จัดทีมแพทย์ดูแลจิตใจประชาชนพิธีถวายพระเพลิงศพในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294176

จัดทีมแพทย์ดูแลจิตใจประชาชนพิธีถวายพระเพลิงศพในหลวง ร.9

พระราชพิธีศพ

กรมสุขภาพจิต เตรียมพร้อม MCATT กว่า 70 ทีม เสริมทัพด้วย MCATT น้อย รุกดูแลจิตใจประชาชน ตลอด 7วัน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร. 9

       นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมดูแลจิตใจพี่น้องประชาชน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า นับตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายทีมสุขภาพฝ่ายกายและทีมสุขภาพจิตลงพื้นที่ดูแลประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดูแลด้านจิตใจนั้น กรมสุขภาพจิตได้จัดทีม MCATT หรือ ทีมปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ จากหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้บริการปฐมพยาบาลทางใจประชาชน จำนวน 183 ทีม ให้บริการด้านสุขภาพจิตพี่น้องประชาชนไปแล้วทั้งสิ้น 19,474 ราย พบภาวะสุขภาพจิต รวม 5,425 ราย และปัจจุบันยังคงมีประจำการอยู่ที่จุดปฐมพยาบาลท่าช้าง ทั้งนี้ ภาวะสุขภาพจิต ที่พบ ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา พบมากที่สุด คือ ภาวะเครียดสะสมที่มาจากปัญหาส่วนตัว/การงาน/หนี้สิน  รองลงมา คือ เสี่ยงซึมเศร้า  โศกเศร้าจากการสูญเสีย เป็นโรคทางจิตเวช โดยเฉพาะ โรคจิตเภท  นอกจากนี้ ยังพบภาวะหายใจเร็วเกิน มือเท้าเกร็ง และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ซึ่งทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลทางใจและส่งต่อเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีแล้ว

สำหรับการเตรียมความพร้อมช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ นั้น พี่น้องประชาชนอาจมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาเช่นเดิมขึ้นมาได้ กรมสุขภาพจิตจึงได้เตรียมจัดทีม MCATT ในการดูแลจิตใจพี่น้องประชาชนไว้มากกว่า 70 ทีม ตลอดระยะเวลา 7 วันระหว่างวันที่ 23-29 ตุลาคม 2560 ให้บริการ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. โดยจะเพิ่มจำนวนทีมมากขึ้นในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ และขยายเวลาให้บริการจนถึงเที่ยงคืน นอกจากนี้ ยังได้เตรียมติดอาวุธความรู้ด้านการปฐมพยาบาลทางใจ ด้วยหลัก 3 ส. (สอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง) การสังเกตและแนวทางการให้ความช่วยเหลือดูแลจิตใจและส่งต่อในเบื้องต้น ให้กับทีมอาสาสมัคร ทีมจิตอาสา ทีมกู้ชีพ และทีมบริการสุขภาพทางกาย หรือเรียก “ทีม MCATT น้อย” เพื่อเป็นกำลังเสริมดำเนินงานเชิงรุกเข้าช่วยเหลือดูแลจิตใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงทีต่อไป อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

“5 สิ่ง” วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294173

“5 สิ่ง” วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท

วางแผนชีวิต, โสด, 5 สิ่ง

อย่าพลาด!! ถ้าคุณคิดจะเป็นโสดอย่างสมาร์ท ต้องคิดถึง 5 สิ่งต่อไปนี้

        นับวัน คนโสดดูจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ผลการสำรวจของบริษัทจัดหาคู่บางแห่งพบว่า ร้อยละ 40 ของคนวัยทำงาน หรือประมาณ 17 ล้านคนเลือกที่จะเป็นโสด การอยู่คนเดียวให้เป็นสุขตลอดชีวิต ต้องอาศัยการวางแผนที่ดีซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการวางแผนชีวิตของคนมีครอบครัวเลย  ถ้าคุณคิดจะเป็นโสดอย่างสมาร์ท ต้องคิดถึง 5 สิ่งต่อไปนี้เลย

"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท

  1. วางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ รองรับวัยเกษียณ – สมมติว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ถึง 75 ปี และจะเกษียณตัวเองตอนอายุ 55 ปี คุณต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ ถึงจะอยู่ได้สบายๆ หลังเกษียณไปอีก 20 ปี ที่ว่าสบายๆ นั้นหมายถึงว่าคุณต้องมีเงินสำหรับดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ค่ากิน ค่ายา ค่าหมอ ค่าประกัน ค่าน้ำไฟ ที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าท่องเที่ยว ค่าช็อปปิ้ง ค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน  ทุกวันนี้มีโปรแกรม และแอพพลิเคชั่นมากมายที่ช่วยให้คุณคำนวณเงินสำหรับใช้ชีวิตวัยเกษียณได้ง่ายๆ ลองคำนวณดูว่าคุณมีเงินพอไหม ต้องเก็บหรือวางแผนใช้จ่ายอย่างไรจึงจะพอ  ยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี
  2. ลงทุนเติบโตรับเทรนด์ผู้สูงวัย กำไรและมั่นคง – แม้คุณจะมีรายได้จากงานประจำหรือธุรกิจที่ทำให้คุณใช้ชีวิตสบายๆ ได้ในวันนี้  แต่การลงทุนเพิ่มเติมจะช่วยสร้าง “ความมั่นคง” ให้กับชีวิตในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมทั้งสำหรับคนโสดและมีครอบครัวแล้ว ไม่ว่าจะป็นการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน หรือโครงการที่มีศักยภาพ เช่น โครงการที่พักอาศัยที่เจาะตลาดผู้สูงวัย นับว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะแม้ว่าคุณจะยังไม่ได้เข้าไปอยู่เองเร็วๆ นี้ แต่มีไว้เพื่อการลงทุนปล่อยเช่าก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะความต้องการอยู่อาศัยในโครงการประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นโครงการใดที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตสูงวัยได้ครบครัน โดดเด่นและออกมาเปิดตัวในเวลาที่เหมาะสมก็ถือเป็นอีกการลงทุนที่คนโสดควรจับตามอง"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท
  3. ที่อยู่อาศัยที่ชวนให้ “ใช้ชีวิต” –  คนโสดหลายรายเลือกที่จะอาศัยในคอนโดมิเนียม เพราะความสะดวกสบายและคล่องตัว แต่อย่าลืมว่า สังคมและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตจะเปลี่ยนไป คนสูงอายุมักจะเหงา ขาดสังคม ทำให้มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าสูง การเลือกที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมาเพื่อ “ส่งเสริม” ไลฟ์สไตล์ของคนสูงวัย ได้พบปะทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน ล้อมรอบด้วยสภาพแวดล้อมที่ชวนให้ “คุณในอนาคต” ออกมาสนุกกับการใช้ชีวิต จึงเป็นเรื่องใหม่ที่คนโสดไม่ควรมองข้าม
  4. ดูแลสุขภาพแบบ “ป้องกัน” ดีกว่า “รักษา” – เพราะร่างกายของคุณต้องอยู่กับคุณไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เสียหายไปจะซ่อมยาก คุณจึงต้องรักมันไม่น้อยไปกว่าชีวิตโสดที่คุณเลือก คนโสดควรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อลดภาวะเสี่ยงของโรคต่างๆ  การเริ่มวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการกิน การออกกำลังกาย ลดพฤติกรรมเสี่ยง ควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งที่คนโสดไม่ควรละเลยขณะที่ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ในปัจจุบัน"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท
  5. ไม่มีแฟน ก็มี “คนดูแล” แทนได้ – คนโสดจำนวนมากมีญาติพี่น้องหรือหลานดูแลชีวิตบั้นปลาย และมีอีกหลายคนที่เลือกจะไม่เป็นภาระต่อใคร แต่สุดท้ายเมื่อถึงวันที่สภาพร่างกายเปลี่ยนไปก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีคนช่วยเหลือดูแล ถ้าจะให้ดี ควรพิจารณาที่อยู่อาศัยซึ่งมีคนพร้อมดูแลชีวิตเราในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ อบอุ่น เป็นกันเอง รวมถึงการดูแลด้านการใช้ชีวิต ช่วยผลักดันให้ออกมาทำกิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม สร้างแรงบันดาลใจให้ยังรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง  พร้อมๆ กับไม่ทำให้รู้สึกว่าการที่มีอายุเพิ่มขึ้นนั้นเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตแต่อย่างใด "5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท

เริ่มต้นวางแผนโสดเกษียณอย่างสมาร์ทด้วยการเตรียมตัวใน 5 สิ่งนี้ จะอยู่อีกกี่ปีหลังเกษียณ คุณก็สูงวัยได้แบบยังมีไฟ และสุขได้แบบไร้กังวล

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294172

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

รักษ์โลก, ขยะ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ขยะในประเทศไทยและทั่วโลกมีสถิติเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร

      การประชุมเชิงปฏิบัติการ สร้างจิตสำนึกพลเมือง “พลเมืองรุ่นใหม่ เท่าทันสถานการณ์ขยะ” จัดโดยสงขลาฟอรั่ม สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อปลูกจิตสำนึกและหาแนวทางร่วมกันของเยาวชนในฐานะพลเมืองรุ่นใหม่ โดยมีประเด็นการเรียนรู้ 5 หัวข้อ ได้แก่ 1. พฤติกรรมการทิ้งขยะของคนในสังคม 2. การสร้างขยะในชีวิตประจำวัน 3. การจัดการขยะ  4. ศึกษามุมมอง/ความคิดของคนทั่วไปเกี่ยวกับขยะ และ 5. ขยะอันตราย ผ่านมุมมองถึง“วิถี”ชุมชนโดยเยาวชนรุ่นใหม่ที่บอกเล่าในการจัดการ“ขยะเจ้าปัญหา”

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

ซึ่งการจัดกรรมในครั้งนี้นอกจากการได้รับความรู้จากวิทยากรแล้ว เยาวชนได้ลงพื้นที่และทำกิจกรรมต่างๆประกอบด้วย “กิจกรรม ขยะที่ฉันผลิตใน 1 วัน” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการสร้างขยะจากตัวเราเองที่การเป็นต้นทางของขยะ ด้วยการแจกกระเป๋าผ้าให้น้องๆคนละ1ใบเพื่อเก็บขยะของตัวเองที่สร้างขึ้นให้น้องๆ เยาวชนเห็นว่าใน “หนึ่งวัน” เราสร้างขยะของตัวเองเป็นปริมาณเท่าไร จากการถุงขนม เปลือกลูกอม ขวดน้ำพลาสติก  “กิจกรรมลงพื้นที่บ่อขยะที่เทศบาลตำบลเกาะแต้ว” เพื่อให้น้องๆเยาวชนได้เห็นภาพขยะปลายทางหลังจากที่รถเทศบาลเก็บแล้วนำมาทิ้ง หลายคนถึงกับอึ้งเมื่อเห้นภาพกองขยะที่สูงราวกับภูเขาขยะย่อมๆที่มาพร้อมกับกลิ่นเหม็นตลบอบอวล

         “กิจกรรมเก็บ กวาด ร่อน” เป็นกิจกรรมลงพื้นที่ชุมชนเก้าเส้ง ซึ่งเป็นชุมชนริมหาดและเป็นชุมชนปากคลองที่ขึ้นชื่อว่ามีขยะและสิ่งปฏิกูลจำนวนมาก เพราะนอกจากชาวบ้านในตัวชุมชนทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางแล้ว ชุมชนดังกล่าวยังเป็นพื้นที่รองรับขยะจากชุมชนอื่นด้วย นอกจากเก็บ กวาด ร่อนแล้ว เยาวชนยังเข้าไปพูดคุยสื่อสารและทำความเข้าใจกับคนในชุมชนถึงผลกระทบของการทิ้งขยะ แล้วกลับมาทบทวนถึงปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่จริง โดยเยาวชนสะท้อนว่า ขยะในชุมชนส่วนใหญ่ที่พบเจอมากที่สุดคือ ถุงพลาสติก ขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่แตกร้าวริมหาด เหล็กขึ้นสนิม ซากอวนเก่า ฯลฯ

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

       สุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรี ตำบลปริก อําเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในฐานะวิทยากร กล่าวว่า“นโยบายการจัดการขยะ”นั้น ต้องทำให้นโยบายเป็นปฏิบัติการทางสังคมที่เกิดจากประชาชนมิใช่จากภาครัฐหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ภายใต้กระบวนการที่สังคมต้องเป็นผู้กำหนดกติกาเอง โดยมองว่า ความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะในชุมชนเป็นแบบ“เกิดช่องว่างของความรู้” เพราะไม่สามารถสื่อสารกันได้ ดังนั้น การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมแก่ชุมชนในการดำเนินการจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ชุมชนเกิดความร่วมมือและเห็นปัญหาเรียนรู้การแก้ปัญหาร่วมกัน ขณะเดียวกันหากมีการจัดการที่ดีจะทำให้ขยะกลายเป็นทรัพยากรมีมูลค่า และสามารถนำกลับมาใช้กับภาคสังคมได้มากขึ้น

ทั้งนี้ แนวทางที่เทศบาลตำบลปริกนำมาใช้ในการจัดการขยะโครงการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน พบว่าชุมชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบนั้นจะมีปริมาณขยะค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร รวมทั้ง การปลูกฝังให้คนในชุมชนช่วยกันคัดแยกขยะ โดยให้ความรู้ความเข้าใจแก่คนในชุมชน เช่น การคัดแยกขยะอินทรีย์ที่มีทุกบ้าน และการมีสำนึกในการรักษาความสะอาดของชุมชน  จะทำให้สามารถลดขยะปริมาณขยะลงได้

นายกเทศมนตรี ตำบลปริก ยังกล่าวอีกว่า แม้ทิศทางการจัดการปัญหาขยะในปัจจุบัน เริ่มมีทิศทางการจัดการไปได้ด้วยดี อย่างการนำสิ่งเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ หรือแปรสภาพไปเป็นอย่างอื่นที่เกิดมูลค่า แต่ยังจำเป็นต้องมีแนวทางส่งเสริมให้ลดปริมาณขยะลง รวมถึงการหลีกเลี่ยงใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ ขณะเดียวกันการสร้างจิตสำนึกสาธารณะแก่คนทั่วไปให้รู้จักรับผิดชอบต่อสังคม จะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนที่สุด ที่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนภาคสังคมไปได้ไกลกว่าการจัดการขยะที่เกิดขึ้นเวลานี้

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

      ด้านสาคร จันทร์มณี เจ้าพนักงานสุขาภิบาลชำนาญงาน สำนักงานเทศบาลนครสงขลา ในฐานะวิทยากร กล่าวว่าปัจจุบันเทศบาลนครสงขลามีชุมชนทั้งหมด 56 ชุมชน ประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 80,000 คน โดยมีขยะเฉลี่ยประมาณ 80-82 ตัน/วัน ส่วนใหญ่เป็นขยะประเภทกิ่งไม้ สิ่งของจากบ้านเรือนที่ไม่ได้ใช้แล้ว เช่น ที่นอน หมอน มุ้ง เป็นต้น ส่วนขยะอินทรีย์หรือพลาสติกมีจำนวนลดหลั่นกันไป และเมื่อรถเก็บขยะจากบ้านเรือนแล้วจะนำไปกำจัดแบบฝังกลบที่เทศบาลตำบลเกาะแต้วซึ่งเป็นบ่อขยะขนาดใหญ่ ปัญหาที่พบจากการสำรวจ คือการทิ้งขยะโดยไม่ได้คัดแยก โดยเฉพาะนักเรียน-นักศึกษาที่อาศัยในหอพัก ส่วนบ้านเรือนของประชาชนยังมีแยกบ้างแม้จะไม่เต็ม100% ก็ตาม

       “เพราะในเทศบาลนครสงขลามีประชากรแฝงเยอะ นักท่องเที่ยวเยอะ การปลูกจิตสำนึกให้เขารักในชุมชนจึงเป็นเรื่องยาก แต่ทางเทศบาลก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะรณรงค์ให้เกิดการคัดแยกขยะ เพราะจะทำให้ง่ายต่อการกำจัด และการคัดแยกขยะเป็นเรื่องสำคัญเพราะขยะบางประเภทสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะช่วยลดปริมาณขยะลงได้ด้วย”

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

        ด้านน.ส.ดารารัตน์ ไหมแก้ว เยาวชนจากโครงการเปลี่ยนชานอ้อยให้เป็นกระดาษ กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เกิดความตระหนักในการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างขยะ และมองว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาที่แก้ได้ไม่ยาก หากทุกคนเริ่มต้นที่ตัวเราเอง ด้วยการสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับตัวเองก่อน จะทำให้ขยะลดลงด้วยเช่นกัน

       “กิจกรรม 2 วันที่ผ่านมาเมื่อได้มาเข้าร่วมกิจกรรมหนูเริ่มไม่รับถุงจากการซื้อขนมที่ร้านค้า และหากจะซื้อน้ำดื่มสักแก้วหรือใส่ถุง ก็เริ่มคิดเอะใจว่าน้ำ 1แก้วหรือน้ำ 1 ถุง ประกอบด้วยขยะกี่ชิ้น และหากเปลี่ยนมาเป็นใส่แก้วน้ำของเราจะทำให้เราสามารถลดปริมาณขยะได้ในแต่ละวันด้วย เพราะแม้ว่าถุงพลาสติกจะสร้างความสะดวกแก่เราแต่ถ้าเราลดการใช้จะทำให้ช่วยลดขยะไปได้ด้วยเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม เยาวชนหลายคนสะท้อนว่า การลดขยะที่แท้จริงเริ่มต้นจากตัวเอง ขณะเดียวกันรู้สึกเข้าใจและมองเห็นปัญหาขยะว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หรือเรื่องของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป แต่นี่คือปัญหาที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข…โดยเริ่มต้นที่ต้นทางของขยะนั่นเอง

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294168

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่า

มัคคุเทศก

ร.ร.ตะกั่วป่า “เสนานุกูล” จึงได้ร่วมกับวิทยาลัยชุมชนพังงา จัดโครงการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวแก่นร.

       นายเลิศธิไกร  ภิรมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 14 (พังงา ภูเก็ต ระนอง) เปิดเผยว่า จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันตกที่มีการตื่นตัวและให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาตลอด จากรายงานสถิติจังหวัดพังงาในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั่วชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดปีละจำนวนมาก หากนักท่องเที่ยวต้องการข้อมูลเชิงลึกของสถานที่เที่ยวนั้นๆ จำเป็นต้องมีผู้นำเที่ยว ผู้ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ และข้อมูลอื่นๆ ประกอบหรือที่เรียกว่า “มัคคุเทศก์” ซึ่งเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ชุมชน สังคมและประเทศชาติมัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่า

โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” จึงได้ร่วมกับวิทยาลัยชุมชนพังงา จัดโครงการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยว แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” และโรงเรียนตะกั่วป่าคีรีเขต จำนวน 180 คน เพื่อพัฒนาเสริมทักษะผู้นำเที่ยวในระดับท้องถิ่น และสร้างความตระหนักให้กับบุคคลในท้องถิ่นให้เห็นถึงความสำคัญของการนำเที่ยวและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ผลิตมัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรม จริยธรรม เพียงพอกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2560 ณ ห้องประชุมสิมิลันโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่า

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294223

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

อร่อย Rice บ้าน, สสส, เครือข่ายคนไร้บ้าน, คนไร้บ้าน, อร่อย RICE บ้าน

เผยคนไร้บ้าน ร้อยละ 70 มีอาชีพ มีความสามารถ กิจกรรม”อร่อย RICE บ้าน” สะท้อนความสามารถ อาชีพของคนไร้บ้าน ปรับทัศนคติคนทั่วไป

       “คนไร้บ้านไม่ได้ไร้ศักยภาพอย่างที่คิด” สัมผัสได้จาก “อร่อย RICE บ้าน ” ณ บริเวณลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ  WHY NOT Social Enterprise  และเครือข่ายคนไร้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนไร้บ้านไมได้แตกต่างจากคนทั่วไป
นางภรณี ภู่ประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่าจากการสำรวจคนไร้บ้านในกรุงเทพมหาวิทยาลัย ตามที่สสส.และสถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าสถานการณ์ของคนไร้บ้าน หรือกลุ่มประชากรที่อยู่ในภาวะยากจน ไร้ที่พึ่งและประสบกับความไม่แน่นอนในการใช้ชีวิตและทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร มีประมาณ 1,307 คน และถ้าอยู่ในศูนย์พักพิงต่างๆ จะมีประมาณ 3,000 กว่าคน รวมประมาณ 5,000 กว่าคน ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

โดยกลุ่มคนไร้บ้าน มากกว่าร้อยละ 70 ประกอบอาชีพที่มีความไม่แน่นอนทางรายได้และหลักประกันในการใช้ชีวิต ประมาณร้อยละ 40 มีรายได้จากการทำงานรับจ้างทั่วไป รองลงมาร้อยละ 20 มีรายได้จากการหาของเก่า และร้อยละ 12 มีรายได้จากการค้าขาย ทั้งนี้ คนไร้บ้านเกินกว่าครึ่งเป็นประชากรที่มีต้นทุนด้านการประกอบอาชีพ แต่เงื่อนไขของการใช้ชีวิตของพวกเขาไม่เอื้ออำนวยให้แปรต้นทุนด้านอาชีพดังกล่าวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมีความมั่นคงที่เพิ่มมากขึ้น

“สสส.เห็นถึงความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพคุณภาพของคนไร้บ้าน ทั้งการทำให้คนไร้บ้านมีบัตรประชาชน มีสิทธิ์ในด้านต่างๆ และด้านอาชีพของคนไร้บ้าน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สามารถพึ่งพิงตนเองได้ ได้แสดงศักยภาพและความสามารถของตนเอง จึงได้จัดให้มีการฝึกทักษะด้านอาชีพ เช่น ช่างซ่อม เบเกอรี่และอาหารฯลฯ นอกจากนั้น มีการพัฒนาเครือข่ายเพื่อหนุนเสริมด้านอาชีพ โดยการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างงๆ เพื่อช่วยเหลือ ซึ่งกิจกรรมในงานครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในเครืองมือ ทำให้เห็นว่าคนไร้บ้านมีความสามารถ ถ้าเราไม่ทราบว่าอาหารเป็นของใคร เราสามารถทานได้อร่อย เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็น ถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะอาชีพอาจและการสร้างความเข้าใจให้แก่คนทั่วไป เพราะหลายครั้งเราเจออคติ หรือมุมมอง มองว่าคนไร้บ้านเป็นบุคคลอันตราย น่ากลัว สกปรก หรือขี้เกียจ อยากพลิกมุมมองว่าคนไร้บ้าน เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ  คนไร้บ้านมีความสามารถเพียงแต่เขาอาจจะขาดโอกาส ดังนั้น ทุกคนควรมองด้วยใจที่เป็นกลาง”นางภรณี กล่าว

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

ด้านนายสวัสดิ์ คชบาง อายุ52 ปี ตัวแทนคนไร้บ้าน กล่าวว่า จริงๆแล้วคงไม่มีใครอยากเป็นคนไร้บ้าน แต่เมื่อเลือกชีวิตไม่ได้ พวกเขาก็ออกมาอาศัยอยู่นอกบ้าน ซึ่งปัจจุบันคนไร้บ้านมีหลากหลาย  มีหลายคนที่มีอาชีพ มีงานทำ ไม่ได้ไร้ศักยภาพ หรือความสามารถอย่างที่หลายคนมองอย่างดูถูก เพราะการมานอนใช้ชีวิตตามพื้นที่สาธารณะ พวกเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงแต่ใช้ชีวิตแตกต่างกันออกไป ฉะนั้น  กิจกรรมในครั้งนี้  นอกจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนไร้บ้านแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้าใจ มุมมอง ทัศนคติของคนทั่วไปต่อคนไร้บ้านด้วย

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

“คนไร้บ้าน เป็นกลุ่มหนึ่งของสังคมที่มีหลากหลายกลุ่ม บางกลุ่มทำอาชีพ บางกลุ่มเดินขอเงิน อยากฝากถึงกลุ่มคนไร้บ้านที่ไม่ทำงานควรปรับปรุงตัวเอง อย่าให้ใครมองไม่ดี  ตอนนี้มีเครือข่ายคนไร้บ้าน หน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ทำให้เรามีงานทำ มีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองได้ แต่หากรักอิสระก็ไม่ควรสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ไม่ควรขโมยของ หรือเดินขอเงิน สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้อื่น ส่วนประชาชนทั่วไป อยากให้มองว่าคนไร้บ้านก็เป็นคนเหมือนกัน อย่ามองอย่างอคติ เพราะถ้าทุกคนเลือกได้คงไม่มีใครอยากถูกรังเกียจ หรือดูถูกจากคนอื่น”นายสวัสดิ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ แสงทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาหนึ่งในผู้เข้าร่วม งาน “อร่อย RICE บ้าน “ กล่าวว่าตนและเพื่อนได้มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยตอนแรกก็ไม่ทราบว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง เพียงแต่เห็นว่ามีบูทอาหารต่างๆ ให้ลองเข้าไปชิม ก็ได้มาร่วมชิมโดยที่ไม่รู้ว่าอาหารจานไหนเป็นคนไร้บ้านทำ จานไหนมาจากร้านดัง เพราะรสชาติอร่อยทุกจาน ทำให้ได้เห็นถึงศักยภาพของคนไร้บ้านในการทำอาหาร และรู้ว่าพวกเขามีอาชีพไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมามีโอกาสพบเจอคนไร้บ้านหลายครั้ง ทั้งเดินมาขอเงิน หรือเก็บขยะ ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจ หรืออะไร มองว่าเขาก็เป็นคนหนึ่งคนเหมือนเรา เพียงแต่โอกาส และเขาเลือกชีวิตไม่ได้ ก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็นกิจกรรมดีๆ เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าใจและเห็นใจคนไร้บ้านมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ต้องฝากถึงคนไร้บ้าน ให้ต่อสู้ชีวิตและอย่าทำพฤติกรรมที่ไม่ดี ขณะที่ คนทั่วไป อยากให้เข้าใจเห็นใจและมีมุมมองทัศนคติต่อคนไร้บ้านเปลี่ยนไป อย่ามองดูถูกพวกเขา เพราะจริงๆ พวกเขาก็มีศักยภาพ ความสามารถไม่ต่างไปจากเรา เพียงแต่อาจหากโอกาส ทุกคนควรเปิดใจยอมรับเขาก็เป็นคนหนึ่งในสังคม

ปัจจุบันคนไร้บ้าน มากกว่า ร้อยละ 90 ของทั้งหมด อาศัยหลักนอนและใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่สาธารณะซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทางสังคมและสุขภาพ รวมถึงสร้างความตึงเครียดให้กับการใช้ชีวิต โดยข้อมูลจากการสำรวจคนไร้บ้าน โดยสสส.และสถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ พบว่า คนไร้บ้านทั่วประเทศ ตัวเลขคาดการณ์ประมาณ 20,000-30,000 คน โดยส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ และส่วนหนึ่งอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานสงเคราะห์ของรัฐ ซึ่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีคนไร้บ้านทั้งหมด ประมาณ 5,000 คน  เป็นผู้ชาย 90% และผู้หญิง 10%  และจากผลสำรวจ สาเหตุหลักๆ มาจากปัญหาความยากจน เศรษฐกิจ ภาวะการทำงานไม่มั่นคง สภาพร่างกายที่ไม่เอื้อต่อการทำงาน และปัญหาครอบครัว

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล “ยุทธการจานร่อน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294171

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล “ยุทธการจานร่อน”

ทีมพนมดิน Robot, อาชีวะ, จานร่อน, หุ่นยนต์, ยุทธการจานร่อน

ทีมพนมดิน Robot คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และได้รับรางวัลพานาโซนิกค์ อวอร์ดในแข่งขันชิงแชมป์หุ่นยนต์นานาชาติ เอบียู เอเชียแปซิฟิก คอนเทสต์ 2017

        ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กอศ. เปิดเผยว่า จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 18 ประเทศ 19 ทีม ทีมพนมดิน Robot วิทยาลัยการอาชีพท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ สามารถนำทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีม และเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายของการแข่งขัน จนสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 มาครอง โดยทีมพนมดิน Robot  จัดอยู่ในกลุ่มซี ร่วมกับ ทีม The Hong Kong University of Science and Technology จากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และ ทีม National University of Mongolia จากประเทศมองโกเลีย โดยรอบแรกเป็นการจับคู่ระหว่างไทยกับฮ่องกง

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล "ยุทธการจานร่อน"

             ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กอศ.

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล "ยุทธการจานร่อน"

ผลคะแนน พนมดิน Robot  ชนะไป (8-2 คะแนน) ในรอบ 2 พนมดิน Robot  ชนะทีมมองโกเลีย (APPARE – 6 คะแนน ) เป็นตัวแทนกลุ่มซี เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอทีม Institute of Science and Technology AKPRIND จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งพนมดิน Robot ชนะ (APPARE ต่อ 9 คะแนน) และได้พบกับทีม University of Teknologi Malaysia จากประเทศมาเลเซียในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ผลคะแนนเสมอกัน และแข่งขันใหม่ มาเลเซียชนะประเทศไทย (APPARE – 8 คะแนน) มาเลเซียได้เข้าชิงแชมป์กับทีม Lac Hong University จากประเทศเวียดนาม และ Tokyo Institute of Technology จากประเทศญี่ปุ่นด้วยคะแนน APPARE – 4 คะแนน ในเวลา 34 วินาที และเวียดนามจึงเอาชนะมาเลเซีย (APPARE – 5 คะแนน) ด้วยเวลา 1.20 นาที เวียดนามคว้าแชมป์ไปครองในปี  2017

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล "ยุทธการจานร่อน"

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล "ยุทธการจานร่อน"

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ผลการแข่งขันของทีมพนมดิน Robot ในครั้งนี้ เป็นความภาคภูมิใจของชาวอาชีวศึกษา และความยินดีของคนไทย นับว่าเป็นการแสดงศักยภาพของนักศึกษาอาชีวศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งการเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายเกินความคาดหมาย โดยทีมพนมดิน Robot วิทยาลัยการอาชีพท่าตูม ได้ชนะการแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรบอท คอนเทสต์ (ABU : Asia-Pacific Robot contest) ชนะเลิศ ABU ในระดับประเทศ ทั้งทีมจากระดับอาชีวศึกษา และทีมจากระดับอุดมศึกษา สำหรับในการแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ ABU Asia – Pacific Robot Contest  2018 ครั้งที่ 17 จะจัดขึ้น ณ ประเทศเวียดนาม ในปี 2018 ต่อไป

สกู๊ปพิเศษ : นั่งคุยกับ ‘หมู’ บัณฑิต แซ่โง้ว 15 ปีที่จับพลัดจับผลูเป็น MUZU

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289141

สกู๊ปพิเศษ : นั่งคุยกับ ‘หมู’ บัณฑิต แซ่โง้ว 15 ปีที่จับพลัดจับผลูเป็น MUZU

สกู๊ปพิเศษ : นั่งคุยกับ ‘หมู’ บัณฑิต แซ่โง้ว 15 ปีที่จับพลัดจับผลูเป็น MUZU

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เกริ่นนำกันสักนิดกับที่มาของ “หมู” บัณฑิต แซ่โง้ว หรือ หมู MUZU (มูซู) ศิลปินจากสังกัด ไวท์ มิวสิค ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่โลดแล่นในวงการดีดสีตีเป่ามาร่วม 15 ปี มีผลงานซิงเกิ้ลมาแล้วมากมาย อาทิ หลอกตัวเอง, สวรรค์วิมาน, เข้ากันไม่ได้, ไม่เคย ฯลฯ เส้นทางนี้ใช่ความฝันของเขาหรือไม่ และอะไรทำให้เขากลายเป็นศิลปินเดี่ยวในนาม MUZU กับวิถีออนทัวร์ ที่เหลือเชื่อ!? เขาว่า…หมูขับรถพาคุณแม่เดินสายทัวร์คอนเสิร์ต ไปไหนไปกันเสร็จงานเที่ยวต่อกัน 2 คน!?

15 ปีที่โลดแล่น

“ผมอยู่กับไวท์มิวสิคมาตลอด ตั้งแต่ออกซิงเกิ้ลเป็นทางการ สมัยก่อนผมออกซิงเกิ้ล “เข้ากันไม่ได้” กับ “ไม่เคย” จะอยู่ข้างนอก และก็เป็นความบังเอิญทั้งสิ้น อย่างตอนทำ “เข้ากันไม่ได้” ตอนนั้นไปเป็น Lyric Producer อยู่กับ พี่ปุ้ม (พรพรหม
สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) เป็นงานแรกที่แกเรียกเข้าไป บอก…เด็กคนนี้ใช้ได้ แล้วก็ให้เป็น Lyric Producer เลย ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่า Lyric Producer คืออะไร ทำยังไง แต่เขาดูเรามาประมาณหนึ่ง พอเขาให้เป็น ผมก็เป็น ก็คอยถามแกว่าต้องทำยังไง แกบอกดูแลเนื้อทั้งอัลบั้ม แบบนี้ แบบนั้น ผมไม่ได้เรียนจบอะไรมาเลยครับ คือดั้นด้นทำงานเกี่ยวกับเพลงมาตลอด แล้วมีเพลงหนึ่งในอัลบั้มที่แกเรียกมาทำ ชื่อ Gen-X Academy เหลือแต่เรียบเรียง แต่ว่าเนื้อร้องกับทำนองถูกถอดไป โดยเจ้าของเพลง ด้วยเหตุผลบางประการ ผมมีหน้าที่ Lyric Producer ก็ต้องทำหน้าที่ซ่อมเพลงนี้ ผมก็เลยแต่งเนื้อใหม่หมดเลย เพื่อใส่ในดนตรีเพลงนั้น ซึ่งมันก็คือเพลง “เข้ากันไม่ได้” แล้วผมก็ร้องไกด์ไปให้เขา พี่เขาเลยบอก งั้นก็เป็นศิลปินเลยละกัน (หัวเราะ)”

จับพลัดจับผลูเป็น MUZU

“มูซู มาจาก พี่ปุ้ม นั่นแหละครับ เป็นคนตั้งให้ เมื่อตอนต้องลงเครดิตในปกซีดี ทุกคนมีชื่อ มีนิคเนม แนวสนุกสนานแบบนั้นกันหมด ผมไม่มี และผมก็ไม่อยู่พอดี พี่ปุ้ม เลยบอกให้พิมพ์ MUZU เลย ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าแปลว่าอะไร ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่กล้าถามเลยครับ (หัวเราะ) กลัวแกจะบอกว่า อยู่มาตั้งนานพึ่งมาถาม ไม่ไปค้นหาเลยเหรอ กลัวเจอตอบกลับมาแบบนี้ เลยไม่กล้าถามเลยครับ ผมเคยไปค้นดูนะครับ และก็มีน้องบางคนตอบมาในเฟซบุ๊ค ว่าภาษาเช็ค แปลว่า “แพะ” ผมก็ไม่รู้จริงหรือเปล่านะ เคยถามคนญี่ปุ่น เขาบอกเป็นศัพท์แสลง แปลว่า “ยาก” อะไรประมาณนั้น ถ้าเป็นความหมายนี้ อาจจะใช่ก็ได้นะครับ เพราะทุกอย่างที่ผมทำ ยากหมดเลย (หัวเราะ)”

เส้นชัยที่มุ่งมั่นจะไปให้ถึง

“15 ปีที่ผ่านมา โอ้โห..ไปไม่ถึงสักจุด (หัวเราะ) จริงๆ ตอนเด็กๆ ผมคิดอยากเป็นศิลปิน แสดงผลงานระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ ร้องเพลง ตอนที่เราอยู่กับตัวเอง เราพอจะมีแรงบันดาลใจ มีพลังเต็มเปี่ยม ที่คิดต่อไปว่าอยากไประดับโลก แต่พอปัจจุบันคิดว่ามีปัจจัยอะไรมากมายที่ทำให้เป็นจริงได้ยาก โดยเชิงกายภาพง่ายๆ ถ้าจะให้ร้อง หรือเล่น ผมสู้ไหว แต่ด้วยทางอื่น ทางการนำเสนอก็มีความยากของมัน คงต้องรอต่อไปครับ (หัวเราะ) วันนี้จุดสูงสุดก็ยังอยากเป็น ศิลปินระดับโลกอยู่นะครับ ผมยังอยากโกอินเตอร์ แต่ในแนวทางที่ให้ อยากให้ทุกคนรู้จักผลงานของผม รู้จักเพลงของผม”

มุมมองจากครอบครัว

“ที่บ้านไม่ได้ขัดข้องอะไรครับ กับงานตรงนี้ เพราะผมไม่ได้มีครอบครัวที่เป็นภรรยาหรือลูก ผมมีแต่คุณแม่คนเดียว ตอนนี้เลยไปไหนไปกัน สมมุติไปร้องเพลงต่างจังหวัด แทนที่จะนั่งเครื่องบินไป ผมก็เปลี่ยนมาขับรถไป แล้วก็ให้แม่ไปด้วย คือเริ่มจากผมมาอยู่กรุงเทพฯ นาน แล้วเพิ่งได้กลับบ้าน ที่ท่าฉลอม สมุทรสาคร จริงๆ ใกล้มากนะครับ แต่เมื่อก่อนรู้สึกไกลมาก(หัวเราะ) ต้องจากแม่มา แล้วนานๆ ทีถึงจะได้กลับไปหาแม่ เหมือนในเพลงคือมาตามหาฝัน แล้วท้ายสุดก็ไม่ได้ความสำเร็จอะไรท้วมท้น ได้แต่ประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมกลับไป แต่อย่างหนึ่งที่ขาดหายไปคือการดูแลแม่ ความใกล้ชิดกัน ผมก็คิดว่าแม่จะมีโอกาสสักกี่ครั้ง ที่ได้ไปเที่ยวเหมือนคนอื่น ทุกวันนี้ก็เลยพากันนั่งรถ ขับไปเรื่อยๆ ตามจังหวัดที่ผมไปทัวร์คอนเสิร์ต ผมเป็นลูกคนเดียวด้วย ก็ไปกัน 2 คนแม่ลูก เขาชอบมากครับ เพราะคนรุ่นนั้นไม่ค่อยได้เที่ยวแบบนี้หรอกครับ เหมือนเขาได้กลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง คุณแม่แข็งแรงมาก แล้วทุกคนชอบไม่เชื่อว่าเป็นแม่ ชอบหาว่าผมหน้าแก่กว่าแม่อีก (หัวเราะ)

ชีวิตรัก

“เรื่องครอบครัวที่เป็นแฟนหรือลูก ผมไม่มีครับ หรือเคยมีประสบการณ์ แต่พอปลดเรื่องทุกอย่างแล้วมันสบาย ไม่ได้ทิ้งใครนะครับ ผมเป็นคนถูกทิ้ง (หัวเราะ) ผมโอเคกับทุกอย่างตอนนี้มาก ไม่ว่าจะดนตรี หรืออะไร ดำเนินด้วยความอบอุ่นไปหมด ซึ่งดูเหมือนไม่เกี่ยวแต่น่าจะพอเข้าใจว่ามันเกี่ยวเนื่องกันหมด เพลงต่อจากนี้ของผม ก็จะเป็นอะไรที่มาจากความสุขตรงนี้ (ไม่ได้มองหาความรัก?) ไม่ได้รันทด ช้ำรัก จนไม่ได้เอาใครนะครับ ไม่ใช่ครับ คนละเรื่อง (หัวเราะ) แต่อยู่แบบนี้เป็นอะไรที่แฮปปี้มาก ผมมีคู่มาตลอดนะ เป็นคนที่มีแฟนน้อย แต่รวมระยะปีแล้วผมหยุดพักไปครึ่งปี ไม่ถึงปี ผมเพิ่งมารู้ตัวว่าไม่มีเรื่องพวกนี้เลยเมื่อไม่นานนี้เอง

ช่วงเวลาที่ขาดหาย

“ผมไม่ได้ใช้ความเป็นผู้ใหญ่มาหลายปีมาก เพราะเรื่องรักๆ เพราะเราเป็นคนอ่อนไหวเกินไป อันนี้ไม่ได้โทษใครนะครับ ผมคิดว่าถ้าผมกลับเป็นเด็ก แล้วไม่มีแฟน ตั้งแต่เริ่มแรกมา ผมอาจจะมุ่งมั่นและมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ เพราะวัยเด็กถ้าเราไม่มีอะไรมารบกวน เราจะมุ่งไปที่โกลด์ที่เราอยากไปให้ถึง ผมจะเป็นประเภทนั้น แต่ถ้ามีอะไรมาหวือหวาวุ่นวาย ผมก็จะอ่อนไหวไปตามสิ่งที่เข้ามา เหมือนแบบน่ารักไปหมด(หัวเราะ) ไม่ได้เจ้าชู้นะ แต่อ่อนไหวไปหมด (หัวเราะ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร นี่ผมยกตัวอย่างแค่เรื่องเดียวนะ ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ผมให้กับตัวเองเต็มที่ มุ่งทำสิ่งที่เราอยากทำ ดื่มด่ำกับความสุขแบบนี้ครับ”

ภาพของ MUZU

“เป็นนักแต่งเพลง เป็นศิลปินแนวป๊อปร็อกครับ ช่วงแรกๆ ผมจะเป็น อิเล็กทรอนิกส์ R&B ช่วงหลังมานี้ถึงเป็นป๊อปร็อก บวกซาวนด์ดีไซน์”

ผลงานชิ้นล่าสุด

“ซิงเกิ้ล “สวรรค์วิมาน” จริงๆ เพลงนี้ผมแต่งไว้นานมากแล้วครับ 20 กว่าปีได้ ผมแต่งเพลงเก็บมาตลอดในหลายๆ ยุค บังเอิญว่าในที่ประชุมเขาได้ยินเพลงนี้ แล้วเขาชอบกัน ผมเองก็เห็นดีด้วย เลยได้ทำจนเสร็จออกมาเป็นซิงเกิ้ลสวรรค์วิมานที่ทุกคนได้ฟังกัน (แรงบันดาลใจของเพลงนี้?) ผมคิดว่าอยากทำเพลงที่มีคอร์ดเท่ๆ ย้อนไป 20 ปีตอนนั้นผมยังหางอึ่งอยู่เลยครับ ยังเด็กสำหรับการแต่งเพลง แต่ก็พอจะเป็นแล้วในเรื่องของการเรียบเรียงคำร้อง ทำนอง ทีนี้เราก็อยากก้าวไปอีกขั้น คือได้ยินคอร์ดฝรั่งเท่ๆ แล้วอยากทำแบบนั้นบ้าง ต้องบอกว่าเท่ในความคิดของผมตอนนั้นนะครับ เพราะในโลกนี้มีคอร์ดเป็น 100 แบบที่เท่ นี่ก็เป็นแบบหนึ่ง ที่เราไม่ค่อยได้ใช้กัน เพลงป๊อปทั่วไปไม่ค่อยลงคอร์ดแบบนี้ เพลงนี้อธิบายเป็นคำร้องของเพลงน่าจะชัดเจนที่สุด คือ “อยากจะบอกว่าเรื่องราวมันเศร้าอยู่เหมือนกัน แต่ฉันไม่รู้จะร้องหาสวรรค์วิมานอะไร ใจมันพัง แต่ยังคงมีเท้าให้ก้าวไป แม้ว่าช้ำแค่ไหน ก็คุ้มที่ได้รู้ว่าฉันก็ยังรักเป็น” ตอนสุดท้ายจะลงด้วยทัศนคติความเป็นผมตลอด ในหลายๆ เพลง เพลงนี้ก็เป็น “ถึงยังไงก็ยังรักเป็น” คือพยายามหาอะไรที่ดีๆ มาลงเป็นเชิงบวกให้กับคนฟัง”

ถึงวันนี้ หมู มูซู จะยังไม่เคยมีอัลบั้มเพลงเป็นของตนเอง แต่ความฝันของเขายังคงดำเนินต่อไป ด้วยความคิดที่ไม่เคยท้อถอย และมองโลกอย่างเข้าใจ จากคำพูดทิ้งท้ายที่เขาบอกว่า “วงการเพลงในปัจจุบันลำบากก็จริง แต่ผมคิดว่าคนที่เป็นศิลปินจริงๆ ก็ต้องมีทางนำเสนองานของตัวเองอยู่ดี เพราะไม่ว่ายุคไหน ศิลปิน หรืองานศิลปะ ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ก็ต้องพบกับความยากลำบากในการนำเสนอ นี่แค่เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของโลกที่เราพบเจอ ซึ่งสมัย 100 ปีที่แล้ว แวนโก๊ะ คงมีความยากลำบากกว่าเราหลายเท่าครับ”

 

ลูกหมี

‘ฮิวโก้’ เชียร์แขก ใน MV ‘บันไดสีแดง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289165

‘ฮิวโก้’ เชียร์แขก ใน MV ‘บันไดสีแดง’

‘ฮิวโก้’ เชียร์แขก ใน MV ‘บันไดสีแดง’

วันศุกร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์” ปล่อย MV ซิงเกิ้ลที่ 3 “บันไดสีแดง” จากอัลบั้ม “ดำสนิท” มาให้ชมกันแล้ว โดยเจ้าตัวขอสวมบทบาทพนักงานเชียร์แขกในสถานบริการกลางคืน ความล่อแหลมที่หลายคนเรียกว่าสถานที่อโคจรได้ถูกรวบรวมไว้ในมิวสิกวีดีโอนี้ทั้งหมด ผ่านการกำกับของ “แอ๊ะ-ชาติฉกาจ ไวกวี” คนคุ้นเคยตั้งแต่เอ็มวีตัวแรกในอัลบั้มนี้

“เพลงนี้ดนตรีฟังสบายๆ แต่จริงๆเป็นเพลงที่เนื้อหาดาร์กที่สุดในอัลบั้ม เป็นเพลงที่แฝงด้วยแง่คิดและมุมมองต่างๆ ตัวเอ็มวีเองก็เป็นการเล่าเรื่องในมุมที่สุด อยากให้คนได้ดูและคิดตามครับ สามารถติดตามเอ็มวีนี้กันได้แล้วนะครับทาง Youtubechannel : merecords และสำหรับใครที่รอฟังเพลงนี้แบบสดๆ สามารถไปฟังไปร้องตามกันได้ในคอนเสิร์ต ภาษาแม่ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ที่ไบเทค บางนาฮอลล์ 107 นะครับ”

‘The Glass Castle’ หนังในฝันของคนรักดราม่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289263

‘The Glass Castle’ หนังในฝันของคนรักดราม่า

‘The Glass Castle’ หนังในฝันของคนรักดราม่า

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 19.50 น.

หากนับในบรรดาภาพยนตร์ที่สร้างและดัดแปลงมาจากหนังสือนั้น “The Glass Castle วิมานอยู่ที่ใจ” ถือเป็นผลงานลำดับต้นๆ ของปีนี้ที่ได้รับการจับตามองทั้งจากคอนักอ่านและแฟนหนังคุณภาพ ด้วยเนื้อหาที่โดนใจผู้อ่านจนติดอันดับหนังสือขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์นิวยอร์คไทม์เบสเซลเลอร์ อันได้รับการถ่ายทอดมาจากชีวิตจริงนักเขียนชื่อดัง จีนเน็ตต์ วอล์ส ที่เธอเลือกเขียนเรื่องราวของชีวิตตัวเองตั้งแต่ครั้งยังเด็ก เพราะอยากสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งต่างๆ ที่เธอต้องเผชิญ รวมถึงเป็นการให้กำลังใจกับคนที่ต้องประสบปัญหาเดียวกับเธออย่างมีความหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะสามารถเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง และมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จในที่สุด

เมื่อไม่นานมานี้ The Glass Castle ยังได้เริ่มจุดกระแสแห่งความประทับใจด้วยการโกยรีวิวในระดับดีงามจากสื่อใหญ่ของอเมริกาที่ล้วนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาทรงพลัง กระแทกใจ ประกอบกับการแสดงอันยอดเยี่ยมของสามดาราฮอลลีวู้ด บรี ลาร์สัน, วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน และ นาโอมิ วัตส์ 

“ภาพสะท้อนของสถาบันครอบครัว ที่ได้นักแสดงคุณภาพยอดเยี่ยมมารับบท” – NY Daily News

“ทรงพลัง และโดนลึกถึงใจคนดู จากทีมนักแสดงที่ปล่อยฝีมือระดับสุดยอด” – Comingsoon.net

“ให้ข้อคิดผ่านความเจ็บปวด The Glass Castle เผยความจริงที่จะกระแทกใจคนดู” – Timeout

“หัวใจคุณ จะแตกเป็นเสี่ยงๆ นี่คือหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดของปีนี้” We Live Entertainment

“กระแทกใจคนดูเต็มๆ พอๆกับแนะนำให้แฟนหนังได้สัมผัสเรื่องราวที่น่าทึ่งนี้” – The Hollywood Reporter

จากผู้อำนวยการสร้าง Life of Pi : “The Glass Castle วิมานอยู่ที่ใจ” : 7 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘7 เป็น 7 ตาย’ แอคชั่นสุดยอดพล็อตแห่งปี !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289260

‘7 เป็น 7 ตาย’ แอคชั่นสุดยอดพล็อตแห่งปี !!

‘7 เป็น 7 ตาย’ แอคชั่นสุดยอดพล็อตแห่งปี !!

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 19.35 น.

“WHAT HAPPENED TO MONDAY 7 เป็น 7 ตาย” โปรเจคต์แอคชั่น-ไซไฟสุดยอดพล็อตแห่งปีที่จะทำให้คุณต้องทึ่ง ด้วยผลงานการแสดงของ นูมิ ราเพซ ที่แจ้งเกิดจากหนังเรื่อง The Girl with The Dragon Tattoo ก่อนจะโด่งดังกลายเป็นที่รู้จักของแฟนหนังทั่วโลกใน Prometheus เพราะงานนี้เธอต้องพบกับบทบาทที่ท้าทายที่สุดของการแสดง ซึ่งในเรื่องนี้ นูมิต้องเล่นเป็น 7 แฝดสาว 7 บุคลิก ได้แก่ มันเดย์, ทิวส์เดย์, เวนส์เดย์, เธิร์สเดย์, ฟรายเดย์, แซทเทอร์เดย์ และ ซันเดย์ ที่ต้องสลับกันออกไปใช้ชีวิตได้เฉพาะในวันที่ตรงกับชื่อของตนเองเท่านั้น โดยทั้งเจ็ดสาวใช้ชื่อเดียวว่า “คาเรน เซตต์แมน” นักธุรกิจสาวผู้ประสบความสำเร็จ เพื่อให้รอดพ้นจากกฎเหล็กของอนาคตโลกทมิฬที่อนุญาตให้หนึ่งครอบครัวมีลูกได้เพียงหนึ่งคน!

ขั้นตอนการพัฒนาตัวละครต้องใช้ความทุ่มเทของนักแสดงเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อได้ นูมิ ราเพซ ตบปากรับคำมาแสดงเป็นเจ็ดแฝดสาวพี่น้อง เธอเผชิญหน้ากับความท้าทายในแบบที่นักแสดงคนอื่นอาจจะไม่กล้าพอ นูมิคว้าโอกาสนี้ด้วยความกระตือรือร้นและความทุ่มเทแบบที่หลายๆ คนยกย่องเธอ เมื่อเธอเข้ามาสวมบทบาทจริงๆ เธอกล่าวว่า “มันบ้าและน่ากลัวมาก มันยากแต่สนุก มันคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดในอาชีพนักแสดงของฉัน”

ทอมมี่ เวอร์โคล่า ผู้กำกับ “มันสำคัญมากที่ต้องสร้างกลิ่นอายบางบางอย่างขึ้นมาเพื่อช่วยคนดูเพราะคุณมีเวลาสั้นมากเพื่อแนะนำตัวละคร” เวอร์โคล่าต้องการลงลึกถึงตัวละครมากกว่าปกติและแน่นอนว่าตัว นูมิ เป็นนักแสดงที่สามารถตีความตัวละครทั้งเจ็ดนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

นูมิเผยความรู้สึก “ฉันรู้จักสาวๆ พวกนี้ดี ตอนแรกฉันคิดกับตัวเองว่า ฉันจะเล่นเป็นเจ็ดตัวละครในเรื่องเดียวได้ยังไง เราต้องการความสมจริงที่สุด ฉันจึงเริ่มคิดได้ว่าทั้งเจ็ดสาวคือมุมต่างๆ ที่เคยผ่านมาในชีวิตฉัน อย่างตอนฉันอายุ 13-14 ฉันออกแนวฮิปปี้เหมือน ทิวส์เดย์ ตอนฉันโตขึ้นมาหน่อยฉันเริ่มเหมือน เวนส์เดย์ เพราว่าฉันชอบกีฬาต่อสู้ แล้วมันก็มีช่วงที่ฉันเหมือน เธิร์สเดย์ ที่เป็นเด็กพังค์ขี้โมโห และฉันยังเคยย้อมผมบลอนด์เหมือน แซทเทอร์เดย์ ฉันเลยเหมือนกับมองตัวเองผ่านอดีตในตัวละครเหล่านี้”

“นูมิ เล่นทั้งเจ็ดตัวละครออกมาได้ไร้ที่ติด ผมไม่คิดว่าคนอื่นจะทำอะไรแบบนี้ได้ เธอมากองทุกวันเล่นแต่ละซีนด้วยมุมมองต่างกัน มันคือสิ่งที่ท้าทายสุดในเรื่อง” ผู้อำนวยการสร้าง ฟิลลิปเป รูสซาเลต กล่าวชื่นชม “เธอชอบท้าทายตัวเอง บทบาทในเรื่องต้องการนักแสดงที่มีทักษะพอๆ กับความเฉลียวฉลาด ซึ่งเธอได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีใครเหมาะไปกว่าเธอ”

นูมิ ราเพซ กับบทบาท 7 แฝดสาว 7 บุคลิก 1 ตัวตน เป็นการแสดงครั้งท้าทายที่สุดในชีวิต! “WHAT HAPPENED TO MONDAY 7 เป็น 7 ตาย”  วันนี้ ในโรงภาพยนตร์