ตำรวจน้ำ..นำพาขยะทะเลกลับบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385824?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ตำรวจน้ำ..นำพาขยะทะเลกลับบ้าน

30 สิงหาคม 2562 – 10:00 น.
มาเรียม,พะยูน,ถุงพลาสติก,ขยะทะเล,นำพาขยะทะเลกลับบ้าน
เปิดอ่าน 1,180 ครั้ง

โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

หลายคนน่าจะยังจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นกับ “มาเรียม” พะยูนน้อยกำพร้าแม่ ที่เป็นขวัญใจคนไทยได้เพียงระยะสั้นๆ ไม่กี่เดือน แต่ต้องมาตายเพราะ “ถุงพลาสติก” ซึ่งเป็น “ขยะทะเล” โดยสะท้อนว่าปัญหาขยะเป็นภัยคุกคามสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลเกินกว่าจะคาดถึง

ด้วยเหตุนี้ “ตำรวจน้ำ” จึงได้มีกิจกรรม “นำพาขยะทะเลกลับบ้าน” ที่หาดปากเมง อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยมี ข้าราชการตำรวจ อัยการ ทหาร ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งสิ้น 500 คน

กิจกรรมดังกล่าว มี พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นประธานจัดกิจกรรมตามโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศลและร่วมแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำกำลังตำรวจกองกำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ (กก.9 บก.รน.) นำโดย พ.ต.อ.จตุรวิทย์ คชน่วม ผกก.9 บก.รน.

   พล.ต.ท.วิสนุ บอกว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นการแสดงพลังความสามัคคีของข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อลดปริมาณขยะในทะล ชายฝั่ง และบริเวณชุมชนชายฝั่ง ไม่ให้มีผลกระทบกับแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรักษาฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรที่ได้รับความเสียหายจากขยะพลาสติก และขยะอุปกรณ์การทำประมง รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว นักดำน้ำ และผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับปัญหาขยะในทะเล พร้อมติดตามส่งเสริมการบริหารจัดการขยะในแหล่งท่องเที่ยวแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน และการจัดการแหล่งท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญทำให้เกิดความร่วมมือในการช่วยลดปริมาณขยะซึ่งจะช่วยป้องกันความเสียหายต่อแนวปะการังและสัตว์ทะเลหายาก ทำให้ปะการังมีโอกาสฟื้นตัวและทัศนียภาพใต้ท้องทะเลมีความสวยงามประกอบกับเป็นช่วงมรสุมทำให้มีขยะติดค้างบริเวณชายหาด

 “ชื่อกิจกรรมบ่งบอกอยู่แล้วว่านำพาขยะทะเลกลับบ้าน เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงว่า ทะเลคือบ้านของสัตว์น้ำ มีแต่มนุษย์เท่านั้นแหละที่เอาขยะและสิ่งปฏิกูลที่เราไม่ต้องการไปทิ้งไว้ในบ้านของสัตว์น้ำ วันนี้จึงเป็นวันที่พวกเราจะนำขยะของพวกเรากลับขึ้นมา เป็นการคืนสมดุลให้แก่ทะเลที่เป็นบ้านของสัตว์ทะเลทุกชนิดได้อาศัย เรารักบ้านเราอย่างไร สัตว์ทะเลก็รักบ้านของเขาอย่างนั้น” พล.ต.ท.วิสนุ กล่าวย้ำ

การจัดการปัญหาขยะในทะเลต้องเริ่มจากต้นทาง ด้วยการสร้าง “จิตสำนึกของคน” ให้ตระหนักถึงปัญหาขยะมากขึ้น เพราะขยะในทะเลไม่ได้เกิดจากทะเล แต่เป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์บนบก ทิ้งขยะลงชายหาด แม่น้ำ ลำคลอง สุดท้ายก็ไหลลงไปรวมในทะเลทั้งสิ้น..!!

สุรินทร์โมเดล “เนวิน” สอย 2 กองหนุน “ลุงตู่” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385813?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สุรินทร์โมเดล “เนวิน” สอย 2 กองหนุน “ลุงตู่”

30 สิงหาคม 2562 – 09:30 น.
เจาะประเด็นร้อน,เนวิน ชิดชอบ,ภูมิใจไทย,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,คนใหญ๋บุรีรัมย์,นายก อบจสุรินทร์
เปิดอ่าน 35,373 ครั้ง

สุรินทร์โมเดล “เนวิน” สอย 2 กองหนุน “ลุงตู่”

******************************

วันอังคารที่ผ่านมา ครม.อนุมัติงบประมาณวงเงิน 15,800 ล้านบาท โดยจัดสรรงบประมาณลงจังหวัดละ 200 ล้านบาท (74 จังหวัด) ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย เฉพาะสุรินทร์และบุรีรัมย์ได้จังหวัดละ 500 ล้านบาท

ตัวเลขงบฯ เมืองปราสาทสายฟ้า และเมืองช้าง ทำให้นึกถึงวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.สุรินทร์ ได้พบกับครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล และคุณากร ปรีชาชนะชัย 3 ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย

ยึดไม่ได้ก็เอาเป็นพวก

สุรินทร์เป็นบ้านเกิดของชัย ชิดชอบ ซึ่งผู้มากบารมีในบุรีรัมย์ “เนวิน ชิดชอบ” พยายามขยายพื้นที่การเมืองมายังเมืองช้าง เริ่มจากเลือกตั้ง 2550 เนวินเป็นแม่ทัพใหญ่ของพรรคพลังประชาชน อาศัยกระแสทักษิณ ก็เกือบยึดเมืองช้างสำเร็จ

เนวิน ไม่เคยชนะที่สุรินทร์

เลือกตั้ง 2554 เนวินตั้งพรรคภูมิใจไทย กวาดอดีต ส.ส.สุรินทร์ มาสวมเสื้อสีน้ำเงิน สู้กระแสปูแดงไม่ไหว เหลือรอดเข้าสภาคนเดียว นอกนั้นสอบตกเกลี้ยง

เลือกตั้ง 2562 ลูกปู่ชัยปรับทัพใหม่ ลดโทนขัดแย้ง หวังชนะใจคนเมืองช้าง สุดท้ายก็ได้ 1 ที่นั่งเหมือนเดิมคือ ปกรณ์ มุ่งเจริญพร” ส.ส.สุรินทร์ เขต 1

บทเรียนการเลือกตั้ง ครั้งได้บอกเนวินว่า คนเมืองช้างยังรักและศรัทธา “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ด้วยเหตุนี้จึงเกิด “สุรินทร์โมเดล” ขึ้นมา

สุรินทร์โมเดล ส.ส.เพื่อไทย, ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ

เมื่อ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา “ปกรณ์” โพสต์ภาพ 2 ส.ส.สุรินทร์ เพื่อไทยในเฟซบุ๊ก พร้อมบรรยายความว่า “เรารวมกันเพื่อช่วยเหลือชาวสุรินทร์ที่กำลังเดือดร้อน​มัน​ผิดด้วยหรือ​? ขอคนละ​แชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ท่านทั้ง​ 2​ ด้วยครับ #คุณ​คือ​ฮีโร่​ของคนสุรินทร์ ​#ส.ส.ครู​มา​นิตย์​ สังข์​พุ่ม ส.ส.ตี๋​ใหญ่​ พูนศรีธนากูล”

ตี๋​ใหญ่​ พูนศรีธนากูล

ครูมานิตย์-ตี๋ใหญ่” กลายเป็นฮีโร่ของพลพรรคสีน้ำเงิน นี่คือสุรินทร์​โมเดล​ เอาชนะไม่ได้ ก็เอามาเป็นพวกก่อน

ทิ้ง“เพื่อไทย”สอบตก

 “ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม” และ ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล” เป็น ส.ส.สมัยแรกพร้อมกัน ในสีเสื้อไทยรักไทย ฤดูเลือกตั้ง 2544 ไม่มีใครคิดหรอกว่า “ประชานิยม” ของทักษิณจะมาแรงขนาดนี้

สำหรับครูมานิตย์มาจากนักการเมืองท้องถิ่น เป็นที่ปรึกษาประธานสภา อบจ.สุรินทร์ ส่วนตี๋ใหญ่ ก็เป็น ส.จ.สุรินทร์ เขต อ.รัตนบุรี

ครูมานิตย์กับศักดิ์สยาม ชิดชอบ

เลือกตั้ง 2548 สองสหายชายขอบเมืองช้างได้เข้าสภาสบายๆ กระทั่งเลือกตั้ง 2550 สอบตกทั้งคู่ เพราะเปลี่ยนจากเขตเดียวเบอร์เดียว เป็นแบ่งเขตเรียงเบอร์

เลือกตั้ง 2554 กลับมาเป็นส.ส.เพื่อไทยอีกหน หลังอดีต ส.ส.สุรินทร์ ย้ายไปอยู่ค่ายเนวิน เลยเปิดช่องให้ลงสนามได้ และคนเมืองช้างลงโทษ คนทรยศ” ต่อทักษิณ ค่ายสีน้ำเงินสอบตกเกือบหมด

ครูมานิตย์และตี๋ใหญ่เห็นตัวอย่างจากเพื่อนส.ส.ที่ย้ายค่ายแล้วพ่ายแพ้ จึงไม่คิดทั้งเพื่อแม้วเด็ดขาด

เซี้ย” สามมิตร

สถานการณ์เลือกตั้งที่ผ่านมาโดยภาพรวมของเมืองช้าง พรรคเพื่อไทยได้ 5 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 1 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง แต่หากมองที่คะแนนดิบ ปรากฏว่า พรรคพลังประชารัฐดีกว่าพรรคภูมิใจไทย และเป็นรองพรรคเพื่อไทยไม่มาก

พลังประชารัฐหนึ่งเดียวในเมืองช้าง คือ ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์” หรือ “เซี้ย สินอุดม” ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 ตัวแทนกลุ่มทุนรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในนาม “บริษัท สินอุดมสุรินทร์-1990 จำกัด”

เซี้ย สินอุดม ส.ส.สุรินทร์ พลังประชารัฐ

“เซี้ย” เคยเป็นรองนายก อบจ.สุรินทร์ สมัยที่ธงชัย มุ่งเจริญพร เป็นนายก อบจ.เมืองช้าง ปี 2551-2555 และเป็น ส.จ.สุรินทร์ มาหลายสมัย

ธงชัย มุ่งเจริญพร อดีตนายก อบจ.สุรินทร์

ถ้ายังจำกันได้ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ยกทีมสามมิตรมาพูดคุยกับ “ธงชัย” และ “เซี้ย” ตอนกลางปีที่แล้ว โดยทั้งคู่รับปากว่า จะมาร่วมหัวจมท้ายกับสามมิตร

เมื่อฤดูเลือกตั้งมาถึง “ธงชัย” ขอเป็นกองหนุน “เซี้ย สินอุดม” แทน และเอาชนะ กิติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ จากค่ายเนวินไปแบบสบายๆ

ชัยชนะของ “เซี้ย สินอุดม” ถือว่าอดีตนายก ธงชัย ล้างแค้นสำเร็จ เพราะเลือกตั้งนายก อบจ.สุรินทร์ ครั้งที่แล้ว “เสี่ยติ่ง” กิติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติ พ่อของกิติศักดิ์ เอาชนะทีมของเขาไปได้

น่าจับตา ธงชัย มุ่งเจริญพร จะกลับมาทวงเก้าอี้นายก อบจ.สุรินทร์ คืนหรือไม่?

ฮ่องกง เหมือนหนังชีวิตต้องดูกันนานๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385818?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ฮ่องกง เหมือนหนังชีวิตต้องดูกันนานๆ

30 สิงหาคม 2562 – 09:00 น.
ยกเลิกเกณฑ์ทหาร,พรรคอนาคตใหม่,ฮ่องกง
เปิดอ่าน 1,426 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

เวลานี้ม็อบฮ่องกงชักมีแต่จำนวนคนเสียแล้วและทำไปทำมารัฐบาลจีนกำลังวางหมากเด็ดเพื่อเด็ดปีก-เด็ดหางเป็นขั้นตอนต่อไป

ถ้าเป็นสมัยก่อนที่จีนยังไม่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหรือมหาอำนาจโลกเช่นนี้ ฮ่องกงอาจจะโดนแทรกแซงโดยเรียบร้อย

แต่มาเวลานี้รัฐบาลจีนปล่อยให้ผลไม้ที่สุกงอมร่วงหล่นลงมาเองและ ‘ฮ่องกง’ คือผลไม้ที่สุกงอมนั้น

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าประธานาธิบดี ‘สี จิ้น ผิง’ ผู้ทรงอำนาจจะประกาศยกเลิกเขตปกครองพิเศษฮ่องกงแล้ว ผนวกฮ่องกง-มาเก๊า เป็นเมืองหนึ่งของมณฑลกวางตุ้ง

เมื่อเป็นเช่นนั้นฮ่องกง-มาเก๊า จะต้องใช้กฎหมายของจีนและต่อไปจีนจะผลักดันให้ ‘เสิ่นเจิ้น’ ที่สมัยก่อนพวกเรารู้จักกันดีเป็นแหล่งขายของก๊อบปี้-ของปลอม กำลังขึ้นมาแทนฮ่องกง!
อ๊อด เทอร์โบ


ยกเลิกเกณฑ์ทหาร
พรรคอนาคตใหม่เอาจริง

ผมติดตามเรื่องราวการเมืองมากพอสมควร และวันก่อนอ่านข่าวเรื่องพรรคอนาคตใหม่จะเสนอร่างพ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารเข้าสภาในสมัยหน้า ซึ่งบอกตามตรงว่าผมขอสนับสนุนอย่างยิ่งและทำอย่างไรจะให้กองทัพของไทยมีขนาดเล็กลง มีคุณภาพ 100%

ทุกปีในเดือนเมษายน ปรากฏข่าวที่น่าเศร้า-น่าขำปนกันไปเพราะมีการจับใบดำใบแดง เป็นลมเป็นแล้งกันไปมากต่อมาก

ในฐานะชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง จึงอยากให้ทางกองทัพปรับปรุงเสียใหม่และดูนโยบายตามพรรคอนาคตใหม่แล้วสรุปออกมาดี ถูกใจมากๆ ซึ่งขอบอกเล่าสู่กันฟังว่า

ต่อไปจะยกเลิกการเกณฑ์ทหารหรือจับใบดำใบแดง แต่ใช้วิธีเปิดรับสมัครโดยต้องมีคุณวุฒิจบ ม.ปลาย ผู้ผ่านการตรวจสอบจะฝึกอย่างน้อย 5 ปี และมีทุนให้เรียนจนจบปริญญาตรี มีเงินเดือน-สวัสดิการเพิ่มขึ้น

นี่เป็นเพียงแผนการโดยย่อนะครับและต่อไปกองทัพจะมีกำลังพลที่มีความรู้ ความสามารถ เข้มแข็ง และสมัครใจ ผมไม่คาดหวังว่าผลจะเป็นอย่างไรหรอกครับ แต่เชื่อว่าถ้าพรรคอนาคตใหม่เสนอมาแบบนี้รับรองรุมกินโต๊ะแน่เพราะต้องปฏิรูปกองทัพทุกเหล่ากันแบบใหญ่โต-ใครจะกล้าทำ?
วินัย (สระบุรี)

เรียนคุณ ‘วินัย’ สระบุรี
ผมได้ทราบเรื่องนี้มาก่อนแล้ว และแนวความคิดเรื่องยกเลิกการเกณฑ์ทหารนี้พูดกันมาหลายหนแล้วแต่ก็ตกไปแบบไม่ผ่านเหตุผลต่างๆ นานา ที่ฝ่ายทหารยกมาหักล้าง

มาครั้งนี้ดูจะเป็นทางการโดยพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเสนอขึ้นมาเกรงว่าจะถูกเหตุผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ

โดยส่วนตัวแล้วอยากให้กองทัพทุกเหล่ามีการปรับปรุงแนวคิดแนวปฏิบัติเพื่อให้ทันยุคทันเหตุการณ์เพระเวลานี้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย

เกรงว่า ‘ทหารเกณฑ์’ จะไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้เข้ากับอาวุธเครื่องมือสมัยใหม่
อ๊อด เทอร์โบ


สคบ.ยักษ์ไม่มีตะบอง
ต้องเอาจริงเพื่อประชาชน

ผมขอให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ‘เทวัญ ลิปตพัลลภ’ ช่วยจัดเต็มให้ สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) เป็นยักษ์ใหม่ที่มีตะบองมีอิทธิฤทธิ์มากกว่าที่เป็นอยู่เช่นทุกวันนี้ ทั้งๆ ที่สคบ.เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยและสามารถต่อยอดร่วมมือกับทุกหน่วยงานได้อย่างเต็มที่โดยมีกฎหมายรองรับให้อำนาจอยู่แล้ว

นโยบายของรัฐมนตรี ‘เทวัญ ลิปตพัลลภ’ น่าสนใจมากหากทำได้ โดยไม่ต้องการให้สินค้าอันตรายเข้ามาแล้วไปไล่จับ แต่ต้องสกัดตั้งแต่ต้นทางเลย พร้อมกันนั้นได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สอดส่องโฆษณาสินค้าต่างๆ ถ้าสินค้าใดมีพิรุธก็ให้จัดการ เพราะกฎหมายฉบับใหม่ของ สคบ.ได้เพิ่มอำนาจให้สคบ.จัดการได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องรอให้ความเสียหายเกิดขึ้นก่อน เช่น การโฆษณาเกินจริง หรือล่อแหลม สคบ.สามารถเรียกผู้ประกอบธุรกิจมาชี้แจงและใช้อำนาจระงับการโฆษณานั้นได้ทันที

มอบหมายให้ สคบ.ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วนและอาหารเสริมประเภทต่างๆ เพราะที่ผ่านมามักมีเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยต้องตรวจตั้งแต่ผู้ผลิต โรงงาน และร้านจำหน่ายเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าจะไม่ทำให้เป็นอันตราย

ดูนโยบายต่างๆ แล้วมีมากมาย จนเกรงว่า สคบ.จะรับลูกหรือรับนโยบายกับรัฐมนตรีไม่ทัน-ผมห่วงจริงๆ
สาคร (ปากเกร็ด)

เรียนคุณ ‘สาคร’ ปากเกร็ด
ขอบคุณสำหรับจดหมายของท่านซึ่งมีสาระน่าสนใจมากและเรื่องจริงที่สคบ.เผชิญอย่างทุกวันนี้ คือเป็นยักษ์ที่ไม่มีใครเกรงกลัวเพราะอะไร?

ผมจึงขอสนับสนุนนโยบายของรัฐมนตรีให้เข้มงวดกับหน่วยงานสำคัญนี้ให้มากๆ ยิ่งเวลานี้ก็มีการขายของทางออนไลน์ด้วยแล้วเกรงว่า สคบ.จะตามไม่ทัน

ทำอย่างไรจะติดอาวุธให้สคบ.มีฤทธิ์มากกว่านี้
อ๊อด เทอร์โบ

ธิดา เพ้อหา ผู้นำ นปช. ภาคใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385817?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ธิดา เพ้อหา ผู้นำ นปช. ภาคใหม่

30 สิงหาคม 2562 – 09:00 น.
ธิดา ถาวรเศรษฐ,นปช,เหวง โตจิราการ,ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
เปิดอ่าน 5,714 ครั้ง

คอลัมน์…  ชูธงทวนกระแส  โดย… พรานข่าว 

 เมื่อมีการเผยแพร่ข่าวศาลฎีกาพิพากษากลับให้แกนนำ นปช. ร่วมกันรับผิดชอบค่าเสียหาย รวมทั้งดอกเบี้ยประมาณ 30 ล้าน ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการวางเพลิงเผาทรัพย์ช่วงระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553

“ธิดา ถาวรเศรษฐ” อดีตประธาน นปช. ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยจัดรายการทอล์กผ่านช่องยูทูบ โดยสรุปตอนหนึ่งว่า “ดิฉันอยากจะชี้ให้เห็นจากที่เราได้พูดแล้วว่า ”ไฟไหม้อาคาร“ มันดับไปแล้วตั้ง 9 ปี แต่ในสังคมไทย ”ไฟแห่งความเกลียดชัง“ และความเป็นศัตรูกันมันยังดำรงอยู่ตลอดมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ และดิฉันมองว่ามันยังจะไปข้างหน้า”

ปลายปี 2561 แกนนำ นปช.อย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ และก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ย้ายไปเปิดสำนักข่าวยูดีดีนิวส์ ที่อาคารเอเวอรี่ มอลล์ ถ.รัตนาธิเบศร์ ใกล้สี่แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีการจัดรายการทีวีออนไลน์ แพร่ภาพหลายช่องยูทูบ UDD news Thailand

หมอเหวงพบแกนนำ นปช.กรุงเทพฯ

          “ธิดา” เป็นแกนหลักของปีกนี้ เธอหวังฟื้นฟูภาคประชาชนเดิมให้พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงได้เห็นภาพหมอเหวง โตจิราการ ไปพบกลุ่ม นปช.ตามชุมชนใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ คล้ายจะไปปลุกให้ตื่นมารวมตัวกันใหม่

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ธิดา ในฐานะนักทฤษฎีของ นปช. ได้ลงมือเขียนบทความเรื่อง “ที่มาและคุณสมบัติของแกนนำที่ก้าวหน้าฝ่ายประชาชน”

อดีตประธาน นปช. และผู้ก่อตั้งโรงเรียนการเมือง นปช. พยายามสรุปบทเรียนการต่อสู้ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมี “แกนนำ นปช.” หลายคนได้เปลี่ยนอุดมการณ์ไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามประชาชน

“เมื่อมาร่วมเส้นทางการต่อสู้ในฟากฝั่งเดียวกัน การจะได้เป็นแกนนำที่ได้รับการยอมรับจากมวลชนจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ไม่มีใครสถาปนาตัวเองหรือเศรษฐีคนใด นักการเมืองคนใด อุปโลกน์ตัวเอง กลุ่มตัวเอง และคนหนึ่งคนใดมาเป็นแกนนำจริงได้”

          ว่ากันตามจริง ธิดาและแกนนำ นปช.บางคน กำลังระแวงสงสัย “เพื่อนเก่า” คิดตีจากไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง จึงปัดฝุ่นทฤษฎีชนชั้นของฝ่ายซ้ายมาวิพากษ์วิจารณ์มิตรสหาย

ดังที่รู้กัน ขบวนการคนเสื้อแดงแตกกระสานซ่านเซ็น นับแต่เกิดรัฐประหาร 2557 บรรดาผู้นำ “แดงภูธร” แปรเปลี่ยนไปเยอะ การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ และพรรคเพื่อชาติ ได้กลายเป็นเวทีใหม่ของแดงภูธร

เมื่ออ่านบทความชิ้นล่าสุด ธิดาเขียนเหมือนท่องจำมาจากสรรนิพนธ์ประธานเหมา โดยสถานการณ์การเมืองที่เป็นจริง มิได้สวยงามเหมือนการนั่งประดิดประดอยถ้อยคำ

บางทีอดีตประธาน นปช. ต้องละลดความเป็นนักทฤษฎีปีกซ้าย และหันมามองความเป็นจริงดูบ้าง ลองอ่านบทสรุปที่มาและคุณสมบัติของแกนนำมวลชนฝ่ายก้าวหน้า ในทัศนะของธิดา

1.ต้องมาจากการต่อสู้ร่วมกับประชาชนจริงๆ ลอยมาทางไหนก็ไม่ได้ อุ้มบุญก็ไม่ได้ สร้างขึ้นมาแล้วมวลชนไม่เอาด้วยก็ไม่ได้ผล
2.พิสูจน์ความเสียสละ อดทน รับใช้ขบวนการเป็นวัวงานอย่างสุดจิตสุดใจ
3.ไม่แสดงความกระเหี้ยนกระหือรืออยากเป็นแกนนำ (เช่นการแย่งกันปรากฏตัวบนเวทีปราศรัยหรือกล่าวเท็จใส่ร้ายแกนนำอื่นๆ) เพราะนั่นไม่ใช่ภาวะผู้นำของประชาชน
4.มีความสามารถ มีความรับผิดชอบต่อภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
5.มีวินัยปฏิบัติตามหลักการ นโยบาย มติขององค์กรเคร่งครัด ไม่เสรีไร้ระเบียบวินัย ลัทธิยอดเขา ลัทธิวีรชนเอกชน
6.ยอมรับการนำรวมหมู่และรับฟังความคิดเห็นจากมวลชน ยอมรับความหลากหลายของมวลชนและแกนนำที่มาจากหลายชนชั้น หลายอาชีพ หลายฐานะเศรษฐกิจ

สิ่งที่ธิดาเสนอข้างต้น สำหรับคนเสื้อแดงที่เคยเข้าโรงเรียนการเมือง นปช. คงได้ยินได้ฟังมาจนเบื่อ

ตอนหนึ่ง ธิดาพูดถึง “สหายเก่า” ที่แวะเวียนมาหาสมัย นปช.เฟื่องฟู “เคยมีผู้ปฏิบัติงานอดีตนักปฏิวัติมาขอทำงานในฐานะสำคัญ หรือบ้างก็ขอเป็นคณะเสนาธิการ แต่เราได้แจ้งว่าแกนนำมวลชนต้องมาจากมวลชน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมวลชน ไม่มีทางลัดสำหรับแกนนำ”

ทุกวันนี้ อดีตนักปฏิวัติกลุ่มนั้นที่รู้สึกเบื่อหน่ายทฤษฎีฝ่ายซ้าย ต่างพาเหรดเข้าไปช่วยงานพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งดูมีอนาคตกว่า “พรรคนายใหญ่”

          ดิจิทัลดิสรัปชั่น ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี หากแต่นำมาใช้กับการต่อสู้ทางการเมืองได้ แกนนำมวลชนที่นอนกอดทฤษฎีฝ่ายซ้ายอยู่ อาจถูกดิสรัปชั่นไปในที่สุด

สิ่งวิเศษนำทางคนไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385814?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สิ่งวิเศษนำทางคนไทย

30 สิงหาคม 2562 – 07:44 น.
สิ่งวิเศษนำทางคนไทย,พระราชดำรัส,พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,ประเทศชาติ
เปิดอ่าน 1,015 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2562

“ขอถือโอกาสนี้ ให้พรให้ท่านมีกำลังใจ ความมั่นใจ และความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สุขและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน งานใดๆ ก็ต้องมีอุปสรรค งานใดๆ ก็ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหา และเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไขให้ตรงเป้าตรงจุดและมีความเข้มแข็งอดทน ก็ขอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลได้มีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีด้วยความถูกต้องต่อไป”

พระราชดำรัสอันล้ำค่าที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีทำพิธีรับพระราชดำรัสพร้อมลายพระราชหัตถ์ เพื่อน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมไว้เป็นสิริมงคล เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาสิ่งใดเสมอเหมือนยิ่งนัก สำหรับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่มีโอกาสได้กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนเบื้องพระพักตร์ เพราะทุกถ้อยคำในพระราชดำรัสถือเป็นสิ่งล้ำค่าที่นำมาเป็นเครื่องเตือนสติเตือนใจให้คณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต…ภาพนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี กราบถวายบังคมน้อมรับพระราชดำรัส ถือเป็นคำสัตย์ปฏิญาณอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจละเลยหรือละทิ้งได้ ดังนั้น จากนี้ไปคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทุกคนจะต้องเร่งทำงานเพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนอยู่ดีกินดี สงบสุข สมบูรณ์มั่นคงอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ด้วยภาวะของประเทศชาติที่กำลังประสบปัญหาด้านต่างๆ ทั้งปากท้อง ความมั่นคง เศรษฐกิจ รวมไปถึงความแตกแยกจากการเห็นต่างจนแทบจะกลายสภาพเป็นเด็กแรกเกิดที่กำลังเดินเตาะแตะโย้ไปเย้มา..ถึงวันนี้ ครม.ต้องทำงานหนักมุ่งมั่นบริหารประเทศอย่างรอบคอบ ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา บริหารงานอย่างมีสติโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว หรือพวกพ้อง จนหลงลืมชาติ ประชาชน และที่สำคัญต้องก้าวข้ามความแตกแยกทุกรูปแบบ อย่ามัวแต่มุ่งมั่นห้ำหั่นเอาเป็นเอาตาย เพียงเพราะเอ็งไม่ใช่พวกข้า หรือข้าก็ไม่ใช่พวกเอ็ง

แต่ถึงอย่างไร “ประเทศชาติ” จะเดินหน้าต่อไปได้คงไม่ใช่เพราะความเก่งกาจของใครคนหนึ่งคนใด เพราะนายกฯ และครม.ไม่ใช่ “ซูเปอร์ฮีโร่” ในหนังไตรภาคฉบับอเมริกันที่จะมีพลังวิเศษนำพาผู้คนไปถึงจุดหมายเพียงแค่ดีดนิ้วครั้งเดียว ดังนั้นทุกฝ่ายต้องรู้รัก สามัคคี ร่วมแรง ร่วมใจ ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ให้หมดไปโดยไม่ย่อท้อ ใครมีหน้าที่ใดก็ปฏิบัติไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โดยยึดถือพระราชดำรัสของ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เป็นสิ่งวิเศษนำทาง ไปพร้อมๆ กับคณะรัฐมนตรีทุกท่าน เพื่อ “ได้มีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีด้วยความถูกต้องต่อไป”

ไฟรั่วเพราะติดตั้งโคมไฟผิดวิธี-ไม่ได้มาตรฐานเทศบาลต้องรับผิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385656?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ไฟรั่วเพราะติดตั้งโคมไฟผิดวิธี-ไม่ได้มาตรฐานเทศบาลต้องรับผิด

30 สิงหาคม 2562 – 00:00 น.
ไฟฟ้ารั่ว,เทศบาล,ติดตั้งผิดวิธี,ไม่ได้มาตรฐาน,เรื่องน่ารู้วันนี้กับคดีปกครอง
เปิดอ่าน 6,647 ครั้ง

ไฟฟ้ารั่วเพราะติดตั้งโคมไฟผิดวิธีและไม่ได้มาตรฐาน เทศบาลต้องรับผิด คอลัมน์…  เรื่องน่ารู้วันนี้…กับคดีปกครอง  โดย… นายปกครอง

 แสงสว่างที่เพียงพอในยามค่ำคืนบนถนนสาธารณะเป็นเรื่องที่สำคัญ…เพราะนอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้ทางของประชาชนในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการช่วยป้องกันการก่ออาชญากรรมในเขตชุมชนเพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย

เรื่องน่ารู้ในวันนี้…เป็นกรณีมีผู้เสียชีวิตเพราะถูกกระแสไฟฟ้าดูด เนื่องจากมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลจากโคมไฟที่เทศบาลตำบลติดตั้งบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

ทายาทโดยธรรมของผู้ตายเห็นว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการที่เทศบาลตำบลและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่ทำหน้าที่ดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีความปลอดภัยแก่ประชาชน จึงยื่นฟ้องเทศบาลตำบลและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดดังกล่าว

ประเด็นปัญหา คือโคมไฟที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าต้นที่พิพาท อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานใด ระหว่างเทศบาลตำบลกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้เสียชีวิตหรือไม่?

เรื่องนี้…เหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลากลางคืน ขณะที่ผู้เสียชีวิตได้นำขยะไปทิ้ง โดยมือไปสัมผัสบริเวณสายสลิงที่ยึดโยงเสาไฟฟ้าริมถนน กระแสไฟฟ้าที่รั่วจากโคมไฟซึ่งติดตั้งอยู่บนเสาไฟฟ้าจึงไหลลงมาตามสายสลิงดูดผู้ตาย โดยหลังจากเกิดเหตุได้มีการตรวจสอบพบว่าเทศบาลตำบลได้ดำเนินการติดตั้งโคมไฟดังกล่าวเอง โดยไม่ได้ขออนุญาตต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อีกทั้งอุปกรณ์ที่ติดตั้งยังไม่ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และดำเนินการติดตั้งไม่ถูกต้องตามแบบที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด คือต้องไม่ติดตั้งทับจุดยึดโยงกับเสาไฟฟ้า

 ศาลปกครองชั้นต้นจึงมีคำพิพากษายกฟ้องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และให้เทศบาลตำบลรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย 

เทศบาลตำบลอ้างว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการแก้ไขหรือรื้อถอนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้สายส่งหรือเสาไฟฟ้าที่มีลักษณะจะเป็นอันตรายต่อการส่งกระแสไฟฟ้า มิให้เกิดการรั่วไหล และเทศบาลตำบลได้ซื้อวัสดุโคมไฟฟ้าจากร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าจึงเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน

คดีจึงมีประเด็นพิจารณาว่า เทศบาลตำบลได้กระทำละเมิดผู้เสียชีวิตและจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตหรือไม่?

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่าเมื่อผู้ถูกฟ้องคดี (เทศบาลตำบล) ได้ติดตั้งโคมไฟฟ้าโดยไม่ได้ขออนุญาตหรือประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และดำเนินการติดตั้งไม่ถูกต้องตามแบบที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนด อีกทั้งโคมไฟฟ้าที่ติดตั้งยังเป็นยี่ห้อที่ยังไม่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ดวงโคมไฟฟ้าสำหรับให้แสงสว่างบนถนนจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลผ่านก้านโคมไฟฟ้าและแป้นยึดโคมไฟฟ้าไปยังสายสลิงที่ยึดเสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้ผู้ตายซึ่งนำมือไปสัมผัสสายสลิงถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิต

การเสียชีวิตของผู้ตายจึงเกิดจากการที่เทศบาลตำบลซึ่งมีหน้าที่จัดให้มีและบำรุงรักษาไฟฟ้าตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ละเลยต่อหน้าที่ไม่ควบคุมดูแล ตรวจสอบ รักษาและซ่อมแซมอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าที่อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตนให้มีความปลอดภัยอยู่เสมอ อันเป็นการกระทำละเมิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้เสียชีวิตในผลแห่งการกระทำละเมิดดังกล่าว

กรณีนี้จึงถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายในการติดตั้ง ดูแลรักษา และตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณสาธารณะ ที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งนี้เพราะหากมีการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นก่อนดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆ จะต้องประสานงานกับการไฟฟ้าเพื่อขออนุญาตและใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมทั้งต้องติดตั้งให้ถูกต้องตามรูปแบบที่การไฟฟ้ากำหนดเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาเช่นคดีนี้ ซึ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบย่อมไม่พ้นความรับผิดดังกล่าว

(ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดของคดีได้จากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 831/2561 และปรึกษาคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง 1355 รวมทั้งสืบค้นบทความเรื่องอื่นๆ ได้จาก http://www.admincourt.go.th เมนูวิชาการ เมนูย่อยอุทาหรณ์จากคดีปกครอง)

โผนายพลสีกากี..บทพิสูจน์’ลุงตู่’กุมหัวโต๊ะยึดอาวุโส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385648?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โผนายพลสีกากี..บทพิสูจน์’ลุงตู่’กุมหัวโต๊ะยึดอาวุโส

29 สิงหาคม 2562 – 13:10 น.
พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,นายพลสีกากี,พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา,ผบตร
เปิดอ่าน 12,472 ครั้ง

โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

 เป็นการยืนยันชัดแจ้งแล้วว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งคุมหัวโต๊ะรับบทประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อถกบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผู้บังคับการ (ผบก.) ไปจนถึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) วาระประจำปี 2562 ท่ามกลางการจับตา “ตัวเต็งเก้าอี้สำคัญ” ของสื่อแวดวงตำรวจ หลังจาก “แม่ทัพสีกากี” อย่าง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมจัดข้อมูลประกอบการคัดเลือกแต่งตั้ง

บัญชีแต่งตั้งระดับ “นายพลสีกากี” หนนี้จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 สิงหาคม ตามกำหนดกฎเกณฑ์ของ ก.ตร. แบบไม่ต้องต่อเวลาเป็น “โรคเลื่อน” ลุ้นกันฝุ่นตลบเหมือนปีที่ผ่านมาให้วุ่นวาย พร้อมกับกฎ ก.ตร. ที่มีการแก้ไขปรับปรุงใหม่ ว่าด้วย “ลำดับอาวุโส” เมื่อครั้งที่ “นายกฯ ลุงตู่” ได้ประเดิมนั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร. ในวันระเบิดป่วนกรุงที่เกิดขึ้นหมาดๆ ที่ผ่านมา แต่หลักเกณฑ์ในการวัดเส้นทางความเจริญก้าวหน้า ซึ่งท้ายที่สุดคำว่า “อาวุโส” จะมีความหมายหรือไม่ จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ โดยวาระการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลครั้งนี้มีตำแหน่งว่าง 178 ตำแหน่ง จะมีการโยกย้ายสลับระนาบเดียวกันกว่า 300 ตำแหน่ง ซึ่งระดับ รอง ผบ.ตร. มีเก้าอี้ว่าง 3 ตำแหน่ง และการประชุมเคาะชื่อโยกย้ายและเลื่อนตำแหน่งตำรวจระดับนายพลนัดสุดท้ายจะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันที่ 29 สิงหาคม นี้

ทว่าการประกาศยึดหลัก “อาวุโส” ของ “ลุงตู่” ที่รับบทนั่งเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ก่อนหน้านั้น แต่จนมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายชักเริ่มไม่แน่ใจเแล้วว่า การแต่งตั้งครานี้ยังคงยึดหลักอาวุโสได้หรือไม่ เพราะคนที่มีฝีไม้ลายมือประกอบกับแรงหนุนรอขึ้น “ข้ามหัว” รุ่นพี่ มีจ่อคิวกันหลายคน

นอกจากลำดับอาวุโสที่นายกฯ บอกเป็นหัวใจหลัก ก็ยังย้ำนักย้ำหนาว่า จะไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งเด็ดขาด เรื่องนี้จึงถือเป็นงานหนักไม่เบาสำหรับ “บิ๊กแป๊ะ” ที่ต้องคอยจับตาดูบรรดา “นักวิ่ง” ทั้งหลาย ที่เริ่มสตาร์ทออกตัวกันบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ดีด้วยอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดเป็นของนายกฯ ก็น่าจะตัดกำลังสายนักวิ่งไปได้บ้าง เรียกได้ว่ารอบนี้ใครจะขึ้น จะโยก จะขยับ ต้องผ่านสายตา “บิ๊กตู่” พวกที่แทรกแฟ้มมาอาจกระเด็นไม่เป็นท่า

สำหรับการแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” ปีนี้ อาจไม่หวือหวา เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในระดับยอดเก้าอี้ “แม่ทัพตำรวจ” เจ้าของรหัส “พิทักษ์ 1” เนื่องจาก “บิ๊กแป๊ะ” อายุราชการยังเหลืออีก 1 ปี จะเกษียณปี 2563 แต่ยังมีเสียงกระซิบว่า ถึงแม้หนนี้จะไม่มีแต่งตั้ง “ผบ.ตร.” ก็ห้ามกะพริบตา เพราะระดับ “รอง ผบ.ตร.” 3 เก้าอี้ อาจมองเห็นอนาคต “ผบ.ตร.คนใหม่” ที่จะรับไม้ต่อจาก “บิ๊กแป๊ะ” หลังเกษียณ

แน่นอนว่าตำแหน่งน่าสนใจที่ว่างในขณะนี้ประกอบไปด้วย รอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง โดยมีผู้ท้าชิงถึง 10 คน ที่พร้อมจะเบียดกันขึ้น ซึ่งชื่อน่าจับตามองคงหนีไม่พ้น พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. นักเรียนนายร้อยรุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่นกับ ผบ.ตร. และเตรียมทหารรุ่น 20 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. อีกทั้งในด้านฝีมือยังปรากฏให้เห็นเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นคดีระเบิด ความมั่นคง ผ่านมาโชกโชน เหมาะสมโดยคุณสมบัติ แต่…ลำดับอาวุโสนั้นรั้งอยู่อันดับ 10 ซึ่งคงเป็นประเด็นที่น่าจับตา ส่วนคนอื่นก็ยังมี พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 36 สาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก นายร้อยตำรวจรุ่น 38 อดีตนายเวรบิ๊กตำรวจ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร., พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย นักเรียนนายร้อยรุ่น 38 เตรียมทหารรุ่น 22 ทำหน้าที่โฆษก ตร. และรับผิดชอบงาน “จิตอาสา”

อีกตำแหน่งที่ต้องลุ้นกันสนุกเป็นระดับ ผู้บัญชาการ (ผบช.) ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ว่างลง 6 ตำแหน่ง เพราะจนถึงนาทีนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่มีใครสามารถตีตราจองจะได้ขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. แบบง่ายๆ หรือได้ต่อวีซ่านั่ง ผบช. แบบสบายชิลๆ โดยมีรายชื่อผู้ที่พร้อมจะขยับขึ้นมาอย่าง พล.ต.ท.วิรุฬห์ เอี่ยมไพจิตร์ จเรตำรวจ(หน.จต.) นักเรียนนายร้อยรุ่น 35 อาวุโสอันดับ 1, พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ จเรตำรวจ (สบ 8) อาวุโสลำดับ 2 น้องชาย เนวิน ชิดชอบ ตีตราจองตามกฎเกณฑ์อาวุโส 33% รวมทั้ง พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผบช.สยศ.ตร. ที่ลุยทำงานทั้งงานราษฎร์งานหลวงเต็มที่ จองเอาไว้อีก 1 เก้าอี้ ทำให้ตอนนี้เหลือ ผู้ช่วยผบ.ตร. ว่าง 3 ตำแหน่ง ซึ่งหลายคนมีสิทธิโดนดันขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส., พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบช.กมค., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 ที่เหลืออายุราชการเพียงปีเดียว เกษียณปี 2563 ก็มีโอกาสถูกดันขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เช่นกัน และยังมี พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.สกพ. นักเรียนนายร้อยรุ่น 36 เป็นตัวสอดแทรก

ด้านเก้าอี้ ผบช. ว่าง 18 ตำแหน่ง ก็ต้องโฟกัสไปที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) หรือนามเรียกขาน “น.1” แทน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ที่จะเกษียณอายุราชการ ซึ่งจนถึงโค้งสุดท้ายก็ยังไม่มีใครกล้า “ฟันธง” ชื่อไหน ใครจะเข้าวิน เพราะแคนดิเดตที่ปรากฏชื่อออกมาล้วนแล้วไม่ธรรมดา โดยมีการคาดการณ์ไว้อยู่ถึง 5 คนที่มีลุ้น แต่จนถึงวันนี้มี 2 รายชื่อที่น่าสนใจคือ พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.รร.นรต. เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 กับ ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. นักเรียนนายร้อยรุ่น 38 ที่รับผิดชอบงานความมั่นคงร่วมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ส่วนในตำแหน่งผู้บัญชาการตัวเลขภาคต่างๆ มีทั้งอยู่ที่เดิมอย่าง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ นักเรียนนายร้อยรุ่น 36 มือสืบสวนที่คุ้นเคยพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ยังคงตำแหน่งผบช.ภ.9 ต่อไป

ขณะที่กลุ่มลุ้นขึ้น ผบช. ที่น่าจับตา คือ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. นักเรียนนายร้อยรุ่น 41 อดีตผู้ช่วยนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ที่ได้แรงหนุนจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 25 ให้ขึ้นตำแหน่ง ผบช.ภ.6 คุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 42 คนสนิท พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. คาดจะสไลด์มาเป็น ผบช.ภ.2

นอกจากนี้ในส่วนกองบัญชาการอื่นๆ อย่าง ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ยังคงเป็น พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ยังอยู่ที่เดิม, ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผบช.ตชด. ก็ยังนั่งเก้าอี้เดิม ส่วนตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) มี พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส. นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 เบียดกับ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 ขณะที่ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) มี พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม จเรตำรวจ (สบ 8) นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 เบียดกับ พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 และ พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบช.สงป. นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 35 สำหรับกองบัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (สยศ.ตร.) มี พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. นักเรียนนายร้อยรุ่น 36 เบียดกับ พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว รอง ผบช.ภ.3 นักเรียนนายร้อยรุ่น 36 เช่นกัน

          อำนาจการเคาะชื่อแต่งตั้งโยกย้าย “นายพลสีกากี” หนนี้อยู่ในกำมือของ “นายกฯ ลุงตู่” ก็ต้องพิสูจน์ว่าจะมี “ลำดับอาวุโส” และแววตาเฉียบคมเลือก “ขุนพล” ให้ถูกกับงานได้แค่ไหน..!?

กฟผ.อย่าดึงดันนำเข้าก๊าซ LNG 1.5ล้านตัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385647?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

กฟผ.อย่าดึงดันนำเข้าก๊าซ LNG 1.5ล้านตัน

29 สิงหาคม 2562 – 11:05 น.
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต,กฝผ,ก๊าซธรรมชาติ LNG,ปตท,น้ำมัน
เปิดอ่าน 3,594 ครั้ง

คอลัมน์…  รักแผ่นดิน  โดย… ฅนไท

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. มีโครงการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ LNG เพื่อมาผลิตกระแสไฟฟ้า และขายให้กับโรงไฟฟ้าก๊าซ จำนวน 1.5 ล้านตันต่อปี เป็นระยะเวลา 8 ปี ซึ่งเป็นความพยายามดิ้นรนของ กฟผ. ตั้งแต่สมัย พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่องค์กรค้าก๊าซ หรือน้ำมัน

เดิม กฟผ.จะซื้อก๊าซเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจาก ปตท. เพราะ ปตท.เป็นองค์กรบริหารการค้าขาย น้ำมันและก๊าซมาตลอด ดังนั้น กฟผ.ยังไม่มีความพร้อมใด ทั้งถังเก็บก๊าซ -ท่าเรือ ระบบท่อขนส่งก๊าซ จึงจะยืมใช้ของ ปตท.ที่มีอยู่แล้ว

ระหว่างการประชุม เพื่อทบทวนนโยบายนี้ของกระทรวงพลังงาน เมื่อกลางเดือนสิงหาคมนี้เอง ทั้ง กฟผ.และ ปตท.ต่างเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่า องค์กรใดจะบริหารการซื้อ-ค้าก๊าซ จำนวนดังกล่าว ต่อหน้า สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน จนหาข้อยุติไม่ได้ และจะมีการหารือกันใหม่ ในเร็วๆ นี้

โครงการมูลค่ากว่าแสนล้านบาทใครๆ ก็อยากเอาไปบริหารเอง ปัญหาอยู่ที่ ความพร้อมและวัตถุประสงค์ขององค์กรของทั้งสอง ที่ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ควรนำไปเป็นปัจจัยในการตัดสินให้รอบคอบ กฟผ.ไม่ได้ตั้งมามีวัตถุประสงค์ในการค้าก๊าซหรือน้ำมัน

เมื่อไม่มีวัตถุประสงค์ดังนี้ จึงไม่มีการสร้างโครงสร้างมาเพื่อสิ่งนี้ มีแต่โครงสร้างการผลิตและสายส่งไฟฟ้าไปให้การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน

หาก กฟผ.ต้องค้าก๊าซ ปีละ 1.5 ล้านตัน เป็นเวลา 8 ปี กฟผ.ต้องใช้เงินอีกนับหมื่นล้านบาท ในการสร้างถังเก็บ-ท่อขนส่ง และท่าเรือ ที่สำคัญการสร้างดังกล่าว จำเป็นต้องรุกล้ำลงไปในทะเล ที่หนีไม่พ้น “การทำลายระบบนิเวศน์ทางทะเล” ที่เรากำลังหวงแหนหนักหนาในขณะนี้

จงคิดให้รอบคอบ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน มากกว่าผลประโยชน์ที่จะเข้ากระเป๋าใคร!

ทำไม…ต้องย้าย ครูอ้อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385598?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ทำไม…ต้องย้าย ครูอ้อม

29 สิงหาคม 2562 – 10:35 น.
ครูอ้อม,ย้ายฟ้าผ่า,รณภพ เหลืองไฟโรจน์,ประธาน กศจชัยนาท,วัดวงเดือน,อาหารกลางวัน,นางสาวลออ วิลัย,ผอสพปชัยนาท,รองเลขากพฐ
เปิดอ่าน 12,825 ครั้ง

กระแสสังคมมีคำถาม ทำไมการย้ายครูตัวเล็กๆเพียงคนเดียว อยู่ไกลโพ้นถึงต่างจังหวัด แต่ได้รับความสนใจมากมายถึงเพียงนี้หาคำตอบ… โดย กมลทิพย์ ใบเงิน

ร้อนแรงมากขึ้น เมื่อ”ครูอ้อม” ถูกย้ายให้พ้นหน้าที่ จากปมการย้ายฟ้าผ่าถูกสื่อเติมเชื้อไฟ กระพือข่าวว่าสาเหตุมาจากการปฏิบัติหน้าที่ “แม่พิมพ์” แสนดี  ปกป้องพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของเด็กๆ ให้ได้รับประทานอาหาร “มื้อเที่ยง” อย่างดีมีคุณภาพและถูกหลักโภชนาการ

ย้อนรอย..“ครูอ้อม” ครูสาวสอนนักเรียนชั้นอนุบาล1และอนุบาล 2 โรงเรียนวัดวงเดือน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โพสต์ข้อความหลังถูกมือดีปาเลือดสด กระจายเต็มหน้าห้องเรียนที่สอนประจำชั้น ปมทนไม่ไหวเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ที่ได้กินอาหารกลางวันไม่ครบสารอาหาร กินมาม่าบ้าง ไม่ได้กินผลไม้ หรือของไม่มีประโยชน์เหมือนโรงเรียนอื่นๆนั้น

โพสต์เด็ด! ครูอ้อม ส่งแรงสั่นสะเทือนถึง “นายสุเทพ สิงห์สม” ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวงเดือน  ผู้บังคับบัญชาสายตรง  ต้องเรียกประชุมด่วน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ส.ค. 2562 ว่ากันว่าต้องการให้ครูอ้อมเซ็นเอกสาร ตรวจรับอาหารกลางวันของเดือนกรกฎาคม และเดือนสิงหาคม โดยพยายามพูดกดดันเชิงบังคับว่า ขอให้ครูอ้อมเห็นแก่องค์กร และเพื่อนร่วมงาน ขอให้เซ็นเอกสารเพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่เดือดร้อน

ว่ากันว่า ครูอ้อมยังคงยันยันกับ ผอ.ร.ร. วัดวงเดือนและเพื่อนครูคนอื่นๆว่า “ในเมื่ออาหารกลางวันที่ผ่านมาทั้ง 2 เดือนมีความไม่ถูกต้องอยู่ จึงไม่ยอมเซ็น”

ช่วงเวลา 15.30 น. ของวันที่ 26 ส.ค. 2562  “นางสาวลออ วิลัย” ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่ประถมศึกษาชัยนาท หรือ สพป.ชัยนาท พร้อมคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดวงเดือนอีกครั้ง เพื่อเรียกประชุม ผู้บริหารโรงเรียน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีข้อท้วงติงเรื่องอาหารกลางวัน ซึ่งใช้เวลาการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง

หลังการประชุม นายสุเทพ สิงห์สม ผอ.โรงเรียนวัดวงเดือน กล่าวผ่านสื่อว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ทาง สพป.ชัยนาทตั้งขึ้นมานั้น น่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบทั้งในเรื่องเอกสาร หนังสือราชการ และการสืบสวนทางลับเป็นเวลาไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์ ก็น่าจะได้ข้อสรุปว่ามีความบกพร่อง หรือผิดปกติใดหรือไม่ เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบความไม่ถูกต้องตามที่ครูอ้อมมีการท้วงติง

            “ส่วนจะมีการพิจารณาโทษใครบ้าง  ก็ขึ้นอยู่กับการสอบสวนของคณะกรรมการฯ ส่วนของผมจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 31 ตุลาคม 2562 นี้ ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะผมยืนยันมาตลอดว่าทำถูกต้องตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ จึงไม่มีอะไรที่ต้องกลัว” นายสุเทพ กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

นายสุเทพ  ในฐานะผู้บังคับบัญชาของครูอ้อม กล่าวย้ำว่าอยากให้สังคมทำความเข้าใจด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่มีใครไปคุกคามครูอ้อมแต่อย่างใด ส่วนเรื่องของการปาเลือดห้องเรียน เรื่องนี้ยอมรับว่าส่วนตัวไม่ทราบสาเหตุจริงๆ ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องทางคดีเป็นหน้าที่ของตำรวจต่อไป

เวลา 11.00 น.ของวันที่ 27 ส.ค. 2562 ป.ป.ช.ชัยนาท ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบโครงการอาหารกลางของโรงเรียนวัดวงเดือน พบปรากฏว่าโรงเรียนวัดวงเดือนใช้ระบบจ้างเหมา มีแม่ครัวคนปัจจุบันปรุงอาหารให้นักเรียนรับประทานมาแล้ว 8 ปี อาหารกลางวันของเด็ก ๆ ไม่เคยมีปัญหาด้านคุณภาพ มาก่อน อีกทั้งไม่พบว่ามีมูล การทุจริต คอรัปชั่นตามประเด็นที่ตกเป็นข่าว เมื่อตรวจสอบกลับพบประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวกับอาหารกลางวัน

 

นางสาวลออ วิลัย  ผอ.สพป.ชัยนาท ตอกย้ำในเรื่องนี้ กับ “คม ชัด ลึก ออนไลน์” ว่า ผลการตรวจสอบอาหารกลางวันโรงเรียนวัดวงเดือน ไม่พบมีการทุจริต ตามที่เป็นข่าว อีกทั้งเด็กนักเรียนชั้นป.5 ที่รับประทานอาหารกลางวันในวันนั้นต่างยืนยันว่าผัดหมี่ มีหมู มีไข่ ไม่ใช่เส้นผัดหมี่เปล่าๆไม่มีสารอาหารโปรตีน ตามที่เผยแพร่ผ่านสื่อ

ทว่าล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2562  สพป.ชัยนาท ได้มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุด ลงนามโดย นางสาวลออ วิลัย ผอ.สพป.ชัยนาท มีคำสั่งให้ “ครูอ้อม”ย้ายไปช่วยราชการที่ สพป.ชัยนาท โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความเหมาะสมระหว่างการสอบสวนเรื่องท้วงติงคุณภาพอาหารกลางวัน โดยจะจัดหน้าที่งานให้ตามความเหมาะสม และให้มีผลทันที

ว่ากันว่า  “ครูอ้อม” เมื่อได้รับหนังสือคำสั่งด่วน ถึงกับเครียดหนัก เพราะไม่คาดคิดว่าจะโดนเล่นงานรอบด้านแบบนี้ ขณะที่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณภาพอาหารกลางวัน ทุกคนยังคงอยู่ในโรงเรียนวัดวงเดือนตามปกติ

 “ผู้ร้องและพยานกลับถูกกลั่นแกล้ง  ด้วยการสั่งย้ายไปช่วยราชการ รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม” ครูอ้อม กล่าวเพียงสั้นๆ หลังได้รับหนังสือคำสั่งย้ายไปช่วยราชการ

ความจริงอีกด้าน จากปาก “นางสาวลออ วิลัย“ ผอ.สพป.ชัยนาท เปิดเผยกับ “คม ชัด ลึก ออนไลน์” ว่าเขตพื้นที่ฯ อยากให้น้อง(ครูอ้อม)มาช่วยงานจริงๆ มีงานให้ทำ เป็นการมาช่วยราชการชั่วคราว ไม่ใช่การลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเรื่องนี้ไม่มีผู้ร้อง แต่สพป.ชัยนาทลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบตามข่าวที่เกิดขึ้น เพื่อความเป็นธรรมกับทุกคนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งครูอ้อมด้วย

 “เมื่อเกิดข่าวว่ามีปัญหาด้านคุณภาพอาหารกลางวัน สพป.ชัยนาท ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง บังเอิญไปเชื่อมโยงกับคดีปาเลือดสด ที่ครูอ้อมไปแจ้งความเอาไว้ ความจริง ผอ.ร.ร.วัดวงเดือน ควรจะเป็นผู้ไปแจ้งความในฐานะผู้บังคับบัญชา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางเขตพื้นที่ฯ ได้รายงานให้ นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการกพฐ.) ได้รับทราบมาอย่างต่อเนื่อง“ผอ.สพป.ชัยนาท แจกแจงข้อเท็จจริง และกล่าวย้ำว่า

 “เราไม่ได้ย้ายเขาทั้งคู่(ครูอ้อมและผอ.ร.ร.) แต่ให้เขาหยุดมาทำงานที่เขตพื้นที่การศึกษา”

อาหารกลางวันโรงเรียนวัดวงเดือน “ด้อยคุณภาพ” ตามที่ “ครูอ้อม” แฉจริงหรือไม่ เร็วๆ นี้สังคมคงได้รับรู้กัน เพราะเรื่องแบบนี้ระดับ “รณภพ เหลืองไฟโรจน์” ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ในฐานะประธานคณะกรรการศึกษาธิการจังหวัดชัยนาท (ประธาน กศจ.ชัยนาท) สั่งการเร่งด่วนหามูลความจริงและเอาคนผิดมาลงโทษ

ขอโทษไม่จบ “ติ่งส้มหวาน” ปะฉะดะ”ติ่งแม้ว” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/385652?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ขอโทษไม่จบ “ติ่งส้มหวาน” ปะฉะดะ”ติ่งแม้ว”

29 สิงหาคม 2562 – 09:48 น.
เจาะประเด็นร้อน,รายงานพิเศษ,ท่องยุทธภพ,การเมือง,ทักษิณ,ขุนน้ำหมึก,พรรคเพื่อไทย,พรรคอนาคตใหม่,ปิยบุตร แสงกนกกุล,พรรณิการ์ วานิช,คนเสื้อแดง,แดงทักษิณ
เปิดอ่าน 8,376 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดน “ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับ 29 ส.ค.62

*****************************

อันเนื่องจากวิวาทะเรื่อง “พรรคเพื่อนบ้าน” หรือ “พรรคข้างบ้าน” จะถูกยุบ ที่เริ่มต้นจากกิจกรรม “จับมือ ดาวสภา เพื่อไทย”

รายการจับมือดาวสภา

ความร้อนแรงในหมู่กองเชียร์ “แดง” กับ “ส้ม” เกิดขึ้น เมื่อ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ พูดว่า “ในกรณีที่ทางพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ เรื่องนี้เราถือว่า แทนที่จะเป็นห่วงว่าเพื่อนบ้านหรือตัวเองจะถูกปล้น”

ช่อ พรรณิการ์

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “เต้มดแดง รักพ่อทักษิณ” อัดช่อกลับทันที “เพื่อนบ้าน ที่ไร้มารยาทแบบนี้ ไร้กาลเทศะแบบนี้ ต่อไปคงไม่มีใครคบค่ะ จบนะคะ”

พรรคข้างบ้าน”เจ็บปวด

กลายเป็นว่า กิจกรรมสร้างภาพพรรคเพื่อไทยยุค “คุณหญิงหน่อย” ไม่มีใครสนใจ เพราะสองดาวสภาจากเมืองน่าน และมหาสารคาม วิเคราะห์เกินลงกา ทำเอาพรรคอนาคตใหม่เดือดร้อน

อาจารย์ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ต้องออกมาแถลงด้วยตัวเอง กรณีดาวสภาเพื่อไทยฟันธง “อนาคตใหม่ถูกยุบ”

ปิยบุตร แสงกนกกุล 

หากผมเป็นท่าน เมื่อได้ทราบข่าวแบบนี้เกิดขึ้นกับพรรคเพื่อนบ้าน ผมจะเข้าไปบอกตรงๆ ไม่ใช้กิจกรรมแบบนี้ แถลงข่าวลือ เพราะสมาชิกพรรคผมก็จะเสียความเชื่อมั่น แล้วก็ต้องมาแก้ปัญหาทั้งวัน”

ถัดมา น..อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทยสุทิน คลังแสง ส..มหาสารคาม และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส..น่าน ได้แถลงข่าวขอโทษพรรคอนาคตใหม่ กรณีพาดพิงพรรคอนาคตใหม่

อุบลกาญจน์ อมรสิน” เซเลบแดงที่ใกล้ชิด “ทักษิณยิ่งลักษณ์” โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เวลานี้รักษามิตรไว้ ดีที่สุด ความเปราะบางอาจเกิดขึ้นได้ แม้การสื่อสารก็ควรระมัดระวัง ความหวังดีก็มีเข้าใจผิดได้ ขอโทษ.. คือคำที่ดีที่สุด”

ความเป็นดาวสภา อาจคะนองปากไปหน่อย เลยลืมคิดถึง “เพื่อนข้างบ้าน” 

แดง”แปรเป็น“ส้ม”

แม้ในระดับ “ผู้ใหญ่” ของสองพรรคจะยอมจบ และขอโทษขออภัยกันไปแล้ว แต่ “นพพร นามเชียงใต้” อดีตแกนนำ นปกที่ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “เต้มดแดง รักพ่อทักษิณ” ยังไม่หยุด โดยโพสต์กล่าวหาว่า พรรคส้มหวานไม่จริงใจ และใช้ถ้อยคำแรงๆ

เต้มดแดง รักพ่อทักษิณ

ร้อนถึงผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Yeera Rajdumnern” คนเสื้อแดงที่หันมาเชียร์พรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ระบายความรู้สึกยาวเหยียด เพราะไม่พอใจที่ “เพื่อนเสื้อแดง” ยังโจมตีธนาธร และช่อ ไม่หยุดหย่อน

ความเป็นเสื้อแดงนี่ ก็หัวใจแดงมานาน เชียร์ทักษิณมานาน แม้จะยุบมากี่พรรค ไม่ใช่ไม่เคยให้กำลังใจกัน ก็ให้มา จนทักษิณบอกให้แยกย้ายหลังจากส่งผมถึงฝั่งแล้ว นั่นล่ะเงิบกันกระจายทั้งแผ่นดิน”

Yeera Rajdumnern ยังพูดถึงพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ “คุณหญิงหน่อย” ว่า “เราไม่ปลื้ม”

อดีตคนเสื้อแดง ยังฝากถึงพรรคเพื่อไทยว่า “ที่ผ่านมาให้กำลังใจจนคิดว่า สมควรแก่เวลาแล้ว ยุคนั้นไม่มีพรรคตัวเลือก ก็เชียร์มันเข้าไป แต่ใจก็คิดก็พูดกับเพื่อนเสมอ ถ้ามีพรรคใหม่ให้เลือก แล้วนโยบายโอเค เราก็ไปแน่”

จริงๆ แล้ว กองเชียร์แดงกับส้ม ตบตีกันมานานแล้ว ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันเอง “แดงบูชาแม้ว” หรือ “ส้มบูชาธนาธร” 

ดาวสภา..ตาสว่าง

จะว่าไปแล้ว กิจกรรมจับมือดาวสภา เพื่อไทย เป็นไอเดียเก๋ไก๋ เพราะ ส..สามคนที่ไปโชว์ตัววันนั้น ก็สมราคาดาวสภา โดยเฉพาะ “สุทิน คลังแสง” 

สุทิน คลังแสง

สุทิน” ชาว อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม จบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยมคธ อินเดีย ก้าวเข้าสู่พรรคไทยรักไทย ก็ได้เป็น ส..สมัยแรก ปี 2544

สมัยแดงทั้งแผ่นดิน ช่วงหลังเลือกตั้ง 2554 สุทิน ได้ร่วมคณะกับ “.ตาสว่าง” ประกอบด้วย ส.สุรชัย แซ่ด่าน ส.สุทิน คลังแสง และ ส.สมยศ พฤกษาเกษมสุข เดินสายอภิปรายการเมืองเชิงลึก บางครั้ง ก็มี ส.สุนัย จุลพงศธร ไปร่วมด้วย

ผู้แทนติดดินอย่างสุทิน ไม่ได้เติบโตมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อาศัยความเป็น “ลูกอีสาน” และพูดจาเก่งเข้าหาชาวบ้านไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

สุทิน คลังแสง หัวหน้าคณะรำวง

นางรำวงสวรรค์บ้านนา

หลังรัฐประหาร สุทินตั้งคณะรำวงย้อนยุค “สวรรค์บ้านนา” รับงานแสดงในงานบุญประเพณี โดยตัวเขาเล่นดนตรีและร้องเพลงด้วย นอกจากนี้ สุทินยังจัดรายการมวยไทยภูธรในชื่อ ศึกคลังแสง

เซียนการเมืองมหาสารคามฟันธงว่า เลือกตั้งกี่หน สุทินก็ชนะ เพราะเป็นขวัญใจไทบ้านตัวจริง