นิทรรศการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ‘พ่อหลวงในดวงใจ Always on my mind’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295589

นิทรรศการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ‘พ่อหลวงในดวงใจ Always on my mind’

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

4 ศูนย์การค้า เทอร์มินอล21 อโศก, เทอร์มินอล21 โคราช, แฟชั่นไอส์แลนด์ และ เดอะ พรอมานาด รามอินทรา รวมใจภักดิ์จัดนิทรรศการ “พ่อหลวงในดวงใจ Always on my mind” นิทรรศการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9ผู้ทรงสถิตอยู่ในใจของประชาชนคนไทยทั้งชาติ ชื่นชมและตราตรึงใจไปกับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าที่อยู่เหนือกาลเวลา ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนเสด็จสู่สวรรคาลัย ในระหว่าง วันที่ 2-29 ตุลาคม และ วันที่ 4-29 ตุลาคม 2560 นี้

ประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าทั้ง 4 แห่ง เทอร์มินอล 21อโศก, เทอร์มินอล 21 โคราช, แฟชั่นไอส์แลนด์ และ เดอะ พรอมานาด รามอินทรา เผยถึงการจัดงาน นิทรรศการ“พ่อหลวงในดวงใจ Always on my mind” ว่า “ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ประชาชนคนไทยก็ยังคงรักและอาลัยต่อการสวรรคตของพระองค์ และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กับ 70 ปี แห่งการครองราชย์ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงปกครอง ดูแลบรรเทาทุกข์ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นชนบทห่างไกล หรือแม้แต่พื้นที่อันตราย ทรงช่วยเหลือประชาชนคนไทยไปทั่วราชอาณาจักรและทุกภาคส่วน อีกทั้งพระจริยวัตรที่ยังคงงดงามในทุกๆ ด้านของพระองค์ ก็ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจคนไทยไม่เสื่อมคลาย

ทั้ง 4 ศูนย์การค้า จึงเห็นควรและเห็นตรงกันว่า ควรจะรวมใจและร่วมกันจัดนิทรรศการดังกล่าว ในรูปแบบเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน เพื่อเทิดพระเกียรติผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าเหนือกาลเวลาตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนเสด็จสวรรคต”

ภายในงานนิทรรศการ “พ่อหลวงในดวงใจAlways on my mind” นิทรรศการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ที่จะบอกเล่าเรื่องราวในทุกช่วงเวลาสำคัญ ในพระชนม์ชีพ ชุด พ่อหลวงในดวงใจ…ขณะทรงพระเยาว์ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ จากปี ค.ศ. 1934 พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า), สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, ชุด พ่อหลวงในดวงใจ…ในพระราชอิริยาบถส่วนพระองค์ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระราชโอรสและพระราชธิดา ในพระราชอิริยาบถ อันอบอุ่นและประทับใจมากมาย และสุดท้าย ชุด พ่อหลวงในดวงใจ…พระราชกรณียกิจ พระบรมฉายาลักษณ์ในอดีต เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ รวมทั้งหมู่บ้านแถบชนบทในปี 2514, ปี 2516 และปี 2517

ร่วมชื่นชมพระบารมีและน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ผ่านพระบรมฉายาลักษณ์อันทรงคุณค่า ในนิทรรศการ “พ่อหลวงในดวงใจ Always on my mind” ได้ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก, ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และศูนย์การค้าเดอะพรอมานาด รามอินทรา ระหว่าง วันที่ 2-29 ตุลาคม และ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 โคราช ระหว่าง วันที่ 4-29 ตุลาคม2560 นี้ โดยทั้ง 4 ศูนย์การค้า ได้มีไฮไลต์เป็นการประดับดอกดาวเรืองอย่างงดงามถึง 999 ดอก

โครงการ “ไอคอนสยาม” ร่วมกับ สำนักงานเขตคลองสาน และ กรมทางหลวงชนบท จัดงานส่งมอบ “โครงการปรับปรุงสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” โดยร่วมบูรณะพื้นที่และภูมิทัศน์ของสวนสาธารณะในเขตคลองสานให้กลับมาอยู่ในสภาพสวยงามสมบูรณ์ เพื่อให้ชาวชุมชนใช้เป็นศูนย์กลางพบปะสังสรรค์ ออกกำลังกายและจัดกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ณ สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เขตคลองสาน

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า นโยบายของไอคอนสยามให้ความสำคัญในการร่วมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนและอยู่คู่เคียงแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสมศักดิ์ศรีสืบไป ล่าสุด ร่วมกับสำนักงานเขตคลองสาน และ กรมทางหลวงชนบท บูรณะพื้นที่และปรับภูมิทัศน์สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะครบวงจรในเขตคลองสานให้สวยงาม พร้อมให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการพักผ่อนและเป็นพื้นที่สาธารณะในการทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความปลอดภัย สร้างความสัมพันธ์ และความเข้มแข็งให้กับชุมชน

สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีขนาดพื้นที่ 20 ไร่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เนื่องในมหามงคลวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ครบ50 ปี และเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ หลังจากเปิดให้บริการประชาชนในพื้นที่มากว่า 20 ปี ปัจจุบันสภาพโดยรวมของสวนสาธารณะแห่งนี้มีสภาพเสื่อมโทรม จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและบูรณะอย่างเหมาะสม เพื่อให้สวนสาธารณะของชาวคลองสานกลับมาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดสำหรับชุมชนใกล้เคียงโดยรอบ

ในวันงานยังมีกิจกรรม “ไอคอนสยาม ชวนกันทำดี แต้มสีสวนป่า” ร่วมกันปลูกต้นดาวเรือง เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้เหลืองอร่ามด้วยดอกดาวเรืองในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเดือนตุลาคมนี้ อีกทั้งยังร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีของพสกนิกรและสร้างร่มเงาให้ความร่มเย็นใต้ร่มพระบารมี

ยกระดับผ้าไหมไทย ในงาน ‘ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295584

ยกระดับผ้าไหมไทย ในงาน ‘ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม’

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ รวมพลังจัดงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” เปิดงานไปอย่างอลังการ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนา โดยไฮไลท์อยู่ที่ผ้าไหมที่ได้รับรางวัลทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และผ้าไหมแพรวาพระราชินี มูลค่ากว่า 600,000 บาท และ “กางเกงมวยที่ทอขึ้นจากผ้าไหมไทยแท้100% ตัวแรกของโลก

กมล เชียงวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานการจัดงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม”ณ เซ็นทรัลบางนา เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ได้มียุทธศาสตร์ร่วมกันในการส่งเสริมและพัฒนา “ผ้าไหม”สู่ความเป็นสากล ผลิตภัณฑ์ไหมถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับกลุ่มจังหวัด จนได้รับการขนานนามว่า “เป็นเส้นทางแห่งถิ่นทองของประเทศไทย”

ในปี 2560 ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นไทยแลนด์ 4.0 จึงเป็นโอกาสของจังหวัดร้อยเอ็ด และกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ที่จะต้องพัฒนาคุณภาพและส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ไหม ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัดสู่สากล  เพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ของกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการไหม จังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้จัดทำโครงการ “จัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากไหม” ขึ้น เพื่อยกระดับผ้าไหมไทยให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในยุค 4.0

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เป็นการนำเสนอนวัตกรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้ง 4 จังหวัด ผ้าไหมระดับพรีเมียม, ผ้าฝ้าย, ของใช้, ของที่ระลึก, อาหาร, เครื่องดื่ม OTOP ชวนชิม โดยแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย 1.โซนนิทรรศการ  ครั้งแรกกับการโชว์ผ้าไหมได้รับรางวัลทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และผ้าไหมแพรวาพระราชินี มูลค่ากว่า 600,000 บาท โชว์การเลี้ยงหม่อนไหม 2.ซุ้มสาธิต พบกับการสาธิตการมัดหมี่ลายผ้าไหมของ 3 จังหวัด การทอผ้าแพรวาจากกาฬสินธุ์ 3.โซนจำหน่ายและการแสดงผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากไหม สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปขึ้นชื่อสินค้า OTOP ของดีจากจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์

ทั้งนี้พิธีเปิดงาน ที่ผ่านมาทั้งที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนาได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานเป็นอย่างดี ซึ่งนอกจาก ตื่นตาไปกับการโชว์ผ้าไหมได้รับรางวัลทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และผ้าไหมแพรวาพระราชินี มูลค่ากว่า 600,000 บาท  แล้วยังมี “กางเกงมวยที่ทอขึ้นจากผ้าไหมไทยแท้100% ตัวแรกของโลก” ซึ่งถูกสวมใส่โดย “เต็งหนึ่ง” หรือชื่อจริง เอกพันธ์ สมบูรณ์ทรัพย์ แชมป์มวยรายการไทยไฟท์ (Thai Fight) ปี 2015 รุ่น 70 กก. และแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไหมจากพระเอกตลอดกาลอย่าง ป้อง-ณวัฒน์ กับแฟชั่นผ้าไหมในธีมคลาสสิก ใช้ผ้าไหมสีดำเล่นลายสีเทา จากจังหวัดร้อยเอ็ด ตัวเสื้อสูทป้ายข้าง ออกแบบให้เป็นสูทสมัยใหม่ แต่โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ของผ้าไหมไทย โดยการตัดเย็บอย่างประณีต ออกแบบให้เข้ากับรูปทรงและบุคลิกของผู้สวมใส่ ให้ดูทั้งทันสมัยและคลาสสิกในเวลาเดียวกัน

เหลืองอร่ามกลางใจเมือง ชมดอกดารารัตน์ ในงาน ‘ดอกไม้แห่งความทรงจำ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295531

เหลืองอร่ามกลางใจเมือง ชมดอกดารารัตน์ ในงาน ‘ดอกไม้แห่งความทรงจำ’

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน ร่วมน้อมถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 จัดแสดงดอกไม้ที่มีความหมายแทนความรักและความทรงจำในงาน “ดอกไม้แห่งความทรงจำ” จัดแสดงดอกดารารัตน์ (แดฟโฟดิล) พร้อมเหลืองอร่ามเพื่อถวายความอาลัยและร่วมรำลึกถึงความงดงามในพระราชประวัติความทรงจำที่สวยงามของรัชกาลที่ 9 กับดอกดารารัตน์ (แดฟโฟดิล) ดอกไม้แทนความรักและความทรงจำ  โดย พรทิพย์ อัษฎาธรผู้บริหารอุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน เผยว่า “ปีนี้อุทยานไม้ดอกเพลาเพลินจัดแสดงโชว์ดอกไม้เมืองหนาวเนื่องในโอกาสร่วมถวายความอาลัยและร่วมรำลึกถึงรัชกาลที่ 9 ด้วยดอกดารารัตน์ เข้ามาปลูกและจัดแสดงในพื้นที่โรงเรือนให้ทันในช่วงจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จะถึงนี้ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการใต้ร่มพระบารมี รวมภาพพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อร่วมรำลึกถึงพระองค์ท่าน และให้ประชาชนถ่ายภาพเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป ซึ่งดอกดารารัตน์ หรือ แดฟโฟดิล ในครั้งนี้มีการเลือกปลูกทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ที่มีความพิเศษและสวยงาม เน้นสีเหลืองเพื่อสื่อถึงสีประจำรัชกาลที่ 9 โดยมีสายพันธุ์ Erlicheer ดอกสีขาวครีม, Avalanche ดอกสีขาวมงกุฎสีเหลือง และ Grand Soleil d’ Or ดอกสีเหลืองทอง และมีกลิ่นหอม มีการเตรียมการในการวางหัวพันธุ์รวมระยะเวลาการปลูกนั้นประมาณ 45-50 วัน ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งตอนนี้ดอกไม้มีความพร้อมและสวยงาม ดารารัตน์ ที่จัดแสดงโชว์ทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ Carlton นำเข้ามาจากฮอลแลนด์ เป็นการปลูกนอกฤดูกาล เพลาเพลินมีความภูมิใจและตั้งใจที่ได้จัดแสดงดอกไม้ในความทรงจำที่ดีและมีความหมาย ผ่านเรื่องราวความทรงจำที่สวยงามของดอกไม้ ที่คนไทยหลายคนอาจจะยังไม่เคยได้สัมผัส“ดอกดารารัตน์” หรือ ดอกแดฟโฟดิล (Daffodil)ดอกไม้ที่มีความหมายสูงค่า ซึ่งเป็นดอกไม้ของประเทศเมืองหนาวมีชื่อภาษาไทยว่า ดอกดารารัตน์ ที่มีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ คำว่า ดาราหมายถึง ดวงดาว นั่นคือสิ่งที่อยู่สูงสุด ส่วนคำว่ารัตน์ แปลว่า แก้ว คือสิ่งที่มีค่า ดอกแดฟโฟดิล นิยมใช้มอบให้แก่คนที่รัก เพื่อบอกว่า ไม่เคยต้องการสิ่งใดตอบแทน อีกทั้ง ยังหมายถึง เกียรติยศ ความกล้าหาญ สัญลักษณ์ของความหวัง อีกทั้งดอกยังมีสีเหลืองสดซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพของรัชกาลที่ 9  อีกด้วย”

อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน บุรีรัมย์ จัดดอกดารารัตน์ (แดฟโฟดิล) เพื่อจัดถวายความอาลัยและร่วมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งดอกดารารัตน์ที่จัดแสดงในครั้งนี้ เป็นที่เดียวของประเทศไทยที่ปลูกและจัดแสดงนอกฤดูกาล เพื่อให้คนกรุงเทพฯได้ร่วมสัมผัสและชมความงดงาม เรื่องราวความทรงจำที่น่าประทับใจของดอกดารารัตน์ พร้อมจัดแสดงและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจ ในงาน “ดอกไม้แห่งความทรงจำ” ตั้งแต่วันที่ 9-17 ตุลาคม 60 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

รู้ทัน…โรคหลอดเลือดหัวใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295571

รู้ทัน…โรคหลอดเลือดหัวใจ

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัญหาโรคหลอดเลือดหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย ยิ่งสไตล์ของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป นำมาซึ่งความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจได้ เนื่องในวันหัวใจโลก หรือ World Heart Day 2017 จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของหัวใจและอย่าละเลยโรคหลอดเลือดหัวใจเพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง

นายแพทย์ประดับ สุขุมผู้อำนวยการ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของคอเลสเตอรอลและสารต่างๆ ภายในหลอดเลือด ทำให้เกิดการสร้างคราบไขมัน (Plaque) ที่ไปเกาะบริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน ปิดกั้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจลดลงเรื่อยๆ จนไม่เพียงพอ นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและอาจร้ายแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้ สาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นเกิดจาก อายุ ยิ่งอายุมากขึ้น โรคยิ่งเพิ่มขึ้น ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ระดับไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ ผู้ที่มีความเครียดและขาดการออกกำลังกายก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้เช่นกัน ซึ่งความรุนแรงของโรคนั้นไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

ลักษณะอาการเด่นๆ ของโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจที่พบ ได้แก่ ไม่สบายที่หน้าอก รู้สึกเจ็บหน้าอกจนทนไม่ไหว แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก อ่อนเพลียไม่มีแรง เหนื่อยง่าย สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์แล้ว การที่ผู้ป่วยให้ข้อมูลและรายละเอียดอย่างถูกต้องทั้งประวัติและลักษณะอาการที่ปรากฏย่อมช่วยให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งการตรวจร่างกาย อาทิ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Electrocardiogram (ECG, EKG) การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงกับการวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test)

การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 รักษาโดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น เลิกสูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก เป็นต้น ระดับที่ 2 รักษาโดยการใช้ยา ในผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ต้องเข้ารับการรักษาด้วยยาที่ช่วยให้การไหลเวียนหรือสูบฉีดเลือดดีขึ้น ซึ่งต้องรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง ระดับที่ 3 รักษาโดยการทำหัตถการแบบ Invasive เช่น การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน (Balloon Angioplasty) หรือใส่ขดลวดเล็กๆ (Stent) เข้าไปเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจตีบให้ทำงานได้เป็นปกติ เป็นต้น ระดับที่ 4 รักษาโดยการผ่าตัด ทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (บายพาสหัวใจ) (Coronary Artery Bypass Graft- CABG) โดยมีทั้งเทคนิคบายพาสหัวใจแบบใช้และไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียมตามความจำเป็นของผู้ป่วย

การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างเห็นผลคือ การควบคุมปัจจัยเสี่ยง ซึ่งมีทั้งปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้และปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้คือ อายุ พันธุกรรม และเพศ สำหรับผู้ชายที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนอายุ 40 ปีและผู้หญิงที่เป็นโรคหัวใจก่อนอายุ 50 ปี อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้และเป็นการป้องกันโรคนี้ได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วย ระดับคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด รักษาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ควบคุมและรักษาให้หายขาด เพราะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ประสิทธิภาพลดลง โรคความดันโลหิตสูง ควรรีบรักษาให้หายขาด เพื่อไม่ให้หัวใจทำงานหนักเกินไปส่งผลให้หลอดเลือดตีบ เลิกสูบบุหรี่ เพราะผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ซึ่งนำไปสู่หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะผู้ที่น้ำหนักเกินมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ มากมาย ออกกำลังกายเป็นประจำ เลือกกีฬาที่เคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย เช่น แอโรบิก ว่ายน้ำ จ๊อกกิ้ง เป็นต้น

เนื่องในวันหัวใจโลก หรือ World Heart Day ทุกคนใส่ใจหัวใจและหลอดเลือดหัวใจให้แข็งแรง ด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์และตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี เพื่อการมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โทร.02-3103000หรือโทร.1719

จัดงานแข่งขัน ‘อาชีวะ R-League’ ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ พัฒนาเป็นสตาร์ทอัพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295583

จัดงานแข่งขัน ‘อาชีวะ R-League’ ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ พัฒนาเป็นสตาร์ทอัพ

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดงาน

หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากงาน “Startup Thailand 2017” ที่สร้างกระแสความตื่นตัวในธุรกิจ “สตาร์ทอัพ”ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งประชาชนและนักธุรกิจในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ  กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ “อรรชกา”เผยแผนปั้น“เด็กช่าง” สู่การเป็นสตาร์ทอัพ นักรบเศรษฐกิจรุ่นใหม่ ตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้หันมาสนใจและอยากเรียนอาชีวศึกษา เด็กไทย กล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ พร้อมดันสตาร์ทอัพไทยให้เติบโต ในงาน “Startup Thailand 2018-INVEST NATION” ซึ่งจะจัดขึ้นภายในปีหน้า

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดเผยว่า งาน STARTUP Thailand เป็นความมุ่งมั่นของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ  ที่จะพัฒนาสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง โดยใช้กลไกสนับสนุนและการรวมพลังขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และประชาคมสตาร์ทอัพ  เพื่อสร้างนักรบทางเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่  นั่นคือผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีความสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติ  งาน “Startup Thailand 2017” ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับการจัดงานที่กรุงเทพฯ หลังจากตระเวนจัดใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ นอกจากเกิดกระแสความตื่นตัวในธุรกิจ “สตาร์ทอัพ”เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งประชาชนและนักธุรกิจในภูมิภาคทั่วประเทศ และเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล จึงได้ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการจัดการแข่งขัน “อาชีวะ R-League” เพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ก้าวเข้าสู่ นักธุรกิจรุ่นใหม่ในอนาคต

ทั้งนี้ ดร.ทรรศนะ บุญขวัญผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง EN-TECH กล่าวถึง ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯในครั้งนี้ จะเป็นแรงจูงใจให้นักเรียนในระดับอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ที่มีไอเดีย กล้าคิด กล้าฝัน ได้มีเวทีสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยไม่มีข้อจำกัด  การแข่งขัน“อาชีวะ R-League” จะเป็นแม่เหล็กสำคัญให้นักเรียนอาชีวะได้ร่วมพัฒนาสร้างนวัตกรรมในสาขาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้  รวมทั้งการนำนักเรียนอาชีวะเข้าสู่การพัฒนาเป็นสตาร์ทอัพยังเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการศึกษาเพื่อการมีงานทำ และช่วยให้เด็กไทยอยากเรียนอาชีวศึกษามากขึ้นอีกด้วย

เคล็ดลับผิวสวยท้าแดด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295569

เคล็ดลับผิวสวยท้าแดด

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ สำหรับโครงการ “มอบชีวิตใหม่ให้เต่า สู่ธรรมชาติแห่งสีสันท้องทะเลไทย” ที่ทางเครื่องสำอาง BSC COSMETOLOGY ร่วมกับ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด นำโดย บุษบง มิ่งขวัญยืน ผู้อำนวยการฝ่ายเครื่องสำอางและน้ำหอม บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ยกทัพพนักงานกว่า 40 ชีวิตพร้อมด้วยนางเอกสาวหน้าหวาน เม-นิศาชล ต้วมสูงเนินเจ้าของตำแหน่งนางงามรูปร่างดี จากเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2557 มาร่วมกิจกรรมปล่อยเต่าทะเล คืนสู่ธรรมชาติ พร้อมเผยเคล็ดลับผิวสวยท้าแดดณ อ่าวมะนาว จ.ประจวบคีรีขันธ์

บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขกับการได้เป็นส่วนหนึ่งในการมอบชีวิตใหม่ให้กับเต่าทะเล ได้กลับไปใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งในท้องทะเลไทยซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจในการได้ช่วยเหลือเต่าทะเลไม่ให้สูญพันธุ์ พร้อมกันนี้ ทาง BSC COSMETOLOGY และ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ยังได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนเพาะพันธุ์เต่าให้แก่กรมทรัพยากรชายฝั่งและทางทะเลเป็นเงินจำนวน 120,000 บาท อีกด้วย

นางเอกสาวหน้าหวาน เม-นิศาชล ต้วมสูงเนิน เจ้าของตำแหน่งนางงามรูปร่างดี จากเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2557 เผยว่า ปกติเธอเป็นคนชอบเที่ยวทะเลอยู่แล้ว แต่นี่ถือเป็นสิ่งที่พิเศษมากกับการที่ได้มาร่วมปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ ดีใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์เต่าทะเลไม่ให้สูญพันธุ์ นอกจากนี้ ยังได้เผยเคล็ด(ไม่) ลับสำหรับการดูแลผิวเมื่อต้องเจอแสงแดด


เม-นิศาชล ต้วมสูงเนิน

“เมเป็นคนที่ชอบเที่ยวทะเลมาก เวลาจะไปเล่นน้ำทะเลหรืออย่างเวลาทำงานถ่ายละครกลางแดด เมจะให้ความสำคัญกับเรื่องดูแลผิวขณะออกแดดมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้า หรือตัว เพราะเราเป็นคนผิวสองสี ซึ่งจะไวต่อแดดเป็นพิเศษ เมจะเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันได้ทั้งรังสี UVA,UVB และก็มีค่า SPF50 PA+++ ก็พอ เพราะเป็นคนที่ห่วงเรื่องผิวไหม้จากแดดมากๆ และก็จะทา Aloe vera Gel หลังจากออกแดดเป็นเวลานานๆ ด้วย เพื่อรักษาอาการไหม้จากแดด

เทคนิคการทาครีมกันแดดคือ ต้องทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 นาที ไม่ใช่ทาเสร็จแล้วออกไปเจอแดดเลย และก็จะทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง ส่วนวิธีการเลือกครีมกันแดดของเม ก็จะเลือกที่มีคุณสมบัติป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ก็มีค่า SPF50 ก็น่าจะพอ และที่มีค่า PA+++ เพราะเมเป็นคนที่ห่วงเรื่องผิวไหม้จากแดดมากๆ เป็นคนไวต่อแสง และต้องทำงานอยู่กับไฟกองถ่าย บางทีอยู่กลางแดดนานหลายชั่วโมง เราเลยต้องเลือกคุณสมบัติที่ครอบคลุมการใช้งานในทุกๆ วัน แม้ไม่ได้ออกไปทำงานก็ควรต้องทา เพราะรังสีจากหลอดไฟ หน้าจอโทรศัพท์ หรือจอคอมพิวเตอร์ก็มีผลเหมือนกันค่ะ”

สำหรับคุณสาวๆ รู้อย่างนี้แล้ว ก่อนจะออกแดดอย่าลืมทาครีมกันแดดกันนะคะ สนใจสามารถหารายละเอียดข้อมูลสินค้าและกิจกรรมต่างๆ ของ BSC COSMETOLOGY ได้ทางเฟซบุ๊ค ที่ http://www.facebook.com/bsc.cosmetology และเว็บไซต์ http://www.bsccosmetology.com

‘ขนมไหว้พระจันทร์สอดไส้ไอศกรีมมิกซ์-อิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295578

news_default

‘ขนมไหว้พระจันทร์สอดไส้ไอศกรีมมิกซ์-อิน’

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Cold Stone Creamery (โคล สโตน ครีมเมอรี่) ไอศกรีมมิกซ์-อิน ระดับซูเปอร์พรีเมียมจากอเมริกา บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ร่วมสืบสานประเพณีไหว้พระจันทร์ ด้วยเมนู “ขนมไหว้พระจันทร์สอดไส้ไอศกรีมมิกซ์-อิน” ขนมไหว้พระจันทร์ที่สอดไส้ด้วยไอศกรีมมิกซ์-อิน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโคล สโตน ครีมเมอรี่ ทั้งรสชาติที่อร่อย เปี่ยมด้วยคุณภาพ สำหรับมอบเป็นของฝากแทนความปรารถนาดี ที่จะสร้างความประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยมีไอศกรีมมูนเค้กสูตรพิเศษมาให้คุณได้ลิ้มลอง ให้เลือกถึง 6 รสชาติ เพียงชิ้นละ
159 บาท เท่านั้น ได้แก่

l โกลเด้น โอริโอ้ (GOLDEN OREO) ไอศกรีมสวีทครีม มิกซ์กับโอรีโอ้คุกกี้ ช็อกโกแลตชิพ ช็อกโพแลตฟัจด์ และซอสคาราเมล

l ช็อกโก กู๊ดดี (CHOCO GOODIES) ไอศกรีมช็อกโกแลต มิกซ์กับช็อกโกแลตชิพ ช็อกโกแลตฟัจด์ และไวท์ช็อกโกแลตชิพ

l คอฟฟี่ ลัช อัลมอลด์ (COFFEE LUSH ALMOND) ไอศกรีมกาแฟ มิกซ์กับอัลมอลด์ ช็อกโกแลตฟัจด์ และซอสคาราเมล

l สตรอเบอร์รี่ วันเดอร์ (STRAWBERRY WONDER) ไอศกรีมสตรอเบอร์รี่ มิกซ์กับ สตรอเบอร์รี่ เกรแฮม แครกเกอร์ พาย ครัช และซอสสตรอเบอร์รี่

l กรูฟวี่ กรีนที (Groovy Green tea) ไอศกรีมชาเขียวและสวีทครีม มิกซ์กับ อัลมอลด์

l ดูเรียน ดีไลท์ (Durian Delight)ไอศกรีมทุเรียน มิกซ์กับอัลมอลด์

พิเศษ เมื่อซื้อไอศกรีมขนมไหว้พระจันทร์ 2 ชิ้น รับฟรี Cold Stone Exclusive Coupon คูปองส่วนลด รวมมูลค่ากว่า 1,500 บาท แนะนำหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.coldstone.co.th,

เทรนด์ใหม่เอาใจชาวโซเชียล พาวเวอร์แบงก์ ยูเบา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295581

เทรนด์ใหม่เอาใจชาวโซเชียล พาวเวอร์แบงก์ ยูเบา

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอาใจสาวๆ หนุ่มๆ ชาวโซเชียล ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ โสภิดา อักกโชติพาณิชย์ในวัย 36 ปี ผู้หญิงยุคใหม่ที่ก้าวเข้ามาในโลกไอที ดูแลธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายพาวเวอร์แบงก์ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันดุเดือดพอประมาณ โดยได้ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริปเปิล เอสเค จำกัด (เฟรชแก็ตเจ็ต) ตัวแทนจำหน่ายพาวเวอร์แบงก์คุณภาพสูง ยูเบา (Yoobao) รายเดียวในประเทศไทย

โสภิดา กล่าวว่า ตลาดพาวเวอร์แบงก์ในไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากตามตลาดโทรศัพท์มือถือ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมใช้มือถือจอใหญ่ขึ้น เชื่อมต่ออินเตอร์เนตและโซเชียลตลอดเวลา ทำให้เกิดการใช้แบตเตอรี่เปลือง แบตเตอรี่สำรองจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นยูเบาจึงเปิดตัวพาวเวอร์แบงก์รุ่นใหม่รวม6 รุ่น คือรุ่น Q20C, Q30, P30L, A20, C13 และ C7 ความจุตั้งแต่ขนาด 7,000-30,000 mAh ราคาตั้งแต่ 490-1,690 บาท เพื่อเอาใจคนยุคใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบโมบิลิตี้ และชาวโซเชียลแห่งโลกอนาคต อีกทั้งรองรับเทรนด์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่มีขนาดจอใหญ่ขึ้น ซีพียูแรงขึ้น

เธอเล่าว่า พาวเวอร์แบงก์ยูเบาทั้ง 6 รุ่นล่าสุดนี้ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ มีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก น้ำหนักเบา 135-300 กรัม และไฮไลท์ของพาวเวอร์แบงก์รุ่นนี้ คือ “Yoobao Q20C” เทคโนโลยีล่าสุดที่สามารถใช้สาย Type C ในการซาร์จไฟเข้าพาวเวอร์แบงก์ และยังใช้สาย micro USB เดิม ชาร์จไฟเข้าพาวเวอร์แบงก์ได้ด้วยเช่นกัน เรียกว่า Dual Inputs นับเป็นครั้งแรกในโลกที่ใช้สาย Type C ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ มาพร้อมระบบ Quick Charge 3.0 ในการชาร์จเข้ามือถือที่รองรับระบบดังกล่าว และยังมีระบบ Quick Charge 2.0 เพื่อชาร์จเข้าพาวเวอร์แบงก์ได้อีกด้วย ทำให้สามารถชาร์จเข้ามือถือ หรือชาร์จเข้าพาวเวอร์แบงก์รวดเร็วขึ้นสูงสุดถึง 4 เท่า

ผู้บริโภคมักจะกังวลเรื่องชาร์จไฟมือถือแล้วเกิดระเบิดตามมา ดังปรากฏข่าวอยู่บ่อยๆ ด้วยจุดเด่นของพาวเวอร์แบงก์คุณภาพสูงมักจะให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ยูเบามีระบบตัดไฟเมื่อชาร์จไฟเต็มแล้ว ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับการทดสอบนานกว่า 18 ชั่วโมงในห้องทดลองที่ได้รับมาตรฐาน และมี 9 ระบบพิเศษ เอกสิทธิ์เฉพาะที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อปกป้องจากการเกิดแรงดันไฟฟ้าหรือการจ่ายกระแสไฟที่ผิดปกติ รับประกันว่า “ของแท้ แบตไม่ระเบิด” โดยบริษัทได้มอบความคุ้มครองให้กับผู้บริโภค ในกรณีแบตเตอรี่แท้ระเบิด ในวงเงินสูงถึง 200,000 บาท

“คนไทยเป็นกลุ่มผู้ใช้มือถือที่นิยมเทคโนโลยีใหม่ ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำสมัย สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของยูเบา ที่มีเป้าหมายสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ ต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดพาวเวอร์แบงก์และอุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือในภูมิภาคนี้”

เธอทิ้งท้ายในการพูดคุยครั้งนี้ว่า นวัตกรรมและเทคโนโลยีนั้นมีอะไรใหม่ๆออกมาท้าทายตลาดเสมอ เธอรู้สึกสนุกกับการก้าวตามให้ทันการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานคือ เปิดใจ เปิดความคิด ก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลง ด้วยความซื่อสัตย์และจริงจัง

คุณแหน : 4 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295586

คุณแหน : 4 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 4 ตุลาคม 2560

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll อรุณี ไตรโรจน์  ตั้งใจไปเยี่ยมชมพระที่นั่งอนันตสมาคมแต่เช้า เจอคนล้านแปดเบียดเสียดเข้าคิวต่อแถวม้วนไปม้วนมาหลายตลบ เลยขอชมข้างนอกไปก่อน…

 

ll จันทนา เจริญโต,เสาวนีย์ สุยะนันทน์,วิไลลักษณ์ ภัทโรดม ได้ร่วมกับเพื่อนนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 2500 กลุ่มวันพุธ จัดทำดอกไม้จันทน์ จำนวนกว่า 1,200 ช่อ ส่งมอบได้ทันวันถวายพระเพลิง ส่วน พรรณี คุณะเกษมเปิดบ้านให้เป็นโรงงานผลิตเป็นเวลาหลายเดือน และมีครูต้นแบบจากสำนักพระราชวังมาสอนทำดอกไม้ชนิดต่างๆ ได้แก่ กุหลาบ รัศมีจันทร์ ดารารัตน์ พุดตาน ชบาทิพย์…

ll วันเกิด ปกรณ์ ทวีสินมีพวกลูกน้องเก่าไปเลี้ยงกันที่ Briston ซอยต้นสน ที่พิเศษคือลูกน้องเก่าแก่ที่รัก“คุณปกรณ์”ยิ่งนัก ทุ่มทุนบินชนิดเช้ามาเย็นกลับ กรุงเทพฯ-เชียงราย ชื่อ สมัยสมาน ไกรฤกษ์…

ll ม.ร.ว.กัลยาติงศภัทิย์ ถึงคราวพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกดวงอุบัติเหตุ ตกบันไดหอประชุมจุฬาฯ หน้าทิ่มพื้น ถลอกปอกเปิก ต้องแอดมิทอยู่โรงพยาบาล3 วันแต่ยังโชคดีที่ไม่มีอวัยวะชิ้นใดแตกหักเสียหาย…

ll เดือนนี้เป็นเดือนของความโศกเศร้าของคนไทยทั้งปวง หน้าโปรไฟล์ของทุกคนบนเฟซบุ๊ค พร้อมใจกันเปลี่ยนรูปแต่งไว้ทุกข์และติดโบดำกันถ้วนหน้า ตามถนนผู้คนก็เริ่มกลับมาแต่งดำล้วนอีกแล้ว ถึงจะเศร้าเพียงใดก็ต้องคิดจะทำความดีถวายพ่อหลวงด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเป็นดีที่สุด…

ll เสถียร เลี้ยววาริณอำลาจากบ้านเก่า ธนาคารทิสโก้ ไปสู่บ้านใหม่ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทไทยพาณิชย์ประกันภัย จำกัด…

ll รอคอยมา 9 เดือนเศษศาสตรี ปรีชาชนะชัย ก็ให้กำเนิดหนูน้อยน้ำหนัก 3.6 กก.“โนแอล”หน้ากลมป๊อกเหมือนคุณพ่อภัคเดช  ด้วยฝีมือทำคลอดของ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ คุณแม่บอกว่าแม่หนูร้องจะกินนมตลอดเวลา…

ll รจนา ทรรทรานนท์ มีอาการเอ็นหัวเข่าอักเสบ ถึงกับต้องนั่งรถเข็น แต่ไปไหนๆ ได้สบายหายห่วง เพราะมีคนเข็นรถกิตติมศักดิ์ คือ ศิวะพร สามีผู้แสนดี แต่ขอเตือนอย่าให้กล้ามเนื้อแขนอักเสบไปก็แล้วกันค่ะ…

ll ศิริวรรณ ศิริอารยา พาปณต ศิริอารยา“ลูกหมูอ้วน”ลูกชายกลับจากเนเธอร์แลนด์ แม่กลัวลูกจะอดอยาก ชวนกันกินจนกลายเป็นช้างน้อย ลูกบินไปทำงานที่ญี่ปุ่นแล้ว  ก่อนจะกลายเป็นช้างใหญ่ในอนาคตอันใกล้วันไปส่งลูกที่สนามบิน คุณแม่บ่นอุบเลยว่า อดดูละคร“รากนครา”ที่ติดงอมแงม อยากอ่านหนังสือมาก ถึงขนาดยอมไม่ไปเชียงใหม่ เพื่อไปรับหนังสือที่เพื่อนให้ยืมอ่าน…ll

หนูภาฯ

‘สืบสานพระราชปณิธาน พร้อมใจภักดีแด่องค์ราชัน’ ผ่านนิทรรศการรู้คุณแผ่นดิน โครงการปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน ปีที่ 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295533

‘สืบสานพระราชปณิธาน พร้อมใจภักดีแด่องค์ราชัน’ ผ่านนิทรรศการรู้คุณแผ่นดิน โครงการปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน ปีที่ 6

วันพุธ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00

นักเรียน นักศึกษา และประชาชนร่วมถ่ายทอดผลงานศิลปะกระตุ้นจิตสำนึกประชาชนชาวไทย ให้มีส่วนร่วมปกป้องสถาบัน ร่วมทำความดีตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในนิทรรศการรู้คุณแผ่นดิน โครงการปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน ปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชปณิธาน พร้อมใจภักดีแด่องค์ราชัน”

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิดที่จัดขึ้นโดยกรมกิจการพลเรือนทหารบก ณ ลานสแควร์ บีและซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานได้มีการมอบรางวัลการประกวดภาพวาด ภาพยนตร์สั้นและสุนทรพจน์ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดดเด่น สร้างแรงบันดาลใจปลุกจิตสำนึกรักสถาบัน และทำความดีสืบสานแนวพระราชดำริ โดยมีผลงานเข้าร่วมประกวด จากนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศ จากจำนวนหนังสั้น 234 เรื่อง ภาพวาด 1,862 ชิ้น และพูดสุนทรพจน์ 483 เรื่อง สร้างผลงานจากแรงบันดาลใจ “สืบสานพระราชปณิธาน” รางวัลชนะเลิศภาพวาด ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ด.ช.ปัณณวิชญ์ โพธาภินันท์ หรือน้องอั่งเปา อายุ 7 ปี จากอนุบาลนวพร วาดภาพตัวเองและพี่ขี่จักรยานไปปลูกต้นไม้ พร้อมกับเพื่อนๆ “ผมกับพี่ช่วยกันปลูกต้นไม้ถวายให้ในหลวง ร.9 ที่อยู่บนสวรรค์ ผมกับพี่อยากจะสืบสานพระราชปณิธานของในหลวง ร. 9 ด้วยการปลูกต้นไม้” รางวัลชนะเลิศภาพวาดระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ พรนภา หารโงน อายุ 15 ปี โรงเรียนศรีสงครามวิทยา วาดภาพสีน้ำ บอกว่าในหลวง ร.9 ทรงเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิต พระองค์ทรงเป็นผู้ให้ ทรงสอนให้มีความขยันหมั่นเพียร อดออม ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง “หนูใช้เวลาวาด 1 สัปดาห์ วาดรูปในหลวง ร.9 และ ร.10 โดยมีประชาชนที่กำลังประกอบอาชีพต่างๆ ยึดความพอเพียง เป็นไปตามคำสอนของพระองค์ท่าน ภูมิใจที่ได้วาดภาพนี้และเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนทำความดีถวายในหลวง”


พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รอง ผบ.ทบ.ประธานในพิธีเปิดนิทรรศการรู้คุณแผ่นดิน ประจำปี 2560โดยมี พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก, พล.ท.ธเนศ กาลพฤกษ์ เจ้ากรมกิจการทหารบก, พล.ต.ชัยมนตรี โพธิ์ทอง ผอ.สำนักบริหารและพัฒนาระบบกรมส่งกำลังบำรุง ทหารบก และ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผอ.อาวุโส ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมงานในพิธีเปิด

พิสชา พ่วงลาภ อายุ 17 ปี โรงเรียนศรีสงครามวิทยา สาวน้อยจากจังหวัดเลย ชนะเลิศรางวัลภาพวาดระดับมัธยมปลาย บอกว่า ตั้งใจใช้ไม้แกะสลักด้วยมือ ในภาพเป็นทหารชายแดนที่เป็นครู กำลังกอดกับแม่ เพื่อลาไปทำหน้าที่สอนหนังสือ มีหนังสือที่เกี่ยวกับในหลวง ร.9 อยู่ด้วย “การทำหน้าที่มีความสำคัญ แม้จะคิดถึงแม่แต่สุดท้ายก็ต้องไปทำหน้าที่ ต้องเสียสละ ซึ่งในหลวง ร. 9 ทรงเป็นแบบอย่างทรงทุ่มเทแรงกาย แรงใจทำหน้าที่เพื่อพสกนิกรโดยไม่หวังผลตอบแทน”

รางวัลชนะเลิศภาพวาด ระดับอุดมศึกษาได้แก่ อิทธิฤทธิ์ นุ่นนาแซง นักศึกษาปีที่ 4มหาวิทยาลัยศิลปากร ใช้เทคนิคการวาดภาพในหลวง ร.9 ด้วยสีฝุ่น “ภาพนี้ ผมสื่อว่าท่านเป็นเหมือนร่มโพธิ์ทองที่โอบกอดพวกเราไว้ คอยเฝ้าดูปกป้องดูแล หากพระองค์เสด็จฯไปที่ใดเสมือนมีเมฆแห่งความกรุณา เหมือนสายฝนที่โปรยปรายลงสู่พื้นดินให้มีแต่ความสุข”

สุชาติ ขวัญหวาน ผู้ชนะเลิศรางวัลภาพวาด ประเภทประชาชนทั่วไป “ความภาคภูมิใจผมถ่ายทอดผ่านภาพวาดนี้เห็นถึงพระฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 พระราชกรณียกิจต่างๆ รวมถึงพระราชจริยวัตรตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ ภาพที่ท่านทรงน้อมรับดอกบัวจากหญิงชรา เป็นภาพที่เราคุ้นตา ทรงเข้าถึงความยากลำบาก ความรู้สึกของราษฎร ทรงห่วงใย คอยแก้ปัญหาให้ประชาชน รู้สึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์”

ประเภทภาพยนตร์สั้น ระดับอุดมศึกษา ผู้ชนะได้แก่ ทีม ADEC Films มีทั้งหมด 7 คน ได้แก่ อภิชิต โพธิระ, นนทวัฒน์ เทพเทวิน, ชาญณรงค์ กาวยุ่น, ณัฐชัย ปั๋นล้น, ภาสกร กองอินทร์, อาทิตย์ กันธิมา และ สรธน ธิติสุทธิ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในเรื่อง “รากแผ่นดิน” หนึ่งในทีมนี้ เล่าว่าแรงบันดาลใจของภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ คือ โครงการด้านการเกษตรที่ทรงทำเป็นต้นแบบหลายโครงการ ที่แม่โจ้ ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่ในหลวงทรงริเริ่มไว้ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการทำการเกษตรที่เมื่อได้ผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นผัก ไข่ก็สามารถเอาไปแลกเป็นค่าเทอมได้ “ผมในฐานะนักแสดงนำ รู้สึกซาบซึ้งที่ครั้งหนึ่งได้ถ่ายทอดพระราชปณิธานของในหลวงเรื่องการทำการเกษตรการอยู่อย่างพอเพียง ท่านทรงสอนให้เราพออยู่พอกิน”

รางวัลการพูดสุนทรพจน์ ประเภทประชาชนทั่วไป ร้อยตำรวจเอก อมรพันธุ์ ฉิมอิ่ม ผู้ชนะเลิศ ในสาขานี้ เล่าด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจว่า “อยากถ่ายทอดให้ผู้ฟังรู้สึกรักสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นต้นทางการทำความดี ที่ผ่านมาในหลวง ร.9 ทรงเป็นแบบอย่าง ผ่านพระราชกรณียกิจต่างๆ เมื่อฟังแล้วจะได้คำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมคนไทยถึงรักพระเจ้าอยู่หัว”

ธีระวัฒน์ ชูรัตน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ชนะเลิศรางวัลการพูดสุนทรพจน์ ระดับอุดมศึกษา บอกว่า สุนทรพจน์ของเขาเน้นการให้แนวทางการดำเนินชีวิตที่มีในหลวงรัชกาลที่ 9ทรงเป็นแบบอย่าง จะเห็นว่า ท่านทรงงานใช้งบประมาณอย่างจำกัด และทรงนำงบที่เหลือไปใช้ในโครงการถัดๆ ไป เป็นคำสอนถึงความพอดี “ท่านทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ครองหัวใจราษฎร มากกว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ครองแผ่นดิน ท่านทรงเข้าใจถึงความยากลำบากของประชาชน”

พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า โครงการปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน เป็นโครงการที่เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการแสดงออกถึงความจงรักภักดี สร้างจิตสำนึก ตระหนักในหน้าที่ต่อการปกป้องการล่วงละเมิดสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ประชาชน เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการปกป้องสถาบันผ่านการใช้วรรณกรรม ศิลปะ เป็นสื่อ ซึ่งจะเห็นว่ามีประชาชน นักเรียน นักศึกษาให้ความสนใจจำนวนมาก และพร้อมช่วยกันปกป้องมิให้มีผู้ใดมาล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รัก“เราต้องปลุกจิตสำนึกปกป้องสถาบัน ส่งเสริมการรักสถาบัน สร้างภูมิคุ้มกัน สกัดกั้นการบิดเบือนข้อมูล ผ่านกิจกรรม รวมถึงผ่านสื่อช่องทางต่างๆ เช่น บิลบอร์ด ป้ายโฆษณาในที่ต่างๆ บนรถไฟฟ้า ดิจิทัลวอลล์ ต้องร่วมกันถ่ายทอดย้ำให้ผู้พบเห็นเกิดแรงบันดาลใจที่จะปกป้องสถาบัน”


สุชาติ ขวัญหวาน ผู้ชนะเลิศรางวัลภาพวาด ประเภทประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ ภายในงานยังได้เชิญนักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง “เบสท์-อรพิมพ์ รักษาผล” ร่วมถ่ายทอดความทรงจำต่อในหลวง ร. 9 รวมถึงการแสดงบทเพลงและมินิคอนเสิร์ตที่แสดงถึงความรักและความสามัคคีของคนในชาติ โครงการปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน เริ่มครั้งแรกในปี 2555 โดย กองทัพบกได้ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชน ร่วมรณรงค์ให้คนไทยตระหนักรู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบ และได้เกิดกลุ่ม Thailand Wakeup หรือกลุ่มผู้นำทางความคิดที่เป็นแกนนำในการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกแห่งการทำหน้าที่และความรับผิดชอบของตน บนพื้นฐานแห่งจริยธรรมอันดีงาม และตระหนักในความเป็นคนไทยภายใต้แนวคิด “การทำหน้าที่อย่างถูกต้องของคนไทย” ซึ่งมีผู้สนใจมากมาย เกิดกระแสแห่งการใส่ใจในความคิดที่ถูกต้องในกลุ่มคนหลากหลายสาขาอาชีพ จนได้มีการถ่ายทอดแนวคิดแห่งการทำดีออกมาอย่างต่อเนื่อง


พิสชา พ่วงลาภ ชนะเลิศรางวัลภาพวาดระดับมัธยมปลาย


พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รอง ผบ.ทบ. มอบรางวัลการประกวดภาพวาด ภาพยนตร์สั้น และพูดสุนทรพจน์ ให้กับนักเรียน นักศึกษาและประชาชนในโครงการปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน ปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชปณิธาน พร้อมใจภักดีแด่องค์ราชัน”


ทีม ADEC Films จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้


น้องอั่งเปา ชนะเลิศภาพวาด ระดับประถมศึกษา


เยาวชนที่มาร่วมงาน