‘Upcycling the Oceans’จากขยะสู่แฟชั่นสุดเก๋ ‘จีซี’เปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อยืดจากขวดพลาสติก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379553

‘Upcycling the Oceans’จากขยะสู่แฟชั่นสุดเก๋ ‘จีซี’เปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อยืดจากขวดพลาสติก

‘Upcycling the Oceans’จากขยะสู่แฟชั่นสุดเก๋ ‘จีซี’เปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อยืดจากขวดพลาสติก

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เสื้อยืดและกระเป๋าเป้จากคอลเลคชั่นรักษ์โลกที่อัพไซคลิ่งจากขยะพลาสติกในเมืองไทย

ปัจจุบัน “พลาสติก” เข้ามามีบทบาทในแทบทุกกิจกรรมของมนุษย์โดยเฉพาะ “ขวดเครื่องดื่ม” โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าประเทศไทยมีการผลิตขวดพลาสติกเฉลี่ย 4 พันล้านใบต่อปีแต่อีกด้านหนึ่ง “พลาสติกกำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญของโลก” ประการหนึ่งที่สำคัญคือ “ขยะมูลฝอย” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า “พลาสติกใช้เวลานับร้อยปีกว่าจะย่อยสลาย” ดังนั้นหากขวดพลาสติกที่ใช้แล้วถูกทิ้งลงสู่ธรรมชาติจะเป็นปัญหามาก

ทิ้งลงทะเลก็กลายเป็นขยะบกตกทะเล ซึ่งไทยถูกระบุว่าเป็นชาติที่ทิ้งลงสู่ทะเลเป็นอันดับ 6 ของโลก หรือถึงจะทิ้งบนบกการจัดการอย่างไม่ถูกวิธีก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หากนำไปเผาจะเกิดควันพิษจากสารเคมีเป็นอันตรายต่อร่างกายสิ่งมีชีวิต อย่างไรก็ตาม “หากบริหารจัดการให้ดีพลาสติกก็จะมีมูลค่ามหาศาล” และทำได้มากกว่าการนำกลับมาใช้ซ้ำ (รีไซเคิล – Recycle) อันเป็นกระบวนการที่หลายคนคุ้นเคย

จิรายุ ตั้งศรีสุข, นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์, อุสรา ยงปิยะกุล, สุพัฒนพงษ์พันธ์มีเชาว์ และ ปฏิภาณ สุคนธมาน ร่วมเปิดไฟต้นคริสต์มาสรีไซเคิล

ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนหันมาตระหนักและใส่ใจสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมีคอลจำกัด (มหาชน) ที่รู้จักกันในชื่อ “จีซี” (GC) หรือ “พีทีทีจีซี” (PTTGC) ได้เปิดตัวเสื้อผ้าและกระเป๋าจากโครงการ “Upcycling the Oceans, Thailand” นำขวดพลาสติกที่นักดำน้ำและประชาชนจิตอาสาร่วมกันเก็บขึ้นมาจากใต้ทะเลและบริเวณชายหาด ทั้งจากเกาะเสม็ด จ.ระยอง และในพื้นที่ จ.ภูเก็ต อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลกของไทย นำมาผ่านกระบวนการแปรรูปจนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสวมใส่ใช้งานได้จริง

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมีคอล จำกัด (มหาชน) บอกเล่าที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า “พลาสติกนั้นไม่ได้ผิดอะไรในตัวเอง หากเราไม่ไปทำให้กลายเป็นขยะ” พีทีทีจีซีในฐานะที่เป็นบริษัทผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีซึ่งถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลาสติก จึงอยาก “สร้างความตระหนักรู้”แก่สังคมในเรื่องนี้

เจมส์จิ ออกแบบลวดลายเสื้อ

โครงการ Upcycling the Oceans,Thailand ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และมูลนิธิ ECOAF เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนก.พ. 2560 รวบรวมขวดพลาสติกที่ถูกมองว่าเป็นขยะได้มากถึง 20 ล้านตัน นำมาผ่านกระบวนการ “อัพไซคลิง” (Upcycling) ที่หมายถึง “การนำสิ่งที่ดูไม่มีคุณค่ามาผ่านกระบวนการแปรรูปพร้อมใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป” จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

“จีซีเราอยากมีส่วนร่วมตรงนี้ เป็นการฝึกให้เห็นว่าสิ่งที่ยากที่สุดเพราะขวดพลาสติกเป็นขยะไปเรียบร้อยแล้ว เรายังนำกลับมาสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นได้ลองนึกภาพถ้าเราไม่ทำให้เป็นขยะ พลาสติกที่เราใช้แล้วเราเก็บแยกแล้วนำไปส่งโรงงานที่ทำรีไซเคิล เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่าย เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้เองในครัวเรือน นั่นคือสิ่งที่เราจะดำเนินในขั้นตอนต่อไป”

ภายในงานมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อยืด “Upcycling the Oceans, Thailand”ที่เสื้อ 1 ตัว จะทำจากขวดพลาสติก 14 ขวด แบ่งเป็น 3 แบบคือ “Upcycling the Oceans, Thailand” บ่งบอกถึงพลังใจของผู้คนที่ร่วมกันเก็บขยะขวดพลาสติกในทะเลเพราะอยากให้ท้องทะเลสะอาดและสวยงาม “From Trash to Trashion” มาจากการนำภาษาอังกฤษ 2 คำคือ “Trash” หมายถึงขยะ และ “Fashion” หมายถึงแฟชั่นมาผสมกัน หรือก็คือการเปลี่ยนขยะให้เป็นสินค้าแฟชั่นได้อย่างลงตัว

สุพัฒนพงษ์พันธ์มีเชาว์ ปธ.จนท.และกก.ผจก.ใหญ่บมจ.พีทีที โกลบอล เคมีคอล และอุสรา ยงปิยะกุล ปธ.จนท.บริหารบจ.สยามพิวรรธน์ รีเทล โอลดิ้ง ร่วมแถลงข่าว

และแบบที่ 3 “Trash to Treasure”ที่ถือเป็นไฮไลท์ของงานและเรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะได้ดารานักแสดงหนุ่มชื่อดังอย่าง “เจมส์จิ” จิรายุ ตั้งศรีสุขมาร่วมออกแบบลวดลายบนเสื้อด้วย โดยเป็นรูป “นาฬิกาทราย” สื่อความหมายการนำขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งมาเปลี่ยนให้เป็นสินค้าแฟชั่นที่สวยงามมีมูลค่าสูง ซึ่งนักแสดงหนุ่มเปิดเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงที่กำลังถ่ายทำละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรีไซเคิลขยะ

“โจทย์คือ Trash to Treasure ตอนแรกก็คิดว่าจะเอาขวดพลาสติกมาทำเป็นอะไรดี หรือจะทำเป็นรูปอะไรดีจนสุดท้ายก็ได้สิ่งนี้มา เป็นรูปนาฬิกาทรายที่ด้านบนมีมือยื่นออกมาเหมือนการทิ้งขยะ เรียกว่าคล้ายๆ กับโลกปัจจุบันนี้ที่เรากำลังทิ้งขยะลงไป ซึ่งถ้าเรานำมาใช้อย่างถูกที่ถูกทาง หรือว่านำกลับมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพของมันจริงๆ เหมือนรูปข้างล่างที่ผมตีไปว่าสามารถสร้างเมืองเลยก็ได้ หรือว่าสร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นมาได้” เจมส์จิ กล่าว

กระเป๋าเป้จากคอลเลคชั่นรักษ์โลก

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงต้นคริสต์มาสในคอนเซ็ปต์ “Gift to Circular Living #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก” ซึ่งทำมาจาก “กล่องใส่แผ่นซีดี” สูง 10 เมตร กว้าง5 เมตร โดยดีไซเนอร์ชื่อดัง ธนวัต มณีนาวาจากแบรนด์ “TAM : DA (ทำดะ)” เปิดเผยว่า เหตุที่เลือกกล่องใส่แผ่นซีดีเพราะปัจจุบันแผ่นซีดีค่อยๆ ถูกลดความสำคัญลงไปเรื่อยๆมีผู้ใช้งานน้อยลง ดังนั้นกล่องใส่แผ่นซีดีซึ่งทำจากพลาสติกจึงมีแนวโน้มกลายเป็นขยะไปด้วยโดยปริยาย โดยต้นคริสต์มาสนี้ใช้กล่องใส่แผ่นซีดีประมาณ 2,500 กล่อง

ขณะที่ อุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานในครั้งนี้ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมกับทางจีซีในการสร้างความเข้าใจกับสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องของพลาสติก เช่น ภายในสยามดิสคัฟเวอรี่มีการจัดโซน “Ecotopia”สำหรับจำหน่ายสินค้าที่ผลิตโดยกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ต้นคริสต์มาสรีไซเคิล ทำจากกล่องใส่ซีดีเหลือใช้ 

ส่วนต้นคริสต์มาสที่ทำจากกล่องใส่แผ่นซีดีที่นำมาจัดแสดงในพื้นที่สยามดิสคัฟเวอรี่นั้นมุ่งหวังกระตุ้นเตือนให้ผู้คนรู้จักสังเกตและนำสิ่งของเหลือใช้รอบตัวมาสร้างประโยชน์ และนอกจากต้นคริสต์มาสแล้วบริเวณงานยังประดับประดาด้วยพลาสติกหลากสีสัน ซึ่งหลังจากจบงานแล้วกล่องใส่ซีดีทั้งหมดจะถูกแปรรูปเป็นถังขยะต่อไป ส่วนพลาสติกอื่นๆ จะถูกนำไปรีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างคุณค่าให้พลาสติกอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้สนใจผลิตภัณฑ์แฟชั่นรักษ์โลกในโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand สามารถเลือกซื้อที่ได้ Ecotopia ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่,ร้านภัทรพัฒน์ ทุกสาขา รวมถึงที่เฟซบุ๊ค แฟนเพจ “Upcycling the Oceans Thailand” และนอกจากเสื้อยืดแล้ว เร็วๆ นี้จะมีกระเป๋าเป้สุดเท่ที่ทำจากขวดพลาสติกออกมาวางจำหน่าย ส่วนจะเป็นเมื่อใดขอให้รอติดตาม!!!

ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ชูของดี วิถีเด่น ใน 6 เส้นทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379546

ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ชูของดี วิถีเด่น ใน 6 เส้นทาง

ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ชูของดี วิถีเด่น ใน 6 เส้นทาง

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู เดินหน้าสานพลังไทยนิยมยั่งยืน จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี นำเสนอของดี วิถีเด่น ชูเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ใน 6 หมู่บ้าน พร้อมประกวด “นักเล่าเรื่อง” เสริมเสน่ห์ท่องเที่ยววิถีไทย สืบสานคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น หนุนฐานรากอันเข้มแข็ง สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

สงวน มะเสนา พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู เปิดเผยว่า จังหวัด มีศักยภาพและความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยสภาพทางธรรมชาติที่มีความงดงาม เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และวิถีชุมชนอันเป็นเอกลักษณ์ สามารถพัฒนาและต่อยอดเพื่อขยายการรับรู้ไปในวงกว้าง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชน ส่งผลต่อการเติบโตในภาพรวมของเศรษฐกิจระดับประเทศ

สงวน มะเสนา

โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เป็นอีกหนึ่งโครงการที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกจังหวัดดำเนินการขับเคลื่อนภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยเป็นแนวคิดในการพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ดึงเสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์มาแปลงเป็นรายได้ อันจะส่งผลให้คนในชุมชนไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานออกไปหารายได้ต่างพื้นที่ และจากรูปแบบเดิมที่เน้นการผลักดันสินค้าไปจำหน่ายในตลาดนอกชุมชน มาเป็นการดึงดูดให้คนต่างถิ่นเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชน พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็น

โดยในครั้งนี้ ได้นำเสนอ 6 เส้นทาง ใน 6 หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อาทิ บ้านสุขสำราญ อำเภอนากลาง :นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการเกษตร พร้อมสัมผัสความสุขในวิถีชุมชน เช่น การกราบสักการะ พระธาตุเมืองพิณ เที่ยวชมสวนดอกดาวเรือง บ้านห้วยเดื่อ อำเภอเมือง : นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชิงประวัติศาสตร์ และวิถีชุมชน ศึกษาเรื่องราวในยุคหิน ณ พิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปี พร้อมร่วมสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวร บ้านนาไร่เดียว อำเภอสุวรรณคูหา : นำเสนอการท่องเที่ยววิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เยี่ยมชมกลุ่มงานจักสานและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านในชุมชน สักการะ หลวงพ่อทันใจ วัดสามัคคีเจริญธรรม บ้านดงบาก อำเภอโนนสังข์ : นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในชุมชนที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น ท่องเที่ยว ลานโอท็อป ชมกรรมวิธีการผลิต ร่วมทำสินค้าโอท็อป และเลือกช็อปสินค้าของฝาก ไหว้พระพุทธบาทภูเก้า จุดชมวิวหอสวรรค์ บริเวณเทือกเขาภูเก้า บ้านเทพคีรี อำเภอนาวัง : นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนที่มีเสน่ห์ เช่น เยี่ยมชมโครงการส่งเสริมอาชีพเป่าแก้ว ท่องเที่ยวที่ “หออุปคุต” สถานที่สำคัญของหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ในวัดเทพนิมิต ขึ้นบันไดจำนวน 528 ขั้น เพื่อชมวิว 360 องศา บนถ้ำผาเจาะ บ้านดอนปอ อำเภอศรีบุญเรือง : นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงเกษตร สัมผัสวิถีชุมชนที่น่าสนใจ เช่น วัดเจริญทรงธรรม วัดประจำหมู่บ้านดอนปอ วัดประจำหมู่บ้าน ภายในวัดมีโบสถ์ไม้ที่สวยงามที่เรียกกันว่า “สิม” นับเป็นศิลปะอันล้ำค่าที่ได้สรรสร้างมาจากภูมิปัญญาจนกลายมาเป็นสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ จัดให้มีการประกวด “นักเล่าเรื่องชุมชนดีเด่น” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนอีกด้วย

ดีเจนัตตี้ โชว์สกิลสุดเฟียซ คว้าแชมป์ไปสู้ศึกดีเจระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379543

ดีเจนัตตี้ โชว์สกิลสุดเฟียซ คว้าแชมป์ไปสู้ศึกดีเจระดับโลก

ดีเจนัตตี้ โชว์สกิลสุดเฟียซ คว้าแชมป์ไปสู้ศึกดีเจระดับโลก

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดีเจนัตตี้-ณัฏฐ์ธเดช วัฒนโรจน์กุลเดช แชมป์เรดบูลมิวสิคทรีฯ ปี 2018

จบลงอย่างสวยงามพร้อมสร้างเสียงฮือฮากับงาน “เรดบูลมิวสิคทรี สไตล์ ประเทศไทย 2018” (Red Bull Music 3Style Thailand 2018) จัดขึ้นโดย ยูโรเปี้ยนเรดบูล (ประเทศไทย) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดดีเจตัวแทนไทยไปชิงแชมป์ในเวทีระดับโลก ซึ่งดีเจที่สามารถชนะใจกรรมการ และได้รับกระแสตอบรับจากผู้ชมได้มากที่สุดจนคว้าแชมป์ประเทศไทยมาครองคือ ดีเจนัตตี้-ณัฏฐ์ธเดช วัฒนโรจน์กุลเดช ที่มาพร้อมแนวเพลงอันหลากหลายกว่า 9 สไตล์ ผสมผสานอย่างลงตัว และในเดือนมกราคม 2019 จะเป็นตัวแทนไทยไปแข่งขันดวลบีท กระแทกอารมณ์ที่ประเทศไต้หวัน

บรรยากาศความสนุกสนานจากการมิกซ์เพลงของดีเจนัตตี้

ณัฏฐ์ธเดช วัฒนโรจน์กุลเดชหรือ ดีเจนัตตี้ เผยความรู้สึกหลังได้รับชัยชนะว่า “รู้สึกดีใจมากที่ชนะการแข่งขันครั้งนี้ เราไม่ได้ตั้งใจไปแข่งขันกับใครเลย คิดแค่ว่าแข่งกับตัวเอง ชนะใจตัวเองให้ได้ และก็ทำทุกอย่างเต็มที่ อยากให้คนที่มาชมสนุกไปกับเพลงที่เราสร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งเพื่อนดีเจทั้ง 3 คน ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศมาด้วยกันต่างก็มีความสามารถที่แตกต่าง สไตล์ก็โดดเด่น แต่ละคนงัดทักษะมาประชันกันส่วนตัวเลือกแนวเพลงที่ถนัดสื่อสารความเป็นตัวเองผ่านบีททางดนตรีและการมิกซ์เพลงให้มากที่สุด สำหรับการไปแข่งขัน เรดบูลมิวสิคทรีสไตล์ เวิลด์ ดีเจ แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศไต้หวัน ในเดือนมกราคม รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะจะได้เจอกับเพื่อนๆ สุดยอดดีเจถึง 20 กว่าประเทศทั่วโลก มันต้องไม่ธรรมดาแน่นอนดีเจแต่ละประเทศต้องปล่อยหมัดเด็ดออกมาชกคู่ต่อสู้พร้อมระเบิดความมันอย่างเต็มเหนี่ยว ส่วนแนวเพลงที่จะนำไปประชันกับคู่แข่งต้องเป็นสไตล์ที่เป็นตัวเองที่สุดเป็นเรื่องยากและท้าทายมากเพราะตามกติกา เรามีเวลาเพียง 15 นาทีกับแนวเพลงขั้นต่ำถึง 3 สไตล์ ต้องคิดว่าเราจะทำยังไงให้ถูกใจทั้งคณะกรรมการและคนดู ตอนนี้ก็พยายามฝึกซ้อม ฟังเพลงให้มากขึ้น แต่รับรองว่าจะพยายามทำให้เต็มที่ไม่ให้คนไทยต้องผิดหวังแน่นอน”

ดีเจเอ็กซ์-ดี คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1

การแข่งขัน เรดบูลมิวสิคทรี สไตล์ เวิลด์ ดีเจ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 9 จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคม 2019 ณ ประเทศไต้หวัน โดยมีเหล่าสุดยอดดีเจตัวแทนแต่ละประเทศ มากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกมาประชันความสามารถกัน ซึ่งมีกติกาการแข่งขันที่ท้าทาย โดยมีเวลาให้ผู้เข้าแข่งขันเพียง15 นาที และต้องนำแนวเพลงถึง 3 สไตล์มามิกซ์ให้เข้ากันอย่างลงตัว ด้านเกณฑ์การตัดสินแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ 1.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 40% 2.ทักษะด้านต่างๆ 25% 3.การเลือกเพลงอย่างเหมาะสม 20% และสุดท้ายคือการตอบสนองจากบุคคลทั่วไปอีก 15%

สำหรับชาวไทยสามารถส่งแรงใจไปร่วมเชียร์ดีเจนัตตี้ตัวแทนไทยที่จะไปสู้ศึกกับเพื่อนดีเจอีกกว่า 20 ประเทศ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางยูโรเปี้ยนเรดบูล (ประเทศไทย) Website : http://www.redbull3style.com, Facebook:https://www.facebook.com/RedBullMusic3Style/

ดีเจเป็ก รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

COS สาขาใหม่ที่ไอคอนสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379549

COS สาขาใหม่ที่ไอคอนสยาม

COS สาขาใหม่ที่ไอคอนสยาม

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

COS หรือ Collection of Style แบรนด์ดังขึ้นชื่อเรื่องสไตล์ที่ทันสมัยและไร้กาลเวลา เปิดตัวร้าน COS สาขาใหม่ล่าสุด ที่ไอคอนสยาม

หลังจากเปิดไปแล้ว 2 สาขาเมื่อปีก่อนที่ดิ เอ็มควอเทียร์ และที่สาขาสยามพารากอน COS ได้เปิดร้านที่ 3 ในประเทศไทยโดยสาขานี้เป็นสาขาแรกที่มี 2 ชั้น ตั้งอยู่ที่ ชั้นเอ็ม และชั้น 1 ที่ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าแห่งใหม่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตก ในพื้นที่ร้านขนาด1,036 ตารางเมตร ภายในร้านได้รับการตกแต่งที่สะท้อนบุคลิกของความงดงามในสไตล์ COS มีทั้งเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรี สุภาพบุรุษ และเสื้อผ้าเด็ก ในสไตล์สุดคลาสสิกที่ควรมีติดไว้ในตู้เสื้อผ้า และดีไซน์ที่ใส่ได้ตลอดแบบไม่มีวันเอาท์

โดยสาขาใหม่นี้นำเสนอคอลเลคชั่นออทัม/วินเทอร์ 2018 ที่รวบรวมเสื้อผ้าชิ้นหลักที่มีให้เลือกมากมาย ดีไซน์อย่างพิถีพิถันโดยเน้นวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ผสมผสานกับซิลลูเอทเสื้อผ้าที่เน้นรูปทรงชัดเจน พร้อมฟังก์ชั่นหลากหลาย และมีเอกลักษณ์โดดเด่นในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่สามารถเลือกสรรให้เข้ากับสไตล์ของทุกคน

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379554

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2561

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ข่าวน่ายินดีที่ วิบูลเกียรติ โมฬีรตานนท์ ได้รับคัดเลือกเป็นศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียน ดีเด่นปี 2561…

ll ยินดีอีกเรื่อง ที่ บมจ.ทิสโก้ ได้เป็น1 ใน 11 บริษัทไทย ที่ได้รับรางวัล TOP 50 บริษัทจดทะเบียนอาเซียนที่มีผลประเมินธรรมาภิบาลสูงสุด ภายใต้โครงการ ASEAN CG Scorecard ครั้งที่ 2 จัดที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย…

ll สุชาดา-ไพโรจน์ ตีระพัฒนกุล ฉลองครบรอบแต่งงาน 50 ปี ชื่นมื่นพร้อมลูกหลาน ที่แสนคำเทอร์เรส เชียงใหม่ เมื่อวันก่อน…

ll ลอยกระทงปีนี้มีหลายคนที่ลอยกระทงน้ำแข็ง นวัตกรรมใหม่ล่าสุด แต่กระทงของ คุณหญิงกษมา วรวรรณ พอลงน้ำก็คว่ำทันที ไม่เป็นไรปีหน้าลองใหม่…

llศิวะพร-รจนา ทรรทรานนท์ และคณะไปลอยกระทงถึงโรม แต่คนที่โรมอย่าง นฤมล อินทรสุขสันติ ที่กลับมาลอยที่บ้านสวยงามของเธอ ที่อัมพวามีแขกคุ้นเคยอย่าง อัจฉรา เสริบุตร,สมศักดิ์-กัทลี สุริยวงศ์…

llคุณแม่สำรวย ประดิษฐ์สาร มารดาอุไรวรรณ ประดิษฐ์สาร ถึงแก่กรรมอย่างสงบในวัยใกล้ 100 ท่ามกลางลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา ประกอบพิธีฌาปนกิจและพาคุณแม่กลับบ้าน
ที่ท่าฉาง สุราษฎร์ธานี เรียบร้อยแล้ว…

ll บุญใหญ่ งานสาธยายพระไตรปิฎกพุทธคยานานาชาติ จัดขึ้น ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพียงครั้งเดียวในรอบปี 2-12 ธ.ค. โดยมีชาวพุทธกว่า 13 ประเทศ และพุทธบริษัทเข้าร่วมนับหมื่นคน โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพงานบุญถวายภัตตาหาร เปิดโรงทาน บัญชี“มูลนิธิพระธรรมวิทยากรไทยในแดนพุทธภูมิ”ธ.กสิกรไทย
เลขที่ 037-8-26671-8 พระครูปลัดเฉลิมชาติ(ท่านกอล์ฟ)เลขานุการหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล +918002824953…

ll สุวิมล จิวาลักษณ์ กก.และผจก. มูลนิธิเอสซีจี และทีมงาน เป็นปลื้มสุดๆ เพราะหนังสั้น Believe โดยมูลนิธิเอสซีจี ถ่ายทอดเรื่องราวประทับใจระหว่างลูกศิษย์กับคุณครูอาชีวะ สามารถคว้า 2 รางวัลจากเวที ADMANAwards 2018 ในสาขา Film โดยได้รับรางวัล Silver จากประเภทสถาบันและผู้สนับสนุน และรางวัล Bronze จากประเภทส่งเสริมสังคม…

ll วัยกำลังจะขึ้นสะพานพระราม 7 ต้องระวังตัวเพิ่มมากหน่อย เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ เพิ่งเหาะลงมาจากจักรยาน หน้าอก เข่ากระแทกพื้น แต่ยังดีแค่ฟกช้ำ…ll

หนูภาฯ

LIFE & HEALTH : มารับมือกับอาการผู้ชายวัยทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379537

LIFE&HEALTH : มารับมือกับอาการผู้ชายวัยทอง

LIFE&HEALTH : มารับมือกับอาการผู้ชายวัยทอง

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถ้าพูดถึงคำว่า “วัยทอง” คนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ชายมีช่วงนี้เหมือนกัน เพียงแต่อาการของชายวัยทองนั้นจะค่อยเป็นค่อยไปไม่แสดงออกอย่างชัดเจนและสังเกตอาการค่อนข้างยากกว่าผู้หญิง

ข้อมูลจาก ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ กรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ เปิดเผยว่า ตามปกติชายวัย 40 ปีขึ้นไป จะมีระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนลดลงประมาณปีละ 1% โดยจะลดลงไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีการหยุดทำงาน ซึ่งแตกต่างจากวัยทองในเพศหญิงที่รังไข่จะหยุดผลิตฮอร์โมนเพศหญิงโดยสิ้นเชิง ดังนั้นอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดในชายวัยทองจึงไม่ชัดเจนและรุนแรงเหมือนกับสตรีวัยทอง อย่างไรก็ดี ภาวะพร่องฮอร์โมนที่เกิดขึ้นในเพศชาย ไม่ได้เกิดกับผู้ชายทุกคน และมีอาการแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยอวัยวะที่มีความสัมพันธ์กับการเริ่มพร่องลงของฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มเสื่อมการทำงานลง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ตามมา โดยมีสัญญาณเตือนภัยให้สังเกตกันดังต่อไปนี้

อาการทางด้านสติปัญญาและอารมณ์ เช่น เครียดและหงุดหงิดง่าย เฉื่อยชาลง ขาดสมาธิในการทำงาน ความจำระยะสั้นลดลง บางคนหากมีอาการมากๆ ก็จะรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่ายชีวิต หรือซึมเศร้าลง

อาการทางด้านระบบไหลเวียนโลหิต เช่น อาจมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก ชีพจรเต้นเร็ว

อาการทางด้านร่างกาย ได้แก่ อ่อนเพลียไม่มีแรง เหนื่อยง่ายขึ้นเบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัวโดยไม่มีสาเหตุ ไม่กระฉับกระเฉง กล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกายนั้นมีลักษณะเล็กและลีบลงในขณะที่ไขมันในร่างกายนั้นเพิ่มพูนได้ง่าย ก่อให้เกิดความอ้วนและลงพุง ภาวะกระดูกพรุน

อาการทางด้านจิตใจและเพศ เช่น อาการนอนไม่หลับ ตื่นตกใจง่าย ความต้องการทางเพศและสมรรถภาพทางเพศเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ดีผู้ชายส่วนใหญ่มักปฏิเสธไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองเริ่มมีอายุมากขึ้น มักอ้างว่าเป็นผลจากการทำงานหนัก ความเครียดที่ต้องทำงานรับผิดชอบครอบครัว ที่สำคัญผู้ชายส่วนใหญ่มักจะไม่เอ่ยปากพูดเรื่องนี้กับใครและไม่ไปพบแพทย์

รับมือปัญหาแห่งวัยอย่างไรดี

การเข้าสู่วัยทองของผู้ชายไม่มีช่วงอายุที่แน่นอน หรือแสดงอาการเด่นชัดเหมือนเพศหญิงแต่เป็นการสะสมความถดถอยในระยะยาว เพราะนอกจากเรื่องของอายุซึ่งเป็นปัจจัยตามธรรมชาติแล้ว การลดลงของระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้ายังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและสภาวะบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนัก การพักผ่อนน้อย ความเครียด ความวิตกกังวล การดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการสูบบุหรี่ และโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ ดังนั้นบางรายอาจเริ่มแสดงอาการตั้งแต่วัย 40 ขณะที่บางคนมักจะไม่มีอาการอะไรให้เห็นจนอายุ 60 ก็มี ดังนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ด้วยหลักง่ายๆ ดังนี้

พักผ่อนให้เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจทำให้ร่างกายอ่อนล้าและต้องการการพักผ่อนมากกว่าปกติ การนอนหลับถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด เพราะร่างกายทุกส่วนจะได้พักผ่อนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งช่วยให้สมองปลอดโปร่งแจ่มใส หากใครมีอาการนอนไม่หลับ หรือหลับๆ ตื่นๆ อยู่บ่อยๆ ควรหลีกเลี่ยงความเครียดและความวิตกกังวล เพราะจะส่งผลให้มีปัญหาการนอน ขณะเดียวกันก่อนนอนควรดื่มนมอุ่นๆ หรือชาคาโมมายด์ หรือใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบนวดผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้รู้สึกสบายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น

สร้างบริโภคนิสัยที่ดี เลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์อย่างหลากหลาย เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการ โดยพยายามเน้นอาหารประเภทผัก ผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ รวมทั้งมีกากใยสูงซึ่งช่วยให้ระบบย่อยและขับถ่ายทำงานได้ดี หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ของทอด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาเฟอีนที่มากเกินไป ดื่มน้ำสะอาดไม่ต่ำกว่า 8 แก้ว

ขยับกายสบายชีวี หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ลดความเครียด ช่วยให้คุณนอนหลับได้สบายขึ้น การออกกำลังกาย ที่เหมาะสำหรับวัยนี้คือการขี่จักรยาน การเดินเร็ว ว่ายน้ำ เป็นต้น

เตรียมอารมณ์และจิตใจ แม้คุณจะมีเรื่องวุ่นวายใจต้องขบคิดกับปัญหารอบด้าน การสูดลมหายใจลึกๆ หลับตา และนับ 1-10 หรือจะเลือกสวดมนต์ ทำสมาธิ ช่วยสร้างความสงบสุขทางจิตใจและช่วยให้คุณมีสติ พร้อมฝ่าฝันปัญหาและอุปสรรคต่าง ให้ผ่านพ้นไป ขณะเดียวกันควรทำจิตใจให้สงบมองโลกในแง่ดีและละวางจากความเครียด ด้วยการทำกิจกรรมที่ชอบ หรือสนุกกับงานอดิเรก เพื่อความเพลิดเพลินและเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง

หมั่นตรวจสุขภาพประจำ อย่างน้อยปีละครั้งจะช่วยให้คุณทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆ ในร่างกาย หากเกิดมีสิ่งผิดปกติยังสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ไม่ปล่อยให้เป็นมากจนมีภาวะแทรกซ้อนจึงจะรักษา คุณจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกโปรแกรมการตรวจที่เหมาะสมสำหรับตัวคุณเอง

ทั้งนี้ ถ้าทำความเข้าใจและพร้อมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจที่เกิดขึ้น รวมทั้งคนรอบข้างให้การสนับสนุนชายวัยทองก็สามารถมีความสุขไปพร้อมกับการมีสุขภาพดีและยังดูหนุ่มกว่าวัยไปได้อีกด้วย

โดย ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

เปิดHouse Of Creed แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379548

เปิดHouse Of Creed แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย

เปิดHouse Of Creed แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิด House Of Creed แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย มร.เออร์วิน ครีด (Erwin Creed) ทายาทรุ่นที่ 7 ของ House of Creed แบรนด์น้ำหอมสัญชาติฝรั่งเศสจัดงาน ซึ่งครั้งนี้ Creed วางคอนเซ็ปต์ของบูติกให้มีความโมเดิร์นแต่ยังคงไว้ซึ่งตำนาน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, กรกนก ยงสกุล, เจย์ สเปนเซอร์, จริยดี สเปนเซอร์, ศุภชัยกาญจนศักดิ์ชัย, พิมดาว พานิชสมัย, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ วสุวัส คูหาเปรมกิจที่ House Of Creed ชั้นจี ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ เมื่อวันก่อน

มร.เออร์วิน ครีด

Creed แบรนด์น้ำหอมแห่งราชวงศ์ ที่สื่อถึงคุณภาพ ความละเมียดละไมเป็นผลงานแบบฉบับแห่งความวิจิตรบรรจงโดยน้ำหอมของ Creed สร้างสรรค์ผลงานที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานกว่า 250 ปี ผ่านการคัดสรรส่วนผสมที่ดีที่สุดของ Mandarin, Ambergris และ Sandalwood ได้รับการชั่งน้ำหนัก ผสม แยก และกรองด้วยมือตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของ มร.เจมส์ เฮนรี ครีด (James Creed) ผู้ก่อตั้ง House of Creed จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย รวมถึงคนในราชสำนักประเทศอังกฤษ และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ผลิตส่งน้ำหอมอย่างเป็นทางการหลังจากนั้น House of Creed กลายเป็นตัวเลือกของบรรดาราชสำนักทั้งหลายในยุโรป ในปีค.ศ.1854 House of Creed ได้ย้ายไปอยู่ที่กรุงปารีสภายใต้พระราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระจักรพรรดินียูจีเนีย ซึ่งถือเป็นการการันตีในคุณภาพที่ทำให้แบรนด์มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบัน

กรกนก ยงสกุล

House of Creed ประเทศไทยแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย เป็น 1 ใน 16 ของ House of Creed ทั่วโลกเนรมิตความสวยงามของกลิ่นหอมผ่านการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยาวนานของ Creed ในการผสมผสานเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟของแบรนด์ลงไปในทุกดีเทลการตกแต่ง ซึ่งเป็นจุดลงตัวที่สุดระหว่างความดั้งเดิมกับความทันสมัย
ที่คงความหรูหราพร้อมให้กลิ่นอายความอบอุ่นและผ่อนคลาย การเลือกสรรน้ำหอมชั้นเลิศจะเผยถึงเสน่ห์ในตัวคุณออกมาได้อย่างตรงใจที่สุด

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เพลิดเพลินไปกับการทดลองกลิ่นน้ำหอมและค้นหาสไตล์ที่ใช่ในแบบฉบับของ Creed ภายในร้านตกแต่งเป็นธีมสีทองและสีขาวสื่อถึงความรอยัลตี้ของแบรนด์ บริเวณโซนจัดโชว์น้ำหอมประดับด้วยดอกไม้หลากหลายสี มีวงดนตรีบรรเลงเพลงแจ๊สทำให้บรรยากาศหรูหรามากขึ้น

เจย์ สเปนเซอร์, จริยดี สเปนเซอร์

ภายในงาน สาวมั่นอย่าง กรกนก ยงสกุล กล่าวว่า “สมัยที่เรียนอยู่ประเทศอังกฤษ เห็นครั้งแรกที่ย่านเมย์แฟร์ รู้สึกว่าหน้าร้านสวยพอเดินเข้าไปสิ่งที่ประทับใจคือ พนักงานต้อนรับด้วยความอบอุ่น อธิบายถึงเรื่องราวของน้ำหอม ทำให้เรารู้สึกว่า น้ำหอมของ Creed มีเรื่องราวและแต่ละกลิ่นเหมาะกับอะไรบ้าง เราเป็นคนที่ชอบศิลปะรู้สึกว่าขวดมีการดีไซน์
ที่สวยมากหลงใหลในความละเมียดละไมก็เลยชอบแบรนด์ Creed ซึ่งเราชอบกลิ่น Silver Mountain และดีใจมากๆ
ที่ Creed ได้มาเปิดที่ประเทศไทย เพราะคนไทยทุกคนมีสไตล์ที่เป็นส่วนตัว มีเอกลักษณ์ มีรสนิยมที่เหมาะสมกับ Creed และเชื่อว่า Creed จะเป็นอีกแบรนด์ที่ครองใจคนไทยได้ค่ะ”

ทางด้าน เจย์ สเปนเซอร์นักธุรกิจหนุ่ม กล่าวว่า “ผมรู้จักแบรนด์นี้มากว่า 15 ปี ซึ่งกลิ่นแรกที่ผมใช้เป็นกลิ่น Green Irish Tweed หลังจากนั้นผมใช้ Silver Mountain และ 5 ปีหลังมานี้ใช้ Vetiver ซึ่งแบรนด์นี้แรกเริ่มคือคุณแม่ซื้อให้ท่านให้เหตุผลว่าน้ำหอมเป็นสิ่งแทนใจ เวลาที่ผมใช้จะได้นึกถึงคุณแม่ครับ”

พบกับ Creed แบรนด์น้ำหอมแห่งราชวงศ์ได้แล้ววันนี้

เดลิเวอรี่กระเช้าของขวัญรับปีใหม่ส่งตรงถึงหน้าบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379545

เดลิเวอรี่กระเช้าของขวัญรับปีใหม่ส่งตรงถึงหน้าบ้าน

เดลิเวอรี่กระเช้าของขวัญรับปีใหม่ส่งตรงถึงหน้าบ้าน

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชัยรัตน์ เพชรดากูล

เมื่อใกล้เทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีกูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ท กลุ่ม เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงได้จัดงาน “Blissful Hampers 2019” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Traditional Christmas with a twist” ในบรรยากาศแห่งความสุข สดใสด้วยเหล่า Gingerbread Man ร่วมกันยกขบวนกระเช้าของขวัญรวมกว่า 1,000 รายการ พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยให้บริการเดลิเวอรี่กระเช้าของขวัญส่งตรงถึงหน้าบ้าน

ชัยรัตน์ เพชรดากูล ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “นอกจากกระเช้าหลากหลายรูปแบบที่เราตั้งใจรังสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมตกแต่งดีไซน์กระเช้าอย่างโดดเด่นและสวยงามให้ได้เป็นกระเช้าที่ดีที่สุดแล้ว และเพื่อให้เทศกาลปีนี้ สนุก สุขล้นกว่าที่เคยเราจึงพร้อมให้บริการ เดลิเวอรี่ เซอร์วิส เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า โดยสามารถคลิกสั่งกระเช้าของขวัญออนไลน์ง่ายๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น กระเช้าของขวัญก็พร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้าน โดยลูกค้าสามารถเลือกแอพพลิเคชั่นพร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ตามความสะดวก ได้แก่

แอพพลิเคชั่น แฮปปี้ เฟรช  (Happy Fresh) เพียงสั่งกระเช้าครบ 1,500 บาท ส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แอพพลิเคชั่นเอ็มการ์ด ช็อป (M Card Shop) หรือช็อปที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต เพียงสั่งครบ 12,000 บาทขึ้นไป ส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงภายในจังหวัดนครราชสีมา และอำเภอหัวหินพิเศษ! สำหรับสมาชิก MCard จัดส่งฟรี เมื่อซื้อกระเช้ามูลค่า 10,000 บาทขึ้นไป และสำหรับลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อกระเช้าด้วยตัวเอง ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ยังมีบริการส่งกระเช้าผ่าน Grab Express พร้อมรับส่วนลดค่าส่งทันที 70 บาท เพียงใช้โค้ด GOURMET70 และพิเศษสุดสำหรับสมาชิก M Card รับส่วนลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้ MPoint เท่ากับยอดซื้อ นอกจากนี้ Blissful Hampers 2019 พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ลดสูงสุด 38% พร้อมโปรโมชั่นผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% สูงสุดนาน 6 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

นอกจากการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการตกแต่งกระเช้าของขวัญในสไตล์ของตนเอง ไม่ซ้ำร่วมส่งต่อความปรารถนาดี ให้เทศกาลปีนี้ สนุก สุขล้นกว่าที่เคย ด้วยกระเช้าของขวัญที่คัดสรรอย่างดีที่สุด ในงาน “Blissful Hampers 2019” ตั้งแต่วันนี้-15 มกราคม 2562 ที่ กูร์เมต์มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ท ทุกสาขา และสามารถเลือกชมแคตตาล็อกกระเช้าของขวัญหลากหลายรูปแบบออนไลน์ได้ที่ www.gourmetmarketthailand.com/hamper2019

ผลลัพธ์แห่งผิวสวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379538

ผลลัพธ์แห่งผิวสวย

ผลลัพธ์แห่งผิวสวย

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส แนะนำ PAUL & JOE SERUM (พอล แอนด์ โจ เซรั่ม) เซรั่มบำรุงผิวสามสูตรใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผิวที่แตกต่าง ให้ผลลัพธ์แห่งผิวสวย สุขภาพดี ฟูนุ่ม แลดูอ่อนวัย ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ให้คุณเติมพลังให้ผิวในทุกวันอย่างอ่อนโยน วางจำหน่ายแล้วที่เคาน์เตอร์ PAUL & JOE สาขาเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, สยามพารากอนและ ไอคอนสยาม

กรมวิทย์แนะเคล็ดลับดูแลผิวหน้าหนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379541

กรมวิทย์แนะเคล็ดลับดูแลผิวหน้าหนาว

กรมวิทย์แนะเคล็ดลับดูแลผิวหน้าหนาว

วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะวิธีเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในช่วงหน้าหนาวให้เหมาะกับสภาพผิวและเพื่อป้องกันการแพ้และระคายเคืองต่อผิวหนัง

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว หลายๆ คนมักประสบปัญหาผิวแห้งกร้านแตกเป็นขุย ลอก หรือคัน หากต้องแต่งหน้าอาจทำให้เครื่องสำอางไม่ติดหน้า เห็นรอยหน้าแห้งลอกชัดเจนเมื่อทาแป้ง ขาดความมั่นใจในการแต่งหน้า ซึ่งมีสาเหตุมาจากผิวขาดความชุ่มชื้น ดังนั้น การดูแลผิวสำหรับหน้าหนาว เพื่อให้มีผิวสวย สุขภาพดี มีปัจจัยหลักคือ ผิวต้องมีความชุ่มชื้นเพียงพอ จึงต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นหรือรักษาความชุ่มชื้นที่เหมาะกับสภาพอากาศและสภาพผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของสารที่ทำให้ผิวนุ่มลื่นชุ่มชื้นและทำหน้าที่เป็นชั้นของฟิล์มบางๆ ที่เคลือบคลุมผิวหนัง ลดการสูญเสียความชุ่มชื้นออกจากผิว ช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้กับผิวหนัง สารกลุ่มนี้เป็นไขมันชนิดต่างๆ ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสารสังเคราะห์ อาทิ กรดไขมันต่างๆ (fatty acid) แอลกอฮอล์ไขมัน (fatty alcohol)ไขมันจากพืชหรือสัตว์ เช่น ขี้ผึ้ง น้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันงา ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น น้ำมันแร่หรือน้ำมันประเภทซิลิโคน สารที่ช่วยดูดความชื้นและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง โดยการดูดความชุ่มชื้นไว้ในผิวหนังไม่ให้ระเหยไป สารกลุ่มนี้ ได้แก่กลีเซอรอล (glycerol) น้ำผึ้ง ว่านหางจระเข้ เป็นต้น สารกลุ่มนี้บางตัวอาจระคายเคืองผิวหนัง จึงควรระมัดระวังโดยเฉพาะผิวหนังที่มีการอักเสบ

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่ออีกว่า การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะสมกับหน้าหนาวนั้น เราต้องพิจารณารูปแบบและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ว่ามีน้ำมันมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของน้ำมันและครีมจะให้ความชุ่มชื้นมากกว่าโลชั่น โดยให้พิจารณาลักษณะผิวของตนเอง หากมีผิวแห้งควรเลือกใช้ครีมที่เข้มข้น และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารประเภทขี้ผึ้ง ไขมัน น้ำมันจากธรรมชาติหรือสารสังเคราะห์ ในปริมาณที่เข้มข้น เพื่อเคลือบคลุมผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น สำหรับผู้ที่ผิวแห้งมากอาจทาผิวด้วยน้ำมัน เช่น เบบี้ออยล์ น้ำมันมะพร้าวบางๆ แล้วจึงทาครีมทาผิวทับ และควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้งมากขึ้น เช่น การอาบน้ำอุ่น หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสี

“การทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนั้น ควรทาหลังทำความสะอาดผิวหรืออาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เนื่องจากสารสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดี โดยทาให้ทั่วบริเวณที่ต้องการ ให้เนื้อครีมกระจายออกทั่วผิวหนัง นอกจากนี้ควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรืออาบน้ำที่ไม่อุ่นเกินไป ใช้สบู่อ่อนหรือเจลอาบน้ำที่ผสมสารให้ความชุ่มชื้น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวส่วนใหญ่มักผสมน้ำหอมเพื่อให้น่าใช้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการแพ้ได้ สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรทดลองใช้ก่อน โดยให้ลองทาในบริเวณเล็กๆ เช่น ทาที่ต้นแขนด้านใน หลังกกหู หรือหลังมือวันละ 1-2 ครั้ง นาน 7 วันถ้าไม่มีผื่นแพ้เกิดขึ้น จึงใช้กับผิวหนังทั่วร่างกายได้” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวทิ้งท้าย