ทายาทรุ่นที่ 4‘เลิศ ถาวรว่องวงศ์’ ปั้นโรงแรมเครือถาวรฯ ภูเก็ต กลับมาผงาดอีกครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373219

ทายาทรุ่นที่ 4‘เลิศ ถาวรว่องวงศ์’ ปั้นโรงแรมเครือถาวรฯ ภูเก็ต กลับมาผงาดอีกครั้ง

ทายาทรุ่นที่ 4‘เลิศ ถาวรว่องวงศ์’ ปั้นโรงแรมเครือถาวรฯ ภูเก็ต กลับมาผงาดอีกครั้ง

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ถาวรว่องวงศ์” เป็นตระกูลคหบดีเก่าแก่เป็นที่รู้จักกันดีของเมืองภูเก็ต ในฐานะตระกูลที่ทำธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโรงแรม “เครือถาวร โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” ที่เป็นเจ้าแรกเปิดให้บริการโรงแรมระดับห้าดาวของภูเก็ตมากว่า 40 ปี ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นที่ 4 “เลิศ ถาวรว่องวงศ์” ผู้บริหารหนุ่มหล่อวัย 28 ปี ที่แม้จะเข้ามารับไม้ต่อได้เพียง 4 ปี แต่เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงฝีไม้ลายมือและกลายเป็น นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องจับตามองของภูเก็ต

เลิศ เล่าว่า เขาเป็นลูกชายคนโต ในจำนวนลูก 4 คน ของ เจริญ ถาวรว่องวงศ์ ประธานบริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่โรงแรมในเครือถาวรโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กับ อัจฉรา ถาวรว่องวงศ์จึงมีโอกาสเห็นการทำงานของผู้เป็นพ่อมาโดยตลอด ทำให้เกิดความรักความผูกพันในธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างมาก และเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเลือกเรียนด้านการบริหารโรงแรม ซึ่งหนุ่มคนนี้ก็มีดีกรีปริญญาตรี คณะ School of Hotel Administration ของมหาวิทยาลัยระดับ Ivy League ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Cornell University ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นโรงเรียนการบริหารโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

“ทันทีที่เรียนจบ ผมก็กลับมาทำงานที่บ้านทันที ประมาณกลางปี 2014 ยอมรับว่าเป็นช่วงที่ธุรกิจของเราประสบปัญหาอย่างหนัก มีหนี้สินหลายพันล้านบาท พูดได้ว่าเกือบจะล้มละลาย สิ่งที่ผมทำตอนนั้นคือ คุยกับคุณพ่อว่าเราต้องปรับโครงสร้าง จะมามัวกลัวเสียหน้าไม่ได้เราต้องยอมรับความจริง ซึ่งมันก็ยากสำหรับท่าน แต่ในที่สุดท่านก็ยอม อะไรที่เป็นหนี้เสียเราต้องทิ้ง อะไรที่แบงก์จะยึดก็ให้ยึด อะไรที่ขายได้เพื่อให้มีเงินมาใช้หนี้แบงก์ เราต้องทำ มีการเจรจาประนอมหนี้ ทำให้ภายในปีนั้นเราสามารถชำระหนี้ได้กว่า 1,800 ล้านบาท ในขณะนั้นโรงแรมในเครือทั้งหมดมีพนักงานร่วมพันคน ค่าน้ำ ค่าไฟ รายจ่ายแต่ละเดือนหลักสิบล้าน แต่เรามีเงินสำรองไม่ถึง 5 ล้าน สิ่งที่ผมทำคือ ลงทำตลาดด้วยตัวเอง ไปคุยกับเอเจนซี่ ลดราคา ยอมขายถูกเพื่อให้กระแสเงินสดเข้ามาหมุนเวียน และค่อยๆ รีโนเวทห้องพักทีละส่วนที่จะสามารถขายได้ก่อน อะไรที่เป็นหน้าตาเราทำก่อน ในส่วนที่ไม่สำคัญหรือไม่สร้างรายได้ ผมก็ปิดไปเพื่อลดค่าใช้จ่าย ใช้วิธีการนี้จนโรงแรมสามารถฟื้นตัวได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ”

ปัจจุบัน เครือถาวร โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท มี 3 โรงแรม ได้แก่ โรงแรมถาวร อยู่ในตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเครือถาวรฯ โรงแรมถาวร บีช วิลเลจ รีสอร์ท แอนด์ สปา หาดนาคาเลย์ และโรงแรมถาวร ปาล์ม บีช รีสอร์ท หาดกะรน สิ่งที่ผู้บริหารหนุ่มให้ความสำคัญในการทำธุรกิจนั่นคือ เงินทุนสำรอง

“ไม่เฉพาะแต่ธุรกิจโรงแรมนะ เรื่องการเงินการบัญชี สำคัญกับทุกธุรกิจ ผมเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงินทุนสำรอง หรือกระแสเงินสด เพราะมันเป็นหัวใจของการบริหารเกือบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการบริการ การปรับปรุงโรงแรมได้อย่างสม่ำเสมอ การหาและเก็บพนักงานดีๆ การทำการตลาด เป็นต้น ทุกอย่างใช้เงินสดหมด บ้านเรามีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว พอไม่มีนักท่องเที่ยว เรามีรายได้ลดลงแต่รายจ่ายเท่าเดิม ถ้ากระแสเงินสดหรือเงินทุนสำรองไม่มี เราอยู่ได้ไหม แต่สำหรับเครือถาวรฯ ผมกล้าพูดได้ว่าจาก 4 ปีก่อน ที่มีเงินสดในบัญชีไม่ถึง 5 ล้าน วันนี้เรามีเงินทุนสำรองมากพอที่จะบริหารงานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการบริการไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน แต่ไม่ใช่ว่าเรานิ่งนอนใจ มีแค่นี้พอแล้ว อะไรที่เราต้องทำก็ยังทำต่อไปการพัฒนาปรับปรุงการบริการ เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีก”

แม้จะเป็นทายาท แต่การเข้ามาบริหารงานตั้งแต่อายุยังน้อยและอยู่ในช่วงภาวะวิกฤติของธุรกิจ หนีไม่พ้นการจับจ้องและข้อกังวลของบุคลากร ซึ่ง เลิศ ยอมรับว่า เขาไม่ใช่ผู้บริหารที่โน้มน้าวจิตใจลูกน้องด้วยคำพูดหวานหู หากแต่ลงมือทำให้เห็น และเอาจริงเอาจังกับทุกสิ่งที่จะทำให้องค์กรดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

“ผมกลับมาตอนอายุ 24 ปี โรงแรมทุกโรงในเครือ พนักงานส่วนใหญ่มีอายุมากกว่าผมอีก บางคนทำงานมาก่อนผมเกิด แต่ในช่วงเวลานั้นผมไม่มีเวลาที่จะมาพูดจาหวานๆ กับใคร ผมพูดตั้งแต่วันแรกเลยว่า ผมไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ผมจะทำต่อไปนี้มันจะสำเร็จ โรงแรมจะไปรอดไหม แต่ผมไม่มีอะไรจะเสีย ดังนั้น ถ้าจะอยู่กับผม ต้องทำตามผม ถ้ารับไม่ได้ก็ออก สั่งงานแล้ว ถึงกำหนดงานไม่เรียบร้อย ผมด่าไม่ไว้หน้าจริงๆ ผมเป็นผู้บริหารที่อยู่หน้างานตลอดเวลา เวลาที่มีปัญหาไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ผมอยู่ตรงนั้น ลงไปแก้ปัญหาด้วยกัน ไม่เคยทิ้งให้ลูกน้องทำฝ่ายเดียว ลูกค้าด่าผมรับ ลูกค้าชม ผมบอกขอเปลี่ยนเป็นทิปหนักๆ ให้พนักงานแทนละกัน ทุกวันนี้ผมก็ยังเป็นแบบนี้ สิ่งที่ผมจะพูดกับลูกน้องเสมอคือ คุณไม่ใช่ลูกจ้าง แต่คุณคือเจ้าของร่วมกัน ถ้าคุณช่วยกันทำงานไม่คดโกง ให้บริการที่ดีที่สุดกับลูกค้า ผลประโยชน์ที่ได้ก็คือพวกเขาเอง ซึ่งมันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากแต่ก่อนที่สภาพร่อแร่ เงินเดือนออกช้า สวัสดิการไม่มี เซอร์วิสชาร์จไม่ต้องพูดถึง แต่วันนี้ผมพูดได้ว่าพนักงานเครือถาวรฯ มีเงินเดือน สวัสดิการ เซอร์วิสชาร์จเทียบเท่าโรงแรมเชนต่างประเทศก็ว่าได้”

ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี ที่ผู้บริหารหนุ่มคนนี้ทำงานหนัก ทำกำไรแตะ 500 ล้านบาทเป็นครั้งแรกตั้งแต่โรงแรมเครือถาวรฯ เปิดให้บริการ นับเป็นความภูมิใจที่เขาสามารถฟื้นฟูกิจการเครือถาวร โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ให้กลับมาโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของภูเก็ตได้อีกครั้ง

“ตั้งแต่วันแรกที่กลับมา ผมทำงานแบบไม่มีวันหยุด สู้แบบหัวชนฝา เพราะธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่ผมรัก ผมเห็นมันมาตั้งแต่เกิด จากที่ใกล้ตาย แต่ผมทำให้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถ้าให้คะแนนตัวเองผมก็ให้ A ครับ เพราะว่าเราทำมาดีแล้ว ถูกทางแล้ว แต่การทำธุรกิจมันไม่มีจบมันต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ จากนี้ผมก็ตั้งเป้าหมายว่าปีหน้าอยากทำผลกำไรทั้ง 3 โรงแรมในเครือรวมกันให้ได้ 600 ล้านบาท พัฒนาโรงแรมทั้งหมดให้เต็มศักยภาพ รวมไปถึงการพัฒนาอสังหาฯ ประเภทอื่นๆ ของครอบครัว อีกด้านหนึ่งคือ การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง มีความพร้อมที่จะทำงานแทนเราได้ในทุกๆ จุด ซึ่งตอนนี้ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมแข็งแกร่งแล้วจะปล่อยวาง อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังต้องทุ่มเทให้เหมือนทำงานวันแรกอยู่ดี และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ”

ครบเครื่องทั้งความสามารถและรูปลักษณ์ แต่ขอบอกว่า ผู้บริหารหนุ่มวัย 28 ปีคนนี้ งานมาเป็นที่หนึ่ง ความรักมาเป็นที่สอง ทำให้ตอนนี้ยัง “โสดสนิท” แต่ถ้าสาวคนไหนยอมรับคนบ้างานอย่างเขาได้ ก็พร้อมจะเปิดใจเรียนรู้…เริ่ด สมชื่อใช่ไหมล่ะคะ!!!

‘เรือพระราชทานเวชพาหน์’มุ่งหน้าสู่สายธาร สืบสานพระราชปณิธาน ในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373180

‘เรือพระราชทานเวชพาหน์’มุ่งหน้าสู่สายธาร สืบสานพระราชปณิธาน ในหลวง รัชกาลที่ 9

‘เรือพระราชทานเวชพาหน์’มุ่งหน้าสู่สายธาร สืบสานพระราชปณิธาน ในหลวง รัชกาลที่ 9

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์แก่ราษฎรผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น วรรณะ อันได้แก่ “เรือพระราชทานเวชพาหน์”ที่เกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกลและพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อราษฎรที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำ โดยเห็นว่าในหลายตำบลยังไม่มีทางหลวงเชื่อมต่อจังหวัด แม้จะสามารถเดินทางทางน้ำได้ก็ห่างไกลจากโรงพยาบาลประจำจังหวัดมาก ถ้าเจ็บป่วยต้องรักษาพยาบาลแผนโบราณซึ่งไม่ค่อยได้ผลในโรคหลายอย่าง จึงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บริษัท อู่เรือกรุงเทพฯ จำกัด ต่อเรือยนต์ขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อให้สภากาชาดไทยใช้เป็นหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลทางน้ำ โดยพระราชทานชื่อว่า “เวชพาหน์” และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีพระราชทานเรือ เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2498 ณ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร โดยออกปฏิบัติงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มกราคม-17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2498ที่จังหวัดนนทบุรี

ตราบจนปัจจุบันเป็นเวลาถึง 63 ปี ที่สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ได้สานต่อพระราชปณิธานนำเรือพระราชทานเวชพาหน์ออกปฏิบัติงานให้บริการตรวจรักษาประชาชนตามพระราชประสงค์ทุกประการ ดังข้อความที่เขียนติดไว้ด้านข้างเรือ ความว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเรือลำนี้ เมื่อ พ.ศ.2498เพื่อใช้บรรเทาทุกข์และรักษาประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าใดๆทั้งสิ้น” โดยปีนี้ได้ทำพิธีปล่อยเรือพระราชทานเวชพาหน์ครั้งที่ 153 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ณ ท่าวาสุกรี และได้ออกปฏิบัติการตรวจรักษาโรคทั่วไป การฝังเข็มประยุกต์ ตรวจรักษาทางทันตกรรม รวมทั้งให้ความรู้ด้านสุขศึกษา การป้องกันโรค และมอบชุดของขวัญแก่ประชาชนในอำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม 2561

พญ.วรางคณา ทองคำใส ประธานโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เรือพระราชทานเวชพาหน์ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “เวลาออกให้บริการจะมีชาวบ้านมารับบริการจำนวนมาก จนบางครั้งคนไข้อาจจะต้องรอนานๆ แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่คือ พอคนไข้รู้ว่าเรือลำนี้เป็นเรือที่พระราชทานมาจากความห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ท่าน ชาวบ้านก็ออกมารอกันแต่เช้า และยินดีรอเพื่อที่จะได้รับการบริการรักษาจากเรือพระราชทานเวชพาหน์ลำนี้”

ยายละเอียด แย้มสูงเนิน อายุ 78 ปี ผู้มารับบริการ เปิดเผยว่า “รู้ข่าวจากผู้ใหญ่บ้านว่าเรือของสภากาชาดไทยจะมาที่วัดสีกุกก็ตั้งใจมาให้ได้ วันนี้ได้มีโอกาสมารับชุดของขวัญ ได้ตรวจโรคทั่วไป ได้รับยารักษาก็รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้รับของจากสภากาชาดไทย แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับชุดของขวัญก็จะมาดูเรือ อยากมาเห็นเรือของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะคิดถึงพระองค์ท่าน”

ต่อจากนี้ สภากาชาดไทยจะยังคงนำเรือพระราชทานเวชพาหน์ออกปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือประชาชนริมฝั่งน้ำเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ให้คงอยู่สืบไป

งานออกร้านภริยาทูต ชวนช็อปสินค้านานาชาติ 42 ประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373208

งานออกร้านภริยาทูต ชวนช็อปสินค้านานาชาติ 42 ประเทศ

งานออกร้านภริยาทูต ชวนช็อปสินค้านานาชาติ 42 ประเทศ

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย สมาคมไว ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงานเทศกาลออกร้านนานาชาติครั้งใหญ่ที่สุด กับงาน 65th YWCA Diplomatic Charity Bazaar 2018 รวบรวมผลิตภัณฑ์ชั้นนำจาก 42 ประเทศทั่วโลก นำโดย สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, เกาหลี, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก,สวิตเซอร์แลนด์, เดนมาร์ก, เยอรมนี, เคนยา, โมร็อกโก, โปรตุเกส และนิวซีแลนด์ เป็นต้น มากกว่า 223 บูธ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ รายได้จากการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดมอบให้กับโครงการการกุศลต่างๆ ระหว่างวันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2561 เต็มพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

งานแถลงข่าวครั้งนี้ นำโดย มาดามกราซิตา โตเลนติโน ภริยาเอกอัครราชทูตประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ในฐานะประธานผู้จัดงาน ร่วมด้วย สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักนโยบายองค์การสัมพันธ์และภาพลักษณ์บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, อุษณา สุคนธทรัพย์ นายกสมาคม YWCA ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการจัดงาน พร้อมด้วยผู้แทนคณะภริยาทูตและคณะทำงาน เช่น มาดามแวลเลอรี รูเกเน ภริยาเอกอัครราชทูตเคนยา, มาดามสิริน อาร์ทิเนียน ภริยากงสุลกิตติมศักดิ์อาร์เมเนีย, มาดามโอลกา ทาพิโอลา ภริยาเอกอัครราชทูตคณะผู้แทนสหภาพยุโรป, มาดามโอลกา บาร์สคายา ภริยาเอกอัครราชทูตรัสเซีย และ โนรีรัตน์ นพรัตนราภรณ์ที่ปรึกษาฝ่ายจัดหาทุน สมาคม ไว ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ โดยมีเซเลบริตี้ อาทิ นาขวัญ รายนานนท์, ปัทมวดี เสนาณรงค์ และ พิชชุดา ทัพภะทัต ร่วมงาน

มาดามกราซิตา โตเลนติโน ประธานผู้จัดงาน YWCA กล่าวว่า “ในปีนี้เราจัดงานขึ้นเป็นครั้งที่ 65 มีสถานทูตใหม่เข้าร่วมอีก 4 สถานทูต คือ มาเลเซีย, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์ และสโลวาเกีย โดยได้รับความร่วมมือจากภริยาทูต 40 ประเทศ ที่มาร่วมออกร้านและมีผลิตภัณฑ์อาหารและของใช้นานาชนิดที่คุณภาพเยี่ยมจากประเทศต่างๆ พร้อมกันนี้ ยังมีเบเกอรี่จากสถานทูต, ร้านชั้นนำและโรงแรมชื่อดัง มาจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์ภายในงาน ซึ่งล้วนแต่เป็นผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของแต่ละประเทศ”

อุษณา สุคนธทรัพย์ นายกสมาคมไว ดับยู ซี เอ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้นำรายได้จากการจำหน่ายสินค้าในงานมาช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทยถึงกว่า 40 โครงการ อาทิ มอบเงินสนับสนุนและมอบกายอุปกรณ์ ให้กับสภากาชาดไทย, มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยากยาก สภากาชาดไทย, โครงการสร้างโรงอาหารให้แก่โรงเรียนในชนบท, โครงการสร้างห้องน้ำแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามจังหวัดต่างๆ, โครงการสุขภาพชุมชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาส, โครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต การศึกษา พัฒนาอาชีพ, โครงการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV ฯลฯ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เรายังส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยในต่างประเทศ จากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มที่ญี่ปุ่น, ไฟป่าที่กรีซ, แผ่นดินไหวและสึนามิที่อินโดนีเซีย อีกด้วย”

สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์การสัมพันธ์และภาพลักษณ์บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “เรายินดีที่จะให้การสนับสนุนพื้นที่ในการจัดงาน เพื่อให้ลูกค้ามาเลือกซื้อเป็นของขวัญมอบให้แก่เพื่อน ครอบครัว และคนพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความสุขและที่สำคัญรายได้จากการร่วมอุดหนุนสินค้าจะนำไปช่วยเหลือสนับสนุนโครงการต่างๆ ด้านสังคมสงเคราะห์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน ส่งเสริมสถานภาพเด็กและสตรี ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ใกล้ที่จะรีโนเวทเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะทำให้เหล่านักช็อปเลือกซื้อของได้อย่างสะดวกสบายและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น”

ขณะที่ จุ๊-นาขวัญ รายนานนท์ เผยว่า ตนผูกพันกับงาน YWCA มาตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณพ่อคุณแม่ทำงานอยู่กระทรวงต่างประเทศตอนอยู่ที่อังกฤษเลยมีโอกาสหาสินค้าจากเมืองไทยไปจำหน่ายในงาน และเราสัมผัสได้ว่าลูกค้าที่มาช่วยอุดหนุนชอบและตื่นตาตื่นใจกับสินค้าจากเมืองไทยมากๆ เหมือนกับที่เราเห็นสินค้าจากหลากหลายประเทศที่มาร่วมออกบูธในงานแล้วรู้สึกตื่นเต้น และรู้ว่าเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ซื้อของขวัญของใช้จากทั่วโลก วันนี้ที่มีโอกาสมาร่วมงาน เลยรู้สึกเหมือนกับบ้านเก่า และสนใจสินค้าจากประเทศอาร์เมเนียเป็นพิเศษ โดยส่วนตัวไม่เคยไป แต่รู้สึกผูกพันกับประเทศนี้จากการทำงานต่างๆ เลยได้มีโอกาสศึกษาและเห็นสินค้าจากอาร์เมเนียอยู่บ่อยๆ และการจัดงานช่วงปลายปีเป็นเวลาที่เพอร์เฟกท์มากๆ เพราะเป็นช่วงที่เรากำลังหาของขวัญสำหรับเทศกาลปลายปี เรียกว่ามางานเดียวได้ของฝากจากทั่วโลก และยังได้ร่วมทำบุญร่วมกันด้วย

ด้าน มะปราง-ปัทมวดี เสนาณรงค์ กล่าวว่า ปีที่แล้วได้ซื้อปลาแซลมอนจากบูธสถานทูตนอร์เวย์ไป 1 ตัว ซึ่งราคาดีมากๆ เพราะปกติเราสั่งทานในร้านอาหาร จานหนึ่งก็หลายร้อยบาทแล้ว และพวกของใช้ในบ้านที่บูธญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จะซื้ออยู่เป็นประจำ เพราะที่บ้านใช้กันอยู่แล้ว ที่สำคัญราคาดีกว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย ผ้าพันคอและเสื้อจากตุรกี ซื้อหลายอย่างมาก และปีนี้ก็เช่นกัน 15-18 พฤศจิกายนนี้ ต้องห้ามพลาด เพราะนอกจากเราจะได้ของจากทั่วโลกแล้ว เรายังได้ร่วมทำบุญอีกด้วย

ฟิลิปส์ชวนดูแลหัวใจด้วยเมนูอร่อยสุขภาพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373211

ฟิลิปส์ชวนดูแลหัวใจด้วยเมนูอร่อยสุขภาพดี

ฟิลิปส์ชวนดูแลหัวใจด้วยเมนูอร่อยสุขภาพดี

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หัวใจ ถือเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย เพราะหัวใจทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย จึงจำเป็นต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้แต่เวลานอนหลับ แต่เพราะหัวใจเป็นอวัยวะที่อยู่ภายใน ทำให้หลายๆ คนหลงลืมที่จะดูแลหัวใจของตัวเองให้ดีและแข็งแรง

จากผลสำรวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าโรคหัวใจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลกในขณะที่ประเทศไทย โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือด 18,922 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน โดยหนึ่งในสาเหตุที่สำคัญ เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง จึงก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันสูง น้ำตาลในเลือดสูงและเบาหวาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพหัวใจ ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ จับมือกับสมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation : WHF) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคหัวใจและวิธีการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจอย่างถูกต้อง โดยวิธีการที่ดูแลสุขภาพหัวใจได้ดีที่สุด คือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะอาหารเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจ

นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ Personal Health กล่าวว่า สาเหตุหลักของโรคหัวใจเกิดจากพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมรับประทานอาหารสำเร็จรูป อาหาร Junk Food อาหารรสหวาน มัน เค็ม จัด หรืออาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ ไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดดังนั้น เราจึงควรเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคโดยเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารหวานมันเค็ม อาหาร แปรรูป และอาหารสำเร็จรูป และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

“ที่สำคัญการทำอาหารรับประทานเองที่บ้านจะสามารถควบคุมขั้นตอนการปรุงอาหารและปริมาณไขมันในอาหารให้น้อยลงได้ แต่ด้วยวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันที่เร่งรีบ บางคนอาจจะไม่มีเวลาในการปรุงอาหารเอง ฟิลิปส์ เราได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันด้วย อย่าง Philips Airfryer หม้อทอดไม่ใช้น้ำมัน สามารถทอดอาหารได้สุกกรอบนอกนุ่มใน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดไขมันได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับการทอดอาหารด้วยน้ำมันแบบเดิม ทำให้เรายังได้รับประทานอาหารอร่อย แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพหัวใจไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ เรายังมีเครื่องปั่นน้ำผลไม้ Philips High Speed Blender เครื่องปั่นความเร็วสูง ที่ช่วยคงคุณค่าของสารอาหารที่อยู่ในผักผลไม้ ให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารดื่มน้ำผักผลไม้ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพไปพร้อมๆ กัน”

นอกจากนี้ ฟิลิปส์ ยังพร้อมนำเสนอ 2 สูตรเมนูอาหารแสนอร่อย ที่ทำได้ง่ายๆและดีต่อสุขภาพหัวใจ มาแนะนำให้กับสายกินที่รักสุขภาพทุกคนได้ลองทำกัน เมนูที่ 1เปาะเปี๊ยะสดเวียดนามไส้หมูทอดซอสวาซาบิ วิธีทำง่ายๆ คือ ١.หมักเนื้อหมู ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และพริกไทยป่นคลุกเคล้าให้เข้ากันพักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ٢.เรียงหมูลงในPhilips Airfryer หม้อทอดอากาศ ตั้งอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลา 5-7 นาที ٣.ผสมมายองเนสและวาซาบิคนให้เข้ากัน ٤.วางแผ่นเปาะเปี๊ยะญวนบนเขียง ใส่ผักกาดหอม ผักชีฝรั่ง ใบโหระพา ใบสะระแหน่ แครอต และหมูทอดด้านบน ม้วนห่อปิดด้านหัวท้ายให้แน่น ตัดชิ้นพอคำ เสิร์ฟพร้อมซอสวาซาบิในข้อ 3

เมนูที่ 2 น้ำปั่น Avocado Spinach Smoothie วิธีทำคือ ใส่ส่วนผสม ประกอบไปด้วย อะโวคาโดสุก ½ ลูกกล้วยน้ำว้าสุก 1 ลูก ผักบุ้ง วอเตอร์เครส ผักโขมไทย อย่างละ 10 กรัม น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร น้ำหวานดอกมะพร้าว ปรับรสตามชอบ (ใส่แต่น้อย) ลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ PHILIPS ปั่นให้ละเอียดเทใส่แก้ว แล้วจัดเสิร์ฟ

เปิดร้านคริสปี้ ครีม สาขา 33

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373173

เปิดร้านคริสปี้ ครีม สาขา 33

เปิดร้านคริสปี้ ครีม สาขา 33

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ บอสสาวแห่ง บริษัท เคดีเอ็น จำกัด เจ้าของโดนัทสูตรลิขสิทธิ์ คริสปี้ ครีมประเทศไทย ขยันขยายความอร่อยพร้อมกันถึง 2 สาขา เอาใจสาวกโดนัทพรีเมียมทั้งในและนอกเมือง สาขาที่ 32 ชั้น 1 โซน 3 หน้าศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ เพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็มาต่อด้วยสาขาที่ 33 ทันที ที่โซนดรอป ออฟ 2 เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น. พร้อมโปรโมชั่นเด็ด สำหรับลูกค้า 100 คนแรกเหมือนเดิมทั้งสวย ทั้งเก่ง มือเฮงขนาดนี้ อีกไม่นานมีสาขาทั่วประเทศแน่นอน

คุณแหน : 29 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373214

คุณแหน : 29 ตุลาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดง “โขน” ซึ่งนับเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย อีกทั้งเพื่อให้คนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป เชิญชมการแสดงโขนรามเกียรติ์ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2561 ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” เป็นวาระพิเศษฉลองครบรอบ1 ทศวรรษ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  3 พ.ย.-5 ธ.ค. ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเกตเมเจอร์…

ll พลโทสุพจน์-อัญชลี เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานทอดกฐินสามัคคีเครือญาติราชสกุลเทพหัสดิน ณ อยุธยา 4 พ.ย. 10.00 น. วัดพะยอม อ.วังน้อย พระนครศรีอยุธยา…

ll สวดพระอภิธรรม รศ.กรรติกา (หัพนานนท์) ณ สงขลา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มารดา ฐิติพร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พัชรีภรณ์ วิกิตเศรษฐ์ ถึง 1 พ.ย. 19.00 น. ศาลาวรรณสุพิน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง…

ll รศ.ดร.ประจักษ์ พุ่มวิเศษ อธิการบดี ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ จัดงาน Open House ต้อนรับน้องๆ ม.ปลายเยี่ยมชม 13 คณะวิชา 13 พ.ย. 08.30-15.30 น. ที่ม.หัวเฉียวฯ บางพลี สมุทรปราการ…

ll ศิษย์เก่า นสพ.แนวหน้า ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา, ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ดีใจที่ อ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ไปพูดเผยแพร่ให้นักลงทุนชาวต่างชาติฟังเรื่อง EEC ที่ UN เจนีวาเมื่อ 25 ต.ค. เวลา 13.00 น. Mezzannine area ช่วงรับอาหารกลางวัน…

ll ฝากแจ้งข่าวมายังลูกศิษย์ของพล.ต.หญิง ท่านผู้หญิงนิออน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อายุ 93 ปีให้รีบหาเวลาและโอกาสไปเยี่ยมด่วน ขณะนี้ท่านเข้ารักษาอาการอยู่ที่ รพ.พระมงกุฎฯ…

ll สวด ประภาส กาญจนดุล สามี ม.ร.ว.ทิพยางค์ กาญจนดุล ศาลา 4วัดธาตุทอง ถึง 30 ต.ค. 19.00 น. แล้วบรรจุ…

ll สวด อรุณศรี รัชไชยบุญ มารดา จิตติ-จินตนา-ทวีรัชฎ์-วิศิษฐศักดิ์ รัชไชยบุญ, มณีกร ประกายเพ็ชรกุล 27ต.ค.-2 พ.ย. วัดเทพศิรินทร์ ศาลา15…

ll ชีวิตนี้เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและดูแลพระป่าสายปฏิบัติที่พักสงฆ์ กม.27 พหลโยธิน มูลนิธิหลวงปู่หลุย จันทสาโร พัชรินทร์ พูนศิริวงศ์เดินตามรอยบุญคุณพ่อคุณแม่ พล.อ.อ.โพยม-คุณหญิงสมควร เย็นสุดใจ วางมือจากธุรกิจร้านอาหารชื่อดังชั่วคราว เดินทางไปทอดกฐินที่อินเดีย 31 ต.ค.-5 พ.ย.หลังเสร็จจากเดินสายทอดกฐินกับหลวงพ่อทิวา ที่เขาใหญ่…ll

คุณแหน

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฤดูหนาว แรงบันดาลใจจากป่าเวทมนตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373218

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฤดูหนาว แรงบันดาลใจจากป่าเวทมนตร์

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฤดูหนาว แรงบันดาลใจจากป่าเวทมนตร์

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ความงดงามของธรรมชาติ ยังคงเป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจที่หลากหลายของสวารอฟสกี้ และคอลเลคชั่นฤดูหนาวปีนี้จะเต็มไปด้วยจินตนาการแฟนตาซี และประกายเจิดจรัสดุจรังสรรค์จากเทพนิยาย นาตาลี โคลินผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของสวารอฟสกี้ ได้นำคอนเซ็ปต์ “ป่าเวทมนตร์” มาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นที่ผสมผสานประกายงดงามเจิดจรัสเข้ากับงานฝีมืออันละเอียดประณีต เพื่อช่วยให้ผู้หญิงทั่วโลกส่องประกายเฉิดฉายในแบบของตัวเอง

นาตาลี โคลิน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของสวารอฟสกี้ เผยว่า ฤดูหนาวปีนี้ เราจะเดินทางเข้าสู่ป่าคริสตัลแห่งเวทมนตร์ ซึ่งเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยอัญมณีและประกายงดงามจับตา พร้อมด้วยดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสวารอฟสกี้ เหล่าผองเพื่อนสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นกระรอก สุนัขจิ้งจอก นกฮูก แมลง แมงมุม ผีเสื้อ รวมถึงดอกไม้และใบไม้ ต่างก็มอบอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน และเสน่ห์อันแปลกใหม่ให้แก่คอลเลคชั่นนี้

“ฉันได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง รวมทั้งนำรายละเอียดน่ารักๆ ที่ให้ความรู้สึกสนุกสนานขี้เล่น มาผสมผสานกับดีไซน์ที่สวมใส่ได้ง่าย ตั้งแต่สไตล์ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา ไปจนถึงแฟชั่นล้ำสมัย และเครื่องประดับแบบเรียบง่ายไปจนถึงชิ้นสเตทเมนท์ที่โดดเด่น”

คอลเลคชั่นใหม่ของสวารอฟสกี้ เผยเสน่ห์ความหรูหราและความสง่างาม ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าคริสตัลสวารอฟสกี้ไม่ได้มีไว้สำหรับเฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น คอลเลคชั่นเครื่องประดับกลุ่มใหม่อย่าง Magnetic จึงสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์เฉพาะของแมลง แมลงเต่าทอง และสัตว์น้อยใหญ่มากมายในรูปแบบใหม่ๆ ที่งดงามจับตา ในรูปทรงที่โมเดิร์นล้ำสมัย เช่น ต่างหูแบบอสมมาตร ต่างหูแบบข้างเดียว เข็มกลัด สร้อยคอแบบเหลื่อมซ้อนหลายชั้น แหวนตรา และแหวนค็อกเทล ต่างก็ทอประกายเจิดจรัสด้วยเทคนิคการฝังคริสตัลแบบ Pointiage® เอกลักษณ์จากสวารอฟสกี้ ให้เป็นลวดลายละเอียดประณีต และมีการผสมโลหะหลากหลายโทนสีเข้าด้วยกัน

เครื่องประดับที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ จะยังคงเป็นเทรนด์หลักของฤดูกาล และลวดลายแบบต่างๆ ของฤดูกาลนี้จะมาพร้อมกับความหมายสุดพิเศษ เช่น ผีเสื้อเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงความหวัง และชีวิต แมงมุมเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับ พลังอำนาจและการเติบโต ส่วนแมลงปีกแข็งหรือด้วง สื่อถึงการเกิดใหม่และการเริ่มต้นใหม่

คนรักสัตว์ป่าทั้งหลายจะต้องถูกใจกับคอลเลคชั่น March ที่มาพร้อมดีไซน์รูปสุนัขจิ้งจอก นกฮูกและกระรอกแสนน่ารักน่าเอ็นดู นอกจากนี้ การผสมผสานโลหะโทนสีทอง รายละเอียดสวยหรูและคริสตัลสวารอฟสกี้ที่เจียระไนอย่างประณีตเข้าด้วยกัน ยังสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างความอ่อนหวานและความโฉบเฉี่ยวอีกด้วย

ในคอลเลคชั่นฤดูหนาวนี้ประกอบด้วยชิ้นงานสวมใส่ง่ายสำหรับทุกวัน สามารถปรับเปลี่ยนและมิกซ์แอนด์แมทช์ได้หลากหลายแบบ เพื่อเปลี่ยนลุคธรรมดาให้เต็มไปด้วยความเจิดจรัสได้ในทันที เครื่องประดับกลุ่ม Timeless Vintage จากคริสตัลสวารอฟสกี้รูปทรงหยดน้ำโปร่งใส ให้ความรู้สึกอ่อนหวานและช่วยเติมประกายระยิบระยับให้ทุกๆ วัน นอกจากนี้ การนำแหวนหลายๆ วงจากคอลเลคชั่น Magnetized มาสวมเรียงซ้อนกัน ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยสร้างประกายเจิดจรัสโดดเด่นให้กับทุกลุค

ตามไปอัพเดทคอลเลคชั่นฤดูหนาว ได้ที่ สวารอฟสกี้ ทุกสาขา

ล่องเจ้าพระยาชมงานศิลปะแสดงสด ฝีแปรงศิลปินระดับโลก‘เกล บาร์เซโล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373204

ล่องเจ้าพระยาชมงานศิลปะแสดงสด ฝีแปรงศิลปินระดับโลก‘เกล บาร์เซโล’

ล่องเจ้าพระยาชมงานศิลปะแสดงสด ฝีแปรงศิลปินระดับโลก‘เกล บาร์เซโล’

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แสนสิริ พาคุณเข้าสู่ประสบการณ์งานศิลปะระดับเวิลด์คลาสที่หาชมได้ยากยิ่งกับการแสดงผลงานศิลปะแสดงสดร่วมสมัย(Live Art Performance) โดย มิเกล บาร์เซโล(Miquel Barceló) ศิลปินระดับโลกจากสเปน หลังจากที่ตระเวนจัดแสดงงานเฉพาะตามแลนด์มาร์กจุดสำคัญทั่วโลก และนี่คือครั้งแรกของเขากับการแสดงงานในประเทศไทยที่จะทำการสร้างสรรค์ผลงานแบบสดๆ กับภาพวาดที่มีชีวิตต่อหน้าผู้ชมในใจกลางแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กของประเทศไทยในงาน “Sansiri presents Miquel Barceló : DESPINTURA FÒNICA” ระหว่างวันที่1-2 พฤศจิกายน 2561 ในคอนเซ็ปต์ “Live Painting Experiment with Music” เทคนิคการเพ้นท์ภาพแบบสดๆ บนผืนผ้าแคนวาสผลิตพิเศษขนาดยาวกว่า 20 เมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เขาเคยจัดแสดงงานมา

มิเกล บาร์เซโล (Miquel Barceló) เป็นชาว Catalan (แคว้นปกครองอิสระในประเทศสเปน) เกิดเมื่อปี 1957 ที่ Felanitxบนเกาะ Mallorca เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสเปน โดยได้รับสายเลือดศิลปินแบบเต็มๆ มาจากแม่ที่เป็นจิตรกรวาดงานแลนด์สเคปแบบดั้งเดิมของท้องถิ่น จุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เขาหลงใหลในงานเพ้นท์ภาพแบบอะวองการ์ด คือการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกไปยังปารีส ที่นั่นเขาได้พบกับผลงานภาพเขียนจากจิตใต้สำนึกแนวดิบๆ ของ Jean Dubuffet – Art Brut และ Art Informel ซึ่งทำให้เขามุ่งหน้าสู่เส้นทางศิลปะอย่างจริงจังด้วยการเข้าเรียนที่ Decorative Arts School ใน Palma de Mallorca และ The School of Fine Arts ในบาร์เซโลนาในช่วงปี 1975

หลังจากเรียนจบและกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด เขาได้เข้าร่วมกับขบวนการอะวองการ์ดที่ชื่อว่า Taller Lunatic ผลงานของเขาเล่นกับงานเชิงคอนเซ็ปต์ชวลที่เข้าไปค้นหาเนื้อแท้และการเน่าเปื่อยของวัสดุ เช่น กล่องไม้หรือกล่องกระจกที่บรรจุอาหารและพืชพรรณและเฝ้ามองดูมันเสื่อมสลายลง ในปี 1981 เขาได้เข้าร่วมใน São Paulo Art Biennial หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้รับการขนานนามให้เป็นหนึ่งในศิลปินชั้นแนวหน้าของสเปนจากการที่ได้เป็นตัวแทนของสเปนในการจัดแสดงนิทรรศการ Documenta 7 ใน Kassel ประเทศเยอรมนีในช่วงปี 1982 ซึ่งเป็นงานแสดงศิลปะที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยจัดขึ้นทุกๆ ห้าปี ซึ่งตลอดช่วงนั้นนับได้ว่าเขาคือส่วนหนึ่งของขบวนการ Neo-Expressionist และได้เดินสายแสดงงานในหลากหลายประเทศ

แนวคิดการทำงานของเขาเปลี่ยนไปอีกครั้งจากประสบการณ์ที่พบเจอ เขาเลือกที่จะตัดเรื่องเล่าต่างๆออกจากภาพวาด และเริ่มเดินทางต่อไปใช้ชีวิตในประเทศต่างๆ ตามวิสัยของศิลปินผู้ไม่ชอบหยุดอยู่กับที่ เช่นเดียวกับผลงานศิลปะของเขาซึ่งสื่อสารผ่านสื่อกลางหลายแบบทั้งภาพวาดบนกระดาษ เซรามิก และทองแดง แล้วยังทำการทดลองผลงานเพ้นท์บนวัสดุต่างๆ ต่อไปไม่มีหยุด ร่วมไปกับธีมของการวาดงานที่เข้าใกล้กับสัมผัสความงามตามธรรมชาติของโลกและเอฟเฟกท์จากแสงที่สร้างมุมมองที่แตกต่างในสถานที่เดิม

ภาพวาดของเขาถูกขยายออกจากสเกลที่เพียงแค่อยู่บนผืนผ้าใบหรือกระดาษ สู่อาคาร สถานที่ และเทศกาลต่างๆ ในสเกลใหญ่แบบโอเวอร์ไซส์ ตัวอย่างเช่น งานศิลปะในองค์การสหประชาชาติในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งประกอบด้วยงานประติมากรรมขนาดยักษ์ที่ติดตั้งในฝ้าโดมภายในห้องประชุมบนพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร ราวกับเป็นหินย้อยหลากสีที่หยดลงมาจากฝ้าเพดาน ซึ่งต้องใช้สีถึง 100 ตันเพื่อสร้างผลงานชิ้นนี้ พ่นด้วยสีเทาอมฟ้าซึ่งช่วยสร้างมุมมองรูปแบบใหม่ และในบางมุมท้องฟ้านี้ก็เป็นฉากหลังให้กับงานอินสตอลเลชั่นที่ฉาบแสงสีรุ้งออกมาผลงานทั้งหมดแสดงถึงมุมมองต่อประเด็นบนพื้นที่การประชุมของ UN ซึ่งสื่อถือการที่ควรพิจารณาจากหลายๆ มุมมองที่แตกต่างกัน ผลงานชิ้นนี้ของเขามีมูลค่ากว่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 800 ล้านบาท)

ปัจจุบัน บาร์เซโล ยังคงตระเวนจัดแสดงผลงานกลุ่มและเดี่ยวในพิพิธภัณฑ์และเทศกาลต่างๆ ทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่แลนด์มาร์กสำคัญๆ ของโลก ผลงานของเขายังถูกรวมอยู่ในหอศิลป์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เช่นGalerie Bruno Bischofberger และ Leo Castelli รวมทั้งภาพวาดของเขาที่ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ในกรุงปารีสเมื่อปี 2004 นับว่าเป็นศิลปินอายุน้อยที่สุดที่ได้จัดแสดงงานที่นี่ บาร์เซโล ยังถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดศิลปินของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยได้รับเกียรติไปแสดงผลงาน ณ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมเซนเตอร์ปอมปิดู (Center Pompidou) กรุงปารีส ในปี 1996

สำหรับงาน “Sansiri presents Miquel Barceló : DESPINTURA FÒNICA” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Live Painting Experiment with Music” มิเกล บาร์เซโล จะมาเนรมิตงานจิตรกรรมที่มีชีวิตแบบเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตบนผืนผ้าแคนวาสผลิตพิเศษขนาดยาวกว่า 20 เมตรต่อหน้าผู้ชม ด้วยเทคนิคน้ำหมึกพิเศษที่ปรากฏสีขึ้นจากการสัมผัสบนเท็กซ์เจอร์ของผ้าเส้นสายที่ค่อยๆ เกิดขึ้นจากเทคนิคเฉพาะตัวศิลปินที่สะบัดฝีแปรงจากอุปกรณ์การเพ้นท์หลากหลายรูปทรงภาพวาดจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามจินตนาการของศิลปิน และสภาพอากาศขณะแสดง ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด สายลมที่จะทำให้มุมมองของภาพเปลี่ยน ทำให้ผู้ชมได้รู้สึกเดินทางร่วมไปกับจินตนาการของศิลปินแบบเต็มๆเมื่อจบการแสดงภาพทั้งหมดก็จะเลือนหายไปสะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมของทุกสิ่งที่เริ่มต้นจากความเรียบง่ายและกลับคืนไปสู่ความเรียบง่ายว่างเปล่าเหมือนเช่นเดิม เพื่อให้ผู้ชมทุกคนกลับไปพร้อมกับความทรงจำที่ดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคอนเซ็ปต์ของการแสดงงานด้วยเทคนิคที่โดดเด่นเฉพาะตัวและไม่เหมือนใคร

ผู้สนใจร่วมชมงานบนเรือ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 อัพเดทรายละเอียดของงานพร้อมกับลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ www.facebook.com/sansirifamily และชมนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปินและผลงานของเขาทั่วโลกได้ที่ท่าเรือธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย

รณรงค์ลดเสี่ยงกระดูกหักซํ้าในผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373210

รณรงค์ลดเสี่ยงกระดูกหักซํ้าในผู้สูงอายุ

รณรงค์ลดเสี่ยงกระดูกหักซํ้าในผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องใน “วันกระดูกพรุนโลก” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561 ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท แอมเจน (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “Special talk with experts” at Technology Pavilion” เพื่อให้ความรู้ ลดความเสี่ยงการเกิดกระดูกหักซ้ำในผู้สูงอายุ โดยงานประชุมได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์อารี ตนาวลี ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พงศ์ศักดิ์ยุกตะนันทน์ ประธานอนุสาขาเมตาบอลิกและผู้สูงอายุ (MBOG), รองศาสตราจารย์นายแพทย์สัตยา โรจนเสถียร ว่าที่ประธานอนุสาขาเมตาบอลิก และผู้สูงอายุ, ศาสตราจารย์ พ.อ.(พิเศษ) ดร.นายแพทย์ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน

ศาสตราจารย์ นายแพทย์อารี ตนาวลี ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากราชวิทยาลัยฯ ให้ความสนใจเรื่องกระดูกหักในผู้สูงวัยจากโรคกระดูกพรุนค่อนข้างมาก จากสถานการณ์ผู้สูงวัยในประเทศไทย หลายหน่วยงานจึงร่วมกันรณรงค์ เพราะหากไม่ได้รับการรักษาในแนวทางที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่การเสียชีวิต ประมาณ 20-25% ในปีแรก และคนไข้บางรายไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติได้ ซึ่งทางราชวิทยาลัยฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของอันตรายจากภาวะดังกล่าวแพทย์ออร์โธปิดิกส์จึงได้ร่วมมือกันในการให้ความสำคัญ ดูแลผู้ป่วยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหักซ้ำของกระดูก

“กระดูกหักในผู้ป่วยที่มีกระดูกพรุน พบได้บ่อยกว่าที่คิด ทุกๆ 3 วินาทีจะมีกระดูกหักใหม่เกิดขึ้น ประชากรทั่วโลกมีสตรีที่เป็นโรคกระดูกพรุนประมาณ 200 ล้านคน ข้อมูลในประเทศไทย 1 ใน 5ของผู้หญิงอายุ 40-80 ปี เป็นโรคกระดูกพรุน ตำแหน่งที่พบบ่อยจากการหกล้ม คือกระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ ส่วนกระดูกสันหลังหักอาจพบโดยเกิดกระดูกยุบตัว จากอุบัติเหตุหรือเกิดขึ้นเอง และหากภาวะกระดูกพรุนไม่ถูกควบคุมดีพอก็อาจเกิดการหักซ้ำได้ในส่วนอื่นๆ โดยราชวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการรณรงค์ให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปตระหนักถึงภาวะกระดูกพรุนและจะนำเดินต่อไปให้เป็นวงกว้างมากขึ้น”

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สัตยา โรจนเสถียร ว่าที่ประธานอนุสาขาเมตาบอลิกและผู้สูงอายุ กล่าวว่า โรคกระดูกพรุนคือโรคที่คนไข้มีมวลกระดูกต่ำ โครงสร้างกระดูกเสื่อมโทรมและกระดูกหักง่ายแม้เพียงการล้มเบาๆ ผลกระทบสำคัญของโรคกระดูกพรุนคือกระดูกหักในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย เช่น กระดูกข้อมือหัก กระดูกสันหลังหัก กระดูกสะโพกหัก กระดูกต้นแขนหัก กระดูกเชิงกรานหัก การมีกระดูกหักในตำแหน่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้คุณภาพชีวิตลดลง คนไข้มีความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันด้อยลง และมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเร็วกว่าเวลาอันสมควร คนไข้ที่เคยมีกระดูกหักจากภยันตรายที่ไม่ร้ายแรง เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณภาพกระดูกไม่ดีและเป็นโรคกระดูกพรุน คนไข้เหล่านี้มีโอกาสเกิดกระดูกหักซ้ำได้มากกว่าประชากรทั่วไปหลายเท่า การป้องกันก่อนกระดูกหักจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันการป้องกันมีให้กระดูกหักซ้ำในผู้ป่วยซึ่งเคยมีกระดูกหักมาแล้วยิ่งมีความสำคัญอย่างมาก มีข้อมูลแสดงว่า ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักที่ไม่ได้รับยารักษาโรคกระดูกพรุนมีอัตราตายมากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาถึงสองเท่า

ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันทน์ ประธานอนุสาขาเมตาบอลิกและผู้สูงอายุ กล่าวว่า การรักษาโรคกระดูกพรุนไม่ยาก เริ่มต้นจากการวินิจฉัยในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีประวัติกระดูกหัก หรือกระดูกสันหลังยุบ, คนไข้ที่หมดประจำเดือนเร็ว,ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และน้ำหนักน้อยกว่า 45 กิโลกรัม ส่งตรวจค่ามวลกระดูก และตรวจเลือดเพิ่มเติม เมื่อวินิจฉัยเป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว จึงเลือกใช้ยาตามข้อบ่งชี้ ยามี 2 กลุ่มหลักๆ คือ ยาต้านการสลายกระดูก และยากระตุ้นการสร้างกระดูก ซึ่งควรพิจารณาเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายในระยะเวลาที่เหมาะสม สุดท้ายคือ ติดตามผล โดยตรวจวัดมวลกระดูก ทุก 1-2 ปี

ศาสตราจารย์ พ.อ.(พิเศษ) ดร.นายแพทย์ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย กล่าวว่าบทบาทของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยฯ (TOPF) ในการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน แบ่งเป็น 2 แนวทางใหญ่ๆ ประกอบด้วย1) การให้ความรู้กับแพทย์ในสาขาต่างๆ และบุคลากรทางการแพทย์ ให้เกิดความเข้าใจ สามารถวินิจฉัย และให้การรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเหล่านี้ได้ เครือข่ายต่างๆ ภายให้มูลนิธิ ได้มีการให้ความรู้แก่ประชาชน ในการดูแลสุขภาพกระดูกการกินอาหาร และการออกกำลังกายที่ถูกต้อง รวมถึงการจัดอบรมแก่ อสส.อสม. และประชาชนทั่วไป รวมทั้งผู้สูงวัย ที่จะได้มีความรู้ สามารถดูแลกระดูกของตนเอง ญาติพี่น้อง คนในหมู่บ้าน ในตำบล ได้ถูกต้อง

บีชู รันเวย์ อัพเดท 4 เทรนด์มาแรงประจำปี 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373205

บีชู รันเวย์ อัพเดท 4 เทรนด์มาแรงประจำปี 2019

บีชู รันเวย์ อัพเดท 4 เทรนด์มาแรงประจำปี 2019

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รู้ก่อน…ไม่มีเอาท์! สำหรับเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่ต้องการอัพเดทเทรนด์ปีหน้าก่อนใคร ศิตา ชุติภาวรกานต์ กรรมการบริหาร บริษัท บีชู กรุ๊ป จำกัด กูรูสาวด้านแฟชั่นผู้ก่อตั้ง บีชู รันเวย์ (Bchurunway) แหล่งรวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำกว่า 150 แบรนด์จากทั่วทุกมุมโลก ได้เผยถึงเทรนด์มาแรงประจำปี 2019 โดยมี เหล่าเซเลบริตี้สาวแฟชั่นนิสต้า ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล, เขริกา โชติวิจิตร และ หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยามาร่วมอัพเดทเทรนด์ ณ ร้านบีชู รันเวย์

ศิตา ชุติภาวรกานต์ กรรมการบริหาร บริษัท บีชู กรุ๊ป จำกัด บอกว่า เทรนด์มาแรงประจำปี 2019 นี้ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 4 เทรนด์หลักด้วยกัน เริ่มจาก แอนนิมอล พริ๊นท์ (Animal Print) ลวดลายสิงสาราสัตว์จะยังคงอยู่ในปีนี้ โดยเฉพาะลายเสือที่มักถูกหยิบขึ้นมารังสรรค์ในเสื้อผ้าที่มีสไตล์ต่างกัน แต่สำหรับช่วงซัมเมอร์ของเมืองไทย อาจจะเลือกดีไซน์ที่สวมใส่ง่ายอย่างชุดเดรสของ ชีค (SHEIKE) เดรสขาวผ้าพลิ้วพิมพ์ลายเสือสีเทาที่ไล่ระดับสีจากเข้มไปอ่อน ให้กลิ่นอายของความเป็นซาฟารีอย่างลงตัว เทรนด์ต่อมา บลัด คัลเลอร์ (Bold Colors) เพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยโทนสีที่สดใสที่หลายคนจะหันมาสนุกกับการแต่งตัวเน้นโทนสีมากขึ้น โดยความสนุกจะอยู่ที่การแมทช์คู่สีให้เข้ากัน ส่วนเฉดสีที่ยังมาแรงในช่วงซัมเมอร์ 2019 จะเป็นสีชมพูกับสีเหลืองในโทนตุ่นๆ อย่างสีชมพูบนชุดเดรสเข้ารูปและเทรนช์โค้ทของแบรนด์ เบค แอนด์ บริต (Bec & Bridge) หรือสีเหลืองตุ่นแบบกางเกงขายาวของ พุช บัตทอน(PUSH BUTTON) ก็ยังเป็นชิ้นที่ใส่ได้ไม่มีเอาท์

ต่อมาที่เทรนด์ เมทัลลิก (Metallic) สีเมทัลลิก งานเลื่อม งานกลิตเตอร์ หรือสีเงินสะท้อนแสงต่างๆ จะช่วยทำให้การแต่งตัวดูสนุกขึ้น ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าสีเมทัลลิกเสมอไป อาจจะเลือกแมทช์กับเครื่องประดับ รองเท้า หรือกระเป๋าคาดเอว (Fanny Pack) ก็จะช่วยเสริมลุคให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ และสุดท้าย เลเยอร์ แมทช์ชิ่ง (Layered Matching)เทรนด์มิกซ์แอนด์แมทช์ยังคงมีอยู่ในทุกซีซั่นอย่างแฟชั่นการแมทช์เดรสกับเสื้อแขนยาวตัวในก็จะยังคงอยู่ แต่อาจเพิ่มความสนุกด้วยการเลือกเนื้อผ้าที่มีเท็กซ์เจอร์หลากหลายขึ้น อย่างเดรสยาวสีชมพูที่ปักประดับเลื่อมจาก ทรี ฟลอร์ (Three Floor) หรือกระโปรงของ พุช บัตทอน (PUSH BUTTON) ที่ตัดเย็บจากผ้าพลาสติกสีขาวเข้ากับผ้าลูกไม้ได้อย่างลงตัว

“ปีหน้าคนจะแต่งตัวกันสนุกขึ้น มีความกล้าที่จะแมทช์กันมากขึ้น อย่างผู้หญิงทำงานที่ปกติต้องแต่งสไตล์แคชชวลก็อาจจะหยิบกระโปรงยาวคลุมเข่า ที่มีความโดดเด่นด้านดีไซน์หรือเท็กซ์เจอร์ของเนื้อผ้าแมทช์กับเสื้อครอป แล้วทับด้วยแจ๊กเกตทรงโอเวอร์ไซส์ลายตาราง ก็จะได้ลุคทำงานที่แฝงความเซ็กซี่ไว้นิดๆ สำหรับสาวหวานที่ชื่นชอบการใส่สีชมพูก็อาจจะใส่เป็นเดรสเข้ารูปแล้วทับด้วยเทรนช์โค้ทสีชมพูอ่อนเพราะโค้ทจะช่วยทำให้ลุคดูไม่หวานเลี่ยนจนเกินไปแล้วเพิ่มความโดดเด่นด้วยเครื่องประดับสีเงินสะท้อนแสง หรืออาจใส่เป็นแม็กซี่เดรสลายพิมพ์แล้วเพิ่มความทะมัดทะแมงด้วยผ้าโอบิคาดเอวลุคนี้ถ้าใส่กับรองเท้าส้นสูงเปลือยหน้าเท้าก็จะยังดูเฟมินีนอยู่ แต่ถ้าใส่กับบู๊ทหนังสั้นก็จะลุคที่ดูโก้และเท่ขึ้น” กูรูแฟชั่นแห่ง บีชู รันเวย์ แนะทริคการมิกซ์แอนด์แมทช์

ด้านเหล่าเซเลบริตี้แฟชั่นนิสต้าสาว ต่างร่วมเผยถึงสไตล์การแต่งตัว และเคล็ดลับการเลือกเสื้อผ้าที่ช่วยเสริมจุดเด่น และปกปิดส่วนที่ไม่มั่นใจ เริ่มจากสาวผิวสีน้ำผึ้ง ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล เผยว่า “ปกติเป็นคนแต่งตัวตามแฟชั่นบ้าง เพราะชอบลองอะไรใหม่ๆ ถ้าช่วงแฟชั่นวีคก็จะตามดูในโซเชียลตลอด แต่ก็จะเลือกชิ้นที่เหมาะกับตัวเองเพราะเป็นคนชอบเสื้อผ้าที่คลาสสิกใส่ได้บ่อย อย่างแจ๊กเกตลายตารางที่นิยมในปีนี้ก็เป็นชิ้นที่หยิบมาใส่ประจำ เพราะบางทีก็ใส่เป็นเดรสหวานๆ ตัวใน แล้วเบรกความหวานด้วยแจ๊กเกตเท่ๆ ซึ่งเวลาแต่งตัวถ้าชอบอะไรก็ลองใส่เลย แล้วดูว่าเหมาะกับตัวเองไหม ชอบตัวเองในชุดนี้ไหมแค่นั้นพอไม่ต้องกังวลเรื่องรูปร่างหรือเรื่องสีผิว ถ้าเรามั่นใจใส่อะไรก็สวย”

ต่อมาที่สาวสังคม เขริกา โชติวิจิตร เล่าว่า “เป็นหนึ่งคนที่อัพเดทเทรนด์แฟชั่นค่อนข้างบ่อย ส่วนใหญ่เวลาเดินทางไปต่างประเทศก็มักจะไปอัพเดทเทรนด์ตามแหล่งแฟชั่นต่างๆ ส่วนการแต่งตัวปกติจะชอบแนวมิกซ์แอนด์แมทช์ ซึ่งจะเน้นคุมโทนเรื่องสีเพราะนอกจากจะทำให้ดูเด่นแล้วยังถ่ายรูปสวยอีกด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเลือกชุดที่เข้ารูปเพราะเป็นคนตัวเล็ก ถ้าใส่ทรงโคร่งๆ จะทำให้ตัวใหญ่เกินจริง และขาดไม่ได้เลยคือเครื่องประดับเพราะช่วยเติมเต็มลุคให้เรามั่นใจมากขึ้น”

ปิดท้ายที่สาวหน้าหวาน หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เผยว่า “ส่วนใหญ่จะเน้นแต่งตัวตามโทนสีเบสิค ขาว เทา ดำ เบส เพราะเป็นสีที่แต่งง่ายใส่ได้หลายโอกาส ส่วนใหญ่จะชอบใส่เป็นเดรสยาวไปเลย เพราะเป็นคนตัวเล็กที่ช่วงบนจะเล็กกว่าช่วงล่าง ก็เลยจะชอบใส่ชิ้นที่อำพรางช่วงต้นขาลงไป และเปิดช่วงแขนหรือแผ่นหลังแทนจะทำให้มั่นใจมากกว่า แต่เดรสที่ใส่ก็จะเลือกทั้งแบบที่เป็นสีพื้นหรือไม่ก็ลายพิมพ์ก็จะดูตามนิตยสารหรือโซเชียล อัพเดทเทรนด์ว่าช่วงนี้อะไรกำลังนิยม”

อัพเดทเทรนด์ก่อนใครได้แล้ววันนี้กับ “บีชู รันเวย์” (Bchurunway)ทาง http://www.bchurunway.com, Application: Bchu Runway, Facebook Fanpage :bchurunway, Instagram : bchurunway และโชว์รูมทองหล่อ ซอย 20 โดยทางร้านจะมีบริการ Personal Stylist ที่จะเข้ามาช่วยสร้างสรรค์ลุคสวยแบบมืออาชีพ