ฉลองวิวาห์หวาน จิรกัญญา นภีตะภัฏ – ณทัต พุ่มวิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383458

ฉลองวิวาห์หวาน จิรกัญญา นภีตะภัฏ - ณทัต พุ่มวิเศษ

ฉลองวิวาห์หวาน จิรกัญญา นภีตะภัฏ – ณทัต พุ่มวิเศษ

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อบอุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขกับภาพงานฉลองมงคลสมรส ระหว่าง จิรกัญญา นภีตะภัฏ บุตรี อดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย พล.ต.ท.เจตนากร-เสาวนีย์ นภีตะภัฏ กับ เจ้าบ่าว ณทัต พุ่มวิเศษ บุตร ยุทธชัย-สุวัฒนา พุ่มวิเศษ ท่ามกลางแขกผู้ใหญ่คนสำคัญ แขกผู้มีเกียรติ เพื่อนๆ คุณพ่อ-คุณแม่ของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งมิตรสหายของบ่าว-สาวมาร่วมเป็นสักขีพยานเต็มห้องจัดเลี้ยงห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก (วิภาวดี)เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยได้รับเกียรติจาก องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์-ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ เป็นประธานในพิธีขึ้นกล่าวอวยพรให้กับบ่าว-สาว เพื่อเป็นเกียรติและเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างหวานชื่นอีกด้วย

บริเวณด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงถูกตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิดอย่างสวยงาม มีมุมแกลเลอรี่เรื่องราวของบ่าว-สาว ให้แขกเหรื่อได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก และซุ้มอาหารจากร้านดังมากมายให้ได้เลือกรับประทานกันอย่างเต็มที่จากนั้นเริ่มพิธีการด้วยการเปิดตัวบ่าว-สาว เข้าสู่ภายในงาน ท่ามกลางสายตาแห่งความประทับใจและรอยยิ้มแห่งความสุขไปทั่วทั้งงาน ก่อนประธานในพิธี องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จะขึ้นกล่าวอวยพร “ขอให้หลานทั้งสองครองรักด้วยความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัยซึ่งกันและกันจะทำให้ชีวิตคู่ราบรื่นและมีความสุข การมาอวยพรครั้งนี้ในฐานะคุณลุง เนื่องด้วยภริยา ท่านผู้หญิงจิตรวดีจุลานนท์ มีสักเป็นป้าแท้ๆ ของเจ้าสาว และมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานอวยพรให้กับหลาน”

เรื่องราวความรักเกิดจากเพื่อนสนิทของเจ้าสาวไปเรียนต่อที่ Colorado แล้วได้รู้จักกับเจ้าบ่าว พอเดินทางกลับมาเมืองไทยเลยแนะนำให้เจ้าสาวรู้จัก จากตอนแรกที่ได้พูดคุยเจ้าสาวรู้สึกว่าไม่ชอบเจ้าบ่าว แต่พอได้แลกเปลี่ยนทัศนคติเรื่องงาน และด้วยความเป็นคนดี คิดเรื่องช่วยเหลือสังคม ความรู้สึกของเจ้าสาวก็เปลี่ยนไป ในที่สุดก็พัฒนามาเป็นคนรู้ใจ ปัจจุบันเจ้าสาวดำรงตำแหน่ง Senior public relation professional/CSR ที่ True corporation co,Ltd ส่วนเจ้าบ่าวดำรงตำแหน่ง Vice president Regulatory and Community Relations บริษัท SYNOVA POWER และ Managing director บริษัท Stem Design

ส่งท้ายปลายปีด้วยภาพยนตร์รัก ‘Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด’ รอบปฐมทัศน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383460

ส่งท้ายปลายปีด้วยภาพยนตร์รัก ‘Gravity Of Love รักแท้...แพ้แรงดึงดูด’ รอบปฐมทัศน์

ส่งท้ายปลายปีด้วยภาพยนตร์รัก ‘Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด’ รอบปฐมทัศน์

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดรอบกาลาให้ได้ชมก่อนใคร สำหรับภาพยนตร์ “Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด”ที่ได้ผู้อำนวยการสร้างคนเก่งอย่าง เป็ป-ณพสิทธิ์เที่ยงธรรม มอบความสนุกส่งท้ายปีด้วยภาพยนตร์รัก เรียลๆ ที่โดนใจชีวิตจริงได้นักแสดงแถวหน้าอย่าง บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, เต้ย-จรินทร์พรจุนเกียรติ และหนุ่มหล่อ หลุยส์ สก๊อต นำทีมรับคำท้า หาคำตอบว่าถ้าจะมีรักแท้เราต้องยอมแพ้ หรือเอาชนะโชคชะตา งานนี้บินตรงไปถ่ายทำกันไกลถึงประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยมีผู้กำกับฝีมือเก๋า ซ้ง-ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ร่วมกำกับการแสดง โดย เจ๋ง-ถิรกร ปิยธรรมชัย มาสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างแน่นอน ซึ่งภายในงานมีคุณพ่อ-คุณแม่ของผู้อำนวยการสร้างคนเก่ง พล.ท.เจริญศักดิ์-อรวรรณ เที่ยงธรรม และครอบครัวมาร่วมให้กำลังใจ พร้อมแขกผู้มีเกียรติรวมถึงศิลปินดารามาร่วมชมภาพยนตร์ ณ ลานอินฟินิซิตี้ ชั้น 5 พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอนเมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2561

ภาพยนตร์ “รักแท้…แพ้แรงดึงดูด” “ฟ้า” (รับบทโดย จรินทร์พรจุนเกียรติ) ผู้หญิงที่ไร้ระเบียบแบบแผนในชีวิต ไม่เชื่อในความรักและพรหมลิขิตกำลังตามแก้เผ็ดกับเหล่าอดีตคนรักที่ทำให้เธอผิดหวัง แต่นั่นกลับทำให้เธอได้พบกับ “เซน” (รับบทโดย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกท์ที่เหมือนกับชะตาถูกขีดให้ทั้งสองคนมาพบกัน เซนต้องมาคอยดูแลผู้หญิงแปลกหน้าที่เมาสุดๆ แต่ก็น่ารักสุดๆ และการได้อยู่กับฟ้าทำให้เซนได้รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาของทั้งคู่ ทั้งสองอยู่ในสถานที่เดียวกันและเฉียดผ่านกันมาตลอด แต่ในค่ำคืนที่แสนประทับใจนั้นทั้งสองคนจากกันด้วยคำท้าว่าถ้าเราต่างเป็นพรมลิขิตกันจริงทั้งคู่จะได้เจอกันโดยที่ไม่ทิ้งการติดต่อให้กันและกันเลยจนเมื่อถึงช่วงลาพักร้อน ฟ้าวางแผนกับเพื่อนๆ ว่าจะไปเที่ยวเซนได โดยมี “เต้” (รับบทโดย หลุยส์ สก๊อต) นักบินสุดหล่อเพื่อนสนิทที่แอบชอบและคอยดูแลฟ้ามาตลอด ในทริปนี้ที่เต้คิดว่าจะใช้เวลาพิชิตใจฟ้าให้ได้ ท่ามกลางแรงเชียร์ของเพื่อนๆ ที่อยากให้ฟ้าลงเอยกับเต้เสียที แต่แค่เริ่มต้นทริปก็เกิดเหตุผิดพลาดจากการจองโรงแรมผิดทำให้กรุ๊ปทัวร์ของฟ้าต้องออกตามหาที่พักกันจ้าละหวั่น ก่อนจะได้คำแนะนำจากนักเรียนไทยด้วยกันให้ไปเรียวกังที่หนึ่ง ซึ่งฟ้าก็แทบช็อกเมื่อพบว่าเรียวกังแห่งนั้นมี “เซน” เป็นเจ้าของอยู่เมื่อชะตาลิขิตให้ “เขา” และ “เธอ” ได้มาเจอกันอีกครั้ง แล้วฟ้าจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อเกิดสงครามชิงนางระหว่าง “คนที่ฟ้าลิขิตเพื่อเธอ” กับ “คนที่ทุ่มเทเพื่อเธอ” สุดท้ายแล้วผู้หญิง(ที่ดูเหมือน) สวยเลือกได้อย่างฟ้าจะเลือกใคร หรือจะขอครองความเป็นโสดต่อไป ติดตามทุกโรงภาพยนตร์ได้แล้ววันนี้

NARS สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ แรงบันดาลใจจากท้องทะเลในแปซิฟิกใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383473

NARS สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ แรงบันดาลใจจากท้องทะเลในแปซิฟิกใต้

NARS สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ แรงบันดาลใจจากท้องทะเลในแปซิฟิกใต้

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจความงามและการแข่งขันที่สูงในโลกปัจจุบัน แต่ NARS ยังคงเป็นแบรนด์เมคอัพชั้นนำที่ยังคงยืนหยัดอยู่อันดับต้นๆ ของโลก โดยมีบุคคลสำคัญของแบรนด์ ฟรองซัวส์ นาร์ส ที่ยึดมั่นในปรัชญาความงามของเค้ามากว่าสองทศวรรษ และปัจจุบันยังคงทำงานร่วมกับแบรนด์เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอยู่เสมอ รวมถึงการร่วมก้าวเข้าสู่การเฉลิมฉลองความสำเร็จของแบรนด์ในปี 2019 นี้

ในโอกาสพิเศษนี้ NARS Cosmetics ได้พาเหล่าแขกพิเศษ Influencers จากทั่วโลก ไปพบกับ ฟรองซัวส์ นาร์ส อย่างใกล้ชิด ที่บ้านหลังที่สอง โมตุ ตาเน่ เกาะส่วนตัวของเค้าหนึ่งในหมู่เกาะ Society Islands ในกลุ่มของ French Polynesia ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสในแปซิฟิกใต้ โดยโอกาสนี้ ทางนาร์ส ประเทศไทย ได้เชิญ มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง เป็นตัวแทนจากไทย เดินทางสู่เกาะ โมตู ตาเน่ (Motu Tane) เพื่อร่วมงานที่จัดอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ

ฟรองซัวส์ นาร์ส เผยว่า “ผมโชคดีพอ ที่จะได้เป็นเจ้าของเกาะแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ท่ามกลางหมู่เกาะโบรา โบรา การได้พักอยู่ที่นั่นสักสองหรือสามเดือนต่อปี ก็สามารถก่อแรงบันดาลใจมหาศาลให้แก่ผม สีสันต่างๆ ในดินแดนแห่งนั้นล้วนโดดเด่น เป็นหนึ่ง เต็มไปด้วยพลัง ไม่ว่าจะเป็นแอ่งทะเลสาบน้ำเค็ม หรือลากูนสีฟ้าสด กับบรรดาสัตว์เมืองร้อนหายาก เหล่านี้ช่วยให้ผมได้ออกแบบสีของอายแชโดว์ หรือลิปสติกได้อย่างพลิกความคาดหมาย ผมชอบเดินเล่นไปตามถนนหนทาง และเฝ้ามองผู้คนทั้งหลาย ทุกอย่างล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผมได้ทั้งนั้น ผมอาจเห็นดอกไม้สักดอก แล้วก็บอกว่า “ฉันอยากได้สีเขียวอ่อนเฉดนั้นมาเป็นสีอายแชโดว์จัง” ผมเปิดกว้างให้แก่กระบวนการกลั่นกรองความคิดที่หลากความเป็นไปได้ ผมไม่เคยปิดกั้นตัวเอง จิตใจของผมเปิดรับทุกสิ่งทุกอย่างตลอดเวลา”

และการไปเยือนครั้งนี้ อินฟลูเอนเซอร์จากทั่วโลก ได้สัมผัสและเข้าใจเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของนาร์ส อาทิ

-Tropic Single Eyeshadow: อายแชโดว์ สีฟ้าสีเดียวที่อยู่ในความคิดของฟรองซัวส์ ซึ่งเขาบอกว่า “ผมใช้เวลาส่วนหนึ่งที่โมตู ตาเน่ เฟรนช์ โพลีนีเซีย ซึ่งที่นี่มีสีฟ้าที่งดงามเกินคำบรรยาย สีฟ้าสดผสมกลิตเตอร์สีเงินนี้ มันคือสีฟ้าของท้องทะเล ยามมีแสงแดดสะท้อนคลื่น”

-Pure Radiant Tinted Moisturizer SPF 30/PA+++ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรองพื้น กุญแจสู่ประสิทธิภาพของรองพื้นนั้นอยู่ที่ส่วนผสมที่มาจากผืนน้ำของประเทศโพ้นทะเล French Polynesia (เฟรนช์ โพลีนีเชีย) ส่วนผสมเหล่านี้ประกอบไปด้วย Kopara (โคพารา) polysaccharides ธรรมชาติที่ให้ความชุ่มชื้น บำรุง และช่วยให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ, Oceana Saffron พืชที่มีชื่อเสียงในการเป็น antioxidant และมอบความรู้สึกผ่อนคลาย และ Galaxaura สาหร่ายทะเลลึกสีแดงที่พบได้ในทะเลสาบของหมู่เกาะที่เลื่องชื่อในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของแคลเซียม วิตามินเอ และอี และเบต้า-แคโรทีน และที่ยังพบได้ในสูตรนี้อีกคือ Sea Water และ Ascorbyl Glucoside อนุพันธ์วิตามิน ซีที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและปกป้องผิวจากประสิทธิภาพของ antioxidant เพื่อฟื้นบำรุง มอบผิวแลดูสุขภาพดี

3.Monoi Body Glow และ Body Glow เป็นน้ำมันบำรุงผิวเนื้อบริสุทธิ์ที่ NARS ได้รังสรรค์ขึ้นจากเคล็ดลับความงามของหญิงสาวชาวตาฮิติ ผู้มีผิวพรรณสวยงามเนียนละเอียดหาตัวจับยาก โดยมีเคล็ดลับความงามจากการบำรุงผิวด้วย Monoi de Tahiti Oil (โมนอย เดอ ตาฮิติ ออยล์) มานานนับศตวรรษ โมนอยเป็นน้ำมันสูตรพิเศษที่เกิดจากการนำน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ของตาฮิติ หมักกับดอกเตียอาเร (ราชินีดอกไม้ของชาวโพลีนีเซีย ที่เติบโตบนผืนดินภูเขาไฟที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุบนเกาะตาฮิติและโบรา โบรา) เหตุนี้จึงทำให้ ผลิตภัณฑ์อุดมไปด้วยคุณค่าการบำรุงและให้ความรู้สึกผ่อนคลายผิวมอบความชุ่มชื้น ปกป้อง และถนอมผิวหลังการออกแดด อีกทั้งเนื้อผลิตภัณฑ์ยังซึมซาบสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมือนออยล์ทั่วไป

สำหรับมิ้นต์-ชาลิดา การเดินทางมาเยือน โมตู ตาเน่, โบรา โบรา เฟรนช์โพลีนีเซีย ครั้งนี้ คือประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ความประทับใจในท้องทะเลสีฟ้าหลากหลายตั้งแต่สีเทอร์ควอยซ์จนถึงสีน้ำเงินทะเลล้ำลึก มันคือการเดินทางที่แสนพิเศษ การเดินทางที่ไม่ได้ให้คุณค่าแค่ความงดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของธรรมชาติ แต่มาพร้อมกับเรื่องราวของชีวิตในอีกซีกโลกหนึ่งของชาวโพลีนีเซียท้องถิ่น ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นจริงใจและยังคงภาคภูมิใจในรูปแบบประเพณีดั้งเดิมอยู่เสมอ เธอได้มาสัมผัสกับสิ่งที่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ฟรองซัวส์ นาร์ส ได้หลงรักและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเขา และยังคงเป็นพลังที่จะผลักดัน การก้าวย่างเข้าสู่ยี่สิบห้าปีของความสำเร็จของแบรนด์ นาร์ส อย่างงดงาม

SACICT ชวนแฟชั่นนิสต้าเลิกวิ่งตาม Fast Fashion

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383478

SACICT ชวนแฟชั่นนิสต้าเลิกวิ่งตาม Fast Fashion

SACICT ชวนแฟชั่นนิสต้าเลิกวิ่งตาม Fast Fashion

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แฟชั่นนิสต้า สังเกตกันหรือไม่ว่าโลกของแฟชั่นในปัจจุบันหมุนเร็วมากขึ้น เพราะรันเวย์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชอบซื้อเสื้อผ้าในราคาย่อมเยา ซื้อใส่ครั้งเดียวทิ้งแบบไม่เสียดาย สนุกไปกับการแต่งตัวที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ กลายเป็นแฟชั่นรวดเร็ว หรือแฟชั่นแบบด่วนๆ (Fast Fashion) คนยุคใหม่ติดนิสัยเบื่อง่าย ตามแฟชั่น ซื้อเร็ว เปลี่ยนเร็ว อุตสาหกรรมแฟชั่นก็ปรับตัวตามแบรนด์ชั้นนำหลั่งไหลถาโถมเข้ามาในบ้านเรากันอย่างคึกคัก ต่างแข่งขันกันเร่งสปีดความเร็ว ขยันออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ เพื่อเอาใจขาช็อป จากแต่เดิมสินค้าแฟชั่น อาจมีเพียง 3-4 ฤดูกาลหลักเท่านั้น แต่ทุกวันนี้อาจมีมากถึง 6-8 ฤดูกาล และยังไม่นับคอลเลคชั่นย่อยๆ ที่ถูกเพิ่มเข้าไปในทุกๆ สองสัปดาห์ การปรับเปลี่ยนดิสก์เพลย์สินค้าหน้าร้าน และการหมุนเวียนสับเปลี่ยนการจัดวางสินค้าในร้านทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้มีความสดใหม่และสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้า

แต่ทราบหรือไม่ว่าการผลิตเสื้อหนึ่งตัวส่งผลกระทบต่อสังคมและโลกใบนี้อย่างคาดไม่ถึง ในอุตสาหกรรมสิ่งทอเริ่มจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ตั้งแต่กระบวนปลูก ฟอก ย้อมเส้นใยไปโรงงานผลิต ตัดเย็บ ตลาด ขนส่ง จัดจำหน่ายจนถึงมือผู้บริโภคนั้น เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติและเผาผลาญพลังงานมหาศาล มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างมลพิษอย่างต่อเนื่อง เมื่อคนซื้อเสื้อผ้าบ่อยขึ้นก็ขนส่งกันถี่ขึ้น นำมาสู่ทำลายโลกและสิ่งแวดล้อมไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว นอกจากนี้ การขยันซื้อข้าวของใหม่ตลอดเวลาทำให้เสื้อผ้าเก่ากลายเป็นขยะ ที่สำคัญยังกลายเป็นขยะพิษที่มาจากสารย้อม สารฟอกขาว และสารเคมีอื่นๆ แถมยังย่อยสลายได้ยาก สามารถปนเปื้อนในน้ำ ดิน อากาศ กลับมาทำร้ายผู้บริโภคอีกโดยไม่รู้ตัว อีกทั้ง การแข่งขันอย่างดุเดือดของ Fast Fashion ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบนำมาสู่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียมียอดขายของแบรนด์ Fast Fashion เติบโตมากกว่า 100% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคซึ่งเป็นชนชั้นกลางมีจำนวนและกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจัยด้านการตลาดที่เกื้อหนุน แคมเปญการตลาดผ่านสื่อต่างๆ ประสบความสำเร็จอย่างดี ทั้งงานอีเว้นท์แฟชั่นโชว์ ภาพถ่ายโฆษณาสินค้า หรือประชาสัมพันธ์ผ่านดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งล้วนแล้วแต่จูงใจให้ผู้บริโภคซื้อตาม

“Fast Fashion จึงอาจดูเหมือนเป็นสินค้าที่สวยเก๋ ทันสมัย และราคาถูก แต่ข้อด้อยคือ เมื่อราคานั้นถูกลงก็ส่งผลให้คุณภาพของสินค้านั้นต่ำลงด้วย และส่งผลให้ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าใหม่มาหมุนเวียนบ่อยขึ้น เพิ่มอัตราการจับจ่ายและปริมาณขยะมากขึ้นไปด้วย และเมื่อกดราคาสินค้าให้ต่ำ จึงต้องลดต้นทุนการผลิต อาจเกิดปัญหากดค่าแรงหรือใช้แรงงานเด็กประกอบกับในกระบวนการผลิตมีการใช้สารเคมีในปริมาณที่สูง ส่งผลกระทบโดยตรงกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมการปนเปื้อนสารตะกั่ว อาจเกิดขึ้นได้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การใช้สารฆ่าแมลงและปราบศัตรูพืชในแปลงปลูก ไปจนถึงการผสมสารทนไฟในช่วงผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป อีกทั้ง เสื้อผ้าทุกวันนี้ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของเส้นใยสังเคราะห์จากปิโตรเลียม ซึ่งต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการย่อยสลาย และ Fast Fashion ยังส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคกระตุ้นให้ซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อยขึ้น มากขึ้น แต่กลับมีการใช้งานที่น้อยลง จะดีกว่าหรือไม่หากผู้บริโภคเลิกวิ่งตาม Fast Fashion หันกลับไปหาแฟชั่นในแบบที่เราอยากแต่งและใช้งานได้จริงๆ และอยู่ไปกับเราได้นานๆ เป็นเสื้อผ้าชิ้นโปรดที่เราหยิบมาใส่ได้สม่ำเสมอ และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยโลกให้กลับมาสดใสอีกครั้ง”

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383485

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2561

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll คนวงในรู้กันดีว่าการพูดสาธารณะ (PUBLIC SPEAKING)เป็นจุดอ่อนของนักการเมืองเอกบุรุษ เช่น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ หลายครั้งท่านอดีต รมต.ต้องปรารภกับคนใกล้ชิดว่าท่านเป็นโรค “แพ้ไมค์” บางครั้งกำลังคุยอยู่เจื้อยแจ้ว พอนักข่าวเอาไมค์เข้ามาสอดเขาจะเกิดอาการเสียงแหบแห้งขาดความมั่นใจไปทันทีเลย ดังนั้นตลอดระยะเวลาการเมืองประชาธิปไตย ท่านอดีต รมต.จะเลี่ยงการต้องอภิปรายในรัฐสภาเสมอ จนกระทั่งถึงวาระที่ถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ รมต.สุริยะ จึงเตรียมการรับมือแบบไม่เคยมีใครทำ 1.บัญชาให้ข้าราชการเตรียมข้อมูลเกี่ยวข้องแบบละเอียดยิบ 2.หน.หน่วยราชการทุกคนต้องมารวมตัวที่วอร์รูมสภา 3.ในวันอภิปรายจัดนักการเมืองอาวุโสฝีปากกล้ามาซ่อนตัวอยู่หลังม่าน คอยบอกบทให้โต้แบบคำต่อคำ ฝ่ายผู้ชมทีวีทางบ้านอดขำไม่ได้เมื่อ รมต.ตั้งหน้าตั้งตาฟังการบอกบท แถมตอนนักบอกบทเผลออุทานว่า “พุทโธ่” ท่าน รมต.ก็เอาด้วยแต่แอคเซ่นท์ท่านเพี้ยนเป็น “ฟุตโธ่” เรียกเสียงฮาจากผู้ชมทางบ้าน และทำให้นึกถึงบรรยากาศ “การบอกบท” ยุคละครทีวี ขาว-ดำ ทันที…

ll ประเทศนี้ยังมีคนดีอีกมาก นักธุรกิจใหญ่ ธรรมฤทธิ์ จิรา เคยได้รับแอนติกคอลเลคชั่นชุด “บ้านเชียง” จำนวนหนึ่งร้อยกว่าชิ้น บางชิ้นเก่าแก่ถึง 4,000 ปี จากบิดา มาวันนี้ตระหนักว่าตนและครอบครัวได้มีโอกาสครอบครองศิลปะระดับ “มรดกโลก” มานานแล้ว สมควรทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้บ้านเมืองต่อ จึงมีดำริที่จะนำบ้านเชียงคอลเลคชั่นดังกล่าวมอบเป็นสมบัติของชาติ โดยดำเนินการผ่าน รมว.กระทรวงวัฒนธรรม ฯพณฯ วีระ โรจน์พจนรัตน์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังและชาวต่างประเทศที่มาไทย ได้มีโอกาสเรียนรู้ความเป็นมาของอารยธรรมอันสุดเก่าแก่บนแผ่นดินสุวรรณภูมิ…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ (ปรม.1) ที่ได้รับโล่ ศิษย์เก่า ปรม.ดีเด่น จาก ชมรม ปรม. เมื่อวันงาน Home coming บ้านเรา ชาว ปรม. วันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

ll ลืมวัยชั่วขณะ ศันสนีย์ ทุติยโพธิ์ แข็งขันเปิดสอนเต้น Line Dance ให้ผู้สนใจมาเรียนกัน…สนุกสนานทั้งนักเรียนและคุณครูเลยทีเดียว…

ll วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซีเปิดโครงการพิเศษทุนการศึกษาระดับ ปวส. 5 สาขาวิชา …รองรับการผลิตกำลังคนป้อนให้กับ irpc/PTTg ตลอดจนสถานประกอบการในพท. EEC(พัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก) สมัครเรียนฟรีกันได้ถึง วันที่ 31 ม.ค.ปีหน้า…

ll ใครๆ ก็ไปเที่ยวไต้หวัน ลดาวัลย์ บัวเอี่ยม แท็กทีมชาวอักษรศาสตร์ จุฬาฯไปท่องเที่ยวที่นั่น และเพิ่งกลับกันมาอย่างสุขสดชื่น…

ll ไปตั้งรกรากที่นิวยอร์ก 12 ปีแล้ว ภรณี สาริกบุตรนานๆ กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดที่เมืองไทยสักครั้ง…

ll ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีอยู่ด้วยเสมอ โชคร้ายส่งท้ายปีเก่า สุนิดา พินิจการ ประสบอุบัติเหตุขับรถตกคูคลอง ขณะจะไปเล่นโยคะ แต่โชคดีที่เจ้าตัวปลอดภัย สาเหตุเพราะหลับใน…ต่อแต่นี้ต้องท่องไว้ว่า “ง่วงไม่ขับ”…

ll พญ.เจรียง จันทรกมล บอกการลีลาศเป็นการออกกำลังกายที่ดี…โสมรพี ศรีประเสริฐ คงยึดคตินี้จึงนิยมการเต้นลีลาศ จนในอดีตเคยรับตำแหน่งนายกสมาคมลีลาศแห่งประเทศไทยมาเลยทีเดียว…

ll โรงแรมดุสิตธานี จะปิดทำการแล้ว ในต้นปีหน้าคือ วันที่ 6 ม.ค. 2562 …“บารอนเนส” ในฐานะนักข่าวหน้าสตรีรุ่นน้องโบ(ราณ)ที่ต้องประสานงานกับพีอาร์ โรงแรมต่างๆ มากมาย ย้อนรำลึกอดีตได้ว่า พีอาร์คนแรกของโรงแรมดุสิตธานี เป็นอดีตดรัมเมเยอร์ มธ. วรวิมล ณ ระนอง ตอนนั้นเธอเก่ง คล่องตัว และมนุษยสัมพันธ์เลิศมาก ซึ่งตอนนี้อดีตพีอาร์มีความสุขกับการสอนหนังสือตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และทำอาหารอร่อยอยู่ที่บ้าน เมื่อถึงวัยหลักเจ็ดถามหา…สัจธรรมชีวิตก็เป็นดั่งนี้แล !!…ll

บารอนเนส

บีเจ ยีนส์อวดหลากหลายสไตล์ มิกซ์แอนด์แมทช์ลุค‘ยีนส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383468

บีเจ ยีนส์อวดหลากหลายสไตล์ มิกซ์แอนด์แมทช์ลุค‘ยีนส์’

บีเจ ยีนส์อวดหลากหลายสไตล์ มิกซ์แอนด์แมทช์ลุค‘ยีนส์’

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พูดถึงไอเทมแฟชั่นที่หนุ่มสาวแทบจะทุกคนมีไว้ติดตู้เสื้อผ้า คงหนีไม่พ้น “ยีนส์” ไม่ว่าจะเป็นกางเกงหรือเสื้อแจ๊กเกต ที่สามารถแมทช์ได้กับหลากหลายลุค และทุกโอกาส ยิ่งช่วงปลายปีแบบนี้ ยีนส์คงเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยม ที่จะหยิบมาแมทช์เวลาเดินทางท่องเที่ยว หรือแม้ไปทำงานก็ให้ลุคที่เป็นทางการแต่ไม่ซีเรียสจนเกินไป เหมาะกับช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวสู่เทศกาลแห่งความสุขแบบนี้

ในโอกาสฉลอง 6 ปี บีเจ ยีนส์ แบรนด์ยีนส์ชั้นนำของคนไทย เหล่าคนดังจึงร่วมฉลองกันคึกคักด้วยการแต่งชุดยีนส์ถ่ายรูปอวดลงอินสตาแกรม ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ลองแมทช์ตาม

เริ่มที่ นัท-อภิชาติ ลีนุตพงษ์ (IG: natapichat) ที่หลังจากลัมโบร์กินีแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในไทยไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ก็มีทริปเดินทางต่างประเทศบ่อยมาก จนล่าสุดทริปญี่ปุ่นช่วง Autumn ที่อากาศเริ่มเย็น นัทก็สร้างลุคออลแบล็ก ด้วยสเวตเชิ้ตและกางเกงสแลคสีดำ แมทช์กับรองเท้าหนังสีน้ำตาล ได้ลุคหนุ่มเนี้ยบคลาสสิก ก่อนปิดท้ายด้วย แจ๊กเกตยีนส์สีน้ำเงินเข้ม ดีไซน์เท่ ปกตั้งแบบ Biker สวมทับอีกชั้น พร้อมลุยเจรจาธุรกิจได้ยาว

ด้านนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หนุ่มหล่อ ติ- ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ (IG: ti_pitipat) แห่งปรีดา เรียลเอสเตท ก็เลือกจับคู่ยีนส์สีเข้ม กับแจ๊กเกตยีนส์ สีดำปกเชิ้ต พับแขนขึ้นเล็กน้อยให้มีลูกเล่น พร้อมโชว์นาฬิกาและแอคเซสซอรี่ข้อมือเท่ๆ แถมด้วยแว่นกันแดดดีไซน์คลาสสิก ได้ลุคสปอร์ตในวันสบาย หรือไปไซต์ตรวจงานก็สมาร์ทแบบคล่องตัว

มาที่ฝั่งสาวๆ กันบ้าง เมย์-มาริษา ฮอร์น โหลทอง (IG: mari_horn) ที่เปิดตัวใหม่แบบเปรี้ยวแซ่บ ด้วยผมสั้น จัดลุคบลูยีนส์แบบเปรี้ยวๆ ด้วยเสื้อยีนส์คล้องคอ เปิดไหล่ จับคู่กับกางเกงยีนส์ขากว้าง Wide leg และรองเท้าส้นสูงสีฟ้าแมทช์กับสีบลูยีนส์ ได้ความเซ็กซี่แบบสดใส เป็นคุณแม่ที่ยังสาว สวย แซ่บ

ส่วนว่าที่คุณแม่อย่าง หนูเล็กก่าก๊า-ภัทรวดี ปิ่นทอง (IG: nulek_gaga) ที่ช่วงนี้ท้องเริ่มใหญ่ ใกล้คลอด ก็ยังขอแต่งตัวเก๋ด้วยกางเกงยีนส์ทรงสวย ทำขาดแบบแฟชั่น แถมเป็นยีนส์ที่มีฟังก์ชั่นขอบผ้ายืด โอบรับท้องของว่าที่คุณแม่ได้อย่างดี

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ตามไปส่องลุคยีนส์กันได้ในแฮชแท็ก #BJJeans6th มีสไตล์ที่น่าสนใจอีกมาก ถ้าสนใจไอเทมไหนตามไปช็อปได้ที่เคาน์เตอร์บีเจ ยีนส์ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือ ช็อปออนไลน์ได้ที่ Line : @bjjeans และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง facebook : BJ.JEANS.THAILAND

ททท.ดึงผู้หญิง-ผู้สูงวัยเที่ยวเมืองรอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383467

ททท.ดึงผู้หญิง-ผู้สูงวัยเที่ยวเมืองรอง

ททท.ดึงผู้หญิง-ผู้สูงวัยเที่ยวเมืองรอง

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.

ฮอตต่อเนื่องสำหรับแคมเปญเที่ยวเมืองรอง หลังจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ออกแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว และมาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐบาล พบว่าในปีนี้มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา จันทร์ถึงศุกร์มากกว่าปีที่ผ่านมา

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวภายในประเทศยังไปได้ดีจนถึงสิ้นปี 2561 ซึ่งททท.กำลังเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง โค้งสุดท้ายในช่วงที่เวลาเหลือของปีนี้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ซึ่งมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยได้มาก โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางท่องเที่ยว ในช่วงวันธรรมดามีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ กลุ่มนักท่องเที่ยวเยาวชน หรือนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย รวมทั้งกลุ่มผู้หญิง เนื่องจากไม่ค่อยมีข้อจำกัดด้านเวลาเดินทางมากนัก

นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่มีแนวโน้มดีคือ กลุ่มองค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่ง ททท.ได้ทำความร่วมมือกับบริษัทมหาชนเหล่านี้แล้ว ซึ่งบริษัทต่างๆ จะวางแผนการเดินทาง เพื่อการประชุม อบรม สัมมนา เข้าสู่เมืองรองในช่วงวันธรรมดา ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการในระดับชุมชนต่อไป

ในส่วนของมาตรการลดหย่อนภาษีนั้น นักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายที่พัก แพ็กเกจท่องเที่ยว รวมทั้งโฮมสเตย์ที่ได้รับการรับรอง โดยสถานที่ประกอบการเหล่านั้นตั้งอยู่ในเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด รวมถึงพื้นที่รองในเมืองหลักทั่วประเทศ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2561 นี้เท่านั้น

คนดังแชร์ไอเดียเลือกกระเป๋าใบโปรด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383475

คนดังแชร์ไอเดียเลือกกระเป๋าใบโปรด

คนดังแชร์ไอเดียเลือกกระเป๋าใบโปรด

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

TUMI (ทูมี่) แบรนด์กระเป๋าและแอคเซสซอรี่ระดับพรีเมียมสำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ร่วมเฉลิมฉลองและแบ่งปันความพิเศษในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันปีใหม่ที่จะถึงนี้ ด้วยชุดของขวัญ “Gifting Season 2018” (กิ๊ฟทิ่ง ซีซั่น 2018) พร้อมกับ “Special Offer” (สเปเชียล ออฟเฟอร์) สำหรับลูกค้าคนพิเศษของทูมี่ ภายใต้ไอเดีย “ส่งมอบความสุขให้คนที่คุณรักด้วยชุดของขวัญจากทูมี่” และ “ให้ทูมี่เป็นรางวัลอันล้ำค่าสำหรับคุณ” โดยมี นนท์ อัมระนันทน์, ธัญรดี ธรรมมณีวงศ์, กรกนก ยงสกุล, วิทูวัฒน์ อังสนานนท์,แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ และอกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ มาร่วมเผยเทคนิคการเลือกกระเป๋า ณ ร้านทูมี่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

เริ่มที่เซเลบริตี้สาวเก่ง ธัญรดี ธรรมมณีวงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด และธุรกิจรถเช่า กล่าวว่า “ด้วยความที่ถิงทำงานค่อนข้างเยอะ และมีสัมภาระค่อนข้างมาก ทำให้ต้องเดินทางไปทำงานในหลายสถานที่ จึงมีกระเป๋า 2 แบบ คือแบบที่เป็นกระเป๋าเป้ขนาดพกพาสะดวกที่ใส่ของได้เยอะมาก เวลาจะหยิบใช้โทรศัพท์มือถือ หรือแอคเซสซอรี่ขนาดเล็ก ก็สะดวกและรวดเร็ว และเเบบใบเล็กๆ สำหรับออกงาน โดยปกติถิงจะไม่ชอบให้ของรก ทำให้เลือกใช้กระเป๋าที่มีช่องแบ่ง เช่น ช่องใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ช่องใส่บัตร ทำให้กระเป๋าดูเรียบร้อย สะอาดตา”

กรกนก ยงสกุล เวิร์กกิ้ง วูแมน มากความสามารถ ทายาท เจ้าของธุรกิจ เรือยอชต์ มารีนา ยอชต์ คลับ ผู้ก่อตั้งและโค้ชสถาบันสอนการแต่งตัวและพัฒนาบุคลิกภาพ RBL Training Academy กล่าวว่า “การเลือกใช้กระเป๋าจะขึ้นอยู่กับอารมณ์และสถานที่ที่เราเดินทางไป ซึ่งคอนเซ็ปต์ของเล็กคือ ไปที่ไหน เราสวมบทอะไรอยู่ ไปทำอะไร ไปกับใคร เวลาเล็กซื้อกระเป๋าจะเลือกจากวัสดุที่ทำมาจากหนังแบบ Georgica (จอจิก้า)ที่ตัดเย็บอย่างประณีตและพิถีพิถัน ทนทาน ถือง่ายและคล่องแคล่ว เล็กจะเลือกเน้นสีเรียบๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งกระเป๋าจากทูมี่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์เล็กมากเลย

สำหรับการเลือกของขวัญปีใหม่ เล็กเลือกให้กับผู้ใหญ่ ทีมงาน เเละเพื่อน โดยจะเลือกของขวัญจากความสัมพันธ์ระหว่างกัน และของที่เราตั้งใจให้เขา เขาสามารถนำไปใช้จริงได้และนึกถึงเรา ที่สำคัญต้องเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเขาด้วย ส่วนของขวัญที่เล็กอยากได้ในเทศกาลปีใหม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ให้ และใส่ใจเลือกสรรของสิ่งนั้นให้เรามากกว่า”

ด้านเซเลบริตี้สาวแห่งอาณาจักรของเล่น “เพลย์เฮาส์” แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ กล่าวว่า “เเพรทำงานหลายอย่าง ทำให้ต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือในการทำงานอยู่เสมอ อย่างโน้ตบุ๊คและแล็ปท็อป สำหรับการเลือกกระเป๋าเวลาประชุมกับผู้ใหญ่จะต้องเรียบร้อย อาจจะเลือกที่มีสายสะพายเป็นออฟชั่นเสริม เพราะบางครั้งช่วงเวลาที่เร่งด่วนเราต้องใช้รถไฟฟ้า จะทำให้เเพรสะดวกในการใช้ชีวิตได้มากยิ่งขึ้น มีความคล่องตัว โดยสีที่ชื่นชอบคือ สีกรมท่าและสีเทา เป็นสีที่ใช้ได้ง่ายและนาน”

ปิดท้ายกับหนุ่มนักธุรกิจไฟแรง วิทูวัฒน์ อังสนานนท์ นักธุรกิจด้านการรักษาความปลอดภัย รวมถึงบริษัทบริการแม่บ้าน กล่าวว่า “ด้วยไลฟ์สไตล์ชีวิตและการทำงานที่ต้องเดินทางอยู่เสมอ ทำให้ตนเองมีระบบในการเก็บของให้เรียบร้อยและหาง่าย ด้วยการเลือกใช้กระเป๋าที่มีช่องจัดเก็บที่หลากหลาย มีความคล่องตัว ที่สำคัญสำหรับผมคือความทนทาน เพราะต้องใช้กระเป๋าเดินทางไปหลายที่ และหากจะเลือกกระเป๋าสักใบ ผมจะเลือกจากความสวยงามก่อน ตามด้วยฟังก์ชั่นและความทนทาน โดยเลือกสีโปรดอย่างสีน้ำเงินหรือดำครับ”

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการใช้กระเป๋าและแอคเซสซอรี่ระดับพรีเมียมและร่วมแบ่งปันความสุขกับชุดของขวัญสุดพิเศษในช่วงเทศกาลเเห่งความสุขได้แล้วที่ ร้านทูมี่ทุกสาขา ทั่วประเทศไทย

สีสันเทศกาลแห่งความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383466

สีสันเทศกาลแห่งความสุข

สีสันเทศกาลแห่งความสุข

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ลมหนาวเริ่มมาเยือน ถึงเวลาที่หลายคนรอคอย กับเทศกาลแห่งความสุขช่วงปลายปี แหล่งท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ต่างตกแต่งสถานที่เพิ่มสีสันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักช็อป ออกมาเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน “ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์”ศูนย์การค้าบิ๊กไซส์ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ก็ได้ตกแต่งเตรียมสถานที่รองรับนักช็อป ด้วยการเนรมิตพื้นที่ทั่วบริเวณศูนย์การค้า ให้เป็นดินแดนแห่งความสุขดั่งต้องมนต์ กับกิจกรรม “The Starry X’ mas Starlight” ภายใต้ธีม “Montra of Starlight” (มนตรา ออฟ สตาร์ไลท์) ที่รายล้อมไปด้วยแสงระยิบระยับจากดวงไฟน้อยใหญ่ ที่ส่องสว่างเปรียบประหนึ่งแสงจากดวงดาวนับร้อยดวงที่เปล่งประกายมอบความสุข ให้นักช็อปสายโซเชียลได้แชะ แชร์ ส่งมอบความสุข ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562

เป็นกิจกรรมส่งมอบความสุข ด้วยการตกแต่งศูนย์การค้าด้วยสีสันของดวงไฟที่ส่องสว่างไสว เริ่มตั้งแต่ด้านนอก เข้ามาภายในศูนย์การค้า พร้อมจัดมุมให้สายโซเชียล ได้ส่งมอบความสุขให้เพื่อนสนิทและพี่น้อง ด้วย 5 จุดอลังการความสุข  เริ่มต้นความสุขที่อลังการแรกกันด้วยต้นคริสต์มาส ที่ส่องแสงระยิบระยับเปล่งประกายแสงแห่งดวงดาว กว่า 1,000 ดวง  2 ขนาด บน 2 พื้นที่ คือ ต้นคริสต์มาส สูง 9 เมตร พร้อมชิงช้าเรืองแสง ที่ อะไลฟ์พาร์ค ฮอลล์ ชั้นจี ฟิวเจอร์พาร์ค และต้นคริสต์มาส สูง 12 เมตร ที่ สปอร์ตไลท์ ชั้น จี สเปลล์ และมาต่อกันที่ อุโมงค์ดวงดาว ซึ่งทอดยาวกว่า 12 เมตร บริเวณทางเชื่อมแคสคาต้า และสปอตไลท์ ชั้นจี ประดับตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาสที่บ่งบอกถึงความสุข ทั้งดาวประดับสีทอง แสงอาทิตย์ที่สว่างไสว, พร้อมด้วยต้นฮอลลี่ ที่แสดงถึงความเป็นนิรันดร์  เพิ่มลูกเล่นความน่ารักสนุกสนาน ด้วยลูกบอลประดับสีสันสดใสอย่าง สีเงิน สีทอง และสีแดง สว่างสดใสสวยงามให้อารมณ์เหมือนกับกำลังเดินอยู่ท่ามกลางดวงดาว, Star House บ้านแห่งดวงดาว ส่องประกายความสุขให้อบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ด้วยดวงดาวจำลอง, ลูกบอลตกแต่งสีเงิน, ทอง และน้ำเงิน, ระฆังแห่งแสงและดวงดาว  ทอดยาวตลอดด้านหน้าศูนย์การค้า กว่า 2 กิโลเมตร ตั้งแต่ Zappening ลานกิจกรรมด้านหน้า Zpell จนถึง อไลฟ์พาร์ค ฮอลล์ ด้านหน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค”

ปวดข้อ สัญญาณเตือนแรกโรคเอส แอล อี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383463

ปวดข้อ สัญญาณเตือนแรกโรคเอส แอล อี

ปวดข้อ สัญญาณเตือนแรกโรคเอส แอล อี

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคเอส แอล อี (Systemic Lupus Erythematosus : SLE) เป็นโรคไม่ติดต่อ เกิดจากภูมิต้านทานทำร้ายตนเอง ปกติภูมิต้านทานของเรา จะมีหน้าที่ทำร้ายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เชื้อโรคตายโดยการหลั่งสารอักเสบ แต่ในผู้ป่วยโรคเอส แอล อี ภูมิต้านทานไม่สามารถแยกแยะระหว่างสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายกับเซลล์และเนื้อเยื่อของตนเองได้ จึงทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายคิดว่าเซลล์ปกตินั้นเป็นสิ่งแปลกปลอมจึงได้ไปทำร้ายเซลล์นั้น ทำให้เกิดการอักเสบจนมีผลกระทบกับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะ ผิวหนัง ข้อ ระบบเลือด ไตและระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งถ้าปล่อยให้มีการอักเสบเป็นเวลานานจะทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย จนทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ดังนั้น ในการรักษาจึงต้องรีบควบคุมการอักเสบให้ได้ก่อนที่จะไปทำลายอวัยวะต่างๆ อย่างถาวร โดยมีสาเหตุจากพันธุกรรม ร่วมกับสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของระบบภูมิต้านทานในร่างกาย เช่น ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งมักจะพบในวัยรุ่นเพศหญิง ความเครียด แสงแดด การติดเชื้อ และยาบางชนิด

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุมาภา ชัยอำนวย อายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติซั่ม โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า อาการของโรคเอส แอล อี สามารถแสดงอาการได้หลายรูปแบบ แต่ละคนก็จะมีอาการที่ต่างกัน โดยอาการจะมีช่วงกำเริบและสงบสลับกันไป แต่มักจะไม่หายขาด ส่วนใหญ่จะมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนน้อยจะมีอาการแบบรุนแรง รวดเร็ว สามารถเกิดอาการได้ทุกระบบ อาการที่พบบ่อยได้แก่ อาการปวดข้อ อาการผื่นบนใบหน้า เช่น ผื่นผีเสื้อ คือผื่นที่ขึ้นบริเวณจมูกและแก้มทั้ง 2 ข้าง ผื่นแพ้แสงแดด เหนื่อย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว รู้สึกเหมือนมีไข้ต่ำๆ ซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกที่พบได้บ่อยที่สุด มีแผลในปากบริเวณเพดานปากและเหงือก ผมร่วง ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อซีด เป็นจ้ำเลือดง่าย หากมีอาการที่สมองจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ ชัก หรืออ่อนแรงได้ อาจจะมีอาการเยื่อหุ้มปอดและหัวใจอักเสบทำให้มีอาการหายใจแล้วเจ็บหน้าอกได้ หากโรคเอส แอล อี ทำให้ไตอักเสบจะทำให้มีอาการบวมทั้งที่เท้า ขา และหนังตา ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะเป็นฟอง หรือมีเลือดในปัสสาวะ

โดยมากกว่าร้อยละ 90 ในผู้ป่วยโรคเอส แอล อี พบอาการปวดข้อเป็นอาการนำ ส่วนมากมักมีอาการอักเสบของข้อร่วมด้วย โดยสังเกตจากมีอาการบวม ตึงรอบๆ ข้อ ผู้ป่วยบางรายอาจจะปวดข้อแต่ไม่มีอาการอักเสบก็ได้ ซึ่งบริเวณที่พบได้บ่อย คือ ข้อเล็กๆ ในนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก และข้อเข่า อาจจะมีการปวด ร่วมกับบวมตึง อาการมักจะแย่ที่สุดในช่วงเช้า หลังจากตื่นนอน หรือหลังจากที่ไม่ได้ขยับข้อมานานๆ จะทำให้มีการสะสมของสารอักเสบรอบๆ ข้อมากขึ้น พอได้ขยับเขยื้อน หรืออาบน้ำอุ่นๆ จะทำให้อาการดีขึ้น แม้ว่าอาการบวม อักเสบจะไม่มาก แต่ในบางครั้งผู้ป่วยโรคเอส แอล อี จะมีอาการปวดได้มากๆ ไม่สัมพันธ์กับการอักเสบที่เห็น บางคนปวดมากจนแทบลุกจากเตียงไม่ได้ในตอนเช้า

อาการปวดข้อในโรคเอส แอล อี ยังมีอาการปวดแบบย้ายที่ คือปวดจากข้อหนึ่งย้ายไปอีกข้อหนึ่ง วันหนึ่งปวดข้อมือ อีกวันปวดข้อเข่า บางครั้งญาติหรือคนที่บ้านก็ไม่เข้าใจ เพราะดูไม่เห็นจะอักเสบหรือบวมแดงอะไร อันนี้หมอต้องอธิบายคนในครอบครัวให้เข้าใจ และขอความเข้าใจ เห็นใจให้คนไข้อยู่เสมอๆ นอกจากอาการปวดบริเวณข้อแล้วยังมีอาการปวดเมื่อย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดระบม ตัวรุมๆ ไม่สบายตัว ร่วมด้วยได้ อาการปวดข้อช่วงเช้านี้จะแตกต่างจากการปวดข้ออื่นๆ เช่น อาการปวดข้อจากโรคข้อเสื่อม ซึ่งมักจะปวดเมื่อมีการใช้งาน อาการดีขึ้นเมื่อได้พักหรืออยู่นิ่ง

ทั้งนี้ อาการปวดข้อในโรคเอส แอล อี จะเกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง มักเป็นทั้งสองข้างแบบสมมาตรกัน คือเป็นทั้งด้านซ้ายและขวา หากมีอาการดังข้างต้นและสงสัยว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคเอส แอล อี สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ไม่เครียด เพราะความเครียดอาจจะทำให้โรคกำเริบเพิ่มได้ ไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม ซึ่งแพทย์จะตรวจเลือดเพื่อหาโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อทำลายตนเอง ที่เรียกว่าแอนติบอดี้ ซึ่งหากให้ผลบวก จะเป็นข้อมูลในการช่วยวินิจฉัยโรค เอส แอล อี และให้คำแนะนำในการดูแลตนเองที่ถูกต้อง เพราะโรคนี้เป็นโรคเรื้อรังและซับซ้อน ในหลายๆ ครั้งผู้ป่วยจึงอาจจะท้อแท้และหมดกำลังใจ ดังนั้น ครอบครัวมีความสำคัญอย่างมากที่จะสนับสนุนในเรื่องจิตใจ ให้ความเข้าใจถึงตัวโรคที่เกิดขึ้น และให้กำลังใจกับผู้ป่วย เพื่อจะได้ต่อสู้กับโรคต่อไป