เจ้าแม่ตาวิเศษ‘คุณหญิงชดช้อย’นำทีม นักเรียนวัฒนารณรงค์เขตวัฒนาปลอดโฟม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296665

เจ้าแม่ตาวิเศษ‘คุณหญิงชดช้อย’นำทีม นักเรียนวัฒนารณรงค์เขตวัฒนาปลอดโฟม

เจ้าแม่ตาวิเศษ‘คุณหญิงชดช้อย’นำทีม นักเรียนวัฒนารณรงค์เขตวัฒนาปลอดโฟม

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ร่วมกับ เขตวัฒนา โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จัดกิจกรรมเดินรณรงค์มอบ “ธงเขียว” ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในเขตวัฒนาในการเลิกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ผลิตจากโฟมเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคและลดปริมาณขยะย่อยสลายยาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “กรุงเทพฯ ตาวิเศษรวมใจรักษ์สะอาด ปลอดโฟม” ในการนี้ได้รับเกียรติจาก คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) สุชัย สกุลรุ่งเรืองชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตวัฒนา น้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ร่วมด้วยสองดารานักแสดงจากช่อง 7 แม๊กกี้-อาภา ภาวิไล และ บิ๊ก-ณทรรศชัย จรัสมาส ณ ตลาดรวมทรัพย์ เขตวัฒนา

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) กล่าวว่า โครงการ “กรุงเทพฯ ตาวิเศษรวมใจรักษ์สะอาด ปลอดโฟม” เป็นโครงการที่ตาวิเศษ ร่วมกับ กรุงเทพมหานครจัดขึ้น โดยนำร่องที่เขตวัฒนา มุ่งเน้นไปที่กลุ่มเยาวชน สถานศึกษาก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยจากการใช้โฟมบรรจุอาหาร ซึ่งมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในการผลิตโฟมบรรจุอาหารให้กับผู้บริโภคและผู้จำหน่ายอาหารที่เคยใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร อีกทั้งโฟมนั้นยังกลายเป็นขยะที่ไม่ย่อยสลาย และยังไม่มีวิธีการกำจัดโฟมอย่างปลอดภัย และก่อให้เกิดปัญหามลพิษอื่นๆ ตามมา

“ตาวิเศษได้จัดอบรมให้กับเด็กๆ ถึงวิธีการลด ละ เลิก และปฏิเสธโฟม แล้วจึงมาจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ในวันนี้ เพื่อให้เด็กๆ ออกไปบอกกับพ่อค้า แม่ค้า ให้เห็นถึงพิษภัยจากการใช้โฟม เป็นการออกไปขอร้อง ขอความร่วมมือว่าอย่าทำร้ายพวกเขาด้วยการใช้โฟม ซึ่งไม่ใช่แค่ร้านค้า แต่ยังจะเผยแพร่ไปสู่คนในครอบครัว โดยตาวิเศษได้จัดทำธงฟ้าเขตวัฒนาปลอดโฟม มอบให้กับร้านค้าเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงว่าร้านนี้ไม่ใช้โฟมบรรจุอาหารด้วย”

สุชัย สกุลรุ่งเรืองชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตวัฒนา เสริมว่า เขตวัฒนาเองมีการรณรงค์ให้กับผู้ค้าและประชาชนในพื้นที่ในการจะทำให้เขตวัฒนาปลอดโฟม โดยเริ่มจากเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเขตเอง นำโดย ท่านผู้อำนวยการเขตวัฒนาที่ใช้ปิ่นโต และกล่องข้าวเป็นต้น ในด้านผู้ค้าทางเขตได้ไปเจรจากับผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ลดราคา เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ค้า ซึ่งผู้ค้าในเขตวัฒนาส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยว่าถ้าราคาบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมราคาต่ำลงพวกเขาก็สามารถที่จะเปลี่ยนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เขตวัฒนาเองก็ได้ลงพื้นที่สร้างความตระหนักรู้ไปถึงระดับชุมชนเนื่องจากภายในชุมชนตรอกซอกซอยต่างๆ ก็มีร้านอาหารข้างทาง ร้านรถเข็นอยู่เป็นจำนวนมาก หากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายก็เชื่อว่าเขตวัฒนาจะปลอดโฟมได้อย่างแน่นอน

ธัญลักษณ์ งามชัยพิสิฐ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม “กรุงเทพฯ ตาวิเศษรวมใจรักษ์สะอาด ปลอดโฟม” กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เห็นโทษของการใช้โฟมบรรจุอาหารมากขึ้น ซึ่งภายในโรงเรียนก็เป็นเขตปลอดโฟม เวลาไปซื้ออาหารข้างนอกก็จะปฎิเสธไม่เอากล่องโฟม หรือหลีกเลี่ยงร้านที่ใช้กล่องโฟม ไม่ใช่แค่ที่โรงเรียนแต่ตนเองได้นำไปใช้กับที่บ้านด้วยการบอกให้ผู้ปกครองไม่ซื้อ หรือใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร เพื่อที่พวกเราจะได้ปลอดภัยจากสารพิษที่มากับกล่องโฟม ช่วยลดปริมาณขยะ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

ในกิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาร่วมรณรงค์พร้อมมอบตัวอย่างภาชนะทางเลือกที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ชานอ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น

หน่วยงาน องค์กร สถานศึกษา ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการทำให้พื้นที่ของท่านเป็นเขตปลอดโฟม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับ
คำปรึกษาได้ที่ สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ได้ที่โทร.02-2620073 หรือ http://www.facebook.com/taviese

15 ปี กับความสำเร็จด้านท่องเที่ยวและกีฬา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296644

15 ปี กับความสำเร็จด้านท่องเที่ยวและกีฬา

15 ปี กับความสำเร็จด้านท่องเที่ยวและกีฬา

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 15 ปี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และแขกผู้มีเกียรติ จากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน โดยภายในงานมีพิธีสักการะศาลพระภูมิ ณ สวนสี่ภาค ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ต่อด้วยพิธีรับมอบของบริจาคอุปกรณ์การกีฬา และกิจกรรมปลูกต้นดาวเรือง เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แสดงออกถึงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9

งานนี้ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การกีฬา การศึกษา ด้านกีฬา นันทนาการ และราชการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดเป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว การกีฬา และนันทนาการ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินการพัฒนาการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและด้านกีฬาให้รุดหน้าอย่างต่อเนื่อง มีการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวไทยเป็นระยะ เพื่อเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาและเป็นกลไกขับเคลื่อนสู่การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ซึ่งระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมากระทรวงฯได้มีการขับเคลื่อนภารกิจทั้งด้านการท่องเที่ยวและด้านการกีฬาจนประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมอาทิ โครงการเจ้าบ้านที่ดี การปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย การดูแลและให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว การผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับกีฬา การจัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ ฯลฯ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมเดินหน้าในการส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืนซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นปีท่องเที่ยวแห่งชาติ ภายใต้แคมเปญ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” ซึ่งจะเน้นส่งเสริมอัตลักษณ์และวิถีของท้องถิ่น เน้นการกระจายรายได้จากเมืองหลักสู่เมืองรองและชุมชน โดยอาศัยการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆ รวมถึงกระทรวงฯได้เดินหน้าสร้างให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอาเซียน 6 ศูนย์กลาง ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา, ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ,การจัดงานแต่งงาน, การท่องเที่ยวทางน้ำ, การท่องเที่ยวเชื่อมโยง และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร พร้อมทั้ง ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีถิ่น วิถีไทย ประกอบด้วย 70 เส้นทางตามรอยพระบาท การท่องเที่ยวทางราง การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล, การท่องเที่ยวภาคค่ำและการจัดประชุมสัมมนา รวมถึงเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาการ ท่องเที่ยวทั้ง 8 เขต เพื่อให้มีกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในระดับพื้นที่ เพื่อเป็นการกระจายรายได้จากเมืองหลักสู่เมืองรองและชุมชน และจะมีการประกาศเพิ่มอีก 1 เขต คือ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวหมู่เกาะทะเลใต้ (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และหมู่เกาะอ่างทอง)

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมกันทำกิจกรรมปลูกต้นดาวเรือง

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมกันทำกิจกรรมปลูกต้นดาวเรือง
รับมอบของบริจาคอุปกรณ์การกีฬา เพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนต่อไป

รับมอบของบริจาคอุปกรณ์การกีฬา เพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนต่อไป
รับมอบของบริจาคอุปกรณ์การกีฬา เพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนต่อไป

รับมอบของบริจาคอุปกรณ์การกีฬา เพื่อนำไปมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนต่อไป
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

นิทรรศการ‘ธรรมดี ที่พ่อทำ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296668

นิทรรศการ‘ธรรมดี ที่พ่อทำ’

นิทรรศการ‘ธรรมดี ที่พ่อทำ’

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ชมรมพลังศิลป์ (The Power of Art Club) ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (OESA) ชมรมสตรีนานาชาติแห่งประเทศไทย(The International Women’s Club of Thailand)  มูลนิธิธรรมดี และ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ร่วมกัน จัดแสดงนิทรรศการจิตรกรรมและปฏิมากรรม “ธรรมดีที่พ่อทำ” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจนหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิธีเปิดนิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” ได้รับเกียรติจาก หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ (ภาณุพันธุ์) กรโกสียกาจ เสด็จทรงเป็นประธานในพิธี ในวันที่ 9 ตุลาคม 2560 เวลา 17.30 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ถนนราชดำริ  ในงานจะมีการประมูลผลงานระดับมาสเตอร์พีชของ 3 ศิลปินชื่อดัง เพื่อนำรายได้มอบให้กับองค์กรการกุศล โดยนิทรรศการจะจัดแสดงให้ชมไปจนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 10 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296662

คุณแหน : 10 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 10 ตุลาคม 2560

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll เดินทางไปสหรัฐฯครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จระดับสมใจนึก การได้พบประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรารถนามาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่ติดขัดที่อดีตประธานาธิบดีโอบามา บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด เริ่มจากเมื่อคณะไปถึงทำเนียบขาว ประธานาธิบดีทรัมป์ และภรรยาออกมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ ยังเมคชัวร์ให้ชาวโลกรู้ว่าเขาให้ความสำคัญแก่ผู้นำรัฐบาลไทยโดยจัดให้มีการต้อนรับและปรึกษาหารือข้อราชการในห้องทำงานประธานาธิบดี “Oval Office” ซึ่งปกติจะปฏิบัติกับระดับผู้นำโลกเท่านั้น…แน่นอนความสำเร็จครั้งนี้หมายรวมถึง คสช.ด้วย ท่านนายกฯจึงต้องเปิดสายด่วนโทร.เล่าความสำเร็จครั้งสำคัญให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทราบด้วย…

 

ll อาหาร Cuisines ของคนไทยทำท่าจะฉุดไม่อยู่ถูกเรียกร้องจากนักชิมทั่วโลก เช่น “ห่านพะโล้ท่าดินแดง” ของเสี่ยสุรศักดิ์ ใช่วิวัฒน์ ตำนานห่านพะโล้มีต้นกำเนิดจากอำเภอซัวเถา ประเทศจีน ภายหลังบรรพบุรุษเราอพยพมาเมื่อกว่าร้อยปีนำมาปรุงต่อในแผ่นดินสยามเพื่อกินอยู่อย่างประหยัด ถึงวันนี้เสี่ยซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล เดินหน้าปรับปรุงขยายกิจการเข้ายึดหัวหาดย่านช็อปปิ้งหรูของนักท่องเที่ยวระดับ A เช่น King power, พารากอน และเซ็นทรัลชิดลม ล่าสุดยังถูกทาบทามให้ไปเปิดบริการในกาสิโนกัมพูชา…

ll วรพล จันทร์งาม ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค นนทบุรี เรียนจบหลักสูตร การบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 4 เป็นหลักสูตรของตำรวจไทย ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ภูมิใจที่ข้าราชการกระทรวงฯ อมรมแล้วจะได้มาพัฒนาประเทศ…

ll กัลยาณี บัวสรวง วสุวานิช กับ กวิภัฏ ลูกชายคนเก่งรับหน้าที่ทำหนังสือที่ระลึกแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่พรรณฉวี ปิยกุลมารดา ดร.ผุสดี ตามไท ได้ทันเวลาพอดี พร้อมส่งขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่…

ll ช่วงหลานปิดเทอม ฤดีสวาท วิจิตรยุทธศาสตร์ คุณยายรู้ดีของหลานๆ เลยมีเวลาไปทริปญี่ปุ่น หาความสุขใส่ตัวเองบ้าง…

ll สุพจน์ ผจญยุทธ์ ก็มีความสุขกับการท่องเที่ยว เตรียมไปทริปไต้หวันนาน 10 วันกลับ…

ll เศรษฐวิทย์ ชีระวินิจ จัดทริปไปอียิปต์ต้นเดือนหน้า มีลง Cruise ชมวิวแม่น้ำไนล์ พีระมิด หลายคืน พร้อมซดข้าวต้มร้อนๆ ยามค่ำคืน กินกับเกี้ยมไฉ่ กุนเชียง ฯลฯ เหมือนอยู่บ้านเราจริงๆ พร้อมนอนโรงแรมอย่างดี ได้บรรยากาศหลายแบบ…

ll อังคณา วัฒนกุล ปลูกผักปลอดสารพิษที่บ้านย่านเสนานิคม แบบสวนครัวปลูกกินเอง ผลผลิตมีมากมายจนสามารถแจกจ่ายให้เพื่อนๆ ได้ทั่วถึง…

ll ทั้ง ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร รองประธานกรรมการคนที่ 1 กับ คุณหญิงจวบ จิรโรจน์ รองประธานกรรมการคนที่ 2 มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ แม้วัยล่วงเกิน 90 ปี แต่สุขภาพทั้ง 2 ท่านยังแข็งแรงมาก เดินเองไม่ใช้รถเข็น…

ll เหล่าผู้ศรัทธา อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ผู้ล่วงลับพากัน มาเยี่ยม ประชุม ภรรยาวัย 91 ปี ที่บ้านคู้บอน อาทิ ปณม กาญจนะโภคิน, ธนะรัตน์ คุณวุฒิดี, ศุกฤษ จันทร์เพ็ญ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

ll ดวงพร  ศรีตุลานนท์ ดีใจได้ไปกราบพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อนวันปิดเมื่อ 5 ต.ค. …

ll งานพระราชทานเพลิงศพ พลตรีพีรยุทธ พิริยะโยธิน พ่อตา ฐานิสร์-ภาณีพิไล วัชโรทัย 12 ต.ค. 18.00 น. เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม …

ll ทำดีเพื่อสังคมเมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา สองตายาย พล.ร.ต.กฤษดิ์กมล-ธนษร กีรติบุตร พากันเป็นจิตอาสาคอยรับผู้มากราบพ่อหลวงวันสุดท้ายไปส่งตามบ้านมีเรื่องประทับใจคุณป้าท่านหนึ่งมีเงินติดตัว 500 บาท ทำบุญให้พ่อหลวงหมด ไม่มีค่ารถกลับบ้าน โชคดีได้
สองตายายขับรถไปส่งไกลลิบถึงหนองจอกโน่น !!…ll

บารอนเนส

ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง สืบสานแนวพระราชดำริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296629

ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง สืบสานแนวพระราชดำริ

ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง สืบสานแนวพระราชดำริ

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ จัดกิจกรรมสื่อสารมวลชนสัญจร ศึกษาดูงาน “ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง สืบสานแนวพระราชดำริ” เพื่อส่งเสริมการรับรู้ความเข้าใจในการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และเผยแพร่ผลสำเร็จเชิงประจักษ์ระดับชุมชนที่น้อมนำ“ศาสตร์พระราชา”มาปรับใช้จนประสบความสำเร็จ โดยให้ความสำคัญกับการขยายผลการพัฒนาในระดับครัวเรือนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและพัฒนาต่อไปสู่ชุมชนพอเพียง ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

ฐากร ค้าขายกิจธวัช นักวิชาการประมงชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพประมง กล่าวว่า “โครงการพัฒนาด้านอาชีพการประมงและเกษตร ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล และจังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องถึง 36 ปี ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2524 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่จังหวัดจันทบุรี และทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นว่า “ให้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสม จัดทำโครงการพัฒนาด้านอาชีพการประมงและเกษตร ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล และจังหวัดจันทบุรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นจึงสนองรับพระราชดำริ และก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เมื่อปี 2524 ที่ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนในเรื่องความเป็นอยู่และอาชีพของราษฎรรอบอ้าวคุ้งกระเบน และพื้นที่ใกล้เคียง พัฒนาอาชีพประมงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเล พัฒนาการใช้และการอนุรักษ์ธรรมชาติให้เกิดความสมดุล ทั้งศึกษา วิจัย ทดลอง และเผยแพร่ความรู้ เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาจนได้ผลดี เช่น เพาะพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งทะเล คือ กุ้งกุลาดำ ปลากะพงขาว ปลากะรัง การอนุรักษ์และดูแลหญ้าทะเล เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ อนุรักษ์ป่าชายเลนรอบอ่าว และส่งเสริมใช้ปลูกป่าชายเลน เพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน ให้เจริญเติบโตและออกสู่ทะเล ส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่รอบนอกมีอาชีพยั่งยืน เช่น การทำสวน ทำไร่นาการแปรรูปอาหาร การเลี้ยงปลากระชัง เป็นต้น”

ด้าน นิวัติ ธัญญะชาติ ประธานกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เผยว่า “เดิมที
ชาวบ้านในพื้นที่ประกอบอาชีพประมง ทั้งจับปลากุ้ง และปู ซึ่งจับตามฤดูกาล หลังจากนั้นปูม้าก็ได้หมดไป เพราะไม่รู้ว่าการจับปูม้าที่มีไข่นอกกระดองไปนั้น เป็นการทำลายลูกปู จากนั้นช่วงปี 2549-2550 ปูม้าได้กลับเข้ามา ในพื้นที่ จึงเห็นว่าปูม้าที่มีไข่นอกกระดอง สามารถเพาะพันธุ์ต่อไปได้ เราจึงริเริ่มในช่วงปี 2550 ในการอนุรักษ์เพาะพันธุ์ปูม้า โดยมีศูนย์โครงการในพระราชดำริ เป็นผู้ที่คอยให้ความรู้ด้านวิชาการ โดยได้เพาะพันธุ์และปล่อยตัวอ่อนของลูกปูสู่ทะเล จากนั้นก็ได้เพาะพันธุ์มาเรื่อยๆ และมีชาวบ้านเริ่มสนใจขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงปี 2554 มีจำนวนชาวบ้านที่เข้าร่วมการอนุรักษ์เพาะพันธุ์ปูม้า ทั้งสิ้น 15 ราย”

ขณะที่ ณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านเกาะจิกหมู่ที่ 1 ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี เผยว่า “เกาะจิกเป็นหนึ่งในชุมชนที่เข้าโครงการลดภาวะโลกร้อน เดิมทีหมู่บ้านเกาะจิกเป็นชุมชนชาวประมง สภาพพื้นที่เป็นเกาะ มีน้ำทะเลล้อมรอบ และอยู่นอกเขตการจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เดิมทีชาวบ้านใช้แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมัน และเครื่องยนต์ดีเซลล์ในการปั่นพลังงานไฟใช้เอง แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้พลังงานไฟฟ้า และมีค่าใช้จ่ายน้ำมันดีเซลทั้งยังก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ จึงได้ทำประชาคมหมู่บ้านเสนอสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานขอสนับสนุนการสร้างระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน และได้รับอนุมัติงบประมาณในปี 2545 ซึ่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ที่เป็นระบบหลักของหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านสามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ และเพียงพอต่อระบบปั๊มน้ำประปาในหมู่บ้านทั้ง 3 จุด เพียงให้ประชากรบนเกาะที่มีจำนวน 149 ครัวเรือน หรือ 389 คน ในปัจจุบัน ให้ได้ใช้ไฟฟ้าเพียงพอ นอกจากนี้ ทางหมู่บ้านเกาะจิกได้รับใบประกาศจากองค์การบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก ทำให้ชุมชนมีเป้าหมายที่จะทำให้การลดภาวะเรือนกระจกได้มากขึ้น”

‘๑ในดวงใจไทยนิรันดร์’ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296636

‘๑ในดวงใจไทยนิรันดร์’ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

‘๑ในดวงใจไทยนิรันดร์’ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ความโศกเศร้าอาดูรยังคงอยู่ในหัวใจคนไทยทุกคนไม่จางหาย แต่พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสต่างๆ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเป็นแนวทางให้ปวงชนชาวไทยยึดถือและปฏิบัติตามสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ และเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร เดอะ คริสตัล และ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด จึงได้ร่วมกันจัดนิทรรศการ “๑ ในดวงใจไทยนิรันดร์” รวบรวมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ มาจัดแสดงในรูปแบบแห่งความพอเพียง ตลอดเดือนตุลาคมเวลา 10.00-22.00 น. ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะ คริสตัล เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

กวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์การค้า เดอะ คริสตัล กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ศูนย์การค้า เดอะ คริสตัล และกลุ่มบริษัทในเครือ สถาปนิก 49 จำกัด ได้จัดนิทรรศการ “๑ ในดวงใจไทยนิรันดร์” รวบรวมบันทึกพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงอุทิศพระวรกายอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของพสกนิกร และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนของประเทศชาติผ่านโครงการต่างๆ มากมาย ซึ่งพระองค์เป็นผู้คิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกแสดงถึงพระอัจฉริยภาพ รวมไปถึงพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้ในโอกาสต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตบนความพอเพียงพอดี และเพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งคำสอนของพระองค์ยังคงสถิตอยู่ในดวงใจคนไทยทุกคนเสมอ

ประภากร วทานยกุล ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัดกล่าวว่า จุดเด่นของนิทรรศการในครั้งนี้เป็นการน้อมนำหลักคำสอนเรื่อง “ความเพียร”และ “ความพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยในเรื่องของ “ความเพียร” นั้นถูกสอดแทรกอยู่ในเนื้อหาของนิทรรศการ ซึ่งจุดเริ่มต้นในการคิดคอนเซ็ปต์มาจากประโยคที่ว่า “ครั้งแรก…มักจะยากเสมอ”คือการทำอะไรที่ไม่เคยทำมักจะยากลำบาก ต้องใช้ความเพียรพยายามเป็นอย่างสูงบางคนถึงกับถอดใจ แต่เมื่อศึกษาพระราชประวัติของในหลวง รัชกาลที่ 9 จะเห็นว่า พระองค์ทรงมี “ครั้งแรก” ที่เริ่มทำสิ่งต่างๆ เช่นกันแต่ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ พระองค์ไม่เคยแสดงว่าทรงเป็นอัจฉริยะ แต่ทรงแสดงว่าที่พระองค์ทรงทำได้เป็นผลมาจากความตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร ทั้งในด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะและความรู้แขนงอื่นๆ ตลอดจนโครงการพัฒนาต่างๆ ทรงลงมือปฏิบัติจริง ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศชาติและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนที่พระองค์รัก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้คนไทยและผู้เข้าชมนิทรรศการทุกคน

ทั้งนี้ เนื้อหาภายในนิทรรศการจะรวบรวมพระราชประวัติตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์รวมถึงพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและประเทศชาติ ตลอดจนพระปรีชาสามารถในพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงเริ่มปฏิบัติเป็น “ครั้งแรก” นำเสนอในรูปแบบไทม์ไลน์ (timeline) ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงอายุของพระองค์ท่าน อาทิ 8 พรรษา ทรงเริ่มสนพระทัยการถ่ายภาพและได้รับพระราชทานกล้องตัวแรกยี่ห้อ Coronet Midget จากสมเด็จพระบรมราชชนนี และทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง, 9 พรรษา ทรงสะสมพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อคลาริเน็ตอันแรก, 25 พรรษา ทรงจัดตั้งสถานีวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิตพระราชทานกำเนิดทุนภูมิพลทรงระดมทุนเพื่อจัดตั้งทุนโปลิโอสงเคราะห์ เกิดโครงการพัฒนาชนบทโครงการแรก คือ สร้างถนนเข้าไปยังห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, 31 พรรษา เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคเหนือครบทุกจังหวัด, 32 พรรษา ทรงเริ่มวาดภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์, 33 พรรษา ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, 37 พรรษา ทรงเริ่มต่อเรือใบพระที่นั่งลำแรก เป็นเรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class) พระราชทานชื่อว่า เรือราชปะแตน, 40 พรรษา เริ่มหน่วยแพทย์พระราชทานรักษาประชาชนเคลื่อนที่หน่วยที่ 1 เป็นต้น

ส่วนการออกแบบสถาปัตยกรรมของนิทรรศการในครั้งนี้ได้ยึดหลัก “ความพอเพียง”ดีไซน์ออกมาอย่าง “เรียบง่าย แต่สง่างาม” ใช้ของที่มีอยู่แล้ว อาทิ ชั้นโชว์สินค้าของห้างสรรพสินค้า มานำเสนอในรูปแบบใหม่ทำให้เกิดความน่าสนใจ พร้อมนำเทคนิคกระจกสะท้อนตัวอักษรมาเป็นไฮไลต์อยู่ตรงกลางนิทรรศการนำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 แสดงบนกระจก สื่อให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้มายืนชมคำสอนเหล่านั้นและสะท้อนกลับไปยังตนเอง เพื่อระลึกและนำกลับไปยึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี

ร่วมชมนิทรรศการ “๑ ในดวงใจไทยนิรันดร์” รวบรวมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9โดย ศูนย์การค้า เดอะ คริสตัล และ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด ตลอดเดือนตุลาคม 2560เวลา 10.00-22.00 น. ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้า เดอะ คริสตัล เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-1015959

‘บลูพอร์ต หัวหิน’ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296552

'บลูพอร์ต หัวหิน' จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล

‘บลูพอร์ต หัวหิน’ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ขอเชิญประชาชนชาวหัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยว ร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ
M Heart : สายโลหิต สายใจ ร้อยล้านดวงใจ คิดถึงพ่อ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ณ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ในวันศุกร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โดย สถานีกาชาดหัวหิน เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน ๘๙ รูป พร้อมเชิญชวนประชาชนชาวหัวหิน พื้นที่ใกล้เคียง และนักท่องเที่ยว ร่วมบริจาคโลหิตในโครงการ“M Heart : สายโลหิต สายใจ ร้อยล้านดวงใจ คิดถึงพ่อ” เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ครบ ๑ ปี ณ บริเวณ Blú Hall (บลูฮอลล์) ชั้น ๑ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน

โดยภายในงานฯ ได้จัดให้มีเตียงสำหรับรับบริจาคโลหิตบริการ จำนวน ๑๐ เตียง รองรับได้ ๔ คน ต่อเตียง ต่อชั่วโมง วางเป้าหมายมีผู้เข้ารับบริจาคโลหิตจำนวน ๒๐๐ คน สำหรับผู้บริจาคโลหิต ๑๐๐ คนแรก รับเข็มกลัดสัญลักษณ์เลขเก้าไทย ๙ เป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงขับร้องเพลงประสานเสียงของน้องๆเยาวชนจากรายการสตาร์ คิดส์ และการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์ท่านในงานอีกด้วย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐ – ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๕๐๐ คน อาทิ เทศบาลเมืองหัวหิน สถานีตำรวจภูธรหัวหิน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ฯลฯ

และในเวลา ๑๕.๕๒ น. ผู้บริหาร พนักงาน บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ขอเชิญชวนชาวหัวหิน นักท่องเที่ยว และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมยืนถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช เป็นเวลา ๘๙ วินาที บริเวณหน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน

ร่วมทำความดี บริจาคโลหิต ต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันศุกร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.
ณ บริเวณ
Blú Hall ชั้น ๑ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน สำหรับผู้ที่สนใจบริจาคโลหิตเพิ่มเติม
ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ได้จัดหน่วยรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต บริเวณหน้าศูนย์การค้า(ซอยโรงแรม เดอะ ลาภา หัวหิน) ในวันที่ ๑๔-๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐๓๒-๙๐๕-๑๑๑

“STYLE”งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ปลุกกระแสผู้ประกอบการทั้งไทย-เทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296536

“STYLE”งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ปลุกกระแสผู้ประกอบการทั้งไทย-เทศ

“STYLE”งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ปลุกกระแสผู้ประกอบการทั้งไทย-เทศ

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.

พาณิชย์ปลื้มผู้ประกอบการต่างชาติทั้งจากประเทศจีน เกาหลี ศรีลังกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศในกลุ่ม CLMV สนใจเข้าร่วมงาน “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาค งานใหญ่ที่รวมงาน BIFF&BIL, BIG+BIH และ TIFF ไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกอย่างคับคั่ง เชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าไลฟ์สไตล์พร้อมส่งเสริมธุรกิจโตไปพร้อมกัน

จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศหรือ DITP กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากแผนงานของกรมที่ได้ทำการประชาสัมพันธ์งาน “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาคงานที่รวบรวมทั้งงานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (Bangkok International Fashion Fair and Bangkok International Leather Fair: BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (Bangkok International Gift Fair and Bangkok International Houseware Fair: BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Thailand International Furniture Fair: TIFF) ไว้ในงานเดียว ภายใต้แนวคิด Life + Style และเป็นส่วนหนึ่งของ CreativeThailandโดยจะจัดขึ้นในวันที่ในระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคมนี้ ซึ่งมีผู้ตอบรับแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมงาน ทั้งร่วมเป็นผู้จัดแสดงงาน และเข้าร่วมดูงานอย่างคับคั่ง หลังจากที่ได้ไปโรดโชว์ยังประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาค

“จากการไปโรดโชว์เชิญชวนผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงาน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากผู้ประกอบการเชื่อมั่นในศักยภาพประเทศไทยที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิต การตลาดและ การค้าสินค้าไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรของภูมิภาคเอเชียและจากการที่เราได้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติมากว่า 10 ปี การรวมงานใหญ่ระดับนานาชาติ เข้าไว้ด้วยกันถึง3 งานไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้ประกอบการเห็นความพร้อมของประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้จะคุ้มค่ากับการเข้าร่วมงานอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ไปทั้งในหัวเมืองใหญ่ของไทยและประเทศต่างๆ  เพื่อประชาสัมพันธ์งาน STYLEอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีการจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อนำเสนอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานครั้งนี้ รวมถึงการจัด Business Matching ที่ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และในวันที่ 14 กันยายน ก็ได้มีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี  โดยจากการสอบถามทูตพาณิชย์ในตลาดสำคัญ ๆ พบว่ามีผู้ประกอบการจากประเทศจีน เกาหลี ศรีลังกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) แสดงความจำนงตอบรับที่จะเข้าร่วมแสดงสินค้าSTYLE เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของการทำการประชาสัมพันธ์ในประเทศไทยได้มีการจัดกิจกรรม ที่ จ. เชียงใหม่ โดยได้รับความสนใจ จากกลุ่มผู้ประกอบการร้านของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับที่ ถ.นิมมานเหมินทร์ หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และถนนคนเดินท่าแพ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ สนใจเข้าชมงานเพื่อศึกษาดูงาน และเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก นอกจากนี้ในส่วนของกรุงเทพฯ ก็มีผู้ประกอบการจาก7-day Market จตุจักรติดแอร์ และประชาชนทั่วไปแสดงความสนใจเข้าร่วมงานเช่นกัน

พร้อมกันนี้เพื่อทำการประชาสัมพันธ์งานให้คนไทยและชาวต่างชาติได้ทราบถึงการจัดงานมากขึ้น กรมฯ ยังได้จัดกิจกรรมเชิงรุกตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีการจัด Troop ตามแหล่งท่องเที่ยวของต่างชาติในกรุงเทพฯ เช่น บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านสยาม ทองหล่อ และโคเรียทาวน์ เป็นต้น เพื่อประชาสัมพันธ์งานดังกล่าวอีกด้วย

นางจันทิรากล่าวต่อว่าจากเสียงตอบรับที่ดี ทั้งจากผู้ประกอบการ และผู้ที่ต้องการเข้าชมงาน โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยและชาวต่างชาติ กว่า 1,000 บริษัทได้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และจองบูธจัดแสดงร่วม  2,000 บูธ จนเต็มพื้นที่จัดงานกว่า 40,000 ตร.ม. แล้ว และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานจากทั้งไทย และต่างชาติกว่า 60,000 ราย

งาน “STYLE” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาคจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคมนี้  (สำหรับวันเจรจาธุรกิจ คือวันที่ 17-19 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.ส่วนวันจำหน่ายปลีก วันที่ 20-21 ตุลาคม2560 ตั้งแต่วเลา 10.00 -21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

สี่ไทยดีไซเนอร์อวดโฉมความงามของผ้าไทยบนรันเวย์ LA Fashion Week 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296622

สี่ไทยดีไซเนอร์อวดโฉมความงามของผ้าไทยบนรันเวย์ LA Fashion Week 2017

สี่ไทยดีไซเนอร์อวดโฉมความงามของผ้าไทยบนรันเวย์ LA Fashion Week 2017

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 17.00 น.

เป็นที่ฮือฮาอย่างมากเมื่อสี่แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ASV (เอเอสวี), ISSUE(อิชชู่), MILIN(มิลิน) และ PATINYA (ปฏิญญา) นำโดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา, โรจน์-ภูวภนิศ กฤตพลนารา, มิลิน ยุวจรัสกุล และปฏิญญา เกี่ยวข้องร่วมแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่น Spring / Summer 2018 ที่นำเอาความงดงามของผ้าไทยมาผสมผสานในการออกแบบและตัดเย็บไปร่วมอวดโฉมในงาน New Shades of Thailand Los Angeles Fashion Week 2017 ที่จัดขึ้นโดยกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส และทีมประเทศไทย ลอสแอนเจลิส ณ Alexandria Ballrooms นครลอสแอนเจลิส ภายใต้งาน LAFW (Los Angeles Fashion Week) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยที่ได้ร่วมแสดงแฟชั่นโชว์ในงานนี้

โชว์แรกเริ่มจากแบรนด์ PATINYA กับคอลเลกชั่น “PRIVÉ” Spring/Summer 2018 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของชิ้นงานชุดไทยสมัยนิยมต่างๆในอดีต นำมาประยุกต์ให้ดูร่วมสมัยและสวมใส่ได้จริง มีการดึงเอาเสน่ห์ของลวดลายไทยในวัดวาอาราม มาทอเป็นผืนผ้าลูกไม้สอดแทรกเป็นดีเทลต่างๆอยู่บนเนื้อผ้าอย่างละเอียดลออ ไฮไลท์อยู่ที่การนำวัฒนธรรมตะวันตกกับวัฒนธรรมตะวันออกมาผสมผสานกันและถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าให้ดูสวยงามร่วมสมัย พร้อมการตัดเย็บและดีเทลการปักต่างๆด้วยมือของช่างฝีมือชาวไทยเพื่อเนรมิตให้กลายเป็นเสื้อผ้าชั้นสูง โดยมีผ้าไหมไทยเป็นส่วนประกอบบนซิลลูเอทสากลนิยม ซึ่งทั้งหมดนี้ยังคงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิกผสานความเรียบโก้และเฟมินีน มีดีเทลและโครงเสื้อผ้าในสไตล์มินิมัล แต่ยังแฝงลูกเล่นความเซ็กซี่แบบมีระดับ โดยเน้นการตัดเย็บที่ประณีตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ แบรนด์

ต่อมาในโชว์ที่สองกับแบรนด์ Milin ในครั้งนี้มิลินมาพร้อมกับเรื่องราวของสาวออฟฟิศใจกลางเมืองหลวงที่ต้องการจะชนะและครอบครองใจ Prince charming boss เจ้านายที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างซึ่งเป็นที่หมายตาของพนักงานทุกคน การแข่งขันในวงการสาวออฟฟิศจึงเกิดขึ้น เมื่อทุกคนต้องมาประชันความโดดเด่นของตัวเองและ dress to impress เพื่อเป็นที่หนึ่งครองใจ super boss ของสาว “Milin Limited” โดยคอลเลกชั่น “Milin Limited” สำหรับฤดูร้อน 2018 นี้มีการนำชิ้นผ้า tailor-made ในแบบแมสคูลินมาปรับใช้ให้เป็นคัตติ้งในแบบเฟมินิน สร้างความแกลมในสไตล์ของมิลิน ความใหม่ของวัสดุที่นำมาใช้ทำให้การออกแบบมีเสน่ห์มากขึ้น ด้วยการระดมความหลากหลายในเทคนิคและเนื้อผ้า เพื่อให้ทุกมุมมองของตัวชุดน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โครงเสื้อทั้งหมดอยู่ในระดับความสั้นยาวที่หลากหลาย เช่นเดียวกับเทคนิคที่สำคัญ โดยนำเสนองาน digital print พิมพ์ลายสัตว์แบบ Exotic บนผ้าซาตินลายงู python บวกกับลายจุด polka dots และผ้าลูกไม้ ตัดต่อขนนกกระจอกเทศ ผ้าทอลายจระเข้ เผยให้เห็นความลึกลับน่าค้นหาที่ซ่อนอยู่ภายในของสาวมิลิน ชุดตัดต่อด้วยสร้อยโลหะประดับเพชรทำให้เกิดมิติแบบใหม่ๆ ริบบิ้นเลื่อมตัดต่อให้ชิ้นผ้ามีวอลลุ่มมากยิ่งขึ้น ชุดเลื่อมเปิดหลังในแบบ outerwear ได้กลายเป็นชิ้นงานที่ น่าหลงใหล สวยงามอย่างสร้างสรรค์

โชว์ที่สามกับแบรนด์ ASV ที่เลือกใช้ผ้าไหมไทยของ จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson) มาเป็นคีย์หลัก แต่นำมาดัดแปลงแต่งแต้มผ่านมุมมองใหม่ออกมาเป็น ผ้าไหมลายทาง (stripe silk) และผ้าไหมลายทางหลากสี (multicolor-stripe color) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและสไตล์ที่แปลกใหม่ ให้กับคอลเลกชั่น Lax Spring/Summer 2018 คอลเลกชั่นที่นำเสนอเรื่องราวการท่องเที่ยวในฤดูร้อนผ่านสายตาของผู้หญิงผู้ซึ่งขับเคลื่อนวิถีชีวิตของเธอด้วยค่านิยมและบุคลิกที่ทันสมัยในสไตล์สาวสังคม ซึ่งความมั่นใจและความชัดเจนในตัวตนของเธอเปล่งประกายชัดเจนราวกับแสงอาทิตย์ในยามฤดูร้อน ภาพบรรยากาศริมชายหาดในช่วงซัมเมอร์ ที่เต็มไปด้วยความเจิดจ้าและความสดใสของแสงอาทิตย์ ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยแอคทิวิตี้หลากหลาย ถูกหยิบยกขึ้นมาผสมผสานกับความเป็นสาวสังคมในสไตล์ ASV ที่มีแอทติจูดและบุคลิกเฉพาะตน ความสดใส ความสง่างามและจิตวิญญาณของฤดูร้อนที่แสดงออกผ่านสายตาของหญิงสาวที่มีมุมมองร่วมสมัย ถูกนำมาสะท้อนผ่านเป็นโครงสร้างชุดที่เหมาะกับฤดูร้อน อย่าง เสื้อไหล่เดียว (one-shoulder) และในคอลเลคชั่นนี้ยังมีการนำเอารายละเอียด บางส่วนจากซิลลูเอทแบบสปอร์ตแวร์ (sportswear) เช่น ลายทางจาก skateboard socks และชุดสำหรับใส่เดินชายหาด (beachwear) มาผสมผสานออกมาเป็นคอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่มีความสนุกสนานแปลกใหม่ และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ปิดท้ายด้วยแบรนด์ ISSUE ที่ครั้งนี้ยังคงเดินทางหาแรงบันดาลใจผ่านเส้นทางสายไหม โดยมีเรื่องราวการล่องเรือจากน่านน้ำเอเชียตะวันออกสู่ทวีปตะวันตก จนเกิดการผสมผสานวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ระหว่าง 2 ทวีป สะท้อนผ่านลวดลาย สีสัน และโครงเสื้อ สำหรับซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2018 ผ่านคอลเลกชั่น “THE INVISIBLE” ISSUE ได้เน้นการใช้ผ้าจากใยธรรมชาติ และการใช้เส้นไหม ในการตกแต่งการตัดเย็บที่ผสมผสานกับการสร้างลวดลายที่มีสีสันกลิ่นอายของยุค 70s โดยมีสไตล์เสื้อผ้าแบบโรแมนติก และโบฮีเมียนที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของแบรนด์ Issue ผสมผสานกับการเลือกสรรผ้าที่ใส่สบาย พร้อมการออกแบบลายพิมพ์ผ้าที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ โดยมีเฉดสีผสมผสานระหว่างสีแดงแตงโม, สีเขียวหยก และสีเหลืองอมน้ำตาล (ขิงแห้ง) ทำให้คอลเลกชั่น SS 2018 นี้สมบูรณ์และมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

ต้องขอปรบมือรัวๆให้กับทั้งสี่แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำที่เป็นตัวแทนคนไทยนำเอาความงดงามของผ้าไทยไปอวดโฉมสู่สายตาคนทั่วโลก ทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าผ้าไทยและวงการแฟชั่นไทยก็งดงาม ทันสมัยไม่แพ้ชาติใดในโลก

 

มูลนิธิเวชดุสิตฯ เนรมิตแคตวอล์ก โชว์แฟชั่นแห่งความเท่าเทียมเพื่อน้องผู้พิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296420

มูลนิธิเวชดุสิตฯ เนรมิตแคตวอล์ก โชว์แฟชั่นแห่งความเท่าเทียมเพื่อน้องผู้พิการ

มูลนิธิเวชดุสิตฯ เนรมิตแคตวอล์ก โชว์แฟชั่นแห่งความเท่าเทียมเพื่อน้องผู้พิการ

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ แห่งแบรนด์ เกรย์ฮาวด์ ออริจินัล, รศ.อัจจิมา เศรษฐบุตร, และ ปฏิญญา เกี่ยวข้อง แห่งแบรนด์ Patinya

มูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยการกำกับดูแลของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จับมือแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง ได้แก่ Sretsis (สเรทซิส) Patinya (ปฏิญญา) และ Greyhound Original (เกรฮาวด์ ออริจินัล)สานต่อความฝัน จัดกิจกรรมโชว์ผลงานและดีไซน์การออกแบบ Adaptive Clothing หรือเสื้อผ้าดัดแปลงสำหรับผู้มีข้อจำกัดทางร่างกายโดยได้เนรมิตแคตวอล์กขนาดใหญ่ใจกลางห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ภายใต้ชื่องาน“Unlimited Dreams Live Showcase” งานแฟชั่นโชว์แห่งความเท่าเทียม แด่น้องๆ เยาวชนทุกคนที่มีความฝันโดยไม่มีข้อจำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความฝันให้กับน้องๆ ผู้พิการ ให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางร่างกายและเสริมสร้างความตระหนักในสังคมด้านความเท่าเทียม เพื่อให้ได้เข้าใจความเหมือนบนความแตกต่าง และก้าวข้ามขีดจำกัดทางสังคมได้ในที่สุด

รศ.อัจจิมา เศรษฐบุตร กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเวชดุสิตฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่าสามเดือนจากงานแถลงข่าวที่ผ่านมามูลนิธิเวชดุสิตฯ และกลุ่มดีไซเนอร์ชั้นนำของไทยที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ได้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในการช่วยกันทำความฝันของน้องๆ ให้เป็นจริง โดยได้ร่วมกันพัฒนาทักษะ ความสามารถ และเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้แสดงศักยภาพที่ซ่อนเร้นออกมา ผ่านการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์และออกแบบ Adaptive Clothing หรือ เสื้อผ้าดัดแปลงสำหรับผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย ที่นอกจากจะถูกนำมาแสดงและจัดจำหน่ายภายในงานแล้วนั้น น้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการยังสามารถนำประสบการณ์การทำงานร่วมกับมืออาชีพระดับแถวหน้าของเมืองไทยไปต่อยอดตามเส้นทางอาชีพของตนเองได้

ประสบการณ์การทำงานให้มูลนิธิและร่วมกับ BDMS ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของฟังก์ชั่นการใช้งานเสื้อผ้า เนื่องจากผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงนั้นมีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย การมีเสื้อผ้าที่สวมใส่และถอดได้ง่ายจะช่วยอำนวยความสะดวก ไม่เพียงแค่กับตัวผู้ป่วยเองแต่ยังรวมไปถึงผู้ดูแลอีกด้วย ความรู้สึกแรกตอนที่เห็นดีไซน์เสื้อผ้า Adaptive Clothing คือดีใจมาก ดีใจที่ได้เห็นว่าผู้พิการและผู้ป่วยจะได้มีโอกาสสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ใช่แค่ใช้งานง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่สวยงาม เสื้อผ้า Adaptive Clothing จึงสามารถช่วยลดช่องว่างทางสังคมและช่วยให้ผู้พิการได้มีโอกาสสวมใส่เสื้อผ้าในรูปแบบที่ทุกคนใส่ได้ นอกเหนือจากนั้นมูลนิธิจะนำเอาตัวต้นแบบ Adaptive Clothing ไปใช้ในการฝึกอบรม เสริมสร้างอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้พิการ ซึ่งผู้ที่ได้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เรียนรู้ทักษะการตัดเย็บเสื้อผ้า Adaptive Clothing ที่จะพัฒนาให้กลายเป็นอาชีพได้ ”

กลุ่มดีไซเนอร์ที่ร่วมโครงการ “ความฝันไม่มีวันพิการ ปีที่ 3 ร่วม-ลงมือ-ทำ” นำโดยPatinya (ปฏิญญา) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบชุดต้นแบบของ Adaptive Clothing เพื่อที่จะนำไปผลิตจริง และแจกจ่ายให้กับผู้พิการ ผู้สูงวัย และผู้ป่วยที่ขาดแคลน ตามจุดประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ซึ่งการจัดทำเสื้อผ้าดังกล่าวนั้นจะเริ่มขึ้นภายในต้นปีหน้า โดยมูลนิธิเวชดุสิตฯ ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงให้ได้มีเสื้อผ้า AdaptiveClothing ใส่ ในขณะเดียวกัน Sretsis (สเรทซิส)ได้ให้ความร่วมมือในการให้โอกาสเยาวชนผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการในการเรียนรู้และสัมผัสการทำงานด้านการออกแบบแฟชั่น ร่วมกับดีไซเนอร์และทีมงานที่เกี่ยวข้องในบรรยากาศการทำงานจริงส่วน Greyhound Original (เกรฮาวด์ ออริจินัล)ให้ความร่วมมือในการผลิตสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษที่น้องผู้พิการมีส่วนร่วมในการออกแบบ โดยรายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่ายในการผลิต จะมอบให้มูลนิธิเวชดุสิตฯ เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพที่ยั่งยืนให้กับผู้พิการทั่วประเทศต่อไป

ทั้งนี้ มูลนิธิเวชดุสิต ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เชื่อมั่นมาเสมอว่า เพียงแค่เพราะข้อจำกัดทางร่างกายนั้นไม่สามารถทำให้คนคนหนึ่งเลิกทำตามความฝันของตนเองได้ และจะเป็นเรื่องที่ดีมากหากพวกเรานับรวมผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายอยู่ด้วยในทุกๆ เรื่อง ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องแฟชั่น หรือดนตรี แต่อาจรวมไปถึงเรื่องเทคโนโลยี หรือการศึกษาด้วย ผู้ที่สนใจสามารถบริจาคผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีมูลนิธิเวชดุสิตฯ ธนาคารทหารไทย เลขบัญชี 214-2-05882-1 หรือสั่งซื้อเสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษจาก Greyhound Original ที่ถูกออกแบบโดยน้องๆ จากโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริจาคและการสั่งซื้อได้ที่ Facebook:Vejdusit Foundation

Limited Edition จาก Greyhound Original

Limited Edition จาก Greyhound Original

ชุด Adaptive Clothing โดย Patinya

ชุด Adaptive Clothing โดย Patinya

เสื้อผ้าจาก Sretsis

เสื้อผ้าจาก Sretsis