นจัดหรือร้อนเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวแห้ง เกิดอาการคันและผิวหนังอักเสบได้ง่าย นอกจากนี้ผู้ที่ออกกำลังกาย เหงื่อออกหรือตากฝนแล้วไม่อาบน้ำ ทำให้ร่างกายชื้นเป็นระยะเวลานาน มีโอกาสทำให้เกิดโรคเกลื้อน โดยจะมีลักษณะเป็นวงด่างๆ สีขาวหรือสีเนื้อ ในบางคนอาจขึ้นเป็นวงสีน้ำตาลร่วมกับมีขุยสีขาวเล็กๆ ขึ้นบนผิวหนังบริเวณหน้าอกและลำตัว อาจมีอาการคันร่วมด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงปลายฝนตนหนาว ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม โดยให้มีเส้นใยบางเบา สวมใส่สบาย แห้งง่าย การใส่เสื้อผ้าเนื้อหนาๆ รัดรูปจนเกินไปจะทำให้เกิดการเสียดสีและอาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบได้ด้วย ส่งผลให้เกิดอาการของโรคผิวหนังตามมา โดยอาการทั่วไปมักพบเป็นผื่นคันตามจุดที่อับชื้น เช่น ผู้ที่ชอบสวมเสื้อแขนรัด จะพบผื่นตามด้านหน้า ด้านหลังของรักแร้ ผู้ที่ชอบสวมกางเกงยีนส์รัดๆ มักพบผื่นบริเวณขาหนีบ เป็นต้น

นอกจากการติดเชื้อที่ผิวหนังแล้ว ยังทำให้เกิดกลิ่นอับ กลิ่นตัว เพราะเหงื่อจะระเหยได้ยาก สำหรับเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย คือ ผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้าย เพราะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ สวมใส่สบาย แห้งง่าย ส่วนเนื้อผ้าที่ต้องระวัง คือ จำพวกเนื้อผ้าประเภทขนสัตว์ ผ้าไนลอน เพราะมีโอกาสทำให้ผิวหนังเกิดระคายเคือง โดยมากมักเกิดผดผื่นคัน เนื่องจากเนื้อผ้าจะกันเหงื่อไม่ให้ระเหยออกมา และเกิดการเหม็นอับอีกด้วย

ดังนั้น การเลือกสวมเสื้อผ้าให้เหมาะสมตามฤดูกาลของประเทศ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยทำให้สภาพผิวของเราไม่ก่อให้เกิดการแพ้ อับชื้น รวมไปถึงการระคายเคืองของผิวหนัง จนก่อให้เกิดโรคผิวหนังได้ ซึ่งหากเกิดความผิดปกติของผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโดยตรง และนอกจากการเลือกสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศแล้ว การดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้ เช่น ข้าวโพด แครอท ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันที่จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้

‘กราบ สักการะ’ นิทรรศการจิตรกรรม ภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ‘ในหลวง ร.9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/297979

‘กราบ สักการะ’ นิทรรศการจิตรกรรม ภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ‘ในหลวง ร.9’

‘กราบ สักการะ’ นิทรรศการจิตรกรรม ภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ‘ในหลวง ร.9’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และแสดงความอาลัยในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในนิทรรศการ “กราบ สักการะ” โดย ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ นำเสนอผลงานจิตรกรรมภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นที่เคารพรักเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของปวงชนชาวไทย ด้วยรูปแบบจิตรกรรมผสมผสานเทคนิคกระบวนการของงานภาพพิมพ์ลงบนผืนผ้าใบสื่อให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับการกราบสักการะซึ่งถือเป็นการแสดงความคารวะอย่างสูงสุดตามคติความเชื่อแบบชาวตะวันออก ด้วยความน้อมรำลึกอาลัยที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ผลงานทั้งหมดจำนวน 20 ผลงาน โดยมี สยามพิวรรธน์เจ้าของและผู้บริหาร ศูนย์การค้าสยามพารากอน,สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมกับ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล จัดแสดงระหว่างวันที่ 11-31 ตุลาคมนี้ ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 สยามพารากอน

นิทรรศการ “กราบ สักการะ” แนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ มีการเลือกเฟ้นรูปทรงของ สิ่งต่างๆ ในธรรมชาติมาเป็นสัญลักษณ์แทนความเคารพนบน้อม ตลอดจนเข้าใจและเข้าถึงสัจธรรมความเป็นจริงของทุกสรรพสิ่งที่ล้วนต้องเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ดอกไม้ ใบไม้ เถาวัลย์ ก้อนหินเครื่องปั้นดินเผา ภาชนะรองรับน้ำ ฯลฯ ซึ่งสัญลักษณ์ในธรรมชาติที่แฝงไว้ในผลงานทั้งหมดล้วนมีความหมายเชื่อมโยงถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้นว่า ดวงเทียนและเปลวไฟ เปรียบเสมือนพระองค์ท่านซึ่งทรงเป็นดุจดั่งดวงประทีปส่องทางให้แก่ปวงชนชาวไทย เป็นความสุกสว่างรำไรเรืองรอง ขณะที่รูปทรงภูเขาภูผาสีทอง ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งพระบารมีอันสูงส่งไพศาล พระราชหฤทัยอันหนักแน่นไม่คลอนแคลน ร่องรอยหยดไหลของสีทอง ก็เปรียบได้กับน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งรินล้นให้ความร่มเย็น สู่พสกนิกรชาวไทยมาตลอดระยะเวลา 70 ปี

นอกจากนี้ นิทรรศการในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปีพุทธศักราช 2536 นำกวีนิพนธ์ชุด“ทศพิธราชธรรม” จำนวน 50 บท ที่ประพันธ์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากพระจริยวัตรอันสูงส่งทรงสง่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช โดยเรื่องราวเนื้อหาคำกวีสอดรับกับแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม พรรณนาถึงความเป็นมหาราชผู้ทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรมอันยิ่งใหญ่ ในรูปแบบของร้อยกรอง กาพย์ยานี 11 ขับขานราชธรรม 10 ประการ อันได้แก่ ทาน ศีล การบริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความเที่ยงธรรม โน้มนำให้ถ้อยความจากตัวอักษรและเส้นสีจากภาพวาด แนบประสานไปพร้อมกันด้วยความจงรักภักดีเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2499 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาภาพพิมพ์ จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาเคยได้รับรางวัลจากการประกวดศิลปกรรมระดับประเทศและจากงานแสดงภาพพิมพ์นานาชาติกว่า 29 รางวัล เคยสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ และนำเสนอนิทรรศการแสดงเดี่ยวในประเทศไทยมาแล้ว 20 นิทรรศการ นิทรรศการแสดงเดี่ยวในต่างประเทศ 16 นิทรรศการ นอกเหนือจากนั้นยังเคยจัดแสดงผลงานในนิทรรศการคู่และร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการกลุ่มมากกว่า 246 นิทรรศการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์สอนศิลปะในสถาบันที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น แคนาดา สหรัฐอเมริกา และเคยได้รับเชิญให้เป็นผู้บรรยายพิเศษให้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศหลายแห่ง เขาได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งภัณฑารักษ์และผู้อำนวยการหอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล และตำแหน่งศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

แทน-ณภัส โฆษิตพิพัฒน์

แทน-ณภัส โฆษิตพิพัฒน์
วีระยุทธ โชติวิจิตร

วีระยุทธ โชติวิจิตร
ศิลปิน ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ และ พงษ์ชัย จินดาสุข

ศิลปิน ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ และ พงษ์ชัย จินดาสุข
ศิลปิน วราวุธ ชูแสงทอง และ ศักดิ์ชัย ศรีรุ่งกิจสวัสดิ์ นักสะสมงานศิลป์

ศิลปิน วราวุธ ชูแสงทอง และ ศักดิ์ชัย ศรีรุ่งกิจสวัสดิ์ นักสะสมงานศิลป์
ณัฐพร-ประโชค ลิ้มเดชาพันธ์

ณัฐพร-ประโชค ลิ้มเดชาพันธ์
ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, ม.ล.รดีเทพ เทวกุล และ โสภิตนภา ชุ่มภาณี

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, ม.ล.รดีเทพ เทวกุล และ โสภิตนภา ชุ่มภาณี
นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ และ ดร.ธนาภรณ์ โปษยานนท์

นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ และ ดร.ธนาภรณ์ โปษยานนท์
เฉลิมชัย-กนกวัลย์ โฆษิตพิพัฒน์

เฉลิมชัย-กนกวัลย์ โฆษิตพิพัฒน์
องค์อร อาภากร ณ อยุธยา, ม.ร.ว.พรระพี อาภากร

องค์อร อาภากร ณ อยุธยา, ม.ร.ว.พรระพี อาภากร
ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ และ กนก สุริยสัตย์

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ และ กนก สุริยสัตย์
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์,ชฎาทิพ จูตระกูล, ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ และ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ร่วมเปิดนิทรรศการ“กราบ สักการะ”

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์,ชฎาทิพ จูตระกูล, ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ และ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ร่วมเปิดนิทรรศการ“กราบ สักการะ”