ชวนนักท่องเที่ยว สัมผัสสามชุมชน OTOP นวัตวิถี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383688

ชวนนักท่องเที่ยว สัมผัสสามชุมชน OTOP นวัตวิถี

ชวนนักท่องเที่ยว สัมผัสสามชุมชน OTOP นวัตวิถี

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่ รวมทั้งได้ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นประจำหมู่บ้านและของดีขึ้นชื่อที่ต้องแวะซื้อแวะหาติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากของที่ระลึกอ.วังม่วง จ.สระบุรี โดย สราวุธ สุวรรณจูฑะ นายอำเภอวังม่วง แถลงข่าวเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ได้แก่  หมู่บ้านคลองกระทิง หมู่บ้านหนองไทร และหมู่บ้านท่าฤทธิ์  สามหมู่บ้านที่มีความชัดเจนในเรื่องของอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นชัดเจน

หมู่บ้านคลองกระทิง เป็นชุมชนดั้งเดิมที่มีเชื้อสายลาวแง้ว ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ตระกูลไทย-ลาวที่ถูกกวาดต้อนมาจากอาณาจักรลาว ช่วงสงครามระหว่างสยามกับลาว ต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วง พ.ศ.2369-71 (สมัยเจ้าอนุวงศ์ ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3) มีภาษาลาวแง้ว เป็นภาษาพื้นที่ถิ่นดั้งเดิม ที่นี่จึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในแบบลาวและไทยผสมผสานกลมกลืน มีอาหารพื้นที่ถิ่นที่อยากจะเชิญชวนมาลิ้มลอง อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือสมุนไพรน้ำพริกลวกหน่อไม้ฝรั่ง  แก่งไก่บ้านใส่หยวกกล้วยผัดเผ็ดไก่ นึ่งปลา ขนมข้าวโพด ขนมฟักทองเมล่อน มีวิถีชีวิตในการทอผ้า การจักสานเครื่องมือหาปลา ประเพณีที่น่าสนใจของหมู่บ้านที่สืบทอดกันมาก็คือประเพณีไหว้ศาลปู่ตาหลักบ้าน ช่วงขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 (พฤษภาคม) จึงน่าจะเป็นอีกชุมชนหนึ่งที่น่าเข้ามาท่องเที่ยวและเรียนรู้ ตามสโลแกนชุมชนท่องเที่ยวของบ้านคลองกระทิง คือ “หัตถกรรมพื้นถิ่น นาฏศิลป์พื้นบ้าน สืบสานตำนานคลองกระทิง”

หมู่บ้านหนองไทร ดั้งเดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าดงพญาไฟ ดงพญาเย็นชาวบ้านส่วนใหญ่ย้ายมาจากหลายชาติพันธุ์พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ สลับที่สูงเนินภูเขา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไร่เกษตรกรรม นอกจากจะมีความโดดเด่นทางด้านธรรมชาติแวดล้อมมีทิวทัศน์งดงามแล้ว ภูมิปัญญาที่โดดเด่นของชาวบ้านหนองไทร คือ การจักสานจากไม้ไผ่ทำเครื่องมือทำมาหากิน และที่นี่ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับบ่อน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ และความเชื่อของซับอีผ่อง ที่มีน้ำผุดไหลออกไม่หยุดชาวบ้านเชื่อว่าเป็นน้ำวิเศษ และยังมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับความศรัทธาหลวงพ่อน้ำทิพย์ และวังยาง ให้ได้มาเรียนรู้และสัมผัส ตามสโลแกน “Unseenดอกเข้าพรรษา รวมศรัทธาวังยางศักดิ์สิทธิ์ ปลาดุกเศรษฐกิจชุมชน”

หมู่บ้านท่าฤทธิ์  เป็นหมู่บ้านเก่าแก่เริ่มก่อตั้งเป็นหมู่บ้านตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่งที่สวยงาม เนื่องจากเป็นชุมชนชนบทติดริมเขื่อนป่าสักฯ อันสวยงาม ชุมชนอยู่กลางไร่สวนอันเขียวขจีสวยงาม สภาพพื้นที่เป็นเนินภูเขาบ้านเรือนชาวบ้านที่ยังคงเป็นบ้านเรือนโบราณ ชุมชนสะอาด ภูมิทัศน์ดี อาทิ ถนนวิวเขื่อนที่ทอดตัวยาวขนานไปกับเขื่อนป่าสักฯนักท่องเที่ยวสามารถมาเช็คอิน ถ่ายภาพ ชมพระอาทิตย์ยามเย็น หรือเลือกที่จะไปนมัสการพระพุทธรูปเก่าแก่ที่วัดท่าฤทธิ์ (หลวงพ่อศรี) หรือจะไปกราบนมัสการหลวงพ่อป่าใหญ่ชลสิทธิ์ ก็อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ความโดดเด่นของหมู่บ้านก็คือ การจักสานจากใบลานภูมิปัญญาการทำข้าวต้มลูกโยน เป็น
หนึ่งใน 8 เสน่ห์ ที่ท้าให้นักท่องเที่ยวให้มาสัมผัส ตามสโลแกนของชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่าฤทธิ์ ที่ว่า “นิวซีแลนด์แห่งสระบุรี วิถีชน ริมป่าสัก เอกลักษณ์ลานทอง”

เรียกว่ามาที่ตำบลเดียว ได้ความสุขครบทุกอารมณ์ ทั้ง “อิน” กับประเพณีและวัฒนธรรมเก่าแก่ “ฟิน” กับธรรมชาติที่สวยงาม และต้องไม่พลาด “เช็คอิน” กับวิวพ้อยท์สวยๆ ของแต่ละหมู่บ้าน  และ “ชิม” อาหารพื้นถิ่นแบบดั้งเดิม สุดท้ายก่อนกลับ “ช็อป” สินค้าคุณภาพดีฝีมือชาวบ้านติดไม้ติดมือเป็นของฝากและของที่ระลึก

‘จั๊กจั่น+ท็อป-จรณ+ออม-สุชาร์’ ปล่อย ‘ตุ๊กตาผี’ อาละวาดรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383715

‘จั๊กจั่น+ท็อป-จรณ+ออม-สุชาร์’ ปล่อย ‘ตุ๊กตาผี’ อาละวาดรับปีใหม่

‘จั๊กจั่น+ท็อป-จรณ+ออม-สุชาร์’ ปล่อย ‘ตุ๊กตาผี’ อาละวาดรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ละครดัง “ตุ๊กตาผี” เวอร์ชั่น 2019 เตรียมลงโปรแกรม ช่อง 3 ประเดิมความหลอนทุกวันจันทร์-อังคาร รับปีใหม่โดยผู้จัดไฟแรง สตางค์-ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์ แห่งค่าย กันตนาเอฟโวลูชั่น คว้าเอานักแสดงมากความสามารถ อย่าง “จั๊กจั่น-อคัมย์ศิริ” มารับบท นวลทิพย์ ซึ่งพลิกบทบาทเป็น ผีสาว ครั้งแรก พร้อมด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่าง ท็อป-จรณ, ออม- สุชาร์, บ้าน-ฆนัท, ซีน-ภัสธรากรณ์, ต๊ะ-วริษฐ์, ชาย-ชาตโยดม, น้ำหวาน-รักษ์ณภัค, เฟิร์ส- เอกพงศ์, เกรซ-ณัฐธยาน์ (เดอะ เฟส ไทยแลนด์), เทีย ลี่ (เดอะ เฟส ไทยแลนด์) ฯลฯ ถ่ายทอดความลึกลับ น่ากลัว แฝงแง่คิดจากบทประพันธ์ของ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก บทโทรทัศน์โดย ภาคย์รพี ที่เล่าถึงแม่-ลูกซึ่งมีความผูกพันกัน นวลทิพย์ เสียชีวิตอย่างกะทันหันแต่วิญญาณของเธอยังคงวนเวียนดูแลลูกสาวอยู่ใกล้ๆ โดยมีพลังจาก ตุ๊กตาหยก ซึ่งเป็นของเก่าแก่ประจำตระกูลที่เชื่อว่ามีพลังและให้โชคลาภ ถูกซ่อนอยู่ในตุ๊กตา และพลังของตุ๊กตาหยกทำให้ตุ๊กตาตัวอื่นรอบๆ เหมือนมีชีวิตขึ้นมา ความหลอน ความน่ากลัวจึงเกิดขึ้น ติดตามได้ในละคร “ตุ๊กตาผี” วางโปรแกรมลงจอตอนแรก จันทร์ที่ 7 มกราคมนี้ 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 และช่อง 33

พระ-นางของเรื่องเล่าถึงการทำงานว่า ท็อป-จรณ : “สำหรับผมเรื่องนี้จะออกแนวหลอนๆ หน่อยนะครับ คือถ้าคนกลัวละครผีอยู่แล้ว ผมว่าน่ากลัวเลยครับ แนวละครจะลึกลับนิดหนึ่งครับ แต่ในส่วนของบทผมในเรื่องรับบทเป็น อติรุจ ครับ ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทของนวลทิพย์ครับ จากนั้นก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำผมได้มาเจอเรื่องราวลึกลับและความน่ากลัวของคำว่าตุ๊กตาผี สนุกแน่นอนครับ” ออม-สุชาร์ : “เรื่องนี้ยากเลยค่ะสำหรับออม คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามมาก ยิ่งดูยิ่งลุ้นแต่กว่าจะออกมาได้แบบนี้คือ สุดๆ ค่ะ บทค่อนข้างยากมาก คือนักแสดงทุกคนก็จัดเต็มที่กันมากๆ ใส่พลังกัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ออมขอฝากด้วยนะคะ”

ด้าน จั๊กจั่น-อคัมย์ศิริ เผยว่า “ดีใจที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส และน้องสตางค์เห็นในความสามารถของจั่น ได้รับบทแล้วก็จะทำงานอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระก็อาจจะเห็นจั่นในหลายๆ รายการ หลายๆ ช่อง อยากฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้จั่นด้วยนะคะ ที่สำคัญฝากละครเรื่อง ตุ๊กตาผี ด้วยค่ะ”

‘เบลล่า-ราณี’ ปลุกกระแสผิวสวยสัมผัสได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383692

‘เบลล่า-ราณี’ ปลุกกระแสผิวสวยสัมผัสได้

‘เบลล่า-ราณี’ ปลุกกระแสผิวสวยสัมผัสได้

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะการอาบน้ำ เป็นจุดเริ่มต้นในการดูแลผิวสวยของสาวๆ ในทุกวันบีไนซ์ (BeNice) ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย หนึ่งในแบรนด์สินค้าในเครือบริษัทนีโอ คอร์ปอเรท จำกัด บริษัทชั้นนำด้านสินค้าอุปโภคสัญชาติไทย ชวนสาวๆเริ่มต้นดูแลผิวให้สวยเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ตั้งแต่ขั้นตอนการอาบน้ำ พร้อมเปิดตัวBrand Ambassador คนใหม่ “เบลล่า”ราณี แคมเปน นางเอกสาวสวยยอดนิยมขวัญใจคนไทย สะท้อนคาแร็กเตอร์สาวบีไนซ์ ที่เต็มไปด้วยความน่ารัก สดใส และรักการดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ในงาน “ปลุกกระแสผิวสวยสัมผัสได้กับเบลล่า” Shining Like Bella with Beautifuland Touchable Skin เผยเคล็ดลับเสน่ห์ผิวสวยสัมผัสได้ท่ามกลางบรรยากาศสุดสนุกโดย “ดีเจเชาเชา” ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม และ “ดีเจเผือก” พงศธร จงวิลาส ที่มาร่วมสร้างสีสันกับบีไนซ์ เกม โชว์ เรียกเสียงกรี๊ดจากเหล่าแฟนคลับที่มาให้กำลังใจนักแสดงสาวคนโปรดอย่างคับคั่ง ที่แฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อเร็ว ๆ นี้

ศิริสุภา อาจสัญจร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด กล่าวว่า ตัวแทนคาแร็กเตอร์ของสาวบีไนซ์ สำหรับในปี 2019 คือ เบลล่า-ราณี แคมเปน เธอเป็น Brand Ambassador ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำบีไนซ์ ใน 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ครีมอาบน้ำเพื่อผิวสวยกระจ่างใส (beauty) ตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการให้ผิวกระชับ หอมเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และครีมอาบน้ำเพื่อสุขภาพผิว (anti-bacteria) เหมาะสำหรับสาวแอ๊กทีฟ ช่วยปกป้องผิวสวย มั่นใจตลอดวัน

“เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ “เบลล่า”ราณี แคมเปน นางเอกสาวสวย คือความมีเสน่ห์ ที่เป็นตัวแทนของสาวรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความน่ารัก เซ็กซี่ สดใส กระฉับกระเฉง และดูแลตัวเองให้สวยดูดีอยู่เสมอ ซึ่งตรงกับคาแร็กเตอร์ของสาวบีไนซ์ที่มีความแอ๊กทีฟ และมั่นใจ โดยบีไนซ์จะมีการโปรโมทแบรนด์และผลิตภัณฑ์ผ่านแคมเปญ ภาพยนตร์โฆษณา และกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี โดยมีเบลล่าเป็นตัวแทนในการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมส่งมอบผิวสวยสัมผัสได้แบบ เบลล่าศิริสุภา กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน เบลล่า-ราณี แคมเปน Brand Ambassador คนล่าสุดของบีไนซ์ แบ่งปันเคล็ดลับการดูแลผิวให้กระชับ เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น สวยกระจ่างใสเป็นธรรมชาติว่า “เบลดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ที่สำคัญคือ การดูแลผิวพรรณ เพราะด้วยอาชีพดารานักแสดงทำให้ต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือการอาบน้ำที่ต้องทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นมากที่สุด อย่างวันไหนที่อยากได้ความสดชื่นจากกลิ่นดอกไม้ ก็จะใช้บีไนซ์ มีสทีคไวท์ช่วยให้ผิวกระชับเนียน นุ่ม ชุ่มชื้นกระจ่างใสและหอมกลิ่นดอกแมกโนเลีย แต่ถ้าวันไหนไปออกกำลังกาย จะเลือกบีไนซ์ แอนตี้-แบคเพื่อผิวสุขภาพดี ที่ให้ความรู้สึกแอ๊กทีฟไปในตัว

นอกจากนี้ ในแต่ละวันเบลทำงานค่อนข้างเยอะ จึงให้ความสำคัญในเรื่องการออกกำลังกาย ถ้ามีเวลาว่างระหว่างวัน หรือช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ถ้าได้ออกกำลังกายจะรู้สึกว่าได้รีเฟรชตัวเอง ช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เวลาทำงานก็รู้สึกมีพลัง แต่ก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วย บวกกับการคิดดี มีความสุข เพราะเมื่อเรามีความสุขจากข้างใน ก็จะโชว์ออกมาข้างนอกด้วยค่ะ”

ติดตามกิจกรรมสนุกๆ กับ เบลล่า-ราณี แคมเปน Brand Ambassador ใหม่คนล่าสุดของบีไนซ์ ได้ทาง http://www.facebook.com/BeNiceThailand

LIFE & HEALTH : ปลูกถ่ายไต..การรักษาไตเรื้อรังระยะสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383695

LIFE&HEALTH : ปลูกถ่ายไต..การรักษาไตเรื้อรังระยะสุดท้าย

LIFE&HEALTH : ปลูกถ่ายไต..การรักษาไตเรื้อรังระยะสุดท้าย

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคไตเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของคนไทย ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังประมาณ 8 ล้านคน ข้อมูลจาก พญ.กรทิพย์ ผลโภคนายแพทย์ชำนาญการ งานโรคไต กลุ่มงานอายุรศาสตร์ รพ.ราชวิถี เปิดเผยว่า สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย นอกจากการรักษาด้วยการฟอกเลือดและล้างไตทางช่องท้องแล้ว การรักษาโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ดีที่สุด คือ การปลูกถ่ายไต ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้คล้ายคนปกติมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดและอยู่ได้ยาวนานที่สุด โดยผู้ป่วยต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่ไตที่ได้ปลูกถ่ายยังทำงานอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดการปฏิเสธไตของผู้บริจาค การผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้ได้ประสิทธิผลดีต้องพิจารณาถึงความเข้ากันได้ของหมู่เลือดและเนื้อเยื่อของผู้บริจาคและผู้รับไต เพื่อให้ไตใหม่ที่ปลูกถ่ายทำงานทดแทนไตเดิมให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน

ผู้ป่วยที่จะได้รับการปลูกถ่ายไตต้องเป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้องอยู่แล้ว จำเป็นต้องดูแลสุขภาพและตัวโรคให้ดี ไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์พร้อมสำหรับการปลูกถ่ายไต นอกจากการตรวจติดตามปกติแล้ว ต้องมีการเตรียมตัวเพิ่มเติม ดังนี้

1.การตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และค้นหาความผิดปกติที่อาจเป็นปัญหาต่อการผ่าตัดและภาวะหลังปลูกถ่ายไต ได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคติดเชื้อ และมีตรวจติดตามเป็นระยะระหว่างรอรับไตเพื่อประเมินและให้ผู้ป่วยเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต

2.การเตรียมผู้บริจาค กรณีรับไตจากผู้บริจาคที่มีชีวิต ต้องมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดและปัสสาวะ โดยเฉพาะการทำงานของไต เพื่อประเมินว่าสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะเป็นผู้บริจาคไตได้

3.ช่วงก่อนทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไตผู้ป่วยต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง รวมถึงปรับการฟอกเลือดให้เหมาะสมก่อนเข้าผ่าตัด แต่ในกรณีที่ได้รับอวัยวะบริจาคจากผู้บริจาคสมองตาย ถือเป็นกรณีเร่งด่วน ผู้ป่วยต้องงดน้ำงดอาหารทันทีที่ได้รับแจ้งอวัยวะ และเข้ารับการประเมินความพร้อมอีกครั้งก่อนผ่าตัด

ซึ่งหลังจากได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตแล้ว ผู้ป่วยจะต้องพักฟื้นในหอผู้ป่วยวิกฤติอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะพักฟื้นในหอผู้ป่วยอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อสังเกตการทำงานของไตใหม่ที่ปลูกถ่าย และเมื่ออาการคงที่แพทย์ก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้

หลังปลูกถ่ายไตผู้ป่วยต้องดูแลร่างกาย คือ

1.จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่ไตที่ได้ปลูกถ่ายยังทำงานอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการปฏิเสธไตที่ปลูกถ่าย

2.อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีโอกาสติดเชื้อน้อย โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกที่ได้รับยากดภูมิขนาดสูง ซึ่งจะทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อแทรกซ้อนง่าย และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนแออัดพลุกพล่าน

3.ต้องดูแลสุขอนามัยของอาหารที่รับประทาน และระมัดระวังอาหารบางชนิด เนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำ มีความเสี่ยงที่ติดเชื้อจากอาหารที่ไม่สะอาด และยากดภูมิคุ้มกันบางชนิดอาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง

4.ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดอาหารเค็มหลีกเลี่ยงการใช้ยาต่างๆ นอกเหนือจากคำสั่งของแพทย์ และตรวจสุขภาพตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ

5.หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจเกิดอันตรายต่อไตที่ปลูกถ่าย เช่น การเตะฟุตบอล หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในการกระแทกช่วงท้อง โดยผู้ป่วยปลูกถ่ายไตสามารถเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้เมื่ออาการคงที่แล้วและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ไตบริจาคเพื่อการปลูกถ่ายมี 2 ทางเลือก คือ ไตบริจาคจากผู้มีชีวิต และไตบริจาคจากผู้ป่วยสมองตายข้อมูลจาก นพ.ไพโรจน์ เครือกาญจนา รองผู้อำนวยการด้านวิชาการ รพ.ราชวิถี เปิดเผยว่าสถานการณ์การบริจาคอวัยวะในประเทศไทยในปัจจุบันมีผู้ป่วยสมองตายบริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุด ปีพ.ศ. 2560 ผู้ป่วยสมองตายบริจาคอวัยวะคิดเป็น 4.4 ต่อล้านประชากร ทำให้ผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่เพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่ยังห่างไกลจากจำนวนผู้ที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะซึ่งมีมากกว่า6,000 คน และยังมีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างรออวัยวะกว่า 200 รายต่อปี การปลูกถ่ายอวัยวะอาจเป็นทางรอดเดียวในผู้ป่วยโรคหัวใจ ตับ ปอด และไตวายระยะสุดท้าย หรือแก้ไขความพิการ เช่น กระจกตา จากข้อมูลวิจัยสนับสนุนชัดเจนว่า การปลูกถ่ายอวัยวะเพิ่มโอกาสและอัตราในการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเปรียบเสมือนได้ชีวิตใหม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ กลับมาสร้างประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติได้

ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางการปลูกถ่ายอวัยวะ ที่จะเกิดขึ้นในอาคารศูนย์การแพทย์ รพ.ราชวิถีประกอบด้วย ทีมสหวิชาชีพที่จะให้การดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะอย่างครบวงจรตามมาตรฐานสากล นอกจากอุปกรณ์ต่างๆ ในการรักษาแล้ว ยังขาดแคลนงบประมาณที่จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสให้ได้มีโอกาสในการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ เนื่องจากในการปลูกถ่ายอวัยวะเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ผู้ป่วยหลายรายมีข้อจำกัดในเรื่องสิทธิ์การรักษา เช่น สิทธิ์การรักษาไม่ครอบคลุมการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากสิทธิ์ที่มีอยู่ ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะฯ ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการจัดหาเครื่องมือแพทย์ให้พร้อมบริการผู้ป่วย ดังนั้นจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมในแคมเปญ “รพ.ราชวิถี ต่อชีวิตเติมบุญ คูณ 2” โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของ รพ.ราชวิถี”หมายเลขบัญชี 051-276128-1ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา รพ.ราชวิถี (ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) หรือสอบถามโทร.02-3548108-37 ต่อ 3032

โดย ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

กระเช้าความงามออร์แกนิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383679

กระเช้าความงามออร์แกนิก

กระเช้าความงามออร์แกนิก

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้วทางร้าน All About You ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกจากทั่วทุกมุมโลก ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขด้วยการจัดเซตของขวัญผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิกเพื่อส่งมอบความงามแบบธรรมชาติเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่นี้ โดยมีกระเช้าของขวัญทั้งหมด 13 แบบ ให้เลือกสรรตามความต้องการ ครบทั้งผลิตภัณฑ์ผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม วางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2562ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 40% สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook All About You Organics และ website http://allaboutyou.co.th

ส่องเทรนด์ออกกำลังกาย กับ ‘โยคะไวน์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383657

ส่องเทรนด์ออกกำลังกาย กับ ‘โยคะไวน์’

ส่องเทรนด์ออกกำลังกาย กับ ‘โยคะไวน์’

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อให้เหล่าโยคะเลิฟเวอร์ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร การเล่น “โยคะไวน์” ที่ถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ใหม่มาแรงสำหรับสาวๆ สายเฮลท์ตี้ในยุคนี้ ซึ่งนอกจากจะได้ยืดเส้นยืดสายแบบเต็มที่แล้วยังได้จิบไวน์ชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของแสงยามเย็นบนดาดฟ้าที่มีวิวสุดประทับใจของโรงแรมใจกลางกรุงเทพมหานครอีกด้วย งานนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ Silent Wine Yoga โดยความร่วมมือระหว่าง Brancott Estate แบรนด์ไวน์ชื่อดังระดับโลกและ Brew Yoga Thailand คลาสออกกำลังกายสุดฮิต ที่จัดอย่างสนุกสนานพร้อมมีเซเลบริตี้มาร่วมเล่นโยคะและจิบไวน์อย่างคับคั่ง อาทิ เขริกาโชติวิจิตร, ชาญ่า ณ นคร, มิตราภักดิ์ ปัจฉิมสวัสดิ์, รุ้งระวี คัทธมารศรี, พิมพ์รัชฎาบุญสกุลเจริญ, ณิชชา บุณยากร และ ทัดชนก จุลานนท์ ที่ Vanilla Sky Rooftop Bar โรงแรม Compass Skyview เมื่อวันก่อน

“โยคะไวน์” อาจเป็นการออกกำลังกายแนวใหม่ที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูนักสำหรับคนไทย การจัดงาน Silent Wine Yoga ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการออกกำลังกายที่ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างมากจนเสื่อโยคะถูกจับจองเต็มทุกผืน เริ่มแรกทุกคนจะได้รับหูฟังเพื่อฟังเพลงขณะเล่นพร้อมกับเสียงบรรยายจากผู้สอนที่ชัดเจนทำให้โยคะเลิฟเวอร์มีสมาธิจดจ่อกับการขยับร่างกายทุกท่วงท่า นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์ของงานให้เพิ่มความท้าทายในการรักษาบาลานซ์ของร่างกายด้วยการโฟกัสที่แก้วไวน์ในมือให้ไม่ร่วงหล่นจนอดชิมไวน์รสเลิศ ซึ่งท่าทางต่างๆ ถูกครีเอทขึ้นมาโดยมีแก้วไวน์เป็นส่วนประกอบที่ให้ท่าสวยงามรวมถึงได้ขยับร่างกายไปทุกสัดส่วน และการจิบไวน์ในขณะออกกำลังกายยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดรวมถึงเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้น

การผสมผสานระหว่างความคลาสสิกของโยคะและไวน์ขาวคุณภาพเยี่ยมจึงเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ที่ให้ความตื่นเต้นและสนุกสนาน รวมถึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพที่ต้องการประสบการณ์เล่นโยคะสุดชิคได้เป็นอย่างดี โดยไวน์ที่นำมาใช้ประกอบการเล่นโยคะยังมีความสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์รักสุขภาพของงานด้วย Brancott Estate Flight ไวน์ขาวชั้นเลิศแคลอรีต่ำเพียง 90 แคลอรี/142 ml serve ที่ให้รสชาติเบาๆ ดื่มง่าย เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพที่สามารถเอ็นจอยไปกับรสชาติอันกลมกล่อมพร้อมให้คุณได้เฉลิมฉลองช่วงเวลาสุดพิเศษกับคนที่คุณรักในทุกโอกาส

‘วันคืนสู่เหย้า ชาวเหลืองแดง’ เนื่องใน ‘วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม 2561’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383700

‘วันคืนสู่เหย้า ชาวเหลืองแดง’ เนื่องใน ‘วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม 2561’

‘วันคืนสู่เหย้า ชาวเหลืองแดง’ เนื่องใน ‘วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม 2561’

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 84 ปี สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชิญชวนชาวลูกแม่โดมร่วมสมทบทุนโครงการระดมทุนจัดสร้าง “สวนป๋วย” PUEY PARK for PEOPLEโครงการที่ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ให้เป็นศูนย์ธรรมศาสตร์เพื่อประชาชน โดยระดมทุนผ่านรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์ MCOT HD หมายเลข 30โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วย สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานฝ่ายหารายได้รายการพิเศษ, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานจัดงาน “วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวา 61” และคณะกรรมการร่วมต้อนรับผู้สนับสนุนและผู้มีจิตศรัทธาที่เข้ามาร่วมบริจาคอย่างคับคั่ง เมื่อวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ สถานีโทรทัศน์ MCOT ซึ่งงานนี้ยังมีศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ดีเด่น อาทิ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธรรมศาสตร์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม, พีรพลถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ คณะกรรมการ, น้องๆ ผู้นำเชียร์, ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์, ดรัมเมเยอร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาร่วมด้วยช่วยกันรับโทรศัพท์จากผู้มีจิตศรัทธา โดยภายในค่ำคืนนั้นได้ยอดเงินบริจาคไปทั้งหมด เกือบ 84 ล้านบาทเลยทีเดียว

จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2561 พี่น้องชาวเหลือง-แดงได้มาร่วมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมฉลองรำลึกความหลังในงานคืนสู่เหย้า “วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวา 61”ณ บริเวณสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) พร้อมจุดเทียนถวายพระพรต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ รัชกาลที่ 10 และร่วมร้องเพลงสถาบัน เพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง เพลงประจำมหาวิทยาลัย และเพลงมาร์ช ม.ธ.ก. ดังกึกก้องทั่วบริเวณสนามฟุตบอล นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากเชียร์ลีดเดอร์, ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการแสดงชุดพิเศษ “มหกรรมศิลปินดาราลูกแม่โดม” นำโดย กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน, เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ, จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม และการแสดงอื่นๆ อีกมากมายมาร่วมสร้างความบันเทิงภายในงานปิดฉากวันชื่นคืนสุขของชาวธรรมศาสตร์ไปอย่างน่าประทับใจเป็นประจำทุกปี

สำหรับโครงการระดมทุนจัดสร้าง “สวนป๋วย” PUEY PARK for PEOPLE ยังสามารถร่วมบริจาคได้ด้วยตนเองที่กองคลัง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และศูนย์รังสิต รวมถึงโอนเงินเข้าบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ธนาคารกรุงเทพ บัญชีสะสมทรัพย์ สาขาท่าเตียน เลขที่ 136-033952-5 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริจาคได้ที่ โทร.02-6798322, 095-9953916

สวารอฟสกี้ ฮอลลิเดย์ คอลเลคชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383712

สวารอฟสกี้ ฮอลลิเดย์ คอลเลคชั่น

สวารอฟสกี้ ฮอลลิเดย์ คอลเลคชั่น

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สวารอฟสกี้ เปิดตัวคอลเลคชั่นแห่งการเฉลิมฉลอง ฮอลลิเดย์ 2018 แบ่งปันความสุข ความรัก และประกายอันเจิดจรัส ในฤดูกาลแห่งความสุขที่กำลังมาถึง

คอลเลคชั่นสำหรับฮอลลิเดย์นี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากสวนสวยแห่งเวทมนตร์ในเทพนิยาย ที่ถูกแช่แข็งให้หยุดนิ่งในห้วงเวลา ส่องประกายระยิบระยับตามแบบฉบับคริสตัลสวารอฟสกี้ ที่ประกอบด้วยเครื่องประดับที่งดงามสะดุดตา แอคเซสซอรี่ต่างๆ และของขวัญอันน่าหลงใหลที่จะทําให้ผู้หญิงทั่วโลกเปล่งประกายและมีความสุขกว่าเดิม

นาตาลี โคลิน (Natalie Colin)ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของสวารอฟสกี้ได้พูดถึงคอลเลคชั่นใหม่นี้ว่า “ในปีนี้เราจะใช้เวลาทุกวินาทีในการดื่มดํ่าและแบ่งปันช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ อันแสนพิเศษที่จะแต่งแต้มประกายให้กับฤดูกาลแห่งความสุข คำว่า Brilliance for all คือหัวใจสําคัญของบริษัท และเป็นความเชื่อที่ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งยังเป็นสิ่งสำคัญสําหรับแบรนด์ของเรา ซึ่งปัจจุบันยังคงความเป็นธุรกิจครอบครัวเอาไว้ โดยคอลเลคชั่นประจําเทศกาลวันหยุดของเราจะเข้ามาเสริมในเรื่องของความทันสมัยให้แก่วิสัยทัศน์ของ Daniel Swarovski ผู้ก่อตั้งสวารอฟสกี้ และถ่ายทอดเจตนารมณ์ ผ่านทางของขวัญชิ้นงามที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้หญิงทุกคนรู้สึกพิเศษดูเจิดจรัสและสวยงามยิ่งกว่าครั้งไหนๆ คอลเลคชั่นสำหรับฮอลลิเดย์นี้ จะพาเราเข้าสู่โลกมหัศจรรย์ของคริสตัล ที่เปิดโอกาสให้เราได้แบ่งปันความสุขและประกายเจิดจรัสให้แก่ทุกคน รวมทั้งสะท้อนเจตนารมณ์ของแบรนด์ในการมอบพลังให้แก่ผู้หญิงทั่วโลกด้วย”

‘แบงค็อก อิลลูมิเนชั่น แอท ไอคอนสยาม’ อลังการขบวนต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383677

‘แบงค็อก อิลลูมิเนชั่น แอท ไอคอนสยาม’ อลังการขบวนต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทย

‘แบงค็อก อิลลูมิเนชั่น แอท ไอคอนสยาม’ อลังการขบวนต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทย

วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใกล้เทศกาลแห่งความสุขเข้ามาทุกที “ไอคอนสยาม” จัดพิธีเปิดงาน “Bangkok Illumination at ICONSIAM” (แบงค็อก อิลลูมิเนชั่น แอท ไอคอนสยาม) อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงชุด “สายน้ำ สร้างวิถีชีวิต หลอมรวมศิลปวิทยาการ” เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการจัดงานด้านศิลปะของไทยให้ปรากฏแก่สายตาของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก ทวีศักดิ์เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน ซึ่งงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันนี้-วันที่ 31 มกราคม 2562 ณ บริเวณริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร

ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ร่วมกับ บริษัท ดิ ไอคอนสยาม เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมด้วย บริษัท ดิ ไอคอนสยามซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ร่วมกันจัดงาน “Bangkok Illumination at ICONSIAM” (แบงค็อก อิลลูมิเนชั่น แอท ไอคอนสยาม) ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการจัดแสดงงานด้านศิลปะร่วมสมัยที่ผสมผสานงานออกแบบลวดลายศิลปะไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติเข้าด้วยกัน รวมทั้งเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันโดดเด่นของประเทศไทยในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างแพร่หลายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นอกจากนั้นยังเป็นการตอกย้ำสถานภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทาง ที่เป็น“สุดยอดของโลก” แห่งหนึ่ง ด้วยการนำเสนอปรากฏการณ์ที่เป็น “ครั้งแรกในโลก”และ “ครั้งแรกในประเทศไทย” มาไว้ด้วยกัน

พบกับขบวนต้นคริสต์มาสที่ยาวที่สุด ความยาวกว่า 400 เมตร ตกแต่งประดับไฟสุดตระการตา โดดเด่นด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ผ่านแรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เป็นอัตลักษณ์ของไทย ด้วยการนำ “ดอกบัว” สัญลักษณ์แห่งชีวิต มาตีความแทนการสักการะขอพรจากแม่น้ำ เพื่อการเริ่มต้นของความสุข อีกทั้งนำ “บายศรีสู่ขวัญ” แทนการส่งมอบของขวัญแก่ทุกชีวิตเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับกิจกรรมการฉายภาพผนวกระบบแสงไฮเทคอันสดใสสุดอัศจรรย์ หรือ Floor Mapping ชื่อชุด “Magic Carpet Bangkok” by Miguel Chevalier & SoftwareCyrille Henry & Antoine Villeret ถือเป็นผลงานศิลปะขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ Miguel Chevalier (มิเกล เชอวาลิเยร์) ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกศิลปะดิจิทัลและศิลปะเสมือนจริงเคยสร้างสรรค์มา พรมวิเศษสุดมหัศจรรย์ผืนนี้เกิดจากแสงหลากสีที่จะโลดแล่นไปบนพื้นขนาดใหญ่ซึ่งผสมผสานเรื่องราวการออกแบบลวดลายศิลปะไทยและเอกลักษณ์ของชาติเข้าด้วยกัน ในรูปแบบอินเตอร์แอ๊กทีฟที่เชิญชวนให้ผู้ชมก้าวข้ามขอบเขตของความเป็นจริงเข้าสู่โลกเสมือนจริง

ร่วมชม Interactive Multimedia Mapping หรือ Floor Mapping ได้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 27 ธันวาคม 2561 และวันที่ 5-31 มกราคม 2562 นอกจากนั้น ทุกเสาร์อาทิตย์ตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ ท่านจะได้รับชมการแสดงสุดพิเศษที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมามอบสีสันแห่งความสุข โดยแบ่งเป็น 2 รอบ คือ เวลา 18.00 น. และ 20.00 น. ตลอดเดือนธันวาคม พบกับการแสดงร่วมสมัย ในชุด “สายน้ำ หลอมรวม”ยิ่งไปกว่านั้นในวันที่ 25 ธันวาคม พบไฮไลท์พิเศษต้อนรับวันคริสต์มาส ร่วมตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าซานต้าและซานตี้ที่พร้อมใจกันมาส่งมอบความสุข และดื่มด่ำไปกับเพลงฮิตประจำเทศกาลที่ขับกล่อมโดยคณะนักร้องประสานเสียง และตลอดเดือนมกราคม เพลิดเพลินไปกับขบวนกลองสีสันสดใสตีประสานจังหวะเร้าใจ ในคอนเซ็ปต์ “The colorful rhythm” และในวันที่ 12มกราคม คุณหนูๆ ต้องห้ามพลาดขบวนแห่งความสุขที่จะรอมอบของขวัญเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวันเด็ก

ผู้สนใจสามารถร่วมชื่นชมและสำรวจความมหัศจรรย์ของสีสันตระการตา ในบรรยากาศแห่งความสุขและความรื่นเริง พร้อมสัมผัสกับความงดงามของบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ณ บริเวณริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร ระหว่างนี้-วันที่ 31มกราคม 2562

ต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทยผ่านแรงบันดาลใจจากดอกบัว และบายศรีสู่ขวัญ

ต้นคริสต์มาสเอกลักษณ์ไทยผ่านแรงบันดาลใจจากดอกบัว และบายศรีสู่ขวัญ

แมจิก คาร์เปท แบงค็อก ลวดลายไทย สร้างสรรค์โดย มิเกล เชอวาลิเยร์

แมจิก คาร์เปท แบงค็อก ลวดลายไทย สร้างสรรค์โดย มิเกล เชอวาลิเยร์

สามพรานโมเดล &เกษตรกรอินทรีย์แฮปปี้ คนไทยตื่นตัวบริโภคสินค้าออร์แกนิกเกินคาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383474

สามพรานโมเดล &เกษตรกรอินทรีย์แฮปปี้ คนไทยตื่นตัวบริโภคสินค้าออร์แกนิกเกินคาด

สามพรานโมเดล &เกษตรกรอินทรีย์แฮปปี้ คนไทยตื่นตัวบริโภคสินค้าออร์แกนิกเกินคาด

วันอังคาร ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กระแสตอบรับออร์แกนิกดีเกินคาด คนไทยตื่นตัวเรื่องสุขภาพ แห่ร่วมงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 5 ทะลุเป้า 3 วัน 2 หมื่นคน โดยในปีนี้ สามพรานโมเดล ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และกลุ่มภาคีเครือข่าย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เท่นอกกรอบ…ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล” ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ซึ่งได้รับเกียรติจากหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ในฐานะประธานจัดงานสังคมสุขใจ เปิดเผยว่า งานสังคมสุขใจปีนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ทุกหน่วยงานทั้ง ภาครัฐ เอกชน เครือข่ายร่วมขับเคลื่อน Organic Tourism ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ทั้งจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ จากทั่วประเทศ รวมถึงชาวตลาดสุขใจ และเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล ที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานอย่างคึกคัก ระดมสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งแบบสด แปรรูป และปรุงสดพร้อมรับประทาน มาให้เลือกช็อป เลือกชิมมากมาย รวมถึงจัดเวทีถ่ายทอดความรู้หัวข้อต่างๆ สลับสับเปลี่ยนกิจกรรมเวิร์กช็อป และกิจกรรมสนุกๆ ที่ชวนให้เด็กๆ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ และได้สัมผัสวิถีอินทรีย์มากขึ้น ซึ่งทุกกิจกรรมได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

แม้วันที่สองของการจัดงานบรรยากาศไม่เอื้อฝนตก น้ำนองเต็มพื้น แต่ทุกคนสู้ไม่ถอย ทั้งเจ้าหน้าที่ พ่อค้า แม่ค้าช่วยกัน นำฟางข้าวมาปูพื้นให้ลูกค้าได้เดินช็อปอย่างสะดวก ฝั่งลูกค้ากางร่ม สวมเสื้อกันฝน รองเท้าบู๊ต พร้อมตะลุย ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศการเที่ยวงานที่สุขใจจริงๆ นับรวมแล้วตลอด 3 วัน มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน 2 หมื่นคน และมีผู้ให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกนักขับเคลื่อน กับสามพรานโมเดล อะคาเดมี มากกว่า 1,000 คน ซึ่งเกินเป้าที่ตั้งไว้เช่นกัน

จากตัวเลขของผู้เข้าร่วมงานปีนี้ ชี้ให้เห็นว่า คนไทยมีความตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้น ซึ่งนอกจากให้ความสนใจเรื่องอาหารการกิน ยังให้ความสนใจเรื่องการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ สัมผัสได้จากจำนวนผู้สมัครสมาชิกสามพรานโมเดล อะคาเดมี ที่มากเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการองค์ความรู้ไปปรับใช้และพัฒนาต่อยอดในมิติต่างๆ เช่น การบริหารจัดการแปลงอินทรีย์ การเชื่อมโยงตลาด การเชื่อมโยงผู้บริโภค การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการแปรรูป การเข้าสู่ระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS และมาตรฐานอินทรีย์สากล ตลอดจนการจัดการฟาร์ม และการท่องเที่ยวรวมถึงการสร้างผู้นำร่วมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

“ขอบคุณทุกพลังความร่วมมือ ขอบคุณ ททท. สสส. กรมการค้าภายใน กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้ง มหาวิทยาลัย โรงเรียน ชาวตลาดสุขใจ รวมถึงเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์จากทั่วประเทศ ที่ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ จนเกิดผลสำเร็จอย่างดียิ่ง ทุกกิจกรรมได้รับความสนใจเป็นอย่าง ผมดีใจที่งานดังกล่าว ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน การจัดงานในแต่ละปี ทำให้เราได้เรียนรู้มากมาย ซึ่งจะได้นำไปปรับเพื่อพัฒนางานของมูลนิธิสังคมสุขใจ และสวนสามพราน ให้ดีและก้าวหน้าขึ้นไปอีก” นายอรุษ กล่าว

ด้าน เสาวนีย์ ชาญช่าง หนึ่งในผู้บริโภคที่เข้าร่วมงานสังคมสุขใจครั้งนี้ เชื่อว่าการบริโภคอาหารที่ปลอดสารเคมีจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่วันนี้สิ่งที่ได้มากกว่านั้น คือความรู้เรื่องการผลิตอาหารอินทรีย์อย่างยั่งยืน และได้แรงบันดาลใจในการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น เธอบอกว่า มางานนี้ได้ความรู้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องการปลูกผักอินทรีย์เพราะที่บ้านปลูกอยู่แล้ว ได้มีโอกาสคุยกับเกษตรกรหลายรายทำให้รู้วิธีการปลูก การใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น ซึ่งเป็นความรู้ที่ดีมากเราสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้านได้เลย ปลูกผักกินเองปลอดภัย เพราะพืชผักตามท้องตลาดน่ากลัวมากปลูกแบบใช้สารเคมีซึ่งอันตรายต่อร่างกาย พอเรามาเห็นตรงนี้ได้คุยกับเกษตรกร ได้ฟังเรื่องราวความรู้บนเวที ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจ อยากทำแบบนี้บ้าง และอยากกลับไปทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง

ด้าน นายบัณฑิต เกิดมณี เจ้าของสวนมะเฟืองลุงประกฤติ ในฐานะผู้แทนเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล บอกว่า งานสังคมสุขใจปีนี้ สุขใจสมชื่องานจริงๆ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกรแฮปปี้กันทั่วหน้า สินค้าขายดิบขายดี บางอย่างไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค และที่สำคัญกว่านั้นงานนี้มีคุณค่ามากกว่าการซื้อขาย เป็นงานที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ มาเติมแรงบันดาลใจ ตัวเองได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยกับเครือข่ายต่างๆ รวมถึงลูกค้าหลายๆ คน ซึ่งบางคนเข้ามาสอบถามเรื่องมาตรฐาน มาขอความรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะไม่มั่นใจว่าอินทรีย์จริงหรือเปล่า ไม่กล้าซื้อ แต่พอได้พูดคุยกลับเชื่อมั่น ทำให้รู้ว่าคนเหล่านี้ ไม่ได้แค่มาเพื่อซื้อของ แต่เขาต้องการความรู้เพื่อนำกลับไปปลูกผักกินเองที่บ้าน นี่แหละงานสังคมสุขใจที่มีความหมายมากกว่าการซื้อขายผลผลิตอินทรีย์

สำหรับผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล สามารถ สมัครเป็นสมาชิกนักขับเคลื่อนกับสามพรานโมเดล อะคาเดมี พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมาย สอบถามรายละเอียดหลักสูตรต่างๆ ได้ที่ มูลนิธิสังคมสุขใจ จ.นครปฐม โทร.034-225203 อี-เมล์ : academy@sampranmodel.com