โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี พิสูจน์คุณภาพบริหารสถานศึกษาดีมาก เพิ่มความมั่นใจเยาวชนไทยทั้งประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294918

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี พิสูจน์คุณภาพบริหารสถานศึกษาดีมาก เพิ่มความมั่นใจเยาวชนไทยทั้งประเทศ

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี พิสูจน์คุณภาพบริหารสถานศึกษาดีมาก เพิ่มความมั่นใจเยาวชนไทยทั้งประเทศ

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดย ดร.พะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการ จัดการประเมินคุณภาพการศึกษา ได้มอบโล่และเกียรติบัตรแก่โรงเรียนนอกระบบที่มีระบบการประกันคุณภาพภายในระดับดีมากและดี ประจำปี 2560 ณ หอประชุมคุรุสภา เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจกับโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ที่ได้การรับรองคุณภาพในการบริหารจัดการสถานศึกษาให้เป็นที่ยอมรับแก่สาธารณชน เป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นการกระตุ้นให้โรงเรียนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ได้เร่งพัฒนาและปรับตัวในการจัดการบริหารการศึกษาให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับแก่ผู้เรียน และยังสร้างโอกาสโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์ได้พัฒนาศักยภาพให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลและก้าวสู่อาเซียนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งปีนี้ โรงเรียนดนตรียามาฮ่า ในเครือข่ายหลายแห่ง ได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองและนักเรียนในพื้นที่ต่างๆ อาทิ โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี,โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สระบุรี,โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สยามพารากอน,โรงเรียนดนตรียามาฮ่า บางนา,โรงเรียนดนตรียามาฮ่า นุชฏา,โรงเรียนดนตรียามาฮ่า ลาดพร้าว,โรงเรียนดนตรียามาฮ่า บางใหญ่,โรงเรียนดนตรี ยามาฮ่า สุขุมวิท เป็นต้น ได้โชว์ศักยภาพผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับดีมากอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี และในอนาคตทุกโรงเรียนต้องมีการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้เป็นพลโลกที่สมบูรณ์,พัฒนาหลักสูตร,จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พร้อมกับมีการบริหารคุณภาพมุ่งสู่ความเป็นเลิศ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครองและเยาวชนไทยทั้งประเทศ

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 30 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294926

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 30 กันยายน 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 30 กันยายน 2560

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชวนชิม

“ขนมไหว้พระจันทร์สอดไส้ไอศกรีมมิกซ์อิน” ชวนชิมไอศกรีมมูนเค้กสูตรพิเศษ 6 รสชาติ ได้แก่ โกลเด้นโอริโอ้ ไอศกรีมสวีทครีม มิกซ์กับโอรีโอ้คุกกี้, ช็อกโกกู๊ดดี ไอศกรีมช็อกโกแลต มิกซ์กับช็อกโกแลตชิพ, คอฟฟี่ลัชอัลมอลด์ ไอศกรีมกาแฟ มิกซ์กับอัลมอลด์, สตรอเบอร์รี่ วันเดอร์ ไอศกรีมสตรอเบอร์รี่ มิกซ์กับสตรอเบอร์รี่, กรูฟวี่กรีนที ไอศกรีมชาเขียวและสวีทครีม มิกซ์กับอัลมอลด์ และดูเรียนดีไลท์ ไอศกรีมทุเรียน มิกซ์กับอัลมอลด์ ในราคาชิ้นละ 159 บาท วันนี้-31 ต.ค. ที่ร้านโคล สโตน ครีมเมอรี่ ทุกสาขา โทร.02-6633888

“พอนเดอริงไลท์” ชวนชิมโดนัทพอนเดอริงที่มีใยอาหาร ด้วยการปรับสูตรใหม่ใช้แป้งที่เพิ่มใยอาหาร และลดความหวานด้วยท็อปปิ้งสูตรน้ำตาลน้อยกว่า 25% แต่ยังคงความอร่อยนุ่มหนึบ 5 รสชาติใหม่ ทั้งพอนเดอริงไลท์สตรอเบอร์รี่, พอนเดอริงไลท์ช็อกโกแลต, พอนเดอริงไลท์ไวท์ช็อก, พอนเดอริงไลท์คาราเมลคุกกี้แอนด์ครีม, พอนเดอริงไลท์คาราเมลพีนัทในราคาชิ้นละ 25-29 บาท วันนี้-31 ต.ค. ที่ร้านมิสเตอร์ โดนัท กว่า 320 สาขาทั่วประเทศ ยกเว้นสาขาสยามพารากอน

“เบอร์ดี้ ชาไทย” ชวนชิมเบอร์ดี้กระป๋องชาไทย ชาไทยแท้ต้นตำรับ อร่อย หวาน มัน และหอมกลิ่นใบชาแท้ๆ ผลิตจากใบชาที่คัดสรรคุณภาพมาอย่างดี ผสมกับนมโคสดแท้ เพื่อให้ได้ชาไทยรสกลมกล่อม เพลิดเพลินได้ทุกที่ทุกเวลา ในราคากระป๋องละ 13 บาท ที่ร้านสะดวกซื้อทั่วไป

“We Love Katsudon” ชวนชิมเมนูใหม่เอาใจคนรักชีสกับ คัตสึด้งชีสซี่ชิคเก้น ข้าวหน้าไก่ทอด ด้วยเนื้อไก่ชิ้นโตนำมาคลุกเคล้าเข้ากับเกล็ดขนมปัง นำไปทอดจนได้สีเหลืองทอง กรอบนอกนุ่มใน เพิ่มความอร่อยด้วยชีสเข้มข้น เข้ากันอย่างลงตัว และคัตสึด้ง ซีบาสึ ข้าวหน้าปลากะพงชุบเกล็ดขนมปังทอด อร่อยเข้มข้นด้วยชีส กรอบเต็มชิ้น ในราคาชามละ 139 บาท หรือแบบเซต เสิร์ฟพร้อมซุปมิโซะและเป๊ปซี่ 16 ออนซ์ ในราคา 169 บาท วันนี้-15 พ.ย. ที่ร้านคัตสึยะ ทุกสาขา

“Healthy Food Good Taste” ชวนชิม 4 เมนูเฮลตี้ พิถีพิถันเพื่อคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ ทั้งสเต๊กอกไก่ย่าง ซอสต้มข่า 185 บาท, สลัดปลาแซลมอนย่าง 155 บาท และยังมีอกไก่นึ่งซอสมิโสะข้าวสังข์หยดควินัว และน้ำพริกปลาแซลมอนย่าง ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มพั้นช์ตะไคร้และเต้าทึงน้ำขิงเย็น พิเศษ โปรโมชั่นโฮมดีลิเวอรี่ลด 50% สำหรับเมนูยำเห็ดญี่ปุ่นปลาฟู เมื่อสั่งอาหารครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ วันนี้-5 พ.ย. ที่ร้านเดอะ เทอเรส ทุกสาขา ยกเว้นสาขาเซ็นทรัลบางนาและเซ็นทรัลชิดลม

“Icy Trio ไอซี่ ทริโอ” ชวนชิมเครื่องดื่มสุดคูล 3 รสชาติในแก้วเดียว ทั้งสตรอเบอร์รี่ดัทช์ไอซ์ หอมหวานตั้งแต่สัมผัสแรก ตามมาด้วยโกลเด้นพีชดัทช์ไอซ์ ที่ให้รสชาติเปรี้ยวนิดๆ ตบท้ายด้วยเจลลี่แอปเปิ้ล นุ่มหนึบ เคี้ยวเพลิน ผสานรสชาติเปรี้ยวอมหวานได้อย่างลงตัว ขนาด 12 ออนซ์ ราคา 65 บาท และขนาด 16 ออนซ์ ราคา 75 บาท หรือเซตขนาด 12 ออนซ์คู่เพรทเซลสโนว์สติ๊กซ์ ในราคา 105 บาท และคู่ชีสซี่ชิกเก้นไบท์ ในราคา 119 บาท วันนี้-30 พ.ย. ที่ร้านอานตี้ แอนส์ ทุกสาขา

ชวนช็อป

“มหกรรมลดทะลุพิกัด” ชวนช็อปสินค้าแบรนด์ชั้นนำกว่า 1 ล้านรายการ ลดราคาสูงสุด 80% นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาพิเศษ สินค้าลดราคาต่ำกว่าทุน ทุกวันวันละ 3 รอบ อาทิ LED TV 40 นิ้ว,โน้ตบุ๊ค Lenovo, ชุดเครื่องนอน Akemi ฯลฯ พร้อมลุ้นรับสิทธิ์ซื้อสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง ในราคา 3,500 บาท เมื่อซื้อสินค้าภายในงาน วันนี้-1 ต.ค. ที่ฮอลล์ 5-8 อิมแพค เมืองทองธานี

“ZEN Fashion Mania” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สินค้าคอลเลคชั่นใหม่ลดสูงสุด 30% สินค้าคุณภาพแบรนด์ดังลดสูงสุด 70% ลดเพิ่มสูงสุด 30% ใช้คะแนนเดอะวันคาร์ด 2 เท่าของยอดช็อป หรือลดเพิ่มสูงสุด 27% จากเดอะวันคาร์ดและเครดิตคาร์ด วันนี้-5 ต.ค. ที่แผนกสตรีและบุรุษ ชั้น 1-5, 7 ห้างสรรพสินค้าเซน

“Living @ Home” ชวนช็อปสินค้าของใช้ ของแต่งบ้านสุดเก๋ ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกมากมาย พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชั่นสุดพิเศษ วันนี้-3 ต.ค. ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 2 และช็อปสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดัง อาทิ Bossini, Esprite, Gap ฯลฯ ในราคาลดสูงสุดถึง 70% ที่ลานโปรโมชั่น ชั้นจี โซนโรบินสัน ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

ชวนใช้

“AIS Serenade The Ultimate Dining : Mandarin Oriental” ชวนใช้สิทธิพิเศษ มา 4 จ่าย 3 สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อสุดหรู ที่เดอะไชน่าเฮ้าส์ และศาลาริมน้ำ สำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด โกลด์ และแพลทินัม หรือที่ออเทอร์สเลานจ์, ลอร์ดจิมส์ และบาบีคิวริเวอร์ไซด์เทอเรซ สำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด แพลทินัม วันนี้-30 พ.ย. ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล

“คูปองเฟรนช์ฟรายส์จัมโบ้” ชวนใช้คูปองเฟรนช์ฟรายส์จัมโบ้ลดครึ่งราคา 50 % คูปอง 1 ชุด มีจำนวน 5 ใบ นำคูปองไปแลกเฟรนช์ฟรายส์จัมโบ้ได้ 5 กล่อง ในราคาเพียง 210 บาท จากปกติ 420 บาท ซื้อคูปองได้ตั้งแต่วันนี้-19 ต.ค. หรือจนกว่าของจะหมด คูปองสามารถใช้ได้ถึง 2 พ.ย. ที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาที่ร่วมรายการ

“สนุกจุใจขยายเวลา” ชวนใช้บัตรเที่ยวดรีมเวิลด์ สนุกจุใจกับเครื่องเล่นกว่า 25 รายการแบบไม่อั้นตลอดทั้งวัน ทั้งทอร์นาโด, เฮอริเคน, สกายโคสเตอร์, ไวกิ้งส์, ซูเปอร์สแปลช, แกรนด์แคนยอน ฯลฯ พร้อมชมโชว์เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์สไตล์ฮอลลีวู้ดแอ๊กชั่น, การแสดงของสัตว์เลี้ยงแสนรู้ที่ฟาร์มลุงทอม ฯลฯ ในราคาพิเศษเพียง 500 บาท จากปกติ 600 บาท วันนี้-23 ต.ค. ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนเรือนไม้อันวิเศษ ชุมชนข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ชื่อบางประทุน ในวันพุธที่ 4 ต.ค. และตอนกงเต๊ก เส้นทางสายศรัทธา พิธีอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้วายชนม์ ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ต.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“We Love Pets” ชวนชมนกสวยงามและกระต่ายหลากหลายสายพันธุ์ พบกับเทคนิคการเลี้ยงนกและกระต่ายจากผู้เชี่ยวชาญ ชมการแข่งขัน การประกวด และกิจกรรมความบันเทิงอีกมากมาย วันนี้-1 ต.ค. ที่บริเวณฮอลล์ชั้น 4 และชมฝูงปลาคาร์ฟจักรพรรดิ ปลาคาร์ฟญี่ปุ่นสายพันธุ์นำเข้า พร้อมช็อปปลาสวยงาม สัตว์น้ำนานาชนิด และอุปกรณ์ในราคาพิเศษ วันนี้-4 ต.ค. ที่ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2

“The Dinosaur Experience” ชวนชมแสดงโชว์บอลลูนไดโนเสาร์ Long Neck ความสูง 7 เมตร และบอลลูนไดโนเสาร์ T-Rex ความสูง 5 เมตร พร้อมกิจกรรมขุดซากฟอสซิล, แต่งแต้มสีสัน, ประดิษฐ์หาง, สร้างสรรค์ลูกโป่ง และอีกมากมาย วันนี้-3 ต.ค. ที่ลานไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

งานศิลป์จากโลกมืด ยกระดับผู้พิการทางสายตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294720

งานศิลป์จากโลกมืด ยกระดับผู้พิการทางสายตา

งานศิลป์จากโลกมืด ยกระดับผู้พิการทางสายตา

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โลกของผู้พิการทางสายตา ศิลปะจะเข้าไปอยู่ในจิตใจของเขาได้อย่างไร ถือเป็นคำถามที่สังคมต้องพยายามถอดบทเรียนจากความมืด ให้เขาได้สัมผัสศิลปะ ด้วยเหตุนี้ธนาคารยูโอบี (ไทย) จึงได้ร่วมกับ บริษัทกล่องดินสอ จำกัด ผลักดันให้เกิดโครงการUOB Please Touch หรือ “โครงการกรุณาสัมผัส” ขึ้นในปี 2559 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้ในปี 2560 นี้ได้ยกระดับสู่การจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปะให้กับผู้พิการทางสายตาระดับมัธยมศึกษาขึ้นไปที่มีความสนใจด้านศิลปะ เพื่อสร้างโอกาสสู่การเป็นศิลปินอาชีพ ในกิจกรรมเวิร์กช็อป
“ศิลปะสัมผัสได้”

สัญชัย อภิศักดิ์ศิริกุล กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินและสนับสนุนธุรกิจ ธนาคารยูโอบี(ไทย) เผยว่า ทางธนาคารยูโอบีได้มีแนวทางที่ชัดเจนในเรื่องของการสนับสนุนโครงการทางด้านศิลปะ การศึกษา และเยาวชน ในทุกประเทศที่องค์กรตั้งอยู่ ซึ่งในประเทศไทยได้พาร์ทเนอร์ที่ดีอย่าง กล่องดินสอ ทำให้เกิดโครงการด้านการสอนศิลปะให้แก่น้องๆ ผู้พิการทางสายตาร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2559 ผ่านความร่วมมือของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ

กิจกรรมเวิร์กช็อป “ศิลปะสัมผัสได้” ถือเป็นการเติมเต็มจินตนาการผ่านงานฝีมือให้กับผู้พิการทางสายตา ซึ่งจะได้เรียนรู้เทคนิค และวิธีการในการสร้างสรรค์งานศิลปะ จนสามารถทำเป็นงานฝีมือได้ โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเพื่อผู้พิการทางสายตา ร่วมด้วยอาสาสมัครพนักงานธนาคารยูโอบีร่วมกิจกรรมในแต่ละครั้ง ซึ่งพนักงานจิตอาสาของธนาคารก็เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องๆ ผู้พิการทางสายตาในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เช่น ช่วยน้องๆ จับกรรไกร ไกด์ให้น้องๆ มัดเชือก มัดเส้นด้าย หรือช่วยจับอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนช่วยสร้าง
ความเชื่อมั่นให้กับผู้พิการทางสายตาในการสร้างงานศิลปะอีกด้วย”

เจิดศิลป์ สุขุมินท หรือ “ครูอาร์ต”ครูสอนศิลปะ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของเด็กๆ ผู้พิการทางสายตา เผยว่า ผู้พิการทุกคนล้วนมีความต้องการที่จะแสดงออกเหมือนกับคนทั่วไป แต่ด้วยวิธีการแสดงออกที่จำกัด มีเพียงทักษะสัมผัส ฟัง และรับรู้เรื่องกลิ่น ซึ่งเด็กๆ ส่วนใหญ่จะแสดงออกไปทางดนตรี แต่ก็มีเด็กบางคนที่ต้องการจะแสดงออกทางด้านทัศนศิลป์เช่นกัน แต่ด้วยข้อจำกัดของจำนวนครูหรือแม้แต่โรงเรียนก็ตาม ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้เด็กบางคนใช้เวลาหลังเลิกเรียนเข้ามาทดลอง เข้ามาปั้น หรือบางคนก็ขอวัสดุต่างๆ ไปทดลองด้วยตัวเอง

“การมี โครงการ “ศิลปะสัมผัสได้”ขึ้นมา ถือเป็นการต่อยอดให้เด็กๆ ได้ฝึกใช้ทักษะที่ถูกต้อง ช่วยส่งเสริมนิสัยรักการทดลองของเด็กตาบอดได้ ซึ่งบุคลิกของเด็กที่สอน จะมีอยู่ 2 แบบ คือเด็กที่ละเอียด คือเด็กที่สามารถสอนได้สื่อสารทางศิลปะได้อย่างชัดเจน และแบบที่สองคือเด็กที่ระบายอารมณ์ ซึ่งเราก็ต้องให้ความสำคัญเพราะงานของเขาจะเป็นลักษณะนามธรรมและบริสุทธิ์มากๆ เพราะผ่านออกมาจากความรู้สึกจริงๆ นั่นทำให้เค้ามีความสุข และเมื่อผ่านเข้าสู่ระบบโครงการ สิ่งที่เขาได้รับคือฝึกให้เขานิ่งขึ้นจากผลงานที่เมื่อก่อนจะแปะทุกๆ อย่างเข้าด้วยกันกลับกลายเป็น ว่า ต้องการเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแสดงให้เห็นว่าเค้าวิเคราะห์และเห็นถึงความพอดีได้มากขึ้น”

อีกหนึ่งคุณครูผู้ถ่ายทอดความรู้ศิลปะให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ศิลปะสัมผัสได้” รศ.ทักษิณา พิพิธกุล อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สะท้อนมุมมองว่า ศิลปะคือการสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดขอบเขตเฉพาะคนที่มองเห็นเท่านั้น เพราะปัจจุบันทัศนศิลป์มีการขยายขอบเขตที่กว้างมากขึ้น มีการใช้สื่อและวัสดุที่หลากหลายมากขึ้น งานบางชิ้นสามารถจับต้องได้ สามารถเล่นกับชิ้นงานได้ ถือเป็นการชมศิลปะได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

“น้องๆ ผู้พิการทางสายตาจึงเข้ากันได้ดีกับงานศิลปะ สร้างความภูมิใจกับผลงานศิลปะที่น้องๆ ได้ทำ เพราะเขารู้ว่าสามารถทำอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ ให้เกิดเป็นชิ้นงานขึ้นมาได้ สร้างความภูมิใจ ความสนุก เรียนรู้จากตัวเองว่าเรามีความสามารถอะไร เป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองในอนาคต ซึ่งอาจกลายเป็นศิลปินในอนาคตได้ หรือการนำแนวคิดตรงนี้ไปทำเป็นอาชีพก็ได้ ซึ่งในอนาคตพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยเริ่มมีนโยบายในการปรับตัวพิพิธภัณฑ์ที่จะต้อนรับกับคนที่มีความต้องการพิเศษมากยิ่งขึ้น ในอนาคตถ้าน้องๆอยากที่จะทำงานในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีความเป็นไปได้ยิ่งขึ้น”

ด้าน ชอน-นิธิวิทย์ ชาติทรัพย์สิน หนึ่งในผู้ก่อตั้ง The Cave Workshop Studioคืออีกหนึ่งผู้เข้ามาช่วยสานฝันให้ผู้พิการทางสายตาได้เห็นโลกของศิลปะกว้างเพิ่มมากขึ้น เผยว่า ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานกับทางธนาคารยูโอบี ในเรื่องของการสอนงานฝีมือซึ่งสอนให้กับผู้ที่มองเห็นปกติทั่วไป เพราะงานฝีมือส่วนใหญ่ต้องใช้ทักษะในการมอง การจำ ซึ่งการได้เข้ามาสอนในโครงการนี้ อยากให้น้องๆ ที่มองไม่เห็น ได้ลองทำงานฝีมือ ซึ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปทุกคอร์สที่สอนก็จะถูกปรับ เพื่อให้น้องๆ ที่มองไม่เห็น เช่นการปักผ้า ที่ต้องใช้ผ้าซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้มีรายละเอียดในการจำเพื่อให้ผู้เรียนได้รับรู้ถึงการเดินฝีเข็มผ่านจุดที่ได้วางไว้

“จุดประสงค์ที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่สวยหรือไม่สวย แต่เราอยากให้น้องได้สัมผัสถึงการมีส่วนร่วมในการใช้มือของตัวเองในการสร้างชิ้นงานขึ้นมา เช่น เราสอนให้น้องๆ ได้รู้จักการถักเชือก เมื่อชิ้นงานเสร็จ น้องๆ จะนำเชือกเหล่านั้นไปใช้ผูกกระบอกน้ำและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งสิ่งของที่เค้าทำด้วยการมองไม่เห็น จะทำให้เค้ารักมันและมีคุณค่ามากๆ ที่สำคัญคือสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพได้ ทำรายได้เพิ่มมากขึ้นหากทุกคนรวมกลุ่มกันและสร้างผลงานนำไปขายตามงานต่างๆ เพราะผลงานที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการยอมรับเพราะความสงสาร แต่เกิดขึ้นเพราะผลงานคุณเจ๋งและมีคุณภาพ เพราะบางชิ้นงานที่เค้ามองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเป็นสีอะไร แต่สร้างคู่สีออกมาได้อย่างมหัศจรรย์”

ฉัตรชัย อภิบาลพูนผล เจ้าของบริษัท กล่องดินสอ จำกัด

ฉัตรชัย อภิบาลพูนผล เจ้าของบริษัท กล่องดินสอ จำกัด
รศ.ทักษิณา พิพิธกุล

รศ.ทักษิณา พิพิธกุล
เจิดศิลป์ สุขุมินท หรือ “ครูอาร์ต”

เจิดศิลป์ สุขุมินท หรือ “ครูอาร์ต”

ประเทศไทยต้องการนักเรียนแบบไหนในปี 2575

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294723

ประเทศไทยต้องการนักเรียนแบบไหนในปี 2575

ประเทศไทยต้องการนักเรียนแบบไหนในปี 2575

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมาคมอัสสัมชัญ นำโดยนายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ นายกสมาคมฯ ร่วมกับ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนอัสสัมชัญ และ มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยจัดงานสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “ประเทศไทยต้องการนักเรียนแบบไหนในปี 2575” เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับนักเรียนให้ไปสู่สังคมโลกในศตวรรษที่ 21 ที่จะต้องเป็นคน “เก่ง ดี มีสุข” ได้รับเกียรติจากอัสสัมชัญนิกผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการระดับแนวหน้าของประเทศไทย ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน, ศ.ดร.เอนกเหล่าธรรมทัศน์, ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และ ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ดำเนินรายการโดย ดร.สิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องประชุม Louis-Marie Grand Hall ชั้น 6 อาคาร Saint Louis-MarieMemorial โรงเรียนอัสสัมชัญ ถนนเจริญกรุง

ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยศศินทร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญ ได้เน้นย้ำถึงสิ่งที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของประเทศไทยว่า ในปี 2575 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า ประเทศไทยคือ สังคมผู้สูงอายุที่แท้จริง ประชากรที่เกิดใหม่หรือเยาวชนที่จะอยู่ในวัยศึกษานั้นมีจำนวนน้อยลง คนวัยแรงงานน้อยลง การจัดการศึกษาจึงควรต้องตอบรับกับสภาวการณ์ดังกล่าว อีกทั้งโลกมีความเจริญก้าวหน้า เทคโนโลยี นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจมากขึ้น การส่งเสริมให้เด็กเรียนแต่สายสามัญก็คงไม่เพียงพอ สายอาชีวะก็จะมีความจำเป็นต่อตลาดแรงงานมากขึ้น

ด้าน ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปรึกษาและกรรมการคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้ให้ความเห็นว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า คือโลกของโรบอท หรือเทคโนโลยี การสร้างหรือการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กไทยมีความสามารถด้านเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะเดียวกันสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการจัดการศึกษาหลายคนอาจมองว่าระบบการศึกษาของต่างประเทศมีคุณภาพ แต่สิ่งที่เราต้องมองคือระบบการศึกษาในรูปแบบนั้นเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ หรือพื้นฐานของสังคมไทยหรือไม่อย่างไร ในส่วนของเด็กเองก็ต้องมีความใฝ่เรียนรู้พร้อมรับการกับเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย

ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ศาสตราจารย์ประจำและหัวหน้าสาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น ในอีก 15 ปีข้างหน้าประเทศไทยต้องการแบบไหนคงเป็นเรื่องที่ไม่อาจเฉพาะเจาะจงได้แต่สิ่งที่อยากฝากไว้คือ อย่าหลอกตัวเอง อย่าลืมพื้นฐานรากเหง้าของตัวเอง และต้องให้เสรีภาพในการเลือกศึกษาสิ่งที่แปลกใหม่

ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นด้วยกับวิทยากรทุกท่านที่เห็นตรงกันว่าการศึกษาด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ แต่การสร้างนักเรียนที่มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการและมีจิตสาธารณะ คุณธรรมจริยธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กัน ซึ่งเป็นแนวทางในการสร้างเด็กไทยให้ เก่ง ดี มีสุข ได้อย่างแท้จริง และเป็นพื้นฐานของบุคลากรที่ประเทศไทยต้องการ

ทั้งนี้ นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ นายกสมาคมอัสสัมชัญ ได้กล่าวปิดท้ายการสัมมนาว่า การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ใช่เป็นเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เราทุกคนมีส่วนร่วมในการผลักดันระบบการศึกษาของประเทศทั้งสิ้น ดังที่ท่าวิทยากรได้กล่าวไว้ว่าวันนี้เราอยู่ในบริบทที่มีความไม่แน่นอนทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราจึงจำเป็นต้องสร้างเด็กให้ให้เรียนรู้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อีกทั้งเราอยู่ในโลกโลกาภิวัตน์ เราต้องสร้างให้เด็กไทยสามารถไปยืนอยู่ในระดับโลกได้ โดยจำเป็นที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กไทยทั้งในด้านภาษา การคิดวิเคราะห์ เป็นคนที่มีทั้งความรู้ เป็นคนดี ควบคู่กัน

ในงานสัมมนายังได้มีการแนะนำผลงานนักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญที่สร้างชื่อเสียงทั้งในเวทีระดับชาติและนานาชาติภายใต้แนวคิด “เด็กไทย แรงบันดาลใจ อนาคต” อาทิ ทีม Volleyball Junior Robot, ทีมโดรนสำรวจสถานที่เพลิงไหม้ที่มีมลพิษและทีมหุ่นยนต์กู้ภัยใต้น้ำ

น้องๆ คนเก่งแห่งอัสสัมชัญประถม ทีมหุ่นยนต์กู้ภัยใต้น้ำ

น้องๆ คนเก่งแห่งอัสสัมชัญประถม ทีมหุ่นยนต์กู้ภัยใต้น้ำ
น้องๆ ทีม Volleybal Junior Robot

น้องๆ ทีม Volleybal Junior Robot
ทีมโดรนสำรวจสถานที่เพลิงไหม้ที่มีมลพิษ

ทีมโดรนสำรวจสถานที่เพลิงไหม้ที่มีมลพิษ
ปิยะบุตร ชลวิจารณ์, ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน, ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, ภราดาสุรสิทธิ์
สุขชัย, ภราดาหลุยส์ วิริยะ ฉันทวโรดม, ภราดา ดร.เดชาชัย ศรีพิจารณ์, ศ.ดร.เอนก
เหล่าธรรมทัศน์ และ ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์

ปิยะบุตร ชลวิจารณ์, ศ.ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน, ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, ภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย, ภราดาหลุยส์ วิริยะ ฉันทวโรดม, ภราดา ดร.เดชาชัย ศรีพิจารณ์, ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และ ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์

งานช็อปมหากุศล ‘แพรวแชริตี้ 2017’ มอบเงินบริจาค 11 มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294725

งานช็อปมหากุศล ‘แพรวแชริตี้ 2017’ มอบเงินบริจาค 11 มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาส

งานช็อปมหากุศล ‘แพรวแชริตี้ 2017’ มอบเงินบริจาค 11 มูลนิธิเพื่อผู้ด้อยโอกาส

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นิตยสารแพรว ในเครืออมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จัดงานช็อปมหากุศล “แพรวแชริตี้ 2017” เพื่อฉลองขวบปีที่ 39 ของนิตยสารแพรว นิตยสารผู้หญิงชั้นนำของไทย โดยนำสินค้าแบรนด์เนมมือ 2 จากเหล่าดาราเซเลบริตี้ อย่าง ชฎาทิพ จูตระกูล, สุพรทิพย์ช่วงรังษี, พรหมพร ยูวะเวส, วิชชุดา ลีนุตพงษ์,ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, สุรีย์ รัตนหิรัญญา, ทิพนันท์ ไกรฤกษ์, อภินรา ศรีกาญจนา, แพรดาว พานิชสมัย, ตะวันนา ธารา และ อัชฌาเจริญรัศมีเกียรติ มาร่วมจำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษ นำรายได้สมทบทุนเข้ากองทุนแพรวแชริตี้ พร้อมมอบรางวัล แพรวไอคอนิก บิวตี้ 2017 สุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามแห่งปี ปิดท้ายด้วย แพรว ไอคอนิกบิวตี้ แฟชั่นโชว์ นำทีมโดย ณัฎฐ์ ทิวไผ่งาม,ก็อต-อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์, เต้-ดาวิชญ์กรีพลฤกษ์, สกาย-วงศ์รวี นทีธร พร้อมด้วย 3 หนุ่มดาวรุ่ง จาก เดอะเฟส เมนไทยแลนด์ อย่าง มอส-พิเชษฐ์ เปรียบยอดยิ่ง,กุน กิตติคุณ ตันสุหัส และ ฟิลลิปส์ทินโรจน์ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง กล่าวว่า “ที่ผ่านมามีการจัดงานแพรวแชริตี้มาร่วม 12 ปีแล้ว ซึ่งแพรวแชริตี้ คือการรับบริจาคเงินให้ผู้ยากไร้และด้อยโอกาส เช่น เด็ก ผู้หญิง หรือเรื่องต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ แพรวจึงเป็นสื่อกลางทำให้คนทั่วไปมีโอกาสช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส ครั้งนี้ก็ได้จัดงานช็อปมหากุศล ที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากเหล่าดาราเซเลบริตี้ ด้วยการเปิดบูธจำหน่าย รายได้ทั้งหมด เป็นยอดเงิน 3,000,000 บาท และมอบให้กับมูลนิธิทั้ง 11 มูลนิธิ ทางแพรวก็ขอขอบคุณผู้อ่านและผู้มาร่วมงานทุกๆ ท่านที่มาช่วยกันอุดหนุนโครงการของเรา

ครั้งนี้เราก็ได้จัดงานแพรวไอคอนิกร่วมด้วย ในฐานะที่แพรวเป็นสื่อกลางในเรื่องผู้หญิง และเรื่องสำคัญของผู้หญิง คือเรื่องความสวยความงาม แพรวจึงทำหน้าที่ในการคัดเลือกคณะกรรมการ มาร่วมคัดเลือกสินค้าที่เกี่ยวกับความงามที่ดีที่สุดในหลากหลายสาขา และมอบรางวัลให้เป็นการให้กำลังใจผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาได้ดี ใช้แล้วเป็นประโยชน์ ขณะเดียวกันเราก็เป็นตัวกลางในการนำเสนอข้อมูลดีๆ ให้กับผู้อ่านของ
เราด้วย”

ปิยวรรณ สายนุ้ย ตัวแทนจากมูลนิธิสวนแก้ว เผยว่า “ในฐานะเป็นตัวแทนของหลวงพ่อพะยอม ก็ดีใจมาก เพราะเงินที่ได้รับบริจาคนี่ เราจะนำไปใช้ตามโครงการที่หลวงพ่อได้กำหนดไว้ เพราะท่านต้องการเงินไปช่วยคนที่ตกทุกข์ได้ยาก รวมทั้งสุนัขและแมว เงินทุกบาทจะนำไปใช้อย่างคุ้มค่า”

ธวัชชัย สุธัญญาพฤทธิ์ ตัวแทนจากมูลนิธิอนามัยชนบท ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยว่า “ยินดีมากที่ได้รับอนุเคราะห์จากทางนิตยสารแพรว ที่ช่วยสนับสนุนโครงการแพทย์อาสาอนามัยชนบทในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่เราได้ทำต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 38 ปี ขอขอบคุณทางนิตยสารแพรวสำหรับเงินก้อนนี้ เราก็จะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด”

ณัฐธยาน์ พลหาญ ทองลงยา ตัวแทนจากมูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทย และให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง เผยว่า “รู้สึกดีใจที่นิตยสารแพรว มีโครงการแชริตี้ และให้ความสำคัญกับมูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทย และให้ชีวิตใหม่กับสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ทีมงานของทางนิตยสารแพรวได้เข้าไปเยี่ยมสถานที่คอกเลี้ยงสัตว์ของทางมูลนิธิ ที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของวัวความที่เราไถ่ชีวิตมา และเรานำมาอนุรักษ์ไว้ ทั้งสุนัขแมว สัตว์ทั้งหมดกว่า 400 ชีวิต ที่กำลังอดอยาก ทางมูลนิธิต้องการเงินเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าอาหารให้กับสัตว์ทุกตัว เราจึงรู้สึกปลื้มใจที่ทางนิตยสารแพรวได้ให้ความเมตตาให้กับสัตว์เหล่านี้ เงินที่ได้รับบริจาคก็จะใช้อย่างดี”

สำหรับใครที่พลาดงานบุญแพรวแชริตี้ 2017 ยังสามารถร่วมทำบุญกันได้โดยติดตามการบริจาคผ่านทางคอลัมน์แพรวแชริตี้ เพื่อเป็นการสมทุบทุนเข้าโครงการฯ ต่อยอดบุญสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง นิตยสารแพรว, http://www.praew.com และ Facebook : นิตยสารแพรว

ระริน อุทกะพันธ์ ปัญจรุ่งโรจน์

ระริน อุทกะพันธ์ ปัญจรุ่งโรจน์
ตะวันนา ธารา และ อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ นำเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเองมาออกบูธ

ตะวันนา ธารา และ อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ นำเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเองมาออกบูธ

ต้อนรับมิสแกรนด์ไทยแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294717

ต้อนรับมิสแกรนด์ไทยแลนด์

ต้อนรับมิสแกรนด์ไทยแลนด์

วันศุกร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
สองผู้บริหาร พ.ต.อ.ดร ไพรัตน์ และ ดร.ผ่องพรรณ ไพพรรณรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพพรรณรัตน์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หญิงแกร่งแห่ง “GO Hair” ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของคนไทย ที่กำลังโด่งดังทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดคฤหาสน์หรูในหมู่บ้านปัญญาอินทรา ต้อนรับสาวงามจากเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ อาทิ ปาเมล่า ปาสิเนตตี้มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017, ฉัตร์ณลิณ โชติจิรวราฉัตร รองอันดับ 1 จากจังหวัดกำแพงเพชร, ศรุชา นิลจันทร์ รองอันดับ 2 จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ทวีพร พริ้งจำรัส รองอันดับ 3 จากจังหวัดจันทบุรี และ กมลรัตน์ ทานนท์ รองอันดับ 4 จากจังหวัดศรีสะเกษ ในโอกาสเดินทางมาขอบคุณที่ผลิตภัณฑ์ “GO Hair” ร่วมสนับสนุนการประกวด โดยมี เหล่าคนดัง ดร.สิริลักข์ ศัลยสิริ, ศิรินภา สว่างล้ำ, ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ, ธนพร ฟักเขียว, ยุพเยาว์ เพียรพาณิชย์พร และ ลัดดา รติโรจนากุล ร่วมงานด้วย

‘ดาษดา แกลเลอรี่’ถวายความอาลัยในหลวงร.9 จัดแสดง’ฟาแลนนอปซิส’สีเหลืองตลอดเดือนต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294740

'ดาษดา แกลเลอรี่'ถวายความอาลัยในหลวงร.9  จัดแสดง'ฟาแลนนอปซิส'สีเหลืองตลอดเดือนต.ค.นี้

‘ดาษดา แกลเลอรี่’ถวายความอาลัยในหลวงร.9 จัดแสดง’ฟาแลนนอปซิส’สีเหลืองตลอดเดือนต.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 16.06 น.

ดาษดา แกลเลอรี่ เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เตรียมจัดเทศกาลแสดงกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส สีเหลือง ราชินีแห่งกล้วยไม้ เพื่อร่วมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ตลอดเดือนตุลาคมนี้ โดยภายในงานได้นำกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส สีเหลืองกว่า 2,000 ต้น จาก 10 สายพันธุ์พิเศษหาชมยากมาจัดการแสดง พร้อมไฮไลท์พิเศษของงานกับงานปูนปั้นประดับดอกไม้แห้งบานไม่รู้โรยเป็นภาพพระบรมสาทิศลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ขนาด สูง 2.5 เมตร กว้าง 2 เมตร ซึ่งใช้เทคนิคเฉพาะในการสร้างสรรค์ผลงานเป็นครั้งแรกของดาษดา โดยจำหน่ายบัตรเข้าชม 100 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 50 บาทสำหรับเด็ก ซึ่งรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปมอบให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าพักที่โรงแรม ดาษดา เดอะ ฟลาวเวอร์ เอสเซนซ์ รีสอร์ท เขาใหญ่ พิเศษเฉพาะในเดือนตุลาคมนี้ จะได้ร่วมกิจกรรมปลูกข้าวและจะได้รับเชิญมาเกี่ยวข้าวเมื่อข้าวถึงช่วงเก็บเกี่ยว พร้อมร่วมกับดาษดานำข้าวที่เกี่ยวได้ไปมอบให้แก่เด็กด้อยโอกาส พร้อมสัมผัสการพักผ่อนท่ามกลางวิถีธรรมชาติ โดยสามารถเก็บผลผลิตภายใน ดาษดามาใช้ประกอบอาหาร ซึ่งสาธิตการทำอาหารโดยเชฟของทางดาษดา

ทั้งนี้ ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Event call center โทร.061-404-5000 หรือ http://www.facebook.com/dasadaflower

แพทย์ชี้หญิงไทยทำงานเก่งจนไม่มีเวลา แนะควรตรวจสุขภาพก่อนมีปัญหามีลูกยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294483

แพทย์ชี้หญิงไทยทำงานเก่งจนไม่มีเวลา แนะควรตรวจสุขภาพก่อนมีปัญหามีลูกยาก

แพทย์ชี้หญิงไทยทำงานเก่งจนไม่มีเวลา แนะควรตรวจสุขภาพก่อนมีปัญหามีลูกยาก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ, วรัทยา นิลคูหา

เปิดตัวศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ส่งเสริมให้ครอบครัว เตรียมพร้อมคุณแม่มือใหม่อย่างมีคุณภาพ ชี้หญิงไทยทำงานเก่งจนลืมมีลูก ทำให้เด็กเกิดใหม่ลดลงเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์ถดถอย

เจเนซีสเฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ (Genesis Fertility Center : G.F.C) จีเอฟซี ได้จัดงานเสวนาในโอกาสเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นำโดยคณะแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในด้านการรักษาเพื่อช่วยให้คู่สามีภรรยาที่ประสงค์จะมีบุตรได้สมปรารถนา ด้วยเทคนิคด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เฉพาะทาง

ผศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี ผู้ก่อตั้ง G.F.C กับประสบการณ์ด้านสนับสนุนและรักษาให้ครอบครัวมีสมาชิกใหม่มากกว่า 2,000 เคส กล่าวว่า ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากจะใช้ประสบการณ์องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้ามาช่วยแล้ว ในอีกฐานะหนึ่ง หมอนั้นเปรียบเสมือนญาติผู้มีส่วนร่วมในการให้กำเนิดชีวิตใหม่ด้วยเช่นกัน ถือว่างานของหมอนั้นก็ช่วยทำให้ความฝันของคู่สามีภรรยาที่ประสงค์จะมีบุตรได้สมหวังอย่างมีคุณภาพ แข็งแรง ปลอดภัยดี จุดเริ่มต้น เริ่มจาก การเข้ารับคำปรึกษา และตรวจสุขภาพความสมบูรณ์ด้านการเจริญพันธุ์ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ด้วยสภาพสังคมที่มีการแข่งขันสูงมากขึ้น ส่งผลต่อสุขภาวะเจริญพันธุ์ ทำให้คู่สามีภรรยาขาดความสมบูรณ์พร้อมในการให้กำเนิดบุตร หรือมีปัญหาการมีบุตรยากมากขึ้น โดยเฉพาะสภาพครอบครัวไทยที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทสูงในด้านการทำงาน หรือพูดง่ายๆ คือผู้หญิงไทยเก่งขึ้นมาก แต่ทำงานจนลืมมีลูก ซึ่งจุดนี้ต้องแก้ไขด้วย การเข้ารับการตรวจสุขภาพ หรือการใส่ใจ เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะว่าที่คู่รักหรือคู่ที่กำลังจะแต่งงานกัน เพราะการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานนั้นถ้าได้ตรวจสภาวะการเจริญพันธุ์ด้วยก็จะมีประโยชน์ต่อครอบครัวใหม่ ทำให้ได้รู้ภาพรวมของสุขภาพและหากมีโรคประจำตัว จะได้จัดการรักษาหรือตัดสินใจแก้ไขปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นครอบครัวเป็นการขจัดปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว ส่งผลดีต่อครอบครัวมากขึ้น


วิภาวี คอมันตร์, รพีพร วงศ์ทองคำ

นอกจากนี้ในภาวะที่ประเทศไทยเข้าสู่สภาวะเด็กเกิดใหม่น้อยลงมากจนภาครัฐต้องหันมารณรงค์ให้เพิ่มจำนวนประชากรให้มากขึ้นจึงเท่ากับว่าทุกครอบครัวที่มีสมาชิกใหม่ มีส่วนช่วยเพิ่มพลังคนรุ่นใหม่ในอนาคตที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของสังคมไทยด้วย อย่างไรก็ดี การเพิ่มเด็กเกิดใหม่ที่มีคุณภาพครบถ้วนทั้งในด้านสุขภาพความปลอดภัยเป็นการป้องกันไม่ให้สังคมรับภาระด้านเศรษฐกิจในระยะยาวก็เป็นเรื่องสำคัญด้วยเช่นกันที่จะต้องวางแผนและบริหารจัดการให้เกิดความเหมาะสมและเลือกวิธีการที่ดีที่สุด ซึ่งการตัดสินใจใดๆ นั้นควรต้องปรึกษาแพทย์ประกอบการตัดสินใจ

วรัทยา นิลคูหา ดาราชื่อดังที่มาร่วมงานในฐานะผู้ที่สนใจจะเข้าใช้บริการ กล่าวว่า ด้วยอายุของตนเองในวัย 34 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงอายุที่ใกล้กับความเสี่ยงที่จะอยู่ในช่วงอายุที่มีบุตรยาก โดยสถิติคือผู้หญิงจะมีลูกยากถ้าอายุมากกว่า 35 ปี บวกกับสุขภาพร่างกายในอนาคตทำให้ตนเองมีความกังวลว่า ด้วยสภาพสังคมปัจจุบัน และระดับอายุของตัวเองที่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็มีความเสี่ยงที่อาจจะมีบุตรยากตามสถิติ จึงเกิดความสนใจที่จะใช้บริการเข้ารับการตรวจสุขภาวะ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วมองว่ามีประโยชน์มากในด้านข้อมูลต่างๆ ในการตัดสินใจ สำหรับการมีครอบครัวเรื่องของการมีบุตรก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะตนเองเป็นคนรักเด็กอยู่แล้ว

“เท่าที่ได้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีหลายทางเลือกในการมีลูก เรียกว่ามีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาอยู่ตลอด ในส่วนของจุ๋ยมีความสนใจวิธีการแช่แข็งไข่ สำหรับเก็บไว้ใช้ในอนาคต เพราะเป็นการฟรีอายุไข่ให้อยู่ในอายุปัจจุบัน”

รพีพร วงศ์ทองคำ กล่าวว่า สำหรับคนที่เป็นแม่เมื่อมีลูกนั้นความรู้สึกคือ เราได้มีโอกาสทำหน้าที่ดูแลลูก และลูกก็ทำให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้นได้จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะความเป็นพ่อกับแม่เท่านั้น แต่ลูกยังส่งมอบความสุขไปยังญาติพี่น้อง คุณพ่อคุณแม่ก็กลายเป็นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย สำหรับการมีลูกคนต่อไป “ตัวเองก็อาจจะต้องพึ่งบริการของคุณหมอ เพราะอายุเริ่มมากขึ้นทำให้มีลูกยากขึ้น เทคโนโลยีที่ช่วยให้มีน้องได้ง่ายขึ้น ก็น่าสนใจมากเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความปลอดภัย”

วิภาวี คอมันตร์ คุณแม่ลูกสอง กล่าวว่าตนเองสนับสนุนให้คู่ว่าที่สามีภรรยาตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานว่า เป็นสิ่งที่จำเป็น และมีประโยชน์มากเพราะได้รับทราบสภาวะสุขภาพด้านเจริญพันธุ์ไปด้วย รวมทั้งสามารถวางแผนการมีลูกได้ด้วยว่าควรจะมีต่อเนื่องกันไปหรือไม่ เช่น หากฝ่ายหญิงเริ่มมีอายุมากขึ้น ซึ่งมีภาวะเสี่ยงต่อการมีบุตรยาก นอกจากอายุมากจะมีความเสี่ยงมากแล้ว ในคู่ที่อายุน้อยก็ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงเพราะปัจจุบันสภาพสังคมและสภาพการใช้ชีวิตที่เร่งรีบตลอดเวลา ทำให้สุขภาพของหนุ่มสาวรุ่นใหม่มีความสมบูรณ์น้อยลงบางคู่แม้ฝ่ายหญิงอายุจะอยู่ในช่วง 20-30 ปี ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการมีบุตรเองตามธรรมชาติ ฉะนั้นการที่เราเข้ารับคำปรึกษาหรือเข้ารับการตรวจสุขภาพการเจริญพันธุ์ก็มีผลดีต่อการรักษามากกว่า

พช.เปิดมิติใหม่ ผ่านการประกวด 111 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294517

พช.เปิดมิติใหม่ ผ่านการประกวด 111 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว

พช.เปิดมิติใหม่ ผ่านการประกวด 111 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบรางวัลให้กับ ปนัดดา โพธิ์ทอง ที่ได้รางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคลากรในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดภาพถ่าย 111 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 16 รางวัล
และพิธีมอบเกียรติบัตรศิลปิน OTOP ปี 2560 จำนวน 32 ราย โดยมี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานมอบรางวัล โล่เกียรติคุณและประกาศนียบัตร

การประกวดภาพถ่าย 111 หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว จัดขึ้นเพื่อสร้างช่องทางในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสร่วมกระบวนการเรียนรู้การพัฒนาหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งมีผลงานส่งมามากถึง 1,029 ภาพ สำหรับรางวัลแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทประชาชนทั่วไป และประเภทบุคลากรในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน โดยคัดให้เหลือเพียงประเภทละ 8 รางวัล จากทั้งสิ้น 16 รางวัล ดังนี้ ประเภทประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ชัยทัต มีพันธุ์ จ.พระนครศรีอยุธยา ชื่อภาพ สะพานชูตองเป้, รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทนุชาพล นาคเอี่ยม จ.เชียงราย ชื่อภาพ สืบสานตำนานเครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เทิดทูน กัลยา จ.สกลนคร ชื่อภาพ คุณงามความรัก และ รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล ประเภทบุคลากรในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ปนัดดา โพธิ์ทอง จ.เชียงราย ชื่อภาพ สืบสานตำนานศิลป์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทวีศักดิ์ สวัสดี จ.สุรินทร์ ชื่อภาพ ผ้าไหมยกทองโบราณ 1,416 ตะกอ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทินกร ไหลมา จ.พระนครศรีอยุธยา ชื่อภาพ วิถีแห่งมีด และ รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล นอกจากนี้ ยังได้มอบเกียรติบัตรศิลปิน OTOP ปี 2560 เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะเป็นผู้อนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น จำนวน 32 ราย

ด้าน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ขึ้นกล่าวว่า ขอขอบคุณสำหรับความทุ่มเท และความตั้งใจของทุกท่าน และขอชื่นชมยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติในวันนี้ การจัดกิจกรรมการประกวดภาพถ่ายในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเพิ่มช่องทางการรับรู้และเข้าถึงหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว จากนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการที่จะพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการและการให้บริการนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับศิลปิน OTOP ทุกท่าน ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ถือว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยภูมิปัญญา เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่นของตน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ส่งผลให้เกิดการพัฒนาต่อยอดระบบเศรษฐกิจฐานราก ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป

ชัยทัต มีพันธุ์ ชนะเลิศ ประเภทประชาชนทั่วไป

ชัยทัต มีพันธุ์ ชนะเลิศ ประเภทประชาชนทั่วไป

รองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทบุคลากรในสังกัด

รองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทบุคลากรในสังกัด
รองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทประชาชนทั่วไป

รองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทประชาชนทั่วไป
รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทประชาชนทั่วไป

รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทประชาชนทั่วไป
รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคลากรในสังกัด

รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคลากรในสังกัด
รางวัลชนะเลิศ ประเภทประชาชนทั่วไป

รางวัลชนะเลิศ ประเภทประชาชนทั่วไป
รางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคลากรในสังกัด

รางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคลากรในสังกัด
อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมถ่ายภาพกับผู้ที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ

อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมถ่ายภาพกับผู้ที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ

‘โภชนาการสมวัย-ออกกำลังกาย-อาหาร’ เคล็ด (ไม่) ลับเสริมพัฒนาการลูกวัยเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294481

‘โภชนาการสมวัย-ออกกำลังกาย-อาหาร’  เคล็ด (ไม่) ลับเสริมพัฒนาการลูกวัยเรียน

‘โภชนาการสมวัย-ออกกำลังกาย-อาหาร’ เคล็ด (ไม่) ลับเสริมพัฒนาการลูกวัยเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไมโลเชื่อว่า “กีฬาคือครูชีวิต” ด้วยเหตุนี้จึงได้จัดเวิร์กช็อป “หนึ่งวันเติมฝัน เสริมพลังกับไมโล” ขึ้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่และน้องๆ ได้เห็นความสำคัญของกีฬา รวมถึงให้ความรู้คุณพ่อคุณแม่วางรากฐานในการส่งเสริมให้ลูกในวัยเรียนอายุ 6-12 ปีให้เติบโตสมวัย และอารมณ์ดีด้วยโภชนาการเหมาะสม ออกกำลังกาย และอาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมเชิญ 3 ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ กรทิพย์ ฐิติธรรมจริยา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ดร.คนางค์ ศรีหิรัญ จากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ทัศนีย์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม ผู้จัดการฝ่ายชำนาญการพิเศษด้านอาหาร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด มาให้ความรู้

เริ่มจากโภชนาการเพื่อการเติบโตที่สมวัย โดย กรทิพย์ ฐิติธรรมจริยา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเติบโตสมวัย ควรให้ลูกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยปกติแล้วใน 1 วัน เด็กวัยเรียนต้องการพลังงานเฉลี่ยประมาณวันละ 1,600 กิโลแคลอรี ซึ่งการรับประทานอาหารควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ และทานให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่พอเหมาะ ได้แก่ กลุ่มข้าวแป้ง 7-8 ทัพพี เนื้อสัตว์ 4-6 ช้อนโต๊ะ ผัก 4 ทัพพี ผลไม้ 3 ส่วน และนมวันละ 2-3 แก้ว นอกจากนี้ ยังสามารถรับประทานมื้อว่างเช้าและมื้อว่างบ่ายได้ โดยอาหารว่างควรให้พลังงานประมาณ 140-170 กิโลแคลอรี ที่สำคัญคือ ควรใส่ใจกับมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เพราะหากอดอาหารเช้าจะทำให้สมองและกล้ามเนื้อทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้การเรียนรู้ช้า ขาดสมาธิ เฉื่อยชา หงุดหงิดง่าย หากไม่มีเวลาหรือเร่งรีบ คุณแม่อาจหาเมนูที่ทำหรือหาได้ง่ายๆ แต่ได้คุณค่าทางโภชนาการ ให้สารอาหารครบถ้วน เช่น แซนด์วิชขนมปังโฮลวีตไส้ไข่หรือทูน่า ที่มีผักเช่น ผักกาดแก้ว และมะเขือเทศอยู่ด้วย ทานคู่กับนมหรือไมโลที่มีโปรโตมอลต์ ให้โปรตีน และแคลเซียมสูง อีก 1 แก้ว เป็นต้น โดยโปรโตมอลต์คือมอลต์สกัดจากข้าวบาร์เลย์ เป็นแหล่งของพลังงาน โปรตีนช่วยในการเจริญเติบโต และแคลเซียมช่วยให้กระดูกแข็งแรง เพียงเท่านี้ลูกก็จะได้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายครบถ้วนจากมื้อเช้าแล้วค่ะ”


กรทิพย์ ฐิติธรรมจริยา

ด้าน ดร.คนางค์ ศรีหิรัญ จากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬาอย่างเหมาะสมในเด็กวัยเรียนว่า “การออกกำลังกายและการเล่นกีฬามีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างร่างกายของเด็ก เพราะ “กีฬาคือครูชีวิต” ที่ช่วยหล่อหลอมกล่อมเกลาเด็กให้เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียน การพัฒนาทักษะและความสามารถรอบด้าน ตลอดจนการมีสปิริตของนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และที่สำคัญคือมีสุขภาพที่ดี ซึ่งการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกในแนวดิ่ง เช่น วิ่ง กระโดดเชือก บาสเกตบอล และฟุตบอลช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กเรื่องของความสูง นอกจากนี้ ถ้าเด็กมีการออกกำลังกายที่พอเหมาะร่วมกับการนอนหลับอย่างเพียงพอมากกว่า 8 ชั่วโมง จะทำให้มีการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างและหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) เพิ่มขึ้น ช่วยในการเจริญเติบโตและเพิ่มความสูง นั่นเอง”

และสุดท้ายกับกิจกรรม “การทำอาหารเพื่อสุขภาพ” โดย ทัศนีย์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม ผู้จัดการฝ่ายชำนาญการพิเศษด้านอาหาร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด สาธิตวิธีการทำ 2 เมนูอร่อยโดนใจเด็กๆ ด้วย “เครื่องดื่มไมโล สูตรรถโรงเรียน” และ “โรลกล้วยไมโล” ที่ทำง่าย ให้คุณค่าทางโภชนาการ และให้พลังงานที่เหมาะสมต่อการเล่นกีฬา รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กวัยเรียน
โดยแต่ละเมนูมีสูตรและขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้


ดร.คนางค์ ศรีหิรัญ

เมนูที่ 1 เครื่องดื่มไมโล สูตรรถโรงเรียน สำหรับ 1 ที่ ซึ่งให้พลังงาน 130 กิโลแคลอรี มีส่วนผสมและวิธีทำ ดังนี้ ส่วนผสม ไมโล 3 อิน 1 จำนวน 1 ซอง น้ำร้อน 1/4 แก้ว น้ำแข็งทุบเป็นก้อนเล็ก
1 แก้ว วิธีทำ 1.ชงเครื่องดื่มไมโล โดยกดน้ำร้อนใส่แก้ว 1/4 แก้ว 2.ฉีกซองไมโล 3 อิน 1 จำนวน 1 ซอง คนให้ละลาย 3.ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว 2-3 ก้อน คนให้น้ำแข็งละลายพร้อมเครื่องดื่ม 4.เติมน้ำแข็งเพิ่มประมาณ 3/4 ของแก้ว คนไมโลในแก้วเย็นจัด 5.ได้ไมโลโรงเรียน 1 แก้ว ก็พร้อมเสิร์ฟทันที

เมนูที่ 2 โรลกล้วยไมโล สำหรับ 1 ที่ ให้พลังงาน 166 กิโลแคลอรี มีส่วนผสมและวิธีการทำ ดังนี้ ส่วนผสม ผงไมโล 1 ช้อนชา ขนมปังโฮลวีต ตัดขอบ 1 แผ่น กล้วยหอม 1/2 ลูก วิธีทำ 1.ใช้ไม้คลึงแป้งรีดแผ่นขนมปังให้บางลง 2.โรยผงไมโล 1 ช้อนชา ค่อยๆ เกลี่ยให้ทั่วแผ่นขนมปัง 3.วางกล้วยหอมครึ่งลูกลงบนแผ่นขนมปัง แล้วม้วนให้แน่น 4.ตัดเป็นชิ้นพอคำ จัดเสิร์ฟ พร้อมเครื่องดื่มไมโลสูตรรถโรงเรียน

เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่นำเคล็ด (ไม่) ลับไปประยุกต์ใช้กับลูกน้อย ลูกของคุณก็จะมีพัฒนาการที่ดี สูงเติบโตสมวัย และในการจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต


ทัศนีย์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม