สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบรางวัลเยาวชนดีเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375360

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบรางวัลเยาวชนดีเด่น

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบรางวัลเยาวชนดีเด่น

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ไทยในพระบรมราชจักรีวงศ์ถึงสองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ที่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติตั้งแต่ยังเป็นยุวกษัตริย์ จึงถือเป็นวันสิริมงคลแก่การพัฒนาเยาวชนแห่งชาติ

ซึ่งงานนี้ทาง สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดจัดพิธีมอบรางวัลเยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2561 โดยมี นพ.ขจิต ชูปัญญา รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินการคัดเลือกเด็กดีเด่นตั้งแต่ พ.ศ. 2533 และเยาวชนดีเด่นตั้งแต่ พ.ศ.2530ตามหลักเกณฑ์ที่ดีและเหมาะสม อันเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนทั่วไป และมอบโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร เข็มเกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชนที่ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งการฝึกอบรมเพื่อเสริมศักยภาพทักษะชีวิตองค์ความรู้ และประสบการณ์ให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นพลังสำคัญเพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

‘MBK รักษ์น้ำ ชุมชนรักษ์คลอง’ ชวนชุมชนเขตปทุมวันติดตั้งถังดักไขมันในครัวเรือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375170

‘MBK รักษ์น้ำ ชุมชนรักษ์คลอง’ ชวนชุมชนเขตปทุมวันติดตั้งถังดักไขมันในครัวเรือน

‘MBK รักษ์น้ำ ชุมชนรักษ์คลอง’ ชวนชุมชนเขตปทุมวันติดตั้งถังดักไขมันในครัวเรือน

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะผู้จัดงาน MBK รักษ์น้ำ ชุมชนรักษ์คลอง ถ่ายภาพพร้อมกับชุมชน

คราบไขมันจากอาหารในครัวเรือน เมื่อถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำจะกลายเป็นเสมือนแผ่นฟิลม์สีขุ่นปิดกั้นแสงแดดไม่ให้สาดส่องลงไปถึงท้องน้ำ ส่งผลให้กระบวนการผลิตออกซิเจนในน้ำน้อยลง สัตว์น้ำเริ่มล้มตายเพราะขาดอากาศหายใจและก่อให้เกิดจุลินทรีย์เน่าเหม็นสะสมเป็นน้ำเสียตามมา ดังนั้นการติดตั้งถังดักไขมันในทุกบ้านก่อนปล่อยน้ำมาสู่คูคลองในชุมชนจึงเป็นการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียตั้งแต่ต้นทางซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวทุกคนอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมมือกับ สำนักงานเขตปทุมวัน, กรมควบคุมมลพิษ และ มูลนิธิสร้างสรรค์ไทย
(ตาวิเศษ) จัดกิจกรรม “MBK รักษ์น้ำ ชุมชนรักษ์คลอง” ส่งมอบองค์ความรู้เรื่องการจัดการน้ำเสียในครัวเรือนอย่างถูกวิธีให้แก่ชุมชน ร้านค้า และโรงเรียนในเขตปทุมวัน มุ่งเน้นให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ปลูกฝังความรู้เรื่องการจัดการขยะที่ถูกต้อง และร่วมกันประกอบถังดักไขมันในครัวเรือนแบบง่ายๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำเสียบริเวณคูคลองในเขตปทุมวันได้อย่างยั่งยืน ณ ลานกีฬาจารุเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมี สมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมชมนิทรรศการเกี่ยวกับการจัดการปัญหาน้ำเน่าเสียจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีกิจกรรมพิเศษมาให้ชาวชุมชน และนักเรียนเขตปทุมวันได้เรียนรู้ถึงที่มาและวิธีการแก้ปัญหาน้ำเสียในแต่ละภาคส่วน อาทิ การคัดแยกขยะ โดยมูลนิธิสร้างสรรค์ไทย(ตาวิเศษ), การทดลองวัดระดับคุณภาพน้ำ โดยกรมควบคุมมลพิษ และกระบวนการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย โดยศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นต้น

กนกรัตน์ จุฑานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่ากิจกรรมนี้ได้จัดทำขึ้นตามเจตนารมณ์ของศูนย์การค้าฯ ที่ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ในเรื่องการฟื้นฟูน้ำเสียให้กับเยาวชนและชุมชนรอบศูนย์การค้า เนื่องจากปัญหาน้ำเสียในคูคลองส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคนในชุมชน ซึ่งทุกคนสามารถนำความรู้ดีๆ ในวันนี้ไปต่อยอดพัฒนาชุมชนของตนได้อย่างยั่งยืนผ่านการทำถังดักไขมันจากวัสดุเหลือใช้ภายในบ้าน เพื่อดักกรองเศษอาหารและแยกคราบไขมันจากการล้างจานมากักเก็บไว้ ก่อนปล่อยน้ำลงสู่คูคลองสาธารณะ กิจกรรมในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วน และชุมชนทั้ง 12 ชุมชนในเขตปทุมวัน รวมถึงจิตอาสา MBK Spirit ทุกคน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมที่ดีด้วยการติดตั้งถังดักไขมันให้ครัวเรือนในชุมชนอีกด้วย

กิจกรรม “MBK รักษ์น้ำ ชุมชนรักษ์คลอง” เริ่มต้นด้วยการเวิร์กช็อปสอนวิธีจัดการน้ำเสีย และตรวจวัดคุณภาพน้ำร่วมกับนักเรียนในชุมชน โดย ดร.เชาวน์ นกอยู่ รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ, การเสวนาถึง “มุมมองการจัดการของเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน” เริ่มจาก อรพินท์ แสสนธิ์ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตปทุมวัน, จีรนันท์ ชะอุ่มใบ เลขาธิการสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) และดร.ประหยัด บุญคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ปิดท้ายด้วยกิจกรรมไฮไลท์ “เวิร์กช็อปทำถังดักไขมันในครัวเรือน” โดย วันชัย สวัสดิ์แดงผู้เชี่ยวชาญด้านการทำถังดักไขมันในครัวเรือนได้มอบความรู้ให้ทุกคนในชุมชนได้ลงมือทำ และนำกลับไปใช้งานได้จริงในบ้าน เพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียจากต้นเหตุอย่างมีประสิทธิภาพสูง
ในราคาที่ย่อมเยา

ร่วมสนับสนุนสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375163

ร่วมสนับสนุนสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน

ร่วมสนับสนุนสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ จัดงาน “Shop & Smile By MOL” ระหว่างวันที่ 10-21 พฤศจิกายน 2561 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

งาน “Shop & Smile By MOL” เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ และสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทั่วทุกภูมิภาคให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รายได้ส่วนหนึ่งมอบสมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือเด็กและสตรีผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร โดยรวบรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ ดี เด่น ดัง จากทั่วทุกภูมิภาค อาทิ ผ้าไทย, เครื่องประดับ, อาหารคาว-หวาน, ผลิตภัณฑ์แปรรูป และอีกมากมายหลายชนิด มาใช้ช็อป ชม ชิม กว่า 100 บูธ

เลือกช็อปจุใจ ได้บุญ ในงาน “Shop & Smile By MOL” ได้ ตามวันและเวลาดังกล่าว

มหกรรมญี่ปุ่น JAPAN EXPO THAILAND 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375146

มหกรรมญี่ปุ่น JAPAN EXPO THAILAND 2019

มหกรรมญี่ปุ่น JAPAN EXPO THAILAND 2019

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เดินหน้าเตรียมงานครั้งยิ่งใหญ่ กับมหกรรมญี่ปุ่นแห่งปี JAPAN EXPO THAILAND 2019 โดย บริษัทจี-ยู ครีเอทีฟ จัดขึ้น ฉลองเข้าสู่ปีที่ 5เอาใจผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกิจกรรมน่าสนใจมากมาย ระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เกิร์ล-ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ เผยว่าในการจัดงาน JAPAN EXPO THAILAND ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงานอีเว้นท์ที่รวมความเป็นญี่ปุ่นไว้ ซึ่งแต่ละครั้งนั้นมีสีสันและไฮไลท์ที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป สำหรับครั้งนี้สิ่งที่อยากจะนำมาเพิ่มเติมในงานครั้งนี้ก็คือเรื่องของดิจิทัล เพราะ ณ ปัจจุบันรัฐบาลไทยได้พยายามผลักดันให้นักธุรกิจหรือผู้ประกอบการไทยนำเอาเรื่องของดิจิทัลเข้ามามีส่วนของธุรกิจ โดยญี่ปุ่นคือหนึ่งในประเทศที่มีความเจริญในเรื่องของดิจิทัลและเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น

ภายในงาน JAPAN EXPO THAILAND 2019 ครั้งนี้ ยุพเรศกล่าวว่า ในปีนี้จะดึงจุดเด่นของงาน 5 อย่าง เริ่มจาก 1.อาหารการกิน โดยนำสุดยอดของอาหารญี่ปุ่นกว่า 30 ร้านค้า ที่บินตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาให้ได้ลิ้มลองกันในงานนี้โดยเฉพาะ 2.การท่องเที่ยว ซึ่งในปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาจากเดิม 2 โซน เป็น 3 โซน มีแพ็กเกจการท่องเที่ยวพร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในการท่องเที่ยวได้มาเลือกสรรในงานนี้อีกด้วย รวมไปถึงการนำจุดเด่นของแต่ละจังหวัดมานำเสนอ อาทิ จังหวัดโทคุชิมะ ได้นำการแสดงโชว์สุดอลังการ อย่าง “การร่ายรำอาวะโอโดริ” แบบดั้งเดิม ส่งตรงจากแดนปลาดิบกว่า 30 ชีวิต พร้อมทั้งเหล่าศิลปิน ที่มาร่วมในงานนี้ด้วย 3.นำศิลปิน J-POP, J-ROCK ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีศิลปินมาเข้าร่วมแสดงในงานครั้งนี้กว่า 300 ชีวิต หรือประมาณ 40-50 วง ถือว่ารวมไอดอลญี่ปุ่นไว้มากที่สุดในเอเชียเลยก็ว่าได้ 4.คอสเพลย์พาเหรด, อานิเมะชื่อดัง, รวมไปถึงคาแร็กเตอร์การ์ตูน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในไฮไลท์ของคนไทย และในปีนี้ทางผู้จัดงานยังมีการแข่งขัน Animation Challenge เพื่อส่งเสริมและโปรโมทการท่องเที่ยวทั้งไทยและญี่ปุ่น โดยนำเสนอผ่านมาสคอตของงาน “มูจัง” และ “เก็นคุง” ซึ่งจะทำหน้าที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนุกและตื่นเต้นและทั้งประทับใจในการนำเสนอครั้งนี้ และ 5.กิจกรรม POP Culture ซึ่งได้รวมความเป็นวัฒนธรรม, แฟชั่น และศิลปะไว้ในงานครั้งนี้ โดยเชิญศิลปินที่มีชื่อเสียงด้านศิลปะจากประเทศญี่ปุ่น ฮิโรยูกิ มิสึเมะ ทาคาฮาชิ มาร่วม

นอกจากนี้ เราเปิดโซนเพิ่มขึ้นเป็น 15 โซน ซึ่งในปีนี้จะเน้น “แฟมิลี่โซน” เพื่อให้คุณพ่อ-คุณแม่พาลูกๆ มาสนุกสนานได้ อาจมีคาแร็กเตอร์ของตัวการ์ตูนใหม่ๆ มาสร้างสีสันในงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่คาแร็กเตอร์โซนคนรุ่นใหม่ที่ชอบวาดรูปหรือชอบวาดการ์ตูน งานในครั้งนี้จะจัดเต็มมากขึ้นกว่าเดิม

“อีกหนึ่งสีสันของงานครั้งนี้คือ เพื่อเป็นการนำร่องโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ ปีนี้จะสอดแทรกเรื่องของสปอร์ตเข้าไปด้วย โดยอาจจะนำนักกีฬาทีมชาติดังๆ ที่ไทยเรามีส่วนร่วมในโอลิมปิกด้วย เช่น นักวอลเลย์บอล และ นักกอล์ฟ ที่คนไทยชอบมาสร้างกิจกรรมความสัมพันธ์อันดีงานระหว่างทั้ง 2 ประเทศอีกด้วย”

‘วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม’ ส่งแรงใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375152

‘วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม’ ส่งแรงใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้

‘วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม’ ส่งแรงใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะผู้บริหารร่วมกิจกรรมตกแต่งหมวกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ผ่านการทำเคมีบำบัด

มะเร็งเต้านม เพชฌฆาตเงียบใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน จากสถิติล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่ในไทยมากถึงปีละ 15,000 คน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 4,000 คนต่อปี ยิ่งไปกว่านี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะฟังดูน่ากลัว แต่โรคนี้หากตรวจพบเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและรักษาอย่างถูกวิธี ก็มีโอกาสรักษาหายได้ ขณะที่ผู้ป่วยในระยะท้ายๆ นั้น การรักษาด้วยการผ่าตัดเต้านมออกควบคู่ไปกับเคมีบำบัด ถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้แม้จะรักษาโรคแล้วแต่ก็ยังเผชิญกับปัญหาปวดหลังและไหล่ เนื่องจากร่างกายขาดความสมดุล และยังต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่มั่นใจและเป็นทุกข์ เนื่องจากสูญเสียทรวงอกซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นผู้หญิงที่ทุกคนภาคภูมิใจ

ล่าสุด โครงการวาโก้โบว์ชมพูสู้มะเร็งเต้านม ที่ได้ดำเนินภารกิจเพื่อสังคมมาอย่างจริงจังและต่อเนื่องถึง 18 ปี เพื่อกระตุ้นเตือนสังคมให้ตระหนักถึงภัยร้ายนี้ โดยมีกิจกรรมครอบคลุมทั้งการป้องกัน การรักษา และการสร้างสมดุลแก่ชีวิต ได้เดินหน้าสานต่อกิจกรรมบริจาคชุดชั้นในบาลานซิ่งบรา (Balancing Bra) พร้อมเต้านมเทียม จำนวน 1,200 ชุด และหมวกคลุมผม จำนวน 3,350 ใบสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้ ที่อยู่ในความดูแลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติและโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาคอีก 7 แห่ง รวมมูลค่า 2,530,000 บาท เพื่อช่วยเยียวยาและฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกายแก่ผู้หญิงที่มีปัญหานี้ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ด้วยหัวใจที่เป็นสุข

นางสาวการุณี สุหร่าย กรรมการ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) เผยว่าเสื้อชั้นในและเต้านมเทียมสำหรับผู้ผ่านการผ่าตัดมะเร็งเต้านม หากนำเข้าจากต่างประเทศจะมีราคาสูงมากตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท และเต้านมเทียมมักผลิตจากซิลิโคนที่ไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนอบอ้าวในประเทศไทย สำหรับชุดวาโก้บาลานซิ่งบรา ซึ่งประกอบด้วย เสื้อชั้นในรุ่นพิเศษและเต้านมเทียม เป็นนวัตกรรมที่วาโก้ได้ศึกษาวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอด 36 ปี ร่วมกับคณะแพทย์ พยาบาลและคนไข้ ด้วยความเอาใจใส่และเข้าใจสรีระผู้หญิงที่ต้องสูญเสียเต้านมจากโรคร้ายนี้ จนได้เป็นชุดชั้นในคุณภาพสูงที่ใกล้เคียงเต้านมจริงทั้งเรื่องขนาด น้ำหนักและสัมผัส โดยเลือกใช้วัตถุดิบจากเส้นใยธรรมชาติ ตัดเย็บโดยผู้เชี่ยวชาญแบบซ่อนตะเข็บช่วยป้องกันการเสียดสีระคายเคือง ระบายอากาศได้ดีทั้งยังสามารถปกปิดแผลผ่าตัดได้อย่างแนบเนียน

ขณะที่เต้านมเทียม มีไซส์ให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่คัพเอ-อี รวม 11 ขนาด และได้รับการออกแบบพิเศษเพื่อให้ใกล้เคียงกับเต้านมธรรมชาติมากที่สุด ด้วยลักษณะหยดน้ำแนวนอน ภายในทำด้วยเส้นใยซอฟท์ไฟเบอร์บรรจุ Micro Bead แทนน้ำหนักที่หายไปและ Micro Foam แทนสัมผัสที่อ่อนนุ่มของเต้านมจริง ช่วยให้ได้สัมผัสเป็นธรรมชาติไม่อุ้มน้ำสามารถใส่กับชุดว่ายน้ำได้ และที่สำคัญคือน้ำหนัก เต้านมจะได้สมดุลทั้งสองข้าง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาอาการปวดบริเวณไหล่ คอ และหลังได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ช่วยให้การทรงตัวของกระดูกสันหลังตรงไม่เกิดการคดงอ

ในส่วนของหมวกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ผ่านการทำเคมีบำบัด ซึ่งได้นำไปมอบด้วยกันในครั้งนี้ จำนวน 3,350 ใบ เป็นผลจากความร่วมมือของจิตอาสาจำนวนมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมประดับตกแต่งหมวกให้มีความสวยงาม โดยโครงการวาโก้โบว์ชมพูสู้มะเร็งเต้านม ได้ให้การสนับสนุนเรื่องวัตถุดิบและว่าจ้างสตรีบ้านพักฉุกเฉินที่อยู่ในความดูแลของสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในการผลิตหมวก เป็นการสร้างอาชีพและรายได้อีกทางหนึ่ง

“ที่ผ่านมา โครงการวาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม พบว่า ความต้องการชุดบาลานซิ่งบรา มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจะเดินหน้าสานต่อกิจกรรมนี้ต่อไปอย่างเต็มกำลัง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของเหล่านี้จะเป็นเสมือนกำลังใจให้ผู้ป่วยต่อสู้กับโรคนี้ได้อย่างเข้มแข็ง และช่วยเติมเต็มความมั่นใจให้ผู้หญิงที่ผ่านการสูญเสียเต้านมจากการผ่าตัดทุกคน และเราจะยังคงมุ่งมั่นในปณิธานที่จะช่วยเหลือผู้หญิงไทยให้ห่างไกลและปลอดภัยจากโรคมะเร็งเต้านมต่อไป” นางสาวการุณี กล่าวทิ้งท้าย

การุณี สุหร่าย

การุณี สุหร่าย

สองผู้บริหาร อินทิรา นาคสกุล และ มร.โนโซมุ โอซึกะ

สองผู้บริหาร อินทิรา นาคสกุล และ มร.โนโซมุ โอซึกะ

Balancing bra พร้อมเต้านมเทียม

Balancing bra พร้อมเต้านมเทียม

พนักงานจิตอาสาตกแต่งหมวกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

พนักงานจิตอาสาตกแต่งหมวกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

อดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร รับชัยชนะในการนำคณะชมรมนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสไทย ไปแข่งขันกับนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสจีน กระชับสัมพันธไมตรีไทย-จีน ครั้งที่ 4 ณ กรุงปักกิ่งและมณฑลเจิ้งโจว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375166

อดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร รับชัยชนะในการนำคณะชมรมนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสไทย ไปแข่งขันกับนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสจีน กระชับสัมพันธไมตรีไทย-จีน ครั้งที่ 4 ณ กรุงปักกิ่งและมณฑลเจิ้งโจว

อดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร รับชัยชนะในการนำคณะชมรมนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสไทย ไปแข่งขันกับนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสจีน กระชับสัมพันธไมตรีไทย-จีน ครั้งที่ 4 ณ กรุงปักกิ่งและมณฑลเจิ้งโจว

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อกระชับมิตรไมตรีระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีความผูกพันมายาวนาน คณะชมรมเทเบิลเทนนิสอาวุโสไทย โดยมีอดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร เป็นหัวหน้าคณะ และ ท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร ร่วมเดินทางไปให้กำลังใจ พร้อมด้วย ประเสริฐ เรืองศรีเจริญรุ่ง ประธานชมรมฯ กับภริยา, ไพบูลย์ สงวนปิยะพันธ์ รองหัวหน้าคณะกับภริยา และอดีตนักกีฬาทีมชาติไทยกับโค้ช ได้แก่ วิเชษฐ์ คงรักษา, โอภาส เรี่ยวเรืองสุข, บัณฑิต คงเสรีดำรง,อนุสรณ์ เสถียรสุต,พงษ์ชัย ศิลปะอาชา, กีรติวรสุขศรี, ปรีชา ลิจุติภูมิ,ประสงค์ บุญนิธิฐิติกุล, เทพกร บุญแท้, ชนิดา มุมานะจิตต์, ยอดแก้ว กิตติวรารัตน์ ได้เดินทางไปแข่งขันกับนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสจีนตามคำเชิญของสมาคมเทเบิลเทนนิสอาวุโสสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่งและมณฑลเจิ้งโจว เมื่อวันที่ 17-23 ตุลาคมที่ผ่านมา

การแข่งขันเป็นไปในบรรยากาศแห่งสปิริตที่ดีในการกระชับมิตรระหว่างทั้งสองฝ่าย และเป็นที่น่าชื่นชมยินดีอย่างยิ่งที่อดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร ในวัย 84 ปี ได้ลงแข่งขันในคู่เปิดสนาม โดยเป็นฝ่ายชนะนักกีฬาจีน Xing Xue Jun ทั้งยังได้รับชัยชนะในทุกๆ แมทช์ที่แข่งกับ กวาน ป่อ เออ ซาง อายุ 56 ปี และ เจาเหมือง หมิน อายุ 65 ปี จนทำให้โค้ชกวน ซึ่งเป็นโค้ชสอนแชมป์โลกชาวจีนได้เข้ามาแสดงความยินดีและได้ให้เวลาทำหน้าที่เป็นโค้ชให้ท่านทูตเป็นพิเศษอีกด้วย

นอกจากได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่งจากสมาคมนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสจีนตลอดระยะเวลาที่อยู่ในกรุงปักกิ่งและมณฑลเจิ้งโจว คณะชมรมฯ ไทยยังมีความประทับใจอย่างยิ่งจากการต้อนรับของเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง พิริยะ เข็มพล และอัครราชทูต มงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ ที่จัดเลี้ยงอาหารค่ำเป็นเกียรติกับคณะชมรมฝ่ายไทยและสมาคมนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสจีน พร้อมทั้งได้แสดงความยินดีกับอดีตเอกอัครราชทูตจิตริก ที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง

เป็นที่น่าภาคภูมิใจที่การเดินทางของคณะชมรมนักเทเบิลเทนนิสอาวุโสไทยได้ประสบความสำเร็จในการสานสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’เผยเทคโนโลยี บันทึกความทรงจำผ่านแหวนเพชร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375141

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’เผยเทคโนโลยี บันทึกความทรงจำผ่านแหวนเพชร

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’เผยเทคโนโลยี บันทึกความทรงจำผ่านแหวนเพชร

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (Jubilee Diamond) ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมการออกแบบเครื่องประดับเพชรซึ่งในปี 2562 จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 90 ล่าสุดเอาใจเหล่าไดมอนด์เลิฟเวอร์และคู่รักที่มีแพลนวิวาห์ได้ตื่นเต้นกับแหวนแต่งงานคอลเลคชั่นใหม่ พร้อมเปิดตัวในงาน“ยูบิลลี่ ไอ โมเม้นท์” (Jubilee iMOMENT)สุดล้ำไปกับเทคโนโลยีบันทึกความทรงจำแห่งรักในทุกโมเม้นท์ให้อยู่คู่กับแหวนเพชรเป็นครั้งแรกของโลก ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

บอสสาว ยูบิลลี่ ไดมอนด์(Jubilee Diamond) อัญรัตน์พรประกฤต เปิดเผยถึงการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นแหวนเพชรแต่งงานครั้งล่าสุดนี้ว่า ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (Jubilee Diamond) ต้องการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในกลุ่มเครื่องประดับให้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก จึงได้ร่วมกับ บริษัท แอท แวนเทจ จำกัด หาเทคโนโลยีกลุ่ม AI (ArtificialIntelligence) มาช่วยพัฒนาเครื่องประดับเพชรเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหล่าไดมอนด์เลิฟเวอร์และคู่รักยุคดิจิทัล โดยพัฒนาแอพพลิเคชั่น ยูบิลลี่ไอ โมเม้นท์ (Jubilee iMOMENT) เป็นครั้งแรกของโลก ด้วยแนวคิดเครื่องประดับทุกชิ้นมีโมเม้นท์ที่น่าจดจำในแต่ละช่วงชีวิตของผู้สวมใส่ซ่อนอยู่ ซึ่งผู้สวมใส่เครื่องประดับคอลเลคชั่นนี้สามารถนำช่วงเวลาที่ประทับใจ ทั้งภาพถ่าย วีดีโอ หรือข้อความที่ต้องการเก็บไว้ในเครื่องประดับที่เชื่อมผ่าน ยูบิลลี่ ไอ โมเม้นท์ แอพพลิเคชั่น (Jubilee iMOMENT Application) โดยสามารถดูความทรงจำเหล่านั้นจากแอพพลิเคชั่นเพียงส่องกล้องสแกนไปที่สัญลักษณ์ยูบิลลี่บนแหวนเพชรก็จะเห็นภาพโชว์ขึ้นมาทันที

ทั้งนี้ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่สำหรับแหวนแต่งงานที่ได้ผสานเทคโนโลยี ยูบิลลี่ ไอ โมเม้นท์ (Jubilee iMOMENT) เพื่อบันทึกความทรงจำผ่านแหวนเพชรยูบิลลี่ ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคู่บ่าว-สาวจากทีมดีไซเนอร์มากประสบการณ์ดีไซน์แหวนหมั้นเพชร (Engagement Ring) ที่โดดเด่นในวันสำคัญ และแหวนแต่งงาน (Wedding Band) ที่เรียบโก้ใส่ได้จริงในทุกๆ วัน กับสุดยอดเพชรคุณภาพจากประเทศเบลเยียมแหล่งเจียระไนที่ดีที่สุดในโลก พร้อมใบรับประกันระดับสากล GIA สถาบันอัญมณีหลักของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ HRD (HOGE RAAD VOOR DIAMANT)

ยูบิลลี่ ไอโมเม้นท์ (Jubilee iMOMENT) พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วที่ Play Store สำหรับ Android Version และ App Store สำหรับ iOS Version สามารถดาวน์โหลดได้ภายในเดือนพฤศจิกายน

สุดยอดสองคอนเสิร์ตคุณภาพ ที่คอดนตรีไม่ควรพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375145

สุดยอดสองคอนเสิร์ตคุณภาพ ที่คอดนตรีไม่ควรพลาด

สุดยอดสองคอนเสิร์ตคุณภาพ ที่คอดนตรีไม่ควรพลาด

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้ที่ชื่นชอบดนตรีทางเลือกจะได้ฟังดนตรีดีมีคุณภาพ จากฝีมือของนักดนตรีระดับโลกส่งตรงจากชมพูทวีปและดินแดนอเมริกาใต้ ที่จะมาบรรเลงบนเวที “Pro Musica World Music Series” โดยสองนักดนตรีจากประเทศอินเดียจะเปิดการแสดงบรรเลงซีตาร์ (Sitar) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภท เครื่องสายที่มีความวิจิตรโบราณที่มีต้นกำเนิดจากอินเดีย และกลายเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วโลก ผ่านงานของ Ravi Shankar นักบรรเลงซีตาร์ที่ยิ่งใหญ่แห่งอินเดีย ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ Anupama Bhagwat นักซีตาร์ชั้นนำของอินเดียและเป็นหนึ่งในผู้บรรเลงที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกจะบรรเลงเครื่องดนตรีที่มีสีสันมหัศจรรย์ ร่วมกับ Rahul Pophali มือกลองระดับตำนานซึ่งเคยออกแสดงคอนเสิร์ตนับพันครั้งทั่วโลก ทำหน้าที่โซโล่กลองทาบลา(Tabla) เครื่องดนตรีกลองคู่ที่ใช้ในดนตรีประเพณีต่างๆ และดนตรีพื้นบ้านของอินเดีย คอเพลงไม่ต้องบินไปไกลถึงอินเดีย สามารถเข้าชมการแสดงได้ในวันอังคารที่ 13 พฤศจิกายนนี้ เวลา 19.30 น. ที่โรงแรมอนันตราสยาม (BTS ราชดำริ)

ส่วนอีกหนึ่งการแสดงที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ผู้ฟังจะได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของเครื่องดนตรี Bandaneon ซึ่งเป็นหีบเพลงชนิดพิเศษที่กำเนิดจากอาร์เจนตินา และอุรุกวัย รายการแสดงทั้งหมดเป็นผลงานประพันธ์ของนักดนตรีและคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ชาวอาร์เจนตินา Astor Piazzolla ซึ่งบทเพลงแนว “Nuevo Tango” หรือ “แทงโก้ร่วมสมัย” จากความคิดสร้างสรรค์ของเขาได้ปฏิวัติวงการดนตรีของโลกอย่างมหาศาล ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมทางดนตรีในวงกว้างและเกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมในช่วงแรกๆ แต่ต่อมาภายหลังดนตรีของ Astor Piazzolla สร้างแรงบันดาลใจให้แก่มหาชนทั่วโลก และได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบทเพลงร่วมสมัย ปัจจุบันบทเพลงของเขายังได้รับความนิยมจากแฟนเพลงที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกด้วยเช่นกัน

การแสดงบทเพลงแทงโก้ร่วมสมัยครั้งนี้ จะบรรเลงโดย Daniel Ruggiero นักเล่นหีบเพลง Bandoneonจากกรุงบัวโนสไอเรส เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงดนตรีแทงโก้ร่วมสมัยชื่อดัง Quasimodo Trio ซึ่งมีผลงานการบันทึกเสียงเพลงเต้นจังหวะแทงโก้และบทประพันธ์ร่วมสมัยของตนเองมาแล้วมากมาย และพิเศษสุดบนเวทีนี้ ดร.ทัศนา นาควัชระ นักไวโอลินชั้นนำชาวไทย และ ปัญญพัทธ์วงศ์เวชวิวัฒน์ นักเชลโล่ดาวรุ่งที่จบการศึกษาจาก The Juilliard School นิวยอร์ก จะมาร่วมบรรเลงกับศิลปินรับเชิญด้วย รายการดีดีแบบนี้จัดให้มีขึ้นในวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน เวลา 19.30 น. ที่ยามาฮ่ามิวสิคฮอลล์ชั้น 4 อาคารสยามกลการ ปทุมวัน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)

คอดนตรีพลาดไม่ได้กับทั้งสองรายการแสดง บัตรราคา 600 บาทและราคา 100 บาท สำหรับนักเรียนนักศึกษา รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอนเสิร์ตและการจองบัตรที่ : http://www.promusicabkk.com หรือติดต่อ e-mail promusica.bkk@gmail.com

ห่มใจคลายหนาว ในงาน All For Love 44

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375165

ห่มใจคลายหนาว ในงาน All For Love 44

ห่มใจคลายหนาว ในงาน All For Love 44

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สร้างความประทับใจให้แก่ทุกคู่รักมากว่า 1,000 คู่ สำหรับงาน มหกรรมงานวิวาห์ All For Love โดยโรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น เพราะเข้าใจดีว่า การแต่งงาน เป็นสิ่งที่มีความหมายมากเพียงใด เป็นความสุข อิ่มเอิบใจ และความทรงจำอันแสนล้ำค่า

และล่าสุด All For Love 44 กลับมาอีกครั้ง… จากความเชื่อมั่นและบอกต่อโดย ดร.อัศวิน อิงคะกุล” ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป ผู้ริเริ่มในการสร้างความสุขแก่คู่รัก เตรียม จัดงาน All For Love 44 ขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.วันเดียวเท่านั้น แลtแน่นอน สามารถตอบโจทย์ทุกคู่รักในราคาที่เอื้อมถึงด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ โดยไม่ต้องลุ้น ด้วยบรรยากาศหลากหลายสไตล์ ที่ตอบสนองทุกความต้องการ

ภายในงาน ทุกช่วงเวลาแห่งความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ พิธีสงฆ์ พิธียกน้ำชา พิธีหมั้น งานฉลอง และแม้กระทั่ง อาฟเตอร์ปาร์ตี้ กับการบริการแบบครบวงจร ซูเปอร์วันสต็อปเซอร์วิส สัมผัสได้ถึงความเพียบพร้อมทุกรูปแบบ ค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีน ในบรรยากาศอบอุ่น ทันสมัย หรูหรา ภายใต้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เมนูอาหารครบเครื่อง ครบรสนานาชนิด ไทย จีน ยุโรป พร้อมซุ้มอาหารให้เลือกสรร ความฝันและ ความต้องการของบ่าว-สาวให้เป็นจริงเหนือจินตนาการ ขอเชิญทุกท่านดื่มด่ำห้วงเวลาดีๆ และทิ้งภาระทุกอย่างให้มืออาชีพอย่างเรา โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เป็นผู้ดูแล ครบหมดจบในที่เดียว

All For Love 44 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น วันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย. ต้นตำรับจัดงานวิวาห์ ในราคาสุดคุ้ม ที่ห้ามพลาด โทร.สำรองห้องจัดงานก่อนวันงาน 02-5755599

โครงการปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ร่วมพัฒนาการศึกษาไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/375143

โครงการปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ร่วมพัฒนาการศึกษาไทย

โครงการปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ร่วมพัฒนาการศึกษาไทย

วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“เด็กบางกลุ่มชอบเรียน เด็กบางกลุ่มชอบทำกิจกรรม เราต้องลองปรับเปลี่ยนวิธีคิด สร้างการเรียนรู้ให้เหมาะสมในแบบที่เขาสนใจ ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถที่โดดเด่นไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของเด็กๆ จากนั้นก็สนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น แนวทาง งบประมาณ เวลา โดยให้คุณครูผู้ปกครอง และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม นี่คือความสำเร็จของการศึกษาอย่างแท้จริง ในความคิดของผม”

แนวคิดการพัฒนาการศึกษาของ ชัณต์ฎณัย ขุลีทรัพย์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักปฏิบัติการกระจายสินค้า บมจ.ซีพี ออลล์ หลังเข้าร่วมทำหน้าที่ผู้นำรุ่นใหม่ SchoolPartners หรือ SP ต่อเนื่องสู่ระยะที่ 2 ในโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ CONNEXT ED ภายใต้การดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5)

ชัณต์ฎณัย เล่าต่อว่า เมื่อทราบว่ามีโครงการดังกล่าว ก็รีบอาสาเพื่อเข้าทำหน้าที่ทันทีตั้งแต่รุ่นที่ 1 รู้สึกภูมิใจมากที่ได้เข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาการศึกษาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้กับ SP รุ่นที่ 2 พร้อมกับรับผิดชอบดูแลโรงเรียน 6 แห่ง ในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านเกิด โดยเข้าไปทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดแนะนำ ให้คำปรึกษาเพื่อสนับสนุนนักเรียน คุณครู โรงเรียน และชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ตั้งแต่การกำหนดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ จุดประกาย อาชีพในฝัน เพื่อให้เด็กๆ เติบโตไปเป็นคนเก่งและคนดี ส่วนคุณครูผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้ก็นำเรื่องสื่อการเรียนการสอน ไปช่วยเสริมเพื่อช่วยให้ครูได้พัฒนาเทคนิคการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ชาวบ้านในชุมชน ก็ให้นำองค์ความรู้ ภูมิปัญญา มาสอนทักษะอาชีพให้กับนักเรียนและคุณครู เช่น การทอเสื่อ ทอพรม สานสุ่มไก่ ทำการเกษตร เป็นต้น

ด้าน สมเกียรติ หาแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนก้านเหลืองวิทยาคม เปิดเผยว่าโรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากซีพี ออลล์ โดยมีชัณต์ฎณัย ขุลีทรัพย์ ผู้ทำหน้าที่ผู้นำรุ่นใหม่คอยให้คำแนะนำและผลักดันให้เกิด “โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพ”ฝึกให้นักเรียนได้เรียนรู้นอกตำรา ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชนเข้ามาสร้างเสริมทักษะอาชีพต่างๆ อาทิ งานช่างยนต์ งานช่างไม้ ผลิตโต๊ะ ผลิตชั้นวางของ  สานสุ่มไก่จากไม้ไผ่ ทอเสื่อจากต้นกก รวมไปถึงการปลูกข้าวเพาะเห็ด  เลี้ยงปลา นำไปสู่การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มมัด ปลาตากแห้ง เห็ดทอด ทำให้นักเรียนเกิดวิชาชีพติดตัวต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ในอนาคต ส่งผลให้โรงเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมาก

ขณะที่ น้องพิมลมาศ นิยม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนหนองขามพิทยาคม เล่าเพิ่มเติม ว่าหลังจากมีโครงการโรงเรียนประชารัฐเข้ามา ทำให้ตัวเองและเพื่อนๆ ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ยกตัวอย่างกิจกรรมทอพรมเช็ดเท้า ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกการคิดสร้างสรรค์ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เกิดกระบวนการทำงานเป็นทีม และมีทักษะอาชีพติดตัว ซึ่งหลังจากที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ความรู้และประสบการณ์ที่ได้ฝึกมานี้จะสามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริง สามารถขยายสู่ครอบครัวและชุมชนได้อีกด้วย ต้องขอขอบคุณโครงการโรงเรียนประชารัฐ และซีพี ออลล์ที่ได้ให้โอกาสดีๆ พร้อมสนับสนุนงบประมาณทุกโครงการและทุกกิจกรรมที่ได้กลายเป็นความรู้ติดตัวต่อไป

ทั้งนี้ ธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ซีพี ออลล์ คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน ซึ่งเป็นไปตามปณิธานขององค์กรนั่นคือ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการเท่านั้น ทั้งนี้ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ในการร่วมมือกันสานต่อโครงการให้คงอยู่ตลอดไป เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย พัฒนาคน เพื่อพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ชัณต์ฎณัย ขุลีทรัพย์

ชัณต์ฎณัย ขุลีทรัพย์

สมเกียรติ หาแก้ว

สมเกียรติ หาแก้ว