รายงานพิเศษ : กลุ่มคนรักษ์มะพร้าวสมุยร่วมด้วยช่วยกันกำจัดหนอนหัวดำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283881

รายงานพิเศษ : กลุ่มคนรักษ์มะพร้าวสมุยร่วมด้วยช่วยกันกำจัดหนอนหัวดำ

รายงานพิเศษ : กลุ่มคนรักษ์มะพร้าวสมุยร่วมด้วยช่วยกันกำจัดหนอนหัวดำ

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่หนึ่งที่พบการระบาดของหนอนหัวดำ ศัตรูมะพร้าวที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตมะพร้าวของประเทศอยู่ในขณะนี้

นายธเรศ ไข่มุก นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการรักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเกาะสมุยกล่าวว่า เกาะสมุยมีชื่อเสียงเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญของประเทศ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี ดังนั้น การปลูกมะพร้าวของเกาะสมุยจึงไม่เพียงปลูกเพื่อการค้าเท่านั้น ยังมีจุดประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวด้วย กลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวจึงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ปลูกมะพร้าวเพื่อเก็บผลผลิตขาย กับผู้ปลูกมะพร้าวเพื่อต้องการทิวทัศน์สวยงามทางการท่องเที่ยว

สำหรับพันธุ์มะพร้าวที่ปลูกจะเป็นพันธุ์พื้นเมืองคือ เขียวใหญ่เกาะสมุยที่เป็นพันธุ์ดั้งเดิม พันธุ์เขียวเล็กเกาะสมุย และพันธุ์นาเกมะพร้าวของเกาะสมุยเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก แต่ด้วยสถานการณ์ระบาดของศัตรูมะพร้าวที่พบมาตั้งแต่ปี 2547 คือ แมลงดำหนาม ปีนี้ก็พบหนอนหัวดำ และล่าสุดยังมีปัญหาด้วงแรดอีก ซึ่งปัญหาศัตรูมะพร้าวเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและปริมาณมะพร้าวที่ลดลง

กรมส่งเสริมการเกษตรโดยสำนักงานเกษตรอำเภอเกาะสมุย ร่วมกับสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว เพื่อรักษามะพร้าวพืชประจำถิ่นให้อยู่คู่กับเกาะสมุยต่อไป โดยเฉพาะเทศบาลนครเกาะสมุย จะสนับสนุนงบประมาณรป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีที่ขณะนี้สถานการณ์ด้วงแรดระบาดหนัก สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย และเครือข่ายพลเมืองสมุย ร่วมกันรณรงค์ป้องกันกำจัดด้วงแรด และสำนักงานเกษตรอำเภอเกาะสมุย ก็จะดูแลจัดการแก้ปัญหาเรื่องหนอนหัวดำด้วย เนื่องจากมีงบประมาณจากโครงการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว (หนอนหัวดำ) ด้วยวิธีผสมผสานแบบครอบคลุมพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาศัตรูมะพร้าวอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

โดยในส่วนของการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำนั้น สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะสมุยดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด ตั้งแต่จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น ถ่ายทอดความรู้เรื่องการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำด้วยวิธีผสมผสาน ทั้งวิธีกลคือ ตัดทางใบเผาทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของหนอนหัวดำ การใช้ศัตรูธรรมชาติ คือแตนเบียนบราคอนฮิบิเตอร์ ในการควบคุมศัตรูมะพร้าว การใช้สารเคมีฉีดเข้าต้นและพ่นทางใบ เพื่อตัดวงจรหนอนหัวดำให้สิ้นซาก

พร้อมกันนี้ ได้จัดทำแปลงสาธิตการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวโดยวิธีผสมผสาน เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง เพื่อประสิทธิภาพและความยั่งยืน จากการศึกษาผลการดำเนินการพบว่าวิธีการตัดทางใบ ซึ่งเป็นวิธีที่ดี แต่มีข้อจำกัดคือค่าจ้างแรงงานของเกาะสมุยค่อนข้างสูง ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 300-400บาท/ต้นขณะที่การฉีดสารเคมีเข้าต้น ก็มีค่าแรงสูงกว่าที่อื่นเฉลี่ยอยู่ที่ 60 บาท/ต้นส่วนการปล่อยแตนเบียนบราคอนฮิบิเตอร์ มีต้นทุนต่ำที่สุด เนื่องจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช (ศทอ.) ให้การสนับสนุนพ่อแม่พันธุ์แตนเบียนพร้อมกับอุปกรณ์ให้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนในพื้นที่ เพื่อนำไปผลิตขยายแตนเบียนบราคอนฮิบิเตอร์พร้อมปล่อย ฉะนั้นการใช้แตนเบียนบราคอนฮิบิเตอร์ในการกำจัดหนอนหัวดำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดของเกาะสมุย เพราะมีต้นทุนต่ำและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมความพร้อมให้ทีมรับจ้างฉีดสารเคมีเข้าต้นและพ่นทางใบ ซึ่งพื้นที่อ.เกาะสมุย มีมะพร้าวที่พบหนอนหัวดำเข้าทำลายรวม 20,124 ต้น แบ่งเป็นมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตร 17,623 ต้น และมะพร้าวที่ความสูงต่ำกว่า 12 เมตร 2,501 ต้น มีทีมรับจ้างรวม 4ทีม แบ่งเป็น ทีมฉีดสารเคมีเข้าต้น3 ทีม และทีมพ่นทางใบ 1 ทีม ทีมละ 3 คน รวม 12 คน ซึ่งแต่ละคนจะต้องผ่านการอบรมความรู้เรื่องการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้สารเคมีและผลผลิตมะพร้าว รวมถึงสิ่งแวดล้อมโดยสารเคมีที่ใช้ในกรณีมะพร้าวที่มีความสูงมากกว่า 12 เมตรขึ้นไป แต่ห้ามใช้ในมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ และมะพร้าวทำน้ำตาล จะใช้วิธีการเจาะเข้าต้น แนะนำใช้สาร emamectin benzoate(อิมาเม็กตินเบนโซเอต) 1.92% EC เท่านั้น ในอัตรา 30 มิลลิลิตรต่อต้นโดยการเจาะลำต้นมะพร้าวสูงจากพื้นดินประมาณ 0.5 – 1 เมตร ในลักษณะมุมเอียงประมาณ 45 องศา จำนวน 2 รู ให้รูอยู่แนวเหนือใต้หรือทิศทางตรงข้ามกัน ขนาดกว้าง 5 หุน ลึก 10 เซนติเมตร

จากนั้นใช้กระบอกฉีดยาดูดสารฉีดเข้าต้นรูละ 15 มิลลิลิตรแล้วใช้ดินน้ำมันอุดรูทันทีและปาดให้ขอบรูเรียบ เพื่อป้องกันสารไหลย้อนออกมาและเพื่อป้องกันอันตรายจากการเข้าสัมผัสสารของมนุษย์หรือสัตว์ ส่วนการพ่นทางใบ ในกรณีที่ต้นสูงไม่ถึง 12 เมตร รวมทั้งมะพร้าวน้ำหอมมะพร้าวกะทิและมะพร้าวทำน้ำตาลทุกระดับความสูง แนะนำให้ใช้สาร cholrantraniliprol(คลอแรนทรานิลิโพรล)5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณใต้ใบมะพร้าวอัตราเฉลี่ย 6-10 ลิตรต่อต้น

“ทีมรับจ้างฉีดสารเคมีเข้าต้นและพ่นทางใบของเกาะสมุยหาได้ค่อนข้างยาก เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่มีธุรกิจส่วนตัวอย่างอื่น
ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร รีสอร์ท บ้านพักหรือกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ค่อนข้างมีฐานะดีและไม่ค่อยมีเวลา ทางสำนักงานเกษตรอำเภอพยายามเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มคนรักษ์มะพร้าว ให้เห็นความสำคัญว่ามะพร้าวเกาะสมุยมีดีมากกว่าเพื่อเก็บผลผลิต แต่มันเป็นการท่องเที่ยวสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ กระทั่งได้ผู้เสียสละเข้ามามีส่วนร่วมสมัครเข้าทีม 4 ทีม ซึ่งแต่ละคนมีความมุ่งมั่นที่จะป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวให้หมดไปจากเกาะสมุย” นายธเรศ กล่าว

สศก.เล็งจัดสัมมนาศกอ.882ราย เพิ่มศักยภาพขับเคลื่อนงานศพก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283874

x

สศก.เล็งจัดสัมมนาศกอ.882ราย เพิ่มศักยภาพขับเคลื่อนงานศพก.

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)เปิดเผยว่า ตามที่สศก.แต่งตั้งเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) 882 ราย ใน 882 อำเภอ เพื่อร่วมปฏิบัติงานสนับสนุนการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตามนโยบายรมว.เกษตรฯให้เป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตสินค้าเกษตรของชุมชน และเป็นศูนย์กลางให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรโดยให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯบูรณาการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรด้านข้อมูลข่าวสารถ่ายทอดความรู้ให้บริการและแก้ปัญหาด้านการเกษตรแก่ชุมชน ทั้งนี้ สศก.ฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตรที่สำคัญให้ศกอ.มาต่อเนื่อง เพื่อให้นำความรู้ความสามารถไปให้บริการข้อมูลข่าวสารในพื้นที่รวมถึงมีส่วนร่วมจัดเก็บข้อมูลการผลิตการตลาดและสถานการณ์การเกษตรด้วย อย่างไรก็ตาม วันที่ 8-9 สิงหาคม สศก.กำหนดจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ มีการบรรยายแลกเปลี่ยนความรู้ให้ศกอ.ในหัวข้อ“ศาสตร์พระราชา นำพาประชาอยู่รอด” และ“การพัฒนาสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปสู่ตลาดอาเซียน” รวมทั้งเสวนาเรื่อง“เศรษฐกิจการเกษตรอาสาร่วมสร้างภูมิปัญญาพัฒนาสู่เกษตร 4.0” จากผู้แทน ศกอ. ณ ชลพฤกษ์รีสอร์ท อ.บ้านนา จ.นครนายก

“เชื่อมั่นว่าการสัมมนาดังกล่าวจะเพิ่มความรู้ในการจัดเก็บข้อมูลและประชาสัมพันธ์ผลงานของสศก.ตลอดจนนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯและเปิดโอกาสให้ ศกอ.แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน พัฒนาศักยภาพศกอ.นำไปใช้รขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ฯที่รับผิดชอบต่อไปได้” นายคมสัน กล่าว

สหกรณ์ผนึกกำลังช่วยชาวสวนลำไย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283878

x

สหกรณ์ผนึกกำลังช่วยชาวสวนลำไย

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคมเกษตรกรผู้ปลูกลำไยต้องประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เพราะผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งปีนี้คาดว่ามีผลผลิตออกสู่ตลาดสูงกว่า 6 แสนตัน เพิ่มจากปี 2559 ร้อยละ 44.60 ที่ผ่านมา กรมมีนโยบายส่งเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ และพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลผลิตของเกษตรกร เพื่อให้เป็นกลไกรองรับกระจายผลผลิต โดยปี 2560 กรมฯร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนและเครือข่ายสหกรณ์ตั้งเป้ากระจายผลผลิตรวม 1,300 ตัน ประกอบด้วย บริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่น ซีสเทม จำกัด (เทสโก้โลตัส) ลงนามซื้อขายลำไยจากสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด 450-500 ตัน กระจายสู่ห้างเทสโก้ โลตัส บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรเสริมป่าซาง จำกัด 350 ตัน เพื่อกระจายสู่ห้างแม็คโครทุกสาขา บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด กระจายลำไยผ่าน Call Center 1545 เว็บไซต์ www.thailandpostmart.comแอพพลิเคชั่น http://thailandpostmart.com และที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ สั่งซื้อได้จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม บริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด ตกลงซื้อลำไยร่วงจากสหกรณ์เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำลำไยเข้มข้นส่งออกไปจีน 450 ตัน โดยสหกรณ์การเกษตร 8 แห่งใน 6 จังหวัดภาคเหนือ เป็นตัวกลางรวบรวมผลผลิตและช่วยดึงราคาผลผลิตของสมาชิกให้สูงขึ้น ประกอบด้วย สกก.ประตูป่า จำกัด สกก.ส่งเสริมป่าซาง จำกัด จ.ลำพูน สกก.แปรรูปผลิตผลทางการเกษตร จ.แพร่ จำกัด สกก.ห้วยมะนาว จำกัด, สกก.ศุภนิมิตยางคราม จำกัด สกก.สันป่าตอง จำกัด จ.เชียงใหม่ สกก.ส่งเสริมป่าซาง จำกัด จ.ลำพูน สกก.ป่าแดด จำกัด จ.เชียงราย สกก.เชียงกลาง จำกัด,สกก.ท่าวังผา จำกัด และสกก.ปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด จ.น่าน

สานต่อพระบรมราโชวาท‘ร.9’ กรมชลเร่งEIAสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283876

x

สานต่อพระบรมราโชวาท‘ร.9’ กรมชลเร่งEIAสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมดำเนินโครงการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแวดล้อม (EIA) การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง จ.ศรีสะเกษ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร บรรเทาอุทกภัยบริเวณลำน้ำห้วยขะยุงตอนล่าง ใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาสร้างรายได้เสริมให้ประชาชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งยังสนับสนุนนโยบายพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคงของชาติ บริเวณเชิงเขาพนมดงเร็ก พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย

สำหรับโครงการก่อสร้างอ่างฯห้วยขะยุง เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง หัวงานที่จะสร้างเขื่อนตั้งอยู่ในต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ โดยศึกษาไว้ 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1แนวสันเขื่อนอยู่ห่างหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยขะยุงไปทางใต้ตามถนนบ้านสามเส้า-ช่องพระพะลัย 115 เมตร เก็บกักน้ำได้ 32.00 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่ผิวน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด 3,750 ไร่แนวทางที่ 2 แนวสันเขื่อนอยู่ห่างหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยขะยุง ไปทางใต้ตามถนนบ้านสามเส้า-ช่องพระพะลัย 350 เมตรเก็บกักน้ำได้ 40.00 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่ผิวน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด 3,812.50 ไร่ และแนวทางที่ 3 แนวสันเขื่อนอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยขะยุง ไปทางใต้ตามถนนบ้านสามเส้า-ช่องพระพะลัย 655 เมตร เก็บกักน้ำได้ 51.56 ล้านลบ.ม.มีพื้นที่ผิวน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด 3,445 ไร่

ดร.สมเกียรติกล่าวด้วยว่า โครงการนี้ยังเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2528 ที่ทรงเน้นพัฒนาเสริมความมั่นคงพื้นที่ชายแดนเขตอีสานตอนล่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีแหล่งน้ำทำเกษตร ตลอดจนป้องกันแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กรมชลประทานจึงศึกษาที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้พื้นที่ดังกล่าว โดยมีพื้นที่บางส่วนในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหารและในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ซึ่งขณะนั้นกรมป่าไม้ดูแล

อย่างไรก็ตาม ปี 2545 ได้ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมใหม่ ได้โอนอำนาจหน้าที่รักษาการณ์ ป่าสงวนแห่งชาติจากกรมป่าไม้ไปกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชดังนั้น เพื่อให้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติฯ และมีพื้นที่อยู่ในเขตป่าเพื่อการอนุรักษ์ (ป่าโซน C) มากกว่า 500 ไร่ จึงต้องศึกษาทบทวน EIA ใหม่ให้ครอบคลุมทุกด้าน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของราษฎรในพื้นที่

“ตอนนี้อยู่ระหว่างศึกษาทบทวนวิเคราะห์ผลอีไอเอ คาดจะแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม 2561 และจะเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาต่อไป ถ้าไม่มีปัญหาคาดว่าก่อสร้างได้ปี 2563 เมื่อเสร็จจะมีพื้นที่ได้ประโยชน์ถึง 40,000 ไร่ ครอบคลุมอ.กันทรลักษ์ และอ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ” ดร.สมเกียรติกล่าว

จัดประกวดโรงเรียนจัดการเรียนรู้ สนับสนุนสหกรณ์ในสถานศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283647

x

จัดประกวดโรงเรียนจัดการเรียนรู้ สนับสนุนสหกรณ์ในสถานศึกษา

วันอังคาร ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปี 2560 กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีโครงการจัดประกวด เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาสหกรณ์ในสถานศึกษา โดยแบ่งประเภทการประกวดและรางวัล เป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย 1.โรงเรียนภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ และสมัครเข้ารับการประเมิน 3 กลุ่มโรงเรียน ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม กลุ่มโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กลุ่มโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโรงเรียนในสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 2.โรงเรียนภายนอกโครงการที่นำแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯมาขยายผล และได้รับการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ มีการสมัครเข้ารับการประเมิน 1 กลุ่มโรงเรียน ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

รางวัลที่จะได้รับแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มโรงเรียน ๆ ละ 4 รางวัล รวมทั้งสิ้น 16 รางวัล โดยโรงเรียนที่มีผลการประกวดในแต่ละอันดับจะได้รับรางวัล ได้แก่ อันดับที่ 1 ได้รับโล่พระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท อันดับที่ 2 ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท อันดับที่ 3 ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 17,000 บาท อันดับที่ 4 ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท

รายงานพิเศษ : บูรณาการใช้‘ศาสตร์พระราชา’แก้ปัญหาลุ่มน้ำยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283655

รายงานพิเศษ : บูรณาการใช้‘ศาสตร์พระราชา’แก้ปัญหาลุ่มน้ำยม

รายงานพิเศษ : บูรณาการใช้‘ศาสตร์พระราชา’แก้ปัญหาลุ่มน้ำยม

วันอังคาร ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลุ่มน้ำยม เป็น 1 ใน 25 ลุ่มน้ำหลักของประเทศไทย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 23,618 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 10 จังหวัด คือ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสรรค์ ลักษณะของลุ่มน้ำนี้จะวางตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ทิศเหนือเริ่มจากทิวเขาผีปันน้ำติดกับลุ่มน้ำโขง ทิศใต้ติดกับลุ่มน้ำปิง ทิศตะวันตกติดกับลุ่มน้ำวังและลุ่มน้ำปิง ทิศตะวันออกติดกับลุ่มน้ำน่าน โดยมีแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำ อย่างไรก็ตาม ลุ่มน้ำยม เป็นลุ่มน้ำที่มีปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากขาดแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่

ปัจจุบันในแม่น้ำยมตอนล่าง มีการสร้างฝายเพื่อเก็บกักน้ำไว้ในลำน้ำหลายแห่ง เช่น ฝายสามง่าม และฝายพญาวัง เป็นต้น จากนั้นก็จะสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่การเกษตร อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูแล้งเกือบตลอดแนวแม่น้ำยมตอนล่าง ลำน้ำมีสภาพแห้งขอด จำเป็นจะต้องบริหารจัดการน้ำร่วมกันกับลุ่มน้ำน่านที่มีศักยภาพความพร้อมมากกว่าเนื่องจากมีแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่ สามารถควบคุมการบริหารน้ำได้ ในช่วงฤดูน้ำหลาก ก็ชะลอการปล่อยน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เพื่อที่จะผันน้ำจากแม่น้ำยมไปยังแม่น้ำน่านให้ช่วยระบายน้ำได้ปริมาณที่มากขึ้น ส่วนฤดูแล้งก็ผันน้ำจากลุ่มน้ำน่านมาช่วยบรรเทาความเดือนร้อนจากการขาดแคลนน้ำของลุ่มน้ำยม

อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการน้ำตามแนวทางดังกล่าว สามารถแก้ปัญหาได้บางส่วนเท่านั้น จำเป็นจะต้องพัฒนาอาคารบังคับน้ำ ไม่ว่าจะเป็นฝาย หรือประตูระบายน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมตอนล่าง และการบริหารจัดการร่วมกับลุ่มน้ำน่านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยว่า กรมชลประทานมีแผนที่จะสร้างอาคารบังคับน้ำ ประเภทประตูระบายน้ำ ในแม่น้ำยมตอนล่างเพิ่มขึ้นอีก 4 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ประกอบด้วย

1.โครงการประตูระบายน้ำท่าแห ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เป็นประตูระบายน้ำคอนกรีต เสริมเหล็กบานระบาย ชนิดบานโค้ง ขนาด 10.00 x 9.00 เมตร จำนวน 4 ช่อง สามารถเก็บกักน้ำในลำน้ำได้16.75 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) มีพื้นที่รับประโยชน์ 81,111 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลบางระกำ ตำบลปลักแรด ตำบลวังอิทกตำบลพันเสา ตำบลบ่อทอง ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และ ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร

2.โครงการฝายบ้านวังจิก ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เป็นประตูระบายน้ำคอนกรีตเสริม เหล็กบานระบายชนิดบานโค้ง ขนาด 12.50×8.00 เมตร จำนวน 5 ช่อง สามารถเก็บกักน้ำในลำน้ำได้ 6.63 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์ 37,397 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี ตำบลรังนก ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม ตำบลวังจิก ตำบลไผ่รอบ ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร

3.โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม ตำบลท่านางงาม อำบางระก้า จังหวัดพิษณุโลก เป็นประตูระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กบานระบายชนิดบานโค้งขนาด 12.50 x 8.00 เมตร จำนวน 5 ช่อง สามารถเก็บกักน้ำในลำน้ำได้ 8.24 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์ 52,875 ไร่ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลชุมแสงสงคราม ตำบลท่านางงาม ตำบลคุยม่วง ตำบลบางระกำ ตำบลบึงกอก อำเภอบางระกา จังหวัดพิษณุโลก

และ 4.โครงการประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง ตำบลไผ่ ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เป็นประตูระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก บานระบาย ชนิดบานโค้ง ขนาด 10.00 x 9.00 เมตร จำนวน 4 ช่อง สามารถเก็บกักน้ำในลำน้ำได้ 3.71 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 28,263 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ตำบลวังจิก ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร

“การดำเนินการศึกษา EIA อาคารบังคับน้ำทั้ง 4 แห่งในลุ่มน้ำยมตอนล่างดังกล่าว ได้ศึกษาครอบคลุมในทุกๆด้าน ทั้งทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม โดยให้ประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น นำเสนอข้อมูล ข้อโต้แย้ง หรือข้อเสนอแนะต่างๆ ปรากฏว่าประชาชนในพื้นที่แทบทุกคนเห็นด้วยที่จะให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างโดยเร็ว ทั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน……..นี้จากนั้นจะสรุปเรื่องนำเสนอต่อ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) หากไม่ติดปัญหาอะไร น่าจะดำเนินการก่อสร้างได้ในปี……ใช้งบประมาณรวมกันประมาณ………….ล้านบาท” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เคยพระราชทานแนวพระราชดำริ “ศาสตร์พระราชา” ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซากแบบยั่งยืน ว่า “…ต้องมีการดำเนินการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบครบวงจรทั้งการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำสาขาของแม่น้ำยมการผันน้ำระหว่างลุ่มน้ำ ตลอดจนการขุดลอกคูคลอง หนอง บึงเพื่อกักเก็บน้ำและระบายน้ำในช่วงหน้าน้ำหลาก…”

กรมชลประทานได้นำ “ศาสตร์พระราชา” มาแก้ปัญหาลุ่มน้ำยม ทั้งดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในสาขาของลุ่มน้ำยมแล้วหลายแห่ง และกำลังจะดำเนินการก่อสร้างอีกหลายแห่งการผันน้ำเชื่อมโยงระหว่างลุ่มน้ำน่านกับลุ่มน้ำยมก็ดำเนินการแล้ว การขุดลอกคูคลอง หนอง บึง เพื่อกักเก็บน้ำก็ดำเนินการแล้วเช่น ยิ่งกว่านั้นยังได้ต่อยอดวางแผนดำเนินโครงการแก้มลิงพื้นที่ลุ่มต่ำเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งจะมีมากถึง 69 แห่ง ในเขตจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ สามารถเก็บกักน้ำไว้ชั่วคราวเพื่อรอการระบายได้ 2,049 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) อีกด้วย

จะเหลือแต่การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาลุ่มน้ำยมให้สมบูรณ์แบบเท่านั้นที่ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้เลย ได้แต่รอ…แล้วก็รอ มานานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว ยังไม่เป็นจริงเลย…

ผุด‘แปลงใหญ่’ผสานเทคโนโลยี เกษตรฯฟิตจับมืออิสราเอล-เล็งนำร่อง‘มหาสารคาม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283654

x

ผุด‘แปลงใหญ่’ผสานเทคโนโลยี เกษตรฯฟิตจับมืออิสราเอล-เล็งนำร่อง‘มหาสารคาม’

วันอังคาร ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและชนบทของอิสราเอล รวมถึงได้ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างเดินทางเยือนรัฐอิสราเอลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้กรมชลประทานได้จัดทำกรอบแผนงานโครงการเกษตรแปลงใหญ่ผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรและการใช้น้ำในพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้าห้วยประดู่ โครงการชลประทานมหาสารคาม จ.มหาสารคาม ระยะเวลา 2 ปี (2561-2562) เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงที่มีความชัดเจนและเห็นผลเร็ว เสนอให้ทางอิสราเอลเพื่อทำงานร่วมกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้

ด้าน นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในระยะเริ่มโครงการจะจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และจัดตั้งแปลงสาธิตขนาด 100-300 ไร่ในพื้นที่เป้าหมาย โดยจะมีการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ เพื่อทดลองและปฏิบัติจริงตามกระบวนการทางด้านเทคนิคการถ่ายทอดและฝึกอบรมเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับพื้นที่ ภายใต้โครงการความร่วมมือทางด้านการเกษตรระหว่างไทย-อิสราเอล ซึ่งจะมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาดำเนินงานในปีงบประมาณพ.ศ.2561-2562 รวมระยะเวลา 2 ปี โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรมีพืชทางเลือกหลายชนิด สามารถเพิ่มรายได้และเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่ มีการบริหารจัดการแปลงเพาะปลูกที่ดีขึ้นและประหยัดการใช้น้า โดยมีระบบการนำน้ำมาใช้ซ้ำและหมุนเวียนน้าเสียกลับมาใช้ใหม่มีระบบการให้น้ำมีประสิทธิภาพสูงและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมทั้งมีองค์ความรู้ในการรักษาคุณภาพผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

“กรมชลประทานได้พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยประดู่ โครงการชลประทานมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคามมานำร่องภายใต้กรอบความร่วมมือไทย-อิสราเอลครั้งนี้ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยประดู่ซึ่งมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 2.8 ล้านลบม. มีระบบชลประทานครอบคลุมพื้นที่เกษตร 2,270 ไร่ส่วนใหญ่ปลูกข้าวเป็นหลักในฤดูฝนฤดูแล้งปลูกพริก พืชตระกูลถั่ว และข้าวโพดหวาน แต่มีปัญหาเรื่องดินเค็ม เนื้อดินมีทรายปนสูง มีการสูญเสียน้ำมาก จึงต้องการใช้เทคโนโลยีการส่งและกระจายน้ำเพื่อให้มีการสูญเสียน้อย และลดผลกระทบปัญหาดินเค็ม” นายสมเกียรติ กล่าว

รักษ์เกษตร : วิธีการเพาะปลูกผักสวนครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283652

x

รักษ์เกษตร : วิธีการเพาะปลูกผักสวนครัว

วันอังคาร ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คำถาม การปลูกผักแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ใช่ไหมครับ ขอทราบวิธีการปลูกด้วยครับ

เรืองเดช สายชลธาร อ.พรหม จ.สิงห์บุรี

คำตอบ ผักสวนครัว หมายถึง พืชที่สามารถนำส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นมาประกอบอาหาร ทั้งผล ดอก ลำต้น ใบ ราก และหัว เป็นทั้งไม้ยืนต้น และไม้ล้มลุก ที่มีถิ่นกำเนิด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถปลูกได้ในทุกครัวเรือน เพื่อรับประทาน หรือปลูกเพื่อการจำหน่าย การปลูกเพื่อจำหน่ายมักมาจากแปลงปลูกขนาดใหญ่ ส่วนมากพบในพื้นที่ทุกภาคของประเทศ ที่มีบริเวณใกล้แหล่งน้ำ แม่น้ำ หรือพื้นที่ที่ชลประทานเข้าถึง

ขั้นตอนการปลูกผักสวนครัว มีดังนี้

1.การเลือกพื้นที่ พื้นที่ที่สามารถปลูกผักได้ดี ต้องเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ มีบ่อน้ำขุด บ่อน้ำธรรมชาติ แม่น้ำ คลอง อ่างเก็บน้ำ คลองชลประทาน หรือแนวส่งน้ำชลประทาน เนื่องจากพืชผักส่วนใหญ่มีความต้องการน้ำสูง จึงจำเป็นต้องมีน้ำเพียงพอ เพื่อให้ผักสามารถเติบโตจนถึงฤดูการเก็บเกี่ยวได้

2.การเตรียมแปลง ต้องยกแปลงสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร หรือขุดยกร่องลึก เพราะพืชผักส่วนมากมีระบบรากที่ต้องการชอนไชในดินที่ร่วนซุย หน้าดินลึก ทำการไถพรวนแปลง ตากทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วหว่านปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ร่วมด้วยปุ๋ยเคมี พร้อมไถกลบแปลง

3.การเตรียมเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ผักที่ใช้ ต้องมีลักษณะเป็นเมล็ดพันธุ์ใหม่ อายุเมล็ดพันธุ์ไม่ถึง 1 ปี เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ตรงตามชนิดพืชที่ปลูก และไม่มีเมล็ดพันธุ์อื่นปลอมปน ทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ และคัดแยกเมล็ดพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ออก โดยใช้วิธีนำไปแช่น้ำ และนำเมล็ดที่ลอยน้ำออกทิ้งไปนำเมล็ดที่ได้แช่น้ำ ซึ่งระยะเวลาในการแช่ จะแตกต่างกันในแต่ละชนิดของผัก หากเมล็ดพันธุ์ที่มีเปลือกหนา แข็ง อาจใช้เวลาแช่นาน 2-3 วัน ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักที่มีเปลือกค่อนข้างบาง ไม่หนา แข็ง จะใช้เวลาแช่ประมาณ 12 ชั่วโมง ถึง 1 วัน

4.การปลูก สามารถปลูกได้หลายวิธี ตามความเหมาะสมของแต่ละชนิดพืช ได้แก่

-การหว่านเมล็ด เป็นวิธีที่นิยมที่สุด ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งจะหว่านเมล็ดหลังการแช่น้ำแล้ว หรือหว่านเมล็ดแห้งก็ได้ ผักที่นิยมการหว่านเมล็ด มักเป็นพืชที่มีลำต้นขนาดเล็ก ขนาดทรงพุ่มน้อย ได้แก่ ผักชี ผักบุ้ง ทั้งนี้ การหว่านเมล็ด อาจเป็นวิธีการเตรียมกล้าผักก่อนย้ายปลูกในแปลงที่เตรียมไว้

-การปลูกด้วยต้นกล้า เป็นวิธีการปลูกด้วยต้นกล้าผักที่เตรียมได้จากแปลงเพาะกล้าด้วยวิธีการหว่านนี้ เป็นวิธีที่ใช้มากที่สุดสำหรับการปลูกผัก โดยมักใช้กับพืชที่มีลำต้นใหญ่ ทรงพุ่มกว้าง ผักที่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้ ได้แก่ กะหล่ำปลี คะน้า พริก

-การหยอดเมล็ด เป็นวิธีปลูกที่ใช้สำหรับพืชผักที่ต้องการระยะห่างระหว่างต้นมาก มักเป็นพืชที่เป็นเถาหรือเครือ ให้ถอนหรือตัดต้นกล้าที่ไม่มีความแข็งแรง เหี่ยว และตายง่ายออก เช่น ถั่วฟักยาว ฟักทอง มะระ

-การฝังในแปลงปลูก เป็นวิธีปลูกที่ใช้กับพืชผักที่มีการแยกหน่อ แยกเหง้าออกปลูก เพื่อขยายจำนวนต้นหรือกอ โดยฝังลงหลุมหรือแปลงปลูกได้ทันที เช่น กระเทียม ตะไคร้ ขิง ข่า

5.การดูแลรักษา ในระยะ 1 อาทิตย์แรก ทั้งการปลูกด้วยการใช้เมล็ด การปลูกด้วยต้นกล้า และปลูกด้วยการแยกหัวหรือหน่อ จำเป็นต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จนต้นกล้าตั้งตัวได้ ตลอดจนถึงระยะเก็บเกี่ยว แต่อาจให้น้ำในปริมาณที่น้อยลง หรือผักบางชนิดที่อาจเว้นช่วงห่างการให้น้ำ เมื่อถึงระยะก่อนเก็บเกี่ยว

6.การใส่ปุ๋ย ควรใส่ในระยะหลังปลูก 1-2 อาทิตย์ หรือระยะที่ต้นกล้าตั้งต้นได้แล้ว จนถึงระยะก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน รวมถึงพืชบางชนิดที่สิ้นสุดการให้ปุ๋ย ที่ระยะก่อนการติดดอกและผล

7.การเก็บผลผลิต พืชผักมักมีระยะการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 120 วัน ส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ 40-60 วัน ขึ้นกับชนิดของผัก โดยผักกินใบจะมีระยะเวลาการเก็บเกี่ยวสั้นกว่าผักกินดอก และผล

การส่งและการขายผัก มักส่งขายในพื้นที่ตัวเมืองของจังหวัด หรืออาจมีพ่อค้ามารับไปจำหน่ายถึงพื้นที่ โดนเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแปลงผักขนาดใหญ่ เพื่อส่งขายไปยังตัวเมืองในจังหวัดต่างๆ รวมถึงกรุงเทพฯ และภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่น้อยในการปลูกผัก

นาย รัตวิ

ยันเอาอยู่!ปราบ‘หนอนหัวดำ’ n เกษตรฯย้ำใช้วิธีผสมผสานแบบคลุมพื้นที่ได้ผลชะงัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283492

ยันเอาอยู่!ปราบ‘หนอนหัวดำ’ n เกษตรฯย้ำใช้วิธีผสมผสานแบบคลุมพื้นที่ได้ผลชะงัด

ยันเอาอยู่!ปราบ‘หนอนหัวดำ’ n เกษตรฯย้ำใช้วิธีผสมผสานแบบคลุมพื้นที่ได้ผลชะงัด

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว (หนอนหัวดำ) ด้วยวิธีผสมผสานแบบครอบคลุมพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืนว่า ขอยืนยันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตรได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ในการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำ โดยดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด ซึ่งเป็นไปตามหลักการทางวิชาการ และทำครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดหนอนหัวดำให้หมดไปจากประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ซึ่งที่ผ่านมากรมส่งเสริมการเกษตรได้เร่งรัดดำเนินการตามแผนปฏิบัติการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงขณะนี้ โดยเฉพาะสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของเกษตรกร รณรงค์การตัดทางใบที่ถูกหนอนหัวดำทำลายและนำมาเผา เพื่อตัดแหล่งที่อยู่อาศัยของหนอนหัวดำ อบรมทีมรับจ้างฉีดและพ่นสารเคมี จำนวน 753 ทีม ที่สำคัญคือการปล่อยแตนเบียนบราคอน (Bracon hebetor) ซึ่งแบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบแรกปล่อยแตนเบียนบราคอนจำนวน 5 ครั้ง (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2560) โดยปล่อยทุกๆ 15 วัน อัตรา 200 ตัวต่อไร่ ซึ่งขณะนี้ปล่อยแตนเบียนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 35.2 ล้านตัว ครอบคลุมพื้นที่ระบาด 29 จังหวัด เริ่มเห็นการฟื้นตัวของต้นมะพร้าวบ้างแล้ว แต่เพื่อเป็นการกำจัดให้สิ้นซาก จะต้องใช้สารเคมีควบคุมให้อยู่หมัด จากนั้นจะกลับมาปล่อยแตนเบียนอีกครั้งหลังฉีดและพ่นสารเคมีเสร็จ กำหนดปล่อยแตนเบียนต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 16 ครั้ง ภายใน 8 เดือน คิดเป็นแตนเบียนรวมกว่า 252 ล้านตัว เพื่อการควบคุมหนอนหัวดำอย่างต่อเนื่อง และรักษาสมดุลทางธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ในการจัดซื้อสารเคมี emamectin benzoate 1.92% EC และ chlorantraniliprole 5.17% SC ด้วยวิธี
e-bidding ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาผลจากการเสนอราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและส่งมอบให้กับทางจังหวัดได้ดำเนินการมาตรการใช้สารเคมีได้เร็วๆ นี้ ในระหว่างรอสารเคมีทางกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เตรียมความพร้อมโดยการอบรมพร้อมทดสอบทีมรับจ้างฉีดและพ่นสารเคมี รวมถึงรณรงค์ให้เกษตรกรตัดทางใบเพื่อกำจัดแหล่งอาศัยของหนอนหัวดำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วงนี้ฝนตกชุกสามารถช่วยลดการระบาดของ หนอนหัวดำได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากฝนตกทำให้แม่ผีเสื้อบินได้ระยะไม่ไกลนัก การแพร่ระบาดจึงอยู่ในวงจำกัด อีกทั้งน้ำฝนจะช่วยให้เชื้อรามาเกาะที่ปลอกของรังหนอน ทำให้หนอนตายโดยธรรมชาติส่วนหนึ่ง ประชากรหนอนหัวดำจึงลดลงตามลำดับ เมื่อการจัดซื้อสารเคมีเรียบร้อยและดำเนินการฉีดและพ่นตามแผน ร่วมกับการปล่อยแตนเบียนต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าจะสามารถตัดวงจรหนอนหัวดำได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ชูผลงานศพก.อำเภอวัดเพลง ต้นแบบปราบศัตรู‘มะพร้าว’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/283490

x

ชูผลงานศพก.อำเภอวัดเพลง ต้นแบบปราบศัตรู‘มะพร้าว’

วันจันทร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายสมเกียรติ ประพฤติกิจ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ชุมชนวัดเพลงเกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกผัก พริก มะพร้าวแกง เป็นหลัก เพิ่งจะมาปลูกมะพร้าวน้ำหอมมากขึ้นในช่วง 10 ปีมานี้เอง โดยตนมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมจำนวน 50 ไร่ ที่ผ่านมาตนและเกษตรกรชุมชนวัดเพลงจะดูแลสวนกันเองไม่เคยมีปัญหาศัตรูพืชระบาด จนเมื่อปี 2557-2558 เริ่มมีปัญหาหนอนหัวดำระบาดพื้นที่รวมกว่า 1,000 ไร่ ทางกรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาถ่ายทอดความรู้เรื่องวิธีการดูแลรักษาต้นมะพร้าวและการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำ ส่งเสริมการผลิตแตนเบียนบราคอน ปล่อยในพื้นที่ที่มีการระบาดของหนอนหัวดำอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และรวมตัวเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว เป็นเกษตรแปลงใหญ่ (มะพร้าว) มีสมาชิก 80 ราย พื้นที่รวมกันทั้งหมดประมาณ 700 ไร่ซึ่งสมาชิกจะช่วยกันดูแลสวนของตนเองให้มะพร้าวแข็งแรง หมั่นตัดทางใบและเผาทำลาย เพื่อไม่ให้มีแหล่งอาศัยของหนอนหัวดำ รวมถึงช่วยกันผลิตแตนเบียนบราคอนปล่อยในสวนมะพร้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลทางธรรมชาติ

แม้ในช่วงแรกเกษตรกรบางรายยังไม่เชื่อในการใช้แตนเบียนบราคอนว่าจะสามารถป้องกันหนอนหัวดำมะพร้าวได้จริงหรือ แต่พอทดลองปล่อยไปเรื่อยๆ จากพื้นที่ระบาดของหนอนหัวดำ 1,000 กว่าไร่ ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจว่าหากดูแลจัดการสวนอย่างดี หมั่นตัดทางใบเผาทำลายเพื่อตัดแหล่งอาศัย ควบคู่กับใช้ศัตรูธรรมชาติควบคุม เขาก็สามารถจัดการกับศัตรูมะพร้าวอย่างหนอนหัวดำได้ ยิ่งตอนนี้มีการรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่มะพร้าว เกิดอำนาจต่อรองทางการค้าทำให้ขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น เกษตรกรก็พร้อมจะใส่ใจดูแลผลผลิตเป็นอย่างดี สังเกตได้จากปีนี้ในหลายพื้นที่พบการระบาดของหนอนหัวดำรุนแรง แต่ที่ อ.วัดเพลง พบการระบาดเพียงเล็กน้อยและเกษตรกรสามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้เอง