‘ก้อง-เกด-เจนี่-มาริโอ้-ป๋อ’นำทีมร่วมเดินการกุศล ‘ก้าวเพื่อชีวิต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295267

'ก้อง-เกด-เจนี่-มาริโอ้-ป๋อ'นำทีมร่วมเดินการกุศล 'ก้าวเพื่อชีวิต'

‘ก้อง-เกด-เจนี่-มาริโอ้-ป๋อ’นำทีมร่วมเดินการกุศล ‘ก้าวเพื่อชีวิต’

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.00 น.

โครงการ “ก้าวเพื่อชีวิต” หัวหิน-ศิริราช  โดยหัวเรือใหญ่  “ลูกเกด-เมทินี  กิ่งโพยม”  และ“ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล”  จัดเดินการกุศลวันที่ 1-7 ตุลาคม 2560 จาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มายัง โรงพยาบาลศิริราช เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราช  ณ กองกำกับการ 2  กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยนาย​รุจน์ประทีป​ ธรรมรพีภัทร นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานปล่อยขบวนเดินการกุศลในโครงการ  “ก้าวเพื่อชีวิต” หัวหิน-ศิริราช เพื่อระดมทุนจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์  อาคาร “นวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา” รพ.ศิริราช พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, พล.ต.ต.สมชาย   เกาสำราญ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง/ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง  โดยมีหัวเรือใหญ่  ลูกเกด-เมทินี  กิ่งโพยม และ ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล และเหล่าศิลปิน-ดาราที่ร่วมเดินสร้างกุศล อาทิ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์, ป๋อ-ณัฐวุฒิ  สกิดใจ,มาริโอ้ เมาเร่อ, นานา  ไรบีนา, ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์, ปู-ปริศนา, ใหญ่ อมาตย์, ซินดี้ -สิรินยา,เมจิ-อโณมา เป็นต้น

สำหรับบรรยากาศ บริเวณจุดปล่อยขบวนนั้นมีผู้คนที่มาร่วมเดินการกุศลกันอย่างคับคั่ง รวมถึงร่วมบริจาคให้กับเหล่าศิลปิน-ดารา ที่ถือกล่องรับบริจาคตลอดเส้นทาง โดยนางเอกสาว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์” เผยถึงความรู้สึกที่มาร่วมโครงการว่า  “เจนมาด้วยใจจริงๆ ค่ะ  พอได้รับคำชวนให้มาช่วยในงานการกุศลครั้งนี้เจนก็รับปากทันที ก็เชิญชวนทุกคนมาร่วมโครงการ ก้าวเพื่อชีวิต ในครั้งนี้ด้วยนะคะ ถ้าเจอพวกเราตรงไหนเข้ามาร่วมบริจาคได้เลย หรือจะร่วมเดินไปกับพวกเราก็ได้ค่ะ”

พระเอกหนุ่ม “มาริโอ้ เมาเร่อ” กล่าวว่า  “โครงการ ก้าวเพื่อชีวิต เป็นโครงการที่ดีมากๆ ครับ ก็ทำให้ทุกคนได้เดินเพื่อสุขภาพ และได้เอาเงินทั้งหมดที่บริจาคไปร่วมสมทบทุนซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่รพ.ศิริราช ก็จะเอามาตรวจโรคมะเร็ง อยากให้ทุกคนช่วยกันเยอะๆ คนละเล็กคนละน้อย เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ครับ”

ฟาก “ป๋อ”ณัฐวุฒิ สกิดใจ เผยว่า “ในช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยทุกคนอยากทำอะไรก็ได้ ที่จะก่อเกิดความดีในจิตใจในประเทศของเรา   ผมว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ที่ให้ผมเป็นส่วนหนึ่ง รณรงค์ร่วมหาเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนให้กับโรงพยาบาลศิริราช  เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์เพื่อศึกษาโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น โรคมะเร็ง  อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์  เราเริ่มที่หัวหิน จนถึง รพ.ศิริราช ก็ใช้เวลาหลายวันเหมือนกันครับ อยากขอเชิญชวนทุกท่านที่เห็นคณะเฝ้าติดตามขบวนว่าไปถึงไหนแล้ว  ฝากเป็นกำลังใจให้นะครับ”

สำหรับโครงการเดินการกุศล  “ก้าวเพื่อชีวิต” ตลอดเส้นทาง 194 กม. ในวันที่ 1-7 ต.ค. นั้นศิลปิน-ดาราต่างหมุนเวียนเปลี่ยนกันเดินมาตามเส้นทางผ่านจ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.เพชรบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.สมุทรสาคร และเข้าสู่กรุงเทพมหานคร สิ้นสุดที่โรงพยาบาลศิริราช

วันที่ 2  ต.ค. ซานโตรินี่  ชะอำ – บ้านขนมนันทวัน จ.เพชรบุรี พบกับ “เจมส์-จิรายุ” และ “ป้าแจ๋ว -ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” เวลา 06.30 น. , เหมี่ยว-ปวันรัตน์, ก้อง-ปิยะ, ลูกเกด-เมทินี

วันที่ 3 ตุลาคม 60 บ้านขนมนันทวัน จ.เพชรบุรี-หน่วยบริการตร.ทางหลวง วังมะนาว พบกับ“บอย-ปกรณ์” เวลา 16.30 น., “เดี่ยว-สุริยนต์” เวลา 06.30 น. , ก้อง-ปิยะ, ลูกเกด-เมทินีฯ

วันที่ 4 ตุลาคม 60  หน่วยบริการตร.ทางหลวง วังมะนาว – หน่วยบริการตร.ทางหลวง  สมุทร สงคราม พบกับ หนูแหม่ม-สุริวิภา, บ๊อบบี้, เป้-อารักษ์, ก้อง- ปิยะ, ลูกเกด-เมทินี

วันที่ 5 ต.ค.  หน่วยบริการตร.ทางหลวง สมุทรสงคราม – SRC Driving Range มหาชัย พบกับ ศรีริต้า เจนเซ่น เวลา 06.30 น., จากนั้นเวลา 08.30 น. พบกับ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ,  ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์, มาวิน ทวีผล, มาร์ค-คณัสนันท์, กิ๊ฟ-สิรินาถ , ก้อง-ปิยะ, ลูกเกด-เมทินี

วันที่ 6 ต.ค. SRC Driving Range มหาชัย – แยกพระราม 2 พบกับ เคน-ธีรเดช, หน่อย-บุษกร,ท๊อป-ดารณีนุช, ก้อง-ปิยะ, ลูกเกด-เมทินี

วันที่ 7 ต.ค. แยกพระราม 2 – โรงพยาบาลศิริราช พบกับ ท็อป-ดารณีนุช,  ใหม่-ดาวิกา, แพนเค้ก-เขมนิจ เวลา 12.00 น., ศรีริต้า เจนเซ่น เวลา 12.00 น., ศิลปินจาก The Star – บิ๊ก กฤษฎา, พรีน -รวิสรารัตน์, เจนนี่ รติพันธ์, โดม -จารุวัฒน์, สิงโต-สหรัฐต์, เบลล์- กฤตปภา, ก้อง-ปิยะ, ลูกเกด-เมทินี

สำหรับช่องทางการรับบริจาคโครงการ “ก้าวเพื่อชีวิต” จะมีกล่องเปิดรับบริจาคตลอดเส้นทางการเดิน ตั้งแต่วันที่ 1-7 ตุลาคมนี้ หรือบริจาคผ่านเว็บไซต์ของ โรงพยาบาลศิริราช ตลอด 24 ชม. (https://si-eservice.mahidol.ac.th /donation)  ส่วนการบริจาคผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ กด *984*100# โทรออก สมทบทุน 100 บาท / ครั้ง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) บริจาคได้ทุกเครือข่าย  สำหรับเครือข่ายทรู พิมพ์ 100  ส่ง SMS มาที่หมายเลข  91219 สมทบทุน 100 บาท / SMS  ตั้งแต่วันนี้- 31 ต.ค.

นอกจากนี้ยังสามารถบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี “เพื่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔  พรรษา โรงพยาบาลศิริราช” ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขาศิริราช  เลขที่บัญชี 016-3-04556-7, ธนาคารกรุงเทพ   สาขาท่าน้ำศิริราช  เลขที่บัญชี 939-3-50021-1 ธนาคารกสิกรไทย   สาขาโรงพยาบาลศิริราช   เลขที่บัญชี 031-8-29953-6

 

‘ราชรถ ราชยาน’ ใน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295326

'ราชรถ ราชยาน' ใน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

‘ราชรถ ราชยาน’ ใน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.32 น.

ราชรถ ราชยาน หนึ่งในเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยศเพื่ออัญเชิญพระบรมโกศจาก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังเคลื่อนไปยัง พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง

โดยในพระราชพิธีครั้งนี้ได้ใช้ราชรถ ราชยานทั้งสิ้น 6 องค์ เป็นการจัดสร้างใหม่ 2 องค์คือ  ราชรถปืนใหญ่ และ พระราเชนทรยานน้อย อีก 4 องค์เป็นส่วนของการบูรณะปฏิสังขรณ์ คือ พระมหาพิชัยราชรถ  ราชรถน้อย  ๙๗๘๔   พระที่นั่งราเชนทรยาน   พระยานมาศสามลำคาน

ในการจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ และ การบูรณะปฏิสังขรณ์ ราชรถราชยานในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการระดมสรรพวิชาช่าง ทุ่มกำลังกาย และ ใจ ของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ประกอบไปด้วย กรมศิลปากร ที่จะดำเนินงานบูรณะซ่อมแซมงานศิลปกรรมและ ทำความสะอาดด้วย วิธีการทางวิทยาศาสตร์ กรมสรรพาวุธทหารบก ตรวจสอบสภาพโครงสร้าง ของราชรถ ระบบกลไกการเคลื่อนที่ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง และจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ และกรมอู่ทหารเรือ จัดตั้งโครงสร้างนั่งร้านที่ใช้ในการบูรณะ และจัดทำเชือกฉุดชักราชรถ

กบนอกกะลา  พร้อม ถ่ายทอดองค์ความรู้แห่งแผ่นดินนี้ ทั้งการติดตามการจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ ณ กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์ สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ  กรมสรรพาวุธทหารบก   ยลโฉม รถต้นแบบที่ใช้ในการจัดสร้าง พร้อมทั้งดูกระบวนการจัดสร้างราชรถ ที่ต้องศึกษาหาข้อมูล รถต้นแบบย้อนไปใน สมัยรัชการที่ 6  รวมไปถึงการออกแบบโครงสร้างและ กลไกระบบ การขับเคลื่อน

ท้ายที่สุดกับการประดับตกแต่งงานศิลปกรรม โดยสำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากร เพื่อจัดสร้างให้ราชรถปืนใหญ่นั้นงดงามสมพระเกียรติตามแบบโบราณราชประเพณี

ด้วยเพราะราชรถ ราชยาน นั้นถูกใช้มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะพระมหาพิชัยราชรถที่ ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งก็มีอายุมากถึง 200 ปีแล้ว ดังนั้นการบูรณะในครั้งนี้จึงไม่ได้ คำนึงถึงความเสียหายของลวดลายและทองที่ประดับเท่านั้น แต่ยังต้องสำรวจความเสียหายและ สึกหรอให้ลึกถึงเนื้อเหล็กที่เป็นโครงสร้างหลัก จึงได้มีการทดสอบความแข็งแรงของ พระมหาพิชัยราชรถ

ร่วมติดตามเบื้องหลังของการจัดสร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์ราชรถราชยาน ยานพาหนะของพระมหากษัติรย์เพื่อใช้ในการอัญเชิญพระบรมศพ  พระบรมอัฐิ และ พระบรมราชสรีรางคาง ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บันทึกไว้เพื่อเป็นองค์ความรู้คู่แผ่นดินไทย

กบนอกกะลา พฤหัสบดีที่ วันที่ 5  ตุลาคม 2560 เวลา 20.45 น. ทางช่อง 9 MCOT HD

‘โต๊ะกลม’ส่งสุดยอดละครเวทีแห่งปี ‘รองเท้าของพ่อ’เชื่อมความรักพ่อให้แนบแน่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295268

'โต๊ะกลม'ส่งสุดยอดละครเวทีแห่งปี 'รองเท้าของพ่อ'เชื่อมความรักพ่อให้แนบแน่น

‘โต๊ะกลม’ส่งสุดยอดละครเวทีแห่งปี ‘รองเท้าของพ่อ’เชื่อมความรักพ่อให้แนบแน่น

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.30 น.

โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ และ โต๊ะกลม  ส่งสุดยอดละครเวทีแห่งปี  ‘รองเท้าของพ่อ ’ ละครเวที  ที่จะทำให้มุมมองของความรักระหว่างพ่อ-ลูกเปลี่ยนไป  ละครเวที ที่จะทำให้คุณ และพ่อของคุณ  รักกันยิ่งกว่าเดิม  เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างพ่อ  ผู้มุ่งมั่นทำงานอย่างหนักโดยมีเป้าหมายที่จะสร้างร้านรองเท้า เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงให้กับครอบครัว  และ ก้อง นักเรียนนอกผู้มีแนวคิดแตกต่างจากพ่อโดยสิ้นเชิง  จนนำไปสู่อุบัติเหตุสุดรุนแรง และ อีกหลากหลายเรื่องราว  หลายอย่างที่คาดไม่ถึง กำลังจะเกิดขึ้นบนเวทีแห่งนี้!!!

นำแสดงโดย พ่ออี๊ด สุประวัติ  ปัทมสูต, กบ ทรงสิทธิ์  รุ่งนพคุณศรี, แม็ค วีรคณิศร์ กานต์วัฒนกุล,  ลูกหว้า พิจิกา  จิตตะปุตตะ, เน็ท กานดา  วิทยานุภาพยืนยง  และนักแสดงสมทบอีกมากมาย ละครเวที  ‘ รองเท้าของพ่อ ’   จะเปิดการแสดงโชว์ในวันที่ 9 – 19พฤศจิกายน 2560    ณ โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน ชั้น7 จองบัตรได้ที่ Thaiticketmajor  ทุกสาขา  ติดต่อสอบข้อมูลเพิ่มเติม 02-262-3456

‘กานต์’เปิดใจเป็นห่วงลูกทั้ง3คน แฉยับ’เสก โลโซ’มีเมียอีกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295316

'กานต์'เปิดใจเป็นห่วงลูกทั้ง3คน แฉยับ'เสก โลโซ'มีเมียอีกคน

‘กานต์’เปิดใจเป็นห่วงลูกทั้ง3คน แฉยับ’เสก โลโซ’มีเมียอีกคน

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.21 น.

2 ต.ค.60 หลังจากที่เมื่อวานนี้ ร็อกเกอร์หนุ่ม “เสก โลโซ” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศข่าวดีผ่านเฟซบุ๊ก ว่าได้มีลูกชายตัวน้อยกับดาราสาว “แซนวิช ปภาดา” จากนั้น “กานต์ วิภากร” อดีตภรรยาเสก โลโซ ก็ได้โพสต์ข้อความตัดพ้อและสงสารลูกๆ เพราะพ่อทำให้ลูกผิดหวังเสียใจ

ล่าสุด กานต์ วิภากร ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ที่ตึก GMM Grammy เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นห่วงความรู้สึกลูกทั้ง 3 คน และขอแสดงความยินดีกับแซนวิช แม้ตอนนี้แซนวิชจะต้องเลี้ยงลูกเอง ส่วนนักร้องหนุ่มก็มีภรรยาใหม่อีกคนชื่อ อีฟ ซึ่งก็ต้องไปถามเรื่องนี้กับเสกเอง

กานต์รู้เรื่องเขากับน้องแซนวิชมาเกือบปีแล้ว เรื่องเสกมีน้องไม่ใช่ประเด็น ประเด็นหลักคือเราตกลงกันไว้กับเสกว่าจะไม่ออกสื่อเรื่องลูก เพราะเราจะปิดไว้ก่อน กานต์เป็นห่วงจิตใจลูก วันนั้นเสกเรียกกานต์และลูกๆ มาคุยพร้อมกัน และบอกจะพากลับบ้าน จะได้หมดเคราะห์ เด็กๆได้ยินก็มีความสุข เขาดูฤกษ์ไว้ 29 ก.ค. แต่หลังจากนั้นก็ไม่โทรหา เขาบอกว่าเขาจะไม่ออกสื่อเรื่องลูกใหม่ แต่เขามาโพสต์แบบนี้คืออะไร เขาบอกอย่าบอกลูก ไม่ให้ลูกรู้ ถ้าบอกลูกดีๆ เขาก็รับได้ อธิบายให้มันเป็นภายในก่อน ไม่ใช่อยู่ดีๆ ลูกรู้พร้อมกันกับคนอื่นได้อย่างไร

กานต์ไม่ติดต่อเขามา 2 อาทิตย์แล้ว เพราะเขาคิดว่ากานต์กับแซนวิชจะรวมหัวกันเอาคนไปจับเขา ซึ่งก่อนหน้านี้น้องมาปรึกษาว่ากานต์ว่าเสกมีอาการแปลกๆ คุยกับตู้เย็น บางครั้งก็ไหว้ตู้เย็น มาแถลงวันนี้ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไร จะบอกว่าทำไมเขาถึงโพสต์เรื่องลูก ทั้งที่เขาบอกเองว่าจะให้ลูกโตก่อน ถ้าอยากจะเปิดเผยก็บอกกับลูกก่อนแล้วค่อยไปโพสต์ ถ้าอย่างงั้นก็จะไม่เป็นปัญหาเลย ตอนนี้เสกกับแซนวิชก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน บ้านเสกไม่ได้มีผู้หญิงอยู่ในบ้านตลอดเวลา แต่จะมีผู้หญิงอื่นเข้ามาในบ้านบ่อยครั้ง เสกบอกว่าจะรับกานต์กับลูกมาอยู่ด้วยแต่จะไม่ให้ใครเข้าบ้าน ส่วนเรื่องคดีความที่อยู่ในชั้นศาล เสกต้องจ่ายตามศาลเรียก 13 ล้าน ที่เขาไม่รับผิดชอบ ละเลยเรา พอทวงเขา เขาก็บอกว่า จะเล่นคอนเสิร์ตผ่อนให้ ถ้ามีเงินก็จะคืนให้ และยังบอกอยู่บ่อยๆว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย

‘ละอองดาว’ตอนแรก !!! ‘เบนซ์’แจ้งเกิด นางร้าย ได้ฉายาใหม่ ‘ผดาลำไย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295271

'ละอองดาว'ตอนแรก !!! 'เบนซ์'แจ้งเกิด นางร้าย ได้ฉายาใหม่ 'ผดาลำไย'

‘ละอองดาว’ตอนแรก !!! ‘เบนซ์’แจ้งเกิด นางร้าย ได้ฉายาใหม่ ‘ผดาลำไย’

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.30 น.

เรียกว่าไม่ทำให้ผิดหวังสำหรับละครพีเรียด “ละอองดาว” หลังจากออกอากาศไปตอนแรก นอกจากนางเอกอย่าง “นาว – ทิสานาฎ” ที่เหมาะสมกับบท“ละอองดาว” แล้ว  หรือจะเป็นพระเอก “อ๋อม – อรรคพันธ์” กับบท “กรกฏ” หนุ่มนักเรียนนอกผู้มั่นใจตัวเองสูง อีกหนึ่งตัวละครที่สร้างสีสันมาแรงแซงทางโค้ง คือนางร้ายสุดแซ่บของเรื่อง “ผดาชไม” เล่นโดย “ เบนซ์ –  ปุณยาพร”  จนได้รับฉายาในช่วงข้ามคืนว่า “ผดาลำไย” หรือ “ลำไยผดาชไม” เจ้าของไร่สตรอเบอร์รี่ตัวจริง งานนี้คนดูเอ่ยชมว่าดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา แถมยังมีฉากหอมแก้มพระเอกบ่อยมากๆ งานนี้ขอปรบมือรัวๆ ให้กับสาวเบนซ์ ที่ตีบทแตกกระจุย ไปตั้งแต่ตอนแรก คาดว่า ถ้าเป็นช่วงหน้าทุเรียนคงเดินตลาดไม่ได้แน่นอน !

ติดตามความสนุกของเรื่องราวความรักครั้งนี้ได้ ใน “ละอองดาว” ทุกคืนวันพุธ และวันพฤหัสบดี  หลังข่าว เวลา 20.15 น.  ทางช่อง 7 สี HD กดเลข 35

‘อีโบล่า&โดส’พร้อม ร่วมสร้างประวัติศาสตร์เขย่าวงการเมทัลในไทยกับ’วงSepultura’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295284

'อีโบล่า&โดส'พร้อม  ร่วมสร้างประวัติศาสตร์เขย่าวงการเมทัลในไทยกับ'วงSepultura'

‘อีโบล่า&โดส’พร้อม ร่วมสร้างประวัติศาสตร์เขย่าวงการเมทัลในไทยกับ’วงSepultura’

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.01 น.

สาวกเมทัล เตรียมตัวให้พร้อมแล้วนับถอยหลังรอรับความเดือด กับ เทศกาลดนตรีที่ร็อค ที่สุด ณ ใจกลางมหานครที่รวบรวมวงร็อคไว้มากที่สุด ทุกรุ่น ทุกเจเนอเรชั่น ที่จะมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์วงการ เมทัลของสยามประเทศกับ OD ROCK และวงเฮดไลน์ที่ทรงพลังและมีอิทธิพลที่สุดแห่งยุคนั่นคือ วง Sepultura พร้อมกับวงร็อคแถวหน้าของเมืองไทยที่เตรียมตัวขึ้นสาดความมัน!! กันแบบนอนสต็อบ อย่าง วง EBOLA (อีโบล่า) & DOSE (โดส) จากค่าย MUZIK MOVE (มิวซิกมูฟ) และวงอื่นๆจากค่ายต่างๆไม่ว่าจะเป็น Carnivola, Dezember, Retrospect, และ Hopeless ที่จะยกขบวนมาร่วมปลุกจิตวิญญาณความร็อคในตัวคุณ ซึ่งงานนี้ วง EBOLA ที่ได้เป็นหนึ่งในส่วนร่วมคอนเสิร์ตครั้งนี้เผยว่า

วง EBOLA วงเราตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับ สำหรับคอนเสิร์ตนี้ เพราะนอก จากจะได้ร่วมเล่นบนเวทีเดียวกับต้นฉับบของวงเรา คือ วง Sepultura แล้ว เรายังมีวงร็อคระดับแนวหน้าของ ไทยอีกหลายวง ร่วมถึงวง DOSE ร็อคสายพันธ์เดือดที่มาแรง แถมร่วมค่ายเดียวกันกับเรา คือ มิวซิกมูฟ มาเล่นเวที เดียวกันนี้ด้วย ตอนนี้เราก็เริ่มๆเตรียมตัวกันบ้างแล้วครับ เพราะเห็นรายชื่อแต่ละวงแล้วทุกวงคงพร้อมสาดความมันส์ กันสุดๆแน่นอน อยากบอกว่าใครที่รู้ตัวว่าเป็นสาวก เมทัล สายเลือดชาวร็อคอย่างพวกเราแล้วล่ะก็ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร็อคกันให้สุดเหวี่ยงกับ OD ROCK ในวันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่ลานกิจกรรมลอยฟ้า ชั้น 10 ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ “

แก้วิกฤติท้องก่อนวัยด้วยการคุมกำเนิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295185

แก้วิกฤติท้องก่อนวัยด้วยการคุมกำเนิด

แก้วิกฤติท้องก่อนวัยด้วยการคุมกำเนิด

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เนื่องในวันคุมกำเนิดโลก 2017 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และบริษัทไบเออร์ไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าว “คุมกำเนิดไทยในยุค 4.0” เพื่อร่วมรณรงค์พร้อมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิดให้ถูกต้อง โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นขึ้นทุกปี รวมทั้งปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ซ้ำ ณ สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ วิภาวดี 44

นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สถานการณ์การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2559 พบผู้หญิงอายุ 10-19 ปี คลอดบุตรรวมทั้งสิ้น 94,584 คน หรือเฉลี่ย 252 คนต่อวัน และพบการคลอดซ้ำในเยาวชนกลุ่มนี้ 11,225 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 11.9% ขณะที่เด็กหญิงวัย 10-14 ปี คลอดบุตรในปีที่ผ่านมา 2,746 คน หรือประมาณวันละ 8 คน

“สำหรับปัญหาการคลอดซ้ำในวัยรุ่น ถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง แต่ปัจจุบัน พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 เริ่มบังคับใช้เมื่อ 29 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา ได้กำหนดให้สถานบริการให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กับวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ และวัยรุ่นสามารถขอรับบริการคุมกำเนิด โดยการใช้ยาฝังคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวร โดยฝังไว้ใต้ผิวหนัง ท้องแขน มีทั้งแบบชนิด 3 ปี และ 5 ปี ได้ฟรี ณ สถานบริการที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทุกแห่ง ส่วนการแก้ปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เป็นนโยบายสำคัญของภาครัฐที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติ สร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะ ลดผลกระทบจากกรณีการเสียชีวิตของแม่และทารก เด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย นำไปสู่ปัญหาสังคม อาทิ เด็กถูกทอดทิ้งให้เติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ ขาดโอกาสทางการศึกษา ฯลฯ ”

ด้าน ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวว่า “วิวัฒนาการของการคุมกำเนิด เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2500 โดยยาเม็ดคุมกำเนิดเม็ดแรกเกิดขึ้นในยุโรป จากนั้นก็มีการพัฒนาไปสู่ยาฉีดคุมกำเนิด ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้นทั้ง 2 วิธี ได้เข้ามาประมาณ พ.ศ.2510 จากนั้นก็มีการพัฒนาไปสู่ห่วงอนามัย ยาฝังคุมกำเนิด แหวนคุมกำเนิด การทำหมันถาวร แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีการคุมกำเนิดขึ้นทุกด้าน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนต่ำ มีความปลอดภัย และเป็นธรรมชาติที่สุด โดยยาเม็ดบางชนิดสามารถช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือนได้ ขณะที่ยาฉีดมีการพัฒนาจากที่ต้องฉีด 3 เดือน เหลือเพียง 1 เดือน และลดขนาดจาก 3 ซีซี เหลือเพียง 1 ซีซีเท่านั้น ส่วนยาฝังคุมกำเนิด เดิมทีต้องใช้มากถึง 6 หลอด เพื่อคุมกำเนิด
ใน 5 ปี ปัจจุบันใช้เพียง 2 หลอด คุมได้ 5 ปี หรือ 1 หลอด คุมได้ 3 ปี หรือแม้แต่ห่วงอนามัย ในอดีตเป็นห่วงที่มีทองแดง ทุกวันนี้เปลี่ยนเป็นห่วงที่มีฮอร์โมนเพื่อลดประจำเดือนและอาการปวด รวมทั้งช่วยรักษาโรคบางโรคได้ และในอนาคตจะมียาเม็ดคุมกำเนิดที่มีขนาดน้อยลง มีการกินที่น้อยลง ในอนาคตอันใกล้อาจจะมียาที่กินเพียง 1 สัปดาห์ แต่สามารถใช้คุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะต้องกินทั้งเดือนเหมือนปัจจุบัน”

ขณะที่ พญ.ปานียา สูตะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เผยว่า “บริษัท ไบเออร์ไทย ได้วิจัยการคุมกำเนิดด้วยการปรับฮอร์โมนให้เหมาะสมกับธรรมชาติที่สุด โดยมีเจตนารมณ์ในการร่วมกันลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ซึ่งพบการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และตั้งครรภ์ซ้ำซาก สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่ง คือ การขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดที่เหมาะสม เช่น การใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนชนิดต่างๆ อย่างเหมาะสม”

เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี วันคุมกำเนิดโลก ทางเว็บไซต์ www.your-life.com ได้เผยแพร่รายงาน “วัยรุ่นกับการคุมกำเนิด” ระบุว่าแต่ละปีมีผู้หญิงตั้งครรภ์ 208 ล้านคน โดย 41% เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์และเกือบครึ่งหนึ่งได้ตัดสินใจทำแท้ง โดยมีการสำรวจความคิดเห็นวัยรุ่นอายุ 13-25 ปี จำนวน 201 คน พบว่า วัยรุ่น 87.1% ทราบถึงความสำคัญของการคุมกำเนิด แต่ 60.2% ของผู้มีเพศสัมพันธ์ กลับไม่มีการคุมกำเนิด โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการทำลายความสนุก ไม่มีเครื่องมือ ลืม และมั่นใจว่าจะไม่ตั้งครรภ์ สำหรับความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิดของวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่ ได้รับจากสถานศึกษา แต่บางส่วนมองว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอ จึงเข้าไปศึกษาเองทางอินเตอร์เนต ส่วนวิธีการคุมกำเนิดที่นิยมใช้คือถุงยางอนามัย การทำหมัน ยาเม็ดคุมกำเนิด แต่ที่น่ากังวลคือ บางคนเข้าใจว่าการหลั่งข้างนอก และการนับระยะปลอดภัย (หน้า 7 หลัง 7) เป็นการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ

นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง

นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง
พญ.ปานียา สูตะบุตร

พญ.ปานียา สูตะบุตร
ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล

ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล

ตามรอยเส้นทาง ‘อาหารจากแผ่นดิน’ ในงาน ‘รอยัล โปรเจ็คต์ แอด สยามพารากอน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295186

ตามรอยเส้นทาง ‘อาหารจากแผ่นดิน’ ในงาน ‘รอยัล โปรเจ็คต์ แอด สยามพารากอน’

ตามรอยเส้นทาง ‘อาหารจากแผ่นดิน’ ในงาน ‘รอยัล โปรเจ็คต์ แอด สยามพารากอน’

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กว่าจะเกิดเป็นอาชีพ และรายได้ที่สร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรบนดอย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพืชผัก ผลไม้เมืองหนาว และปศุสัตว์ ให้กับมูลนิธิโครงการหลวงได้ทดลองและวิจัย เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีที่สุด และด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง พาชมเส้นทางเกษตรกรรมบนที่สูงในจังหวัดเชียงใหม่ สัมผัสประสบการณ์และถ่ายทอดเรื่องราว “อาหารจากแผ่นดิน” เพื่อเผยแพร่เรื่องราวพืช ผัก ผลไม้ และปศุสัตว์ ทั้ง 9 ชนิด ก่อนจะนำมาจำหน่ายภายในงาน “รอยัล โปรเจ็คต์ แอด สยามพารากอน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-30 พฤศจิกายน นี้ ณ ชั้นเอ็ม และพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สำหรับเส้นทางเกษตรบนที่สูงในจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มต้นที่ โครงการหลวง ที่ตำบลแม่เหียะ ที่นอกเหนือจากการปลูกพืชผักแล้ว ยังมีด้าน ปศุสัตว์ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนับสนุนให้มีการวิจัยด้านพันธุ์สัตว์เพื่อให้เหมาะสมกับการเลี้ยงบนที่สูง ได้แก่ ไก่เบรส และ ไก่ดำ ซึ่งไก่เบรส เป็นไก่สายพันธุ์จากประเทศฝรั่งเศส เนื้อไก่จะไม่เหนียวและมีไขมันในเนื้อมากกว่าไก่ชนิดอื่นๆ ซึ่งจะนำมาแปรรูปเป็น ไก่เบรสรมควัน ขนมจีบไก่เบรส เป็นต้น ส่วนไก่ดำ จะดำทั้งตัวรวมไปถึงกระดูก นิยมนำไปปรุงเป็นเมนูต้มกับยาจีน หรือเอาเนื้อส่วนอกไปทำสเต๊ก หรืออบฟาง

ต่อด้วย สถานีเกษตรหลวงปางดะ อ.สะเมิง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งเสริมการปลูก มะเดื่อฝรั่ง หรือลูกฟิก ผลไม้ต่างแดนอีกชนิดหนึ่งที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเสวย อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่พระราชทานให้ชาวเขาปลูกแทนฝิ่นอีกด้วย ซึ่งมูลนิธิโครงการหลวงมีมะเดื่อฝรั่งมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่มีเพียง 3 สายพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริมมากที่สุดคือ แบล็กกีนัว แบล็กวิชั่น และบราวตุรกี ทั้งนี้ มะเดื่อฝรั่งสามารถรับประทานได้ทั้งสด และอบแห้ง มีรสชาติหวาน ที่ช่วยในระบบขับถ่าย และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้อีกด้วย

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิโครงการหลวง ยังมีการส่งเสริมให้ชาวเขาหันมาปลูก ต้นกาแฟ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเคยเสด็จฯ มาทอดพระเนตรที่บ้านหนองหล่ม ในปีพ.ศ. 2517 ทรงมีรับสั่งให้ชาวเขาได้เห็นว่ากาแฟนั้นมีความสำคัญ พร้อมส่งเสริมให้ทดลองปลูกต้นกาแฟแทนการปลูกฝิ่น ซึ่งบาทหลวงได้มอบเมล็ดกาแฟไว้ให้ปลูก จึงกลายเป็นต้นกาแฟประวัติศาสตร์ ปัจจุบันชาวเขาได้มีอาชีพใหม่คือการปลูกกาแฟ และกาแฟพันธุ์อาราบิก้าของโครงการหลวงก็เป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ต่อที่หน่วยวิจัยย่อยขุนห้วยแห้ง ชมแปรง รูบาร์บ เป็นผักเชื้อสายยุโรป ที่โครงการหลวงนำมาวิจัยและทดสอบปลูกที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ทั้งนี้ รูบาร์บ จะมี 2 สายพันธุ์ คือ ก้านสีเขียว และก้านสีแดง ซึ่งก้านสีเขียวรสชาติจะออกเปรี้ยว จะนิยมทำพายหรือแยม ส่วนก้านสีแดงรสชาติจะหวาน เวลาเก็บก็จะตัดก้านยาวออก แล้วตัดใบทิ้ง เพราะใบกินไม่ได้

ส่วน ชา ที่หมู่บ้านขุนแม่วาก อ.แม่วาง นั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านปู่หมื่น เมื่อปีพ.ศ.2513 และพระราชทานชาต้นแรกเพื่อให้ชาวบ้านปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น เมื่อชาวบ้านได้ทดลองปลูกจนเป็นที่ยอมรับ ชาวบ้านจึงเริ่มปลูกชาไปทั่วดอยตามที่ทรงมีรับสั่ง ปัจจุบันกลายเป็นพืชหลักชนิดหนึ่งของโครงการหลวงที่ช่วยสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมไปถึง สตรอเบอร์รี่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสตรอเบอร์รี่ พันธุ์พระราชทานหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ สตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 โดยวิจัยสำเร็จในปี พ.ศ.2550 และเป็นปีที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา พอดี ซึ่งพันธุ์นี้ให้รสชาติหวาน หอม และกรอบ นอกจากนี้ ยังมี ลูกพลับ, ปลา
สเตอร์เจี้ยน-ปลาเรนโบว์เทราต์, ข้าว, แกะ และผลิตภัณฑ์แปรรูปของโครงการหลวงอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ ผู้เข้าชมงาน “รอยัล โปรเจ็คต์ แอด สยามพารากอน” จะได้สัมผัสและร่วมอุดหนุนเพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรบนที่สูงทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-30 พฤศจิกายนนี้ ที่ ชั้นเอ็ม และพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ไก่เบรสและไก่ดำ

ไก่เบรสและไก่ดำ
มะเดื่อฝรั่ง หรือลูกฟิก

มะเดื่อฝรั่ง หรือลูกฟิก
ต้นสตรอเบอร์รี่

ต้นสตรอเบอร์รี่
รูบาร์บ ผักเชื้อสายยุโรป

รูบาร์บ ผักเชื้อสายยุโรป
ต้นกาแฟประวัติศาสตร์

ต้นกาแฟประวัติศาสตร์
ไร่ชา ที่หมู่บ้านขุ่นแม่วาก

ไร่ชา ที่หมู่บ้านขุ่นแม่วาก

โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ ส่งตรงจากญี่ปุ่นเอาใจชีสเลิฟเวอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295155

โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ ส่งตรงจากญี่ปุ่นเอาใจชีสเลิฟเวอร์

โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ ส่งตรงจากญี่ปุ่นเอาใจชีสเลิฟเวอร์

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นข่าวดีสำหรับชีสเลิฟเวอร์อย่างแน่นอน เมื่อแบรนด์ของฝากอันดับหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง โตเกียว มิลค์ ชีสแฟค ตอรี่ (TOKYO MILK CHEESE FACTORY) ที่เหล่านักเดินทางคุ้นตากันดีกับร้านขนมของฝากยอดนิยมในสนามบินฮาเนดะ, สนามบินนาริตะ และร้านในเมืองโตเกียว ได้บินตรงมาเสิร์ฟความอร่อยให้คนไทยได้ลิ้มลองรสชาตินมและชีสคุณภาพเยี่ยม ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นเบเกอรี่หลากหลายเมนูเป็นที่เรียบร้อย ภายใต้การนำเข้าของ ดลนภา ธรรมวัฒนะ และ ขรรค์ชัยองคมงคล สองผู้บริหารจาก บริษัท ดีบี กรุ๊ป จำกัด ที่ได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปที่บริเวณร้าน โตเกียว มิลค์ ชีส แฟค ตอรี่ (TOKYO MILK CHEESEFACTORY) ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น G

ดลนภา ธรรมวัฒนะ กล่าวถึงจุดเด่นของ โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ ว่า “ต้องบอกก่อนเลยว่าเราเองก็เป็นหนึ่งคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศต่างๆ ซึ่งตอนไปญี่ปุ่น ก็เคยมีโอกาสได้ชิมขนมของแบรนด์โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ แล้วรู้สึกว่ามันอร่อยดี และเห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยซื้อกลับกันมาเยอะมาก รวมถึงเพื่อนๆ และคนใกล้ตัวของเราเองด้วย เพราะแบรนด์นี้จะขึ้นชื่อเรื่องการใช้วัตถุดิบที่เป็นนมและชีสคุณภาพดี เวลาที่ทานจะสัมผัสได้ถึงรสชาติของชีสกับนมที่เข้มข้นมากๆ คนที่รักการทานชีสส่วนใหญ่ก็จะชอบขนมแบรนด์นี้ เราก็เลยตัดสินใจนำขนมแบรนด์นี้เข้ามาขายในไทย ซึ่งเราการันตีรสชาติเลยว่าเหมือนได้ทานจากญี่ปุ่น”

“โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่” (TOKYO MILK CHEESE FACTORY) ถือกำเนิดขึ้นในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมมาเป็นส่วนประกอบในการทำขนม ซึ่งมีวัตถุดิบหลักเป็นนมและชีสเลื่องชื่อจากเกาะฮอกไกโด และด้วยรสชาติอันเข้มข้น ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย จึงทำให้ โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ เป็นที่ถูกอกถูกใจของคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว โดยผลิตภัณฑ์ยอดฮิตที่ใครๆ ก็ไม่พลาดชิม อาทิ คุกกี้สอดไส้ชีส (Salt & Camembert Cookie) คุกกี้กรอบหวานมันลงตัว ที่ทำมาจากนมวัวฮอกไกโด ผสมกับเกลือเกร็องด์ (Guérande) จากประเทศฝรั่งเศส และชีสกาม็องแบร์ (Camembert cheese) และอีกหนึ่งเมนูใหม่ที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเอาใจสาวกคนรักชีสโดยเฉพาะก็คือ ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ คาว คาว ไอซ์ (Cow Cow Ice) กับครั้งแรกที่ชีสจะมาในรูปแบบของไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ พร้อมชีสซี่โคน (Cheesy cone) ช่วยเพิ่มรสชาติความกลมกล่อมให้อร่อยลงตัวเหมือนรับประทานที่ชินจูกุ รวมถึงไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟรสนมที่คัดเฉพาะจากฮอกโกโด และรสชาติผสมระหว่างนมกับชีส

ด้านเหล่าเซเลบริตี้คนรักชีสมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ เกล็ดดาวพานิชสมัย, ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, สรัญทร เตชะไพบูลย์, ม.ร.ว.จันทรลัดดายุคล, ปัทมวดี เสนาณรงค์, หฤทัย ไชยันต์ณ อยุธยา, ตะวันนา ธารา, พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูลต่างร่วมเผยถึงย่านโปรดที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินของประเทศญี่ปุ่น

เริ่มจาก ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ณ อยุธยา เผยว่า “เราเป็นคนชอบกินขนมมากต้องมีทุกมื้อหลังอาหารเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะชีสเค้กนี่ชอบมาก แต่โชคดีที่เป็นคนตัวเล็กมาตั้งแต่เด็กเลยไม่ค่อยอ้วน เวลาที่กินอะไรเข้าไปก็จะอาศัยการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญออกไป ส่วนญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งประเทศที่มีอาหารอร่อยๆ เยอะ เวลาไปญี่ปุ่นก็จะชอบไปหาร้านซูชิ เนื้อย่าง แล้วก็คาเฟ่ขนมน่ารักๆนั่งทาน โดยเฉพาะย่านชินจูกุ เรียกได้ว่าไปกินโดยเฉพาะ”

มะปราง-ปัทมวดี เสนาณรงค์ เผยว่า“เวลาไปญี่ปุ่นส่วนมากจะชอบอยู่โซนโอโมเตะซันโด เพราะที่นี่ของอร่อยค่อนข้างเยอะ รวมถึงร้านค้าที่ขายของน่ารักๆ อย่างพวกของดิสนีย์ อาหารเราก็จะชอบแบบจัดเต็มบุฟเฟ่ต์เนื้อปิ้งย่าง ส่วนขนมจะบอกว่าแบรนด์โตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ นี้เป็นยี่ห้อในดวงใจเลย ชอบกินมาก โดยเฉพาะคุกกี้ เวลามีใครไปญี่ปุ่นจะฝากซื้อตลอด”

ขรรค์ชัย องคมงคล และ ดลนภา ธรรมวัฒนะ

ขรรค์ชัย องคมงคล และ ดลนภา ธรรมวัฒนะ
ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ คาว คาว ไอซ์

ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ คาว คาว ไอซ์
ร้านโตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ ที่ สยามพารากอน ชั้น G

ร้านโตเกียว มิลค์ ชีส แฟคตอรี่ ที่ สยามพารากอน ชั้น G
ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และ ปัทมวดี เสนาณรงค์

ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และ ปัทมวดี เสนาณรงค์

เชฟรอนผลักดันเยาวชนสู่นักสร้างสรรค์นวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295154

เชฟรอนผลักดันเยาวชนสู่นักสร้างสรรค์นวัตกรรม

เชฟรอนผลักดันเยาวชนสู่นักสร้างสรรค์นวัตกรรม

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การเรียนรู้ในรูปแบบของ “เมกเกอร์” (maker) หรือ “นักสร้างสรรค์นวัตกรรม” ที่ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงผ่านการลงมือปฏิบัติอย่างอิสระ ด้วยการสังเคราะห์และบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือสะเต็ม (STEM: Science, Technology, Engineer and Mathematics) มาใช้ในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ นับเป็นหนึ่งในแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่จะช่วยเตรียมพร้อมเยาวชนสู่การเป็น “พลังคน”แห่งศตวรรษที่ 21 ที่มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และลงมือปฏิบัติเพื่อหาคำตอบ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ สู่การมีระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ได้อย่างแข็งแกร่ง

นางกรรณิการ์ เฉิน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เปิดเผยว่า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์ให้กับสังคมไทย เห็นความสำคัญของการส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้เป็นที่แพร่หลายในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพบุคลากรครูผู้สอนให้มีความเข้าใจที่ถ่องแท้เพื่อจุดประกายให้เด็กนักเรียนได้รักและหลงใหลในวิทยาศาสตร์ผ่านทางการเรียนรู้แบบเมกเกอร์ จึงได้ร่วมกับโครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์
พลังคิด เพื่ออนาคต” จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Maker/Maker Space กิจกรรมเสริมศึกษาแนวใหม่สำหรับเยาวชน” เพื่อเสริมสร้างทักษะพื้นฐานด้านการพัฒนากิจกรรมเสริมการเรียนรู้แบบลงมือทำด้วยตนเอง (Do It Yourself: DIY) ในชั้นเรียน ให้กับครูผู้สอนจากสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้แบบเมกเกอร์ในสถานศึกษา โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก “ศูนย์นิวยอร์กฮอลล์ออฟไซนส์” (New York Hall of Science) สหรัฐอเมริกา หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ทั้งในและนอกห้องเรียน ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มาเป็นวิทยากร ณ มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ผ่านมา

นายเดวิด เวลส์ ผู้อำนวยการการออกแบบหลักสูตรเมกเกอร์ จากศูนย์นิวยอร์กฮอลล์ออฟไซนส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ครั้งนี้นับเป็นปีที่ 2 แล้วที่ผมได้มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และแนวทางในการผลักดันวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้เป็นกิจกรรมเสริมการเรียนรู้แนวใหม่สำหรับนักเรียน ผมได้เห็นความก้าวหน้าของกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการอย่างยอดเยี่ยมตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา อาทิ การจัดตั้ง Enjoy Maker Space เพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้ของนักสร้างนวัตกรรม รวมถึงได้ไปสังเกตการณ์การจัดกิจกรรมเมกเกอร์สเปซ ณ คาราวานวิทยาศาสตร์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประทับใจมากที่ได้เห็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเมกเกอร์ให้แก่เยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ”

นางหทัยรัตน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดกล่าวว่า “โครงการ Chevron Enjoy Science ร่วมกับองค์กรพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม จัดโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้วัฒนธรรมเมกเกอร์เติบโตอย่างแข็งแกร่งในสังคมไทย และปักหมุดประเทศไทยลงบนแผนที่เมกเกอร์โลก อาทิ การจัดประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์สำหรับเมกเกอร์เยาวชน Young Makers Contest และการจัดมหกรรมแสดงผลงานของเหล่าเมกเกอร์Bangkok Mini Maker Faire ครั้งที่ 1 และ 2 นอกจากนั้น วัฒนธรรมเมกเกอร์ยังสอดคล้องกับการศึกษาในสาขาสะเต็ม เพราะต่างมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และลงมือทำ เพื่อต่อยอดสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพเปี่ยมด้วยทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21ตลอดจนเป็นบ่อเกิดสำคัญของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0ของรัฐบาล”

หทัยรัตน์ อติชาติ

หทัยรัตน์ อติชาติ
บรรยากาศในการอบรม

บรรยากาศในการอบรม
เดวิด เวลส์ ผอ.การออกแบบหลักสูตรเมกเกอร์จากศูนย์นิวยอร์กฮอลล์ ออฟ ไซนส์ และครูผู้ร่วมอบรม

เดวิด เวลส์ ผอ.การออกแบบหลักสูตรเมกเกอร์จากศูนย์นิวยอร์กฮอลล์ ออฟ ไซนส์ และครูผู้ร่วมอบรม