ความในใจ… ก่อนขึ้นโชว์!! ‘ลิซ มิทเชลล์’ ตำนานดิสโก้ระดับโลก วง Boney M.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364120

ความในใจ... ก่อนขึ้นโชว์!!   ‘ลิซ มิทเชลล์’ ตำนานดิสโก้ระดับโลก   วง Boney M.

ความในใจ… ก่อนขึ้นโชว์!! ‘ลิซ มิทเชลล์’ ตำนานดิสโก้ระดับโลก วง Boney M.

วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ก่อนที่จะระเบิดพลังดิสโก้ระดับโลกในคอนเสิร์ต The Legend of Disco Boney M. Live in Bangkok 2018 กันในค่ำคืนนี้ (15 ก.ย.) ที่ไบเทคบางนา ฮอลล์ 105 “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า”ได้โอกาสพิเศษ สัมภาษณ์เจาะลึกศิลปินระดับตำนาน ลิซ มิทเชลล์ (Liz Mitchell) พร้อมด้วย 4 สมาชิกแจสซินท์ (jacinth), โทนี่ (Toni), อิชาร่า (Ishara), พอลเล็ตต์ (Paulette) จากวง Boney M. ถึงความพร้อมและความรู้สึกที่ได้ขึ้นโชว์ในประเทศไทยครั้งนี้

“สวัสดีค่ะ (ลิซ เอ่ยทักทายเป็นภาษาไทยด้วยรอยยิ้ม) พวกเราตื่นเต้นมากที่ได้มาเมืองไทยเพื่อแสดงโชว์ในครั้งนี้และเราก็ทั้งแฮปปี้มากๆ สนุก รวมถึงตื่นเต้น ที่จะได้แสดงโชว์ดีๆ ให้คนไทยได้ชม”

ความพิเศษของโชว์ที่เตรียมมาเพื่อคนไทย

“ฉันคิดว่าพวกเราคือความพิเศษแล้วนะคะ(หัวเราะ)โอ้..นี่เราอวยตัวเองกันนะเนี่ย(หัวเราะ) คุณจะได้เห็นว่าเรามากันครบเครื่อง ทั้งนักดนตรี เครื่องดนตรี รวมถึงนักร้อง และแดนเซอร์และเราจะหาแดนเซอร์ได้อีกมากมายในกลุ่มผู้ชมค่ะ(หัวเราะ) เพราะฉะนั้นเราจะมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดด้วยกันค่ะ”

เคล็ดลับที่ทำให้คุณยังคงเป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้

“คำถามนี้มีคนถามบ่อยมากค่ะ แต่คงไม่สามารถตอบทุกอย่างได้ในหนึ่งคำตอบ เพราะดนตรีเป็นสิ่งพิเศษ ที่กำเนิดจากความรู้สึก ความรัก และอีกมากมาย ฉันคิดว่าหนึ่งในนั้นคือดนตรีในยุค 70 ได้เข้าถึงทุกจิตวิญญาณของแฟนๆ ของพวกเรา”

คำภาษาไทยที่เตรียมมา

“สวัสดีค่ะ (พูดภาษาไทย)…เป็นคำเดียวที่ฉันทำได้ดีที่สุดค่ะ(หัวเราะ)”

แนะนำสมาชิกภายในวง

“จากซ้ายสุดของฉันก่อนนะคะ เขาคือ “โทนี่” ค่ะ โทนี่ทำงานกับฉันมามากกว่า 20 ปีแล้วค่ะ น่าจะเข้ามาในช่วง 1994 ฉันจำไม่ค่อยได้ เอาเป็นว่านานมากแล้วค่ะ ซึ่งเขาเป็นแดนเซอร์ที่ยอดเยี่ยมมากของเรา คนถัดมาคือน้องเล็กสุดของทีมที่เพิ่งเข้ามา เพื่อช่วยฉันในการแสดงโชว์ เธอคือหลานสาวของฉัน เป็นลูกของน้องสาวค่ะ เธอชื่อ “อิชาร่า” เธอเป็นมือกลองที่ยอดเยี่ยมมาก จบการศึกษาปริญญาตรีทางด้านดนตรีมาโดยเฉพาะ เชื่อว่าในวันคอนเสิร์ตทุกคนจะได้เห็นพลังการตีกลองของเธอ รวมถึงการร้องที่ยอดเยี่ยมของเธอด้วยค่ะ ส่วนสาวคนทางขวาของฉันนี้ ฉันรู้จักเธอมาตั้งแต่เธออายุ 16 ปี เธอกลายเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ ของฉันเธอท่องเที่ยวไปในอเมริกา และกลายเป็นนางแบบ นักร้อง ที่มีประสบการณ์โชกโชน ในที่สุดเธอก็มาทำงานกับฉัน 5 หรือ 6 ปีแล้วนะ (7 ปี) 7 ปีแล้วเหรอเนี่ย เร็วมาก (หัวเราะ) เธอชื่อว่า “พอลเล็ตต์” ค่ะ และมาถึงน้องสาวของฉัน เธอร้องเพลงกับฉันมาตั้งแต่ปีแรกที่เราเริ่ม คือปี 1977 เมื่อครั้งที่เราเริ่มออกทัวร์ครั้งแรก และมี 3 นักร้องประสานเสียง น้องสาวฉันเป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ตอนนั้นเราเด็กกันมากๆ 16-17 ปี สนุกสนานกับการออกทัวร์ และเธอยังมีดีกรีด้านการศึกษา จบทางด้านดนตรี และการร้อง มีความเป็นมืออาชีพมากๆ ค่ะ(หัวเราะ) และตอนนี้เธอก็ทำงานร่วมกับฉันค่ะ เธอคือ “แจสซินท์” และที่ขาดไม่ได้ คือสามีของฉัน ซึ่งเป็นผู้จัดการวงของเรา และลูกชายของผู้ทำหน้าที่ควบคุมวงค่ะ… ดังนั้นฉันแวดล้อมไปด้วยรักค่ะ ซึ่งมีความสำคัญกับฉันมากๆ ความรักเป็นทุกอย่าง รวมถึงในเรื่องของดนตรี รักก็เป็นผู้สร้างทุกอย่างเช่นกันค่ะ

มาเมืองไทยครั้งนี้ มีแพลนจะทำอะไรบ้าง

“แน่นอนค่ะว่าเราอยากช็อปปิ้ง สปา นวดแผนไทยและดูแลเรื่องของความสวยความงาม”

ความประทับใจในเมืองไทย

“อย่างแรกคือฉันรักผู้คนที่นี่ค่ะ และอาหารไทยก็ดีมาก แต่ยากสำหรับฉันที่จะเลือกเพียงหนึ่งอย่าง”

ความใกล้ชิดกับประเทศไทย

“ครอบครัวฉันชอบประเทศไทยมากค่ะทั้งลูกชายและลูกสาว เรามาเที่ยวอย่างอิสระตั้งแต่พวกเขาเด็กๆ เรามาที่นี่หลายครั้งมาก รวมถึงมาใช้เวลาช่วงปีใหม่ที่นี่ด้วย ซึ่งลูกชายคนโตของฉัน ตกหลุมรักเด็กผู้หญิงไทยทุกคน(หัวเราะ) ตอนนั้นเขาอายุแค่ 14 แต่เขาอยากที่จะขอผู้หญิงแต่งงานทุกวันในห้างสรรพสินค้า เพราะเขาหลงรักความสวยและแฟรนลี่ของคนไทย ฉันรู้ว่าพวกคุณรู้ดีถึงความมีเสน่ห์ของพวกคุณ ฉันคงไม่ต้องบอก เพราะฉะนั้นฉันถึงมีความสุขมาก ที่ทางโปรโมเตอร์คนไทยติดต่อให้เราได้มาเล่นคอนเสิร์ตที่นี่อีกครั้ง ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ”

ความสนุกระดับโลก บุกมาถึงเมืองไทยทั้งที งานนี้พลาดไม่ได้ กับ The Legend of Disco Boney M. Live in Bangkok 2018 ปลุกตำนานยุคดิสโก้ให้กลับมาอีกครั้ง ในเย็นวันเสาร์ที่ 15 กันยายนนี้ที่ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 105 พร้อมด้วยโชว์เปิดจากวง The Palace ของไทย ที่จะร่วมสร้างสีสันให้เพลงยุคดิสโก้ดังกระหึ่มอีกครั้ง!!

กัลลัตตา

แฟนมีตติ้งครั้งแรก ‘N.Flying’ กวาดหัวใจสาวไทยไปล้นฮอลล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364123

แฟนมีตติ้งครั้งแรก  ‘N.Flying’ กวาดหัวใจสาวไทยไปล้นฮอลล์

แฟนมีตติ้งครั้งแรก ‘N.Flying’ กวาดหัวใจสาวไทยไปล้นฮอลล์

วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ครบรสความสนุก ไม่แพ้รุ่นพี่ๆ เคป๊อป เมื่อ “เอ็น.ฟลายอิ้ง” (N.Flying) ลัดฟ้ามาไทย เมื่อโชว์เสน่ห์ใน 2018 N.Flying1st Fan meeting “Go N Fly’ IN BANGKOK ซึ่งผู้จัด อะชิแอคทิเวชั่น
จัดให้ 5 หนุ่ม อี ซึงฮยอบ, ควอนกวังจิน,ชาฮุน, คิมแจฮยอน และยูฮเวซึง มาพบปะกับเอ็นเฟียชาวไทย (ชื่อแฟนคลับ) แบบใกล้ชิดสุดๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาณ อัลตร้าอารีน่า ชั้น 6 ศูนย์การค้าโชว์ดีซีโดยงานนี้หนุ่มๆ “เอ็น.ฟลายอิ้ง” เปิดตัวด้วยความร้อนแรงจากซิงเกิ้ลล่าสุด HOW R U TODAY? ก่อนทักทายแฟนๆ เป็นคำภาษาไทยที่เตรียมมา จากนั้นได้เวลาที่พิธีกร เจมิกซ์-เจริญ แซ่จู และล่ามเกาหลี ยูคอนยอง พาเข้าสู่ช่วงแฟนมีตติ้ง พูดคุย สลับกับร้องเพลง

ซึ่งในเพลง Crossroad แฟนคลับได้เตรียมโปรเจกท์“다시만날때까지이골목에서기다린다” (จะรอที่ถนนแห่งนี้ จนกว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง) มาสร้างบรรยากาศแสนอบอุ่น ซึ่งหนุ่มๆ ก็ตอบกลับมาว่า “ก่อนจะพบกันใหม่พวกเราก็จะรอคอยเหมือนกันครับ” ทำเอาซึ้งจนน้ำตาซึมไปทั้งศิลปินและแฟนคลับ และหลังจากเล่นเกม ร่วมกิจกรรมกันสนุกสนาน หนุ่มๆ ก็ชวนมันส์กับเพลงแดนซ์ แต่เต้นกันยังไม่ทันหายเหนื่อย VTR ที่ N.Fia ไทยแลนด์เตรียมมา ก็ฉายขึ้นบนจอ ภาพบรรยากาศความรัก ความผูกพัน ความพยายามตั้งแต่วันเดบิวต์กลับมาย้ำเตือนความทรงจำ ก่อนจะหันมาเจอกับโปรเจกท์ “지금이대로잡은두손놓지않을게” (จะไม่ปล่อยมือทั้งสองข้าง เหมือนเช่นตอนนี้)ทำเอาคิมแจฮยอน มือกลองผู้รวยอารมณ์ขันถึงกับซึ้ง จนต้องแก้เก้อด้วยการต่อว่าทีมงาน ที่ไม่บอกล่วงหน้า ก่อนที่แต่ละคนจะเผยความในใจของตนเอง นับเป็นอีกหนึ่งงานที่จบแบบครบทุกอรรถรสทั้งความมัน ความสนุกที่เรียกเสียงฮากลิ้ง และความซึ้งใจ

Rookies : ‘เกรซ-รัชย์ณมนทร์’ นางเอกคนใหม่ของ‘เคน-ธีรเดช’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364124

Rookirs : ‘เกรซ-รัชย์ณมนทร์’ นางเอกคนใหม่ของ‘เคน-ธีรเดช’

Rookirs : ‘เกรซ-รัชย์ณมนทร์’ นางเอกคนใหม่ของ‘เคน-ธีรเดช’

วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“เกรซ-รัชย์ณมนทร์ รัชย์จิราธรรม” อดีตนักร้องจากเวทีการประกวดชื่อดัง “เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 6” ที่แจ้งเกิดด้วยวัย 18 ปี ในตอนนั้น กำลังจะเริ่มต้นก้าวใหม่ของตนเองในช่วง 7 ปีให้หลังด้วยการพิสูจน์ฝีมือในฐานะนักแสดงหญิงครั้งแรก กับภาพยนตร์แนวแอ๊กชั่น-ทริลเลอร์เรื่อง “The pool นรก 6 เมตร” จากค่ายทีโมเมนต์ ในเครือ โมโน กรุ๊ป โดยได้ชื่อว่าเป็นนางเอกคนใหม่ของ เคน-ธีรเดช ที่ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ต้องขอล้วงลึกถึงความเป็น “เกรซ” กันสักหน่อย

เมื่อครั้งเป็นเด็กหญิงเกรซ

“ตอนเด็กๆ เกรซเป็นเด็กเนิร์ดเลยค่ะ จัดฟัน ใส่แว่น เน้นเรียนหนังสืออย่างเดียวเลย ก็มีกิจกรรมผ่านเข้ามาในชีวิตบ้างค่ะ ร้องเพลง-รำไทย แต่ไม่ค่อยโดดเด่น เท่าไหร่ เพราะตัวจริงๆ เกรซเป็นเด็กที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก ออกแนวลุยๆ มากกว่า เพราะเกรซมีพี่ชาย อายุห่างกัน 2 ปี ก็จะเน้นหนักไปในเรื่องกีฬา ชอบว่ายน้ำ แต่ก็มีจุดเปลี่ยนที่ทำให้ช่วงเรียน ม.3 อายุประมาณ 15 ปีเกรซเริ่มสนใจวงการบันเทิง ตอนนั้นเกรซเรียนพิเศษคอมพิวเตอร์และได้รู้จักรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งเขาสวย เป็นนางแบบ ทำงานหาเงินด้วยตัวเองได้ เกรซก็เริ่มสนใจอยากทำงานในวงการบ้าง เพราะเกรซเห็นแม่ทำงานหนัก เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกทั้งสองคน เกรซเองก็อยากช่วยเหลือคุณแม่บ้าง อยากช่วยคุณแม่หาเงิน ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้เกรซได้ลองไปแคสงานถ่ายแบบต่างๆ ซึ่งตอนนั้นไม่ได้งานเลยค่ะ ก็เลยมุ่งมั่นไปในเรื่องเรียนอย่างเดียวเลย”

แจ้งเกิดจากเวทีประกวด

“แต่เวทีเดอะสตาร์ยังไม่ใช่เวทีการประกวดแรกของเกรซนะคะ เพราะหลังจากที่เกรซเลิกล้มเข้าวงการไป ห่างหายไปตั้งใจเรียนประมาณ 2 ปี จากตอนนั้นเกรซก็เริ่มโตขึ้น เริ่มไปเรียนร้องเพลง ทำให้ตัวเองมีความสามารถมากขึ้น ก็เริ่มต้นการประกวดอย่างจริงจังกับเวทีมิสมอเตอร์โชว์, เวทีดัชชี่ ฯลฯ ก็มีได้เข้ารอบบ้าง ไม่เข้ารอบบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้รางวัลที่ 1 แต่ก็มีได้เข้ารอบมีเงินรางวัลบ้าง เกรซก็เริ่มสนุกกับการที่เราช่วยคุณแม่หาเงินได้บ้าง อย่างเวทีเดอะสตาร์ ก็ถือว่าเป็นเวทีที่เกรซไปสมัครแบบงงๆ ด้วยซ้ำ เพราะเกรซ, คุณแม่ และพี่ชาย เราตั้งใจไปทำธุระและเที่ยวที่เชียงใหม่ ซึ่งเวทีเดอะสตาร์ มารับสมัครที่เชียงใหม่พอดี และที่สมัครก็ใกล้กับที่เกรซพักคุณแม่ก็บอกให้เกรซลองสมัครดูมั้ย ก็เลยต่อแถวไปสมัครดู จำได้คนเยอะมาก ซึ่งเกรซเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เข้ารอบเลย เพราะเกรซเองไม่ได้เตรียมตัวมาประกวดโดยตรง ซึ่งผลออกมา เราเข้ารอบภาคเหนือมา และเข้ารอบมาเรื่อยๆ จนถึง 22 คนสุดท้ายจากทั่วทั้งประเทศ และเป็น 1 ใน 8 คนสุดท้ายในที่สุดค่ะ”

จากร้อง มาแสดง

“ขอบคุณเวทีเดอะสตาร์จริงๆ ค่ะ เพราะเวทีนี้เป็นเวทีแรกที่ทำให้เกรซได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นจริงๆ พอจบการประกวดแล้ว เกรซได้อยู่ในสังคมที่สร้างนักร้อง นักแสดง ได้เจอแต่คนเก่งๆ มันทำให้เกรซได้รับพลังจากเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ใกล้ชิด อยากเก่งเหมือนเขาบ้าง ร้องเพลงอย่างไรให้ดี เกรซเองก็ค่อยๆ ซึมซับ ทำให้เราได้ค่อยๆ ฝึกฝน ร้องเพลงได้ไพเราะมากขึ้น ดีขึ้น จนสามารถไปร้องเพลงออกงานโดยไม่อายใคร แต่เกรซก็รู้ตัวเองดีว่าเราไม่ได้ร้องเพลงได้เทพเหมือนคนอื่นๆ ผู้ใหญ่ก็มองเห็นว่า เกรซน่าจะไปในทางการแสดงได้ ก็เริ่มส่งเกรซไปฝึกพูดภาษาไทยให้ชัด ไปเรียนการแสดง ฯลฯ ซึ่งเกรซโชคดีมากๆ ค่ะได้มีโอกาสไปเรียนการแสดงกับหม่อมน้อย-หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ซึ่งท่านได้ถ่ายทอดวิชาให้ ทำให้เกรซเริ่มรักและสนใจในการแสดงมากขึ้น โดยได้โอกาสจากผู้ใหญ่ทางค่าย เอ็กแซ็กท์ มีผลงานละครอยู่หลายเรื่อง ก่อนหมดสัญญามาอยู่กับทางบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น ในปัจจุบันค่ะ”

นางเอกหนังเรื่องแรก

“ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเกรซอีกครั้งค่ะ รู้สึกดีมากๆ เพราะว่าการที่เกรซได้มีโอกาสเล่นหนังเป็นอะไรที่สุดของชีวิตเกรซจริงๆ ลองคิดดูเล่นๆ ปีหนึ่งจะมีหนังไทยสักกี่เรื่อง? 10 ปี มีหนังไทยกี่เรื่อง? มันไม่ได้มีง่ายๆ นะ ซึ่งเกรซได้เป็นหนึ่งในนั้น งานหนังเป็นงานที่แปลกใหม่ เป็นงานที่เกรซไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งตอนแรกที่ได้มีโอกาสไปแคสหนังเรื่องนี้ บอกตามตรงไม่กล้าคาดหวังเลยค่ะเพราะคนมาแคสหนังเรื่องนี้เยอะมาก จนมาได้โอกาสแคสในรอบสุดท้าย เล่นกับพี่ผู้ช่วยผู้กำกับฯ เล่นบทคนสิ้นหวังในชีวิต เราก็พยายามเล่นจากอินเนอร์เอาตัวเองไปอยู่ในโพซิชั่นนั้น ถ้าเราไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีคนรัก จะเป็นอย่างไง แล้วก็แสดงออกมาตามนั้นค่ะ พอรู้ว่าตัวเองได้เป็นนางเอกเรื่องนี้ก็ดีใจมากๆ กับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ และเครียดเลย”

บทบาทล่าสุด

“ในหนัง เกรซรับบทเป็นก้อยค่ะ เป็นบทผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งเลย เขาอยู่กับแฟน และแฟนไม่มีอนาคตอะไร ซึ่งเกรซเข้าใจนะ ก็คนมันรัก เขาไม่ได้มองว่าผู้ชายที่เขาคบอยู่ต้องดีเลิศอะไร รักกันก็อยู่ด้วยกัน แต่มันก็มีเรื่องให้ก้อยต้องคิดและเกิดความกดดันขึ้นมา ซึ่งบทนี้เป็นบทที่ไกลจากตัวเกรซค่อนข้างมาก เพราะแม้ว่าในบท ก้อย จะอายุ 25 ปีเท่ากับเกรซในตอนนี้ แต่ประสบการณ์ชีวิต ก้อยมีมากมายกว่าเกรซเยอะมากๆ ซึ่งพี่พิง ลำพระเพลิง ผู้กำกับฯ ก็ช่วยสร้างซีนที่เกิดขึ้นในหัวเกรซ ให้เราอินไปถึงตอนเล่น ก็ทำให้เกรซเข้าใจตัวละครมากขึ้นค่ะ”

ฉากสุดหิน

“คงเป็นฉากแรกๆ ที่ได้เข้าฉากค่ะ คือ หนังเรื่องแรกในชีวิต แค่เดินเข้าฉากมาเกรซก็ตื่นเต้นแล้ว ไม่รู้จะก้าวขาข้างไหนดี ซึ่งก็ได้พี่พิงมาช่วยปรับกันไปเรื่อยๆ นอกเหนือจากการแสดงต่างๆ แล้ว เรื่องที่ยากคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ดำน้ำ เราต้องเล่นในสระน้ำลึกถึง 6 เมตร เวลาเราดำน้ำโดยใช้อุปกรณ์ เราต้องเผื่อเวลาขึ้น-ลงน้ำ เพราะถ้าถอดออกซิเจน-อากาศหมด การทำงานทุกๆ อย่าง ต้องแข่งกับเวลา ซึ่งเราก็อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ทุกอย่างต้องเซฟจริงๆ ที่ทีมงานค่อนข้างดูแลตรงนี้อย่างมืออาชีพมากๆ ค่ะ ทำให้เกรซผ่านฉากยากๆ นี้ไปด้วยดี”

นางเอกของ เคน-ธีรเดช

“เกรซเคยติดตามผลงานพี่เคนมาตั้งแต่ละครเรื่อง สวรรค์เบี่ยง แล้วค่ะ คิดๆ ไว้ พี่เคนต้องขรึมๆ เก๊กหล่อแน่เลย ซึ่งพอมาเจอพี่เคนตัวจริงเขาเป็นซุป’ตาร์ที่น่ารักมากๆ เฟรนด์ลี่ ซึ่งตอนแรกที่เกรซเขาฉากกับเขาก็เกร็งมากๆ พี่พิงยังคิดว่า…เกรซจะไหวไหม จะรอดตายจากการแสดงมั้ย กลัวเกรซตายในซีน ซึ่งทำให้เกรซต้องทำการบ้านอย่างหนักพอสมควร พยายามทำความเข้าใจตัวละครให้มากที่สุด ถามพี่พิงตลอด เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น ทำให้เกรซอินกับคาแร็กเตอร์ตัวนี้ ซึ่งพี่เคนเขารู้แหล่ะว่าเกรซก็เกร็งเขา พี่เคนก็ช่วยทำให้เราผ่อนคลาย สอนแอ๊กติ้ง สอนคิว จังหวะ การส่งอารมณ์ต่างๆ ซึ่งขอบคุณพี่เคน พี่พิงมากๆ ที่ได้แนะนำเกรซในการแสดงในครั้งนี้”

ประสบการณ์เฉียดตายหลังตกจักรยาน

“จากเหตุการณ์นั้นทำให้เกรซเลือกใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทมากขึ้น เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา มันทำให้เกรซรู้สึกว่า ชีวิตต่อไป เราต้องไม่ประมาท เราโชคดีแค่ไหน ที่เรารอดชีวิตมาได้ มันทำให้เกรซอยากทำตัวให้มีประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อสังคม ทำให้เกรซรู้จักคุณค่าชีวิตมากขึ้น รู้จักปลงในหลายๆ อย่าง เป้าหมายชีวิตหลังจากนี้ของเกรซ ไม่มีอะไรมากมายเลยค่ะ แค่อยากมีงานทำ อยากได้กินอะไรอร่อยๆ ที่เราอยากกิน สุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย นี่คือ เป้าหมายในชีวิตเกรซจริงๆ ค่ะ”

depa ต่อยอด Coding Thailand ดึงไอดอล BNK48 แม่เหล็กร่วมสร้างการเรียนรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364137

depa ต่อยอด Coding Thailand   ดึงไอดอล BNK48 แม่เหล็กร่วมสร้างการเรียนรู้

depa ต่อยอด Coding Thailand ดึงไอดอล BNK48 แม่เหล็กร่วมสร้างการเรียนรู้

วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเดินหน้าสร้างการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด ผ่าน Codingthailand.org ดึงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป BNK 48 เป็น Endorser ในกลุ่มเยาวชนด้วย “Coding Thailand x BNK48 The Inspiration Series”พร้อมผุดกิจกรรมเน้นการลงมือสร้างประสบการณ์จริง ผสมผสานทั้งระบบออฟไลน์และออนไลน์ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเยาวชนยุคดิจิทัลและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ยังได้เปิดเวทีของการแข่งขัน coding sport ครั้งแรกในประเทศไทย โดยจัดขึ้นภายในงาน Digital Thailand Big Bang 2018 ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน 2561 ณ ชาลเลนเจอร์
ฮอลล์ อิมแพค โดยการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นทั้งโอกาสและการพัฒนาตัวเองสำหรับผู้ที่สนใจได้มาแสดงฝีไม้ลายมือโดยติดตามรายละเอียดและสมัครร่วมกิจกรรมได้ที่ http://www.CodingThailand.org/Activity”

‘หมอโอ๊ค’ฟุ้ง!! เทคโนโลยีใหม่กำจัดปัญหาขน Smith Prive’ Aesthetique กับ เทคนิคอลไบโอเมดเจ๋ง!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364138

‘หมอโอ๊ค’ฟุ้ง!! เทคโนโลยีใหม่กำจัดปัญหาขน  Smith Prive’ Aesthetique กับ เทคนิคอลไบโอเมดเจ๋ง!!!

‘หมอโอ๊ค’ฟุ้ง!! เทคโนโลยีใหม่กำจัดปัญหาขน Smith Prive’ Aesthetique กับ เทคนิคอลไบโอเมดเจ๋ง!!!

วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท เทคนิคอลไบโอเมด จำกัดผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนวัตกรรมการแพทย์ทางด้านความงาม และเวชสำอางชั้นนำแห่งประเทศไทย พาทุกท่านสัมผัสมิติใหม่แห่งการกำจัดขนด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ ในงาน “The Powerful Day with The Epi Lab Laser for Hair Removal” เมื่อวานก่อนที่ Smith Prive’ Aesthetique

พร้อมร่วมแชร์ประสบการณ์เรื่องปัญหาขนกวนใจ เเละเทคโนโลยีใหม่อย่าง The Epilab Laser Hair Removal ที่จะมาข่วยเพิ่มความมั่นใจ ไร้ขน งานนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล (หมอโอ๊ค) ที่มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการกำจัดขนที่มีประสิทธิภาพเเละเทคนิคการเลือกเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงไขข้อข้องใจ การเตรียมตัวเเละดูเเลตนเองหลังจากการทำเลเซอร์กำจัดขน ร่วมกับเซเลบริตี้ อาทิ บูม-สุภาพรวงศ์ถ้วยทอง/แวย์ซายด์-วรัญญภัสสร์ สิริธิยประภา/แอนดี้-อลิตา แบล็ทเลอร์ เเละบรรดาบิวตี้บล็อคเกอร์ชื่อดังมากมาย อาทิ เบส-พัชริดา/ย้วย-นริศรา/ยุ้ย-พรประทาน/หมวยลี่-ชานิกานต์/มัช-มัชฌิมา/เอิงเอย-อรชพร/มด-สาวิตรี/เบ-ชิดชนก/โกโก้-เชิดพันธ์ ปิดท้ายด้วยการเซอร์ไพรส์วันเกิดหมอโอ๊คชุดใหญ่จากบริษัทเทคนิคอลไบโอเมด นำทีมโดย วรุตม์สุทธินันท์, จุรีย์พร อัลบาทัต ที่มี โอปอล์-ปาณิศราร่วมยินดีอยู่เคียงข้าง สร้างความปลาบปลื้มและยินดีกันตลอดทั้งงาน

5 สาว ‘Red Velvet’ แดนซ์ยับ พับเวทีโชว์ความน่ารักปนเซ็กซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364121

5 สาว ‘Red Velvet’ แดนซ์ยับ พับเวทีโชว์ความน่ารักปนเซ็กซี่

5 สาว ‘Red Velvet’ แดนซ์ยับ พับเวทีโชว์ความน่ารักปนเซ็กซี่

วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถึงจะเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย แต่ “Red Velvet 2nd Concert [REDMARE] in BANGKOK” ที่ทำสถิติ SOLD OUT ก็ไม่ทำให้แฟนๆ แน่นธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ผิดหวัง กับความน่ารักเจือความเซ็กซี่ร้อนแรง ของเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต “Red Velvet”(เร้ด เวลเว็ท) จากเกาหลี ซึ่งประกอบด้วย ไอรีน, ซึลกิ, เวนดี้, จอย และ เยริ…โดยก่อนการแสดงจะเริ่มต้น เอสเอ็ม ทรู ต้นสังกัดในประเทศไทยและผู้จัดงานในครั้งนี้ ได้จัดงานแถลงข่าวให้สื่อมวลชนได้ทำความรู้จักกับ 5 สาว และพูดคุยถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาเยือนประเทศไทยพร้อมกับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก ซึ่งสาวๆ เตรียมคำภาษาไทยมาสื่อสารกับแฟนๆ หลากหลายคำทีเดียว ซึลกิ เป็นตัวแทนเผยความรู้สึกว่า “อย่างแรกต้องขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ตั้งแต่ที่ลงเครื่องมาก็มีแฟนๆ มาให้กำลังใจเยอะมาก จนตกใจเลยค่ะ ฉันตกใจเพราะว่าทุกครั้งที่มาประเทศไทยทุกคนจะมาให้กำลังใจเยอะแบบนี้ค่ะ ยิ่งพอบอกว่าบัตร Sold Out ก็รู้สึกมีความสุขมากๆ ค่ะ”

พอถึง 5 โมงเย็น ก็ได้เวลาของความสนุกกับคอนเสิร์ตที่มาในรูปแบบสวนสนุก Theme Park อัดแน่นด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการ ทั้ง 5 สาวเปิดตัวด้วยเพลงสนุกๆ อย่าง “Russian Roulette” ต่อด้วยเพลงเปิดตัวล่าสุดที่กำลังฮิตแบบถล่มทลายอย่าง “Power Up” ซึ่งสาวๆ แสดงเพลงนี้ในไทยเป็นครั้งแรก ก่อนจะชวนแดนซ์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงกรี๊ดดังสนั่น จนศิลปินต้องยกนิ้วใหในความเสียงดังต่อเนื่องของแฟนไทย…ในส่วนของเพลงซึ้ง “Moonlight Melody” แฟนคลับก็ได้ทำแฟนโปรเจกท์สุดพิเศษเปลี่ยนทั้งฮอลล์ให้กลายเป็นทะเลแท่งไฟ 5 สีเพื่อสาวๆ ทั้ง 5 คน พร้อมกับแปรอักษร “RV ❤” เพื่อแสดงถึงความรักที่มีให้กับ “Red Velvet” ก่อนที่ทั้ง 5 สาว จะกลับมาโชว์สเต็ปสมฉายา “ซัมเมอร์ ควีน” กันต่อกับเพลงที่ขนมให้แฟนๆ ได้สนุกกันแบบเต็มอิ่มตลอด 2.30 ชั่วโมง!!

‘ปีเตอร์-แม่โบว์-สิงโต-แซมมี่-ครอบครัวศิลาชัย’ปลื้มปีติ!! เข้ารับประทานรางวัลสยามคเณศวร ประจำปี 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364141

‘ปีเตอร์-แม่โบว์-สิงโต-แซมมี่-ครอบครัวศิลาชัย’ปลื้มปีติ!!  เข้ารับประทานรางวัลสยามคเณศวร ประจำปี 2561

‘ปีเตอร์-แม่โบว์-สิงโต-แซมมี่-ครอบครัวศิลาชัย’ปลื้มปีติ!! เข้ารับประทานรางวัลสยามคเณศวร ประจำปี 2561

วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นับเป็นอีกหนึ่งงานที่สร้างความปลาบปลื้มให้กับบุคคลตัวอย่างต้นแบบของสังคมอย่างแท้จริงสำหรับเวทีสุดยอดมาตรฐานคุณภาพตัวอย่างต้นแบบของสังคม การันตีด้วยความสำเร็จตลอดปีที่ผ่านมา

จนถึงปัจจุบัน ในงานประกาศรางวัลสยามคเณศวร ประจำปี 2561 ที่พร้อมเป็นกำลังใจให้กับทุกสาขาอาชีพในวงการบันเทิง ในการปฏิบัติหน้าที่ การงาน วิสัยทัศน์ จนประสบความสำเร็จเพื่อเป็นแบบอย่างให้สังคม ทั้งยังเป็นการเชิดชูเกียรติคุณ ยกย่องส่งเสริม โดยตระหนักถึงคุณค่าของบุคคล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ทั้งยังเป็นเครื่องการันตีในด้านคุณภาพ คุณธรรม ศีลธรรม อันดีงาม ณ ชั้น 2 หอประชุมใหญ่ ทีโอที แจ้งวัฒนะ

โดยครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือระหว่าง “ชมรมปันน้ำใจ อุ่นไอรัก” โดย “กฤต สุวรรณวิไลกุล” ประธานชมรม และ “108 พันล้าน ออกาไนท์” เนรมิตงานมอบรางวัล “สยามคเณศวร ประจำปี 2561” โดยได้รับเกียรติจาก “หม่อมหลวงปราลีประสมทรัพย์” เป็นประธานในพิธีและมอบเกียรติบัตร-โล่รางวัล “สยามคเณศวร ประจำปี 2561” ที่ปีนี้มีศิลปิน-นักแสดง และบุคคลที่มีชื่อเสียงกว่า 30 ท่าน ตบเท้าเข้าร่วมรับรางวัลกันอย่างคับคั่ง อาทิ ปีเตอร์ คอร์ปไดเรนดัล ในสาขาผู้ดำเนินรายการดีเด่น (Ride with me ขี่ตามฝัน) ทาง 3SD ช่อง 28,เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย ในสาขาพ่อดีเด่นตัวอย่าง,โบว์-แวนดา สหวงษ์ ในสาขาแม่ดีเด่นตัวอย่าง, จูน-กษมา ศิลาชัย ในสาขาครอบครัวดีเด่นตัวอย่าง, ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม ในสาขาศิลปิน-นักแสดงลูกกตัญญูตัวอย่าง, จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์ ในสาขานักแสดงผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมตัวอย่าง, พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร ในสาขานักแสดงหญิงดีเด่น จากละครลูกไม้ลายสนธยา ทางช่อง 7HD, ไนกี้-นิธิดล ป้อมสุวรรณ ในสาขานักแสดงชายดีเด่น จากละครไร้เสน่หา ทางสถานีโทรทัศน์จีเอ็มเอ็ม25, แซมมี่-ดลลชาภูวิจารย์ เคาวเวลล์ ในสาขานักแสดงหญิงตัวอย่าง จากละครวิหคหลงลม ทางช่อง 7HD, ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล ในสาขานักบริหารและผู้นำองค์กรดีเด่น เป็นต้น

ทั้งนี้ยังนำรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ทั้งยังร่วมมอบทุนการศึกษาแก่น้องๆ ที่ยังขาดแคลนทั่วประเทศไทยของชมรมปันน้ำใจอุ่นไอรัก อีกด้วย นับเป็นเกียรติคุณที่ได้รับควบคู่ไปกับความดีมีคุณธรรมตามแบบฉบับของบุคคลดีเด่นที่ควรเชิดชูเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้ที่รอคอย! ‘โดม’คุกเข่าขอ’เมทัล’แต่งงานที่นิวซีแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364214

วันนี้ที่รอคอย! 'โดม'คุกเข่าขอ'เมทัล'แต่งงานที่นิวซีแลนด์

วันนี้ที่รอคอย! ‘โดม’คุกเข่าขอ’เมทัล’แต่งงานที่นิวซีแลนด์

วันศุกร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561, 22.12 น.

“หล่อขั้นเทพ” โดม-ปกรณ์ ลัม ทำเซอร์ไพรซ์คุกเข่าขอแฟนสาว “เมทัล สุขขาว” แต่งงานแล้ว ที่รัฐควีนส์ทาวน์ ประเทศนิวซีแลนด์

14 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.ย.(ตามเวลาท้องถิ่น) “โดม-ปกรณ์ ลัม” นักร้องนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เจ้าของฉายาหล่อขั้นแทพ ทำเซอร์ไพรซ์คุกเข่าขอ “เมทัล สุขขาว” แฟนสาว ซึ่งเป็นทายาทร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ “หรั่ง ร็อคเคสตร้า” แต่งงานแล้ว ที่รัฐควีนส์ทาวน์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในขณะที่ทั้งคู่เดินทางไปพักผ่อน

โดย หนุ่มโดม ได้โพสต์ข้อความเผยความรู้สึกของตัวเอง ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว @domepakornlam ว่า “ผมรักผู้หญิงคนนี้มา 6 ปี แล้วผมรู้ว่าเค้าคือคนที่ผมอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยแผนการนี้จึงได้เริ่มขึ้น 3 เดือนกับการเตรียมการวางแผนกับเพื่อนๆ และทีมงานทุกๆคนที่ Queenstown New Zealand มันไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเตรียมการเรื่องต่างๆ ในต่างแดน ในที่สุดความตั้งใจของผมสำเร็จ ผมถามเค้าว่า… โดม : ทัลแต่งงานกับพี่มั้ย ?? น้องตอบว่า ทัล : แต่งค่ะ” #Dometalthewedding

 

 

ขณะที่ สาวเมทัล ได้โพสต์ภาพที่โชว์ให้เห็นแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย พร้อมข้อความลงอินสตาแกรมส่วนตัว @metalmetal เผยความรู้สึกว่า “#metalmagicalmoment รักกันแล้วสบายใจช่วยกันไปในทางที่สุขและดีกว่า อะไรทุกข์ก็ร่วมผ่าน ทำไมจะไม่แต่งล่ะคะ แค่นี้แหละที่ทั่นตามหา รักพี่นะคะ ขอบคุณทุกๆ คนที่มีส่วนร่วมมากๆนะ ขอแบ่งปันความสุขความรักให้ทุกคนที่เห็นโพสต์นี้เลยนะคะ #dometalthewedding #เป็ดน้อยเป็นใจมาร่วมโพส 2 ตัว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวดีนี้ออกไป ได้มีผู้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างคับคั่ง

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @domepakornlam

ล้วงหัวใจ’ปุ๊ ปิยะมาศ’กับความรักต้องห้ามสามีตายจาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364184

ล้วงหัวใจ'ปุ๊ ปิยะมาศ'กับความรักต้องห้ามสามีตายจาก

ล้วงหัวใจ’ปุ๊ ปิยะมาศ’กับความรักต้องห้ามสามีตายจาก

วันศุกร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561, 20.13 น.

คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาหลายปี สำหรับ นักแสดงรุ่นใหญ่ ปุ๊ ปิยะมาศ ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาทั้งความรัก รวมไปถึงท่าเซ็กซี่ในตำนาน อย่าง สะพานโค้ง ผ่านทางรายการคุยแซ่บShow ทางช่อง ONE 31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และแพท ณปภา เป็นพิธีกร

“ฉายานางเอกตลกร้อยล้าน” ได้มาได้ยังไง?

ปุ๊ : คือว่าตอนที่เข้ามาวงการใหม่ๆ เมื่อปี 2514 ก็มาเล่นบทชีวิตก่อน ก็โด่งดัง คือเรื่องขัง 8 เป็นเรื่องแรก หลังจากนั้นก็เล่นบทชีวิตมาตลอด เล่นมาได้สักพัก ก็อยากทำหนังเป็นผู้สร้างเอง ตอนนั้นผู้อำนวยการสร้างเป็นเราแล้วผู้กำกับก็เป็นสามี ตอนนั้นขายหนังตลก หนังครอบครัว ตอนหลังเราก็มาเป็นนางเอกเองเพราะสมัยก่อนไม่มีนางเอกตลก พอทำออกมา แต่ละเรื่องก็ได้เป็น 10 ล้านเลยค่ะแล้วฉายานางเอกตลกร้อยล้านนักข่าวเขาให้มา

เรื่องที่ดังแล้วคนจำได้จนถึงทุกวันนี้ คือเรื่องอะไร?

ปุ๊ : อย่างที่บอกว่าตั้งแต่เรื่องแรกอันนั้นจะเป็นแฟนสมัยเก่าๆ แต่ถ้าแฟนสมัยกลางๆหน่อยก็จะเป็น “มาดามยี่หุบ” แล้วก็ “นางสาวเย็นฤดี” จริงๆเราก็เล่นได้ทุกอย่างนะ ตั้งแต่บู๊ล้างผลาญ วิ่งข้าม 3 เขาเตะ ต่อย วิ่งหนีระเบิดอะไรก็ทำได้หมด เป็นนักแสดงมันต้องทำได้หมดค่ะ

สมัยก่อน “ดาราห้ามมีแฟน” เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?

ปุ๊ : ก่อนช่วงปี 2520 แต่ก่อนนั้นลงไป ตอนเราเข้าวงการใหม่ๆ ในยุคนั้นนักแสดง จะมีแฟนไม่ได้ เพราะว่าคนดูเขามีความรู้สึกว่า เขาเป็นเจ้าของนักแสดง ใครจะมาแตะต้องไม่ได้ ฉันรักของฉันอะไรแบบนี้ ถ้ามีแฟนเมื่อไหร่คือตกทันที ไม่ชอบไม่ได้เลย เขาจะโกรธมาก

พูดถึงประเด็น “รักต้องห้ามจน” ต้องแอบหนีไปแต่งงานต่างจังหวัดหน่อย?

ปุ๊ : อย่างที่บอกว่าดาราห้ามมีแฟนพอมาถึงยุคเรา คือต้องบอกว่าเราเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง คิดว่าเราทำเราไม่ผิด เราไม่ได้ไปขโมยสามีใครมา แล้วเขาก็ไม่ได้ขโมยเรามาจากใคร ถ้าจะให้เราเลือก ระหว่างการแสดงที่มีเงินให้เราเป็นล้านๆ กับการที่เรามีครอบครัวที่อบอุ่น ตอนนั้นเราคิดว่าเราเลือกครอบครัว เพราะเราคิดว่าคนคนนี้เป็นคนที่เราเลือกแล้ว แล้วสามารถที่จะนำพาเราไปข้างหน้าได้อย่างดี เพราะฉะนั้นเราก็ค่อนข้างดื้อ แล้วสมัยนั้นจะมีการเซ็นสัญญากับต้นสังกัด นางเอกจะทำอะไรไม่ได้เลย ต้นสังกัดจะดูแลแบบไข่ในหินมาก ก็เลยต้องแอบมีแฟน ตอนแรกเราไม่ชอบนะ เกลียดเขาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็มาแพ้ความดีเขา เพราะเขาดูแลเราดีมาก เราถ่ายละครเสร็จตี 3 เขาก็มารอรับไปส่งบ้าน ไปต่างจังหวัดก็ไปขับรถให้ ตอนนั้นเราก็รู้สึกอบอุ่น ตกหลุมรัก สุดท้ายก็แอบหนีไปแต่งงานกันต่างจังหวัด คิดว่าในเมื่อมันเรื่องมากนัก ก็แต่งงานกันซะเลย

แต่น่าเศร้าที่สุดท้ายก็ต้องแยกทางกัน อยู่ด้วยกันมากี่ปี?

ปุ๊ : ก็อยู่กัน 20 ปีได้ ช่วยกันทำงาน สร้างชื่อเสียงมาด้วยกัน คือสมัยก่อนตอนที่เราทำงานอยู่ด้วยกัน ก็เป็นนางเอกด้วยแล้วเขาก็เป็นผู้อำนวยการสร้าง เราสร้างหนังกันเอง หลายๆคนจะรู้จัก “กำธร ปิยะมาศ” กลายเป็นชื่อกับนามสกุลไปเลย แล้วก็ไม่มีใครคิดว่าเราจะแยกทางกัน อยู่ๆวันหนึ่ง คือมันก็มีปัญหาว่า คือเราไม่โทษใครมันเป็นเรื่องที่อาจจะพลาดกันได้ เขาก็มีครอบครัวใหม่อีกครอบครัวนึง ก็เลยเลิกกัน แยกกันอยู่ เวลาไปถ่ายละครก็ต่างคนต่างไป แล้วก็ไม่ได้บอกใครว่าเรามีปัญหากัน หลังจากนั้นก็กลายเป็นที่สงสัย

แล้วเรามารู้ตอนไหนว่า เขาไปมีครอบครัวใหม่?

ปุ๊ : คือคนเราสองคนอยู่ด้วยกันนานๆ แค่มองตากันก็รู้แล้วว่ามันมีอะไรบ้างที่ผิดปกติไป อันนี้คือเรื่องจริง เพราะว่าอยู่กัน 20 ปี ลักษณะของอาการบางอย่างมันก็จะบอกได้เอง

ตอนที่รู้ความจริงเสียใจขนาดไหน?

ปุ๊ : ก็เสียใจนะ แต่มันก็แปลกที่ไม่ถึงกับโวยวายอะไรมาก ก็โอเค คือตอนที่อยู่แล้วยังไม่ตัดสินใจแยกกันมันก็ทรมาน เราก็ทรมานเวลาเขาก้าวออกจากบ้านไป เราก็ใจหาย รู้สึกว่าเขาไม่ใช่ของของเราอีกแล้ว ทางนู้นเขาก็มีลูกด้วยกัน ลูกก็คอยพ่อ บ้านนู้นเขาก็คอยสามี เราถึงไม่โกรธเขามาก เพราะว่าเราให้ในสิ่งที่เขาอยากจะมีไม่ได้ มันก็เลยเป็นประเด็นขึ้นมา ก็เลยตัดสินใจแยกกัน วันนี้เราอาจจะเจ็บกันทุกคนแต่เมื่อเวลาผ่านไปเราก็อาจจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเราอยู่กันอย่างนี้ไม่มีวันที่จะจบด้วยดีแน่ๆ

สุดท้าย ก็ไม่ได้อยู่กับใคร เพราะเขาก็เสียไป แล้วตอนนั้นได้ไปดูแลไหม?

ปุ๊ : ใช่ค่ะเป็นมะเร็ง ตอนนั้นก็ไปดูแล คือเวลาเราจะโกรธใคร เราต้องบอกความดีเขา อันนี้สำคัญ เราอย่ามองแต่ความไม่ดีของเขา ต้องมองความดีเขาแล้วทุกอย่างมันจะง่าย มันจะจบด้วยดี ก็ไปดูแลเขาจนเขาเสียชีวิตค่ะ เพราะครอบครัวใหม่เขาจะเด็กมาก จะทำอะไรไม่ค่อยเป็น เราก็ไปดูแลจัดการ จะรักษายังไงอะไรแบบนี้ แล้วเขาก็สั่งเสียว่า ช่วยดูแลงานศพให้ด้วย เพราะน้องเขายังเด็กมาก เราก็ดูแลจนกระทั่งเผาเสร็จอะไรเรียบร้อย

นี่ถือเป็น “รักแรกและรักเดียว” เลยใช่ไหม?

ปุ๊ : ถูกต้อง เพราะว่ายังไม่เคยมีแฟนมาก่อน แล้วก็ตั้งใจไว้เลยว่าจะไม่มีแฟน จะอยู่คนเดียว ตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือมาเลย นี่เป็นรักครั้งเดียว ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย หลังจากเขาเสียไปเราก็ไม่มีใหม่เลย แต่ก็มีคนเข้ามานะ แต่มันไม่ใช่คนที่จะมาอยู่ใช้ชีวิตด้วยกัน หรือดูแลกัน ก็เลยอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ก็สบายดีนะ

เรื่องถ่ายแบบเซ็กซี่ตำนานท่ายาก “สะพานโค้ง” มาถ่ายได้ยังไง?

ปุ๊ : ตอนนั้นที่ถ่ายออกมาคอนเซ็ปของหนังสือคือ สร้างออกมาเพื่อให้เด็กๆรุ่นใหม่ได้รู้ว่า การที่เราดูแลตัวเอง ไม่ประมาท มันจะทำให้เรามีชีวิตที่ดียังไง ถ้าสุขภาพดีชีวิตมันดีหมด เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้เขาเห็นว่าเรามีดีแบบนี้เพราะเราดูแลสุขภาพ แล้วถ้าเราไม่เปิดให้เขาดู เขาจะรู้ไหมว่าคนอายุ 50 กว่าๆ ยังสามารถมีสิ่งที่ดีๆได้ โดยสารที่ต้องดูแลสุขภาพ เรื่องผิวพรรณ เรื่องอาหารการกิน เรื่องการออกกําลังกาย คือต้องพร้อมทุกอย่าง อย่าประมาท อย่าคิดว่าตัวเองดีแล้ว

ท่ายาก “สะพานโค้ง” กระแสเป็นยังไงบ้าง?

ปุ๊ : มีทั้งด่า ทั้งชื่นชม คละเคล้ากันไป แต่ก็ไม่ได้สนใจคนจะด่าอะไรก็ช่าง เพราะมีความเชื่อมั่นว่าเราพยายามนำเสนอในสิ่งที่ดีให้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ทำอย่างนี้ เขาจะมาดูไหม จะมาใส่ชุดไทยแล้วนั่งพับเพียบ บอกว่าคุณดีมาก คุณออกกำลังกาย มันก็ไม่ใช่ มันก็ต้องให้เขาเห็นแล้วให้เขาสนใจ มีจุดขาย ทำให้เขาอยากจะเปิดดู อยากจะรู้ว่าเพราะอะไรทำไมเขาถึงยังดูดี ถ้าเขาเปิดเขาก็จะเห็นว่า การดูแลตัวเองเป็นยังไง กินยังไง ใช้อะไรบำรุงผิวพรรณ วิธีการออกกำลังกายทำยังไง ซึ่งในนั้นมันก็จะมีบอกหมด แล้วคุณจะด่าเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้สนใจนะ เพราะเราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราต้องการมาสเตอร์พีซในชีวิตของเรา แล้วก็แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

แอบหวานเล็กๆ!’ว่าน ธนกฤต’อวยพรวันเกิด’ฟาง’ ‘ยินดีที่เดินร่วมทางนะ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/364127

แอบหวานเล็กๆ!'ว่าน ธนกฤต'อวยพรวันเกิด'ฟาง' 'ยินดีที่เดินร่วมทางนะ'

แอบหวานเล็กๆ!’ว่าน ธนกฤต’อวยพรวันเกิด’ฟาง’ ‘ยินดีที่เดินร่วมทางนะ’

วันศุกร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561, 16.59 น.

14 ก.ย.61 เรียกว่าเป็นคู่รัก ที่ไม่ค่อยหวานออกสื่อเท่าไหร่นัก สำหรับ นักร้องสาวคนเก่ง ฟาง ธนันต์ธรญ์ หรือ ฟาง เฟย์ ฟาง แก้ว กับนักร้องหนุ่มติสท์ “ว่าน ธนกฤต” ที่ทั้ง 2 คน ไม่ค่อยมีรูปคู่บ่อยเท่าไหร่นัก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมาเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 27 ปีของสาวฟาง งานนี้หนุ่มว่านก็ไม่พลาดที่จะโพสต์ภาพแฟนสาว อวยพรวันเกิดแบบหวานๆ ว่า “ยิ้มให้คนแปลกหน้า สวัสดีค่าให้วัยผู้ใหญ่ตอนต้น.. สุขหัวใจวันเกิดวาระ 27 ขวบ ยินดีที่เดินร่วมทางนะ :)” งานนี้ทำเอาแฟนคลับถึงกับฟินจิกหมอนไปตามๆ กันเลยทีเดียว