ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306145
สภานที่ : 68/1 Soi Langsuan, Ploenchit Road Lumpini เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เบอร์โทร : 02 652 1700
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306145
เบอร์โทร : 02 652 1700
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306156
เบอร์โทร : 02 625 3388,02 625 3333
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306148
เบอร์โทร : 02-650-9880
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306159
เบอร์โทร : 02 162 9000
เว็บไซต์ : www.kempinski.com/bangkok
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306146
เบอร์โทร : 02 659 9000
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306157
เบอร์โทร : 02 656 1003
เว็บไซต์ : 10330
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/zogzag77/306158
เบอร์โทร : 02 252 8001
เว็บไซต์ : http://www.savelbergth.com/
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2560 06:05
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/873162

สะพานบุญ โขกู้โส่
สะพานบุญ
‘โข’ แปลว่า สะพาน, ‘กู้โส่’ แปลว่า บุญ ดังนั้น ‘โขกู้โส่’ จึงหมายถึง สะพานบุญ ผู้รู้บอกแบบนั้น โขกู้โส่ เป็นสะพานไม้ไผ่ โครงสร้างเหล็ก เป็นสะพานที่มีระยะทาง 815 เมตร นายบุญอนันต์ เหล่อโพ ผู้ประสานงานการท่องเที่ยวชุมชนบ้านแพมบก ได้ทำหน้าที่เป็นไกด์พาเราเดินทัวร์และเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านชาวไทใหญ่ได้ช่วยกันทำสะพานแห่งนี้ขึ้นมา เดิมเป็นทุ่งนาทั้งหมด ข้ามไปจะเป็นวัดห้วยคายคีรี สะพานแห่งนี้ชาวบ้านตั้งใจสร้างถวายให้พระเพื่อเดินบิณฑบาตทุกเช้า ชาวบ้านและพระอาจารย์เลยเอาแนวคิดของสะพานซูตองเป้มาสร้าง เรื่มสร้างสะพานเมษายน เสร็จกรกฎาคม 2559
พระสงฆ์เดินบิณฑบาต
ซึ่งสะพานแห่งนี้สามารถย่นเวลาให้กับชาวบ้านและพระสงฆ์ได้เป็นอย่างดี ในอดีตพระสงฆ์ต้องเดินบิณฑบาต 2 กิโลเมตร ช่วงหน้านาพระสงฆ์จะลำบากเพราะข้ามน้ำ 2 ที่ ทำให้พระไม่สามารถเดินบิณฑบาตได้ แต่เมื่อสะพานสร้างเสร็จก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพระและชาวบ้านได้เป็นอย่างดี โดยใช้เวลาพียง 15 นาทีในการเดิน ทำให้ชาวบ้านใส่บาตรได้ทัน


งดงาม


สร้างสะพานต่ออายุ
สะพานนี้เชื่อมระหว่างพุทธอุทยานห้วยคาย ชุมชนและวัดแพมบก ชาวบ้านมีความเชื่อว่าการสร้างสะพานคือการต่ออายุ เพราะชาวไทใหญ่เชื่อว่าจะต่ออายุทุกคนในครอบครัว จึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมา ที่ปัจจุบันเป็นที่ดินของชาวบ้านที่บริจาคโครงการสร้างทำจากไม้ไผ่ เสาเป็นปูนและเสริมโครงเหล็ก แนวสะพานจะลัดเลาะตามคันนา ขนาดกว้าง 1.50 เมตร



แหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ
ปัจจุบันเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นจากการติดตามผ่านเพจของชุมชน นอกจากชุมชนแพมบกจะมีสะพานบุญให้ได้มาเที่ยวชม ถ่ายรูปกันแล้ว ยังมีของดีและแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ของชุมชน อาทิ จุดชมวิวดอยเมี้ยง จะมองเห็นวิวเมืองปาย ดอยธง เห็นดอยอินทนนท์และดอยหลวงเชียงดาว ทั้งยังมีของดี น้ำพริกคั่วทราย ถั่วเน่าแผ่น ไม้กวาด การตำข้าว การเรียนรู้เรื่องหนีบอ้อย และเกษตรชุมชน
ส่วนการบริหารจัดการในชุมชน จะให้คนในชุมชนค้าขายเองโดยจะไม่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาทำกิจการเพื่อให้รายได้หมุนเวียนในชุมชน ทั้งนี้จะมีเงินปันผลให้กับคนในชุมชน
ดอกจันตัวโตๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว ต้องรู้ก่อนว่าที่นี่มีข้อห้ามในการมาเที่ยวของนักท่องเที่ยว คือ ห้ามกระโดด ห้ามวิ่ง ห้ามทิ้งขยะและตัองแต่งตัวสุขภาพเรียบร้อย สายเดี่ยวกางเกงขาสั้นไม่ได้นะจ๊ะ


ถ่ายรูปกับทุ่งนาก็เก๋




**ล้อมกรอบ**
การเดินทาง : ขับรถมาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 (แม่มาลัย-แม่ฮ่องสอน) ประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านแพมบก (เลยน้ำตกแพมบกประมาณ 2-3 กิโลเมตร) สามารถจอดรถไว้ในหมู่บ้าน หรือที่วัดแพมบก หากเดินทางมาอำเภอปายด้วยรถประจำทาง ใครสนใจแวะไปเที่ยวชมชุมชนแห่งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: การท่องเที่ยวโดยชุมชนแพมบก นายบุญอนันต์ เหล่อโพ (น้องเจ) โทร. 0631239022




ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย แบกกล้องเที่ยว 11 มี.ค. 2560 16:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/878371



ขับรถออกจาก กทม. แต่เช้าแบบไม่พักกันเลยค่ะ ทำให้เราถึงโคราชในช่วงที่ท้องร้องพอดี เช้าแบบนี้ต้องจัดอาหารลงท้องกันก่อน มื้อแรกจะพาไปทานร้านเด็ดเป็นร้านเก่าแก่ขายมา 20 ปีแล้วอย่าง ขนมจีนครูยอด มีชื่อเสียงคนแน่นจนต้องขยายกิจการเปิดร้านใหม่ใหญ่โตกว่าเดิม ขนมจีน เสิร์ฟพร้อมน้ำยาสี่อย่าง ได้แก่ น้ำยาไก่ น้ำพริก น้ำยาป่า น้ำยากะทิ พร้อมผักที่มาทั้งถาด เมนูร้านครูยอดเยอะมาก ทีเด็ดห้ามพลาด ไก่ทอด ส้มตำข้าวโพด ปลาดุกฟู และอีกหลายๆ เมนู



เสร็จจากทานมื้อเช้าแล้วเราไปหาที่พักกันค่ะ ได้ที่พักใหม่ในตัวเมืองโคราช โรงแรมโครานารี่ คอร์ทยาร์ด โรงแรมสีขาวจะพาย้อนสู่อดีต ในยุคที่ความงดงามของสถาปัตยกรรมไทย ผสมผสานอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมตะวันตก ใครไม่ได้พักที่นี่แวะไปทานอาหารก็ได้ค่ะ เมนูอาหารที่ “เลอ อินถวา” ก็รสชาติดีและทำให้นึกถึงการกินข้าวเวลาคุณย่าคุณยายทำให้เพราะเเลือกใช้วัตถุดิบที่มีมาแต่โบราณ และอาหารทุกจานไม่ใส่ผงชูรสเลย



ช่วงบ่ายนี้เรามีกิจกรรมแห่งใหม่ในเมืองโคราช ที่หลายคนไม่คิดว่าโคราชภาคอีสานเรามีกิจกรรมกีฬาแบบนี้ด้วยหรอ นั้นก็คือ ศูนย์กีฬาทางน้ำ Korat Water Land สุดสนุกกับเครื่องเล่นทางน้ำ ในโซน Adventure สุดเร้าใจกับ Wake board สุดเท่ ที่สนามนี้ได้มาตรฐานระดับโลก นอกจากนั้นยังมีขับรถ ATV กับเส้นทางสั้นๆ แต่ดีกรีความมันจัดเต็ม หรือถ้าชอบความเงียบใช้สมาธิมากต้องไปยิงธนู



ตบท้ายด้วยมื้อเย็นเรามาทานข้าวกันที่ 8 DINING ความโดดเด่นของร้านเน้นอาหารไทยแท้ ยกเมนูพิเศษอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อในแต่ละภาคมาไว้ที่นี่โดยเชฟอายุน้อยแต่ฝีมือไม่ธรรมดา เช่น แกงคั่วเนื้อ ห่อหมกใบยอ ปลากะพงย่างใบมะรุม แกงส้มกุ้งลายเสื้อ ผัดหมี่โคราช คั่วกลิ้งเนื้อแกะ ยำส้มโอปลาดุกฟู ผัดหมี่โคราช ยำปลาหมึกย่างพริกย่าง เป็นต้น ร้านนี้มีดนตรีสด นักร้องเสียงดี มาขับกล่อมเราให้เพลิดเพลินกับการทานอาหารค่ำอีกด้วย



ใครที่ไม่อยากเดินทางไปเที่ยวไกลๆ เราแนะนำที่โคราชบ้านเองนี่เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทางจากกทม. 2-3 ชม. เท่านั้น แต่มีทั้ง ที่กิน ที่เที่ยว พักผ่อน ผ่อนคลายให้เราเลือกใช้เวลาของวันหยุดได้คุ้มค่าแบบไม่เหน็ดเหนื่อย
ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/880517



ตอกย้ำความเป็นรีสอร์ตชั้นนำของไทยที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลก ศรีพันวาเปิดที่พักโซนใหม่เก๋ไก๋มีสไตล์กว่าเดิม ภายใต้ชื่อ “เดอะ ฮาบิตา” (The Habita) ตั้งอยู่บน เนินเขาสูงท่ามกลางแมกไม้ธรรมชาติ ในบรรยากาศแสนสงบ มีความเป็นส่วนตัว มองเห็นวิวของท้องทะเลอันดามันแบบ 180 องศา และจะยิ่งงดงามโรแมนติกเมื่อยามอาทิตย์อัสดง

ภายในประกอบด้วยห้องพูลสวีท และห้องพูลเพนส์ เฮ้าส์ แต่ละห้องมีขนาด 70-140 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกห้อง ตกแต่งอย่างประณีต ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โซนนี้ยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 44 เมตร ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างล้ำลึก


นอกจากห้องอาหารเดิมที่ฮิตฮอตอยู่แล้ว เช่น ร้านอาหารไทย “Baba Soul Food” ในอาคาร Baba Dining Lounge เสิร์ฟอาหารไทยรสชาติจัดจ้านสไตล์ต้นตำรับพื้นเมือง, ห้องอาหาร “Baba Q” ในอาคาร Baba Poolclub และห้องอาหาร “Baba IKI” ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวร่วมสมัยของศรีพันวา ยังมีน้องใหม่เปิดให้บริการเพิ่มความคึกคัก ถ้าชอบสไตล์ปิ้งย่างในบรรยากาศสบายๆริมสระน้ำ แนะนำให้ลอง “บาบา ฮอต บ๊อกซ์” มีเชฟหุ่นล่ำยืนปิ้ง BBQ สูตรเฉพาะให้ชิมกันสดๆด้วยเตาสุดเจ๋งของ Josper จากสเปน ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถเก็บความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้อย่างดี ยิ่งอร่อยเมื่อทานคู่กับผักและแป้งพิต้า พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด หรือจะลองเมนูเหลาแบบจีนต้นตำรับ ก็เชิญแวะไปที่ “บาบา ชิโน” ร้านอาหารจีนน้องใหม่มาแรงของศรีพันวา



ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ หรือขนมาเป็นแก๊ง ก็ห้ามพลาด “Baba Nest” พร้อมให้บริการเครื่องดื่มค็อกเทลและอาหารทานเล่น ที่คัดสรรมาให้ลิ้มลองหลากหลายรสชาติ ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และวิวท้องทะเลแบบพาโนราม่า 360 องศา ถ้าไม่เจ๋งจริงซีเอ็นเอ็นคงไม่ยกให้เป็นหนึ่งในสามบีชบาร์ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2011.