35 แบรนด์นักออกแบบไฟแรง โชว์ไอเดียตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373393

35 แบรนด์นักออกแบบไฟแรง โชว์ไอเดียตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

35 แบรนด์นักออกแบบไฟแรง โชว์ไอเดียตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่

ประสบความสำเร็จเกินคาด สำหรับงานใหญ่แห่งปี Style Bangkok October 2018 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ไบเทค บางนา งานเดียวที่รวบรวมงานดีไซน์ ศิลปะ สินค้าไลฟ์สไตล์ฝีมือนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรง 35 แบรนด์จากโครงการ Talent Thai & Designers’Room โดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์จาก 3 งานใหญ่ของไทยไว้ในหนึ่งเดียว ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง BIF&BIL งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน BIG&BIH งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ TIFF ที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยสินค้าไลฟ์สไตล์จากหลายกลุ่ม เช่น แฟชั่น เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของใช้ในบ้านและของแต่งบ้าน

ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า งาน Style Bangkok October 2018 ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่เราประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า ได้สนับสนุนให้นักออกแบบไทยที่อยู่ในโครงการ Talent Thai & Designers’ Room ได้มีพื้นที่ในการแสดงโชว์ผลงาน ในระดับนานาชาติ มุ่งเน้นแสดงศักยภาพการเป็นผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และงานออกแบบของไทย นำเสนอจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของสินค้าจากผู้ประกอบการไทยพร้อมทั้งได้เรียนรู้ถึงการเจรจาธุรกิจการค้า (Business Matching)สร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพสินค้าไทย พร้อมส่งออกสู่ตลาดโลก โดยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ขยายมูลค่าการส่งออก เพื่อก้าวสู่ธุรกิจการค้าระดับโลก

“ทั้งนี้ ทางกรมได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทย เพื่อก้าวสู่การพัฒนาเศรษฐกิจจากภายในสู่ภายนอก (Local to Global) อันจะส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยได้สนับสนุนผู้ประกอบการที่มีการนำมรกดทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นไทยมาพัฒนาต่อยอดกลายเป็นผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสกินแคร์ของแบรนด์นวยนาด (Nuaynard) ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ทั้งน้ำซับธรรมชาติจากดิน และน้ำฝนธรรมชาติจากฟ้า หรือแม้กระทั่งผักพื้นถิ่นอีสานหลายชนิดที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงในเรื่องของผิวพรรณ เหล่านี้ล้วนเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในภาคอีสานจากจังหวัดนครราชสีมา ทางผู้ประกอบการจึงได้มีการนำมาสร้างสรรค์สบู่และน้ำอบ ที่เต็มไปด้วยคุณค่าและวิตามิน หรือแบรนด์พาตาเพียร (PATAPIAN) จักสานไทยร่วมสมัย ที่มีรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ถูก ตาถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยได้มีการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยในเรื่องงานสาน ไม่ว่าจะเป็นตะกร้า กระจาด มาขึ้นรูปเป็นงานหัตถกรรม จักสานใส่ความร่วมสมัยเข้าไป สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยได้มีการนำไม้ไผ่จากจังหวัดจันทบุรี และปราจีนบุรีมาขยายตลาด ยกระดับงานสู่สากล

ทั้ง 2 แบรนด์ที่ได้ยกตัวอย่างไปนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคให้มีความแข็งแรงมากขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบ ท้องถิ่น ทั้งยังช่วยกระตุ้นสร้างรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่น  ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยจากท้องถิ่นสู่โลก (Local to Global) ได้อย่างสำเร็จ”

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว รวมทั้งกิจกรรมดีๆ ของโครงการ Talent Thai &Designers’ Room ได้ที่ www.designers360.net, www.ditp-design.com หรือ Facebook: Talent Thai & Designers› Room

แบรนด์ Nuaynard

แบรนด์ Nuaynard

แบรนด์ PATAPIAN

แบรนด์ PATAPIAN

แบรนด์ LA ORR

แบรนด์ LA ORR

แบรนด์ Earth Republic

แบรนด์ Earth Republic

สวยทุกมุมมอง ‘บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373388

สวยทุกมุมมอง ‘บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์’

สวยทุกมุมมอง ‘บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์’

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เทรนด์ความงามสมัยใหม่ต้องสวยแบบดูดี มั่นใจในทุกมุมมอง รมย์รวินท์ คลินิก สถาบันดูแลสุขภาพผิวพรรณและความงามชั้นนำของไทยที่ได้มาตรฐานสากล ภายใต้การดำเนินงานของสองผู้บริหาร ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ และแพทย์หญิง ฐานิสร \ธรรมลิขิตกุล แพทย์ผู้อำนวยการ รมย์รวินท์ คลินิก จึงจัดแคมเปญ “BEAUTY360 at Romrawin” (บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์) เพื่อสนับสนุนให้สาวๆ ได้สวยครบทุกมุมมอง

ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รมย์รวินท์ คลินิก จำกัด กล่าวว่า รมย์รวินท์ คลินิก สร้างสรรค์ความงามให้หนุ่มสาวมากว่า 14 ปี จึงรู้ว่าความงามที่แท้จริง ต้องสวย ดูดี มั่นใจในทุกมุมมอง และตลอดระยะเวลากว่า 14 ปีรมย์รวินท์ ได้นำนวัตกรรมความงามรุ่นใหม่ๆ มาให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังให้ความสำคัญกับการบริการ เราจึงจัดอบรมความรู้ให้กับทีมแพทย์และพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้องในการเลือกเทคโนโลยีและการให้บริการชั้นเลิศ โดยล่าสุดได้นำ 4 นวัตกรรมความงามที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก มาสร้างสรรค์เป็น 4 โปรแกรมใหม่ ซึ่งจะช่วยให้คุณผู้หญิงและผู้ชายได้สวยหล่อ ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า คือ ผิวหน้าใสเด้ง ผิวพรรณงาม รูปร่างดี และเส้นผมหนาโดยไม่ต้องผ่าตัด เรียกว่า สวย หล่อ ดูดี มั่นใจ

แคมเปญ “BEAUTY 360 at Romrawin” (บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์)ประกอบด้วย โปรแกรมช่วยย้อนวัยให้ผิวหน้า NU PICO by Enlighten (นู พิกโค่ บาย อินไลท์เท็น) ด้วยนวัตกรรม Picosecond Laser (พิกโค่เซ็คคอนด์เลเซอร์) เลเซอร์ระบบใหม่ ช่วยรักษา กระ ฝ้า จุดด่างดำ พร้อมช่วยกระชับรูขุมขน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน และช่วยลดริ้วรอยด้วยการปล่อยพลังงานแสงลงไปใต้ผิวด้วยความเร็วสูง คลื่นแสงความเร็วสูงนี้จะไปกระแทกเม็ดสีให้แตกละเอียดออกเป็นเม็ดเล็กๆ ทันที โดยไม่ทันจะเกิดความร้อนสะสม ไม่เสี่ยงต่อผิวไหม้ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการเกิดรอยดำหลังการรักษา และยังช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนน่าสัมผัส, โปรแกรม Therma FLX (เทอร์มาจ เอฟแอลเอ็กซ์) เทคโนโลยียกกระชับปรับหน้าเรียว ทำให้เส้นใยคอลลาเจนเก่าหดตัวและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ส่งผลให้ผิวแลดูกระชับตึงขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีระบบสั่นสะเทือน ช่วยลดความเจ็บและยังกระจายความร้อนสม่ำเสมอลงไปใต้ผิวได้ลึกขึ้นช่วยให้ผลลัพธ์รู้สึกได้ชัดเจนขึ้น เหมาะกับผิวคนไทย, โปรแกรมกระชับสัดส่วน FAT FREEZING by CoolSculpting(แฟท ฟรีซซิ่ง บาย คูล สคลับติ้ง)เทคโนโลยีสลายไขมันเฉพาะจุดด้วยความเย็นจุดเยือกแข็ง นวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) และโปรแกรมดูแลเส้นผม Hair Cel Reju (แฮร์ เซล รีจู) นวัตกรรมปลูกผมแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยการนำเซลล์รากผมที่แข็งแรงมาสกัดและฉีดกลับเข้าไปในบริเวณที่ผมบางเพื่อกระตุ้นให้ให้เกิดขบวนการสร้างรากผมและเส้นผมใหม่อย่างต่อเนื่อง

แพทย์หญิงฐานิสร ธรรมลิขิตกุล แพทย์ผู้อำนวยการ รมย์รวินท์ คลินิก กล่าวถึงการดูแลผิวพรรณหลังการทำเลเซอร์ว่า หลังทำการรักษาผิวด้วยเลเซอร์ ผิวจะอยู่ในช่วงที่อ่อนแอและผิวแห้งกว่าปกติ ดังนั้น ช่วง 2-4 สัปดาห์หลังจากทำเลเซอร์ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดๆ ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปและมีสารป้องกัน UVA/UVB นอกจากนี้ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ และดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า แช่น้ำร้อน 1-2 วัน หลังยิงเลเซอร์ และไม่ควรแกะ/เกาบริเวณที่ยิงเลเซอร์ หากมีสะเก็ด สะเก็ดจะหลุดออกมาเองภายในเวลาประมาณ 7 วัน สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลังจากทำเลเซอร์ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ retinol หรือ วิตามินเอ หรือสารที่อาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง2-3 วันหลังยิงเลเซอร์

งานเปิดตัวแคมเปญคับคั่งเหล่าเซเลบริตี้ผู้รักในการใส่ใจดูแลตัวเอง อาทิ สุภี พงษ์พานิช, พงษ์ภัทร์ พงษ์พานิช, ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, เมลนีย์ อยู่วิทยา, หลุยส์ เตชะอุบล, ธารธร อักษรานุวัตร, ชานนท์ โตวิกกัย, ดร.ศุภชัย สุขะนินทร์, ตรีนุช กรรณสูต, นาตาลี กรรณสูต, อัญชลีพร ปุณโณทก, ขวัญนภา บุชะโภคะ, ญาดารุ่งวัฒนภักดิ์, ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล, รจนา บุนฑารักษ์, ปัทมวดี เสนาณรงค์, ม.ล. อรดิศ สนิทวงศ์, ภาณิชา สัตยาประเสริฐ, ดร.ฐิตินันท์ นครศรี, สุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา, ปัทมกรบูรณสิน,พิมลดา วังวิทยากุล, สัณห์สินี อินทรภูวศักดิ์, มนุญญา ทองทาบวงศ์, ณัฏฐณิชา สังขะทรัพย์, พี วงศ์สุรพิเชษฐ์, พัฒน์ชานันท์ ชัยวัฒนกุลวานิช ฯลฯ ที่มาร่วมอัพเดทเทรนด์ความงามกับนวัตกรรมแห่งความงามใหม่ล่าสุด

ด้านเซเลบริตี้สาวสวย เม-เมลนีย์ อยู่วิทยา เผยถึงวิธีการดูแลผิวพรรณและรูปร่างว่า “ส่วนตัวเมเป็นช่างเลือก คือ ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเราเองและคนในครอบครัว ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์จะต้องศึกษาหาข้อมูลจนเรามั่นใจแล้วว่า สิ่งนี้ดีกับตัวเราจริงๆ และด้วยอายุที่มากขึ้นแน่นอนว่าผิวพรรณก็เปลี่ยนไป แต่ด้วยปัจจุบันมีเทคโนโลยีความงามใหม่มากมาย อย่างล่าสุดเมกับสามีได้ลองทำโปรแกรม Therma FLX เมชอบมาก เพราะไม่เจ็บ ทำเสร็จเร็วและเห็นเลยว่ากรอบหน้าชัดขึ้น”

ส่วน ปอง-มนุญญา ทองทาบวงศ์ กล่าวถึงเคล็ดลับดูแลเส้นผมว่า “เวลาทำงานหรือออกงานสังคม ผมเราต้องโดนความร้อนการไดร์ หรือโดนสารเคมีอย่างสเปรย์จัดแต่งทรงผม ก็ทำให้ผมแห้งเสียได้ปองเลยจะใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่เป็นออร์แกนิค เพราะอยากให้ผมลดการสัมผัสสารเคมี และไม่ชอบทานข้าวนอกบ้าน เพราะผงชูรสจะเยอะ ซึ่งถ้าเราทานผงชูรสมากๆ ก็อาจเป็นสาเหตุของผมร่วง นอกจากนี้ ก็ทานวิตามินต่างๆ และเน้นทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น กีวี่ ส้ม มะขาม เป็นต้น เพราะวิตามินซีสามารถต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณสดใสได้”

ปรึกษาปัญหาผิวพรรณและความงาม สามารถเข้ามาขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ได้ที่รมย์รวินท์ คลินิก มีให้บริการ 24 สาขาทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.080-1539000 หรือwww.facebook.com/romrawincosmetics, http://www.romrawincosmetics.com

พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล และ ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน

พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล และ ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน

พณิชนาฏ แย้มเพกา

พณิชนาฏ แย้มเพกา

เมลนีย์ อยู่วิทยา

เมลนีย์ อยู่วิทยา

สัณห์สินี อินทรภูวศักดิ์, มนุญญา ทองทาบวงศ์

สัณห์สินี อินทรภูวศักดิ์, มนุญญา ทองทาบวงศ์

84 ปี ศรีธรรมศาสตร์ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373417

84 ปี ศรีธรรมศาสตร์ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี

84 ปี ศรีธรรมศาสตร์ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ฉลองอายุครบ 84 ปี ที่ยังแข็งแรง สุขภาพดีเยี่ยม

เช้าวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2561 ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสบรรยากาศสบายๆ ณ ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์อบอวลไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ คำอวยพรยินดีจากคณาจารย์ บุคลากร และแขกผู้มีเกียรติต่างพร้อมใจกันมาร่วมงานแสดงมุทิตาจิตในโอกาส ครบ 84 ปี ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผู้ที่ได้สร้างคุณูปการให้กับมหาวิทยาลัยมาอย่างมากมาย โดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแด่ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ด้วยความรัก ความเคารพนับถือและความผูกพันที่มีให้กันตลอดมา

ภายในงานได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคล การแสดงมุทิตาจิต และกล่าวเชิดชูเกียรติ โดย รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า “ปี 2561 ถือเป็นปีที่ดีนอกจากเป็นปีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ทำหน้าที่รับใช้สังคมมาครบ 84 ปี ยังเป็นการครบ 84 ปีเช่นกันของหนึ่งในปูชนียบุคคลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ผู้ได้สร้างคุณูปการให้กับมหาวิทยาลัยอย่างอเนกอนันต์ ได้มีโอกาสเห็นท่านอาจารย์นงเยาว์ทำงานมาตั้งแต่เมื่อดิฉันเข้าเป็นอาจารย์ใหม่ๆ ที่คณะพาณิชยศาสตร์ฯ ได้เห็นท่านอาจารย์ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตั้งแต่เป็นอาจารย์ เป็นผู้บริหารคณะ จนเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย อาจารย์นงเยาว์ได้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของธรรมศาสตร์ ทั้งยามสุข และยามทุกข์ แต่ด้วยความหนักแน่นมั่นคงในจิตใจ และการทำงานที่ยึดถือธรรมศาสตร์เป็นที่ตั้ง อาจารย์ได้นำพาให้ธรรมศาสตร์ก้าวผ่านวิกฤติ ก้าวหน้าไปอย่างพลิกโฉม และสร้างปรากฏการณ์อย่างน่าจดจำ

การขยายการเรียนการสอนไปยังศูนย์รังสิต จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นของอาจารย์ รวมไปถึงการกำเนิดโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานมาครบ 31 ปี และเป็นที่พึ่งของประชาชนในกรุงเทพฯ ปทุมธานี อยุธยา รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง มีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการวันละเกือบ 10,000 คน ได้รับการยอมรับจากประชาชน และสร้างชื่อเสียงให้ธรรมศาสตร์อย่างมาก คุณูปการของท่านอาจารย์นงเยาว์ มีมากมายจนไม่อาจกล่าวได้หมดในที่นี้ 84 ปีของอาจารย์คือการใช้ชีวิตเพื่อสร้างคุณค่าให้กับธรรมศาสตร์และส่วนรวมอย่างแท้จริง แม้ทุกวันนี้อาจารย์ก็ยังให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยควบคู่ไปกับการทำงานอุปถัมภ์พระศาสนาอย่างเข้มแข็ง เกียรติยศอันเป็นที่ประจักษ์ในใจและการมารวมตัวอย่างพร้อมเพรียงของทุกคนเพื่อแสดงกตัญญุตามุทิตาจิตในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าอาจารย์นั้นเป็น “ศรีธรรมศาสตร์” ที่สมควรแก่การยกย่องเชิดชูอย่างแท้จริง

ด้าน ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี เผยให้แนวหน้าถึงการจัดงานในวันนี้ด้วยรอยยิ้มสดใส ว่า ประทับใจกับงานที่จัดขึ้นมาก โดยเฉพาะภาพในนิทรรศการนำภาพถ่ายสมัยที่คุณหญิงสาวๆ มาเป็นภาพประกอบด้วย ชื่นชอบภาพนี้มาก ส่วนเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ รับทานอะไรได้หมด งดเว้นเนื้อสัตว์เน้นไปที่ผักผลไม้ ที่สำคัญเมื่ออายุมากขึ้นแล้วต้องดูแลจิตใจให้มากๆ ด้วยการหันเข้าหาธรรมะ มีความเมตตา กรุณา ไม่โกรธอะไรง่ายๆ ระงับใจ ระงับอารมณ์ให้มากที่สุด และแม้จะมีอายุมากขึ้น เราก็ต้องตามเหตุการณ์ ตามโลกให้ทันอยู่เสมอ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ต้องติดตามข่าวต่างประเทศ เพื่อชมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เราต้องไม่หยุดนิ่ง ตามโลกให้ทัน เล่นได้
ทั้งเฟซบุ๊คและไลน์ เพื่อให้ทันไลฟ์สไตล์ยุค 4.0

ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ฉลองในวันแห่งความสุขท่ามกลาง ทีมอาจารย์และผู้ที่ให้ความเคารพนับถือเจ้าของวันเกิด มาร่วมอวยพรให้อย่างอบอุ่นเป็นกันเอง นำโดย รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ., รศ.ศรีสมลักษณ์ อินทุจันทยงค์, รศ.อัญชลี พิพัฒนเสริญ, จักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล, วินิจ ศิลามงคล, ฉวีรัตน์ ศุภธาดา, รศ.สุพีชา พาณิชย์ปฐม, ผส.เขมา เวสารัชช์, รศ.จิรัตน์ สังข์แก้ว, ผศ.ศุภลักษณ์ เลิศแก้วศรี, ศ.ดร.ศิริลักษณ์ โรจนกิจอำนวย, รศ.สุนี ประจวบเหมาะ, ศ.ดร.ธเนตร นรภูมิพิภัชน์, รศ.ประนอม โฆวินวิพัฒน์, ผศ.อรสา วีระประดิษฐ์ รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, ผศ.สุวรรณา ทองประดิษฐ์, รศ.เยาวมาลย์ เมธาภิรักษ์, อ.ทวี ธนานันท์

ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ฉลองในวันแห่งความสุขท่ามกลาง ทีมอาจารย์และผู้ที่ให้ความเคารพนับถือเจ้าของวันเกิด มาร่วมอวยพรให้อย่างอบอุ่นเป็นกันเอง นำโดย รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ., รศ.ศรีสมลักษณ์ อินทุจันทยงค์, รศ.อัญชลี พิพัฒนเสริญ, จักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล, วินิจ ศิลามงคล, ฉวีรัตน์ ศุภธาดา, รศ.สุพีชา พาณิชย์ปฐม, ผส.เขมา เวสารัชช์, รศ.จิรัตน์ สังข์แก้ว, ผศ.ศุภลักษณ์ เลิศแก้วศรี, ศ.ดร.ศิริลักษณ์ โรจนกิจอำนวย, รศ.สุนี ประจวบเหมาะ, ศ.ดร.ธเนตร นรภูมิพิภัชน์, รศ.ประนอม โฆวินวิพัฒน์, ผศ.อรสา วีระประดิษฐ์ รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, ผศ.สุวรรณา ทองประดิษฐ์, รศ.เยาวมาลย์ เมธาภิรักษ์, อ.ทวี ธนานันท์

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. แสดงมุทิตาจิต แด่ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. แสดงมุทิตาจิต แด่ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี

รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. มอบของที่ระลึก

รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. มอบของที่ระลึก

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. พร้อมด้วย กรแก้ว สีมานนท์, ศ.วิโรจน์ เลาหะพันธุ์, ศ.พิเศษ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต, ชนะ รุ่งแสง, รศ.ประนอม โฆวินวิพัฒน์, อาภรณ์ พุทธรักษา, ญาใจ พัฒนสุขวสันต์ และ รศ.วิทยา ด่านธำรงกูล ถ่ายภาพกับเจ้าของวันเกิด

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. พร้อมด้วย กรแก้ว สีมานนท์, ศ.วิโรจน์ เลาหะพันธุ์, ศ.พิเศษ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต, ชนะ รุ่งแสง, รศ.ประนอม โฆวินวิพัฒน์, อาภรณ์ พุทธรักษา, ญาใจ พัฒนสุขวสันต์ และ รศ.วิทยา ด่านธำรงกูล ถ่ายภาพกับเจ้าของวันเกิด

จักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล, รศ.ดร.พิภพ อุดร และ วินิจ ศิลามงคลกราบแสดงมุทิตาจิต แด่ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี

จักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล, รศ.ดร.พิภพ อุดร และ วินิจ ศิลามงคลกราบแสดงมุทิตาจิต แด่ ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี

ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ท่ามกลางความรักความผูกพันของ วินิจ ศิลามงคล, จักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล, ผศ.อรสา วีระประดิษฐ์, ศ.วิโรจน์ เลาหะพันธุ์, รศ.อัญชลี พิพัฒนเสริญ, ศ.ดร.ศิริลักษณ์ โรจนกิจอำนวย, ญาใจ พัฒนสุขวสันต์ และ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ ร่วมกราบอวยพร

ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ท่ามกลางความรักความผูกพันของ วินิจ ศิลามงคล, จักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล, ผศ.อรสา วีระประดิษฐ์, ศ.วิโรจน์ เลาหะพันธุ์, รศ.อัญชลี พิพัฒนเสริญ, ศ.ดร.ศิริลักษณ์ โรจนกิจอำนวย, ญาใจ พัฒนสุขวสันต์ และ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ ร่วมกราบอวยพร

อวยพรมอบให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น อาทิ นภาพรรณ เยื้อนแย้ม, รศ.จิรัตน์ สังข์แก้ว, สุมัทนา นวไกรสิน, จรินทร์ ลิ้มละมัย, อุบลรัตน์ จูฑะวนิช

อวยพรมอบให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น อาทิ นภาพรรณ เยื้อนแย้ม, รศ.จิรัตน์ สังข์แก้ว, สุมัทนา นวไกรสิน, จรินทร์ ลิ้มละมัย, อุบลรัตน์ จูฑะวนิช

รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดี คณะพาณิชย์ฯ มธ. นำทีมอาจารย์ และเจ้าหน้าที่คณะฯ พร้อมด้วย ผศ.ศุภลักษณ์ เลิศแก้วศรี กราบอวยพร

รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดี คณะพาณิชย์ฯ มธ. นำทีมอาจารย์ และเจ้าหน้าที่คณะฯ พร้อมด้วย ผศ.ศุภลักษณ์ เลิศแก้วศรี กราบอวยพร

รศ.สุมนา อยู่โพธิ์, ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์

รศ.สุมนา อยู่โพธิ์, ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์

สุพจนา มีพันธุ์, วันเพ็ญ บุญขจาย, บุญชื่น พจน์ดำรงค์, ทิพวัลย์ อินทรนเรศ ร่วมอวยพร

สุพจนา มีพันธุ์, วันเพ็ญ บุญขจาย, บุญชื่น พจน์ดำรงค์, ทิพวัลย์ อินทรนเรศ ร่วมอวยพร

รศ.จิรัตน์ สังข์แก้ว, ศ.ธเนตร นรภูมิพิภัชน์ และ อ.ทวี ธนานันท์

รศ.จิรัตน์ สังข์แก้ว, ศ.ธเนตร นรภูมิพิภัชน์ และ อ.ทวี ธนานันท์

ผศ.ศุภลักษณ์ เลิศแก้วศรี และ ศ.พิเศษ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต

ผศ.ศุภลักษณ์ เลิศแก้วศรี และ ศ.พิเศษ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต

การแสดงหุนละครเล็ก คลองบางหลวง คณะคำนาย

การแสดงหุนละครเล็ก คลองบางหลวง คณะคำนาย

ดอกเตอร์เบลเมอร์ เอสโอเอส บ็อกซ์ กล่องช่วยกู้ผิวหน้าให้กลับมาสดใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373386

ดอกเตอร์เบลเมอร์ เอสโอเอส บ็อกซ์ กล่องช่วยกู้ผิวหน้าให้กลับมาสดใส

ดอกเตอร์เบลเมอร์ เอสโอเอส บ็อกซ์ กล่องช่วยกู้ผิวหน้าให้กลับมาสดใส

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เวชสำอางชั้นนำที่มีส่วนผสมหลักจากพืช Dr.Belmeur (ดอกเตอร์เบลเมอร์) สร้างสรรค์ความสนุกพร้อมผิวสุขภาพดีกับ Dr.Belmeur S.O.S Box (ดอกเตอร์เบลเมอร์ เอสโอเอส บ็อกซ์) กล่องที่ช่วยกู้ผิวหน้าให้กลับมาแลดูสดใส สุขภาพดีขึ้นซึ่งในแต่ละกล่อง พร้อมจะเซอร์ไพรส์ ว่าคุณจะได้อะไรบ้าง ข้างในกล่องประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ขนาดไซส์จริง 3 ชิ้น และใน 1 กล่อง มีทั้งหมด 4 แบบ โดยทุกกล่องจะมี Dr.Belmeur Cica Cream มูลค่า 1,099 บาท และไม่ว่าซื้อได้เซตไหน มูลค่ารวมก็มากกว่า 1,599 บาท

Dr.Belmeur (ดอกเตอร์เบลเมอร์) เป็นเวชสำอาง) Cosmeceutical Band) มีส่วนผสมที่อ่อนโยนจากพืชที่มีสูตรผสมที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังเหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย มีการระคายเคืองจากมลภาวะในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว และผู้ที่ต้องการใช้เวชสำอาง ในราคาสบายกระเป๋า

Dr.Belmeur S.O.S Box (ดอกเตอร์เบลเมอร์เอสโอเอส บ็อกซ์) ประกอบด้วย Dr.Belmeur Advanced Cica Recovery Serum เซรั่มที่เพิ่มปราการ ความแข็งแรงให้ผิว ชะลอริ้วรอยฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้น เป็นเวชสำอางที่ช่วยดูแลซ่อมแซมผิวให้ความชุ่มชื้น สร้างเกราะให้ผิวเข็งแรง, Dr.Belmeur Advanced Cica Recovery Cream เนื้อสัมผัสค่อนข้างคล้ายเนื้อบาล์มเนื้อกระจายตัวง่ายเสมือนมีฟิล์มบางๆ เคลือบผิวอยู่ อ่อนโยนกับผิวหน้า เพิ่มความแข็งแรงและปราการให้ผิว มอบความชุ่มชื้นแก่ผิวที่แพ้ง่าย ฟื้นฟูผิวที่แห้งกราน ให้แลดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

Daily Repair Toner โทนเนอร์ที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ปลอบประโลมผิวแห้งแพ้ง่ายด้วยการก่อให้เกิดการระคายเคืองต่ำ, Daily Repair Moisturizer มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ปลอบประโล ผิวแพ้ง่ายและปกป้องผิวจากการทำร้ายของมลภาวะ สภาพแวดล้อมภายนอก และ Dr.Belmeur Advanced Cica Recovery Hand Cream ครีมทามือที่มีส่วนช่วยให้มือแลดูไม่มีริ้วรอย พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นยาวนาน เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะ รวมถึงบำรุงเล็บ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และสั่งซื้อ Dr.Belmeur S.O.S Box (ดอกเตอร์เบลเมอร์ เอสโอเอส บ็อกซ์)ได้ที่ เฟซบุ๊ค www.facebook.com/thefaceshopthailand อินสตราแกรม: thefaceshopthailand และ http://www.thefaceshopthailand.com

เจ้าชายริชาร์ด ดยุกแห่งกลอสเตอร์ ทรงร่วมงาน ดินเนอร์การกุศล รายได้สมทบมอบมูลนิธิที่อยู่อาศัย ฯพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373400

เจ้าชายริชาร์ด ดยุกแห่งกลอสเตอร์ ทรงร่วมงาน ดินเนอร์การกุศล รายได้สมทบมอบมูลนิธิที่อยู่อาศัย ฯพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย

เจ้าชายริชาร์ด ดยุกแห่งกลอสเตอร์ ทรงร่วมงาน ดินเนอร์การกุศล รายได้สมทบมอบมูลนิธิที่อยู่อาศัย ฯพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด จัดงาน “Dinner with the Duke” (ดินเนอร์ วิธ เดอะ ดุ๊ก) ดินเนอร์การกุศลสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านการรังสรรค์เมนูจากเซเลบริตี้เชฟ เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับ Habitat for Humanity Thailand (มูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย) ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านการสร้างบ้านและพัฒนาชุมชน ในการนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก เจ้าชาย ริชาร์ดดยุกแห่งกลอสเตอร์ เสด็จไปทรงเป็นประธานในงาน ณ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ถ.วิทยุ โดยมี ฯพณฯ ไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, เคน ฮอม และ ทิโมธี โล๊ก เฝ้ารับเสด็จ

ฯพณฯ ไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย และ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด มีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีในการทำงานร่วมกันมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ได้ร่วมกันจัดงาน “Dinner with the Duke” ดินเนอร์การกุศลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งได้รับพระกรุณาธิคุณจากเจ้าชายริชาร์ด ดยุกแห่งกลอสเตอร์  (HRH Prince Richard, Duke of Gloucester) เสด็จมาทรงร่วมในงาน โดยงานนี้เปิดจำหน่ายบัตรให้กับแขกผู้มีเกียรติ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะมอบให้กับ Habitat for Humanity Thailand (มูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย) เพื่อนำไปพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนต่างๆ ของประเทศไทย

ทางด้าน มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ดินเนอร์มื้อพิเศษนี้ได้รับเกียรติจาก เชฟเคน ฮอม เซเลบริตี้เชฟผู้มีชื่อเสียงระดับโลก มาร่วมรังสรรค์เมนูอาหารในค่ำคืนสุดพิเศษถึง 6 คอร์สด้วยกันประกอบด้วย เมนู เปาะเปี๊ยทอดสอดไส้ไก่กรอบและมะเขือเทศอบแห้ง เสิร์ฟพร้อมกับ สลัดผักไมโครออร์แกนิค, ซุปครีมหน่อไม้ฝรั่ง โรยหน้าด้วยผักชีไทย, กุ้งทะเลผัดซอสคลุกเคล้าอิตาเลียนพาสลีย์ ผักชี และใบโหระพา, เป็ดย่างซอสบาร์บีคิว เสิร์ฟพร้อมวาฟเฟิล ข้าวโพด หัวหอม และขิง, มะม่วงสุกเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา ปิดท้ายด้วย ขนมปังชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟคู่กับกาแฟสดสูตรพิเศษเฉพาะของแมนดารินหรือชาฝรั่งชั้นดี ภายใต้บรรยากาศมื้อพิเศษที่อบอุ่นเป็นกันเอง พร้อมการขับกล่อมจากนักร้องดีว่าชั้นนำของเมืองไทย รัดเกล้า อามระดิษ รวมถึงได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในการร่วมสร้างกุศลครั้งนี้ผ่านการลั่นชัตเตอร์ของ พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ หรือ “พจน์ Sixtysix” ช่างภาพชื่อดัง ทำให้ทุกท่านได้อิ่มเอมไปกับความสุขตลอดค่ำคืนแห่งการให้ในคืนนี้ โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมดินเนอร์กว่า 40 ท่าน อาทิ ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, ศรีสุภางค์ มอริส, พิสิฐ-ทัศนีย์ เหล่าศิริรัตน์, สุนทรี เตรยาภรณ์, นารีรัตน์ ชินธรรมมิตร์, ชาญวิทย์ เอนกสัมพันธ์ และ ดาว เสถียรถิระกุล เป็นต้น

ทางด้าน ทิโมธี โล๊ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย กล่าวว่า เกือบ 20 ปี ที่มูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทยได้สร้าง ซ่อมแซม และปรับปรุงบ้านให้กับคนไทยมากกว่า 11,500 ครัวเรือน หรือกว่า 57,500 คน เราตระหนักอยู่เสมอว่างานที่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ล้วนเกิดจากความร่วมมือของผู้ร่วมบริจาคสมทบทุนตลอดจนอาสาสมัครที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ สนับสนุนและผลักดันงานของพวกเรา ปัจจุบันมีชาวไทยกว่า 7 ล้านคน ที่มีฐานะยากจน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงหรือที่พักอาศัยที่เสื่อมโทรม ถึงแม้ว่ามูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย จะเพิ่งฉลองครบรอบ 20 ปีไปหมาดๆ แต่เรายังคงตระหนักอยู่เสมอว่า ยังมีโครงการและงานอีกมากมายที่ต้องลงมือทำให้สำเร็จ เราเชื่อมั่นว่าทุกคน สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบ้านให้กับผู้ด้อยโอกาสกับมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย ผ่านการระดมทุนและช่วยเป็นกระบอกเสียงเพื่อผู้ด้อยโอกาสให้พวกเขาได้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย และด้วยแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทางมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย จะเดินหน้าสร้างรากฐานสู่ความสำเร็จอย่างแข็งแกร่ง ด้วยการสร้างบ้านและชุมชนที่มั่นคง แข็งแรง ผ่านโปรแกรมสร้างบ้านและโครงการริเริ่มพัฒนาชุมชน

นับเป็นงานดินเนอร์ที่พิเศษและเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานมิรู้ลืม

เชฟเคน ฮอม, ทิโมธี โล๊ก

เชฟเคน ฮอม, ทิโมธี โล๊ก

ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, ฉมาพรรณ รังคะรัตน

ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, ฉมาพรรณ รังคะรัตน

‘เดวิด เบ๊คแฮม’ แชร์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373385

‘เดวิด เบ๊คแฮม’ แชร์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพดี

‘เดวิด เบ๊คแฮม’ แชร์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพดี

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอไอเอ ประเทศไทยจัดฉลองครบรอบ 80 ปีสุดยิ่งใหญ่ เชิญ เดวิด เบ๊คแฮม แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ระดับโลกของเอไอเอ มาแชร์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพดี

เขย่าวงการประกันชีวิตของประเทศไทย เมื่อ ตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย และ สจ๊วต เอ สเปนเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทเอไอเอ นำสุดยอดนักเตะระดับตำนาน เดวิด เบ๊คแฮม แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ระดับโลกของเอไอเอ มาประเทศไทยเพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 15.00 น. ณ ห้องฟีนิกซ์ 5-6 อิมแพค เมืองทองธานี โดย เดวิด เบ๊คแฮม จะมาเล่าเคล็ดลับสุขภาพดีและการใช้ชีวิตสไตล์เบ๊คแฮมให้คนไทยได้ฟัง โอกาสเดียวกัน เอไอเอ จะจัดพิธีมอบรางวัลในโครงการสำรวจองค์กรด้านสุขภาพบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ “Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality” องค์กรไหนจะมีสุขภาพดีเป็นเลิศ จะได้ทราบกันวันนั้นด้วย

เซเลบฯ แนะทริคมิกซ์ลุคใหม่สร้างสไตล์ให้โดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373394

เซเลบฯ แนะทริคมิกซ์ลุคใหม่สร้างสไตล์ให้โดน

เซเลบฯ แนะทริคมิกซ์ลุคใหม่สร้างสไตล์ให้โดน

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แอ๊มป์-มาสิริ ตามสกุล

เพราะสไตล์มีอยู่หลากหลาย การมิกซ์แอนด์แมทช์ให้เกิดสไตล์ใหม่ๆ จึงทำให้การแต่งกายของเราทุกคนมีสีสันมากยิ่งขึ้น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชวนเหล่าคนดังมาแนะเคล็ดลับมิกซ์แอนด์แมทช์เพื่อสร้างสรรค์ลุคใหม่ พร้อมอัพเดทเทรนด์ออทั่ม-วินเทอร์ ไปกับไอเท็มเด็ดชิ้นใหม่

ธาพิดา นรพัลลภ ออมนิ-แชนแนล เมอร์ชั่นไดซิ่ง ไดเร็กเตอร์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลไม่หยุดนิ่งที่จะอัพเดตเทรนด์และไอเท็มแฟชั่นใหม่ๆ ด้วยการรวบรวมคอลเลคชั่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชิ้นเด็ดจากแบรนด์ดังทั่วโลก ให้เหล่านักช็อปทั้งชายและหญิงได้เลือกเฟ้นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะกับสไตล์ตัวเอง เพราะเป็นช่วงที่ห้องเสื้อและแบรนด์แฟชั่นต่างๆอวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ออกมาต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ จึงเป็นช่วงเวลาดีที่เหล่าแฟชั่นเลิฟเว่อร์จะได้อัพเดตเทรนด์ไปด้วยกัน และช็อปปิ้งไอเท็มเด็ดชิ้นใหม่ๆ ไว้ต้อนรับลมหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้

จงกล พลาฤทธิ์ บรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง เผยเทคนิคการมิกซ์แอนด์แมทช์เพื่อสร้างสรรค์ลุคใหม่ให้กับสาวๆ ว่า “การที่เราจะเริ่มมิกซ์แอนด์แมทช์ให้เป็นเครื่องแต่งกายสไตล์ใหม่ ควรเริ่มจากการเช็คตัวเองก่อนว่า เรามีสไตล์แบบไหน อย่างการเปิดตู้เสื้อผ้าตัวเองแล้วดูว่าเรามีเครื่องแต่งกายแนวไหนเยอะ ก็แสดงว่านั่นคือสไตล์ที่เราชอบ ซึ่งการมิกซ์แอนด์แมทช์อาจจะไม่ต้องถึงขนาด make over แต่เป็นการเติมไอเท็มลงไป โดยอาจเริ่มจากเครื่องประดับเล็กๆ ก่อนอย่าง กำไล สร้อยคอ ต่างหู หมวก แล้วค่อยเพิ่มเติมส่วนไอเท็มชิ้นใหญ่ๆ อย่าง เสื้อ กางเกง ก็จะทำให้การแต่งตัวไม่น่าเบื่อจำเจอีกต่อไป”

ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เผยถึงการสร้างสไตล์ความเป็นผู้ชายให้สมบูรณ์แบบว่า “การแต่งตัวที่ดีช่วยส่งเสริมคาแร็กเตอร์ของหนุ่มๆ ให้ดูดีตามไอเท็มที่เราเลือกสวม ดังนั้น หนุ่มๆ จึงควรใส่ใจในทุกรายละเอียดของการแต่งตัวไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม ไปจนถึงรองเท้า ที่นอกจากนี้ ผมอยากให้หนุ่มๆ สนุกกับการแต่งตัว อย่างการนำสไตล์วินเทจมารวมกับสปอร์ต วินเทจผสมสตรีท ด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์ไอเท็มชิ้นต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสไตล์ใหม่ให้โดดเด่น โดยต้องไม่ลืมกาลเทศะเป็นสิ่งสำคัญครับ”

ขณะที่สาวเก่งมากความสามารถ แอ๊มป์-มาสิริ ตามสกุล เผยความเป็นตัวเองว่า “บางครั้งการที่เราแต่งตัวสไตล์เดิมๆ ก็อาจจะทำให้รู้สึกเบื่อได้ดังนั้น การมิกซ์แอนด์แมทช์สไตล์ใหม่ๆ ก็ช่วยสร้างสีสัน ทำให้สนุกกับการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น อย่างตัวแอ๊มป์ไม่ค่อยแต่งตัวแนวหวานสักเท่าไหร่ แต่บางครั้งก็อยากจะเป็นสาวหวานกับเขาบ้าง ก็จะหยิบเสื้อลูกไม้มาใส่แล้วทับด้วยแจ๊กเกต ก็ทำให้ได้ลุคหวานที่ผสมความเท่ เพิ่มสไตล์ใหม่ๆ ในการแต่งตัว ส่วนเคล็ดลับในการหาไอเท็มโดนใจไว้มิกซ์แอนด์แมทช์ก็คือ การเดินที่ห้างเซ็นทรัล เพราะจะได้เห็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่หลากหลาย เป็นไอเดียในการมิกซ์สไตล์ที่เราชอบ”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและช็อปปิ้งออนไลน์ผ่าน www.central.co.th และอัพเดตโปรโมชั่น พร้อมรับสิทธิพิเศษจากห้างเซ็นทรัลได้ที่ Central Line Official

ธาพิดา นรพัลลภ

ธาพิดา นรพัลลภ

ณภัทร สุทธิธน

ณภัทร สุทธิธน

จงกล พลาฤทธิ์

จงกล พลาฤทธิ์

ไม่เปลี่ยน ไม่รอด คัมภีร์ธุรกิจยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373172

ไม่เปลี่ยน ไม่รอด คัมภีร์ธุรกิจยุคดิจิทัล

ไม่เปลี่ยน ไม่รอด คัมภีร์ธุรกิจยุคดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่ “ดิจิทัล” เข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของเราแทบจะ 100% โดยเฉพาะภาคธุรกิจหากไม่มีการปรับตัวที่จะนำดิจิทัลหรือเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ก็อาจจะไปไม่รอด และเพื่อให้ธุรกิจเรียนรู้และหยิบยกนำดิจิทัลมาใช้ให้ธุรกิจ “รอด” และ“รุ่ง” จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุลผู้ก่อตั้งสถาบัน U23 academyเจ้าของหลักสูตร “Digital Transformationin Action” และเป็นกูรู วิทยากรด้าน DigitalTransformation บรรจงกลั่นองค์ความรู้ทั้งหมดที่มีออกมาเป็นตัวหนังสือชื่อ “เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัล Step by Step Digital Transformation In Action“ โดยจัดงานเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมการเสวนาซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและนักธุรกิจรุ่นใหม่มาร่วมพูดคุย ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 23 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล ผู้เขียนหนังสือ เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัล Step by Step DigitalTransformation In Action กล่าวว่า เมื่อการดำเนินธุรกิจเริ่มมีปัญหา เพราะดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การทำ Digital Transformation จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถพลิกเกมได้ในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ดังนั้น ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจหลายท่านอาจมีความสงสัยว่า ที่ผ่านมา ธุรกิจก็เคยทำ Digital Marketing หรือมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ในปัจจุบันกลับไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเช่นเคย ซึ่งสาเหตุสำคัญล้วนมาจากวิธีคิดและความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของผู้บริหารและพนักงานในองค์กร

“ผู้บริหารหลายๆ องค์กรถามผมว่า ทำไมต้องเปลี่ยนเป็นดิจิทัล ผมกล้าพูดได้เลยว่าหากไม่เปลี่ยน บริษัทเจ๊งแน่นอน เพราะหลายๆ สิ่งเปลี่ยนแปลงไปทั้งบริบทการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น สมัยก่อนเราจ่ายค่าบริการสาธารณูปโภคต่างๆ ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส แต่ปัจจุบันเราจ่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์หรือโมบายแอพพลิเคชั่นโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ในเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน การตลาดก็ต้องเปลี่ยนตาม ผู้บริหาร นักการตลาด และผู้ประกอบการ ต้องสร้างประสบการณ์กับผู้บริโภค ให้เกิดการซื้อ ซื้อซ้ำและบอกต่อ ดังนั้น การปรับตัวเท่านั้นถึงอยู่รอด และต้องไม่เพียงแค่การทำการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ซึ่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำ Digital Transformation เท่านั้น แต่ต้องทำ Digital Transformation คือการเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจทั้งหมด รวมถึง mindset หรือวิธีคิดของผู้นำในการทำธุรกิจอีกด้วย”

ด้าน ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาธุรกิจ กล่าวว่า“ภาพรวมของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ผู้บริโภคไม่เพียงแต่จะใช้สินค้าที่มีคุณภาพดี สินค้าที่ถูกและเร็วแต่เพียงเท่านั้น แต่ในยุค 4.0 ผู้บริโภคเปลี่ยนไปธุรกิจหรือสินค้าตัวไหนที่ซื้อ-ขายง่าย และใกล้ตัว ธุรกิจนั้นย่อมได้เปรียบมากกว่า นั้นก็หมายความว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ธุรกิจจำเป็นต้อง Digital Transformation โดยในปี 2019 เป็นต้นไปให้จับตามองธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีผลประกอบการมาก กำลังจะโดน Disrupt ที่ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นธุรกิจอื่นๆ ที่เข้ามาเป็นคู่แข่งทางอ้อม ทำให้คู่แข่งที่แท้จริงกลับกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่งสวนทางกับการทำธุรกิจแบบสมัยก่อนอย่างแน่นอน”

วรุตม์ กฐินทอง นักบริหาร นักธุรกิจรุ่นใหม่ กล่าวว่า “จากประสบการณ์ตรงของการทำธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ ต้องยอมรับเลยว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปจริงๆ จากเดิมที่ลูกค้าดูข้อมูลผ่านหน้าร้าน แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคสามารถศึกษาหาข้อมูลผ่านออนไลน์ ซึ่งใครที่ปรับตัวได้ทัน ก็ได้เปรียบกว่าแน่นอน เรื่องของดิจิทัจทำให้ธุรกิจของเรามีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าธุรกิจที่ยังไม่ปรับ จึงใช้ดิจิทัลมาเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารทุกส่วนของการบริหารองค์กร ซึ่งถ้าใครไม่เปลี่ยน ก็จะมีต้นทุนทั้งในแง่ของเวลา เงิน และคน ก็จะมากกว่าผู้อื่น และทำให้เสียเปรียบทางธุรกิจและการตลาดอย่างแน่นนอน”

ธนพงศ์พรรณ ธัญญรัตตกุล ทิ้งท้ายว่า “หนังสือ เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัล Step by Step Digital Transformation In Action” เล่มนี้ ผู้อ่านจะได้เห็นและเข้าใจการแข่งขันในแต่ละอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนเดิม และได้ทราบว่าดิจิทัลเทคโนโลยีอะไรที่จะเข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนรูปแบบในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไร ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ต้องตระหนักว่า ธุรกิจของเราจะถูกเทคโนโลยีบังคับให้เปลี่ยนแปลงหรือจะเป็นผู้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างโอกาสครั้งใหม่ในยุคดิจิทัล สำหรับผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ในทุกอุตสาหกรรม ในทุกช่วงของวงจรธุรกิจ เมื่อพร้อมที่จะปรับธุรกิจเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้ก้าวทันตามโลกแล้ว ย่อมประสบความสำเร็จครั้งใหม่อย่างแน่นอน”

หนังสือ “เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิทัลStep by Step Digital Transformation InAction” จึงเป็นดั่งคู่มือของธุรกิจยุคใหม่ที่ผู้บริหารและผู้ประกอบการจะได้มีโอกาสเรียนรู้จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง และเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในยุคดิจิทัลให้ดียิ่งขึ้นเหมาะสำหรับผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ ทั้งขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

‘แม่รู้อะไรบ้าง’กระตุกต่อมคนยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373170

‘แม่รู้อะไรบ้าง’กระตุกต่อมคนยุคดิจิทัล

‘แม่รู้อะไรบ้าง’กระตุกต่อมคนยุคดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไทยประกันชีวิต ส่งภาพยนตร์โฆษณา “แม่รู้อะไรบ้าง” กระตุกต่อมความรู้สึกคนยุค Digital Disruptionชูแนวคิดการสื่อสาร “Disrupt with Love-ให้รักดูแลชีวิต”

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตเป็นผู้นำในการสร้างแบรนด์ผ่านภาพยนตร์โฆษณามาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคม ภายใต้แนวคิด “คุณค่าของชีวิตและคุณค่าของความรัก” (Value of Life & Value of Love) อันเป็นแกนหลักของธุรกิจประกันชีวิต ผ่านการสื่อสารให้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและคุณค่าของความรักในมิติต่างๆ

ในปี 2561 แนวทางการสร้างแบรนด์ของไทยประกันชีวิต ยังคงมุ่งสร้างแรงบันดาลใจโดยให้ความสำคัญกับ Value of Life, Value of Love แต่ยกระดับ (Enhance) สู่ Value of People หรือคุณค่าของมนุษย์ โดยเฉพาะปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวสู่ยุคดิจิทัลซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ส่งผลต่อการเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของคนในสังคม หรือที่เรียกว่า Digital Disruption โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือเยาวชนที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอย่างมาก

ขณะเดียวกันการพัฒนาแบบก้าวกระโดดนี้ กลับทำให้เกิดช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน จนทำให้ความรักความผูกพันระหว่างกันถูกหลงลืมไปไทยประกันชีวิต ตระหนักถึงประเด็นปัญหาดังกล่าว ที่กำลังจะกลายเป็นภัยคุกคามสังคมไทย จึงพัฒนากลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการสื่อสารด้วยการสร้างความรัก หรือ Disrupt with Love เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ในลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์

“เราได้สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “แม่รู้อะไรบ้าง” ความยาว 3 นาที เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์และสถานีโทรทัศน์ ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมาโดยสื่อสารภายใต้แนวคิด “ให้รัก ดูแลชีวิต” ซึ่งต่อยอดจาก Value of Life, Value of Love & Value of People กระตุ้นให้คนในสังคมตระหนักว่า แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น สะดวกสบายมากขึ้นเพียงใดก็ตาม แต่แท้จริงแล้วการใส่ใจและดูแลชีวิตกันด้วยความรักความห่วงใยของคนในครอบครัว ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและเป็นเกราะกันภัยที่ดีที่สุด โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับโซเชียลมีเดีย

ภาพยนตร์โฆษณานำเสนอผ่านเรื่องราวตัวละครแม่กับลูก ด้วยบทสนทนาธรรมดาๆ แต่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่และไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของแม่ซึ่งการดำเนินเรื่องที่เรียบง่ายกว่าภาพยนตร์โฆษณาทุกเรื่องที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเด่นของโฆษณาเรื่องนี้ รวมถึงยังคงเอกลักษณ์ในการดึงอารมณ์และความรู้สึกร่วมของผู้ชม หรือ Emotional Attachment ซึ่งเป็น Signature ของโฆษณาไทยประกันชีวิต”

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ว่าคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม เช่นเดียวกับภาพยนตร์โฆษณาชุดอื่นของไทยประกันชีวิต โดยตั้งเป้าหมายมีผู้ชมผ่านสื่อออนไลน์ไม่น้อยกว่า1 ล้านวิว ภายใน 1 ชั่วโมงแรก ที่ภาพยนตร์โฆษณาเผยแพร่ และมียอดวิวรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 20 ล้านวิว

“สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทำได้ทัดเทียมมนุษย์ คือความคิดสร้างสรรค์ หรือ Creativity และสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถสื่อสารได้เหมือนมนุษย์ คือความรู้สึกรัก ดังนั้นภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ต้องการสื่อสารถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะความรักของแม่ ซึ่งไม่มีเทคโนโลยีใดทดแทนได้”

เป้าหมายของไทยประกันชีวิต คือมุ่งมั่นเป็นแบรนด์ที่เป็นทุกคำตอบของทุกชีวิตในสังคม หรือ Life Solutions Provider รวมถึงเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลให้คนในสังคม ผ่านการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่มีวิวัฒนาการในการนำเสนอ และช่องทางการสื่อสารให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง

เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาล ‘ตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373177

เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาล ‘ตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ’

เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาล ‘ตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ’

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในวาระครบรอบ 15 ปี ของ “ศูนย์วิทยาศาสตร์ ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” (ศวฮ.) นี้ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยสองอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ อับเดลิลาห์อัล ฮุสนี เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรโมร็อกโกประจำประเทศไทย ได้เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดตัว “ห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาลตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” (Tan Sri Dr.Surin Pitsuwan Research and Innovation Halal Science Laboratory) เพื่อรำลึกถึงคุณความดีและเกียรติคุณของดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนและแรงบันดาลใจให้แก่นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยรุ่นใหม่ โดยมี รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ต้อนรับ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้มีความฉลาดปราดเปรื่องและรอบรู้ในศาสตร์หลากหลายด้าน นับเป็นบุคคลสำคัญของประเทศไทยที่เป็นความภาคภูมิใจของมุสลิมไทยและนานาชาติ และด้วยวิสัยทัศน์ที่มีคุณค่ายิ่งต่องานวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปลายปี 2542 ได้เขียนคำนิยมให้กับหนังสือ Halal-HACCP ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก นับเป็นการสร้างแรงบันดาลใจนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ในเวลาต่อมา

ด้าน รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เผยว่า “ด้วยคุณงามความดีและเกียรติคุณของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ในฐานะกรรมการที่ปรึกษาศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ คือแรงผลักดันสำคัญในการขับเคลื่อนสู่การสร้างเครือข่ายครบวงจรในระดับโลก ทั้งงานด้านวิทยาศาสตร์สู่ภาคอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ ผนวกความเป็นศาสตร์และศิลปะอิสลามเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนถือเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ด้วยเหตุนี้เอง ห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมฮาลาล ตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ คือประจักษ์พยานอันทรงเกียรติในการรำลึกถึงคุณูปการต่อศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ”

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีว่า “การใช้วิทยาศาสตร์มาสนับสนุนสู่การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งนี้ มีการเติบโตและมีบทบาทมาก จะเห็นได้ว่า 15 ปี ศูนย์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลอันดับ 1 ของโลก และในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลที่ทำให้เรารำลึกถึง ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ที่ถือเป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง บทบาทของท่านเป็นคนการเมืองแบบฮาลาล เพราะฮาลาลไม่ใช่แค่อาหาร หรือผลิตภัณฑ์เท่านั้น หากยังเป็นการทำดี เป็นคนดี และทำดีต่อผู้อื่นอีกด้วย จึงถือได้ว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญระดับโลก ดังนั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว ใช้ชื่อ “ห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาล ตันสรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” โดยนำมาแปลเปลี่ยนเป็นรูปธรรมที่จะทำให้ชื่อของท่านได้ถูกจารึกตลอดไป”

“ห้องปฏิบัติการวิจัยและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ฮาลาล” เรียกกันสั้นๆ ว่า PS Halal Lab ตั้งอยู่บนชั้น 13 ของอาคารวิจัยจุฬาฯ โดย ศวฮ.มีที่ทำการอยู่บนชั้น 11, 12, 13 มีพื้นที่ใช้สอยรวม 3,000 ตารางเมตร จากทั้งหมด 4,400 ตารางเมตรส่วนของ PS Halal Lab ตั้งอยู่บนชั้นที่ 13 ของอาคารมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 400 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการวิจัยชีวเคมีโภชนาการ, ห้องปฏิบัติการวิจัยนาโนวิทยาและคอสเมติกส์และห้องปฏิบัติการวิจัยชีววิทยาโมเลกุล ณ วันนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ ไม่เคยที่จะหยุดนิ่งโดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างสรรค์มุ่งมั่นพัฒนาก้าวไกลสู่โลกยุคใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง นับเป็นกลยุทธ์สำคัญอย่างหนึ่งในการยกระดับการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีสากล และเป็นการแสดงสถานะความเป็นผู้นำของประเทศไทยในเวทีเดียวกันซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทยต่อโลกมุสลิม ที่จะทำให้ประเทศไทยแสดงสถานะความเป็นผู้นำด้านกิจการฮาลาลอันเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของโลกมุสลิมที่ทันสมัยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่