นิทรรศการ‘LADY DIOR AS SEEN BY’ ฉลองเปิดบูติคดิออร์สุดหรูแห่งใหม่ไอคอนสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383263

นิทรรศการ‘LADY DIOR AS SEEN BY’ ฉลองเปิดบูติคดิออร์สุดหรูแห่งใหม่ไอคอนสยาม

นิทรรศการ‘LADY DIOR AS SEEN BY’ ฉลองเปิดบูติคดิออร์สุดหรูแห่งใหม่ไอคอนสยาม

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ฉลองเปิดบูติคดิออร์สุดหรูแห่งใหม่ ที่ไอคอนสยาม เชิญชมนิทรรศการ “LADY DIOR AS SEEN BY” จัดแสดงผลงานกระเป๋า เลดี้ ดิออร์ แฟชั่นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินทั่วโลก พร้อมผลงานศิลปะทั้งภาพถ่ายและงานประติมากรรมที่สร้างสรรค์โดยศิลปินผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ

มอบประสบการณ์ในการช็อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สะท้อนให้เห็นถึงความสง่างาม และความร่วมสมัยอันไร้ซึ่งกาลเวลาของโลกดิออร์ ณ บูติคแห่งใหม่ของดิออร์ ลักซ์ชัวรี่ แบรนด์ระดับโลก บนชั้น M โซน ICONLUXE ภายในไอคอนสยาม อันงดงามด้วยแรงบันดาลใจจากแฟล็กชิปแห่งแรกของดิออร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่Avenue Montaigne กรุงปารีส ที่โดดเด่นด้วยการวางผังที่เปิดโล่ง และเรียบหรู

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการฉลองการเปิดดิออร์บูติค ไอคอนสยามแห่งใหม่นี้ ดิออร์ยังได้จัดแสดงนิทรรศการ “LADY DIOR AS SEEN BY” แสดงผลงานกระเป๋าเลดี้ ดิออร์ (LADY DIOR) แฟชั่นเฮาส์ดิออร์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1995 โดยเหล่าศิลปินผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เช่น โอลิมเปีย สแกร์รีย์ (OLYMPIA SCARRY) โคเฮอิ นะวะ (KOHOEI NAWA) รัน ฮวัง (REN HWANG) โซฟี เซนอน (SOPHIE ZENON) และประติมากรไทยผู้มีชื่อเสียงคือ รัตนา สาลี และช่างภาพ กรกฤช เจียรพินิจนันท์ ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ขึ้นมาเป็นครั้งแรก เพื่อสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์อันมีสไตล์ของดิออร์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปินที่มีชื่อเสียงทั่วโลก โดยนิทรรศการ“LADY DIOR AS SEEN BY” จะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2562 ที่ชั้น 1 โซน ICONLUXE ไอคอนสยาม

ภายในงานเปิดบูติคแห่งใหม่คับคั่งไปด้วยแฟนแบรนด์ตัวจริง ที่มาร่วมชื่นชมคอลเลคชั่นล่าสุด “Cruise 2019” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของนักขี่ม้าที่ให้ความสำคัญต่อความเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็น
กระโปรงบานยาว งานปักอันวิจิตร สีสันอันสดใส หมวก และดอกไม้ตกแต่งขนาดใหญ่ ซึ่ง มาเรีย กราเซีย คิอูริ (Maria Grazia Chiuri) อาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์ของคอลเลคชั่นเสื้อผ้าสุภาพสตรีของดิออร์ ได้นำองค์ประกอบดังกล่าวมา
ตีความ โดยผสมผสานประเพณีดั้งเดิม และความเป็นอิสรภาพเข้าด้วยกันด้วยวิธีการอันร่วมสมัย

ด้าน กรกฤช เจียรพินิจนันท์ ช่างภาพหนุ่มที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในนิทรรศการ “LADY DIOR AS SEEN BY” เผยว่า “แฟชั่นกับศิลปะดำเนินไปเป็นคู่ขนาน ทั้งในแง่ของวัตถุพยานทางประวัติศาสตร์ และในฐานะของการเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรม ผมประทับใจในแง่มุมต่างๆ ของดิออร์ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของประวัติศาสตร์ และในแง่ของการนำมาพัฒนาเป็นชิ้นงานในแง่ของความทรงจำ และการเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงความประทับใจเหล่านั้นนำมาพัฒนาเป็นงานศิลปะอย่างที่เห็นในวันนี้”

ปาวา นาคาศัย เซเลบริตี้สาวแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ เล่าถึงอาร์ตพีซชิ้นที่ชอบในนิทรรศการครั้งนี้ว่า “ชอบผลงานของโอลิมเปีย สแกร์รีย์ (OLYMPIA SCARRY) ตั้งแต่เห็นกระเป๋าในรูปบัตรเชิญแล้ว ยิ่งมาเห็นของจริงซึ่งสวยมาก และมีความหมายที่ดีด้วย ซึ่งดิออร์เป็นแบรนด์แฟชั่นที่ขึ้นชื่อเรื่องอาร์ตอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นกระเป๋า แต่วัสดุต่างๆ และเรื่องราวในการสร้างสรรค์กระเป๋าแต่ละใบก็ไม่เหมือนกัน สำหรับเสน่ห์ของกระเป๋าดิออร์ที่ทำให้เป็นแฟนแบรนด์จนถึงวันนี้ คือ ดีไซน์ที่มีความคลาสสิก และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความประณีต และพิถีพิถันในการรังสรรค์กระเป๋าขึ้นมาแต่ละใบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานอาร์ต และเป็นแฟนตัวจริงของดิออร์ ไม่ควรพลาดมาชมนิทรรศการครั้งนี้”

ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ สาวสังคมสุดมั่นบอกเสน่ห์ของดิออร์ที่ทำให้เป็นแฟนแบรนด์มาจนถึงทุกวันนี้ว่า คือ ความเป็นผู้หญิงที่มีความคลาสซี่ในตัว “จำได้ว่าตอนเด็กๆ อายุ 15-16 ปี สมัยเรียนไฮสคูล พยายามเก็บเงินซื้อเพื่อซื้อต่างหูของดิออร์ จากนั้นพอแต่งงานย้ายบ้านไปอยู่กับสามี น้องสาวก็ไปค้นเจอต่างหูของดิออร์ ที่ใส่ติดหูเป็นประจำในสมัยนั้น ซึ่งปัจจุบันกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เรียกว่าเป็นดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ไม่มีคำว่าล้าสมัย สำหรับนิยามผู้หญิงดิออร์ในแบบของปอ คือ ความอิสระ และความเฟมินีนที่เป็นตัวของตัวเอง”

วฤธ หงสนันทน์ หนุ่มหล่อที่พิถีพิถันในการแต่งตัวบอกถึงไอเท็มที่ขาดไม่ได้ของตัวเองว่า “ปัจจุบันแบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรี่ในยุคนี้ เน้นเจาะกลุ่มวัยรุ่นค่อนข้างมาก สำหรับผมมองว่าเสน่ห์ของดิออร์ เมนส์ คือความเรียบง่ายของเสื้อผ้าที่มีคลาส และเสริมบุคลิกให้ผู้สวมใส่ดูดีมากยิ่งขึ้น ผมชอบสูทของดิออร์มาก ทั้งคัตติ้งดี มีความประณีต ช่วยทำให้บุคลิกดีขึ้นทันที”

สัมผัสความสง่างาม ความร่วมสมัย ไร้ซึ่งกาลเวลาของโลก ดิออร์ ได้ที่บูติคแห่งใหม่ของดิออร์ ชั้น M ICONLUXE ไอคอนสยาม พร้อมชมผลงานศิลปะที่ผ่านการเลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นงานภาพถ่ายและงานประติมากรรม ซึ่งสร้างสรรค์โดยศิลปินผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดออกมาเป็นผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า ในนิทรรศการ “LADY DIOR AS SEEN BY” ซึ่งจัดแสดง ณ ชั้น 1 โซน ICONLUXE ไอคอนสยาม เวลา 11.00-20.00 น. ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 มกราคม 2562ไม่เสียค่าเข้าชม

กรกฤช เจียรพินิจนันท์

กรกฤช เจียรพินิจนันท์

อารยา เอ ฮาร์เก็ต

อารยา เอ ฮาร์เก็ต

วฤธ หงสนันทน์

วฤธ หงสนันทน์

ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์

ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์

ปาวา นาคาศัย

ปาวา นาคาศัย

มีลูกยาก…เพราะเนื้องอกในโพรงมดลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383259

มีลูกยาก...เพราะเนื้องอกในโพรงมดลูก

มีลูกยาก…เพราะเนื้องอกในโพรงมดลูก

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คู่รักที่ตกลงปลงใจแต่งงานและวางแผนอยากจะมีลูกน้อยมาเป็นโซ่ทองคล้องใจ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีลูกไม่ได้สักที หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะคุณผู้หญิงอาจมองข้ามไป คือเนื้องอกในโพรงมดลูก อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตั้งครรภ์ยาก และแท้งง่ายอีกด้วย การใส่ใจสัญญาณเตือนและรู้เท่าทันโรคนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

แพทย์หญิงรุ่งทิวา กมลเดชเดชา สูติ-นรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัด ผ่านกล้องทางนรีเวช ศูนย์สุขภาพสตรีกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า เนื้องอกโพรงมดลูกคือ ก้อนเนื้อหรือติ่งเนื้อที่โตเป็นก้อนนูนอยู่ในบริเวณโพรงมดลูก ลักษณะการเติบโตจะเป็นแบบค่อยๆ โตไปอย่างช้าๆ ขนาด ตำแหน่ง และจำนวนที่พบอาจแตกต่างกันออกไปในคนไข้แต่ละราย พบได้บ่อยในผู้หญิงอยู่ในวัยมีประจำเดือน โดยเฉพาะอายุตั้งแต่ 30-40 ปี เนื้องอกเหล่านี้อาศัยฮอร์โมนในร่างกายเป็นตัวกระตุ้นการเจริญเติบโต เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนที่สร้างจากรังไข่สามารถกระตุ้นให้เนื้องอกมีขนาดโตขึ้นได้ และยังไม่มียาที่จะทำให้เนื้องอกเล็กหรือฝ่อลง แต่เมื่อไหร่ก็ตามหากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ขนาดของเนื้องอกก็สามารถเล็กและฝ่อลงได้

 

 

การเกิดเนื้องอกในมดลูกส่วนใหญ่มีอยู่ 3 ตำแหน่งที่พบได้ คือ เนื้องอกบริเวณผิวนอกผนังมดลูก เนื้องอกในเนื้อมดลูกหรือในผนังมดลูก และเนื้องอกในโพรงมดลูก โดยส่วนใหญ่จะมีทั้งแบบที่เป็นเนื้องอกและเป็นติ่งเนื้อ บางครั้งเนื้องอกมดลูกอาจขยายใหญ่ นูนจนเข้าไปเบียดในโพรงมดลูก มีอาการที่สังเกตได้คือ ข้อแรก ประจำเดือนมากผิดปกติ แต่ผู้หญิงบางคนอาจไม่รู้ตัว เพราะเป็นการเพิ่มปริมาณเยอะขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อไปตรวจสุขภาพก็จะพบอาการเลือดจางลง เพราะก้อนเนื้อเหล่านี้ จะไม่โตอย่างรวดเร็ว ประจำเดือนอาจจะมาเยอะขึ้น เช่น ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยขึ้น มีลิ่มเลือดปน หรือมีเลือดออกนานขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปกติแล้วจะไม่เกิน 1 สัปดาห์ มีเพียงส่วนน้อยที่มีอาการปวดท้อง หรือบางครั้งไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือนมาตามปกติ แต่กลับกลายเป็นว่ามีประจำเดือนมาซึ่งยังไม่ถึงช่วงรอบเดือน ข้อสองการมีบุตรยาก เป็นข้อที่ผู้หญิงหลายคนอาจมองข้ามไปสำหรับผู้หญิงที่อยากมีลูกแต่ไม่สามารถมีได้ การมีก้อนเนื้องอกในโพรงมดลูก เป็นสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยาก เนื่องมาจากเนื้องอกที่เกิดและเจริญเติบโตอยู่ในโพรงมดลูกขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน จึงทำให้มีบุตรยากขึ้น ขณะเดียวกันก็แท้งบุตรได้ง่ายเนื่องจากเนื้องอกส่งผลให้โพรงมดลูกผิดรูป สาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกในโพรงมดลูกยังไม่ชัดเจน แต่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิงที่มีส่วนกระตุ้นทำให้เกิดเนื้องอกได้

การตรวจรักษาด้วยการวินิจฉัยเบื้องต้นโดยการอัลตราซาวนด์ ควรมาตรวจอัลตราซาวนด์ช่วงประมาณวันที่ 12 ของรอบเดือน โดยนับตั้งแต่วันแรกที่มีประจำเดือน เพราะจะทำเห็นรายละเอียดภายในโพรงมดลูกได้ค่อนข้างชัดเจน นอกจากนี้ สามารถตรวจโดยการส่องกล้องตรวจในโพรงมดลูก (Hysteroscopy) เป็นการตรวจที่ช่วยให้เห็นภาพภายในโพรงมดลูกเพื่อการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างถูกต้อง การผ่าตัดส่องกล้องที่เรียกว่า Minimal Invasive Surgery : MIS โดยการใส่กล้องขนาด 3 มม.ผ่านทางช่องคลอด ทำให้แผลเล็กเจ็บน้อย ลดภาวะแทรกซ้อน และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติค่อนข้างเร็ว แต่ทั้งนี้ในผู้หญิงที่อายุ 40 ปีขึ้นไปอาจต้องระมัดระวังให้มากขึ้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ ก้อนเนื้องอกเหล่านี้เติบโตจากฮอร์โมนในร่างกาย ผู้หญิงที่มีน้ำหนักส่วนเกินมากๆ ก็มีความเสี่ยงได้เช่นกัน เพราะหากอ้วนมากๆ ไขมันใต้ผิวหนังจะสามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนไปกระตุ้นโพรงมดลูก ทำให้เกิดการหนาตัวขึ้นได้ การป้องกัน
ที่ดีที่สุดคือไม่ควรละเลยการตรวจภายในเป็นประจำทุกปีหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที

SOFEA Run ชวนคนรักสุขภาพวิ่งเพื่อถํ้าหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383261

SOFEA Run ชวนคนรักสุขภาพวิ่งเพื่อถํ้าหลวง

SOFEA Run ชวนคนรักสุขภาพวิ่งเพื่อถํ้าหลวง

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ร่วมกับ ACASIA Communications จัดกิจกรรมเปิดตัว Virtual Run ผ่านแอพพลิเคชั่น SOFEA Run รายการใหญ่ของภูมิภาค “Tham Luang Cave Run 2018” ณ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า จ.เชียงใหม่ นำทีมโดยผู้บริหาร CAT และผู้บริหาร ACASIA 7 ประเทศ โดยได้รับความสนใจจากนักวิ่งและคนรักสุขภาพในจังหวัดเชียงใหม่มาร่วมวิ่งเปิดกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรำลึกความสามัคคีและเสียสละ จากเหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิต ณ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านกิจกรรมทางโซเชียลมีเดีย และมอบรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อการบูรณะพัฒนากิจกรรมของวนอุทยานถ้ำหลวงฯ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT  และกรรมการบริหารบริษัท ACASIA Communications กล่าวว่า “Tham Luang Cave Run 2018” เป็นกิจกรรมวิ่ง Virtual Run ระยะทาง 10 กิโลเมตร มีกำหนดวิ่งระหว่างวันที่ 7-31 ธันวาคม 2561 ที่เปิดรับสมัครนักวิ่งในประเทศต่างๆ ของอาเซียน ซึ่งนักวิ่งใน แต่ละประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถวิ่งสะสมระยะทางได้จากทุกที่และทุกเวลาที่สะดวกโดยใช้แอพพลิเคชั่น SOFEA Run ในการบันทึกระยะทางและส่งผลการวิ่ง เมื่อวิ่งได้ระยะทางตามที่กำหนดนักวิ่งจะได้รับเสื้อและเหรียญที่ระลึก

“SOFEA Run คือ แอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มสำหรับการวิ่งแบบ Virtual Run ที่กลุ่ม ACASIA พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองและส่งเสริมไลฟ์สไตล์ด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพสำหรับชาวอาเซียน ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและการจัดกิจกรรมแข่งขันวิ่งทั่วไปโดยเฉพาะในรูปแบบ Virtual Run ด้วยฟังก์ชั่นที่ครบถ้วน ทั้งบันทึกสถิติข้อมูลการวิ่ง การสะสมระยะทางวิ่ง และคำนวณจำนวนแคลอรีที่เผาผลาญส่งเสริมชุมชนนักวิ่งโดยเชื่อมโยงผ่านโซเชียลมีเดียและแอพพลิเคชั่นวิ่งอื่นๆ ตลอดจนแจ้งข่าวสารข้อมูลรายการวิ่งแข่งต่างๆ พร้อมเชื่อมต่อกับช่องทางชำระเงินและบริจาค ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัว SOFEA Run ในประเทศไทย และเป็นรูปแบบการวิ่ง Virtual Run การกุศล เนื่องจากนักวิ่งที่ร่วมกิจกรรมจะต้องเสียค่าสมัคร 300 บาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อการบูรณะพัฒนากิจกรรมของวนอุทยานถ้ำหลวงฯ อีกทั้ง เป็นการรำลึกถึงความเสียสละของผู้คนทั่วโลกที่ส่วนร่วมในการช่วยเหลือ 13 ชีวิต หมูป่า ณ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย”

ด้าน จงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า “จากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้แสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของคนทั่วทุกมุมโลก ซึ่ง CAT ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนั้น
ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการบูรณะให้ถ้ำหลวงกลับมาเหมือนดังเดิมให้ได้มากที่สุด รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ให้พร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต ถ้ำหลวงอาจจะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่สวยที่สุด แต่ที่แห่งนี้จะห้องเรียนทางธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ให้เราทุกคนได้ระลึกและเรียนรู้ถึงความเสียสละและความสามัคคี รวมถึงองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนั้นเพื่อที่จะรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดได้ในอนาคต ในโอกาสนี้ขอขอบคุณ CAT และ ACASIA ที่ได้จัดกิจกรรม Tham Luang Cave Run 2018 ครั้งนี้ขึ้น นับเป็นการแสดงถึงพลังความสามัคคีของคนไทยและคนในอาเซียนอีกครั้ง ที่สำคัญคือทุกคนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากจะได้รับสุขภาพที่ดีก็ยังได้ทำบุญไปพร้อมๆ กัน”

สำหรับ ACASIA Communications เป็นบริษัทร่วมทุนของกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่จากอาเซียน ได้แก่ CAT (ประเทศไทย), Indosat (อินโดนีเซีย), PLDT (ฟิลิปปินส์), Singtel (สิงคโปร์), telbru (บรูไน), TM (มาเลเซีย) และ VNPT (เวียดนาม) ที่รวมกลุ่มกันเพื่อสร้างประโยชน์แก่ชาวอาเซียนและมุ่งพัฒนาบริการที่จะมารองรับดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของชาวอาเซียนอย่างไม่จำกัด

ในการเปิดตัวกิจกรรม “Tham Luang Cave Run 2018” ผู้บริหารของ CAT และ ACASIA รวมถึงนักวิ่งชาวเชียงใหม่ ได้ร่วมกันวิ่งเปิดรายการเป็นระยะทาง 4.7 กิโลเมตร ณ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า จ.เชียงใหม่ ซึ่งผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถาดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น SOFEA Run ได้ทั้งระบบ ios และ Android โดยลงทะเบียนผ่านแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ตั้งแต่วันนี้-24 ธันวาคม เสียค่าสมัครคนละ 300 บาท สำหรับระยะทาง 10 กิโลเมตรมีกำหนดการวิ่งตั้งแต่บัดนี้-31 ธันวาคม 2561 โดยนักวิ่งที่วิ่งได้ครบตามระยะทางที่กำหนด เมื่อส่งผลการวิ่งเรียบร้อยแล้วจะได้รับเสื้อวิ่ง Tham Luang Cave Run 2018 และเหรียญที่ระลึกจัดส่งถึงบ้าน

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์

จงคล้าย วรพงศธร

จงคล้าย วรพงศธร

ผู้บริหาร ACASIA Communications และบรรดานางฟ้านักวิ่ง

ผู้บริหาร ACASIA Communications และบรรดานางฟ้านักวิ่ง

ป้องกันความพิการแต่กำเนิดด้วยวิตามินโฟลิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383262

ป้องกันความพิการแต่กำเนิดด้วยวิตามินโฟลิก

ป้องกันความพิการแต่กำเนิดด้วยวิตามินโฟลิก

วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 9 ของ สมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด (ประเทศไทย) นำโดย แพทย์หญิงพรสวรรค์ วสันต์ นายกสมาคมฯ ได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง “พลังสตรีร่วมป้องกันความพิการแต่กำเนิดด้วยวิตามินโฟลิก” ซึ่งจัดเพื่อให้ผู้หญิงไทยโดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสเข้าถึงและได้รับวิตามินโฟลิกในช่วงก่อนและหลังตั้งครรภ์ 3 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงของเด็กที่จะเกิดมาพิการแต่กำเนิด โดยได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงมยุรากุสุมภ์ เลขาธิการสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมเสวนา ณ โรงแรมตวันนา สุรวงศ์

แพทย์หญิงพรสวรรค์ วสันต์ นายกสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด (ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมฯ มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ความรู้เรื่องการป้องกันความพิการแต่กำเนิดลงไปสู่กลุ่มสตรีให้มากที่สุด โดยกลุ่มสตรีที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มสตรีที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ไม่มีความรู้ และไม่รับข่าวสาร จึงทำให้ปัจจุบันยังมีตัวเลขของทารกที่เกิดใหม่มีความพิการแต่กำเนิดยังคงมีสูงอยู่ โดยกลุ่มความพิการแต่กำเนิดที่พบได้มากในประเทศไทยมี 5 กลุ่มอาการ ได้แก่ หลอดปลายประสาทไม่ปิด ทำให้สมองพิการ แขนขาพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ ดาวน์ซินโดรม และหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถป้องกันได้

“การป้องกันความพิการแต่กำเนิด ต้องเริ่มจากการสร้างคุณแม่คุณภาพ ด้วยการวางแผนครอบครัวและการวางแผนมีบุตร แต่คู่สมรสไทยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความสำคัญของสิ่งเหล่านี้นอกเหนือจากนั้นการได้รับวิตามินโฟลิกก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากวิตามินโฟลิกเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ตัวอ่อนหลังจากการปฏิสนธิมีการสร้างเซลล์สมองของตัวอ่อนให้มีประสิทธิภาพที่สุด โดยสตรีที่ตั้งครรภ์ควรได้รับวิตามินโฟลิกในช่วงอายุครรภ์ 3 เดือนแรก ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาทองของการตั้งครรภ์ ปริมาณวันละ 400 ไมโครกรัม หรือ 0.4 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด จะให้ดียิ่งขึ้นควรได้รับวิตามินโฟลิกก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือหน้า 3 หลัง 3 ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของลูกที่จะเกิดมาพิการแต่กำเนิดได้ แต่ในความเป็นจริงวิตามินโฟลิกไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่คนทุกเพศทุกวัยสามารถกินได้ เพราะวิตามินโฟลิกก็คือวิตามิน B9 ที่จำเป็นต้องร่างกายของเราอยู่แล้ว”

นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประธานคณะทำงานด้านสิทธิผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก การศึกษา และการสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีเด็กพิการแต่กำเนิดคลอดใหม่ปีละ 3,000 คน ทั้งที่ความจริงองค์การอนามัยโลกและหลายๆ ประเทศ ได้มีการประกาศสนับสนุนให้ประชากรผู้หญิงได้รับวิตามินโฟลิก เพื่อป้องกันความเสี่ยงมากว่า 40 ปี แต่สำหรับประเทศไทยยังนับว่าน่าเป็นห่วง เพราะหากเด็กไทยที่เกิดไม่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ แข็งแรง อนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไรในฐานะที่ กสม. มีภารกิจหลักในการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ได้มีการนำเสนอนโยบายต่อรัฐในการที่จะช่วยให้สตรีเข้าถึงวิตามินโฟลิกได้อย่างทั่วถึง และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด (ประเทศไทย) โดย กสม. ได้ทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจัดทำหนังสือการ์ตูนส่งเสริมความรู้วิตามินโฟลิก แอซิด เพื่อใช้สอนนักเรียนในทุกระดับในช่วง ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ การเสนอให้องค์การเภสัชกรรมผลิตวิตามินโฟลิกเพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายในราคาถูก ทั้งนี้ หากลดจำนวนหรือสามารถทำให้ความพิการแต่กำเนิดหมดไปได้จากประเทศไทย จะเป็นช่วยลดงบประมาณในการดูแลรักษาผู้พิการแต่กำเนิดได้นับพันล้านบาท

ด้าน แพทย์หญิงมยุรา กุสุมภ์ เลขาธิการสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมแพทย์สตรีฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้การสนับสนุนส่งเสริมความรู้ในการดูแลสุขภาพสตรีมานานมีความยินดีที่จะสนับสนุนการรณรงค์เพื่อให้ประชาชนรับรู้มากที่สุดถึงความจำเป็นและความสำคัญของการได้รับวิตามินโฟลิก โดยเฉพาะในกลุ่มสตรีวัยเจริญพันธุ์ซึ่งจะเป็นแนวทางป้องกันความพิการแต่กำเนิดเด็กเกิดใหม่ได้

ภายในงานมีตัวแทนองค์กรการกุศลที่เกี่ยวกับผู้หญิงและเด็กมาร่วมฟังการเสวนาพร้อมแสดงความคิดเห็น แนวทางในการทำงานร่วมกันเพื่อให้สตรีไทยเข้าถึงวิตามินโฟลิก ช่วยลดความเสี่ยงคุณแม่ตั้งครรภ์ให้กำเนิดบุตรที่มีความพิการแต่กำเนิด ทั้งนี้ว่าที่คุณแม่และผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินโฟลิก สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด (ประเทศไทย) โทร.02-4198414

พญ.มยุรา กุสุมภ์, พญ.พรสวรรค์ วสันต์ และ ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง

พญ.มยุรา กุสุมภ์, พญ.พรสวรรค์ วสันต์ และ ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง

นฤดี เคียงศิริ ร่วมเสนอแนวทางในส่งเสริมให้คนไทยได้รับวิตามินโฟลิก

นฤดี เคียงศิริ ร่วมเสนอแนวทางในส่งเสริมให้คนไทยได้รับวิตามินโฟลิก

ชลลกา เก่งระดมยิง ร่วมแสดงทัศนะการใช้ วิตามินโฟลิก

ชลลกา เก่งระดมยิง ร่วมแสดงทัศนะการใช้ วิตามินโฟลิก

Science Update : วอยเอเจอร์ 2 พ้นเขตลมสุริยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383112

Science Update : วอยเอเจอร์ 2 พ้นเขตลมสุริยะ

Science Update : วอยเอเจอร์ 2 พ้นเขตลมสุริยะ

วันอาทิตย์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยานสำรวจอวกาศ วอยเอเจอร์ 2 (Voyager 2) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือนาซา ซึ่งออกเดินทางจากโลกเมื่อปี 1977 หรือเมื่อ 41 ปีก่อนขณะนี้ได้ออกพ้นจากเขตอิทธิพลลมสุริยะ (Heliosphere) และเคลื่อนเข้าสู่บริเวณห้วงอวกาศระหว่างดวงดาว (Interstellar medium) ซึ่งเป็นที่ว่างที่ประกอบด้วยกลุ่มก๊าซ ฝุ่นละออง รวมทั้งอนุภาคและรังสีต่างๆ ในภาวะสุญญากาศแล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา และเป็นทิศทางมุ่งสู่สุดขอบเขตของระบบสุริยะต่อไป ถือเป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นชิ้นที่ 2 ที่เดินทางถึงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากโลกราว 18,000 ล้านกิโลเมตร หลังจากที่ยานวอยเอเจอร์ 1 ได้เดินทางไปถึงก่อนหน้าแล้ว เมื่อเดือนสิงหาคม 2012 อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจกล่าวได้ว่ายานวอยเอเจอร์ 2 ได้เดินทางออกพ้นขอบเขตของระบบสุริยะแล้ว เนื่องจากยังไปไม่ถึงกลุ่มเมฆออร์ต (Oort cloud) ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุอวกาศและดาวหางจำนวนมากที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์ ทำให้ในทางเทคนิคแล้วนักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยถือว่ากลุ่มเมฆนี้เป็นเส้นขอบเขตที่แท้จริงของระบบสุริยะ

TUK TUK WONDERLAND ดินแดนมหัศจรรย์ คริสต์มาส ‘MBK’ แตกต่างอย่างมีสไตล์ ยกขบวนความสุข สนุก สุดเหวี่ยง ส่งท้ายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383093

TUK TUK WONDERLAND ดินแดนมหัศจรรย์ คริสต์มาส ‘MBK’ แตกต่างอย่างมีสไตล์ ยกขบวนความสุข สนุก สุดเหวี่ยง ส่งท้ายปี

TUK TUK WONDERLAND ดินแดนมหัศจรรย์ คริสต์มาส ‘MBK’ แตกต่างอย่างมีสไตล์ ยกขบวนความสุข สนุก สุดเหวี่ยง ส่งท้ายปี

วันอาทิตย์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมพล ตรีภพนารถ กก.ผจก.ธุรกิจศูนย์การค้า บมจ.เอ็ม บี เค

ต้นคริสต์มาสประดับไฟเป็นสีสันไฮไลท์ที่สำคัญของการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดยศูนย์การค้าตามแนวรถไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเป็นเส้นทางชมไฟประดับที่ขึ้นชื่อเรื่องความอลังการตื่นตาตื่นใจในแสงสีที่ต้องไม่พลาดมาเดินเล่นถ่ายรูป แชะและแชร์บนโลกโซเชียล ซึ่งปีนี้ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังคงคอนเซ็ปต์สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร เนรมิตดินแดนมหัศจรรย์ท่ามกลางบรรยากาศตกแต่งในธีม “MBK CENTER NEW YEAR CELEBRATION 2019 TUK TUK WONDERLAND”

ไอเดียสุดสร้างสรรค์จากการแปลงร่าง“รถตุ๊กตุ๊ก” ซึ่งถือเป็นอีกเอกลักษณ์ของประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาสัมผัสให้ได้ โดยโดดเด่นตั้งแต่ต้นคริสต์มาสยักษ์สูง19 เมตร รถตุ๊กตุ๊กเปิดประทุนคันงามลากกล่องของขวัญขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มด้วยคำว่า THAILAND ซึ่งพร้อมจะมอบความสุขให้คนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ได้มาชื่นชม ภายในอาณาจักรความสนุกแห่งนี้ยังล้อมรอบด้วยฝูง ELEPHANT BENCH เก้าอี้ช้างมงคล 9 ตัว ที่มีดวงตาเป็นไฟรถตุ๊กตุ๊ก อุโมงค์ตุ๊กตุ๊กเรืองแสง และเก้าอี้หลากดีไซน์สีสันสดใสกระจายอยู่เต็มพื้นที่

สมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มุ่งมั่นมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อมสร้างความตื่นเต้นและรู้สึกประหลาดใจในทุกย่างก้าว เทศกาลส่งท้ายปีจึงได้ตกแต่งบรรยากาศภายในและติดตั้งต้นคริสต์มาสภายนอกศูนย์การค้า ภายใต้แนวคิด MBK CENTER NEW YEARCELEBRATION 2019 TUK TUK WONDERLAND ซึ่งจะเป็นจุดแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวต่างชาติและลูกค้าคนไทยสามารถเก็บภาพความประทับใจและร่วมเคานท์ดาวน์สู่ปีใหม่

ด้านผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบดินแดนมหัศจรรย์ ศรัณย์ เย็นปัญญา นักเล่าเรื่องราวแห่งยุค ผู้เชี่ยวชาญงานดีไซน์ร่วมสมัย เจ้าของ 56th Studio ที่มีชื่อเสียงในระดับสากลและผลงานเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร กล่าวว่า ต้องการนำเสนอคริสต์มาสที่มีความสนุก มีกลิ่นอายของความเป็นไทยผสมผสานเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์

“รถตุ๊กตุ๊กสะท้อนความเป็นไทยที่ต่างชาติรู้จักและชื่นชอบ ทั้งยังมีรายละเอียดที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นความเก๋ ความเท่ และความสนุกได้ จึงกลายพันธุ์เป็นสวนสนุกตุ๊กตุ๊กที่นำส่วนประกอบต่างๆ มาเล่าเรื่องใหม่ให้น่าสนใจเป็นการเฉลิมฉลองคริสต์มาสในแบบไทยสไตล์ที่ผสานความเป็นไทยและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว”

นอกจากนี้บริเวณลาน MBK Avenueยังได้จัดอีเว้นต์ “GIFT FESTIVAL” สะพรั่งด้วยไฟระย้าประดับตกแต่งซุ้มสำหรับถ่ายภาพสุดประทับใจและอัดแน่นด้วยกิจกรรมความบันเทิงตลอดระยะเวลาจัดงานตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2561-4 มกราคม 2562 โดยเฉพาะค่ำคืนสุดท้ายของปีพบกับกองทัพศิลปินจากเวที เดอะวอยซ์และนักร้องสาวเสียงทรงพลัง “เต้น-นรารักษ์” จะมาร่วมนับถอยหลังสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นอีกแลนด์มาร์คสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตั้งใจเดินทางมาช็อปปิ้งและถ่ายรูปกับปฏิมากรรม “มาครับ”และ “มาจ้ะ” เช่นเดียวกับปลายปีนี้ที่นักท่องเที่ยวและคนไทยจะมุ่งมาชื่นชมต้นคริสต์มาสที่มีความเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร พร้อมจะมอบความสุขสนุกสุดเหวี่ยงส่งท้ายปีให้กับผู้มาเยือน

ศรัณย์ เย็นปัญญา ผู้เชี่ยวชาญงานดีไซน์ร่วมสมัย เจ้าของ 56th Studio และผู้สร้างสรรค์ผลงาน TUK TUK WONDERLAND

ศรัณย์ เย็นปัญญา ผู้เชี่ยวชาญงานดีไซน์ร่วมสมัย เจ้าของ 56th Studio และผู้สร้างสรรค์ผลงาน TUK TUK WONDERLAND

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมมอบความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมมอบความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

รถตุ๊กตุ๊กเปิดประทุนลากกล่องของขวัญพร้อมนำความสุขมามอบให้ประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

รถตุ๊กตุ๊กเปิดประทุนลากกล่องของขวัญพร้อมนำความสุขมามอบให้ประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

Elephant Bench เก้าอี้ช้างที่มีดวงตาเป็นไฟจากรถตุ๊กตุ๊ก เบาะที่นั่งสีสันสดใส

Elephant Bench เก้าอี้ช้างที่มีดวงตาเป็นไฟจากรถตุ๊กตุ๊ก เบาะที่นั่งสีสันสดใส

ปฏิมากรรม “มาครับ” และ “มาจ้ะ” แลนด์มาร์คของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศนิยมมาถ่ายรูปมีการตกแต่งไฟระย้าร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปี

ปฏิมากรรม “มาครับ” และ “มาจ้ะ” แลนด์มาร์คของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศนิยมมาถ่ายรูปมีการตกแต่งไฟระย้าร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปี

Health News : พบแบคทีเรียในสมองมนุษย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383114

Health News : พบแบคทีเรียในสมองมนุษย์

Health News : พบแบคทีเรียในสมองมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทีมนักประสาทกายวิภาคจากมหาวิทยาลัยแอละแบมา นำโดย ดร.โรซาลินดา โรเบิร์ตส์นำเสนอหลักฐานเบื้องต้นจากการศึกษาชิ้นส่วนสมองของผู้เสียชีวิต 34 ราย ที่บ่งชี้ว่ามีแบคทีเรียอาศัยอยู่ในสมองในปริมาณที่มากน้อยแตกต่างกันไป โดยพบแบคทีเรียรูปแท่งที่มีปลอกหุ้มอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในส่วนเปลือกสมองของกลีบหน้าผากส่วนหน้า (Prefrontal cortex) สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus ) และด้านในของสมองส่วนกลางที่เรียกว่าSubstantia nigra รวมทั้งในเซลล์ Astrocytes แม้จะมีความเป็นไปได้ว่า เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้เข้าไปอยู่ในสมองเพราะเกิดการปนเปื้อนระหว่างการผ่าตัดชันสูตรศพ แต่การที่มันแพร่กระจายเข้าไปอยู่ในระหว่างเนื้อเยื่อสมองส่วนต่างๆ อย่างกว้างขวาง แสดงว่า แบคทีเรียอาจล่องลอยไปในกระแสเลือดจนสามารถเข้าไปอาศัยอยู่ในใยประสาทส่วนแอกซอน (Axon) หรือในแนวกั้นเลือดและสมอง (Blood-brain barrier)ได้ในที่สุด

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ มูลนิธิ คิง เพาเวอร์ สนับสนุนรถเข็นและรถสามล้อโยกเพื่อคนพิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383092

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ มูลนิธิ คิง เพาเวอร์ สนับสนุนรถเข็นและรถสามล้อโยกเพื่อคนพิการ

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ มูลนิธิ คิง เพาเวอร์ สนับสนุนรถเข็นและรถสามล้อโยกเพื่อคนพิการ

วันอาทิตย์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอมอร ศรีวัฒนประภา รองประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และ กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิ คิง เพาเวอร์ พร้อมด้วย เนตรชนก ทวีศรี ที่ปรึกษา กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ร่วมมอบเงินสนับสนุน “โครงการล้อเลื่อนเพื่อคนพิการ” รวมมูลค่า 600,000 บาท เพื่อจัดหารถเข็นและรถสามล้อโยกให้กับผู้พิการที่ด้อยโอกาส โดยมี กิตติพงษ์ หาดทวายกาญจน์ เหรัญญิก มูลนิธิคนพิการไทย และ เกรียงไกร วัตรภูศักดิ์ ตัวแทนจากมูลนิธิคนพิการไทย เป็นผู้รับมอบ พร้อมทั้งได้พาน้องๆ และทีมงานมูลนิธิคนพิการไทย เยี่ยมชมบริเวณงาน “คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์” (King Power andDisney’s Endless Celebrations) สร้างบรรยากาศสนุกสนาน ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เมื่อเร็วๆ นี้

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383095

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll “ขอให้ประชาชนแยกแยะมีหลักคิดที่ถูกต้องแม้กระทั่งการเลือกตั้งครั้งหน้า อย่าไปสนใจในเรื่องไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งวันนี้ เราเดินตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด รัฐบาลและคสช.ได้ปลดล็อกให้ที่ประกาศไปแล้วสิ่งสำคัญคือความเรียบร้อย และฝากดูแลในเรื่อง งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เรื่องนี้แล้วแต่จะทรงโปรดเกล้าฯ ในช่วงเวลาใดแต่เราต้องดูแลความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ณ จ.บึงกาฬ…

ll โพสต์ เฟซบุ๊ค ของ ดร.วชิรศักดิ์ จึงสถาพร “ดีใจคนมาเที่ยวบ้านเราเยอะอันดับ ๒ จากข้อมูล BloomBerg ต่างกับสิงคโปร์ ทุ่มสุดๆตั๋วเครื่องบินถูกสุดๆยังสู้เราไม่ได้ เขามาเที่ยวบ้านเราแล้วบอกว่าจะกลับมาอีก อย่างนี้การท่องเที่ยวคงจะเป็นอันดับ ๑ ของบ้านเราใช่ไหมครับ”…

ll ยังดีที่รมว.คลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ นัดประเมินผลการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบปีที่ ๒ หวังว่าคงจะไม่เหมือนในอดีตที่ผ่านๆ มา ควรจะมีการตรวจสอบอย่างจริงจังเพื่อผู้ยากจนจริงๆ…

ll ใครที่จะซื้อยางรถยนต์เพื่อมาหักลดหย่อนภาษีขอให้สังเกตคูปองให้ดีไม่ใช่ทุกรุ่นหักภาษีได้ ต้องเป็นรุ่นที่ได้รับการรับรองว่าใช้น้ำยางในประเทศไทยผลิตเท่านั้น โฆษกกรมสรรพากร ปิ่นสาย สุรัสวดี …

ll วันส่งท้ายปีเก่านี้คนที่ชื่นชอบนักชกพันล้านเจ้าของสถิติชนะรวดสี่สิบเก้าไฟท์ ฟรอย เมย์เวตเธอร์ ชกกับ นักคิกบ็อกซิ่งญี่ปุ่น เทนชิน นาสึคาวะ ณ ไซตามะซูเปอร์ อารีนากรุงโตเกียว ด้วยกติกาพิเศษ แค่ ๓ ยกยกละ ๓ นาที ในพิกัดน้ำหนัก ๑๔๗ ปอนด์และสวมนวม ๘ ออนซ์ คงจะเป็นการโชว์มากกว่า และไม่มีการบันทึกสถิติการชกในอาชีพของทั้งคู่…

ll ให้ดีใจกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่มีค่าตัวถึง ๒๐๐ ล้านบาท ตามกระแสข่าวถ้าจะมีการย้ายทีม นับเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่มีค่าตัวสูงแต่รูปร่างไม่ใหญ่โตเหมือนค่าตัว…

ll พล.อ.สำเภา ชูศรี อดีตผบ.สส. นอนป่วยอยู่ที่รพ.พระมงกุฎขอให้อาการดีขึ้นๆ เพื่อนๆ ฝากความปรารถนาดีและกำลังใจมา ณ โอกาสนี้ด้วย …

ll ร่วมอาลัยและเสียใจกับเพื่อนร่วมชั้น วปรอ.๓๕๕ อดีตผอ.สำนักงบประมาณและ สว.จ.แพร่ สวัสดิภาพ กันทาธรรม มีสวดพระอภิธรรมถึงพุธ ๑๙ ธ.ค. เวลา ๑๘.๓๐ น. ณ ศาลา ๕วัดโสมนัสวิหาร เพื่อนร่วมรุ่นจะเป็นเจ้าภาพ จันทร์ ๑๗ ธ.ค….ll

น้องโน้ต

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘กะเพราป่า’ ภูมิเกษตรกรคู่ชีวิตสู่อาหารยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/383086

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘กะเพราป่า’ ภูมิเกษตรกรคู่ชีวิตสู่อาหารยั่งยืน

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘กะเพราป่า’ ภูมิเกษตรกรคู่ชีวิตสู่อาหารยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การดำรงอยู่ในสังคมมนุษย์นั้น ๑ ในปัจจัยสำคัญ ๔ อย่างนั้น อาหารถือเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดด้วยต้องเลี้ยงชีพด้วยอาหาร นอกนั้นเป็นความต้องการในเรื่อง ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ดังนั้นการที่ซีพีแรม ได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนทางอาหาร (Food Sustainability) สู่สังคมประเทศนั้น จึงเป็นความสำเร็จประสงค์ที่น่าสนใจยิ่ง อาทิตย์นี้ได้ตามรอยไปชมโครงการ “เกษตรกรคู่ชีวิต” ที่ผู้ใหญ่บ้านนายประหยัด อุสาย แห่งบ้านนาหนองทุ่ม ต.โนนแดง อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ได้ให้ชาวบ้านร่วมกันปลูกกะเพราในชุมชนขึ้น

เรื่องนี้ คุณวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการซีพีแรม ได้อธิบายถึงความสำคัญของคู่ชีวิตที่จะต้องช่วยกันสร้างความยั่งยืนทางบ่วงโซ่อาหารขึ้น จากการมีแปลงกะเพราสาธิตสู่ความยั่งยืน ที่มีการเรียนรู้ถึงจัดทำแปลงกะเพราสาธิต โดยผลผลิตที่เกิดขึ้นนั้นสามารถนำไปประกอบอาหารแล้ว ยังได้ส่งเสริมความรู้ในเชิงปฏิบัติให้กับชุมชม จนสามารถนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้ครอบครัว และชุมชนในภาพรวม พร้อมทั้งเป็นการยกระดับการสร้างความยั่งยืนทางอาหาร (Food Sustainability)อีกด้วย นั่นคือการแบ่งปันองค์ความรู้ และให้คำแนะนำในการเพาะปลูกกะเพรา มีการส่งเสริมการรับรองระบบมาตรฐาน GAP ให้เกษตรกรนั้น มีความรู้ ความเข้าใจในการทำการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ตลอดจนมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพให้มีความมั่นคง ยั่งยืนแก่เกษตรกรในชุมชน รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้ต่างๆ ในการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดด้วย

จากบทเรียนที่ผ่านมานั้นผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านแห่งนี้ได้ทำการเพาะปลูกพืชผัก สวนครัว จำพวกคะน้า สลัด ผักกาด ผักชี และอีกหลายๆ ชนิดเพื่อส่งขายตามท้องตลาดมาแล้วแต่ต้องประสบกับปัญหาทั้งเรื่องราคา และคุณภาพของผลิตผลดังนั้นเมื่อซีพีแรม ได้เข้ามาส่งเสริมและนำวิธีการปลูกพืช อย่างถูกวิธีและได้ผลผลิตที่ดี พร้อมกับจัดการหาตลาดช่วยเหลือ โดยผลผลิตส่วนใหญ่นั้นจะถูกนำไปวางจำหน่ายในท้องถิ่นนั้น โดยนำกะเพราป่านั้นมาเป็นพืชสวนครัวของโครงการเกษตรกรคู่ชีวิต เพราะ กะเพราป่า เป็นส่วนประกอบที่ทำให้อาหารมีรสชาติชวนรับประทาน ทำให้กะเพราป่า ได้รับการส่งเสริมและรับซื้อเข้าไปในการประกอบอาหารในเมนู กะเพราหมูไก่ กุ้ง และอีกหลายเมนูที่สามารถหาได้จากร้านสะดวกซื้อ

ดังนั้นกะเพราป่าที่มีการวิเคราะห์สายพันธุ์มาอย่างดีแล้วนั้นจึงมีคุณภาพและความต้องการสูง ด้วยเป็นกะเพราที่มีสารน้ำมันทำให้มีรสชาติดีและกลิ่นหอม ซึ่งทำให้รับซื้อมีราคาสูงคือสามารถขายกะเพราต่อกิโลใบหรือใบกะเพราต่อกิโลกรัมถึง ๑๔๐ บาท โดยแม่บ้านช่วยกันทำการตัดแต่งและเด็ดใบ จนเชื่อมั่นว่าสามารถสร้างรายได้ในครอบครัวเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการปลูกพืชอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกัน เช่น พริก ซึ่งเป็นส่วนประกอบในเมนู ข้าวผัดกะเพราอีกด้วย

สำหรับกะเพรานั้นถือเป็นพืชวิเศษ เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ พืชนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ผู้คนมักนำมาใช้เป็นยาอายุรเวชเพื่อปรับสมดุลของความเครียดที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ทั้งนี้ยังมีการนำเอาใบ ก้าน และเมล็ดของกะเพรามาใช้ในการรักษาอาการป่วยต่างๆ อีกด้วย ด้วยสรรพคุณทางยาของกะเพรานั้นมีมากมาย สามารถช่วยในการรักษาไข้หวัด โรคหอบ หลอดลมอักเสบ โรคเบาหวาน อาการปวดหูปวดศีรษะ และอาการภายในท้อง รวมทั้งมีความเครียดตลอดจนยังช่วยต้านพิษงูและแมงป่อง และนำมาใช้ในการไล่ยุงได้ด้วย ครั้นเมื่อนำกะเพรานี้มาประกอบกับอาหารแล้วกลับเพิ่มรสชาติให้อาหารนั้นมีรสชาติชวนรับประทานยิ่งขึ้น ประเด็นสำคัญของกะเพราป่านั้นคือ ความสดของกะเพรามีมากเท่าใดย่อมมีคุณค่าทางโภชนาการมากเท่านั้น ดังนั้นการสร้างนวัตกรรมส่งออกเพื่อให้กะเพราเป็นเมนูหนึ่งในอาหารที่เป็นครัวของโลกจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจในอนาคต