“คาเฟ่ มิลาโน่” ชวนลิ้มรสอาหารนานาชาติหลากสไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296773

“คาเฟ่ มิลาโน่” ชวนลิ้มรสอาหารนานาชาติหลากสไตล์

“คาเฟ่ มิลาโน่” ชวนลิ้มรสอาหารนานาชาติหลากสไตล์

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 19.00 น.

“คาเฟ่ มิลาโน่” ร้านอาหารนานาชาติหลากสไตล์ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยอย่างลงตัวด้วยเมนูที่ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบคุณภาพ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่เวลา07.00-22.00น. บริเวณGlasshouse@Sindhornอาคารสินธร ถนนวิทยุจุดนัดพบใจกลางเมืองที่สะดวกต่อการเดินทางและตอบโจทย์ทุกความอร่อย

เปิดประสบการณ์ความอร่อยไปกับ คาเฟ่ มิลาโน่ (Café Milano) ร้านอาหารรูปแบบ ออลเดย์ ไดนิ่ง(All Day Dining) บริเวณ Glasshouse@Sindhorn  อาคารสินธร ถ.วิทยุที่จะทำให้คุณได้อิ่มอร่อยกับอาหารนานาชาติหลากสไตล์ ท่ามกลางบรรยากาศแบบเป็นกันเองเหมาะสมกับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้ามื้อสำคัญในวันทำงาน  อาหารกลางวันรสเลิศกับเพื่อนฝูง หรืออิ่มท้องกับอาหารค่ำในบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะสำหรับการรับประทานอาหารแบบรีบด่วนอย่างมีสไตล์ หรือการแฮงค์เอาท์แบบผ่อนคลายนำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลายโดยทีมเชฟฝีมือดี เพื่อให้คุณได้เลือกลิ้มรสชาติอาหารแบบหลากหลายสไตล์ได้ตลอดทั้งวัน

เริ่มต้นด้วยความอร่อยเอาใจสายเส้นกับเมนูอาหารสไตล์อิตาเลียนSpaghettieBottarga”สปาเกตตี้เส้นal dente  ผัดกับโอลีฟออย เติมรสชาติความจัดจ้านด้วยพริกกระเทียมและไข่ปลาทูน่าอบแห้ง On Top ด้วยไข่ปลาทูน่าอบแห้งสไลด์เป็นแผ่นถัดมาคือCarbonara”โดยเชฟจะคลุกเส้นสปาเก็ตตี้และเบคอนลงในพาเมซานชีสวีล ให้ลูกค้าได้เห็นในทุกขั้นตอนของการปรุง

ถัดมาเป็นเมนูรับประทานง่ายได้รสชาติเป็นเอกลักษณ์ กับCazone”พิซซ่าสูตรพิเศษที่มีลักษณะคล้ายกับพัฟ ข้างในสอดไส้ด้วยมอสเซอเรร่าชีส, หอมแดง , Chorizo ไส้กรอกหมูรสเผ็ดของสเปน เสิร์ฟพร้อมร็อคเก็ตสลัด หรือจะเลือกอร่อยกับ Milano Pizza”พิซซ่าสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเฉพาะที่คาเฟ่ มิลาโนเท่านั้น พิซซ่าแป้งบางกรอบอบในเตาฟืนให้กลิ่นหอมกรุ่น โรยหน้าด้วยมอสเซอเรร่าชีสและกอร์กอนโซล่าชีสพร้อมด้วยมะเขือเทศและสปิแนช สร้างสีสันความอร่อยอย่าบอกใคร

มาถึงเมนูสุดคลาสสิคอาหารเช้ายอดนิยมของชาวอเมริกัน Egg Benedict”เสิร์ฟในมินิ มัฟฟินหน้าตาชวนรับประทาน โดยมีส่วนผสมหลักคือ Poached Eggs และ Ham  ซึ่งลูกค้าสามารถเปลี่ยนเป็นแซลมอน หรือ สปิแนช ก็ย่อมได้ ถัดมาคือ OssoBucco”คัดสรรเนื้อวัวส่วนcross cut veal shanksนำมาตุ๋นกับน้ำซอสสูตรพิเศษที่เสริมรสชาติของวัตถุดิบให้สมบูรณ์ เสิร์ฟพร้อมรีสอตโต กลิ่นหอมอ่อนๆ เรียกว่าเพียงได้กลิ่นก็ต้องขอลองลิ้มรสชาติให้ได้

สายเฮลธ์ตี้ห้ามพลาดกับเมนูอร่อยย่อยง่าย Sea Bass Rock Salt”ปลากะพงขาวอบเกลือ เสิร์ฟพร้อมกับซอส เบลอบองทรัฟเฟิล และบาซามิกซอส เนื้อปลาขาวๆ รสชาติหวานมัน รับประทานกับซอสที่ลงตัว รับรองอร่อยจนใจละลาย หรือจะเลือกรับประทานMilano Salad”ที่คัดสรรผักออแกนิคอย่างดีมาปรุงอย่างพิถีพิถันเติมรสชาติด้วยสโมคเบคอน,เห็ดแชมปิยอง,มะเขือเทศอบแห้ง,เบคอน,พาเมซาน ราดด้วยบาซามิค รีดั๊กชั่นเดรสซิ่ง ซอสแสนอร่อยที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานนิดๆ ถูกใจคนรักสุขภาพแน่นอน

“คาเฟ่ มิลาโน” เปิดให้บริการแล้วทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 – 22.00 น. พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับวันที่ 1-2พฤศจิกายนนี้ รับส่วนลดทันที 50% สำหรับเมนูอาหาร และระหว่างวันที่ 3-30 พฤศจิกายน รับประทานอาหารครบ 1,000 บาท รับฟรีพิซซ่า 1 ถาด เมื่อมารับประทานครั้งต่อไป  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-650-9995,FB :milanocafebkk,www.glasshouseatsindhorn.com หรือ IG : glasshouseatsindhorn

ร่วมฉลองครบรอบ 1 ปี Dii Wellness Skincare

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296764

ร่วมฉลองครบรอบ 1 ปี Dii Wellness Skincare

ร่วมฉลองครบรอบ 1 ปี Dii Wellness Skincare

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 19.00 น.

“ดีไอไอ เวลเนส สกินแคร์” (Dii Wellness Skincare) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามครบวงจร ที่ผสานความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติใต้ท้องทะเลลึก ขุมทรัพย์อันมหัศจรรย์ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์บำงรุงผิวเพื่อความงาม ที่ลํ้าสมัย และปลอดภัย โดย คุณบุษกร วงศ์พัวพันธ์  คุณพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ และ คุณธเนศ จิระเสวกดิลก ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ Dii Wellness Skincare จัดงาน “ฉลองครบรอบ 1 ปี Dii Wellness Skincare” ชวนสาวๆ มาสวยย้อนวัย กับเจลหน้าฟูล Dii Collagen Time Reversal ที่เป็น The Best Seller ตลอดกาล ณ เคาท์เตอร์ “ดีไอไอ เวลเนส สกินแคร์” (Dii Wellness Skincare) ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

คุณบุษกร วงศ์พัวพันธ์ หนึ่งในผู้บริหารผลิตภัณฑ์ “ดีไอไอ เวลเนส สกินแคร์” (Dii Wellness Skincare)  กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ดีไอไอ เวลเนส สกินแคร์ (Dii Wellness Skincare) ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทางผลิตภัณฑ์ดีไอไอ เวลเนส สกินแคร์ (Dii Wellness Skincare) จึงได้เปิดตัวกผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตา (Dii Eye Cream Time Reversal) จากส่วนผสมอันทรงพลัง สู่การแก้ปัญหาผิวรอบดวงตาอย่างรอบด้าน, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย (Dii Body Collagen Time Reversal) บอดี้คอลลาเจนที่ช่วยบำรุงทุกสภาพผิวให้เนียนนุ่ม และผลิตภัณฑ์เจลล้างหน้า (Dii Time Reversal Cleanse) เจลล้างหน้าที่ทำความนสะอาดผิวอย่างล้ำลึก สะอาดหมดจด สามารถตอบโจทย์ได้ทุกสภาพผิว”

นอกจากนี้ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณเชียร์- ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ , คุณพัดชา เอนกอายุวัฒน์ ,และ 5 หนุ่ม จากเพจดูมันดิทีวี จอส-เวอาห์ แสงเงิน , มาร์ค-สรณ์ธรรศ บัวงาม , ป้อปปี้-รัชพงศ์ อโนมกิติ , แม็ก-ศรันทร์ รุจิรัตนวรพันธ์ และซี-พฤกษ์ พานิช มาร่วมแชร์ประสบการณ์การดูแลผิว ให้อิ่มฟูล ตามแบบฉบับของพวกเขาและเธอ พร้อมมาอวดผิวสวยย้อนวัย

ร่วมสัมผัสผลิตภัณฑ์ “ดีไอไอ เวลเนส สกินแคร์” (Dii Wellness Skincare) #เจลหน้าฟูลได้แล้วที่Dii Wellness Med Spa, เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ 4 เบอร์ติดต่อ: 02-160-5850Counter Dii สาขา สีลม คอมเพล็กซ์ ชั้น 1 แผนก Beauty Galerie เบอร์ติดต่อ 063-4746575Counter Dii สาขา Zen / Central World ชั้น 2 แผนก Beauty เบอร์ติดต่อ: 063-4746576Counter Dii สาขา เซนทรัลพระราม 2 ชั้น 1 แผนก Beauty Galerie เบอร์ติดต่อ: 063-474-6577Counter Dii สาขา Central Ladprao ชั้น 1 แผนก Beauty Galerie เบอร์ติดต่อ: 063-474-6578Counter Dii สาขา Central Salaya ชั้น1 แผนกเครื่องสำอางwww.diiskincare.com

สาวๆฟังทางนี้! 5บุคลิกภาพของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296835

สาวๆฟังทางนี้! 5บุคลิกภาพของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ

สาวๆฟังทางนี้! 5บุคลิกภาพของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.45 น.

เผยบุคลิกภาพ 5 ลักษณะ ของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ จากผลสำรวจดัชนีผู้ประกอบการหญิงจากมาสเตอร์การ์ด

ความเสมอภาคทางเพศ เป็นสิ่งที่สังคมในปัจจุบันให้ความสำคัญ ผู้หญิงทั่วโลกมีบทบาทสำคัญและมีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในแวดวงการเมือง วิชาการ ธุรกิจ หรือวิทยาศาสตร์ จะเห็นได้ว่าผู้หญิงมีอิทธิพลมากขึ้น จากผลสำรวจของมาสเตอร์การ์ด ในการสำรวจดัชนีผู้ประกอบการหญิง (Mastercard Index of Women Entrepreneurs) พบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีอัตราในการก้าวหน้าในที่ทำงานมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิกฟิก (APAC) และจากผลสำรวจดังกล่าว มาสเตอร์การ์ดเผยบุคลิกภาพ 5 ลักษณะที่ผู้หญิงควรมี เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ

1. พวกเธอพัฒนาความสามารถของตัวเองอยู่ตลอดเวลา

โลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันในปัจจุบัน  ผู้หญิงไม่สามารถปล่อยเวลาให้สูญเปล่าอีกต่อไป ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดมาพร้อมกับความสำเร็จ การที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยเวลาและความมุ่งมั่น ผู้หญิงที่จะประสบความสำเร็จต้องมีความพร้อมทั้งกายและใจ ในการพัฒนาทักษะและความสามารถของเธอให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทักษะที่เธอมีนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น และไม่สามารถทดแทนได้

2. เรื่องเงินๆทองๆ ต้องพวกเธอเลย

ใครบ้างที่จะไม่รักผู้หญิงฉลาด? ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นั้นมีความสามารถในการบริหารจัดการการเงินเป็นอย่างดี จากผลสำรวจการให้ความสำคัญด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2560 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2016) พบว่าร้อยละ 93 ของผู้หญิงไทย มีการตัดสินใจด้านการเงินเกี่ยวกับการออมและการลงทุนมากที่สุด และร้อยละ 92 ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเงินในครัวเรือน เรื่องเงินเรื่องทองเป็นเรื่องที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะมันทำให้พวกเธอสามารถที่จะควบคุม บริหารจัดการชีวิตได้ จากการจัดสรรเงินออม การลงทุน และการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เรียบร้อยอยู่เสมอ

3. ครอบครัวต้องมาก่อน

ครอบครัวมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จ ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มีครอบครัวเป็นแรงผลักดัน แม้จะต้องทำงานอย่างหนัก หรือมีความรับผิดชอบสูง แต่พวกเธอจะแบ่งเวลาให้กับครอบครัว ไม่ว่าตารางงานจะแน่นแค่ไหน แต่มั่นใจได้เลยว่า ทุกครั้งที่ครอบครัวต้องการเธอ เธอจะอยู่ตรงนั้นเสมอ สำหรับผู้หญิงแล้ว ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับตัวเองถือเป็นความสำเร็จของครอบครัวด้วยเช่นกัน และความสำเร็จที่พวกเธอได้รับทั้งหมดจะไร้ค่า หากไม่ได้ร่วมแบ่งปันให้ใครเลย จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในด้านการงานส่วนใหญ่ จึงมองหาความสมดุลระหว่างชีวิตครอบครัวของพวกเธอและการทำงานนั่นเอง

4.  สิ่งที่พวกเธอเหล่านั้นมีคือความมั่นใจและไม่ยอมแพ้

การมีความมั่นใจ และความเพียรพยายามเป็นคุณลักษณะที่สำคัญสำหรับผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ ในทุกวันนี้ผู้หญิงถูกประเมินค่าต่ำเกินไปในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทำงาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เธอรู้คุณค่าของความสามารถที่ตัวเองมีอยู่ และไม่ยอมให้ใครมาลดคุณค่าลงไปได้ ความเชื่อมั่นประกอบกับความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ ทำให้พวกเธอประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งใจไว้ การไม่ยอมแพ้แม้จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่จะใช้โอกาสนั้นในการเรียนรู้เพื่อเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จต่อไป

5. พวกเธอไม่กลัวที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone

ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จชอบที่จะรับมือกับสถานการณ์แห่งความไม่แน่นอน หากมีโอกาสที่จะลองสิ่งใหม่ๆ เธอจะอาสาเป็นคนแรกเสมอ และสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะนำพวกเธอไปสู่ความสำเร็จ เพราะมันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์ เธอชอบความรู้สึกตื่นเต้นที่มาพร้อมกับความเสี่ยง และพวกเธอก็ไม่กลัวที่จะทำสิ่งที่แตกต่างออกไป ถึงแม้ฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่สำหรับพวกเธอแล้วทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ

มอบรางวัล ‘คนรุ่นใหม่หัวใจโอท็อป 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296645

มอบรางวัล ‘คนรุ่นใหม่หัวใจโอท็อป 2017’

มอบรางวัล ‘คนรุ่นใหม่หัวใจโอท็อป 2017’

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมการพัฒนาชุมชน จัดพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติผู้ที่ชนะการประกวด “คนรุ่นใหม่หัวใจโอท็อป 2017” ชิงเงินรางวัล พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแล้ว ยังได้มีโอกาสเข้าร่วมเดินทางไปดูงานกับกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างประสบการณ์ เสริมการเรียนรู้ และยกระดับธุรกิจในยุคไทยแลนด์ 4.0 งานนี้ได้รับเกียรติจาก ศุภกร มูลสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิสาหกิจชุมชน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องทีเคคอนเวนชั่น โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา

ผลการประกวดมีผู้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวน 20 คน ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นิฮาลีม๊ะ หะยีอาแว จ.นราธิวาส ชื่อผลิตภัณฑ์ “ผ้าบาติกงานเพ้นท์”, รองชนะเลิศอันดับ 1 เมธารัตน์ คำพิมาน จ.อุดรธานี ชื่อผลิตภัณฑ์ “เสื้อผ้าสำเร็จรูป”, รองชนะเลิศอันดับ 2 ว่าที่ ร.ต.หญิง ชิดชนก กองสุวรรณ ชื่อผลิตภัณฑ์ “Monstersin the Egg ผู้พิทักษ์จากหิมพานต์” และรางวัลชมเชย จำนวน 17 รางวัล การประกวด“คนรุ่นใหม่หัวใจโอท็อป 2017” ในครั้งนี้ เพื่อตระหนักถึงการอนุรักษ์และการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ในชุมชน และเกิดการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ของชุมชน รวมทั้งเล็งเห็นความสำคัญและศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะมาพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ในชุมชน จึงสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการถ่ายทอดประสบการณ์ของคนในชุมชนให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอท็อป หรือเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สนใจ และนำภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาเป็นทุนสำคัญในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ มีรายได้จากการผลิตสินค้าโอท็อป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ศุภกร มูลสุวรรณ ผอ.สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิสาหกิจชุมชน มอบรางวัลให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นิฮาลีม๊ะ หะยีอาแว จ.นราธิวาส

ศุภกร มูลสุวรรณ ผอ.สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิสาหกิจชุมชน มอบรางวัลให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นิฮาลีม๊ะ หะยีอาแว จ.นราธิวาส
ว่าที่ ร.ต.หญิง ชิดชนก กองสุวรรณ รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2

ว่าที่ ร.ต.หญิง ชิดชนก กองสุวรรณ รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2
เมธารัตน์ คำพิมาน จ.อุดรธานี รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1

เมธารัตน์ คำพิมาน จ.อุดรธานี รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1

‘ภูมิพลังแห่งนวธารา’ แรงบันดาลใจจากกังหันนํ้าชัยพัฒนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296671

‘ภูมิพลังแห่งนวธารา’ แรงบันดาลใจจากกังหันนํ้าชัยพัฒนา

‘ภูมิพลังแห่งนวธารา’ แรงบันดาลใจจากกังหันนํ้าชัยพัฒนา

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (JUBILEE DIAMOND) ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพแหล่งน้ำ ภายใต้ “โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา” นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเข็มกลัดเพชรคอลเลคชั่นพิเศษ ชุด “ภูมิพลังแห่งนวธารา” รูปทรงกังหันประดับเพชร พร้อมตราสัญลักษณ์เลขเก้าไทย (๙) ที่เป็นเอกลักษณ์และทรงคุณค่า ดีไซน์หนึ่งเดียวในโลก เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

วิโรจน์ พรประกฤต ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงใส่พระราชหฤทัยเรื่องทรัพยากรน้ำมาโดยตลอด พร้อมสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ได้จัดทำชุดเข็มกลัดคอลเลคชั่นพิเศษ ภูมิพลังแห่งนวธารา เป็นรูปกังหันประดับเพชร พร้อมสัญลักษณ์เลขเก้าไทย (๙) เปรียบเสมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกังหันแห่งชีวิตที่เติมพลังให้คนไทยทุกคนก้าวไปข้างหน้า”

เข็มกลัดเพชรคอลเลคชั่น “ภูมิพลังแห่งนวธารา” ได้รับการออกแบบให้เข็มกลัดมี 2 ชั้น สามารถถอดแยกชิ้นในส่วนของ
เลขเก้าไทย (๙) และหมุนได้ 360 องศา โดยมีให้เลือก 3 แบบ (Limited Edition) ได้แก่ “นวพัชร” พลังแห่งเพชรทั้งเก้า เข็มกลัดดีไซน์พิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากความพลิ้วไหวของสายน้ำ ที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวอันเป็นนิรันดร์ โดยได้เรียงร้อยตราสัญลักษณ์เลขเก้าไทย (๙) ทั้ง 9 ดวงลงบนเข็มกลัดทั้ง 2 ชั้น โดยชั้นแรก เป็นตราเลขเก้าไทย (๙) ประดับเพชรโดยรอบ พร้อมเรือนทองฉลุลายอ่อนช้อย เปรียบดังพลังของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชาวไทย ส่วนชั้นที่สอง ได้รับแรงบันดาลใจจากกังหันน้ำชัยพัฒนา ที่เมื่อกังหันหมุนไปก็เปรียบเหมือนพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่แผ่ไพศาลให้ปวงชนชาวไทยร่มเย็นเป็นสุข ประดับด้วยสัญลักษณ์เลขเก้าไทย (๙) ที่มีลักษณะคล้ายช้าง 9 เชือก ซึ่งถือเป็นช้างมงคลคู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย และมีจำนวนจำกัดเพียง 19 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 259,000 บาท

“นวพรรณ” สื่อถึงความประณีตงดงามแห่งเลขเก้า ด้วยการเคลื่อนไหวของสายน้ำที่เปรียบดั่งพระราชหฤทัยที่อ่อนโยนและอบอุ่นที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเข็มกลัดชั้นแรกเป็นตราสัญลักษณ์เลขเก้าไทย (๙) ที่ประดับ เพชรโดยรอบ พร้อมเรือนทองลายฉลุรูปใบโพธิ์ สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของพสกนิกรชาวไทย ให้ได้อยู่เย็นเป็นสุข ส่วนชั้นที่สอง ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวของสายน้ำที่โอบล้อมแผ่นดินไทยให้อุดมสมบูรณ์และผาสุก ผลิตจำนวน 59 ชิ้นในราคาชิ้นละ 199,000 บาท

“นวพร” พรแห่งรัชกาลที่ 9 อีกหนึ่งแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนตัวของกังหันอันมั่นคงและทรงพลัง เปรียบเสมือนพรแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานแด่ปวงชนชาวไทย โดยเข็มกลัดชั้นแรก เป็นตราเลขเก้าไทย (๙) ประดับด้วยเพชรตราสัญลักษณ์รูปดวงประทีป พร้อมเรือนทองฉลุลวดลายอ่อนช้อยสวยงาม สื่อถึงพลังแห่งสายน้ำที่ส่งต่อให้กังหันได้ขับเคลื่อนไปอย่างมั่นคง ส่วนชั้นที่สอง เป็นดีไซน์รูปกังหันแปดแฉก สื่อถึงการเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง แข็งแรง และเป็นนิรันดร์ โดยผลิตทั้งหมดจำนวน 199 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 59,900 บาท

ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยการเป็นเจ้าของชุดเข็มกลัดเพชร “ภูมิพลังแห่งนวธารา” ได้ที่เคาน์เตอร์ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” (JUBILEE DIAMOND) ในห้างสรรพสินค้าโซนพลาซาทั่วประเทศ โดยรายได้ส่วนหนึ่งสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Jubilee Customer Center โทร.02-6251111 และติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : Jubilee Diamond (Thailand), www.jubileediamond.co.th และ Line : @jubileediamond

‘Mind ใน…ความทรงจำ’ จากใจของลูกเพื่อความทรงจำ…ตลอดกาล 70 ศิลปิน หล่อหลอมดวงใจ สะบัดปลายพู่กันสู่ผืนผ้าใบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296648

‘Mind ใน...ความทรงจำ’ จากใจของลูกเพื่อความทรงจำ...ตลอดกาล 70 ศิลปิน หล่อหลอมดวงใจ สะบัดปลายพู่กันสู่ผืนผ้าใบ

‘Mind ใน…ความทรงจำ’ จากใจของลูกเพื่อความทรงจำ…ตลอดกาล 70 ศิลปิน หล่อหลอมดวงใจ สะบัดปลายพู่กันสู่ผืนผ้าใบ

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 สยาม แอท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ ร่วมกับ ชิด แกลเลอรี่ จัดนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยในชุด “Mind ใน…ความทรงจำ” จากใจของลูกเพื่อความทรงจำ…ตลอดกาล งานนี้ได้รับเกียรติจาก โฆษิต อักษรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์, อรนิศวร์ เพชรวงศ์ศิริ ผู้ริเริ่มในการจัดนิทรรศการ, ประณัย พรประภา ผู้บริหารโรงแรมสยาม แอท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ, กล้า กิจการ ที่ปรึกษาโรงแรม ร่วมกันตัดริบบิ้นเปิดงาน ณ ห้องฟังค์ชั่น อีเลฟเว่น ชั้น 11 ของโรงแรม เมื่อค่ำวันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2560

ภายในงานได้นำภาพของศิลปินมารวมประมูลทั้งหมด 5 ภาพ โดยภาพแรกเป็นผลงานชุด “ตามรอยแม่” ของ อ.วัฒนา พูลเจริญ เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ร.10 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ฉลองพระองค์สีฟ้าประกายทอง นับเป็นภาพที่งดงามอย่างมาก ประมูลไปในราคา 109,000 บาท, ภาพที่ 2 เป็นผลงานชุด “คิดถึงองค์พระราชา” ของ ดินหิน รักพงษ์อโศก เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กำลังทรงงาน โดยศิลปิน ดินหิน รักพงษ์อโศก เป็นศิลปินอันดับต้นๆ ที่มีความชำนาญในการใช้สีชาร์โคลและเกรยองได้อย่างประณีต ภาพนี้ชนะการประมูลไปในราคาถึง 160,000 บาท ส่วนภาพที่ 3 เป็นภาพชุด “ปริศนาธรรม” ของ อ.สมยศ คำแรง เป็นศิลปินนำคติความเชื่อไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ พราหมณ์ ฮินดู มาถ่ายทอดเรื่องราวบนภาพวาดอย่างงดงาม ประมูลในราคา 35,000 บาท, ภาพที่ 4 เป็นภาพชุด “คชนารีรุ้งนทศรีถวานพระพร”เป็นภาพองค์พระคเณศาณี ดึงพรต่างๆ ที่อยู่ตรงที่ประทับลงมาถวายพระพรแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของ สล่าวารินทร์ ใจจรรย์ทึกประมูลในราคา 109,000 บาท และภาพสุดท้ายภาพชุด “องค์ภูมิพล” ของ ธีธัช ธนโชคทวีพร เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีแสงสีทองที่หมายถึงรัศมี เป็นอีกหนึ่งภาพวาดที่มีความสวยงาม โดยประมูลไปในราคา 60,000 บาท รวมทั้งสิ้นได้เงินจากการประมูลทั้งหมด 473,000 บาท โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปมอบสมทบทุนศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอด มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

งาน “Mind ใน…ความทรงจำ” เป็นการแสดงงานนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจัดแสดงผลงานจำนวน 70 ภาพ จากศิลปิน 70 ท่าน ซึ่งได้หลอมรวมดวงใจเป็นหนึ่งร่วมกันถ่ายทอดความรู้สึก ความทรงจำ ความจงรักภักดี ตลอดจนคำสอนที่พระองค์ได้ปลูกฝังให้คนไทยรักสามัคคีมาเป็นระยะเวลายาวนาน ออกมาเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ที่งดงามในเทคนิคเฉพาะตัวของศิลปินแต่ละท่านผ่านปลายพู่กันสู่ผืนผ้าใบ ทั้งนี้นิทรรศการฯ จัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. ณ บริเวณแมสซ่านีน ชั้นล็อบบี้ โรงแรมสยาม แอท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ

“คิดถึงองค์พระราชา” ผลงานของ ดินหิน รักพงษ์อโศก ชนะการประมูลที่ 160,000 บาท

“คิดถึงองค์พระราชา” ผลงานของ ดินหิน รักพงษ์อโศก ชนะการประมูลที่ 160,000 บาท
ส่วนหนึ่งของภาพที่นำมาจัดแสดง

ส่วนหนึ่งของภาพที่นำมาจัดแสดง
ส่วนหนึ่งของภาพที่นำมาจัดแสดง

ส่วนหนึ่งของภาพที่นำมาจัดแสดง
“ปริศนาธรรม” ของ อ.สมยศ คำแรง  ชนะการประมูลที่ 35,000 บาท

“ปริศนาธรรม” ของ อ.สมยศ คำแรง ชนะการประมูลที่ 35,000 บาท
“องค์ภูมิพล” ของ ธีธัช ธนโชคทวีพร ชนะการประมูลที่ 60,000 บาท

“องค์ภูมิพล” ของ ธีธัช ธนโชคทวีพร ชนะการประมูลที่ 60,000 บาท
“คชนารีรุ้งนทศรีถวานพระพร” ของ อ.สล่าวารินทร์ ใจจรรย์ทึก ชนะการประมูลที่ 109,000 บาท

“คชนารีรุ้งนทศรีถวานพระพร” ของ อ.สล่าวารินทร์ ใจจรรย์ทึก ชนะการประมูลที่ 109,000 บาท
“ตามรอยแม่” ผลงานของ อ.วัฒนา พูลเจริญ ชนะการประมูลที่ 109,000 บาท

“ตามรอยแม่” ผลงานของ อ.วัฒนา พูลเจริญ ชนะการประมูลที่ 109,000 บาท
ขรรค์ ประจวบเหมาะ, นุชนันท์ นิยมทอง, รณิดา บุณยเนตร และ อรภัทร รังษีวงศ์

ขรรค์ ประจวบเหมาะ, นุชนันท์ นิยมทอง, รณิดา บุณยเนตร และ อรภัทร รังษีวงศ์
โฆษิต อักษรชาติ, ขรรค์ ประจวบเหมาะ ร่วมถ่ายภาพกับผู้ที่ชนะการประมูลภาพ สมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ และภริยา

โฆษิต อักษรชาติ, ขรรค์ ประจวบเหมาะ ร่วมถ่ายภาพกับผู้ที่ชนะการประมูลภาพ สมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ และภริยา
คณะผู้จัดงาน ร่วมกันวาดภาพเลขเก้า

คณะผู้จัดงาน ร่วมกันวาดภาพเลขเก้า
โฆษิต อักษรชาติ รองผอ.สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว ประธานในพิธี พร้อมด้วย ขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ, อรนิศวร์ เพชรวงศ์ศิริ ผู้ริเริ่มในการจัดนิทรรศการ, ประณัย พรประภา ผู้บริหารโรงแรมสยาม แอท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ, กล้า กิจการ ที่ปรึกษาโรงแรม และศิลปินร่วมกันตัดริบบิ้นเปิดงาน

โฆษิต อักษรชาติ รองผอ.สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว ประธานในพิธี พร้อมด้วย ขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ, อรนิศวร์ เพชรวงศ์ศิริ ผู้ริเริ่มในการจัดนิทรรศการ, ประณัย พรประภา ผู้บริหารโรงแรมสยาม แอท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ, กล้า กิจการ ที่ปรึกษาโรงแรม และศิลปินร่วมกันตัดริบบิ้นเปิดงาน

รอบรองชนะเลิศเพลง ‘ช่อสะอาดต้านทุจริต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296631

รอบรองชนะเลิศเพลง ‘ช่อสะอาดต้านทุจริต’

รอบรองชนะเลิศเพลง ‘ช่อสะอาดต้านทุจริต’

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มูลนิธิต่อต้านการทุจริต โดย ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการให้เกียรติเปิดกิจกรรม Music Camp พร้อมมอบเกียรติบัตรและเงินรางวัล ให้กับ 20 ผลงานเพลงที่เข้ารอบรองชนะเลิศ โดยมี ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้บริหารด้านการสื่อสาร สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์/หัวหน้าคณะผู้บริหาร (ร่วม)ด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต้อนรับ

สำหรับการจัดกิจกรรม Music Camp ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบรองชนะเลิศ 20 บทเพลง (ประเภทละ 10 เพลง) ได้รับคำปรึกษาในการปรับปรุงผลงานเพลงของตนเองร่วมกับนักแต่งเพลง และนักดนตรีชั้นนำของเมืองไทยจาก แพนเธอร์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ได้แก่ แม็ค-ศรัณย์ วงศ์น้อย, บั๋ง-สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา, ว่านไฉ-อคิร วงษ์เซ็ง, แต๊บ-ธนพล มหธร, โซ่ ETC แมนลักษณ์ ทุมกานนท์ และ ต้น-คีรินทร์ คุ้มรักษ์ หลังจากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกบทเพลงที่ดีที่สุดให้เหลือ 10 เพลงสุดท้าย ในวันที่ 20 ตุลาคม 2560 เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ณ หอประชุมพิบูลสงคราม วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ถนนวิภาวดีรังสิต ชิงถ้วยรางวัลจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และเงินรางวัลกว่า 800,000 บาท

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดย มูลนิธิต่อต้านการทุจริต ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนดำเนินการจัดการแข่งขันและการประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนคณะกรรมการมาร่วมตัดสินในรอบต่างๆ อีกด้วย

หัวใจ ดูแลได้ เริ่มจากเลือกกินให้ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296618

หัวใจ ดูแลได้ เริ่มจากเลือกกินให้ดี

หัวใจ ดูแลได้ เริ่มจากเลือกกินให้ดี

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากผลสำรวจขององค์กรอนามัยโลก (WHO) พบว่า “โรคหัวใจ” เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก โดยในปีพ.ศ. 2558 พบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดกว่า 17.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 31 ของการเสียชีวิตทั้งหมด

สำหรับประเทศไทย โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง และมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โรคหัวใจจึงเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญมากทั้งระดับโลกและระดับประเทศเนื่องในโอกาสวันหัวใจโลก (World Heart Day) วันที่ 29 กันยายนของทุกปี สมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation : WHF) และฟิลิปส์ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมดูแลสุขภาพและพันธมิตรหลักของสมาพันธ์ฯ ร่วมรณรงค์ให้ผู้คนได้ตระหนักถึงความสำคัญของโรคหัวใจพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคหัวใจและวิธีการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง

ศาสตราจารย์เดวิด วู้ด ประธานสมาพันธ์หัวใจโลก เผยว่า “ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา สาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก เกิดจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนในยุคปัจจุบัน ที่มีการสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น การนิยมรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายที่น้อยลง ไลฟ์สไตล์เหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพ และการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในสมอง ดังนั้น แนวทางง่ายๆ สำหรับลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ คือ งดการสูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารหวานมันเค็ม อาหารแปรรูป และอาหารสำเร็จรูป และหมั่นออกกำลังกาย เพียงเท่านี้ เราก็จะมีสุขภาพที่ดี และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองได้”

ปัจจุบันพบว่าโรคหัวใจไม่ได้เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุ เพราะจากผลสำรวจพบว่า 1 ใน 10 ของคนอายุระหว่าง 30-70 ปี มีสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และจากสถิติขององค์การอนามัยโลกพบว่าปัจจุบันร้อยละ 39 ของผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีภาวะน้ำหนักเกิน และร้อยละ 13 ของคนเหล่านั้นเป็นโรคเบาหวาน ในขณะที่ผลสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยังพบว่าเด็กไทยวัยประถมร้อยละ 66 มีภาวะไขมันในเลือดสูงและร้อยละ 20 มีภาวะอ้วน ซึ่งภาวะดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากขึ้นในอนาคต ส่งผลให้คาดการณ์ว่าผู้ป่วยโรคหัวใจจะเพิ่มมากขึ้นและมีอายุน้อยลง โดยสาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมรับประทานอาหารสำเร็จรูป อาหาร Junk Food อาหารรสหวาน มัน เค็ม จัด หรืออาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ ไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง จึงก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันสูง น้ำตาลในเลือดสูง และเบาหวาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมการบริโภคนั้น ส่งผลต่อสุขภาพเราอย่างมาก แต่เป็นธรรมดาที่เรามักจะอยากรับประทานอาหารที่ไม่เพียงแต่สุขภาพดีแต่ยังได้รสชาติอร่อยด้วย โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ชอบรับประทานอาหารทอดลองปรับเปลี่ยนเมนูอาหารเดิมๆ ด้วยการใช้อุปกรณ์ปรุงอาหารที่สามารถช่วยลดไขมันดีต่อสุขภาพ แต่ยังคงรสชาติที่อร่อยเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวเพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงไปด้วยกัน

3 โซนต้องรู้เสี่ยงเซลล์เสื่อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296619

3 โซนต้องรู้เสี่ยงเซลล์เสื่อม

3 โซนต้องรู้เสี่ยงเซลล์เสื่อม

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทุกคนบนโลกนี้รู้กันดีว่า “เซลล์” คือสิ่งเล็กๆ ที่เป็นต้นกำเนิดของอวัยวะทุกส่วนในร่างกายมนุษย์ ในทุกๆ วันร่างกายของเรามีเซลล์ กว่า 100 ล้านเซลล์ที่ “ตาย” และ “เกิดใหม่” ทุกนาที แต่ไม่ใช่ทุกส่วนที่จะมีการสร้างเซลล์ใหม่มาทดแทน หรือแม้แต่เซลล์ที่สร้างมาทดแทนก็อาจไม่มีประสิทธิภาพดีได้เท่าเซลล์เดิม ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามและละเลยการดูแลเซลล์ จนเกิดภาวะที่เรียกว่า “เซลล์เสื่อม” เป็นเหตุให้ร่างกายเผชิญกับความเจ็บป่วย เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตามมาอย่างคาดไม่ถึง

นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เผยว่า เมื่อมีอายุมากขึ้นระบบต่างๆ ในร่างกายจะเสื่อมลงทุกวัน แต่ก็จะมีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาซ่อมแซม เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกาย “ภาวะเซลล์เสื่อม” ในแต่ละบุคคลเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นเมื่ออายุย่างเข้า 25 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เช่น อาหารปิ้งย่าง อาหารสำเร็จรูป น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ความเครียดสะสม การอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการได้รับสารเคมีบางประเภท ล้วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระมากเกินควร ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นในร่างกาย ส่งผลให้เซลล์และสุขภาพเสื่อมลง โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ จึงมักแวะเวียนเข้ามาเยือนมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกลุ่ม 3 โซนเสี่ยงเซลล์เสื่อม ดังนี้

โซนมนุษย์เงินเดือน คนวัยนี้เป็นวัยกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ถึงแม้จะเป็นวัยที่ยังแข็งแรง แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องดูแลครอบครัว และคนที่รัก ทำให้ต้องเผชิญกับความเครียดต่างๆ ทั้งจากเรื่องงาน ครอบครัว เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความเครียดที่เกิดภายใน นอกจากนี้ ความเครียดอีกประเภทที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของร่างกาย โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว และไม่สามารถรับรู้ได้ ความเครียดประเภทนี้มักแฝงมากับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ อาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในยุคของโซเชียลมีเดียที่เข้ามามีอิทธิพลกับคนวัยทำงานอย่างมาก ซึ่งอำนวยให้สามารถประชุมหรือติดต่อตามงานกันได้ตลอดเวลา สาเหตุเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นทำให้เซลล์เกิดการอักเสบ ซึ่งไม่มีอาการบ่งชี้ สะสมเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์และอวัยวะสำคัญของร่างกายเสื่อมลงในที่สุด

และเมื่อใดที่วัยมนุษย์เงินเดือนรู้สึกว่าศักยภาพในการทำกิจวัตรต่างๆ ลดลง เช่น นอนไม่ค่อยหลับ ตื่นยาก รู้สึกสมองเบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก ปวดเมื่อยตามร่างกาย รู้สึกไม่กระปี้กระเปร่า มีอาการซึมเศร้า เบื่อหน่าย รูปร่างเปลี่ยนไป ผิวพรรณเหี่ยวย่น หมองคล้ำ
เป็นต้น ควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อแก้ไขความ “เสื่อม” ระดับเซลล์โดยด่วน ก่อนที่จะสะสมลุกลามกลายเป็นโรคร้ายที่ยากต่อการรักษา

โซนมนุษย์ป่วย ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการป่วยอยู่แล้ว และจำเป็นต้องรักษาด้วยการใช้ยา สารเคมี การฉายรังสี หรือการผ่าตัด เพื่อระงับอาการของโรคนั้นๆ ขณะเดียวกันการใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิดเพื่อรักษาโรคไม่ให้ลุกลามด้วยการเข้าไปกำจัดเซลล์ร้ายที่เข้ามาทำลายร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ได้กำจัดเซลล์ดีในร่างกายออกไปด้วย ทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ร่างกายอ่อนแอขึ้นกว่าเดิม ภูมิต้านทานลดลง ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เป็นต้น

ตัวอย่างนี้เห็นได้ดีในผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัด ดังนั้นกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์และครบทั้ง 5 หมู่  พักผ่อนให้เต็มที่ ดูแลสุขอนามัยให้สะอาด ออกกำลังกายเท่าที่พอจะทำได้ และทำจิตใจให้สบาย เพื่อซ่อมแซมและเพิ่มปริมาณเซลล์ดีในร่างกาย ลดการเกิดโรคแทรกซ้อนและช่วยให้ประสิทธิภาพในการรักษาเป็นไปอย่างเต็มที่

โซนมนุษย์ชรา มนุษย์วัยนี้ เป็นวัยที่เซลล์มีความเสื่อมตามกลไกธรรมชาติมากที่สุด เซลล์บางชนิดในร่างกาย ไม่สามารถแบ่งตัวเพื่อทดแทนเซลล์เดิมที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายได้ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เลนส์ตา จอตา อวัยวะรับเสียง กระดูกข้อต่อ และเซลล์ประสาทสมอง เป็นต้น ทำให้อาการเสื่อมในร่างกายชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้คนชรามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสูง เช่น โรคอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน

นอกจากนี้ คนชรายังมีปัญหาใน เรื่องสายตา สายตาจะพร่ามัวมองเห็นภาพไม่ชัดเจน ตาสู้แสงไม่ค่อยได้ เนื่องจากเลนส์ตาขาดความยืดหยุ่น จึงทำให้ปรับโฟกัสได้ยาก และการเสื่อมสภาพของเซลล์รับแสงที่จอตา ทำให้ตาอ่อนแอต่อแสง ซึ่งความเจ็บป่วยเหล่านี้จะบั่นทอนจิตใจและส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนวัยชราแย่ลง แต่ภาวะเหล่านี้สามารถป้องกันได้ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ลดการนำสารอนุมูลอิสระเข้าไปในร่างกาย รับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ หลีกเลี่ยงการทานอาหารหวานจัด มันจัด หรือเค็มจัด หลีกเลี่ยงมลภาวะ ออกกำลังกายแบบไม่หักโหม และรับประทานวิตามินเสริมที่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการ

นายแพทย์สิทธวีร์ ให้ข้อมูลอีกว่า คนที่อยู่ใน 3 โซนเสี่ยงเซลล์เสื่อม แม้จะเป็นกลุ่มที่น่าห่วง แต่ปัจจุบันมีวิวัฒนาการทางการแพทย์เข้ามาช่วยยืดอายุเซลล์ด้วยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น เวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นศาสตร์แนวใหม่ในการดูแลรักษาสุขภาพจากภายใน โดยวิเคราะห์ลงลึกไปถึงระดับพันธุกรรม การทำงานของเซลล์ต่างๆ ของอวัยวะภายในร่างกายของคนเรา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการดูแลรักษาสุขภาพ และป้องกันการเกิดโรค

นอกจากนี้ ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นนวัตกรรมยืดอายุเซลล์ด้วยเอนไซม์ เอสโอดี (SOD) หรือ Superoxide Dismutase ซึ่งมีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดทั้งพืชและสัตว์ ในมนุษย์ก็มีเอนไซม์ชนิดนี้อยู่ในร่างกายของเราตั้งแต่แรกเกิด แต่จะมีปริมาณลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยหลักการทำงานของเอนไซม์นี้ จัดอยู่ในกลุ่มของ Primary Antioxidant ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ลึกถึงระดับ DNA ภายในเซลล์ นับว่าเป็นการย้อนวัยเซลล์ในร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นมิติใหม่ในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาวอีกด้วย

ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ 3 โซน ตามที่กล่าวมาข้างต้น หรือมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้คงไม่มีใครหนีความแก่ชราไปได้ แต่ทุกคนสามารถเลือกที่จะมีอายุที่ยืนยาวและเข้าสู่วัยชราอย่างมีคุณภาพได้ เพียงแค่รู้จักบริหารใจและร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง เพราะทั้งคู่ที่เป็นสิ่งสำคัญในการหล่อหลอมชีวิต ดังนั้น จึงต้องดูแลกายใจให้อยู่ในโซนแห่งความสุข ทำความรู้จักร่างกายตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างไม่ฝืนธรรมชาติ เมื่อมีความสมดุล ทุกเซลล์ในร่างกายก็จะแข็งแรงและห่างไกลโรค ส่งผลดีต่อสุขภาพและพบกับความสุขอย่างยั่งยืน ดังคำกล่าวที่ว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”

คนดังรุ่นใหม่จุดประกาย‘ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296632

คนดังรุ่นใหม่จุดประกาย‘ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด’

คนดังรุ่นใหม่จุดประกาย‘ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด’

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สิ้นสุดการรอคอยของบรรดาโน้ตแฟนเมื่อ ซัมซุง จัดงานเปิดตัว“ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8” (Samsung Galaxy Note 8)ภายใต้แนวคิด “Do Bigger Things-ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด” ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พร้อมเชิญคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจคิดการใหญ่ อาทิ ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา เจ้าของ Hive Salon, พะยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล และ ออสซี่-อรช โชลิตกุล คู่หูนักวาดภาพไทยผลงานระดับโลก มาชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ใหญ่กว่าที่ใจคิด พร้อมด้วยเซลบริตี้ที่มาร่วมพิสูจน์ประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดอย่างคับคั่ง ณ โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์
กรุงเทพฯ

วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงกาแลคซี่ โน้ต 8 เป็นสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดที่เคยมีมาของซัมซุง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีสมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่นทั้ง S Pen ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ Live Message และสามารถแปลภาษาได้ทั้งประโยคเป็นครั้งแรกรวมถึงกล้องคู่ประสิทธิภาพสูงที่ดีที่สุดบนสมาร์ทโฟนของซัมซุง และจอภาพไร้กรอบในสไตล์อินฟินิตี้ ดิสเพลย์ (Infinity Display) ที่แสดงผลได้เต็มตามากขึ้นโดยซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชื่นชอบการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต รักอิสระ เป็นผู้ลงมือทำ และมีวิถีชีวิตผูกติดกับเทคโนโลยีตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนไปจนถึงเข้านอน”

ภายในงานได้เนรมิตพื้นที่บางส่วนจัดเป็น Exhibition Zone ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การทดลองใช้เครื่องก่อนใครในโซนต่างๆ ได้แก่ โซน “My Note Story”พื้นที่จัดแสดงผลงานความคิดสร้างสรรค์สุดชิคของสาวกโน้ตตัวจริง โซน “Content Creator”สเปซโชว์ไอเดียทั้งลายเส้น ภาพวาด จากศิลปินชั้นนำ 10 คน และบล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียงอีก 3 คนโซน “Live Drawing” ภาพวาดศิลปะจากปลายปากกาตามจินตนาการที่สะท้อนความเป็นอิสระอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และโซน “Live Message”ที่ให้ผู้ร่วมงานสนุกกับการครีเอทผลงานชิ้นเดียวในโลกในรูปแบบ GIF Animation ด้วยฟีเจอร์ Live Message ใหม่ล่าสุดของ S Pen

ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา เจ้าของ Hive Salon มาร่วมแชร์ทำสิ่งที่ใหญ่กว่าใจคิดว่า “เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมสามารถช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทุกวันนี้มีแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถทำงานได้เลย ผมไปประชุมข้างนอกไม่ต้องหิ้วแล็ปท็อปไปด้วยแล้ว และเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปรวดเร็วแบบนี้แล้วยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า เราต้องไม่หยุดพัฒนาตนเอง ไม่หยุดพัฒนาองค์กร ไม่หยุดแสวงหาความรู้เหมือนกับที่ซัมซุงไม่หยุดพัฒนาตนเองด้วยเช่นกันเหมือนดั่งคำว่า Do Bigger Things ครับ”

ด้านสองสาวคู่หูอาร์ติสท์ชาวไทยที่มีผลงานระดับโลก พะยูน-ปัณพัท เตชเมธากุลและ ออสซี่-อรช โชลิตกุล กล่าวว่า “การทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่คือความสุข สิ่งที่อยู่รอบตัวสามารถดึงมาเป็นความสุขของเราได้ การวาดภาพและสร้างสรรค์ผลงานถือเป็นความสุขของเรา และยิ่งมีสิ่งที่สามารถช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ก็ทำให้เราไม่อาจหยุดความคิดสร้างสรรค์ของเราได้ และทำให้เราขยายขอบเขตการทำงานของเราได้ทุกที่ ไม่จำกัดแค่การนั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงอย่างเดียว”