เสน่ห์จันทน์ พร้อมเสิร์ฟ ‘Set Lunch’ มื้อกลางวันตำรับไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294505

เสน่ห์จันทน์ พร้อมเสิร์ฟ ‘Set Lunch’ มื้อกลางวันตำรับไทย

เสน่ห์จันทน์ พร้อมเสิร์ฟ ‘Set Lunch’ มื้อกลางวันตำรับไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทอดมันปลา, ผัดกะเพราหมู และ แกงเขียวหวานไก่

“เสน่ห์จันทน์” ร้านอาหารต้นตำรับไทย ณ ใจกลางเมืองบริเวณ Glasshouse@Sindhorn อาคารสินธร ถนนวิทยุบรรจงคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศผ่านกรรมวิธีการปรุงแบบดั้งเดิม พิถีพิถันทุกขั้นตอน เพื่อคงรสชาติไทยแท้มาให้ทุกคนได้ลิ้มลองแล้ววันนี้ “เสน่ห์จันทน์” เตรียมอาหารชุดกลางวัน “Set Lunch” รสชาติแบบไทยๆ ไว้คอยบริการ ในช่วงเวลาพักเที่ยงของทุกคนหรือเลี้ยงรับรองแขกโดยสามารถเลือกอาหารได้ประเภทละหนึ่งอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย แกง และอาหารผัด ในราคาอิ่มสุดคุ้มเพียงชุดละ 345 บาท ท่ามกลางบรรยากาศงดงามแบบไทยร่วมสมัย ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เมนูเรียกน้ำย่อยที่นำเสนอให้เลือกอร่อย เริ่มจาก “ข้าวตังและสับปะรดหน้าปลาช่อนผัดพริกขิง” ความกรุบกรอบของข้าวตังผสานกับรสเปรี้ยวหวานของสับปะรดและรสเผ็ดร้อนของผัดพริกขิงอย่างลงตัว ถ้าชอบรสจัดขึ้นอีกนิด ควรเลือก “ทอดมันปลา” เนื้อปลากรายนวดกับเครื่องแกงเผ็ด ใส่ใบมะกรูดซอย ถั่วพูซอยกินคู่กับอาจาดรสกลมกล่อม หรือถ้านิยมกินกุ้ง เรียกหา “ลูกชิ้นกุ้ง” ทอดสุกกำลังพอเหมาะ กับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน


ข้าวตังและสับปะรดหน้าปลาช่อนผัดพริกขิง, กากหมูผัดพริกขิง และแกงมอญคอหมูย่าง

หนึ่งในกับข้าวไทยที่มีชื่อเสียงของเสน่ห์จันทน์ คืออาหารประเภทแกง มื้อกลางวันแบบนี้สามารถเลือกอิ่มอร่อยได้ไม่ว่าจะเป็น “แกงมอญคอหมูย่าง” คอหมูนุ่มๆ ย่างให้สุกหอมนำไปแกงกับเครื่องแกงแรงรสเข้ม น้ำแกงขลุกขลิก หรือเลือกลิ้มรส “แกงเขียวหวานไก่” เมนูดูง่ายๆ แต่ใส่ใจรายละเอียด อย่างพริกขี้หนูสวนให้รสเผ็ดแต่มีกลิ่นหอม ใบพริกที่ปลูกเอง เป็นวัตถุดิบในเครื่องแกง ทำให้น้ำแกงสีเขียวสวย ส่วนใครอยากได้แกงน้ำใสแต่รสยังเข้มแซ่บถึงใจ ให้เลือก “แกงรัญจวน” แกงที่ปรุงรสน้ำแกงด้วยน้ำพริกกะปิ จึงได้รสชาติรัญจวนใจสมชื่อ

อาหารผัดยังคงเป็นอาหารที่มีรสจัดให้สีสันกับมื้อกลางวันเลือกได้จาก “กากหมูผัดพริกขิง” กากหมูกรุบกรอบผัดกับพริกแกงโขลกใหม่ๆ ใส่ถั่วฝักยาวที่นำไปทอดก่อนจะผัดรวมกัน แต่งหน้าด้วยไข่แดงและโรยใบมะกรูดหั่นฝอยเพิ่มกลิ่นหอมหวน คนรักรสเผ็ดอย่าพลาด “ผัดกะเพราไก่” หรือ “ผัดกะเพราหมู” เมนูรสจัดจานคุ้นลิ้นคนไทย หรือจะลอง “ไก่คั่วใบจั๋น” ไก่คั่วพริกแกงใส่ใบยี่หร่าหรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่า ใบจั๋น นั่นเอง


ลูกชิ้นกุ้ง, แกงรัญจวน และ ไก่คั่วใบจั๋น

“Set Lunch” มื้อกลางวันตำรับไทยสุดพิเศษนี้ สามารถเลือกได้ว่าจะรับข้าวหอมมะลิ หรือข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ พร้อมด้วยน้ำซุปประจำวัน ปิดท้ายด้วยขนมหวานไทย หรือไอศกรีมกะทิ เติมความสุขในมื้อกลางวันให้สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ทางร้านยังมีส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับเมนู A La Carte เฉพาะมื้อกลางวันอีกด้วย

อิ่มอร่อยกับอาหารชุดกลางวัน “Set Lunch” ที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ในบรรยากาศสบายๆ สไตล์ไทยร่วมสมัย ในราคาเพียงชุดละ 345 บาท ณ ร้านอาหาร “เสน่ห์จันทน์” ในบริเวณ Glasshouse@Sindhorn อาคารสินธร ถนนวิทยุ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร.02-6509880 หรือwww.facebook.com/glasshouseatsindhorn/www.sanehjaan.com และ IG :
Glasshouseatsindhorn


ไอศกรีมกะทิ

สกินแคร์ ele tujaa เปิดตัวในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294501

สกินแคร์ ele tujaa เปิดตัวในไทย

สกินแคร์ ele tujaa เปิดตัวในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วิชาญ ศรีวนาลักษณ์

ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามแบรนด์ ele tujaa สัญชาติไทย เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในเมืองไทย หลังจากขายดิบขายดีในประเทศจีน กับ มิเนอรัล ไวท์ มาส์ก พลัส MINERAL WHITE MASK PLUS – มาส์กหน้าก่อนนอน เอกลักษณ์เฉพาะจากอีแอลอี บํารุงผิวหน้ายามหลับใหล คืนความสดใสยามตื่น บํารุงผิวหน้าให้นุ่มนวลเรียบเนียน พร้อมแนะนำ ซีซี ครีม เรดดี้ โก เอสพีเอฟ 50 พีเอ+++ ซีซีครีมรองพื้นควบคุมความมัน ช่วยปกปิดริ้วรอย รูขุมขน และจุดด่างดําอย่างเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดด้วย SPF50 PA++ ที่ปรับสีให้เข้ากับสีผิวได้ดีด้วยนวัตกรรมการผลิตของประเทศเกาหลี

นายวิชาญ ศรีวนาลักษณ์ Brand Director บริษัท อีแอลอี (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึง แบรนด์ อีแอลอี ว่าได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2555 เป็นผลิตภัณฑ์ด้านความงามและการบำรุงผิว ภายใต้แบรนด์ “อีแอลอี” ซึ่งเป็นตัวย่อมาจาก “ช้างเผือก” (Albino Elephant) ที่สะท้อนถึงความไม่ธรรมดา เลอค่า งดงาม ตามความเชื่อของคนไทย และยังใส่คำทักทายแบบไทยๆ คือ ธุจ้า (Tujaa) เพิ่มเข้าไปด้วย

“ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามแบรนด์ ele tujaa เป็นที่ชื่นชอบของสาวจีนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ มิเนอรัล ไวท์ มาส์ก พลัส MINERAL WHITE MASK PLUS หรือมาส์กหน้าก่อนนอน เอกลักษณ์เฉพาะจากอีแอลอี บํารุงผิวหน้ายามหลับใหล คืนความสดใสยามตื่น ช่วยบํารุงผิวหน้าให้นุ่มนวลเรียบเนียน เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในประเทศจีน


ผลิตภัณฑ์ ele tujaa ที่กำลังได้รับความนิยม

ช่วงเปิดตัว แบรนด์ ele tujaa อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เราขอแนะนำ ซีซี ครีม เรดดี้ โก เอสพีเอฟ 50 พีเอ+++ ซีซีครีมรองพื้นควบคุมความมัน ช่วยปกปิดริ้วรอย รูขุมขน และจุดด่างดําอย่างเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ช่วยปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดด้วย SPF50 PA++ ที่ปรับสีให้เข้ากับสีผิวได้ดี ด้วยนวัตกรรมการผลิตของประเทศเกาหลี และ บับเบิ้ล คลีนเซอร์ คลีนเซอร์ชําระล้างผิวหน้าจากโฟมออกซิเจนที่เกิดขึ้นบนหน้า ล้างหน้าได้อย่างสะอาดหมดจด ช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง กระชับรูขุมขน ปกป้องผิวหน้าจากความมันอย่างมีประสิทธิภาพ”

ผู้บริหารแบรนด์ ele tujaa กล่าวด้วยว่า เป็นความภูมิใจที่ผลิตภัณฑ์ด้านความงามและการบำรุงผิวของคนไทย ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้สาวไทยได้รู้จักเรามากขึ้น บริษัทจึงได้ร่วมออกงานแสดงสินค้า Beyond Beauty ASEAN – Bangkok 2017 ซึ่งเป็นงานเฉพาะด้านความงามและเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน รวมทั้งหาผู้ที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากประเทศต่างๆ ทั้งนี้ ele tujaa มีสินค้าวางขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จีน ไต้หวัน เกาหลี และที่ประเทศเวียดนามในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 ผลิตภัณฑ์ในเดือนตุลาคม นี้ สามารถติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และสั่งซื้อได้ที่ เฟซบุ๊ค EleCream หรือ http://www.elethai.com

หุ่นดี ชีวิตดี มีพลังบวก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294480

หุ่นดี ชีวิตดี มีพลังบวก

หุ่นดี ชีวิตดี มีพลังบวก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากเทรนด์ “ฟิตสเตอร์”ที่ฮิตทั่วโลก เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ผู้บุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆ ทางไลฟ์สไตล์และรีเทล เห็นว่า เทรนด์ GOOD LIFE หรือการมีชีวิตดีๆ สุขภาพกายใจแข็งแรง และมองโลกในแง่บวก กำลังมา และในฐานะที่เป็น “Curator of Taste” หรือผู้คัดสรรที่สุดของรสนิยม จึงได้จัดแคมเปญ “WELCOME TO THE GOOD LIFE” เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจ จุดประกายการใช้ชีวิตดีๆ มีความหมาย และเต็มด้วยพลังบวก ไม่ว่าจะเป็น GOOD LIFE IN STYLE – สร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายให้กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจด้วย แฟชั่นสปอร์ต ที่จะช่วยปลุกพลังให้หันมาออกกำลังกาย ได้คัดสรรกับที่สุดของเหล่าแอคทีฟแวร์ และไลฟ์สไตล์แบรนด์ดังเอาใจสายสุขภาพที่ให้ออกกำลังกายได้ด้วยความมั่นใจ เช่น CK PERFORMANCE,JENIM SPORTS, KALIS, WAKING BEE, UNIZEP, GARMIN, MANDUKA, REEBOK, TRANSIENCE เป็นต้น

EXCLUSIVE COLLECTIONACTIVEWEAR BY EMPORIUM X JENIM SPORTS เอาใจแฟชั่นนิสต้าสายสตรอง ด้วยการร่วมงานกันครั้งแรกของเอ็มโพเรียม และแบรนด์แอคทีฟแวร์น้องใหม่ JENIM SPORTS ที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตเสื้อผ้าสายสปอร์ตเป็นทุนเดิม ถ่ายทอดความหรูหราของเอ็มโพเรียมออกมาเป็นคอลเลคชั่นพิเศษกับโททัลลุคพิมพ์ลายหินอ่อน ตั้งแต่ สปอร์ตบรา กางเกงขาสั้น ยาว และเสื้อฮู้ดดี้สุดเก๋ มีจำหน่ายเฉพาะเอ็มโพเรียมฯ เท่านั้น

CALVIN KLEIN PERFORMANCE นวัตกรรมดีไซน์ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีวัสดุคุณภาพสูง และการออกแบบเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความกระฉับกระเฉง มาพร้อมกับเนื้อผ้าที่มีคุณสมบัติในการระบายความชื้น เนื้อผ้าแห้งไว ใส่สบาย ผ้ายืดมีความอยู่ทรงสูง รองรับกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวได้ดี ใช้เทคนิค Lift-tech’ ทำให้ได้ทรวดทรงที่งดงามไร้ที่ติ

KALIS ACTIVE WEAR ใช้เทคนิคการยึดเกาะระหว่างการเย็บปะติดปะต่อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตลาดสมัยใหม่ และตอบสนองความต้องการของการออกกำลังกาย เหมาะสมกับขนาด และกิจกรรมของร่างกาย ป้องกันรังสี UV เพื่อให้ออกกำลังกายได้ในทุกสภาพแวดล้อม ผสานเทคโนโลยีการบีบอัดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด เนื้อผ้าระบายอากาศแบบตาข่าย ด้วยเส้นใยที่ช่วยในการกำจัดเหงื่อได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

WAKING BEE แบรนด์เวคกิ้งบี เลือกผสมผสานดีไซน์ความเป็นผู้หญิง และความสบายคล่องตัวของเสื้อผ้าออกกำลังกาย เพื่อให้เป็นแรงผลักดันให้สาวๆ ลุกขึ้นมาใช้ชีวิตแอ๊กทีฟกัน จึงเลือกใช้สีสันแนว พาสเทลบนผ้าฟังก์ชั่นที่ ให้ลุคแบบแคชชวล เช่น ผ้า POLYESTER COTTON ซึ่งเป็นผ้ากีฬาที่ยืดหยุ่นแต่ทำลุคคล้าย Cotton ไม่มัน สามารถสวมใส่ได้ทั้งออกกำลังกาย และกิจวัตรประจำวันอื่นๆ สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย

UNIZEP – ACTIVE-DRY เป็นคุณสมบัติพิเศษเฉพาะของ UNIZEP มีคุณสมบัติที่ช่วยระบายเหงื่อได้ดีเยี่ยม แห้งเร็ว และรู้สึกสบายตลอดการสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาในร่ม หรือกลางแจ้ง เช่น โยคะ พีราทีส วิ่ง ฟิตเนส เป็นต้น ยืด 4 ทิศทาง เป็นนวัตกรรมในการทอสมัยใหม่ มีความยืดหยุ่นสูงรอบทิศทาง ช่วยให้รู้สึกมั่นใจได้ทุกการเคลื่อนไหว MOISTURE & QUICK-DRY ระบายอากาศและแห้งไว ด้วยลักษณะพิเศษของเส้นใยที่นำมาทอ ทำให้ผ้าสามารถระบายได้ดีเยี่ยมและแห้งไว TRIANGLE CROTCH เป้าสามเหลี่ยม เป็นการ รองรับ และช่วยให้เคลื่อนไหวได้ดีในการออกกำลังกาย

GUESS สปอร์ตแวร์ที่เน้นการใช้งาน เคลื่อนไหวคล่องตัว เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี ซัพพอร์ตทุกกิจกรรมการออกกำลังกายให้สนุกไม่มีสะดุด

นอกจากนี้ ยังมีรองเท้าจาก GEOX, REEBOK FLOATRIDE ULTRAKNIT,REEBOK PRINT RUN PRIME ULTRAKNIT, F-KINT, FITBIT Alta HR-HEAR ฯลฯ ตลอดจนกระเป๋าให้เลือกมากมาย

มาค้นหาแรงบันดาลใจ ออกกำลังกายให้เป็นสายสตรองกันได้ที่ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันนี้-31 ตุลาคมนี้

‘ความฝันของฉันทนา’ คว้ารองชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294514

‘ความฝันของฉันทนา’ คว้ารองชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 6

‘ความฝันของฉันทนา’ คว้ารองชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 6

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชาติศิริ โสภณพนิช กก.ผจญ.ธ.กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประธานในพิธีมอบรางวัลให้กับ จันทรา รัศมีทอง ผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ

สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดการประกาศผลรางวัลชมนาด (The Best of Non-Fiction) โครงการประกวดสารคดีที่สร้างสรรค์โดยนักเขียนสตรีไทย ครั้งที่ 6 โดยมี ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ

งานนี้ ผลงาน “ความฝันของฉันทนา” ของ จันทรา รัศมีทอง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานรางวัลรองชนะเลิศ โครงการชมนาดครั้งที่ 6 ผลงานสารคดีที่เล่าเรื่องราวชีวิตของสาวน้อยลูกสาวชาวจีนที่ต้องจำใจทิ้งความฝันที่จะเป็นครู แล้วเดินเข้าสู่ชีวิตสาวโรงงานเย็บผ้า ด้วยเหตุผลเพียงว่า เธอเป็นลูกสาวคนโตที่ต้องเสียสละให้น้องๆ ได้ศึกษาเล่าเรียน การต้องละทิ้งความฝันมาเดินในเส้นทางที่บุพการีขีดไว้ ทำให้เธอได้พบกับสังคม ประสบการณ์ และทัศนคติใหม่ๆ ที่ได้มาจากการเป็น “สาวฉันทนา” รวมไปถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่ผสมผสานอย่างกลมกล่อมไปกับเรื่องราวชีวิตสาวโรงงานที่เผยให้เห็นความแกร่งของสตรีผู้ใช้แรงงานที่จะต้องสู้เพื่อจุดยืนของชนกรรมาชีพ


ดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล ศิลปินแห่งชาติ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี

สำหรับรองชนะเลิศในครั้งนี้ ความฝันของฉันทนา ได้รับความเห็นจากคณะกรรมการดังนี้ “ผู้เขียนได้ตระหนักถึงคุณค่าของความบากบั่นมุมานะให้ความฝันของตนปรากฏเป็นจริง ถ้าสาวโรงงานสักคนใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน ก็คงเป็นเรื่องที่คนทั่วไปคิดว่ายากจะเป็นจริง แต่สารคดีเรื่อง “ความฝันของฉันทนา” พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นไปได้ด้วยประสบการณ์ของตนเอง ราวสามทศวรรษก่อน เพลง “ความฝันของฉันทนา” ที่โด่งดังทำให้ชื่อ“ฉันทนา” กลายความหมายเป็นภาพแทนของสาวโรงงานที่ทุกคนรับทราบกันดี สารคดีเรื่อง “ความฝันของฉันทนา” นำชื่อนี้มาเป็นชื่อเรื่อง แม้ฝันไว้ไกล แต่ในที่สุด “ฉันทนา” คนนี้ก็กลายเป็นนักเขียนได้สำเร็จอย่างน่ามหัศจรรย์และน่าชื่นชม แต่จะยิ่งน่าชื่นชมมากกว่านี้หากในอนาคต เธอจะเขียนเรื่องราวของ “ฉันทนา” คนอื่นๆ ที่ยังต้องต่อสู้อย่างปากกัดตีนถีบเพียงเพื่อจะมีชีวิตอยู่ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างซับซ้อนและแก่งแย่งแข่งขันมากกว่าเดิมหลายเท่า เธอก็ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียน “ฉันทนา” เพื่อ “ชาวฉันทนา” ที่แท้จริง และรางวัลรองชนะเลิศ “รางวัลชมนาด” จะได้รับเกียรติบัตรชมเชย จากโครงการ Chommanard Book Prize พร้อมเงินรางวัล 50,000บาท และต้นฉบับจะได้รับการจัดพิมพ์เผยแพร่เพียงภาษาเดียว พร้อมค่าลิขสิทธิ์ตามมาตรฐานไทย นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเสวนาของตัวแทนคณะกรรมการเกี่ยวกับการคัดเลือกและตัดสินต้นฉบับรางวัลชมนาด และกล่าวถึงโครงการชมนาดในครั้งที่ 7 โดย บจก.สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นแจ้งให้รายละเอียด ซึ่งในครั้งนี้ เป็นประเภทงาน สารคดี-อรรถคดี (non-fiction) ที่ยังคงรูปแบบเดิมในการประกวดคือ เขียนโดยสตรีไทย ที่สร้างสรรค์อย่างเป็นเลิศและมีความประณีตเหมาะสมที่จะแปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเผยแพร่ไปให้ทั่วโลกได้ชื่นชมโดยทั่วกัน


ชาติศิริ โสภณพนิช กก.ผจญ.ธ.กรุงเทพ จำกัด (มหาชน), กนกวลี พจนปกรณ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ, อาทรเตชะธาดา กก.ผจก.สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น, จันทรา รัศมีทอง, ดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล ศิลปินแห่งชาติ, รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กก.บริหารและผช.ผจญ.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)


จันทรา รัศมีทอง ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ โครงการรางวัลชมนาด ครั้งที่ 6

ครีเอทีพ ซีเอสอาร์ สไตล์ ‘เอ็ม บี เค กรุ๊ป’ เปลี่ยนขยะล้นเมืองให้เป็นอนาคตของคนด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294516

ครีเอทีพ ซีเอสอาร์ สไตล์ ‘เอ็ม บี เค กรุ๊ป’  เปลี่ยนขยะล้นเมืองให้เป็นอนาคตของคนด้อยโอกาส

ครีเอทีพ ซีเอสอาร์ สไตล์ ‘เอ็ม บี เค กรุ๊ป’ เปลี่ยนขยะล้นเมืองให้เป็นอนาคตของคนด้อยโอกาส

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

\3 ทีมดีไซเนอร์ชั้นนำและมากประสบการณ์ ประกอบด้วย พลอยพรรณ ธีรชัย และ เดชา อรรจนานันท์ คู่หูสถาปนิกตกแต่งภายในแห่ง Thinkk Studio จักรกฤษณ์ อนันตกุล กราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดัง และ ธนิษฐ์ วชิรปราการสกุล เจ้าของสตูดิโอออกแบบ MOHO Studio

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป จัดกิจกรรม WOW DESIGN AWARDS 2017 เชิญชวนนักออกแบบร่วมส่งผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์และเครื่องประดับจากกระดาษเหลือใช้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการเปลี่ยนขยะเป็นอนาคตชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท และลุ้นเป็น 3 ทีมชนะเลิศ ที่ได้พัฒนาผลงานร่วมกับดีไซเนอร์ชั้นนำ อาทิ จักรกฤษณ์ อนันตกุล พลอยพรรณ ธีรชัย และ เดชา อรรจนานันท์ จาก Thinkk Studio พร้อมด้วย ธนิษฐ์ วชิรปราการสกุล จาก MOHO Studio เพื่อนำผลงานไปผลิตและจัดจำหน่ายจริง โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้กับสถาบันราชานุกูล เพื่อสนับสนุนการทำงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กและภาวะปัญญาอ่อน นักเรียนนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ที่รักในงานออกแบบและสนใจงานสร้างสรรค์ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม

ล่าสุดได้คัดเลือก 3 ทีมผู้ชนะ ได้แก่ ทีม Domino ของ ณัฐกานต์ เหมพานนท์ ทีม Re-please ของ กมลนัทธ์ ธุวโรจน์สกุล และ ตรีสุวัชช์ หอนรเศรษฐ์กุล และทีม Local Ateliers ของสุรัชนา ภควลีธร และแพร สฤษดิชัยนันทา ทั้ง 3 ทีมผู้ชนะจะทำงานร่วมกับ 3 ทีมดีไซเนอร์ชั้นนำและมากประสบการณ์ ประกอบด้วย พลอยพรรณ ธีรชัย และ เดชา อรรจนานันท์ คู่หูนักออกแบบตกแต่งภายในแห่ง Thinkk Studio จักรกฤษณ์ อนันตกุล กราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดัง และธนิษฐ์ วชิรปราการสกุล เจ้าของ MOHO Studio สตูดิโอออกแบบผลงานสร้างสรรค์จากกระดาษ


น้องๆ ทีมผู้เข้าประกวด MBK WOW DESIGN AWARDS 2017 ตั้งใจพัฒนาผลงานเพื่อให้ผู้พิการสามารถนำไปเล่นและสร้างอาชีพได้ง่ายๆ

โดย ศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทเอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เผยว่า เอ็ม บี เค กรุ๊ป เป็นองค์กรเอกชนที่มีธุรกิจหลากหลาย ทั้งศูนย์การค้าโรงแรม กอล์ฟ อสังหาริมทรัพย์ อาหารการเงิน ประกันชีวิต และประมูลรถยนต์ ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งปลูกจิตสำนึกด้านการจัดการขยะให้พนักงานได้มีส่วนร่วมลดปัญหาขยะและส่งต่อองค์ความรู้ที่ได้สู่ชุมชนโดยรอบ เพื่อเป็นผู้นำและต้นแบบขององค์กรเอกชนที่มีการลดใช้ทรัพยากรภายในองค์กร ควบคู่กับการเป็นกระบอกเสียงสร้างจิตสาธารณะให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่พนักงาน คู่ค้า และชุมชน ได้ตระหนักถึงผลกระทบของปัญหาขยะที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน บริษัท เห็นว่าการลดขยะจากต้นเหตุเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลดผลิตขยะ รู้จักคัดแยกเข้าระบบรีไซเคิลและนำขยะกลับมาแปรรูปใช้ใหม่อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งปีนี้ได้จัดกิจกรรมในองค์กร ชื่อว่า “ซุกสุขสิ้นเดือน” ให้พนักงานนำกระดาษและขวดพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วมาแลกเป็นของกินของใช้ ส่วนกระดาษเหลือใช้ได้นำมาต่อยอดในโครงการเพื่อสังคม “เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต” นำเสนอไอเดียต้นแบบให้เห็นว่าขยะไร้ค่าก็สามารถนำไปยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสได้ ด้วยการจัดประกวด ออกแบบผลิตภัณฑ์จากกระดาษเหลือใช้ ซึ่งเปิดโอกาสให้เหล่านักออกแบบมือสมัครเล่นได้นำเสนอไอเดีย และผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกนำไปผลิตโดยกลุ่มผู้พิการและเด็กพิเศษ จากมูลนิธิโสตศึกษา ทุ่งมหาเมฆ ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ พระประแดง และมูลนิธิสถาบันแสงสว่าง

โดยทั้งหมดจะร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ 6 แบบ รวมกว่า 900 ชิ้น ภายใต้ชื่อแบรนด์ WOW จำหน่ายผ่านคิออสเพื่อสังคมแห่งแรกของบริษัท ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก “MBKWOWDesign”ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและผลงานของ WOW Design ในโครงการเปลี่ยนขยะเป็นอนาคตได้ที่เฟซบุ๊ค และwww.wow-design.coซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายเดือนพฤศจิกายนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้


ผลงานออกแบบจากกระดาษเหลือใช้ของบรรดาดีไซเนอร์ชั้นนำ

เปิดตัวหนังสือครบรอบ 120 ปี เสด็จประพาสยุโรป ‘ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294521

เปิดตัวหนังสือครบรอบ 120 ปี เสด็จประพาสยุโรป ‘ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง’

เปิดตัวหนังสือครบรอบ 120 ปี เสด็จประพาสยุโรป ‘ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี จัดงานเปิดตัวหนังสือ“ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง”เนื่องในโอกาสครบ 120 ปีแห่งการเสด็จประพาสยุโรป หนังสือที่บันทึกบอกเล่าประวัติศาสตร์และเรื่องราวอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงที่ทรงทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ในครั้งนี้ได้ทูลเชิญประธานในพิธี พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงจุดเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี กล่าวว่า “เนื่องจากว่าปี 2560 นี้ เป็นปีที่ครบรอบ 120 ปี แห่งการเสด็จประพาสยุโรปของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยองค์แรกที่เสด็จประพาสยุโรป ทำให้สยามรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจตะวันตก เพราะหลังจากเหตุการณ์ ร.ศ.112 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ต่อสยามประเทศ ทั้งยังครบรอบ 107 ปี แห่งการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระอัยยิกาธิราชเจ้า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 และครบรอบ 1 ปี แห่งการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

จึงเป็นโอกาสสำคัญที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมหวนรำลึกถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ครั้งนั้น และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงทำให้ไทยยังคงเป็นไทยอยู่ทุกวันนี้ หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2546 ในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพครบ 150 ปี โดย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระกรุณาธิคุณประทาน พระนิพนธ์คำนำและเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีแนะนำหนังสือในปี พุทธศักราช 2547 และได้จัดทำขึ้นอีกครั้งในปีพุทธศักราช 2560 ภายในเล่มประกอบด้วยพระบรมฉายาลักษณ์หาชมได้ยากกว่า 155 ภาพเพิ่มคุณค่าด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ทองคำบริสุทธิ์99.9% พิมพ์สี่สีอย่างดี จำนวน 312 หน้าเย็บกี่ปกแข็ง บรรจุในกล่องผ้าไหมสวยงาม พร้อมใบรับรองกรรมสิทธิ์ จัดทำขึ้นตามจำนวนที่สั่งจอง เพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นเครื่องราชสักการะ อีกทั้งเป็นการเทิดพระเกียรติ บอกเล่าเรื่องราวที่ทรงคุณค่า ควรค่าแก่การจดจำองค์พระปิยมหาราชเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือ “ตามรอยพระยุคลบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง” นี้ คงอยู่สืบต่อไปสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน ให้ได้รับรู้ จดจำ และเผยแพร่ต่อๆ ไป”

อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เผยว่า“นึกเสมอว่ามีบุญวาสนาที่ได้มีโอกาสรับราชการใต้เบื้องพระยุคลบาท และได้มีโอกาสไปรับราชการในประเทศที่พระพุทธเจ้าหลวงได้เสด็จผ่านไม่ว่าจะเป็นทางด้านสแกนดิเนเวีย ทั้ง นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก ออสเตรีย เยอรมนี อิตาลี ต่างล้วนรู้จักพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เหมือนที่รู้จัก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เวลาที่พูดถึงประเทศไทย ชาวต่างประเทศที่กล่าวมาจะเอ่ยพระนามของทั้งสองพระองค์ตลอด สำหรับเราแล้วระลึกเสมอว่าพระราชนิพนธ์ไกลบ้านนั้นเปรียบเสมือนเป็นคำภีร์ทางด้านการทูตที่ดีที่สุดสำหรับเรา เพราะเห็นได้ว่าจากพระราชหัตถ์เนื้อความต่างๆ นั้น ได้เห็นถึงพระปรีชาสามารถ พระวิสัยทัศน์ พระวิริยะอุตสาหะ ที่จะให้ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤติต่างๆ เราจึงภูมิใจที่เราได้ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของคนไทยในต่างแดน”

พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ นักเขียนและนักประวัติศาสตร์ เผยว่า “ความรู้ทางประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะถ้าประเทศไทยก็พูดได้เลยว่าแทบไม่มีจุดไหนที่รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 ไม่ได้ทรงทำไว้ ทั้งเรื่องการศึกษา เศรษฐกิจ พระองค์ท่านทรงได้แก้ไขมาตลอดทั้งทรงงานเหมือนกันหมดและจะต่อเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบการสาธารณสุขและการศึกษา ที่เมื่อก่อนเราจะใช้วัดเป็นสถานที่ศึกษา ก่อนที่จะเริ่มมาเป็นโรงเรียน และตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นอีกมากมาย เรียกได้ว่าในแผ่นดินนี้ถ้าเหยียบที่ไหนทุกจุดล้วนเป็นผลงานของทั้งสองพระองค์”

ผู้สนใจสั่งจองหนังสือ “ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง”ในราคา 5,500 บาท ติดต่อได้ที่สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี โทร.02-6852255 หรือสั่งจองผ่านทาง www.booksmile.co.th หรือสั่งจองออนไลน์ผ่านร้านหนังสือ อาทิ ซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์ บีทูเอส นายอินทร์ ศูนย์หนังสือจุฬา และ Oookbook

คุณแหน : 28 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294520

คุณแหน : 28 กันยายน 2560

คุณแหน : 28 กันยายน 2560

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.26 น.

ll สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมฺพโร) ทรงเมตตาอธิษฐานจิตแผ่นทองคำบริสุทธิ์ที่จะนำไปหล่อหุ้มยอดฉัตรทองคำฝังเพชร พระธาตุท่าอุเทน นครพนม วันที่ 5 ต.ค. โดยมี สมาน คุณากรไพบูลย์ศิริประธานอำนวยการกิตติมศักดิ์ฯ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธฯ…

 

llรศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง และ บุตรธิดา เชิญชวนแต่ญาติสนิท มิตรสหายมาร่วมทำบุญ ครบรอบ 1 ปีพลเอก สุทิน จันทร์กระจ่าง 7 ต.ค. 07.30 น.ณ วัดป่าดาราภิรมย์ อ.แม่ริม เชียงใหม่…

ll ดร.วีระชัย เตชะวิจิตร์ ประธานโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์กรุงเทพ ใกล้สี่แยกเหม่งจ๋ายงาน Open House สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมและมัธยมศึกษา 10 ต.ค. 09.00-12.00 น. โดยเปิดรับนักเรียนทั้งแบบไป-กลับและอยู่ประจำที่หอพัก www.regents.ac.th…

ll กลุ่มธนชาตนำโดย สมเกียรติ ศุขเทวา ขอเชิญร่วมทำบุญปัจจัยสมทบทุนจัดสร้างศาลาอเนกประสงค์ ในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดเสาธงทอง(พระอารามหลวง) อ.เมือง ลพบุรี 15 ต.ค. เวลา 13.09 น. ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญที่ธนาคารธนชาตทุกสาขาทั่วประเทศ ทำบุญ 2,000 บาทจะได้รับ เหรียญหลวงพ่อโต สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเจ้าพ่อพระกาฬ 1 ชุด ทำบุญ 1,000 บาทได้รับเหรียญหลวงพ่อโต 1 เหรียญ www.thanachartbank.co.th…

ll ชนินทร์ วรรณดิษฐ์แวะเข้าไปทำบอลลูนหัวใจแบบไม่มีใครรู้มาก่อนกลับออกจากบำรุงราษฎร์ แข็งแรงแต่ต้องเลื่อนทริปที่จะพามาดาม จณา และครอบครัวไปญี่ปุ่นสักแพล็บ…

ll หลังจากรักษาสายตาสั้นกว่า 9 ปี อรรถวดีจิรมณีกุล เข้ารับบริการของ TRSC ด้วยบริการอบอุ่น ของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีแนวในการดำเนินงานด้วยอารมณ์ดีและมีความสุข…

ll เมื่อนายใหญ่ธานินทร์ พานิชชีวะ แห่ง บมจ.ทางยกระดับ ดอนเมือง ขยันออกตรวจตราป้ายบอกสัญญาณต่างๆ ความสะอาดสองข้างถนน และความปลอดภัยของพื้นผิวถนน โทลล์เวย์ตั้งแต่ทางขึ้นจนสุดสายเป็นประจำ ทุกปัญหาแก้ไขได้ทันท่วงที…

ll ชฎาทิพจูตระกูล นักธุรกิจแถวหน้าแห่งสยามพิวรรธน์รับรางวัลล่าสุดจากเว็บไซต์ชื่อดังในอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก Business of Fashion เป็นหนึ่งใน 500 บุคคลแห่งปีจาก BoF 500 เป็นหญิงเก่งหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่ทั่วโลกยอมรับ…

ll พญ.เจรียง จันทรกมล แห่งรพ.ในเครือบางปะกอก มีข่าวดีสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ให้อ่านคอลัมน์ข้างล่างดู…มีความหวัง…

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว “จุลชาติ” ภรดร-กรนภ-สุรสา-จามร ที่สูญเสียคุณแม่วิภา จุลชาต สวดพระอภิธรรม ศาลา 3 วัดมกุฏกษัตริยาราม 27 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม… ฌาปนกิจวันพุธที่ 4 ตุลาคม เวลา 17.00 น….ll

น้อง

เปิดนิทรรศการ ‘อยู่ดี อย่างยั่งยืน’ สืบสานพระราชปณิธาน ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294308

เปิดนิทรรศการ ‘อยู่ดี อย่างยั่งยืน’ สืบสานพระราชปณิธาน ร.9

เปิดนิทรรศการ ‘อยู่ดี อย่างยั่งยืน’ สืบสานพระราชปณิธาน ร.9

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เทสโก้ โลตัส ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน โครงการหลวง ผ่านนิทรรศการ “อยู่ดี อย่างยั่งยืน” นำพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 เผยแพร่สู่ประชาชน ณ พลัสมอลล์ เทสโก้ โลตัส บางใหญ่ พร้อมเผยโมเดลชาวเราช่วยชาวเขาแบบยั่งยืน พัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยร่วมงานอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ต้นน้ำ เพิ่มปริมาณรับซื้อผลผลิตจากโครงการหลวงต่อเนื่องชูเป็นผู้นำรับซื้อและจำหน่ายสินค้าโครงการหลวงรายใหญ่สุดของไทย พร้อมแสดงสินค้าจากโครงการหลวง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน

สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส เริ่มนำผักและผลไม้สดจากแปลงผลิตของเกษตรกรชาวเขาในพื้นที่โครงการหลวง มาจำหน่ายในร้านเทสโก้ โลตัส ตั้งแต่ พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา เรามุ่งมั่นสานต่อพระราชปณิธานในการพลิกฟื้นพื้นที่บนดอยสูงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ให้ก่อเกิดเป็นการเกษตรที่ถาวรและยั่งยืน ชุมชนชาวเขาสามารถสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงได้ จากรายได้ที่พวกเขาได้จากการจำหน่ายผลผลิตผ่านร้านเทสโก้ โลตัส กว่า 1,900 สาขาทั่วประเทศ

“นอกจาก เทสโก้ โลตัส จะทำหน้าที่เป็นช่องทางกระจายผักและผลไม้ของโครงการหลวงอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เรายังพัฒนาร่วมกันเพื่อให้เกษตรกรที่อยู่บนดอยเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในโมเดลที่ได้เข้าไปช่วยทำให้ผลผลิตชาวเขาขายได้มากขึ้นก็คือ การพัฒนาเรื่องระบบโลจิสติกส์ ที่ทำให้ลดความสูญเสียระหว่างการขนส่ง ทำให้เกษตรกรขายผลผลิตได้มากขึ้น โดยเทสโก้ โลตัส ได้นำผลิตภัณฑ์โครงการหลวงมาจำหน่ายในราคาที่เอื้อมถึง ที่ผ่านมายอดขายสินค้าจากโครงการหลวงในเทสโก้ โลตัส จึงมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 1-2 เท่าตัว”

เทสโก้ โลตัส และโครงการหลวงได้ร่วมกันพัฒนาระบบการจัดการ การบริหารผลผลิตในหลายเรื่อง โดยทำงานร่วมกับชาวเขาที่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกผลผลิตอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการเพาะปลูกและมาตรฐานสินค้าระดับสากล หรือมาตรฐานออร์แกนิกส์, ระบบโลจิสติกส์ที่พัฒนามาสู่ใช้รถห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมในการขนส่ง จากจุดรวบรวมผลผลิตที่ใกล้แหล่งเพาะปลูกมากที่สุด เพื่อให้ผักผลไม้คงความสดอร่อยจนถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ

สลิลลา กล่าวอีกว่า “อาหารสดคือหัวใจของธุรกิจ เทสโก้ โลตัส เพราะเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพของลูกค้า ประกอบกับในปัจจุบัน คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพ ผ่านการเลือกอาหารสดที่นอกจากจะต้องมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังต้องมีคุณภาพและความปลอดภัยสูง ดังนั้น เทสโก้ โลตัส จึงมุ่นมั่นในการจำหน่ายสินค้าอาหารสดคุณภาพสูงในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ ซึ่งสินค้าจากโครงการหลวงตอบโจทย์ของลูกค้าอย่างมาก โดยเทสโก้ โลตัส ได้มีการเพิ่มปริมาณในการรับซื้อสินค้าและประเภทของสินค้าจากโครงการหลวงทุกปี ในปีนี้ทั้งเราและโครงการหลวงต่างก็มีพันธกิจที่สอดคล้องกันในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการลดการสูญเสียตลอดกระบวนการตั้งแต่แหล่งเพาะปลูกจนถึงมือผู้บริโภคร่วมกัน จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล ลดการสูญเสียสินค้าโดยไม่จำเป็น ซึ่งก็จะนำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร ส่วนลูกค้าเองก็จะสามารถเข้าถึงอาหารสดคุณภาพสูงราคาประหยัดได้ด้วย”

นอกจากนั้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รวมถึงเผยแพร่ความเป็นมาของโครงการหลวงเทสโก้ โลตัส และโครงการหลวง จึงได้ร่วมกันจัดงานนิทรรศการ “อยู่ดี อย่างยั่งยืน” โดยมีเนื้อหาการนำเสนอในเรื่องของการอยู่ดี อย่างยั่งยืน ภายในงานมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง รวมถึงกิจกรรมต่างๆ มากมายตั้งแต่วันนี้-30 กันยายนนี้ ที่พลัสมอลล์ เทสโก้ โลตัส บางใหญ่

ALL ABOUT YOU เนรมิตความสวยแบบดีต่อใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294300

ALL ABOUT YOU เนรมิตความสวยแบบดีต่อใจ

ALL ABOUT YOU เนรมิตความสวยแบบดีต่อใจ

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เครื่องสำอางสามารถเนรมิตความสวยให้กับผู้หญิงได้ แต่จะดีแค่ไหนถ้าเป็นความสวยแบบดีต่อใจ ทั้งปลอดภัยและบำรุง อย่างเครื่องสำอางออร์แกนิก ที่มีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ ผิวแพ้ง่ายหรือคุณแม่ตั้งครรภ์และมีลูกน้อย

ทาง All About You ได้คัดสรรแบรนด์เครื่องสำอางออร์แกนิก เพื่อมอบเป็นทางเลือกให้กับสาวๆ โดยเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เครื่องสำอางออร์แกนิก สามารถใช้แต่งหน้าได้ติดทน มีสีสัน และเพิ่มลูกเล่น เช่นเดียวกับเครื่องสำอางทั่วไป โดยล่าสุดได้แนะนำแบรนด์น้องใหม่ได้แก่

alima Pure (อลิมา เพียว) เครื่องสำอางที่ผลิตจากแร่ธรรมชาติ 100% จากสหรัฐอเมริกาไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตราย สัมผัสบางเบา ลุคธรรมชาติ เนื้อเนียน สามารถปกปิดร่องรอยและจุดด่างดำได้อย่างดี ไม่ก่อให้เกิดคราบ ลดการอุดตัน ลดการเกิดสิว หรืออาการระคายเคืองให้กับผิวหน้า เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย

HAN สีสันที่มาพร้อมอาหารผิว เครื่องสำอางที่เป็นที่สุดแห่ง ความบริสุทธิ์ สุขภาพผิวที่ดี และคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพราะสีสันของแบรนด์นี้สกัดมาจากพืชพรรณต่างๆ ทั้งผัก และผลไม้ ทั้งยังมีสารสกัดจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย และช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ พร้อมกับช่วยแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าไปในตัว

มิลค์-ภัทลดา เผยโฉมชุดประจำชาติ พร้อมประกวดเวทีโลก ‘มิสเวิลด์ 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294352

มิลค์-ภัทลดา เผยโฉมชุดประจำชาติ พร้อมประกวดเวทีโลก ‘มิสเวิลด์ 2017’

มิลค์-ภัทลดา เผยโฉมชุดประจำชาติ พร้อมประกวดเวทีโลก ‘มิสเวิลด์ 2017’

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พร้อมแล้วกับการทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมประกวดเวทีระดับโลก“มิสเวิลด์ 2017” ณ เมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน กลางเดือนตุลาคมนี้ สำหรับ มิลค์-ภัทลดา กุลภัคธนภัทร์ ล่าสุดกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์เปิดตัวชุดที่จะใช้ในการประกวด ก่อนจะออกเดินทางในวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคมนี้

สำหรับชุดที่เตรียมเข้าร่วมการประกวด ชุดประจำชาติ เป็นชุดไทยจักรี ชุดนี้จะใช้สวมใส่วันประมูลการกุศล ซึ่งได้รับการออกแบบและตัดเย็บโดยห้องเสื้อ เมอเรียด แกรนด์มอนด์ เช่นกัน โดยชุดไทยจักรี ซึ่งชุดไทยจักรีชุดนี้เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือลายกลีบดอกพิกุลทอง ที่เป็นดอกไม้ไทยที่มีกลิ่นหอม จึงจำลองลายดอกพิกุลมาประยุกต์ผสมกับลายไทยปักดิ้นทองลงบนผ้าไหม ปักทองเหลือง คริสตัล และลูกปัด เป็นลวดลายบนตัวทั้งชุดบ่งบอกถึงความงดงามของดอกไม้ไทย ส่วนโทนสีของชุดเป็นสีม่วงเปลือกมังคุด ซึ่งมังคุดก็คือราชินีผลไม้ไทย และเมื่อสีม่วงเปลือกมังคุดผสมผสานกับดอกพิกุลทอง ทำให้ชุดไทยจักรีชุดนี้บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน เมื่อตัวแทนประเทศไทยสวมใส่ ต้องมีพลังดึงดูดความสนใจจากผู้ที่อยู่รอบข้าง

ชุดราตรีรอบตัดสิน ออกแบบและตัดเย็บโดยห้องเสื้ออีโมชั่นส์ ชื่อชุด “ทับทิมสยาม” โดยตัวชุดใช้ผ้าซีทรูเพื่อให้ความรู้สึกเบาไม่หนักทึบ ปักด้วยลูกปัดสีแดงขนาดเล็กคละแบบ ที่จะเล่นแสงระยิบระยับบนเวทีการประกวด ซึ่งลวดลายที่ปักเปรียบเสมือนพลังของคนไทยทั้งชาติที่ไหลมาหล่อรวมหลอมใจเป็นหนึ่งบนชุดเดียวกัน อีกทั้งเพิ่มความหรูหราด้วยสุ่มสีแดงวิจิตร ไล่ระดับเพิ่มเลเยอร์ให้ดูพลิ้วไหวเมื่อเดินย่างกรายอยู่บนเวที

นอกจากนั้น ยังมีชุดราตรีที่เตรียมไปใช้สำหรับการประกวดออกแบบและตัดเย็บโดยห้องเสื้อ เมอเรียด แกรนด์มอนด์ เช่นกัน ภายใต้แนวคิด “ราชินีแห่งแสงทอง” ชุดนี้สื่อความหมายถึงความรุ่งโรจน์ในมิตรภาพของเหล่าสาวงามเวทีมิสเวิลด์ ที่พร้อมจะส่งต่อจิตใจอันงดงามเปล่งประกายแห่งความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์และธรรมชาติบนโลกใบนี้ ซึ่งผ้าที่ใช้เป็นผ้าซาตินกำมะหยี่สีทอง ประดับด้วยกลีบดอกโบตั๋นปักด้วยผ้าดิ้นทองและลูกปัดล้วน เปรียบเสมือนแผ่นดินทองที่รวมเราไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน และกลีบดอกโบตั๋นซึ่งเปรียบเสมือนมวลมนุษยชาติ และดอกโบตั๋นนี้ชาวจีนยังเชื่อว่า เป็นดอกไม้แห่งความมั่งคั่งรุ่งเรือง ตัวแทนประเทศไทยที่ใส่ชุดนี้ จึงเปรียบเหมือนเทพีแห่งมิตรภาพที่จะนำความสว่างสดใสไปหยิบยื่นให้ทุกที่บนโลกใบนี้

โดยรอบตัดสิน “มิสเวิลด์ 2017” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 ณ เมืองซานย่าสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ชมในประเทศไทยสามารถร่วมติดตาม ชม แชร์ และให้กำลังใจ มิลค์ ได้ทาง Fanpage Facebook : Miss World- Thailand