โชว์ผ้าไหมแพรวาพระราชินี ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294101

โชว์ผ้าไหมแพรวาพระราชินี ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน

โชว์ผ้าไหมแพรวาพระราชินี ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผ้าไหมถิ่นอีสาน ได้รับรางวัลทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และผ้าไหมแพรวาพระราชินี มูลค่ากว่า 600,000 บาท  โชว์ครั้งแรกในงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่  27 กันยายน-1 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา บางนา

งาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกระดับผ้าไหมกลุ่ม จังหวัดสู่การเป็นศูนย์กลางออกแบบผลิตภัณฑ์จากไหมในภูมิภาค กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ประกอบไปด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ และเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นการผลิตผ้าไหมในแต่ละภูมิภาคให้มีการพัฒนาและรักษาไว้ให้สืบต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน

ปัจจุบันผ้าไหม เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ถึงความประณีต งดงาม และบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งผ้าไหมแต่ละถิ่นจะมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น “ผ้าไหมสาเกต” จากสาเกตนคร ชื่อในอดีตของเมืองร้อยเอ็ด ตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสานมานานกว่า 200 ปี ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริม และสืบทอดวัฒนธรรมทอผ้ามาจากบรรพบุรุษผ้าไหมสาเกตมีทั้งผ้าซิ่น  ผ้าโสร่ง สไบ ผ้าพื้น ฯลฯ และผ้าไหมมัดหมี่ขึ้นชื่อ อาทิ ลายขอ ลายบักจับ ลายนาคน้อยและลายสาเกต เป็นต้น “ผ้ามัดหมี่” จังหวัดขอนแก่น ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะทั้งการคัดเส้นไหม  การออกแบบลายหมี่ การให้สี การทอ ทำให้มีความโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นลายกง ลายปลาซิว ลายนกเชิงเทียน ฯลฯ  พลาดไม่ได้กับ “ผ้าไหมมัดหมี่ลายสร้อยดอกหมาก” อันขึ้นชื่อของจังหวัดมหาสารคาม ลายเก่าแก่ของบรรพบุรุษและถือเป็นลายเอกลักษณ์ประจำจังหวัดมหาสารคาม สุดท้ายเป็น “ผ้าไหมแพรวา” จังหวัดกาฬสินธุ์ผ้าทอมือของชาวภูไท ที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอดของผ้าไหม ด้วยลวดลายอันวิจิตรงดงาม ทำให้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในระดับโลก

โดยภายในงานมหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากไหมฯ “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย 1.โซนนิทรรศการ ครั้งแรกกับการโชว์ผ้าไหมได้รับรางวัลทองคำพระราชทานจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และผ้าไหมแพรวาพระราชินี มูลค่ากว่า 600,000 บาทโชว์การเลี้ยงหม่อนไหม 2.ซุ้มสาธิต พบกับ การสาธิตการมัดหมี่ลายผ้าไหมของ 3 จังหวัด การทอผ้าแพรวาจากกาฬสินธุ์ 3.โซนจำหน่ายและการแสดงผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากไหม สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปขึ้นชื่อ สินค้า OTOP ของดีจากจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ ที่มีมาให้ได้เลือกช็อปมากกว่า 50 ร้านค้า และเพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ roiet.cddgo.th และ Facebook พัฒนาชุมชนร้อยเอ็ด สพจ โทรศัพท์ 043-511260

สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานการจัดงาน ชนมณัฐ รอดบุญธรรม พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด

สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานการจัดงาน ชนมณัฐ รอดบุญธรรม พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด
แพนเค้ก-เขมนิจ กับผ้าไหมราคา 6 แสนบาท

แพนเค้ก-เขมนิจ กับผ้าไหมราคา 6 แสนบาท

‘บัลเลต์’รอบการกุศลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้เยาวชนไทยและน้องผู้พิการและด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294097

‘บัลเลต์’รอบการกุศลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้เยาวชนไทยและน้องผู้พิการและด้อยโอกาส

‘บัลเลต์’รอบการกุศลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้เยาวชนไทยและน้องผู้พิการและด้อยโอกาส

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สิทธิกุล บุญอิต

บริษัท อินเตอร์เนชั่ลแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่นส์ จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดงานแสดงบัลเลต์รอบพิเศษเพื่อการกุศล เรื่อง ซินเดอเรลลา โดยคณะเยกาเตรินเบิร์กโอเปรา แอนด์ บัลเลต์ เธียเตอร์ จากประเทศรัสเซีย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กผู้พิการและเด็กด้อยโอกาสจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศไทย รวมทั้งนักเรียน นิสิต-นักศึกษา กว่า 1,600 คน ได้รับชมงานแสดงที่งดงาม ประณีต สร้างจินตนาการ ทั้งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมจากต่างประเทศ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยไปเมื่อเร็วๆ นี้

สิทธิกุล บุญอิต รองผู้อำนวยการมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “เริ่มต้นเมื่อ 19 ปีที่แล้วที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนาราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระดำริ อยากให้มีเทศกาลทางศิลปะการแสดง ให้คนไทยได้มีโอกาสสัมผัส โดยที่ไม่ต้องเสียเงินไปดูที่ต่างประเทศ พระองค์ท่านก็ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์และเสด็จมาประทับประชุมเลือกคณะการแสดงด้วยพระองค์เอง กำหนดราคาบัตรเข้าชมด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นก็ได้ดำเนินการมาเรื่อยๆ ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมารับช่วงต่อเป็นองค์อุปถัมภ์ ในช่วงแรกที่เราทำขึ้นก็มีติดขัดอยู่มาก เพราะบัลเลต์โอเปรา ยังเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนไทยอยู่ หลังจากที่เราทำงานมาเรื่อยๆ ก็มีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนด้วย อีกทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ได้บรรจุมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพ เป็นหนึ่งในปฏิทินหลักของเทศกาลประจำปีการท่องเที่ยว เราจึงคิดว่าเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้น

นอกจากการแสดงบัลเลต์ เรื่องซินเดอเรลลา ในรอบการกุศลนี้แล้ว ยังมีทั้งการแสดงบัลเลต์ร่วมสมัย กายกรรม มายากล ละครบรอดเวย์ และออเคสตราคอนเสิร์ตซึ่งกำลังเปิดการแสดงให้ชมไปจนถึงวันที่ 19 ตุลาคมนี้ สำหรับท่านที่สนใจอยากชมการแสดง สามารถซื้อบัตรได้ที่ www.thaiticketmajor.com สายด่วนโทร.02-2623191 หรือที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา”

ด้าน มร.เวียเชสลาฟ ซาโมดูรอฟ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ และตัวแทนนักแสดง กล่าวว่า “ยินดีที่ได้มีส่วนร่วมกับงานบัลเลต์รอบการกุศลที่เลือกเรื่องซินเดอเรลลามาแสดงเพราะเป็นแนวแฟนตาซี เด็กๆ ที่ได้เข้ามาดูก็จะได้มีจินตนาการ มีช่วงเวลาที่รู้สึกสนุก มีช่วงเวลาที่เขายิ้มได้ จึงยินดีอย่างมากที่มีส่วนร่วมกับงานรอบการกุศลในครั้งนี้”

ขณะที่ ณินทิรา โสภณพนิช ประธานมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และตัวแทนจาก บมจ.ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า“ด้วยเจตนารมณ์ที่เราอยากให้คนไทยได้มีโอกาสสัมผัสการแสดงดนตรีและศิลปะการแสดงต่างๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปชมที่ต่างประเทศ ซึ่งเทศกาลที่เราจัดร่วมก็ได้ถูกคัดสรรค์โชว์ที่พิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญ และให้คนไทยได้เข้าชม เราก็ยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้มีสิ่งนี้เกิดขึ้น หวังว่าพี่น้องคนไทยจะเข้ามาดูมาชื่นชมการแสดงนี้

บัลเลต์รอบการกุศลเรื่อง ซินเดอเรลลาจะช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ให้เด็กๆ เพราะเป็นเรื่องที่เด็กๆ รู้จักเป็นอย่างดี การได้เห็นนักบัลเลต์ที่มีฝีมือระดับโลก แต่งตัวด้วยชุดสวยงาม มีฉากตระการตา ก็น่าจะสร้างความประทับใจและความทรงจำที่ดีให้เด็กๆ ที่เราเชิญมาจากมูลนิธิกว่า 20 แห่ง และจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ด้วย รวมทั้งหมด 56 สถาบัน เราดีใจที่เด็กๆ ได้มีโอกาสมาร่วมสนุกและได้เรียนรู้”

หลังได้ชมการแสดงบัลเลต์ น้องเบลล์(นามสมมุติ) จากสถานรับแรกเด็กหญิงบ้านธัญพร บอกว่า “รู้สึกสนุกที่ได้มาชมการแสดงเรื่องซินเดอเรลลา ชอบการเต้นบัลเลต์มาก และชุดก็สวยด้วย เพลงก็ตื่นเต้นดี แล้วก็อยากมาดูอีก เพราะดูแล้วได้ทั้งความสนุกและความพร้อมเพรียงของการเต้น” ส่วน น้องเนย (นามสมมุติ) อายุ 12 เด็กพิเศษจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์บางกรวย บอกว่า “ได้ดูการแสดงแล้วสนุกมาก ชอบฉากของการแสดงที่มีดาวตก และชอบซินเดอเรลลาเพราะว่าชุดสวย ถ้ามีโอกาสก็อยากมาดูอีกครั้ง”

มร.เวียเชสลาฟ ซาโมดูรอฟ

มร.เวียเชสลาฟ ซาโมดูรอฟ
ณินทิรา โสภณพนิช

ณินทิรา โสภณพนิช
การแสดงบัลเลต์เรื่อง “ซินเดอเรลลา”

การแสดงบัลเลต์เรื่อง “ซินเดอเรลลา”

อุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต แหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ตามแนวคิด ‘ห้องสมุดมีชีวิต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294112

อุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต แหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ตามแนวคิด ‘ห้องสมุดมีชีวิต’

อุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต แหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ตามแนวคิด ‘ห้องสมุดมีชีวิต’

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับอุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต หรือ พีเค พาร์ค (PK park) แหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ตามแนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต” จากความร่วมมือของ เทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกับ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) หรือ TK park หน่วยงานในสังกัดสำนักงานบริการและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ด้วยการพัฒนาแหล่งเรียนรู้สำคัญสองแห่งที่แตกต่างกันตามบริบทพื้นที่ของเทศบาลนครภูเก็ต เชื่อมโยงการทำงานและการบริหารจัดการให้เป็นรูปแบบของอุทยานการเรียนรู้ตามแนวคิดห้องสมุดมีชีวิต เพื่อส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ ทั้งด้านการอ่าน การคิด และการแสวงหาความรู้อย่างกว้างขวางให้กับเด็ก เยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อการนำไปสู่การประดิษฐ์คิดค้นเพื่อสิ่งใหม่หรือต่อยอดพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์พื้นฐาน รองรับกับเทคโนโลยี 4.0 รวมทั้งพัฒนาคนและสร้างคนรุ่นใหม่ เพื่อรองรับSmart City ของจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืน โดยมี พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน

อธิปัตย์ บำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หน่วยงานกลางมีหน้าที่บริหารจัดการ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) หรือ TK park เผยว่า การแบ่งปันและกระจายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับความสนใจให้กับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ถือเป็นภารกิจสำคัญของ สอร. ดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบของอุทยานการเรียนรู้ หรือ ห้องสมุดมีชีวิต ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานที่ทำความร่วมมือกับเราแล้วจำนวน 34 แห่ง ใน 24 จังหวัด PK park นี้ สอร.ได้ทำบันทึกลงนามความร่วมมือกับเทศบาลนครภูเก็ต และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ตั้งแต่ปี 2557 จากนั้นได้มีการปรับปรุงพื้นที่อาคาร 2 แห่ง ให้เป็นรูปแบบของอุทยานการเรียนรู้แห่งแรก ได้แก่ Life Long Learning Center ตั้งอยู่ที่ ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ แห่งที่สอง ได้แก่ Creativity & Innovation Center ตั้งอยู่ที่ ต.วิชิต อ.เมือง ในส่วนความร่วมมือ สอร. นอกจากให้คำปรึกษาด้านกายภาพ การพัฒนาบุคลากร การให้คำปรึกษาด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ยังได้มอบสื่อการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ และมัลติมีเดียที่เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ประกอบด้วย สื่อการเรียนรู้ชุด “ขุมทรัพย์ของแผ่นดิน” ชุด “วัตถุเล่าเรื่อง” สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบหนังสือเสียง และ “เกมสร้างสรรค์” รวมทั้งการให้บริการห้องสมุดสาธารณะออนไลน์ (TK Public Online Library) ที่มีหนังสือและสื่อจากทั่วโลกให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น ดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งในระบบ iOS และ Android

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาอุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต คือการสร้างพื้นที่การเรียนรู้สาธารณะให้เกิดขึ้น เพื่อการสร้างและพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อรองรับการเป็น Smart City ของจังหวัดภูเก็ตต่อไป ขอเชิญน้องๆ เยาวชนและประชาชนทั่วไปร่วมสนุกกับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ในพื้นที่สร้างสรรค์การเรียนรู้ที่ทันสมัยของอุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต ทั้งสองแห่งเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์

พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผช.รมต.ประจำสำนักนายกฯ, สนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต, อธิปัตย์ บำรุง ผอ.สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน), สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ในพิธีเปิดอุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต

พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผช.รมต.ประจำสำนักนายกฯ, สนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต, อธิปัตย์ บำรุง ผอ.สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน), สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ในพิธีเปิดอุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต

พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดงาน ‘เทศกาลอาหารและไวน์’ ครั้งที่ 18

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294116

พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดงาน ‘เทศกาลอาหารและไวน์’ ครั้งที่ 18

พระองค์โสมฯ เสด็จทรงเปิดงาน ‘เทศกาลอาหารและไวน์’ ครั้งที่ 18

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงานเทศกาลอาหารและไวน์ประจำปี ครั้งที่ 18 โดยมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ, มร.แพทริค โบท ผจญ.โรงแรมฯ, มร.ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ พร้อมภริยา มิสซิสคริสซานธี ราชากาเรีย รับเสด็จ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงเปิดงาน “เทศกาลอาหารและไวน์ประจำปี” ครั้งที่ 18 หรือ World Gourmet Festival ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2560 กับงานเฉลิมฉลองเทศกาลอาหารและไวน์ที่ดีสุด มีสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์และเชฟชื่อดังจากทั่วโลก ได้รวบรวมรายได้ทั้งหมดจากการประมูลของรางวัล อาทิ บัตรที่พักสุดหรูจากโรงแรมและรีสอร์ทหลายแห่งจากทั่วโลกในเครืออนันตรา และไมเนอร์ โฮเทล รวมถึงตั๋วเครื่องบินจากเตอร์กิชแอร์ไลนส์ และน้ำหอมจาก Lampe Berger Paris ประเทศฝรั่งเศส รวมถึงการขายบัตรรับประทานอาหารมื้อค่ำตลอดเทศกาลทุกที่นั่ง (บริจาค 600 บาทต่อบัตร) โดยจะนำไปร่วมบริจาคสมทบทุนกองทุนพระวรราชาทินัดดามาตุ เพื่อช่วยลดการติดเอดส์ สภากาชาดไทย

งานนี้ประสบความสำเร็จไปด้วยดี ด้วยการตอบรับเป็นอย่างดีจากเชฟทั้ง 11 คน ซึ่งได้รับรางวัลรับรองฝีมือและรสชาติอาหารในระดับสากล รวมทั้งยังติดอันดับ The World’s 50 Best Restaurants บินตรงมาจาก 8 ประเทศทั่วโลกเพื่อมาปรุงอาหารจานเด่นเคียงคู่กับไวน์รสเลิศให้ได้ชิมกันอย่างสุดฝีมือตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม และผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ รวมถึงผู้สนับสนุนการจัดงานทั้งหมด ซึ่ง 11 เชฟที่มาร่วมงาน ได้แก่ เชฟกีโยม กาลิโอ จากห้องอาหาร Caprice ฮ่องกง ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว, เชฟชินอิชิโร่ ทาคากิ จากห้องอาหาร Zeniya ญี่ปุ่น ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว, เชฟฮิโรอากิ อิชิสุกะ จากห้องอาหาร Kien ญี่ปุ่น ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว, เชฟเจสัน แทน จากห้องอาหาร Corner House สิงคโปร์ ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว, เชฟคริสเตียน คอสตาร์ดิ และเชฟมานูเอล คอสตาร์ดิ จากห้องอาหาร Ristorante Christian e Manuel อิตาลี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว, เชฟมิเกล ลาฟฟาน จากห้องอาหาร L’AND Vineyards โปรตุเกส ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว,เชฟคริสตินา บาวเวอร์แมน จากห้องอาหาร Glass Hostaria อิตาลี ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว,เชฟจอค ซอนฟริลโล จากห้องอาหาร Restaurant Orana ออสเตรเลีย,เชฟอนาโตลี คาซาคอฟ จากห้องอาหาร Selfie รัสเซีย, เชฟบ็อบบี้ ชิน เซเลบริตี้เชฟจากเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษของเทศกาล เวิลด์ กูร์เมต์ อีกมากมาย อาทิ การแนะนำกลิ่นน้ำหอมที่นำเสนอคู่กับอาหารจานพิเศษเสิร์ฟเข้าคู่กับไวน์ชั้นเลิศ พร้อมชมแฟชั่นโชว์สุดหรูเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับประทาน, ประสบการณ์เหนือระดับกับการจิบแชมเปญ และบลูฟรายเดย์ไนท์ เวิลด์ กูร์เมต์ อาฟเตอร์นูนที จิบน้ำชายามบ่ายแบบบุฟเฟ่ต์พร้อมชา Mariage Frères ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นชาอันดับ 1 ของโลก สัญชาติฝรั่งเศส

ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมชฯ

ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมชฯ
สันติ ภิรมย์ภักดี

สันติ ภิรมย์ภักดี
มร.วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค,ม.ล.ชโยทิต กฤดากร,ม.ล.ปิยาภัสร์-จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี,จรัมพร โชติกเสถียร

มร.วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค,ม.ล.ชโยทิต กฤดากร,ม.ล.ปิยาภัสร์-จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี,จรัมพร โชติกเสถียร
ผู้บริหารและ 11 เชฟที่มาร่วมงานในครั้งนี้

ผู้บริหารและ 11 เชฟที่มาร่วมงานในครั้งนี้
ขวัญชัย-ประไพศรี ปภัสร์พงษ์

ขวัญชัย-ประไพศรี ปภัสร์พงษ์
ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าฯ ททท.

ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าฯ ททท.
พัฒพงษ์-ปรียามล ธนวิสุทธิ์

พัฒพงษ์-ปรียามล ธนวิสุทธิ์
เพชร โอสถานุเคราะห์ และลูกชาย

เพชร โอสถานุเคราะห์ และลูกชาย

ก้าวใหม่การรักษาโรคเลือดออกง่าย ผู้ป่วยไม่ต้องมารับน้ำเหลืองในโรงพยาบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294123

ก้าวใหม่การรักษาโรคเลือดออกง่าย ผู้ป่วยไม่ต้องมารับน้ำเหลืองในโรงพยาบาล

ก้าวใหม่การรักษาโรคเลือดออกง่าย ผู้ป่วยไม่ต้องมารับน้ำเหลืองในโรงพยาบาล

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นพ.ชูชัย ศรชำนิ

โครงการโรคฮีโมฟีเลีย โรคเรื้อรังที่มีค่าใช้จ่ายสูงของสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. นับตั้งแต่ริเริ่มโครงการในปี พ.ศ.2549 ด้วยการจัดสรรแฟคเตอร์เข้มข้น ที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคอย่างครบถ้วนที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ ปลอดจากโรคเอดส์และโรคตับอักเสบ สามารถช่วยผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียที่ได้ลงทะเบียนในโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งมี 49 โรงพยาบาลทั่วประเทศ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์จะแนะนำและสอนผู้ป่วยและครอบครัว สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเองที่บ้าน สามารถฉีดแฟคเตอร์เข้มข้นเข้าหลอดเลือดดำ เมื่อเริ่มมีอาการติดขัดที่ข้อ หรือกล้ามเนื้อ โดยปัจจุบันสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยนับ 1,000 รายต่อปี ผู้ป่วยไม่ต้องมารับน้ำเหลืองในโรงพยาบาลเดือนละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 3-7 วันตลอดปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลได้มาก

นายแพทย์ชูชัย ศรชำนิ รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสปสช. กล่าวว่าโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียเป็นโรคเรื้อรังที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดย สปสช. ได้ตระหนักและเล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีการลงทุนด้านสุขภาพและมีการดำเนินการเชิงนโยบายนำมาปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแฟคเตอร์เข้มข้น ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศที่มีคุณภาพในการรักษา รวมทั้งให้การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการรับส่งต่อให้มีการบริการที่ได้มาตรฐาน สนับสนุนการจัดเครือข่ายบริการในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ที่สำคัญมีความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ทั่วประเทศในการจัดอบรมพัฒนาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วย โดยโครงการโรคฮีโมฟีเลีย โรคเรื้อรังที่มีค่าใช้จ่ายสูงของสปสช.ดังกล่าว ช่วยให้ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียนับ 1,000 รายต่อปี ไม่ต้องเข้าพักในโรงพยาบาล ทำให้ลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล และได้ดำเนินโครงการ มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น

ศ.พญ.อำไพวรรณ จวนสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลีย-กรุงเทพฯ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรคฮีโมฟีเลียเป็นโรคเลือดออกง่ายหยุดยากทางพันธุกรรม เป็นโรคที่พบไม่บ่อย ผู้ป่วยจะมีอาการเลือดออกบ่อยในข้อ ในกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อรับน้ำเหลืองทดแทนแฟคเตอร์แปด หรือแฟคเตอร์เก้า ซึ่งเป็นสารโปรตีนช่วยในการแข็งตัวของเลือดที่ผู้ป่วยขาดเป็นเวลา 3-7 วัน เพื่อรักษาอาการเลือดออก ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียชนิดรุนแรงมาก และชนิดรุนแรงปานกลาง จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อมีอาการเลือดออก เดือนละ 2-3 ครั้งตลอดปี ผู้ป่วยต้องทนทุกข์กับอาการปวดจากอาการเลือดออกในข้อ ในกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยต้องขาดเรียน ผู้ปกครองต้องขาดงานมาดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล ผู้ป่วยยังเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อ ได้แก่ โรคเอดส์ โรคตับอักเสบจากการรับน้ำเหลืองปริมาณมากตั้งแต่วัยเด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียจำนวนหนึ่งเสียชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากอาการเลือดออกรุนแรงในสมองในช่องท้องและทางเดินอาหาร

ทั้งนี้ การรักษาผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลีย ในปัจจุบันผู้ป่วยสามารถลงทะเบียนในโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งมี 49 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยมีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จะแนะนำและสอนผู้ป่วยและครอบครัว ให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้เองที่บ้าน สามารถฉีดแฟคเตอร์เข้มข้นเข้าหลอดเลือด เมื่อเริ่มมีอาการติดขัดที่ข้อ หรือกล้ามเนื้อ แฟคเตอร์จะหยุดอาการเลือดออกได้เร็วขึ้น ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยที่ลงทะเบียนกับหน่วยบริการเฉพาะโรคฮีโมฟีเลียทั่วประเทศ ขณะนี้มีจำนวน 1,519 รายรู้จักดูแลตนเอง ไม่มีปัญหาข้อพิการ ไม่มีภาวะกล้ามเนื้อลีบอีกต่อไปผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติ ไปโรงเรียน ไปทำงานได้ ผู้ปกครองและครอบครัวสุขใจ ไม่ต้องวิตกกังวล และไม่ต้องมารับการรักษาในโรงพยาบาลบ่อยๆ

ศ.พญ.อำไพวรรณ จวนสัมฤทธิ์

ศ.พญ.อำไพวรรณ จวนสัมฤทธิ์

“เสน่ห์จันทน์” รังสรรค์มื้อกลางวันตำรับไทย “Set Lunch”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294026

“เสน่ห์จันทน์” รังสรรค์มื้อกลางวันตำรับไทย “Set Lunch”

“เสน่ห์จันทน์” รังสรรค์มื้อกลางวันตำรับไทย “Set Lunch”

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 19.30 น.

เสน่ห์จันทน์ร้านอาหารต้นตำรับไทย ณ ใจกลางเมืองบริเวณ Glasshouse@Sindhornอาคารสินธร ถนนวิทยุบรรจงคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศผ่านกรรมวิธีการปรุงแบบดั้งเดิม พิถีพิถันทุกขั้นตอน เพื่อคงรสชาติไทยแท้มาให้ทุกคนได้ลิ้มลองแล้ววันนี้ “เสน่ห์จันทน์” เตรียมอาหารชุดกลางวัน “Set Lunch”ในรสชาติแบบไทย ๆ ไว้คอยบริการ ในช่วงเวลาพักเที่ยงของทุกคนหรือเลี้ยงรับรองแขกโดยสามารถเลือกอาหารได้ประเภทละหนึ่งอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารในหมวดเรียกน้ำย่อย แกง และอาหารผัด

จานพิเศษเรียกน้ำย่อยที่ได้นำเสนอให้เลือกอร่อย เริ่มจาก ข้าวตังและสับปะรดหน้าปลาช่อนผัดพริกขิงความกรุบกรอบของข้าวตังผสานกับรสเปรี้ยวหวานของสับปะรดและรสเผ็ดร้อนของผัดพริกขิงอย่างลงตัว ถ้าชอบรสจัดขึ้นอีกนิด ควรเลือก ทอดมันปลา ซึ่งเป็นเนื้อปลากรายนวดกับเครื่องแกงเผ็ด ใส่ใบมะกรูดซอย ถั่วพูซอยกินคู่กับอาจาดรสกลมกล่อม หรือถ้านิยมกินกุ้ง เรียกหาลูกชิ้นกุ้ง ทอดสุกกำลังพอเหมาะ กับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน

หนึ่งในกับข้าวไทยที่มีชื่อเสียงของ “เสน่ห์จันทน์” คืออาหารประเภทแกง มื้อกลางวันแบบนี้สามารถเลือกได้จาก แกงมอญคอหมูย่างคอหมูนุ่ม ๆ ย่างให้สุกหอมนำไปแกงกับเครื่องแกงแรงรสเข้ม น้ำแกงขลุกขลิก หากชอบแกงเขียวหวาน มี แกงเขียวหวานไก่เมนูดูง่าย ๆ แต่ที่ร้านใส่รายละเอียดลงไปเช่นเลือกพริกขี้หนูสวนให้เผ็ดแต่มีกลิ่นหอม และใส่ใบพริกที่ปลูกเองลงไปในเครื่องแกง ให้ได้แกงสีเขียวสวย ส่วนใครอยากได้แกงที่น้ำใสขึ้นมานิด แต่รสยังเข้มแซ่บถึงใจ ให้เลือก แกงรัญจวนแกงที่ปรุงรสน้ำแกงด้วยน้ำพริกกะปิ จึงได้รสชาติรัญจวนใจสมชื่อ

อาหารผัดยังคงเป็นอาหารที่มีรสจัดให้สีสันกับมื้อกลางวันเลือกได้จาก กากหมูผัดพริกขิงเป็นกากหมูกรุบกรอบผัดกับพริกแกงโขลกใหม่ ๆ ใส่ถั่วฝักยาวที่นำไปทอดก่อนจะผัดกัน แต่หน้าด้วยไข่แดงและโรยใบมะกรูดหั่นฝอยเพิ่มกลิ่นหอมหวน  คนรักรสเผ็ดอย่าพลาด ผัดกะเพราไก่ หรือ หมูผัดกะเพรารสจัดจานคุ้นเคยของคนไทย ใส่ใบกะเพราะหอมกรุ่น หรือจะลอง ไก่คั่วใบจั๋นหรือไก่คั่วพริกแกงใส่ใบยี่หร่าหรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่า ใบจั๋น นั่นเอง

อาหารชุดกลางวันสุดพิเศษนี้ สามารถเลือกได้ว่าจะรับข้าวหอมมะลิ หรือข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ ทางร้านมีซุปประจำวันไว้คอยบริการทุกท่าน และปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมหวานไทย ๆ หรือไอศกรีมกะทิ เติมความสุขในมื้อกลางวันให้สมบูรณ์แบบ  นอกจากนี้ ทางร้านยังมีส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับเมนู  A La Carte เฉพาะมื้อกลางวันอีกด้วย

อิ่มอร่อยกับอาหารชุดกลางวัน “Set Lunch” ที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์ไทยร่วมสมัย ในราคาเพียงชุดละ 345 บาท ณ ร้านอาหาร “เสน่ห์จันทน์” ในบริเวณ Glasshouse@Sindhornอาคารสินธร ถนนวิทยุ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร.0-2650-9880  หรือwww.facebook.com/glasshouseatsindhorn/www.sanehjaan.com / IG :Glasshouseatsindhorn

“กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” เปิดมิติใหม่ของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ “STYLE”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294024

“กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” เปิดมิติใหม่ของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ “STYLE”

“กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” เปิดมิติใหม่ของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ “STYLE”

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 18.00 น.

หลังประสบความสำเร็จจากงานแสดงสินค้าด้านไลฟ์สไตล์ทั้งงานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (Bangkok International Fashion Fair and Bangkok International Leather Fair: BIFF&BIL)งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (Bangkok International Gift Fair and Bangkok International Houseware Fair: BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Thailand International Furniture Fair: TIFF) มากว่า10 ปี ในปีนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงได้ยกระดับงานแสดงสินค้าของกรมฯ ให้เป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ โดยรวมทั้ง3 งานเข้าไว้ด้วยกัน ใช้ชื่อ STYLE”ภายใต้แนวคิด Life+Styleและเป็นส่วนหนึ่งของ Creative Thailand  ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคมนี้ โดยได้รับความร่วมมือจาก24 สมาคมที่เกี่ยวข้อง และตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมแสดงสินค้าไม่น้อยกว่า 1,000 บริษัท 2,000 บูธเต็มพื้นที่กว่า 40,000ตร.ม. ภายในศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ไม่เพียงการจัดแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจการค้า (Business Matching) ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจต่างๆ ที่พลาดไม่ได้คือนิทรรศการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทางกรมฯ ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อเป็นการถวายความอาลัยแด่พระองค์ท่าน นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดแสดงเทรนด์สินค้าที่เกี่ยวข้องกับงานครั้งนี้โดยเฉพาะสินค้าในตลาดเฉพาะกลุ่มหรือNiche Market เช่น สินค้าสำหรับผู้สูงอายุ สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง สินค้าสำหรับแม่และเด็ก สินค้าสำหรับสุภาพบุรุษ ฯลฯ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการและผู้เข้าชมงานได้เห็นว่าปัจจุบันมีตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่มเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้ในอนาคต รวมไปถึงนิทรรศการสินค้าจากสมุนไพร สินค้า OTOP สินค้าไลฟ์สไตล์จากโครงการในพระราชดำริและผลงานการออกแบบการประกวดงานฝีมือระดับประเทศและระดับสากลด้วย

 

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ : 24 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/294098

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ : 24 กันยายน 2560

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ กล้าเกิด ตรีวัฒนสุวรรณ : 24 กันยายน 2560

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 15.52 น.

ชวนส่งภาพถ่าย ‘กราบพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/293936

ชวนส่งภาพถ่าย ‘กราบพ่อ’

ชวนส่งภาพถ่าย ‘กราบพ่อ’

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท แดพเพอร์ เจ็นเนอรัล อะแพเร็ล จำกัด ชวนพสกนิกรชาวไทยร้อยใจร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดย ส่งภาพถ่ายท่าน “กราบพ่อ” ตามแบบของคุณในทุกอิริยาบท จะเป็นการถ่ายภาพกับพระบรมฉายาลักษณ์ ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ที่บ้าน ตามโครงการพระราชดำริฯ หรือ ภาพกราบพ่อ ภายนอกและภายในพระบรมมหาราชวัง ก็ได้

ส่งภาพถ่ายมาที่ Line ID : @dapperbrand ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 หลังจากนั้นจะรวบรวมภาพทั้งหมด
เผยแพร่ใน Dapper Social Medias ในวันที่ 2-20 ตุลาคม 2560 ติดตามได้ที่ Line ID :@dapperbrand FB : facebook.com/dapperexclusive IG : dapper_brand

3 คนดังรุ่นใหม่แชร์ประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/293931

3 คนดังรุ่นใหม่แชร์ประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจ

3 คนดังรุ่นใหม่แชร์ประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจ

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

3 คนดังคลื่นลูกใหม่ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับภาพยนตร์และโฆษณาชื่อดังที่ฝากผลงานมาแล้วมากมาย นพ-พงศธร ธนบดีภัทร COO และผู้ร่วมก่อตั้ง Refinn สตาร์ตอัพที่ทำให้การรีไฟแนนซ์บ้านง่ายเพียงนิ้วคลิก และ เชฟยีสต์-นกุล กวินรัตน์ หัวหน้าเชฟจากร้าน The Never Ending Summer เชฟที่ฮอตที่สุดในโลกโซเชียล แชร์ประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจ ในงานเปิดตัว“เดอะรีเซิร์ฟ พหลฯ-ประดิพัทธ์” อีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนท์ จากพฤกษา เรียลเอสเตท

เปิดเวทีการสนทนากับผู้กำกับชื่อดังอย่าง เต๋อ-นวพล ที่บอกว่า ตนเองมีความมุ่งมั่นมาตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นผู้กำกับและมีเป้าหมายเดียวมาตลอด “การที่เราไม่วอกแวกกับเป้าหมาย รักที่จะทำสิ่งนี้ มันทำให้สิ่งที่คนอื่นคิดว่าเป็นอุปสรรคไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเรา อย่างเรื่องที่ผมไม่ได้เรียนทางด้านภาพยนตร์โดยตรง ผมก็มองว่าไม่ใช่อุปสรรค ถ้าเรารักเราก็พร้อมที่จะเรียนรู้ ผมก็เลยเข้าไปฝึกงานที่จีดีเอช ที่นี่ทำให้ผมได้ฝึกฝนและได้รับโอกาส และการที่เราเรียนอักษรศาสตร์แทนที่จะเรียนภาพยนตร์ ซึ่งอาจจะทำให้เราช้ากว่าคนอื่นในเรื่องเทคนิค แต่ผมกลับมองว่าการเรียนอักษรฯ ทำให้เราได้เรื่องการคิด มุมมอง การมองตัวละครที่มีความคิดหลากหลายมากขึ้น ซึ่งทำให้หนังของเราแตกต่างจากคนอื่น

ถ้าจะถามว่าอะไรคืออุปสรรค ก็น่าจะเป็นเรื่องการรอคอย เพราะความชำนาญบางอย่างมันต้องใช้เวลาฝึกฝน แต่ผมเชื่อว่าถ้าเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ เราก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์กับการรอคอย ตอนนี้ความมุ่งมั่นที่ตั้งไว้เมื่อตอนเด็กๆ ทำได้แล้ว ขั้นต่อไปคือผมอยากทำอาชีพนี้ไปยาวๆ ผู้กำกับในเมืองไทยทำไปได้สักพักก็จะหยุด แต่เราอยากทำไปจนแก่แบบผู้กำกับเมืองนอก อายุ 70 แล้วยังออกกอง แต่การที่จะอยู่ยาวๆ ได้ เราก็ต้องอัพเดทตลอดเวลา ยังมีเทคนิคอีกมากที่ต้องเรียนรู้ ต้องคิดให้เหมือนตอนอายุ 20 ต้องเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุด”

สำหรับความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง นพ-พงศธร เขาเล่าให้ฟังว่า “ผมเห็นว่าคนไทยเป็นหนี้กันมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรให้หมดหนี้ก็เลยมีความมุ่งมั่นที่อยากจะนำเอาความรู้ที่เรามีมาแก้ปัญหาเรื่องหนี้ให้กับคนไทย ซึ่งรีไฟแนนซ์ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยแก้ปัญหาทางการเงิน แต่กว่าที่จะมาเป็น Refinn อย่างทุกวันนี้ แน่นอนว่าเราก็ต้องพบกับอุปสรรคมาไม่น้อย อุปสรรคใหญ่คือคนจำนวนมากไม่เคยได้ยินคำว่ารีไฟแนนซ์มาก่อน และมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ตระหนักเลยว่าตัวเองมีปัญหาการเงิน แม้ว่าเราเป็นคนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่ ให้ความรู้ไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ awarenessในเรื่องนี้ดีขึ้นมาก ดูได้จาก Google Trend ซึ่งนับจากวันที่เปิดตัว Refinn มา คนไทยค้นหาคำว่ารีไฟแนนซ์ ลดภาระหนี้ การบริหารจัดการดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าแต่เราก็ไม่หยุดแค่นี้ ยังมีอีกหลายๆ อย่างที่เราต้องทำเพื่อให้คนที่ยังไม่รู้ได้รู้และมาใช้บริการรีไฟแนนซ์มากขึ้น”

ปิดท้ายกับ เชฟยีสต์-นกุล ที่ใช้ความอดทนฝ่าฟันความกดดันจนก้าวมายืนในจุดที่เชฟหลายคนใฝ่ฝัน บอกว่า “ก่อนหน้านี้ ผมมีเป้าหมายแค่อยากทำอาหารให้อร่อยและอยากทำเป็นอาชีพ แต่พอได้มาบริหาร ได้มาคุมทีม มุมมองของเราก็เปลี่ยน นอกจากอยากทำให้อร่อย อยากทำเป็นอาชีพแล้ว ก็อยากทำทีมให้เก่ง อยากสอนคนที่ทำไม่เป็นให้ทำเป็น กว่าจะได้อย่างทุกวันนี้ ผมต้องเจออุปสรรคมาทุกรูปแบบทั้งความท้อ ความกดดัน ความคาดหวัง คำสบประมาท ซึ่งต้องใช้ความอดทนล้วนๆ คิดอยู่เสมอว่า เราอยากทำ ถ้าไม่สู้ก็จบ แล้วก็ผ่านมาได้

แต่ก็ไม่ได้บอกว่าทุกวันนี้ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ และยังมีความมุ่งมั่นใหม่ๆ ที่ท้าทายให้เราทำต่อ ก้าวต่อไปที่อยากทำคืออยากให้คนรู้จักอาหารในแนวลึกมากขึ้น อย่างวัตถุดิบบางตัว แม้จะเป็นผักพื้นบ้านของไทย แต่คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่รู้จักหรือลืมไปแล้ว ผมก็อยากนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบให้คนไทยได้ทานกัน คิดอยู่เสมอว่าถ้าเรามัวแต่มองหาสิ่งใหม่ๆ ต่อไปลูกหลานเราก็จะเห็นวัตถุดิบที่มีคุณค่าของไทยจากการเปิดหนังสือดูเท่านั้น แต่ไม่มีโอกาสได้ทาน ซึ่งน่าเสียดายมาก”

ด้วยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในวงการฯกว่า 24 ปี เดอะรีเซิร์ฟ พหลฯ-ประดิพัทธ์ จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพระดับพรีเมียมจากพฤกษา เรียลเอสเตท น่าจะตอบโจทย์ชีวิตในการอยู่อาศัยของเจ้าของธุรกิจและสตาร์ตอัพยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี