ศิลปินหญิงชาวอเมริกัน เทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ ๙ จัดนิทรรศการภาพเขียนชุด ‘คิง ออฟ คิงส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295188

ศิลปินหญิงชาวอเมริกัน เทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ ๙ จัดนิทรรศการภาพเขียนชุด ‘คิง ออฟ คิงส์’

ศิลปินหญิงชาวอเมริกัน เทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ ๙ จัดนิทรรศการภาพเขียนชุด ‘คิง ออฟ คิงส์’

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นางมอร่า มอยนิฮาน ศิลปินที่มีชื่อเสียงด้านจิตรกรรมและดนตรี จากสหรัฐอเมริกา จัดนิทรรศการภาพเขียนเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในชื่อ “คิง ออฟ คิงส์” โดยจัดแสดงที่ แคสซี่ แกลเลอรี ถนนสุขุมวิท 31 กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2560

การจัดงานครั้งนี้ เธอได้รับแรงบันดาลใจในการวาดภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชุดนี้ จากพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประดับอยู่อย่างโดดเด่นทั้งในวัดวาอาราม ตลาด และในทุกครัวเรือนในประเทศไทยมานานหลายทศวรรษ ในพระอิริยาบถที่คุ้นตาชาวไทยตลอด 70 ปี ของการครองราชย์ พระองค์ท่านทรงเป็นที่เคารพยกย่องทั้งในฐานะรัฐบุรุษ ภิกษุ ทหาร นักดนตรี นักวาดภาพ นักถ่ายภาพ นักประดิษฐ์ และนักกีฬา จนกระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็น “กษัตริย์นักพัฒนา” ท่านทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ใกล้ชิดประชาชน โดยเสด็จฯ ทรงออกเยี่ยมราษฎร และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ทั่วประเทศรวมถึงในพื้นที่ทุรกันดารที่ห่างไกล พระราชดำเนินผ่านทุ่งนา
และผืนป่า โดยทรงมีดินสอ แผนที่ และกล้องถ่ายรูป เพื่อทรงใช้เป็นเครื่องมือในการทรงงาน โดยพระองค์ได้ต่อสู้กับความทุกข์ยาก เพื่อเพิ่มพูนความสุขแก่พสกนิกรทั้งประเทศ

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฉันรู้สึกรักและเลื่อมใสใน “พระราชาของปวงชน” ในประเทศไทย ผู้ทรงนำพาประเทศชาติไปข้างหน้า ผ่านการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระปรีชาสามารถของพระองค์จึงทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพและเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อครั้งที่ฉันได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีกับประชาชน
คนไทยนับแสนที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ภายใต้การอำนวยเพลง โดยอาจารย์สมเถา สุจริตกุล ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจในความรักและความเคารพที่คนไทยมีต่อพระองค์ท่าน” นางมอร่า กล่าว

ในปีแห่งการไว้ทุกข์นี้ นางมอร่าได้เยี่ยมชมนิทรรศการจำนวนมากที่พรรณนาถึงพระปรีชาสามารถและพระอัจริยภาพตลอดพระชนมพรรษาของพระองค์ ขณะที่คนไทยให้ความเคารพต่อพระอัจริยภาพทางด้านศิลปะ วรรณกรรมและดนตรี

“มีชาวทิเบตท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่าผู้นำท่านนี้เป็นดวงดาวที่หายากมากที่ส่องแสงยามกลางวัน ขอน้อมเกล้าฯ อาลัยพระธรรมราชา ซึ่งเราจะไม่ได้เห็นผู้ทรงธรรมเช่นนี้อีก” นางมอร่ากล่าวเพิ่มเติม

นิทรรศการภาพเขียนชุด “คิง ออฟ คิงส์” ของ มอร่า มอยนิฮาน จัดแสดงในพื้นที่นิทรรศการ ณ 23 บาร์ แอนด์ แกลเลอรี ซึ่งอยู่ในเขตเมืองเก่าที่สวยงามของถนนเจริญกรุง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะและวัฒนธรรม

(ประวัติของนาง มอร่า มอยนิฮาน)

นางมอร่า มอยนิฮาน ย้ายมาอยู่ที่กรุงนิวเดลี ในปี พ.ศ. 2516 ตอนที่พ่อของเธอ นายแดเนียล แพทริค มอยนิฮาน วุฒิสมาชิกนิวยอร์ก เดินทางมาพำนักที่ประเทศอินเดียในฐานะเอกอัครราชทูตแห่งสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศอินเดีย ความสนใจที่เธอมีต่อประชาชนและวัฒนธรรมของเอเชียได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นั้นจวบจนวันนี้ นางมอร่าสำเร็จการศึกษาจากอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล กรุงนิวเดลี ซึ่งรู้จักกันดีว่า “ฮินดี ไฮ” และเรียนรู้ภาษาฮินดี อูรดูลทิเบต โดยในช่วงเวลานั้นเองที่เธอได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนประเทศไทยครั้งแรก แต่หลงใหลในวัฒนธรรมไทย

ตลอดหลายปีที่เธอท่องเที่ยวทั้งในประเทศอินเดีย แคชเมียร์ ภูฏาน ศรีลังกา ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อุซเบกิสถาน บังกลาเทศ ไทย จีน และญี่ปุ่น เธอได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์การดนตรีและศิลปะของประเทศเหล่านี้ ซึ่งให้แรงบันดาลใจแก่เธอในการแต่งเพลง
จนเป็นที่มาของการสร้างสรรค์อัลบั้มเพลงถึงสามอัลบั้ม คือ โยคะ โฮเต็ล บางกอก แท็กซี่ (Bangkok Taxi) และล่าสุดคือ บอมเบย์
ซูเปอร์สตาร์(Bombay Superstar)

ตอนอายุยี่สิบสามปี นางมอร่า บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและนักดนตรี ได้ปรากฏบนหน้าปกของนิตยสารชื่ออินเตอร์วิว(Interview) ของนายแอนดี้ วอร์ฮอล โดยมอร่าได้ทำงานร่วมกับแอนดี้เป็นเวลาห้าปีที่นิตยสารอินเตอร์วิว รวมทั้งได้เป็นพิธีกรร่วมในรายการโทรทัศน์ของแอนดี้ วอร์ฮอล นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักแต่งนวนิยายที่ขายดีที่สุดสองเรื่องคือ โยคะ โฮเต็ล (Yaga Hotel) และคัฟเวอร์เกิร์ล (Covergirl) และงานบทกวีชื่อ กลียุค (kaliyuga)

แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Castle พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295024

แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Castle พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอร์

แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Castle พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอร์

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.00 น.

พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอร์หรือที่ประทับของราชวงศ์โปลนั้นตั้งอยู่กลางจัตุรัสในย่านเมืองเก่า ย้อนไปถึงปี 1339 เมื่อมีบันทึกจากทูตของพระสันตะปาปาว่าพระเจ้า Casimir III แห่งโปแลนด์มีความขัดแย้งกับราชวงศ์เยอรมันสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในช่วงที่ Conrad IIดุ๊กแห่ง Mosavia ปกครองวอร์ซอร์ท่านก็ดำริที่จะสร้างพระราชวังขึ้นเป็นที่พำนัก เมื่อดุ๊กคนต่อมาขึ้นเถลิงอำนาจ ท่านก็ปรับปรุงวังใหม่ให้ก่อสร้างด้วยอิฐ นับจากนั้นมาที่นี่ก็ถูกรุกรานหลายครั้งโดยชาวสวีเดน Brandenburgian, ชาวปรัสเซียและกองทัพของราชวงศ์รัสเซีย

หลังจากการจลาจลในเดือนพฤศจิกายนของคริสต์ศตวรรษที่ 19 พระราชวังนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางสำนักงานของซาร์แห่งรัสเซีย ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพนาซีก็ใช้พระราชวังแห่งนี้ก็เป็นที่ทำการของผู้ปกครองชาวเยอรมัน และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองพระราชวังแห่งนี้ก็กลายเป็นที่อยู่ของ Ignacy Moscicki ประธานาธิบดีโปแลนด์ ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองที่กองทัพนาซีได้ทำลายส่วนของพระราชวังไปหลายส่วน เช่น เพดาน ทำให้ภาพปูนเปียกที่มีชื่อว่า The Creation of the World ของ Bacciarelli เสียหาย หลังจากนาซีสามารถครอบครองพระราชวัง พวกเขาได้ปล้นและเผาพระราชวังแห่งนี้จนราบคาบ เคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่มิวเซียมแห่งชาติของโปแลนด์บางคนสามารถเคลื่อนย้ายสมบัติบางอย่างไปก่อนที่พระราชวังจะถูกเผาจนหมด

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงรัฐบาลโปแลนด์ได้เริ่มทำการชุบชีวิตพระราชวังโดยนำเอาทรัพย์สมบัติที่เก็บซ่อนไว้กลับมา ในปี 1949 สภาโปแลนด์ได้ผ่านกฎหมายเพื่อสร้างพระราชวังขึ้นใหม่ให้เป็นอนุสรณ์ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโปแลนด์โดยแต่งตั้งให้ Jan Dobrowski, Piotr Bieganski, และ Jan Zachwatowicz เป็นสถาปนิกรับผิดชอบในการออกแบบทั้งอาคารและเฟอร์นิเจอร์

พระราชวังอันเป็นที่กำเนิดของรัฐธรรมนูญฉบับแรกของยุโรป และเป็นฉบับที่สองรองจากรัฐธรรมนูญของสหรัฐในวันที่ 3 พฤษภาคม ปี 1791 นี้ ถูกปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ปี 1965 โดยได้นำเอาสมบัติเก่า ๆ ที่เคลื่อนย้ายไปก่อนที่พระราชวังจะถูกไฟไหม้ เช่น ของตกแต่งภายในบางอย่าง สมบัติในห้องสมุด และหลังคาทองแดงกลับมาจัดตั้งใหม่และขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ของโปแลนด์ ส่วนการบูรณะในช่วงระหว่างปี 1971-84 โดยคำสั่งของคณะกรรมการชาตินั้นได้รับเงินสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาเกือบทั้งหมด

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนพระราชวังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1980 แห่งนี้จะได้ชื่นชมกับห้องต่างๆ มากมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นของที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ยกเว้นของตกแต่งบางอย่าง เช่นห้อง Jegiellonian ซึ่งเป็นห้องของ Sigismund Augustus ราชวงศ์ที่มีต้นกำเนิดจาก Lithuaniaซึ่งปกครองโปแลนด์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14-16ส่วน Houses of Parliament อันเป็นห้องที่มีการเซ็นสนธิสัญญาสำคัญได้รับการตกแต่งโดยGiovanni Battista di Quadro และส่วนRoyal Apartment ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของ Stanislaw Augustus Poniatowski นอกจากห้องต่างๆ แล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ชื่นชมกับ ผลงานสำคัญของ Rembrandt ที่โปแลนด์เป็นเจ้าของคือ The Father of the JewishBride และ The Jewish Bride ซึ่งเคยเป็นของ Countess Karolina Lanckornska สมกับที่เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวถึงปีละกว่า 5 แสนคน

หนังสือเด่น : ที่ตายก็ตายไป!! ที่อยู่ก็สู้กันไป??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295030

หนังสือเด่น : ที่ตายก็ตายไป!! ที่อยู่ก็สู้กันไป??

หนังสือเด่น : ที่ตายก็ตายไป!! ที่อยู่ก็สู้กันไป??

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพียงไม่กี่ปีที่สื่อ อีเล็กทรอนิกส์ เข้ามาครอบครองความนิยมของคนในสังคมอย่างอึกทึกครึกโครม บรรดาสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือรายประจำ หนังสือเล่ม ต่างพบกับปัญหา ขาดแคลนลูกค้า จนทำให้เกิดวิกฤติขึ้นในสังคมสื่อสิ่งพิมพ์ ทำให้พวกที่มีสายป่านไม่ยาว หรือมีรายได้ไม่เหลือเฟือ ต่างพากันล้มหายตายจาก เพราะทนต่อสภาพขาดทุนไม่ไหว แม้จะพยายามตื้อมาในเวลาที่สมควรอย่างสุดฝีมือแล้วก็ตาม แต่ความนิยมของสื่ออีเล็กทรอนิกส์ยังไม่เสื่อมคลาย

ในสถานภาพของสื่อสิ่งพิมพ์ จึงเกิดสภาพในแบบที่ว่า ใครยังสามารถมีลมหายใจอยู่บ้างก็อยู่กันไปด้วยความหวังว่า ฟ้าจะแจ่มในอีกครั้งหนึ่ง เมื่อยามที่เมฆฝนผ่านไปแล้ว ส่วนที่สายป่านไม่ยาว ดิ้นรนจนหนทางแคบยิ่งขึ้นก็ยอมปิดตัว แม้จะเสียดายอย่างแสนสาหัส แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ในท่ามกลางความเศร้าโศก ก็ยังมีความรื่นเริงอยู่เหมือนกัน เมื่อ นิตยสารแพรว ฉบับล่าสุด ประจำวันที่ 10 กันยายน เป็นฉบับครบรอบ 38 ปี แห่งการครอบครองความนิยมประเภทนิตยสารสไตล์นางแบบ และแฟชั่น เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

นิตยสารแพรว ฉลองการก้าวสู่ปีที่ 39 ด้วยการดึงนางแบบสุดพิเศษประชันโฉมกันเบาๆ กับ มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 และ เป่าเปา-พอลลีน่า ชี ซุป’ตาร์ตัวจิ๋วขวัญใจมหาชน โคจรมาขึ้นปกแพรวร่วมกันในธีม Beauty Queen รับโปรเจกท์ แพรว Iconic Beauty 2017 เนื้อหานอกจากจะจัดเต็มความสวยงามและน่ารักกับภาพแฟชั่นของทั้งคู่ที่ใครเห็นต้องหลงรักแล้ว ยังมีบทสัมภาษณ์จาก มารีญา มาเล่าเรื่องราวอัพเดตชีวิตหลังรับตำแหน่ง และชีวิตในวัยเด็กที่กว่าจะสู่เส้นทางความสำเร็จของวงการนางงามในวันนี้ ส่วนด้านเป่าเปาก็มีคุณแม่ กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ มาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด พร้อมเผยเรื่องราวน่ารักของเจ๊เปาบางพลีที่แฟนคลับต้องอมยิ้มไปตามๆ กัน สำหรับสาวกบิวตี้ ฉบับนี้ได้เวลาบทสรุปของผลิตภัณฑ์ความงามที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นกับ โปรเจกท์ แพรว Iconic Beauty 2017 ใครอยากรู้ว่าแบรนด์ไหนเลิศที่สุดลองไปหามีอัพเดตกันเอาเอง

ท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ชีวิต

อีกมิติหนึ่งของการเดินทางรอบโลก

“เป็นเด็กดีนะ” หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของการเดินทาง ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่เน้น บรรยากาศรอบด้านของธรรมชาติและวัตถุ แต่ลงลึกถึงเรื่องราวชีวิตของผู้คนที่ผู้เขียนได้พานพบและประสบมา เขียนโดย “ต้าปิง” แปลเป็นไทยโดย “ศุณิษา เทพธารากุลการ” จำหน่ายเล่มละ 395 บาท โดยมีเรื่องราวชีวิตของคนที่น่าสนใจ และน่าศึกษาทั้งหมด 12 เรื่อง ล้วนให้แง่คิดในการครองชีพ แง่คิดในด้านของความรัก ความผูกพัน ซึ่งเรื่องทุกเรื่อง อ่านแล้ว แทบไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตของคนอีกหลายคนบนโลกใบนี้ยังมีอะไรที่คนส่วนใหญ่ไม่คาดคิด และนึกไม่ถึงอีกมากมาย หนังสือเล่มนี้มียอดขายภายในหกเดือนถึงแปดแสนเล่ม

แนะสถานที่ท่องเที่ยวยามฤดูฝน

ที่ราบลุ่มชุ่มน้ำรอบเมืองไทย

“นิตยสาร อสท.” หนังสือที่แนะนำสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยในเชิงท่องเที่ยว ฉบับรองรับหน้าฝนที่แผ่นดินเต็มไปด้วยน้ำ ด้วยเรื่องของที่ราบลุ่มชุ่มน้ำ ซึ่งนอกจากจะได้พบกับพันธุ์ไม้ที่เขียวขจี อากาศที่เย็นชุ่มฉ่ำแล้ว ยังได้พบกับสรรพชีวิตที่เริงรื่นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สดชื่นนี้ด้วย สำหรับเรื่องราวต่างๆ มีหลายแห่ง หลายสภาพ อาทิ ป่าห้วยขาแข้ง สิบสานตำนานไพรที่น่าอนุรักษ์, เรื่องล้ำน้ำเจิ่งนองริมทุ่งน้ำสามร้อยยอด, เรื่องของพรุโต๊ะแดง ลมหายใจแห่งชีวิตชาวใต้, เรื่อง ห้วยแร้งที่ตอนนี้ไม่แร้งดั่งชื่อ และเรื่อง คลองแดน แผ่นดินที่มีน้ำแบ่งขวาง แต่ผู้คนมิได้แบ่งแยกตามสายน้ำ นอกจากนี้ ยังครบถ้วนไปด้วยคอลัมน์ประจำ พร้อมภาพถ่ายที่สดสวย ดูงามทั้งเล่ม จำหน่าย 85 บาท

รู้จักเอาตัวรอดเมื่อเกิดภัยพิบัติ

ด้วยวัสดุจากธรรมชาติรอบๆตัว

“เอาชีวิตรอดในธรรมชาติ” เขียนโดย “RINPEI KAZAMA” แปลไทย โดย “อังคณา รัตนจันทร์” เป็นการ์ตูนภาพ สำหรับเด็กวัยรุ่น เนื้อหากล่าวถึง การใช้ไหวพริบเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด อาทิ เกิดภัยพิบัติ ไฟฟ้าดับ น้ำท่วม หลงป่า โดยผู้ที่พบกับภัยต่างๆ สามารถเรียนรู้หาทางเอาตัวรอดได้จากธรรมชาติรอบๆ ตัว ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก ในระดับหนึ่งของการเอาชีวิตรอด นำเสนอวิธีคิด วิธีทำ ด้วยภาพวาดที่ทำได้เอง จำหน่ายเล่มละ 175 บาท

ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋องเล่ม 12 สิ้นสุดการเดินทาง

ขุนนางบู๊บุ๋นกว่าพันคนถูกสังหารเพื่อปราบโจรว่อโค้ว

แล้วการเดินทางย้อนอดีตของ เชลล์แมนยุคปัจจุบันที่หลงเข้าสู่กาลเวลาในอดีตกาลก็ถึงวันที่สิ้นสุด ในเล่มที่ 12 ซึ่งเป็นตอนที่จบภาคของ นิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีน เรื่อง “ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง” เขียนโดย เยี่ยกวน แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” ในเล่มจบนี้ เริ่มเรื่องตั้งแต่เมื่อขุนนางบู๊บุ๋นกว่าพันคนถูกสังหารเพื่อปราบโจรว่อโค้ว ทำให้เกิดความวุ่นวายไปทั่ว ทุกชีวิตต่างหาทางเอาตัวรอดด้วยรูปแบบต่างๆ ผลงานในชุดนี้นับได้ว่าเป็นผลงานที่มีคนอ่านนิยมไม่น้อยกว่า เรื่อง พยัคฆราชซ่อนเล็บ ที่เคยโด่งดังมาแล้ว จำหน่ายเล่มละ 230 บาท สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยอ่านเลยตั้งแต่เล่มแรก สามารถหาซื้อได้ครบชุดตามร้านหนังสือทั่วไป

เปิดประสบการณ์เมนู ‘หมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ’ เกรดพรีเมียม นุ่มชุ่มฉ่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295034

เปิดประสบการณ์เมนู ‘หมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ’ เกรดพรีเมียม นุ่มชุ่มฉ่ำ

เปิดประสบการณ์เมนู ‘หมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ’ เกรดพรีเมียม นุ่มชุ่มฉ่ำ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผ่านไปแล้วกับงานเวิร์กช็อปสุดพิเศษ “Sense More Taste The Perfect” เปิดประสบการณ์สุดยอดเนื้อหมูเกรดพรีเมียม “หมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ” โดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้ชวนผู้สื่อข่าวมาลิ้มลอง และสร้างการรับรู้เนื้อหมูดำ ซีพี-คูโรบูตะผ่าน 4 ประสาทสัมผัส ได้แก่ Sight คือมีเนื้อที่ฉ่ำวาว Touch มีสัมผัสที่นุ่ม ชุ่มฉ่ำ Smell มีกลิ่นหอม เฉพาะตัว และ Taste มีรสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์

กิจกรรมเต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกสนาน ผู้เข้าร่วมจะถูกแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อรังสรรค์เมนู โดยมีวัตถุดิบหลักคือ “หมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ” ส่วนต่างๆ พร้อมทั้งเชฟฝีมือดีให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทุกคนต่างร่วมมืออย่างเต็มที่ ช่วยกันทั้งห่อ หั่น และย่าง เห็นถึงความตั้งใจของทุกคน จนออกมาเป็นเมนูสุดอร่อย 4 จาน เมนูแรกเทปันยากิหมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ นำเนื้อสะโพกหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าหมักกับซอสญี่ปุ่น ย่างบนเตาจนสุก ตามสไตล์ญี่ปุ่น ถัดมา สเต็กหมูพันเบคอน เลือกเนื้อส่วนสันในมาพันเบคอนย่างบนกระทะร้อนกับโรสแมรี่ เสิร์ฟความอร่อยสไตล์ตะวันตก เมนูที่ 3 สเต็กหมูพันเห็ด เอาใจคนรักสุขภาพ ด้วยเนื้อสันนอก ไขมันน้อยและนุ่ม พันกับเห็ดเข็มทองย่างบนกระทะร้อน ทานคู่กับสลัดผัก และเมนูที่ 4สันคอย่างจิ้มแจ่ว เอาใจคนชอบทานอาหารไทยสไตล์อีสาน โดยนำเนื้อสันคอมาหมักกับเครื่องเทศหอม ย่างให้สุกรับประทานพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่ว และผักเคียง ซึ่งเป็นเมนูที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน แต่ไฮไลท์ของงานนี้คือ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมทุกท่านยังได้รับประทานเมนูสุดพิเศษ คือ ชาบู หมูดำซีพี-คูโรบูตะ เพื่อสัมผัสถึงรสชาติความแตกต่างระหว่างเนื้อหมูธรรมดา และเนื้อหมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ หลังจากนั้นมีการประกาศรางวัลป๊อปปูลาร์โหวต สำหรับเมนูที่น่ารับประทาน โดยให้แต่ละกลุ่มอัพโหลดภาพลงในเฟซบุ๊คของตนเอง กลุ่มไหนได้ยอดไลค์มากที่สุด ก็จะได้รับรางวัลสุดพิเศษไป

ทุกวันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ต่างหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับคุณภาพและรสชาติของวัตถุดิบอาหารเพิ่มมากขึ้น การรับประทานเนื้อสัตว์จึงต้องพิถีพิถันเป็นอย่างมาก เนื้อหมูดำ ซีพี-คูโรบูตะ คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งขณะนี้สามารถพบเห็นได้ตามเมนูของร้านอาหารชั้นนำรวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าแถวหน้าของไทย

Science Update : ภารกิจสำรวจดวงอาทิตย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295027

Science Update : ภารกิจสำรวจดวงอาทิตย์

Science Update : ภารกิจสำรวจดวงอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) เตรียมส่งยาน “ปาร์กเกอร์ โซลาร์ โพรบ” (Parker Solar Probe) ขึ้นไปสำรวจดวงอาทิตย์ในระยะใกล้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้สร้างระบบป้องกันดาวเทียมจากลมสุริยะ และทำให้การเดินทางสู่อวกาศมีความปลอดภัยมากขึ้น นาซาประกาศแผนดำเนินโครงการนี้เมื่อปี 2009 โดยใช้งบประมาณ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 50,000 ล้านบาท) มีกำหนดจะปล่อยยานปาร์กเกอร์ โซลาร์ โพรบ จากศูนย์อวกาศเคนเนดี ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐ ในเดือนมิ.ย. 2018 นี้ ยานจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ในปี 2024 โดยจะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศบางส่วนของดวงอาทิตย์ แล้วจะเข้าใกล้พื้นผิวมากที่สุดเท่าที่เคยมีวัตถุซึ่งสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เคยสำรวจมา ส่วนเป้าหมายหลักของการเก็บข้อมูล คือเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนนอกสุดของชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่าโคโรนา ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความรู้มากขึ้นถึงที่มาและพัฒนาการของลมสุริยะ

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระโกศไม้จันทน์’ เครื่องเฉลิมพระเกียรติยศพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295020

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระโกศไม้จันทน์’  เครื่องเฉลิมพระเกียรติยศพระบรมศพ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระโกศไม้จันทน์’ เครื่องเฉลิมพระเกียรติยศพระบรมศพ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระโกศจันทน์-รัชการที่ 9

หนึ่งในองค์ประกอบบนพระเมรุมาศนั้นงานสร้างพระโกศไม้จันทน์ ถือเป็นศิลปกรรมชิ้นเอกที่ต้องใช้เวลาและความประณีตมากที่สุด ตั้งแต่การหาต้นไม้จันทน์ การออกแบบ และการฉลุชิ้นงานจนประกอบให้เป็นรูปร่างตามต้องการ ซึ่งมีการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมแตกต่างจากแบบแผนเดิมให้มีความเหมาะสมกับกาลสมัยมากขึ้น พระโกศไม้จันทน์ นั้นมีโครงสร้างเป็นโกศแปดเหลี่ยม มียอดเช่นเดียวพระโกศลองทองใหญ่ โดยใช้โครงลวดตาข่ายประดับลายฉลุเป็นลายไม้ซ้อนทั้งองค์ องค์พระโกศไม้จันทน์นั้นสามารถถอดแยกได้เป็น ๓ ส่วน สำหรับใช้ประกอบกันเป็นองค์พระโกศด้วยพระโกศไม้จันทน์เป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติแก่พระบรมศพและพระศพ จะถูกใช้เมื่ออัญเชิญพระโกศพระบรมศพหรือพระศพประดิษฐานยังพระจิตกาธานภายในพระเมรุมาศ หลังจากเปลื้องพระลองชั้นนอกออกแล้ว เจ้าพนักงานจะนำพระโกศจันทน์เข้าประกอบพระโกศลองใน ซึ่งประดิษฐานบนตะแกรงเหล็กช่วงรัดเอวของพระจิตกาธาน เพื่อถวายพระเพลิง การสร้างพระโกศไม้จันทน์ เริ่มจากการใช้ลวดโครงเหล็กตัดตามรูปร่างและขนาดตามแบบมาเชื่อมกัน แล้วจึงนำตะแกรงลวดตาข่ายมาบุทับโครงภายนอกเพื่อไว้ติดลวดลายไม้จันทน์ ซึ่งจะนำไม้จันทน์ที่เป็นท่อนมา ซอยเป็นแผ่นบางๆตามขนาดที่ต้องการแล้วฉลุลวดลายตามขนาดที่กำหนดเช่น แปรรูปเป็นแผ่นรูปโค้งตามลักษณะลวดบัวต่างๆ ตามแบบ รวมทั้งทำการกลึงไม้สำหรับเป็นยอดพระโกศจันทน์

สำหรับพระโกศจันทน์ที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น มีรูปลักษณะใกล้เคียงกับพระโกศจันทน์ที่ใช้ในพระราชพิธีถวายเพลิงพระศพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ประกอบด้วย๒ ส่วน กล่าวคือ  ส่วนบนเป็นพระโกศทรงแปดเหลี่ยมมีฝาเป็นทรงมงกุฎ ส่วนล่างเป็นพระหีบรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าปากผาย มีความแตกต่างอยู่ที่ลวดลายที่ใช้ในการโกรกลายซ้อนไม้ประดับที่ตัวพระโกศไม้จันทน์นี้สร้างขึ้นด้วยไม้จันทน์ทั้งหมด


พระโกศไม้จันทน์ ร.๙

การจัดสร้างพระโกศจันทน์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ณ ท้องสนามหลวง องค์นี้ออกแบบโดยนายสมชายศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโสสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้จัดทำเป็นการพิเศษ โดยมีส่วนประกอบทั้งหมด ๓ ส่วนคือ พระหีบฐานรองพระโกศจันทน์ ซึ่งมีลวดลายหลักคือ ลายเครือเถาครุฑทั้งสี่ด้าน นำมาใช้เป็นครั้งแรก และลวดลายอื่นๆ รวมทั้งสิ้น ๒๖ แบบ อาทิ ลายกระจัง, ลายฐานสิงห์, ลายสังเวียนใช้จำนวนชิ้นไม้จันทน์มากกว่า ๓๐,๐๐๐ ชิ้นพระโกศจันทน์ ซึ่งมีลวดลายหลักคือ ลายกลีบจงกลประดับเทพพนม รอบองค์พระโกศจันทน์ทั้งแปดเหลี่ยม และลวดลายอื่นๆ รวม ทั้งสิ้น ๔๒ แบบอาทิ ลายหน้ากระดาน, ลายดอกไม้ไหว, ลายกระจังคว่ำ เป็นต้น จำนวนชิ้นไม้จันทน์มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ชิ้น  ฝาพระโกศไม้จันทน์ ประกอบด้วยลวดลายต่างๆ อาทิ ลายบัวถลา (บัวคว่ำ),ลายดอกจอก, ลายดอกไม้ทิศ เป็นต้น โดยทั้งหมดเป็นงานลายซ้อนไม้ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีการเพิ่มความพิเศษคือ มีการลงรักปิดทองบนชิ้นไม้บางส่วนเพื่อเพิ่มมิติ ให้มีความงดงามอย่างสมพระเกียรติยศสูงสุด เพิ่มลายเทพพนมบนพระโกศไม้จันทน์ บนพระโกศไม้จันทน์เพิ่มช่อข้าวบิณฑ์ขึ้นบนส่วนหีบพระบรมศพไว้สองข้าง อันเป็นพระโกศไม้จันทน์หนึ่งเดียวที่มีศิลปกรรมแตกต่างจากที่สร้างมาเช่นเดียวกันช่อไม้จันทน์ได้มีการประดิษฐ์ลายเฉพาะขึ้นเป็นพิเศษสำหรับในส่วนของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ออกแบบโดยนายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร  และจัดสร้างโดยสถาบันสิริกิติ์ นับเป็นงานศิลปกรรมหนึ่งเดียวในโลกเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศสูงสุดแห่งสมเด็จพระบรมนาถบพิตรของแผ่นดิน

 

ช่อดอกไม้จันทน์

ช่อดอกไม้จันทน์
หีบพระศพ-ร.๙

หีบพระศพ-ร.๙
ลายหีบพระศพ

ลายหีบพระศพ
ลายดอกบัวเชิงบาตร์

ลายดอกบัวเชิงบาตร์
ลายครุฑ

ลายครุฑ
ลวดล่ายพระโกศไม้จันทน์

ลวดล่ายพระโกศไม้จันทน์
ร่างแบบพระโกศจันทน์

ร่างแบบพระโกศจันทน์
ไม้จันทน์ที่ฉลุลวดลายประกอบ

ไม้จันทน์ที่ฉลุลวดลายประกอบ

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เหล่าเซเลบฯ ร่วมงานเปิดตัวคอนโดฯคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295033

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เหล่าเซเลบฯ ร่วมงานเปิดตัวคอนโดฯคุณภาพ

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เหล่าเซเลบฯ ร่วมงานเปิดตัวคอนโดฯคุณภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อัษฎา แก้วเขียว

ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เมื่อ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น
หรือ MQDC ในเครือ บริษัทดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจพัฒนา ลงทุน และจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย ทั้งบ้านเดี่ยวคอนโดมิเนียม และโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้แบรนด์ แมกโนเลียส์ และวิสซ์ดอม เปิดตัว “วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว” ด้วยทำเลทองติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลาดพร้าว ใกล้ใจกลางธุรกิจแห่งใหม่ กล้าการันตีทั้งโครงสร้างและการใช้งานวัสดุอุปกรณ์นานถึง 30 ปี พร้อมออกแบบเพื่อการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยพื้นที่สีเขียวและสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ เอาใจนิวเจนฯ ด้วย Customer activities/Services กับกิจกรรมหลากหลายของ WHIZDOM Society

ภายในงานเปิดตัวโครงการฯ เต็มไปด้วยความอบอุ่น ได้รับเกียรติจาก อัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ-วิสซ์ดอม บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) พร้อมด้วย ศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร ร่วมด้วยเซเลบริตี้รุ่นใหม่ตบเท้าร่วมงานอาทิ ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์, เอ็ก-วิศรุต ส่งเสริมสวัสดิ์,มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย, เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย,จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ฯลฯ โดยเหล่าเซเลบฯ รุ่นใหม่ร่วมเผยถึงความต้องการคอนโดฯ ที่พักอาศัยในมุมมองของตน ให้ฟังด้วย เริ่มที่ ปั้น-ชิตณรงค์วิเศษสมภาคย์ เล่าว่า “ก่อนจะตัดสินใจเลือกที่พักอาศัย จะให้ความสำคัญในเรื่องของโครงสร้าง “ผมต้องมั่นใจว่าแข็งแรง ดูรายละเอียดในการเลือกใช้วัสดุทุกอย่างที่จะไม่มีปัญหา ที่สำคัญเมื่อเราลงทุนไปแล้ว ก็ต้องการจะอยู่อาศัยนานๆ คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โครงการนี้รับประกันนาน 30 ปี ทำให้มั่นใจว่าทีมงานต้องคิดมาอย่างดีและทำงานหนักใส่ใจในทุกรายละเอียดจึงกล้ารับประกันนานขนาดนี้” ขณะที่ เอ็ก-วิศรุต ส่งเสริมสวัสดิ์ เผยว่า“ในแต่ละวัน เราใช้ชีวิตหลักๆ อยู่สองแห่งคือ ที่อยู่อาศัยและที่ทำงาน ผมมองหาที่อยู่อาศัยที่เดินทางสะดวกไปทำงานสะดวก นัดเจรจาธุรกิจหรือพบปะสังสรรค์ได้สะดวก โลเกชั่นโครงการนี้ ยอมรับว่าลงตัวมากๆ ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าที่เชื่อมไปไกลถึงสำโรงที่จะเปิดตัวในอนาคต” สำหรับ มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย “การได้อยู่บ้านได้พักผ่อนในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย คือ ความสุขค่ะ ชอบใช้เวลาอยู่บ้าน จึงมองเรื่องรสนิยมในการตกแต่งเป็นเรื่องแรก และการเลือกวัสดุตกแต่งที่มีความทันสมัย ดีไซน์สวยงาม ยิ่งรู้ว่าโครงการนี้ เขาจับมือกับ Ck Furniture แบรนด์เฟอร์นิเจอร์คุณภาพระดับโลก และเปิดโอกาสให้เราร่วมออกไอเดียในการตกแต่งด้วย ยิ่งรู้สึกสนุกและยิ่งทำให้รู้สึกว่า เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราจริงๆ” ปิดท้ายที่ เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัยเผยว่า “การใช้ชีวิตของเราแต่ละคน มีหลากหลายมุม แต่ที่อยู่อาศัยโครงการต่างๆ ที่มอง ครบทุกมุมของชีวิตยังไม่เคยเห็นมีที่ไหน ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การพัฒนาตนเอง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบทุกความต้องการ ให้สังคมดี เพื่อนบ้านดี มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน เบอร์ดี้เชื่อว่าทุกคนมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบสนองในทุกมุมของการใช้ชีวิต และให้ความสำคัญเรื่อง “Sense of Living” นั่นคือการใส่ใจด้านการอยู่อาศัยจริงของคนยุคนี้ที่อาศัยอยู่คอนโดฯ ค่ะ”

ศศินันท์ ออลแมนด์

ศศินันท์ ออลแมนด์
เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย

เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย
จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา
ลูกเกด-จิรดา โยฮารา และ มัดหมี่- พิมดาว พานิชสมัย

ลูกเกด-จิรดา โยฮารา และ มัดหมี่- พิมดาว พานิชสมัย
ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์ และเอ็ก-วิศรุต ส่งเสริมสวัสดิ์

ปั้น-ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์ และเอ็ก-วิศรุต ส่งเสริมสวัสดิ์

กราบถวายบังคมลา พระผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295019

กราบถวายบังคมลา พระผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน

กราบถวายบังคมลา พระผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยิ่งใกล้วัน ยิ่งหวั่นไหว ใจปวดร้าว

ใจทุกดวง ของไทยราว จะดับสลาย

จะร้างลับ จะร้างไกล ใจมลาย

อกไทยคล้าย จะแตกดับ ลับล่วงลา

(เฉลิมชัย ยอดมาลัย)

พสกนิกรไทยและชาวต่างชาติทุกคนได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จนถึงเวลา 24 นาฬิกา วันที่ 5 ตุลาคม 2560 ตามประกาศสำนักพระราชวัง ลงวันที่ 26 กันยายน 2560

นับจากเวลาเช้าตรู่ของวันนี้ (1 ตุลาคม 2560) พสกนิกรก็จะเหลือเวลาอีกเพียง 5 วันเท่านั้น ที่จะได้เข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ 9 พระผู้ซึ่งคนไทยเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมเสมอมา ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ยิ่งใกล้จะถึงกำหนดวันสุดท้ายที่พสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จะได้มีโอกาสเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ก็ยิ่งปรากฏว่าพสกนิกรไทยผู้จงรักภักดีต่างหลั่งไหลไปเพื่อการนี้มากยิ่งขึ้น ดังปรากฏจำนวนของผู้ที่ไปเข้าแถวเพื่อรอคิวเข้าในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในแต่ละวันหลายหมื่นคน (บางวันมีจำนวนกว่า 7 หมื่นคน) ผู้ที่ไปเข้าคิวรอมีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ซึ่งพสกนิกรเหล่านี้มาจากทั่วทุกสารทิศของพระราชอาณาจักรไทย และจากต่างประเทศ คนจำนวนไม่น้อยบอกว่าเดินทางมาจากต่างจังหวัด เช่น เชียงราย แม่ฮ่องสอน ปัตตานี ยะลา นครพนม สุรินทร์ ฯลฯ ถึงแม้จะรู้ดีว่าต้องมาเข้าคิวรอเป็นเวลานานเป็นวันกว่าจะได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ แต่ทุกคนบอกตรงกันว่า ยินดีและเต็มใจรอ ต่อให้ต้องรอข้ามวันข้ามคืน ไม่ว่าฝนจะตกหนัก อากาศจะร้อนจัดสักเพียงใดก็จะรอ เพราะต้องการเพียงแค่ได้เข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพของพระผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินไทยสักครั้งหนึ่ง แต่บางคนก็บอกว่า เข้าไปกราบถวายบังคมมาแล้วมากกว่า 40 ครั้ง และก็ยืนยันว่าจะไปกราบถวายบังคมอีกจนกว่าจะถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2560

“พระองค์ทรงรักประชาชนของพระองค์ท่านมากเหลือเกิน เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรของพระองค์ทั่วทั้งประเทศ โดยไม่ได้ทรงย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อยหรืออันตรายใดๆ
ที่จะเกิดกับพระวรกายของพระองค์ ทรงเหนื่อยเพื่อคนไทยมานานกว่า 70 ปี เพราะฉะนั้นเพียงแค่การที่ฉันมาเข้าคิวรอเพื่อให้ได้เข้าไปถวายบังคมพระองค์ท่าน ฉันไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างไรเลย”หญิงชราอายุ 85 ปี รายหนึ่งซึ่งมาจากสุโขทัยบอกกับ Mr.Flower และบอกต่อด้วยว่า “ฉันให้ลูกสาวมาส่ง เพราะฉันขึ้นรถขึ้นเรือในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยจะเป็น ฉันรู้ว่าวัดพระแก้วอยู่ที่
สนามหลวง แต่ไม่รู้ว่าจะนั่งรถเมล์สายไหนไปถึง พอฉันชวนลูกสาวให้ลางานมาเพื่อส่งฉัน ลูกสาวฉันเต็มใจพาฉันมาโดยทันที เพราะเขาก็รักในหลวง รัชกาลที่ 9 ของเขาไม่ต่างจากฉัน”

คุณผู้อ่านเล่าครับ ไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมาแล้วกี่ครั้ง แต่ไม่ว่าจะไปมาแล้วกี่ครั้งก็ตาม ผู้เขียนก็ยังอยากจะขอเชิญให้คุณไปกราบถวายบังคมอีก ขอเรียนว่า เหลือเวลาที่คุณจะได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพอีกเพียงไม่กี่วันแล้ว

คนจำนวนมากนอกจากตั้งใจไปกราบถวายบังคมพระบรมศพแล้ว เขาเหล่านั้นยังสมัครเป็นประชาชนจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อการพระราชพิธีนี้อีกด้วย

ภาพของพสกนิกรที่ไปเข้าคิวรอตั้งแต่เวลาค่ำของวันหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าจะได้เข้าไปกราบถวายบังคมพระบรมศพในเวลาบ่ายของวันรุ่งขึ้น เป็นภาพที่ยากจะสรรหาคำบรรยายใดๆ มาบอกเล่าได้ แต่เป็นสิ่งที่คุณสามารถสัมผัสได้ด้วยใจของคุณเอง เมื่อคุณได้ไปอยู่เขาเหล่านั้น เขาผู้ซึ่งเป็นพสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดินของเขา

ภาพผู้คนยืนรอคิว บ้างก็นั่งบนบาทวิถีเพื่อรอคิว แม้บางวันอากาศจะร้อนแสนร้อน หรือบางวันก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ทั้งแดด

และฝนมิได้เป็นอุปสรรคใดๆ แม้แต่น้อยต่อพสกนิกรของพระผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินไทย

ภาพที่ Mr.Flower นำมาฝากคุณผู้อ่านในสัปดาห์นี้ เป็นภาพที่ยากจะสรรหาคำบรรยายใดๆ มาประกอบให้เหมาะสมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพพระเมรุมาศที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ และภาพเครื่องประกอบพระเมรุมาศ ภาพรูปปั้นสุนัขทรงเลี้ยงในรัชกาลที่ 9 รวมถึงภาพทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้และเครื่องประดับพระจิตกาธาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ไปเข้าแถวรอคิวเพื่อเดินเข้าสู่เขตพระบรมมหาราชวัง โดยมุ่งหน้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ล้วนเป็นภาพที่งดงามเกินคำบรรยาย แต่ก็ถือว่าเป็นความงามที่แสนจะอาดูร เพราะนั่นหมายความว่า ในอีกเพียงไม่กี่วันนับจากนี้ไป พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็จะมาถึง ซึ่งวันดังกล่าวนั้นดวงใจของพสกนิกรไทยทั่วทั้งพระราชอาณาจักรคงจะแตกสลาย แล้วน้ำตาจะท่วมนองทั้งแผ่นดิน เพราะความอาลัยรักในพระผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินไทย

pet care : การใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์ (ตอนจบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295025

pet care : การใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์ (ตอนจบ)

pet care : การใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์ (ตอนจบ)

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำหรับการใช้เทคโนโลยี RFID ในสัตว์เพื่อระบุตัวตนและประวัติประจำตัวสัตว์นั้นมี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ

1.การใช้ในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว หรือสัตว์ป่า ทั้งที่อยู่ในธรรมชาติและที่อยู่ในสวนสัตว์ หรือแม้แต่การใช้ในหน่วยสัตว์ทดลอง (ที่เราเรียกว่าฝังไมโครชิพให้กับสัตว์เลี้ยงนั่นเองครับ)

2.การใช้ในปศุสัตว์ เช่น สุกร โค แพะ แกะ เพื่อการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารโดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ทำให้ทราบว่าเนื้อสัตว์แพ็กนี้มาจากที่ไหน ซึ่งปัจจุบันสามารถพบได้ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำเป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อการจัดการฟาร์มได้อีกด้วย

รูปแบบและวิธีการติด tag ในสัตว์แต่ละชนิดจึงมีความแตกต่างกัน สำหรับในประเทศไทยนั้น อาจแบ่งได้ตามประเภทสัตว์ เช่น

@ สัตว์เลี้ยงเช่น สุนัขและแมว สัตวแพทย์จะทำการฝัง glass tag ใต้ผิวหนังตรงแนวกึ่งกลางลำตัวด้านบนบริเวณหน้ากระดูกสะบัก

การอ่านค่า จะอ่านด้วยเครื่องอ่านชนิดมือถือ รหัสประจำตัวที่อ่านได้จะปรากฏเป็นตัวเลข 15 หลัก แต่ละหลักจะมีความหมายตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานของประเทศไทย ทำให้พิสูจน์ตัวตนของสัตว์ตัวนั้นได้โดยเช็คจากฐานข้อมูลที่ผู้ติด tag นั้นเก็บไว้

@ ในปศุสัตว์ที่ใช้เนื้อเพื่อการบริโภค  เราจะไม่ใช้ glass tag ฝังใต้ผิวหนัง เนื่องจากร่างกายของสัตว์เหล่านี้สามารถใช้เป็นอาหารได้ทุกส่วน โดย

– ใน โค กระบือ แพะ แกะ ซึ่งเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีกระเพาะอาหารแบ่งเป็น 4 ส่วน  เราจะใช้ glass tag ฝังในแท่ง bolus ซึ่งทำจากวัสดุที่มีความหนักและไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์ เช่น ceramic แล้วป้อนให้สัตว์กลืนเข้าไป ซึ่ง ceramic bolus จะไปค้างอยู่ในกระเพาะอาหารส่วน rumen หรือ reticulumตลอดชีวิต ไม่หลุดออกมากับอุจจาระและไม่รบกวนการดำรงชีวิตของสัตว์ ทำให้สามารถแยก bolus ได้ง่ายหลังกระบวนการชำแหละ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

การอ่านอาจใช้เครื่องอ่านชนิดมือถือถ้าสัตว์มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ถ้าสัตว์ตัวใหญ่หรือหนามาก อาจใช้เครื่องอ่านชนิดตั้งพื้นซึ่งมีประสิทธิภาพในการอ่าน tag ได้ในระยะที่ไกลกว่า

– ในสุกร ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีกระเพาะเดียว ไม่สามารถใช้bolus จึงนิยมใช้ ear tag ติดที่ใบหูแทน

นอกจากนี้เรายังสามารถนำระบบ RFID มาประยุกต์ใช้ในการจัดการฟาร์มได้ เช่น ควบคุมการให้อาหารสุกรแต่ละตัวควบคุมการรีดนมและตรวจติดตามปริมาณน้ำนมที่รีดได้ในโคนม การตรวจเช็ครอบการเจาะเลือดในแกะ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าเราสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในสัตว์ได้อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อรองรับการใช้งานในแต่ละลักษณะที่แตกต่างกันไปด้วยครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 1 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295032

คุณแหน : 1 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 1 ตุลาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์เชิญหัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบปะที่ทำเนียบขาว จันทร์ ๒ ตุลาคมนี้ โดยผู้นำทั้งสองจะหารือแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งและขยายความสัมพันธ์ แบบทวิภาคี และพัฒนาความร่วมมือในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกคนไทยที่รักชาติทุกคนร่วมกันให้กำลังใจท่านนายกฯ และคณะด้วย…

 

ll ส่วนรองนายกฯ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ “ที่มีคนบางกลุ่มมองว่าที่รัฐบาลจัดครม.สัญจรไปที่สุพรรณฯ เป็นการไปหาเสียงเพราะรัฐบาลขาลงจะบอกให้ว่าตอนนี้เป็นขาขึ้นและตอนนี้เพิ่งเริ่มถ้าทำอีก ๒ ปีจะติดลมบนด้วย”จริงหรือ??…

ll ไทยสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง ๑.๖๕ ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๑๖.๙ เปอร์เซ็นต์ มากเป็นอันดับสามของโลกรองสหรัฐและสเปน เท่านั้น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และประธานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กลินท สารสิน และทีมงานคงยิ้มแก้มปริ…

ll ฟังไว้และควรปฏิบัติสำหรับชาวธนาคารทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับเงินฝากที่ได้ดอกเบี้ยไม่เกิน สองหมื่นบาทไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย ๑๕ เปอร์เซ็นต์รมว.คลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กล่าว“การทำอย่างนี้ไม่มีธรรมาภิบาล การทำเช่นนี้ไม่ควรอยู่แวดวงการเงินต่อไป” นานาจิตตัง…

ll ให้ตกใจในการประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับธนาคาร ฟังกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย เชาว์ เก่งชน “ความหมายของประกาศนี้คือ ธนาคารทั้ง๕ แห่งนี้ ห้ามมีปัญหา ซึ่งก็หมายความว่าธปท.จะต้องดูแลการให้มีการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจ โดยในต่างประเทศก็มีการประกาศชื่อธนาคารที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจเช่นกัน” คงจะคลายกังวลไปได้…

ll “ไม่ควรมีการจำกัดโควต้านโยบายเสรีโซล่ารูฟท็อป และสนับสนุนให้ กฟน. และกฟผ. รวมถึงบริษัทเอกชนมีความสะดวกในการร่วมลงทุนแทนประชาชน” เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ของ กรณ์ จาติกวณิช…

ll ขอให้ทำ ตามแนวคิดของ ดร.วิรไท สันติประภพ “หนุนให้วัด องค์กรการกุศลและมูลนิธิต่างๆ ติดตั้ง คิวอาร์ โค้ด รับบริจาคเงิน ลดค่าใช้จ่ายการจัดเก็บเงินสด ตรวจสอบที่มา ที่ไป ของเงินได้” จะทำให้เงินบริจาคลดน้อยลงหรือเปล่า…

ll สวดพระอภิธรรมศพ บุญรวย จันทรจำนงมารดา วุฒิประสาน-นพ.ชาญปรีชา-มณฑาทิพ จันทรจำนง ศาลา ๔ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน เวลา ๑๘.๓๐ น. ๓๐ ก.ย.-๔ ต.ค….พระราชทานเพลิง ๕ ต.ค. เวลา ๑๓.๐๐ น….

ll ความในใจของ จเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขารัฐสภาและข้าราชการบำนาญ“ที่ระบุเรื่องจดหมายเรื่องของคนโกงนั้นก็ไม่ได้ว่าใคร เพียงแต่จะบอกสัจธรรมเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านๆมาไม่เคยมีการโกง หรือในอนาคตจะไม่มีการโกง หรือตอนนี้ไม่มีการโกง”…ll

น้องโน้ต