Tech for life : 1 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295029

Tech for life : 1 ตุลาคม 2560

Tech for life : 1 ตุลาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

One S

ลอสแองเจลิส-Xbox ออกแบบเครื่องเกมคอนโซล Xbox One S เครื่องเดียวในโลกผลิตนำมาประมูลผ่าน http://www.game4paul.com ก่อนนำรายได้ให้กับมูลนิธิ Reach Out WorldWide

Xbox ออกแบบเครื่องเกมคอนโซลเครื่องนี้ตามโมเดลรถคันแรกของ พอล วอล์คเกอร์จากหนังดัง The Fast and the Furious โดยมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสีเขียวสด และลายคาดสีน้ำเงิน

ปัดฝุ่น

Nokia ปัดฝุ่นมือถือในตำนาน Nokia 3310 3G ทีมาพร้อมกับสีสันสดใส 4 สีคือ สีเหลือง สีแดง สีฟ้า และสีเทาดำ ตัวเครื่องทำจากวัสดุผิวด้านและมีแป้นพิมพ์สีเงินที่ได้รับการออกแบบใหม่ ส่งข้อความและเล่นทวีตเตอร์ได้ด้วย

สำหรับประเทศไทย Nokia 3310 3G มีกำหนดวางจำหน่ายกลางเดือนตุลาคมนี้ราคา1,790 บาท

ชิพ i7

ซานตาคลารา , แคลิฟอร์เนีย – อินเทล ประกาศวางจำหน่ายชิพประมวลผลตระกูล อินเทล® คอร์™ โปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นที่ 8 ในวันที่ 5 ตุลาคม 2560

ชิปรุ่นล่าสุดนี้ ประกอบด้วย อินเทล® คอร์™ i7 สำหรับเดสก์ท็อป เหมาะสำหรับเกมเมอร์ทั้งหลายนอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่อินเทลแนะนำ ชิป คอร์™ i5 สำหรับเดสก์ท็อปรุ่นแรกที่มีจำนวนคอร์ 6 คอร์ และชิป คอร์™ i3 สำหรับเดสก์ท็อปรุ่นแรกที่มีจำนวนคอร์ 4 คอร์

ติดอันดับโลก

ปัจจุบันคนไทยมีการใช้โซเชียลมีเดียติดอันดับโลก โดยมีผู้ใช้งาน LINE จำนวน 41 ล้านรายเป็นอันดับ 2 ของโลก ขณะที่ Facebook มีคนใช้งานต่อวันถึง 32 ล้านราย (daily active users) และกรุงเทพฯเป็นเมืองที่ใช้งานมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วน YouTube มีคนใช้งานถึง 28 ล้านราย(ที่มา ดีแทค)

Amazing Mom Concert ซีซั่น 3 นิยามความสุขบอกรักแม่ โชว์ฝีมือนักไวโอลิน Yamaha String Chamber Orchestra

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295035

Amazing Mom Concert ซีซั่น 3 นิยามความสุขบอกรักแม่ โชว์ฝีมือนักไวโอลิน Yamaha String Chamber Orchestra

Amazing Mom Concert ซีซั่น 3 นิยามความสุขบอกรักแม่ โชว์ฝีมือนักไวโอลิน Yamaha String Chamber Orchestra

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Yamaha Brand Ambassador “น้องแพรว” โรงเรียนดนตรียามาฮ่าบางนา และ “น้องชินจัง” จาก โรงเรียนดนตรี
ยามาฮ่า พระราม 3

Amazing Mom Concert โดยวง Yamaha String Chamber Orchestra นักไวโอลินรุ่นใหม่จากนักเรียนโรงเรียนดนตรียามาฮ่า ในเครือข่ายทั่วประเทศ โดย ครูกวาง-ณัฐพร ผกาหลง String & Area Music Director นักไวโอลินคนเก่งแห่งสถาบันดนตรียามาฮ่า (สยามกลการ)

ซีซั่น 3 Amazing Mom คอนเสิร์ตกิจกรรมดีๆ บอกรักแม่ที่นำศิลปินไวโอลินรุ่นใหม่วง Yamaha String Chamber Orchestra กว่า 21 ชีวิต จากโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สระบุรี,เทสโก้ โลตัส ศาลายา, เซ็นทรัลพลาซาชลบุรี, ศรีราชา และ บิ๊กซี ติวานนท์ ที่มีใจรักและชื่นชอบการเรียนดนตรี และต้องการพัฒนาทักษะ การเล่นดนตรีประเภทไวโอลินกับหลักสูตรดีๆ Yamaha Music Worldwide Education System มาตรฐานสากลที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักเรียนกว่า 40 ประเทศทั่วโลก


อาจารย์ ดร.ยุทธพงศ์ แสงสมบูรณ์ Music Director Yamaha Music Academy กล่าวเปิดงาน

ภายในงานมีการ Live สดใน Page Yamaha Music Thailand ให้ได้ชมกันสดๆ โดยบทเพลงที่ถ่ายทอดความผูกพันระหว่างแม่ และลูก อาทิ เพลงแรก Honey Bee March และ let’s Go on an expedition โดย “น้องชาน่า อยู่วรรณกุล”, เพลง Shape of You โดยน้องแพรว จากโรงเรียนดนตรียามาฮ่าบางนา และ น้องชินจังจาก โรงเรียนดนตรียามาฮ่า พระราม 3 Yamaha Brand Ambassador และได้รับเกียรติจากนักเปียโนหนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม มาพร้อมกับครอบครัวอันอบอุ่น ซึ่งงานนี้ “น้องมินมิน” ร่วมโชว์น้ำเสียงเพลงใครหนอ จากนั้นน้องๆ วงออเคสตร้าโชว์พลังดนตรีกับเพลง คือหัตถาครองพิภพ และเพลงอิ่มอุ่น ปิดฉากความอบอุ่นในการพูดคุยกับคุณแม่ถึงวิธีการเลี้ยงลูกที่ดี ซึ่งบางครอบครัวมีการเรียงความบอกรักแม่แบบซึ้งๆ และคำบางคำได้ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ยอดเยี่ยม และการบอกรักแม่ที่นิยมกันมากที่สุด คือ พวงมาลัยเพียงพวงเดียวที่ไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ ก็สามารถรับรู้ถึงกันและกันได้เกินคำบรรยายใดๆ

Amazing Mom Concert ตอบโจทย์เยาวชนรุ่นใหม่ที่รักการเล่นไวโอลิน แล้วถ่ายทอดเพลงออกมาไพเราะน่าฟังแสดงความรัก และความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกันในการสร้างสีสัน ความสุข ความอบอุ่น และความประทับใจแก่ครอบครัวดนตรียามาฮ่าทุกคน และกิจกรรมนี้พร้อมพัฒนาดนตรีประเภทไวโอลินก้าวสู่เวทีโลก เพราะมีชีวิตกับดนตรี Live With Music


ครูกวาง-ณัฐพร ผกาหลง และน้องมินมิน

ครอบครัว ณฐพล-นุชนรินทร์ กิตติอัมพานนท์ ผู้บริหารโรงเรียนดนตรียามาฮ่า ศรีราชา

ครอบครัว ณฐพล-นุชนรินทร์ กิตติอัมพานนท์ ผู้บริหารโรงเรียนดนตรียามาฮ่า ศรีราชา
บันทึกภาพ ซีซั่น 3 เก็บความประทับใจ และความทรงจำดี ๆ

บันทึกภาพ ซีซั่น 3 เก็บความประทับใจ และความทรงจำดี ๆ
เพลงอิ่มอุ่น

เพลงอิ่มอุ่น
เพลง Honey Bee March และ let’s Go on an expedition โดย“น้องชาน่า อยู่วรรณกุล”

เพลง Honey Bee March และ let’s Go on an expedition โดย“น้องชาน่า อยู่วรรณกุล”
แสงชัย เมธีธนกุล ผจก.ทั่วไปสถาบันดนตรียามาฮ่าและ Educational Market มอบของที่ระลึกแก่หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม

แสงชัย เมธีธนกุล ผจก.ทั่วไปสถาบันดนตรียามาฮ่าและ Educational Market มอบของที่ระลึกแก่หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม
ยุคลธร ฉิมสุนทร ผู้บริหารโรงเรียนดนตรียามาฮ่าสระบุรี มอบของที่ระลึกแก่ Yamaha Brand Ambassador

ยุคลธร ฉิมสุนทร ผู้บริหารโรงเรียนดนตรียามาฮ่าสระบุรี มอบของที่ระลึกแก่ Yamaha Brand Ambassador
ครอบครัว หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม

ครอบครัว หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม

Health News : ปลุกเจ้าชายนิทราหลับ 15 ปีฟื้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295028

Health News : ปลุกเจ้าชายนิทราหลับ 15 ปีฟื้น

Health News : ปลุกเจ้าชายนิทราหลับ 15 ปีฟื้น

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ชายชาวฝรั่งเศสวัย 35 ปี ผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรามานานถึง 15 ปี หลังนอนนิ่งอยู่ในสภาพผักหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะตื่นแต่ไร้การตอบสนอง (Unresponsive wakefulness) มานาน จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2001 กลับตื่นรู้สึกตัวและเริ่มตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกได้อีกครั้ง หลังได้รับการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าที่เส้นประสาทสมองติดต่อกันเป็นเวลานาน 6 เดือน เป็นการทดลองของ ดร.อองเชลา เซียรีกู จากศูนย์เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส ซึ่งกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 (Vagus nerve) ของชายคนดังกล่าวด้วยไฟฟ้า ให้สมองของคนไข้ที่เสียหายเกิดการทำงานขึ้นได้อีกครั้งในหลายส่วน มีการเผยแพร่ผลการทดลองครั้งนี้ในวารสารวิชาการ Current Biology โดยเน้นถึงความสำคัญของการกระตุ้นสมองคนไข้ในสภาพผักด้วยไฟฟ้า ผ่านการเชื่อมต่อกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทอัตโนมัติแบบพาราซิมพาเทติก หรือระบบประสาทที่ทำงานในสภาวะพักของร่างกาย

หล่อ เข้ม ไม่จืดจาง ด้วยเทคนิคดูแลเครื่องแต่งกายที่หนุ่มๆ ควรรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295062

หล่อ เข้ม ไม่จืดจาง ด้วยเทคนิคดูแลเครื่องแต่งกายที่หนุ่มๆ ควรรู้

หล่อ เข้ม ไม่จืดจาง ด้วยเทคนิคดูแลเครื่องแต่งกายที่หนุ่มๆ ควรรู้

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 17.08 น.

เบื้องหลังลุคหล่อสไตล์หนุ่ม “Men In Black” ไม่ใช่แค่การมิกซ์แอนด์แมชต์ แต่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายต้องดูดีอยู่เสมอเช่นกัน วันนี้ “ห้างเซ็นทรัล” จึงเชิญ “หนุ่ม อภิวัฒน์ ยศประพันธ์” กูรูด้านแฟชั่นแถวหน้าของเมืองไทย มาร่วมแคมเปญ “Central Men With Style” ที่ชวนหนุ่มๆ มาอัปเดตลุคให้หล่อเท่ มีสไตล์ ด้วยเครื่องแต่งกายหลากหลายแบรนด์ดังจากห้างเซ็นทรัล พร้อมแชร์เทคนิคการรักษาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายโทนสีดำ ประเภทต่างๆ ไม่ให้ ซีด จืดจางมาฝากหนุ่มๆ จะมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น มาดูกัน!

เสื้อยืด

เสื้อยืดถือเป็นเครื่องแต่งกายเบสิกที่หนุ่มหลายคนมีอยู่ติดตู้เสื้อผ้า เพราะสวมใส่สบายเข้าได้กับการแต่งกายหลากหลายสไตล์ โดยเสื้อยืดสีดำไม่ควรตากในที่แดดแรงเพราะจะทำให้สีดำซีดเร็วขึ้น แต่การซักทำความสะอาดเสื้อยืดที่ผิดวิธีจะทำให้เสื้อตัวโปรดของหนุ่มๆ ยืดย้วยตามชื่อเลยทีเดียว ฉะนั้นการซักเสื้อยืดจึงไม่ควรขยี้หรือบิดแรงๆ แต่ควรบีบเพื่อให้น้ำไหลออกจากเสื้อ ที่สำคัญไม่ควรตากเสื้อยืดด้วยไม้แขวนเสื้อเพราะจะทำให้เกิดรอยไม้แขวนเสื้อที่บริเวณหัวไหล่ โดยให้พาดระนาบไปกับราวตากผ้าแทน

เสื้อเชิ้ต

อีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยเติมสไตล์ให้หนุ่มๆ ดูเนี๊ยบขึ้น คือ เสื้อเชิ้ต โดยการดูแลรักษาเสื้อเชิ้ตสีดำนั้นควรซักแยกกับผ้าสีอื่นๆ เพื่อป้องกันสีตกและไม่ให้เส้นใยจากผ้าสีอื่นมาติดกับเสื้อสีดำ นอกจากนี้ควรตากในที่ร่มลมโกรกและติดกระดุมเสื้อเม็ดบนเพื่อป้องกันเสื้อด้านบริเวณปกย่นหรือแบออก ส่วนการรีดเสื้อเชิ้ตนั้น ควรรีดจากด้านในโดยใช้ผ้ารองที่เตารีดเพื่อไม่ให้ความร้อนสัมผัสกับเสื้อโดยตรงป้องกันการขึ้นเงา

สูทและเบลเซอร์

ในวันที่ไม่ได้ทำกิจกรรมหนักหรือไปเผชิญสิ่งสกปรก สูทและเบลเซอร์ตัวเก่งของคุณก็ไม่จำเป็นต้องซักแห้งทุกครั้งหลังใช้งานเสมอไป แค่ใส่ไม้แขวนเสื้อที่มีรองบ่าแล้วตากในที่ลมโกรก โดยกลับเสื้อด้านในออกเพื่อให้ระบายความชื้นที่เกาะติดอยู่ด้านในตัวเสื้อ และอย่าลืม! ก่อนที่จะใส่ทุกครั้ง ควรรีดด้วยเครื่องรีดไอน้ำเพื่อลบรอยยับที่เกิดบนสูทหรือเบลเซอร์

เสื้อไหมพรม

นานๆ ทีจะได้หยิบเสื้อไหมพรมออกมาใส่สักที ดังนั้นการเก็บรักษาเสื้อไหมพรมจึงต้องพิถีพิถันกันหน่อย โดยก่อนจะเก็บเข้าตู้ หนุ่มๆ ควรผึ่งเสื้อไหมพรมให้แห้งสนิทก่อนแล้วจึงแนะนำให้เก็บด้วยการใส่ในถุงซิบล็อคและไล่อากาศออกให้ดีเพราะสามารถช่วยป้องกันเสื้อไหมพรมเป็นรูได้ นอกจากนี้ เสื้อไหมพรมสีดำควรจะแยกเก็บจากเสื้อผ้าสีอื่น เพราะสีของเสื้อไหมพรมสีดำจะไปเลอะเสื้อผ้าสีขาว ซึ่งเกิดจากความชื้นในอากาศทำให้ผ้าเกิดการดูดสีกัน

กางเกง


กางเกงสีดำทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ กางเกงสแล็ก หรือกางเกงชิโน การซักและตากต้องกลับด้านในออกมาและอย่าลืมติดตะขอและกระดุมให้เรียบร้อย เพื่อให้กางเกงตัวเก่งของคุณเป็นทรงไร้รอยย่น ที่สำคัญห้ามบิดกางเกงโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้เส้นใยผ้าของกางเกงเสียทรง แต่ให้สะบัดและตากในบริเวณที่ลมโกรกแทน

รองเท้า

แถมท้ายด้วยรองเท้าที่ใส่รองเท้ามาทั้งวันสิ่งที่ต้องระวังคงหนีไม่พ้นเรื่องกลิ่นและความอับชื้น ดังนั้น หลังจากสวมใส่เสร็จแล้ว หนุ่มๆ ควรนำรองเท้าไปวางในที่ลมโกรกสักพักแล้วจึงนำเก็บเข้ากล่อง เพื่อระบายความชื้นด้านใน หากเป็นรองเท้าหนังก็ควรใส่ที่ดันทรงไว้ในรองเท้าทุกครั้ง ที่สำคัญ! ไม่ควรนำถุงเท้าใส่ไว้ในรองเท้าเพื่อไว้ใส่ในวันรุ่งขึ้น เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นจนหลายคนอาจจะต้องร้องหยี๋…นอกจากนี้ ในวันหยุดควรนำรองเท้าหนังออกมาไว้นอกกล่องหรือในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อยืดอายุการใช้งานของรองเท้าให้นานขึ้น

ทราบเทคนิคการดูแลรักษาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายกันแล้ว แต่หนุ่มๆ ก็ไม่ควรพลาด ที่จะเพิ่มเติมไอเท็มเครื่องแต่งกายใหม่ๆ ให้ไม่ตกเทรนด์ ได้ในงาน “Central Men With Style” ในคอนเซ็ปต์ “Men In Black” ระหว่างวันที่ 21 ก.ย. – 10 ต.ค. 60 ณ แผนกบุรุษ ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา พร้อมมอบส่วนลดสูงสุด 30% เมื่อซื้อสินค้าปกติ นอกจากนี้ ยังจัดบริการพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ช้อปฯ ครบตามเงื่อนไข ด้วยบริการถ่ายภาพเสมือนสตูดิโอแฟชั่นและเสิร์ฟกาแฟรสเลิศพร้อมมินิแบล็คเบอร์เกอร์ ให้หนุ่มๆ ได้เผยสไตล์ความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่

‘ดาษดา แกลเลอรี่’พัฒนา‘ดาษดา ไฮเดรนเยีย’สายพันธุ์ดอกยักษ์ พร้อมโชว์ในเทศกาลดอกไม้ใหญ่ที่สุดแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294987

‘ดาษดา แกลเลอรี่’พัฒนา‘ดาษดา ไฮเดรนเยีย’สายพันธุ์ดอกยักษ์  พร้อมโชว์ในเทศกาลดอกไม้ใหญ่ที่สุดแห่งปี

‘ดาษดา แกลเลอรี่’พัฒนา‘ดาษดา ไฮเดรนเยีย’สายพันธุ์ดอกยักษ์ พร้อมโชว์ในเทศกาลดอกไม้ใหญ่ที่สุดแห่งปี

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 10.08 น.

ดาษดา แกลเลอรี่ เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เปิดฉากอีกครั้งสำหรับงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปีกับเทศกาลดอกไม้ในเรือนกระจก ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Once Flower Upon A Time กาลครั้งหนึ่ง…ดอกไม้’ พร้อมไฮไลท์พิเศษ ‘ดาษดา ไฮเดรนเยีย สายพันธุ์ดอกยักษ์’ ที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นเองเป็นครั้งแรกตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจดอกไม้ระดับพรีเมี่ยมของไทย และเป็นการรวมตัวของกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสหลากหลายสายพันธุ์และสีสันที่เยอะที่สุดในไทย ที่ถูกนำมาจัดแสดงร่วมกับเทคนิค mapping และ interactive ที่ไม่เคยมีที่ใดมาก่อน พร้อมตื่นตาตื่นใจกับโรงเรือนปลูกดอกคริสซานติมัมสายพันธุ์เฉพาะที่ดาษดานำเข้ามาจัดแสดงโดยเฉพาะ และสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับคาเฟ่ที่อยู่ภายในโรงเรือนปลูกดอกไม้  ตลอดจนการแสดงน้ำพุเต้นระบำทีมผู้สร้างเดียวกับ bellagio และ dubai fountain ที่ไฟและน้ำปรากฎขึ้นพร้อมกันเพื่อความงดงามอย่างลงตัว รวมถึงการจัดแสดงไฟกับต้นไม้ยามค่ำคืน และพิเศษกว่าทุกปีกับโดมตกแต่งไฟงดงามตระการตา ที่รายล้อมไปด้วยป่าปลูกธรรมชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 2 ธ.ค.60 – 28 ก.พ.61

ทั้งนี้ ‘ดาษดา ไฮเดรนเยีย สายพันธุ์ดอกยักษ์’ โดยปกติถือเป็นดอกไม้ที่ออกดอกในช่วงฤดูหนาว แต่พิเศษสุดเมื่อดาษดาสามารถปลูกและออกดอกในฤดูฝนและฤดูร้อน รวมถึงมีช่อดอกขนาดใหญ่พิเศษ โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากถึง 30-40 เซนติเมตร นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้นด้วย และจะได้ชื่นชมความสวยงามกันถึง 3 โทนสี ทั้งสีม่วง สีชมพู และสีฟ้า ซึ่งดาษดาใช้เวลานานกว่า 4-5 ปี ในการพัฒนาสายพันธุ์ไฮเดรนเยียดังกล่าว ที่มีความโดดเด่นแตกต่างจากทั่วไป ทั้งขนาดที่ใหญ่และสีสันที่สวยงามต้องใช้ความประณีต พิถีพิถัน และเอาใจใส่ในการดูแลและพัฒนาเป็นอย่างมาก สำหรับการแสดงในครั้งนี้ นอกจากการนำดอกไฮเดรนเยียตัดช่อมาตกแต่งตามจุดต่างๆ แล้ว ยังมีไฮไลท์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด คือการแสดงชุดกระโปรงดอกไฮเดรนเยียยักษ์ที่มีความยาวถึง 7 เมตร  นับเป็นความยิ่งใหญ่ครั้งแรกของไทย

โดยดาษดา แกลเลอรี่ เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี จะเริ่มเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2560 – 28 กุมภาพันธ์ 2561 จำหน่ายบัตรสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 250 บาท และสำหรับเด็ก ราคา 150 บาท สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดอกไม้และดอกดาษดา ไฮเดรนเยียยักษ์ สามารถสั่งซื้อในราคาปลีกช่อละ 280 บาท ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Event call center โทร.061-404-5000 หรือ http://www.facebook.com/dasadaflower

คุณแหน : 30 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294916

คุณแหน : 30 กันยายน 2560

คุณแหน : 30 กันยายน 2560

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● สมาคมนักเรียนเก่าราชินีจัดแข่งโบว์ลิ่งชิงถ้วยประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ วันที่ 30 ก.ย. ที่เอสพลานาด ชั้น 4 มีราชินีร่วมรุ่น 63 ลงแข่งด้วย ขอเชิญเพื่อนๆ มาร่วมกันเชียร์ งานนี้สปอนเซอร์เพียบ…

 

●● เพื่อนๆ วัฒนาวิทยาลัย 93 นัดกันไปกราบ คุณแม่สงบ บุญเดช มารดา ประภาศิริ สัตยธรรม ในโอกาสคล้ายวันเกิดอายุ 100 กว่าปี ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันนี้(วันเสาร์)…

●● ดร.เผดิมศักดิ์ – ดร.ศรีสุดา จารยะพันธ์ ย้ายมาอยู่คอนโดฯแสนสบายที่ย่านบางโพแล้ว และมิตรสหายฝากแสดงความยินดีกับ ดร.เผดิมศักดิ์ ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ประกาศในเดือน ก.ค.ปีหน้า…

●● เพิ่งทราบว่า สนธิ เอมะรุจิ ชอบเล่นกับตุ๊กแก วันก่อนโชว์ภาพให้สัตว์โลกน่ารักชนิดนี้กัดโชว์ สร้างความขนพองสยองเกล้าให้ผู้สบพบเจอเป็นยิ่งนัก…

●● ชื่อเดิมในเฟซว่า ว่านฤทธิ์ แต่ถูกแอดมินท้วงติงให้เปลี่ยน ธนฤทธิ์ พันธุเมธา กลับมาใช้ชื่อจริงตามที่พ่อแม่ตั้งมาให้แต่อ้อนแต่ออกแล้ว ญาติสนิทมิตรรักรับทราบและอย่าได้งงงวยเป็นอันขาด…

●● หลังส่ง เจ้าสัว เข้าโรงเรียนฝึกหัด วิบูลย์-ศิริพร จันทรางศุ ภูมิใจในความฉลาดของเจ้าสี่ขาที่รักเป็นอย่างมาก…

●● ชานิตา ขำประดิษฐ์ เป็นตัวอย่างหญิงเก่งแห่งยุค นอกจากจะมีร้านเสริมสวย มือหนึ่งถือหวี กรรไกร ไดร์เป่าผมแล้ว อีกมือหนึ่งยังทำอาหารกล่องจำหน่าย ยึดคติ ไม่มีความยากจนในหมู่มวลชนคนขยัน…

●● พูดแล้วชวนขนแขนสแตนด์อัพ ทุกครั้งที่ หนูปริม ลูกสาววัย 13 เดือนของ กษาปณ์ ปัทมสูตไม่สบายร้องไห้โยเย คุณพ่อจะสวดขอพรจาก ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อให้ลูกสาวอาการดีขึ้น มีคืนหนึ่งหลังจากสวดขอพรแล้ว ลูกดูสดชื่น แถมหันไปพูดกับสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาบนหิ้งพระของพ่ออีกต่างหาก แน่นอนว่ามีรายการขนลุกต่อ…งานนี้คงจะต้องขอว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” !!…●●

บารอนเนส

สืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ในคืนวันเพ็ญเดือน 8 กับ 8 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294924

สืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ในคืนวันเพ็ญเดือน 8 กับ 8 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

สืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ในคืนวันเพ็ญเดือน 8 กับ 8 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร ซึ่งในสองสัปดาห์ก่อนได้พาผู้อ่านร่วมสืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์ เทศกาลแห่งความงดงามตามตำนานจีน ซึ่งตรงกับคืน 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ซึ่งในปีนี้ ตรงกับค่ำวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2560 ที่กำลังจะมาถึง ไปพบกับสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์ขึ้นชื่อจาก 8 โรงแรมกันไปแล้ว และในสุดสัปดาห์นี้ จึงขอแนะนำอีก 8 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ ที่นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ตามแบบฉบับของแต่ละแห่งได้น่าสนใจไม่แพ้กัน เลือกสรรได้หลากหลายตามความต้องการ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ให้เลือกด้วยกันถึง 4 รส ได้แก่ ทุเรียน, ผลไม้รวม, เม็ดบัว และพุทราจีน โดยสอดไส้ด้วยไข่แดงคำโตทุกไส้ มาในกล่องสุดหรูราคา 790 บาท หรือกล่องแบบพรีเมียมในราคา 850 บาท พิเศษ! ซื้อ 10 กล่อง ฟรี 1 กล่อง, ซื้อ 20 กล่อง ฟรี 2 กล่อง และ Gift Voucher บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันมูลค่า 750 บาท++, ซื้อ 30 กล่อง ฟรี 3 กล่อง และ Gift Voucher บุฟเฟ่ต์มื้อเย็นมูลค่า 950 บาท++ วันนี้-7 ต.ค. สอบถามและสั่งจองโทร.02-6411500

โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ

โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ จากวัตถุดิบชั้นดีและความพิถีพิถันในการตระเตรียมและปรุง การันตีความหอมอร่อย 2 รสชาติยอดนิยม ได้แก่ไส้ครีมคัสตาร์ดและไส้ทุเรียน พร้อมแพ็กใส่กล่องคอนราดพรีเชียสเชสท์สุดหรู ที่สามารถนำไปเก็บเครื่องประดับหรือประดับบ้านได้อีกด้วย กล่องขนาด 4 ชิ้น ในราคา 650 บาทถ้วน กล่องขนาด 8 ชิ้น ในราคา 1,150 บาทถ้วน วันนี้-4 ต.ค. ที่ห้องอาหารจีนหลิวและบริเวณล็อบบี้ สอบถามและสั่งจองโทร.02-6909999

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์แทนใจ สูตรดั้งเดิมและสูตรใหม่ 6 รสชาติให้เลือกลิ้มลอง ได้แก่ ไส้ทุเรียนหมอนทองและไข่แดง,ไส้เม็ดบัวและไข่แดง, ไส้ถั่วแดงและไข่แดง, ไส้ช็อกโกแลต, ไส้ชาเขียว และไส้มะพร้าว ในราคาชิ้นละ 99 บาท พร้อมบรรจุในกล่องดีไซน์พิเศษสำหรับมอบเป็นของขวัญแทนใจ มีให้เลือกทั้งหมด 5 เซต ไม่ว่าจะเป็นกล่องสมบัติ, รถโรงเรียน, หยก, ทอง และทับทิม กล่องขนาด 2 ชิ้น ในราคา 488 บาท กล่องขนาด 2 ชิ้น พร้อมถ้วยชา 2 ใบในราคา 788 บาท กล่องขนาด 4 ชิ้นในราคา 788 บาท และกล่องขนาด 8 ชิ้นในราคา 1,388 บาทสุทธิ วันนี้-4 ต.ค. ที่ซิงก์เบเกอรี่ ชั้นจี สอบถามและสั่งจองโทร.02-1006255

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ที่ทำสดใหม่ทุกวัน ปราศจากวัตถุกันเสีย เอาใจใส่ในแต่ละขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การทำแป้ง นวดแป้ง ไปจนถึงรสชาติของแต่ละไส้ ทั้ง 6 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียน, คัสตาร์ด, ลูกบัว, โหงวยิ้ง, หรือคอลเลคชั่นพรีเมียมอย่าง รังนกผสมลูกบัว รวมถึงรสชาติใหม่ล่าสุด น้ำผึ้งอินทผาลัม พร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์สวยหรู ออกแบบพิเศษเป็นสัญลักษณ์รูปตึกโรงแรม ในโอกาสครบรอบ 48 ปี ในราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 188 บาทสุทธิ สมาชิกดุสิตโกลด์ รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ 12 ชิ้นขึ้นไป วันนี้-4 ต.ค. ที่ดุสิตกูร์เม่ต์ และห้องอาหารจีนเดอะเมย์ฟลาวเวอร์ นอกจากนี้ยังมีจำหน่ายที่กรูเม่ต์มาร์เก็ต ชั้นจี สยามพารากอน และควอเทียร์แกลเลอรี่ ชั้นเอ็ม ดิเอ็มควอเทียร์ สอบถามและสั่งจองโทร.02-2009000 ต่อ 2345

โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยวัตถุดิบชั้นดีและพิถีพิถันในทุกกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ขนมไหว้พระจันทร์เนื้อนุ่ม หอมอร่อย สารพัดไส้ หลากหลายรสชาติยอดนิยม ได้แก่ ไส้ทุเรียน, ไส้ทุเรียนไข่เค็ม, ไส้โหงวยิ้ง,ไส้โหงวยิ้งไข่เค็ม, ไส้ชาเขียวถั่วแดง, ไส้กาแฟอัลมอนด์ และไส้ช็อกโกแลตมิ้นท์ ในราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 75 บาท+ วันนี้-31 ต.ค. ที่เบเกอรี่คาเฟ่ สอบถามและสั่งจองโทร.02-3788000 ต่อ 4130

โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับไต้หวัน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่ซ้ำใคร มีให้เลือกระหว่างเนื้อแป้งข้าวสาลีและข้าวไรซ์เบอร์รี่ สำหรับคนรักสุขภาพ 3 รสชาติคลาสสิก ได้แก่ ไส้ส้มกำกวดสับปะรด กับส้มกำกวดหรือส้มจี๊ดแบบเต็มลูกแล้วสอดไส้แยมสับปะรดที่เป็นผลไม้หลักของไต้หวัน อร่อยกลมกล่อมหอมหวานละมุนลิ้นอย่างลงตัว, ไส้เผือก กับเผือกเต็มคำ รสชาติกำลังดี ไม่หวานหรือจืดเกินไป และไส้นูกัตมะม่วง กับนูกัตหรือตังเมฝรั่ง นมจากฮอกไกโดนำมาผสมเนื้อมะม่วงอร่อยเข้ากัน บรรจุในกล่องขนาด 3 ชิ้น ในราคากล่องละ 550 บาท สมาชิกบัตรคิงเพาเวอร์และแอคคอร์พลัส ลด 10% วันนี้-31 ต.ค. ที่บริเวณล็อบบี้ สอบถามและสั่งจองโทร.02-6809999

โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ

โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับ ที่อบจากเตาทุกวัน ด้วยวัตถุดิบสดใหม่ ไร้สารกันบูด หลากหลายรสชาติ ได้แก่ ลูกบัว, เกาลัด, ทุเรียน, งาดำ, พุทราจีน, ธัญพืช, บราวนี่ และคัสตาร์ด พร้อมบรรจุหีบห่อและกล่องสวยงาม ที่รังสรรค์สำหรับเทศกาลพิเศษนี้เท่านั้น

ขนาดเล็กในราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 55 บาทสุทธิ ขนาดใหญ่ในราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 145 บาทสุทธิ วันนี้-4 ต.ค. หรือจนกว่าสินค้าจะหมด สอบถามและสั่งจองโทร.02-2813088

โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ

โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม รสละมุนลิ้น มีให้ลิ้มลองถึง 7 รสชาติ ได้แก่ โหงวยิ้งเม็ดแตง, ลูกบัวไข่เดี่ยว, โหงวยิ้งไข่เดี่ยว, ลูกบัวเม็ดแตง, ถั่วกวนไข่เดี่ยว, ทุเรียนไข่เดี่ยว และทุเรียนเม็ดแตง บรรจุในกล่องสวยหรู เหมาะแก่การมอบเป็นของขวัญของฝาก แด่ญาติสนิทมิตรสหายหรือคนที่รู้ใจในเทศกาลพิเศษ ในราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 115-120 บาท วันนี้-4 ต.ค. ที่ห้องอาหารทิโวลี่คอฟฟี่ช็อป และเอเชียเบเกอรี่ สอบถามและสั่งจองโทร.02-2170808 ต่อ 5291, 5358

ร่วมเลือกสรรขนมไหว้พระจันทร์หลากสไตล์หลายรูปแบบจากโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ สำหรับไหว้ตามประเพณีดั้งเดิม หรือมอบเป็นของขวัญของฝากแด่คนสำคัญ สืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์ ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

เปิด ‘ห้องสมุดมีชีวิต’ ในค่ายทหาร 8 แห่งทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294919

เปิด ‘ห้องสมุดมีชีวิต’ ในค่ายทหาร 8 แห่งทั่วไทย

เปิด ‘ห้องสมุดมีชีวิต’ ในค่ายทหาร 8 แห่งทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นับแต่จุดเริ่มต้นที่สมาคมแม่บ้านทหารบก ร่วมมือ กับอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ลงนามข้อตกลงร่วมกันภายใต้ “โครงการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตในค่ายทหาร” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในค่ายทหาร นำมาซึ่งการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตในค่ายทหารทั่วประเทศจำนวน 8 แห่ง พร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2560 นำทัพด้วยการเปิดบริการอุทยานการเรียนรู้ค่ายกัลยาณิวัฒนา กรมทหารราบที่ 151 จ.นราธิวาส และห้องสมุดมีชีวิต วีรปัญญา ค่ายสิรินธร กรมทหารราบที่ 152 จ.ยะลา ในช่วงต้นเดือนกันยายน และล่าสุดคือการเปิดบริการอย่างเป็นทางการของห้องสมุดมีชีวิตในค่ายทหาร “ศูนย์การเรียนรู้กรมการทหารช่าง” (Army Engineer Knowledge Park หรือ AEK park) กรมการทหารช่าง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับกำลังพล ตลอดจนบุตรหลานและครอบครัว รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน อบรมทักษะการเรียนรู้ต่างๆ อันเป็นการติดอาวุธทางปัญญาอย่างแท้จริง

เบญจวรรณ สิทธิสาท นายกสมาคมแม่บ้านทหารบก และประธานในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้กรมการทหารช่าง กล่าวว่า สมาคมแม่บ้านทหารบกมีภารกิจสำคัญประการหนึ่งคือ การส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้ให้กับกำลังพล ตลอดจนครอบครัวและบุตรหลาน เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตให้กับประเทศชาติ จึงทำให้เกิดโครงการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตในค่ายทหารขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือกันสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ ภายใต้แนวคิดห้องสมุดมีชีวิต ให้เกิดขึ้นในค่ายทหารทั่วประเทศ มีจุดเริ่มต้นจากลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสำนักงานอุทยานการเรียนรู้หรือ TK park หน่วยงานสังกัดสำนักงานบริการและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา

โครงการห้องสมุดมีชีวิตในค่ายทหาร ที่จะดำเนินการตามข้อตกลงร่วมกันในปีนี้มีทั้งสิ้น 8 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา จ.นราธิวาส (เปิดให้บริการแล้ว), กรมการทหารช่าง จ.ราชบุรี,กรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร จ.ยะลา (เปิดให้บริการแล้ว) 4),กองพลทหารราบที่ 6 ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จ.ร้อยเอ็ด, กรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร, กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กทม., กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ กทม.,กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี โดยในปี 2560 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้จำนวน 7 แห่ง สำหรับอีก 1 แห่ง คือ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2561

อธิปัตย์ บำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยตามรูปแบบแนวความคิดห้องสมุดมีชีวิตให้ขยายออกไปสู่จังหวัดต่างๆ ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยเป็นภารกิจสำคัญของ TK park ที่ผ่านมาได้ดำเนินการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนองค์กรท้องถิ่น สถาบันการศึกษารวมทั้งภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้ทำความร่วมมือกับหน่วยงานภายในสังกัดกองทัพบกดำเนินการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้จำนวน 2 แห่ง คือ อุทยานการเรียนรู้ศูนย์การศึกษากองทัพภาคที่ 2 (SR park) ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา และศูนย์สร้างสรรค์ปัญญา (WCC) กองพันทหารสื่อสารที่ 101 กรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน จ.สมุทรสาคร ศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 2 แห่ง ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานเป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของการขยายผล “โครงการพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตในค่ายทหาร” ไปสู่ค่ายทหารอื่นๆ ทั่วประเทศดังกล่าว

ด้าน พันเอกพิเชษฐ์ เพ็ชรอินทร์ ผู้บังคับกองพันทหารช่างเครื่องมือพิเศษ กล่าวว่า กองพันทหารช่างเครื่องมือพิเศษได้เริ่มหารือกับสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 จากนั้นได้ดำเนินการออกแบบและก่อสร้าง ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดให้บริการกับกำลังพลบุตรหลานและครอบครัว ตลอดจนชุมชนบริเวณใกล้เคียงได้อย่างเป็นทางการ โดยศูนย์การเรียนรู้กรมการทหารช่าง (AEK park) ตั้งอยู่ภายในค่ายบุรฉัตรมีพื้นที่ให้บริการประมาณ 300 ตร.ม. ประกอบด้วย Reading Park, ห้องสมุดเด็ก ห้องเงียบ ห้องอบรมอเนกประสงค์ ห้องประชุมและมุมกาแฟ

พอฤดี โมกขะสมิต ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากรมการทหารช่าง กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้กรมการทหารช่าง (AEK park) มีความสำคัญต่อกำลังพล ตลอดจนบุตรหลาน และครอบครัวของเหล่าทหาร เพราะนอกจากเป็นพื้นที่ส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้แล้วยังเป็นพื้นที่สำหรับการแสวงหาความรู้อย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กำลังพลตลอดจนชุมชนบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย

บี มาย เกสท์ : สินีนารถ เองตระกูล คิดบวก สร้างพลัง มุ่งสู่ความสำเร็จที่ไม่สิ้นสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294900

บี มาย เกสท์ : สินีนารถ เองตระกูล คิดบวก สร้างพลัง มุ่งสู่ความสำเร็จที่ไม่สิ้นสุด

บี มาย เกสท์ : สินีนารถ เองตระกูล คิดบวก สร้างพลัง มุ่งสู่ความสำเร็จที่ไม่สิ้นสุด

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็น Working Woman ร่างเล็กแต่พลังเกินตัว สำหรับ ปุ๊กกี้-สินีนารถ เองตระกูล ที่วันนี้เราอาจจะคุ้นชินกับบทบาทการเป็นผู้บริหารธุรกิจสถาบันความงามระดับแนวหน้าของเมืองไทยอย่าง “บีบี คลินิก” แต่ในความเป็นจริงยังมีอีกหลากหลายธุรกิจในเครือ SE-BIZ ถึงแม้งานจะยุ่งแค่ไหนบทบาทหน้าที่ของการเป็นภรรยา และ แม่ของลูกชายสองคน เธอก็ยังทำได้ดีไม่แพ้กัน เคล็ดลับความสำเร็จทั้งในเรื่องงานและชีวิตครอบครัวของผู้หญิงเก่งคนนี้คืออะไร เชิญอ่านได้ใน บี มาย เกสท์ วันนี้ค่ะ

ปุ๊กกี้-สินีนารถ เล่าว่า ปัจจุบันธุรกิจในเครือ SE-BIZ ซึ่งย่อมาจาก “สมใจนึก เองตระกูล บิซิเนส” มีทั้งโลจิสติก สถาบันการเงิน โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจความงาม ธุรกิจออร์แกไนเซอร์-เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และสตูดิโอให้เช่าสำหรับถ่ายละคร-ภาพยนตร์

“ตอนนี้ธุรกิจแต่ละอย่างก็จะมีซีซั่นของเขา อย่างเช่น โลจิสติกการขนส่ง เรียกว่าเป็นช่วงขาขึ้น ด้วยระบบเศรษฐกิจการค้าการนำเข้า-ส่งออกของบ้านเรากำลังเติบโต ทำให้โลจิสติกเป็นที่ต้องการ ส่วนโรงแรมเป็นช่วงหน้าฝนก็แน่นอนว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่พอเข้าช่วงฤดูหนาวก็จะกลับมาคึกคัก และธุรกิจความงามถือว่าทรงตัวนะคะ เพราะตอนนี้คู่แข่งในตลาดมีมาก ถ้าถามว่าตอนนี้โฟกัสไปที่ธุรกิจไหนมากกว่ากันคงไม่ได้ เพราะทุกธุรกิจเราต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพียงแต่ถ้าอันไหนที่อยู่ในช่วงโลว์ ก็ต้องการปรับกลยุทธ์การบริหาร หรือการทำการตลาดมากกว่าธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งด้วยความที่เป็นธุรกิจของครอบครัว ก็จะมีคุณพ่อเป็นหัวเรือใหญ่ เป็นที่ปรึกษาให้กับลูกๆ มีพี่เป๊ก-สัญชัย ซึ่งเขาถนัดในเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ ประชาสัมพันธ์ การตลาด ก็จะรับหน้าที่นั้นไป ส่วนปุ๊กกี้เองก็จะรับนโยบายจากคุณพ่อและพี่เป๊กมาดำเนินการต่อ”

ในการบริหารธุรกิจที่มีความหลากหลาย กุญแจสำคัญไม่เพียงแต่ “นโยบาย” ปัจจัยสำคัญคือการ “บริหารคน” เพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายของธุรกิจที่วางไว้เป็นผลสำเร็จ

“เมื่อก่อนแต่ละธุรกิจก็จะแยกกัน แต่ตอนนี้เราเพิ่งปรับเปลี่ยนการบริหารให้มีศูนย์กลางเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารงานมากขึ้น ซึ่งทีมงานเป็นสิ่งสำคัญ ปุ๊กกี้เองก็พยายามที่จะปลูกฝังทีมงาน สร้างความเป็นทีมให้เกิดขึ้น เพื่อที่ให้เขาทำงานตามนโยบายที่วางไว้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งโชคดีว่าพนักงานส่วนใหญ่อยู่ด้วยกันมานาน พร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน ปุ๊กกี้ก็จะดูแลเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัว มีอะไรเราก็มาคุยกัน ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า รวมถึงอนาคตการเติบโตในหน้าที่ มันก็เป็นแรงจูงใจที่ดีที่จะทำให้เขาทำงานอย่างเต็มความสามารถ สำหรับปุ๊กกี้เองมองว่าการมีทีมงานที่เป็นคนเก่งถือว่าเป็นความโชคดี แต่สิ่งสำคัญคือเราอยากได้คนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความซื่อสัตย์มาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะความเก่ง ความสามารถเราสามารถสร้างให้เขาได้ แต่คนดี คนขยันนี่หายากกว่าค่ะ”

ด้วยธุรกิจกำลังเติบโต และมีการขยายเข้าสู่ธุรกิจใหม่ ทำให้เธอแทบจะทำงานตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ รวมถึงเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ต่างประเทศอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังไม่ละทิ้งหน้าที่สำคัญของการเป็น ภรรยา และ แม่ของลูก

“กับสามี เราเป็นคนทำงานด้วยกันทั้งคู่ เขาก็จะมีความเข้าใจ เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา แต่กับลูกก็ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ คือตั้งแต่ลูกยังเล็ก เขาก็จะคุ้นเคยที่เห็นแม่ทำงานอยู่แล้ว บางครั้งไปทำงานก็จะพาลูกไปด้วย ปกติวันธรรมดาปุ๊กกี้จะเป็นคนขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน ตอนเย็นก็ให้รถโรงเรียนไปส่งที่ออฟฟิศรังสิต วันอาทิตย์ก็จะยกให้เป็นวันของครอบครัวที่เราจะทำกิจกรรมร่วมกันพ่อแม่ลูก จริงๆ ที่บ้านเราไม่ว่าจะเป็นครอบครัวพี่เป๊ก ครอบครัวปุ๊กกี้ เราจะสนิทกันมากอยู่แล้ว เด็กๆ ก็จะได้เล่นด้วยกัน อย่างตอนนี้ลูกชายคนโตอายุ 12 แล้ว ก็เรียกว่าเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น บางครั้งคนเป็นแม่ก็จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็จะมีทั้งคุณพ่อ คุณตา คุณลุง เข้ามาเติมตรงนั้น สไตล์การเลี้ยงลูกของปุ๊กกี้ ก็จะให้อิสระกับเขา จะบอกว่าไม่คาดหวังก็คงไม่ใช่ แต่ไม่คาดหวังมาก หน้าที่ของเราคือให้ความรัก ความอบอุ่น สนับสนุนส่งเสริมในสิ่งที่เขาอยากจะทำแบบนั้นมากกว่าค่ะ”

เป็นครอบครัวที่มีความใกล้ชิดกันอย่างมาก แถมยังเป็นน้องเล็กของบ้าน แน่นอนว่า “ไอดอล” ของเธอจึงเป็นคนใกล้ตัวที่เป็นแบบอย่างทั้งในการทำงาน การใช้ชีวิต นั่นก็คือคุณพ่อ สมใจนึก เองตระกูล

“คุณพ่อเป็นคนเก่งค่ะ ตั้งแต่ปุ๊กกี้เป็นเด็ก คุณพ่อรับราชการ แม้จะงานยุ่งแค่ไหนคุณพ่อก็ไม่เคยละเลยลูกๆ เป็นคนที่รักษาสัญญา การทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การดูแลครอบครัว ปุ๊กกี้มีคุณพ่อเป็นไอดอล จึงได้นำสิ่งที่คุณพ่อทำเป็นตัวอย่างมาใช้ทั้งในการทำงานและดูแลครอบครัว”

ถามถึงเคล็ดลับความเป็น Working Woman สาวเก่งบอกว่า การมีสุขภาพใจ สุขภาพกายที่ดี คือจุดเริ่มต้น

“ในการทำงานผู้หญิงกับผู้ชายไม่ต่างกัน เรามีสมองสองมือเท่ากัน แต่ส่วนตัวปุ๊กกี้มองว่าการที่เราจะทำงานอะไรได้หลายๆ อย่าง สุขภาพใจ-กายที่ดีต้องมาก่อน ถ้าใจเราไม่พร้อม ร่างกายไม่พร้อม ต่อให้มีความสามารถแค่ไหนมันก็เดินไปไม่ได้ ที่สำคัญคือการคิดบวก จะทำให้เรามีความสุข มีพลังในการทำงาน เวลาที่เราเจอปัญหาหรืออุปสรรคเราจะไม่คิดว่ามันคือปัญหาหรืออุปสรรค แต่เราจะคิดว่าจะทำอย่างไรให้ก้าวข้ามมันไปได้ และเปลี่ยนสิ่งนั้นมาเป็นพลัง เป็นบทเรียนที่เราจะไม่ต้องเจอกับมันอีกค่ะ”

หลายคนอาจจะมองว่า การเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่สามารถบริหารธุรกิจที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี นั่นคือความสำเร็จ เป็นผู้หญิงเก่งแล้ว แต่สำหรับ ปุ๊กกี้ บอกว่า ความสำเร็จไม่มีจุดสิ้นสุด

“ไม่เคยคิดว่าตอนนี้ตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะในการทำธุรกิจเราต้องมีการเติบโต มีเป้าหมายที่หนึ่ง ที่สองที่เราจะต้องเดินไปให้ถึง และเป็นเป้าหมายที่สูงขึ้น ท้าทายมากขึ้น มันจึงไม่มีจุดสิ้นสุด ถ้าเราคิดว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว พอแล้ว ไม่พัฒนาต่อ นั่นคือสัญญาณอันตราย และการทำสิ่งที่ยากขึ้น ท้าทายขึ้น ไม่ใช่แค่พัฒนาธุรกิจ แต่ยังพัฒนาความสามารถของเราด้วย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราอยากไปให้ถึงมากกว่า”

นับว่าเป็น “พลังคิดบวก” ในแบบฉบับ Working Woman ที่น่าชื่นชม ซึ่งสาวๆ คนไหน จะนำไปใช้บ้างสาวเก่งคนนี้ก็ยินดี ที่จะได้เห็น ผู้หญิงเก่ง ในสังคมมากขึ้น

คุยกับสองนิสิตจุฬาฯ อนาคตของชาติ ‘กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ’ และ ‘รติพร ทรงพันธุ์คชสาร’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294914

คุยกับสองนิสิตจุฬาฯ อนาคตของชาติ ‘กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ’ และ ‘รติพร ทรงพันธุ์คชสาร’

คุยกับสองนิสิตจุฬาฯ อนาคตของชาติ ‘กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ’ และ ‘รติพร ทรงพันธุ์คชสาร’

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่ ที่หลายๆ คนอาจจะปรามาสเขาบ้าง ชื่นชมเขาบ้าง เขามีมุมมองอย่างไรกับสังคมไทย แล้วเขาจะมีความรับผิดชอบอย่างไรกับสังคมไทยในอนาคต ทางรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับ “กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ” และ “รติพร ทรงพันธุ์คชสาร”2 นิสิตนักกิจกรรมตัวยง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ดิฉันเป็นนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สำหรับเรื่องที่ว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่เหมือนคนรุ่นเก่า เด็กรุ่นใหม่เป็นพวกไม่เอาจริงยิ่งพอบอกว่าเป็นนิสิตจุฬาฯ ด้วย คนจะมองว่าเด็กจุฬาฯเหรอ อ่านหนังสือเป็นอย่างเดียว เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ถามว่าเคยได้ยินคำเหล่านี้กระทบมาถึงเราบ้างไหม จริงๆ เราก็เจอมาว่าเนี่ยเด็กจุฬาฯ ก็คือ มาถึงก็มาเรียนแต่ว่าจริงๆ แล้วในตัวของดิฉัน และก็คุณกล้าเกิด เราเป็นคนที่ทำกิจกรรม ทั้งกิจกรรมที่ทำในคณะเอง กิจกรรมภายในคณะ และก็ยังมีกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยจัดเราก็ไปร่วมด้วยตลอด

กิจกรรมที่ทำ ถ้าเป็นกิจกรรมภายในคณะเรา ก็มีตั้งแต่ค่ายแนะแนวการศึกษา ให้กับน้องๆ ม.ปลาย รวมไปถึงการจัดนิทรรศการวิชาการทางวิศวกรรม หรือที่เรียกว่านิทัศน์ ครั้งที่ 17 เรา 2 คน ก็ได้ร่วมทำด้วย มีทั้งการจัดเสวนา การจัดนิทรรศการตามเทรนด์ต่างๆ ของโลกในปัจจุบันด้วยค่ะ”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ผมเป็นนิสิตชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมศาสตร์ ความเป็นนิสิตจุฬาฯ คนมักจะมองว่า เด็กจุฬาฯก็แค่อ่านหนังสือเก่ง แต่จะทำอะไรกับสังคมมากๆ เขาคงไม่อยากทำ อยากใช้เวลาอ่านหนังสือเพื่อจะให้มีงานดีๆ ทำ ถามว่าเวลาได้ยินคำแบบนี้เรามีข้อชี้แจงอย่างไรกับสังคม ก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันเรียกว่าเป็นแรงผลักดันมากกว่านะ เพราะว่าพอเราได้ยินคำพูดแบบนี้ เราก็รู้สึกว่า สิ่งที่เราทำทุกวันนี้อาจจะยังดีไม่พอต้องทำให้ดียิ่งขึ้นหนักกว่าเดิมนะครับ ซึ่งทำทุกวันนี้ก็มีกิจกรรมเยอะแยะมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นค่ายต่างๆ เป็นค่ายสอน ค่ายไปทางขึ้นเขา ค่ายทางชนบท ซึ่งจุดนี้คือจุดที่คิดว่าเป็นจุดที่นิสิตทุกคนก็ให้ความสนใจมากมาย อย่างเช่น ค่ายวิศวกรฮิต”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ใช่ค่ะ วิศวกรฮอตฮิต อันนี้ก็คือว่าสามารถลบคำปรามาสได้เลย ว่าเราเป็นเด็กที่อยู่แต่ในเมือง ไม่สนใจหรอกว่าโลกใบนี้จะเป็นอย่างไร รักแต่ความสะดวกสบาย ในค่ายนี้นะคะก็คือ ให้เราได้ไปทดลองใช้ชีวิตในชนบทเลยค่ะ แบบทุรกันดารเลย กินอยู่เหมือนกับชนชั้นแรงงานชาวบ้านทั่วๆ ไป แล้วก็ไปทำงาน อาจจะมีการก่อสร้าง สร้างสะพาน หรือว่าสร้างฝาย”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ล่าสุดเราไปที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการสร้างฝายให้ชาวบ้านนั่นเองครับ”

กับคำถามที่ว่า นิสิตจุฬาฯ ในแต่ละชั้นปี ที่เราได้คลุกคลีอยู่ มีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ออกไปทำค่าย กับกี่เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ไปไหนเลย ขออยู่อ่านหนังสือ

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ถ้าถามผมนะ รู้สึกว่า 50-50 นะครับ จริงๆ ก็เยอะนะครับ แต่ว่ากระจัดกระจายตามงานต่างๆ ไป ตามความชอบของแต่ละคน”

l ในฐานะของคนที่ถูกเพ่งตามอง เราจะทำอย่างไรให้เขาเห็นงานของเรา ดีกว่าการไปแก้ภาพ แล้วเรามีวิธีการคิดอย่างไร

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ถ้าถามผมๆ ก็รู้สึกว่า การกระทำออกไปมันชัดเจนที่สุดแล้ว ถ้าเรามีการประชาสัมพันธ์ มีการชี้แจง การบอกประชาชนว่าเราทำอะไรบ้าง ทำให้ประชาชนเข้าใจเรามากยิ่งขึ้นแล้ว เน้นทำมากกว่าพูดดีกว่า”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ใช่ค่ะ จริงๆ แล้ว เราก็ได้มีการทำไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำค่าย หรือว่าการทำนิทรรศการเพื่อสื่อสารด้านวิชาการให้กับประชาชนทั่วไปได้รับทราบ แต่ว่าปัจจุบันมันอาจจะไม่ได้มีการพีอาร์ออกไปมากนัก แต่ว่าจริงๆ แล้วเราก็ทำอยู่แล้ว เราก็เชื่อมั่นว่า การทำดีก็มีผลแน่นอน”

l ขณะที่แต่ละคนก็จะมองว่าในจุฬาฯ นี่ส่วนใหญ่เด็กทุกคนจะฐานะดี เป็นลูกคนรวย คุณหนู ถามว่าจริงๆ เป็นอย่างนั้นไหม

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะคะ แล้วก็ในตัวจุฬาฯ เองไม่ว่าจะเป็นคนที่ฐานะที่สูงมากไปหน่อย หรือว่าปานกลางหรือว่าจะด้อยกว่าเพื่อน เราก็ไม่ได้มีการแบ่งชนชั้นกันว่าอันนี้เราไม่คบนะ อะไรอย่างนี้ นอกจากนั้น การมาเรียนที่จุฬาฯไม่มีคำว่าไม่มีเงินแล้วไม่ได้เรียน เพราะว่าจุฬาฯ มีทุนการศึกษาให้มากมาย ทั้งเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาที่จะเป็นทุนจ่ายค่าเทอม แล้วก็ยังมีการสนับสนุนในการใช้ชีวิตในการเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ”

l ในจุฬาฯ เองอาจจะมีเรื่องที่มันดูสีเทาๆ บ้าง หรือว่าพูดง่ายๆ คือเรื่องทุจริต แล้วนิสิตเคยเข้าไปพยายามจับเรื่องเหล่านี้ไหม

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ในเรื่องของการศึกษาที่ว่า ถ้าเกิดถามว่าจบง่ายไหม จริงๆ แล้วจุฬาฯ จบยากนะคะ มีวิธีการคัดเลือก การสอบไล่แต่ละครั้ง ก็คือว่าเราจะต้องสอบผ่าน จะสอบผ่านไม่ผ่าน ก็คืออยู่ตามเนื้อผ้าเลยค่ะ เป็นการเก็บคะแนน มีคะแนนเป็นตัวจับต้อง”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ก็จะมีคำพูดที่ว่า สอบเข้าง่ายสุดแล้วในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะว่าปีหนึ่งก็สอบเหมือนสอบแอดมิชชั่น 4 ครั้งเลย เอาเรื่องพอสมควรครับ”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “อีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องการใช้จ่าย เหมือนพวกเราเป็นคนที่ทำกิจกรรม ก็จะไปยุ่งในส่วนนี้หน่อย ก็คือ ทางคณะวิศวะเองก็จะค่อนข้างเข้มงวด การที่จะซื้อหรือว่าใช้จ่ายอะไรก็จะต้องมีการตรวจสอบที่ชัดเจนค่ะ”

l ในฐานะที่อีกไม่นานก็จะเป็นบัณฑิต แล้วก็ต้องไปทำงาน หาเงินให้ตัวเอง แล้วก็รับใช้ชาติด้วย แต่ในฐานะที่ยังเป็นนิสิตปัจจุบัน ถามว่าเรามองปัญหาสังคมอย่างไรบ้าง

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ก็คิดว่าเรื่องของการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่มาก อย่างผมเคยไปร่วมกิจกรรมค่ายสอนก็หลายที่อยู่ ก็พบว่าในส่วนของโรงเรียนชนบท เขาขาดโอกาสจริงๆ นิสิต นักศึกษาหรือว่านักเรียนบางคนเก่ง มีความสามารถ แต่ว่าขาดโอกาสที่จะเข้ามาสร้างผลงานต่างๆ ขึ้นมา ส่วนนี้ถ้าเกิดเรามีโอกาสที่จะแก้ไข ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้ชนบทของเราเจริญมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “นอกจากนี้ คณะวิศวะเอง ก็ยังได้สอนนิสิตปัจจุบันให้ดูแบบอย่างของรุ่นพี่ในเรื่องของการตอบแทนสังคม ก็คือไม่ได้เล็งผลว่าเราจะต้องเป็นซีอีโอบริษัทใหญ่ๆ แล้วก็จะต้องทำประโยชน์ให้กับตัวเองอย่างเดียว เขาก็ยังสอนว่าการที่จะจบออกไปแล้ว เราจะต้องกลับมาตอบแทนตัวสังคมเองด้วย ปัจจุบันก็มีรุ่นพี่มากมายนะคะ ก็รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมอยู่ในปัจจุบัน แล้วพวกเราก็ยังมีปณิธาน เหมือนหนูเองก็คิดว่าถ้าเรียนจบไปแล้ว มีรายได้เป็นของตัวเอง สามารถสร้างตัวเองได้แล้ว ก็คิดว่าอยากจะตอบแทนสังคม เพราะว่าที่เราเรียนอยู่ที่จุฬาฯ นี้ก็คือว่า ก็คือเกิดมาจากเงินของประชาชน ดังนั้นการตอบแทนสังคม ก็คือตอบโจทย์ที่สุดแล้วค่ะ”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “เหมือนคำกล่าวที่ว่า เกียรติภูมิจุฬาฯ รับใช้ประชาชนนั่นเอง”

l ปกติแล้วตั้งแต่มาเป็นนิสิต พิธีที่คนจุฬาฯ ทำกันมาระยะหนึ่ง ตอนรุ่นพี่สมัยก่อนเนื่องจากยังไม่มีพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล ก็ยังไม่มีพิธีมากนัก แต่เราก็จะไปทำที่ลานพระบรมรูป ที่พระราชวังดุสิต ถามว่าเรา 2 คน มองอย่างไรกับการที่บางคนบอกว่า การหมอบกราบถวายบังคมเป็นเรื่องล้าสมัย ในฐานะที่เราอยู่ในยุคนี้ด้วย เรามองตรงนี้อย่างไร

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “จริงๆ แล้วพระบรมรูปสองรัชกาลเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวจุฬาฯ นะคะ อาจจะไม่ได้ 100% แต่คาดว่าคนส่วนใหญ่ก็คงเป็นที่ยึดเหนี่ยว แล้วก็การที่มาถวายบังคม หรือว่าการมาหมอบกราบสักการะนี้ คิดว่า น่าจะทำด้วยความศรัทธาที่มีอยู่ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งตรงนี้ต้องขอชี้แจงให้ทราบว่า กิจกรรมที่เราได้มีการถวายบังคม ไม่ได้เป็นกิจกรรมที่บังคับ นิสิตใหม่สามารถเลือกได้ว่าตัวเองจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมค่ะ ไม่มีผลต่อคะแนน”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “เป็นความตั้งใจจริงที่อยากจะเข้าร่วมอยู่แล้ว”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ได้ร่วมในกิจกรรม ก็รู้สึกว่าภาคภูมิใจ เป็นความภูมิใจในชีวิตว่า ครั้งหนึ่งเราได้มาเป็นนิสิตที่นี่ แล้วก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีการ”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ก็อยากจะชี้แจงในเรื่องของพิธีถวายบังคมพระบรมรูปสองรัชกาลว่า ก็อยากให้ติดตามข้อมูลอย่างรอบด้าน มีทั้งในเรื่องของแถลงการณ์จากจุฬาฯ เองด้วย มีทั้งในเรื่องของประมวลภาพกิจกรรม ทางผู้ชมได้กรุณาได้โปรดดูอย่างรอบด้านด้วย อย่าเพิ่งศรัทธาโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “ก็คือว่ารับรู้ข้อมูลในทุกๆ ด้าน บางครั้งการที่ข้อมูลออกไป แล้วเราโฟกัสแค่บางด้าน มันก็อาจจะได้เป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดการบิดเบือนได้ง่ายค่ะ”

l ถามว่าในฐานะที่เรายังอยู่ในจุฬาฯ แล้วก็เป็นคนร่วมในประวัติศาสตร์ของจุฬาฯ ในวันนี้ เวลามีคนให้ข้อมูลที่ไม่ตรง คนจุฬาฯ ส่วนใหญ่หรือว่าประชาคมจุฬาฯ ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสิต เท่าที่ได้สัมผัสถามว่าเขามีปฏิกิริยาเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “ก็เห็นจากคอมเม้นต์ตามโพสต์ต่างๆ ในทางเฟซบุ๊ค ก็เห็นว่าได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงหลายเรื่องอยู่ จากนิสิตโดยตรงเองนะครับ”

รติพร ทรงพันธุ์คชสาร “จริงๆ แล้วพอมีแถลงการณ์จากทางจุฬาฯ เอง แล้วก็มันตรงไปตามความเป็นจริง เราก็ยึดถือในแนวนั้น แล้วเราก็เชื่อว่าอีกด้านหนึ่งที่ต้องการจะบิดเบือน เขาก็พยายามใช้กระแสสังคม หรือว่าพื้นที่สื่อต่างๆ พยายามเล่นอยู่แล้ว”

กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ “คนที่ตอบได้ดีสุด ก็คือตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมเอง”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน